Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 24 : Chapter IV - Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ม.ค. 62




4




      รถทหารจำนวนมากกำลังแล่นอยู่บนถนนหลัก พวกมันถูกขับโดยพวกทหารรับจ้างของกองกำลังใต้ดิน ภายในรถเต็มไปด้วยกลุ่มคนที่สวมชุดเกราะพิเศษที่ว่ากันว่าสามารถป้องกันเวทมนต์ได้

      ด้านบนคือเฮลิคอปเตอร์และโดรนของสื่อมวลชน พวกเขากำลังตามข่าวของเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัว เพราะทหารรับจ้างดับรถและถือปืนออกสู่สาธารณะชน

      พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังพระราชวังบนเขาสูง

      ความวุ่นวายกระจายออกไปรอบๆด้าน ถึงแม้จะยังไม่เกิดการปะทะขึ้น แต่ทั้งกองกำลังตำรวจและอัศวินของราชวงศ์ต่างคอยควบคุมไม่ให้ประชาชนตื่นตกใจ

      น่าแปลกที่นักเวทย์ของสภาเวทมนต์นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ นั่นทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต่างไม่พอใจ แต่ดูเหมือนสภาเวทมนต์จะไม่สนใจ

      เดิมทีแล้วนั้น นี่คือแผนการของสภาเวทมนต์มาตั้งแต่ต้น

      ด้านหน้าของพระราชวังคือกลุ่มอัศวินติดอาวุธ พวกเขาสวมชุดเกราะอัศวินสีเงินแวววาว แต่ละคนที่อยู่ที่นั่นต่างมีใบหน้าเคร่งเครียด เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

      เดิมทีแล้วพวกทหารรับจ้างจะไม่ต่อกรกับรัฐบาล ดังนั้นหลายคนจึงสามารถฉุกคิดขึ้นได้ว่าต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้

      หัวหน้าอัศวิน ยืนอยู่บนถนนที่เป็นเส้นทางไปยังพระราชวัง

      พวกเขาต้องการป้องกันไม่ให้พวกกองกำลังใต้ดินผ่านไปได้ - นั่นคือคำสั่งที่พวกเขาได้รับมา แน่นอนว่าหัวหน้าอัศวินรู้ดีว่ามันเป็นแค่การบอกว่า “ไปตายเพื่อถ่วงเวลาให้หน่อย” แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังรับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจ

      ความรักชาติของเขาน่านำมาเป็นเยี่ยงอย่าง

      เอาไงดีครับ”

      อัศวินคนหนึ่งวิ่งเข้ามาถามกับหัวหน้าอัศวิน ดูเหมือนว่าการจัดการป้องกันจะเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เพียงรอให้พวกมันมาถึงก็เท่านั้น

      ให้ทุกคนประจำตำแหน่ง เราต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้มันผ่านจุดนี้ไปได้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องป้องกันพระราชวังเอาไว้ด้วยชีวิต”

      รับทราบครับ”

      แน่นอนว่าอัศวินคนนี้ ไม่สิ อัศวินในหน่วยนี้ทุกคนต่างรู้ดีว่าเป็นแค่ตัวถ่วงเวลา แต่ในแววตาของพวกเขาไม่มีแม้แต่ความกลัวอยู่เลย

      ความรักชาตินี้คือสาเหตุที่ประชาชนส่วนใหญ่ชื่นชอบอัศวินมากว่านักเวทย์ของสภาเวทมนต์

      หัวหน้าอัศวินใช้กล้องส่องทางไกลมองไปยังถนน เขามองเห็นรถทหารจำนวนกว่า 10 คันกำลังพุ่งตรงมาทางเขา

      ทุกคนเตรียมตัว! พวกมันจะมาถึงในอีกไม่กี่นาทีแล้ว”

      “ “รับทราบ” ”

      ทหารทุกนายกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน พวกเขาวิ่งไปยังอะไรบางอย่างที่ถูกผ้าคลุมเอาไว้ หลังจากนั้นก็ช่วยกันดึงผ้าออก เผยให้เห็นอาวุธสงครามที่ใช้ต่อกรกับรถถัง

      มันคือปืนใหญ่ต่อต้านรถถัง

      พวกอัศวินคนอื่นๆต่างพากันประจำตำแหน่งและเตรียมพร้อมสำหรับการยิง โดยเล็งไปยังกองกำลังใต้ดินที่มุ่งหน้ามาทางพวกเขา

      สาเหตุที่พวกเขาไม่ต่อสู้กันในเมืองเพราะจะทำให้ประชาชนโดนลูกหลง กลับกัน ในเขตพระราชวังนั้นมีประชาชนอาศัยอยู่น้อย นั่นทำให้สามารถอพยพได้ง่าย พวกเขาจึงสู้ที่นี่ได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงผู้ไม่เกี่ยวข้อง

      เข้าระยะยิงในอีก ...5”

      “4”

      “3”

      “2”

      “1...”

      *ปัง*

      เสียงของปืนใหญ่ถูกยิงออกไป และกระสุนของมันพุ่งไปยังขบวนรถของกองกำลังใต้ดินด้วยความเร็วสูง มันเป็นกระสุนที่สามารถเจาะเกราะของรถถังบางชนิดได้ ดังนั้นไม่มีทางที่รถทหารธรรมดาจะต้านทานมันได้อย่างแน่นอน

      แต่ก่อนที่กระสุนจะไปถึง...

      ขบวนรถหยุดเบรคอย่างกระทันหัน ทำให้ตัวขบวนเสียรูปแบบไป ด้านหน้าของพวกเขามีบางอย่างปรากฏขึ้นมาจากพื้น

      มันคือกำแพงที่ทำมาจากยางมะตอยของพื้นถนน หนากว่า 2 เมตร มันดูราวกับพื้นถนนเบื้องหน้างอกขึ้นมาและกลายเป็นกำแพง

      นั่นเป็นฝีมือของนักเวทย์หญิงที่ยืนอยู่บนหลังคารถทหาร – เนลลี่

      กระสุนนั้น ถึงแม้จะเป็นปืนใหญ่ต่อต้านรถถังก็ไม่สามารถเจาะทะลุกำแพงคอนกรีตที่หนากว่า 2 เมตรได้ ดังนั้นขบวนรถของกองกำลังใต้ดินจึงไม่ได้รับความเสียหาย แต่เนื่องจากถนนถูกทำให้กลายเป็นกำแพงไปแล้ว รถทหารของพวกเขาจึงไม่สามารถไปต่อได้

      พวกเขาตัดสินใจลงมาจากรถยนต์เพื่อเดินเท้า

      นั่นอาจจะดูเป็นความคิดโง่ๆ เพราะพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับกองกำลังอัศวินติดอาวุธและปืนใหญ่ต่อต้านรถถัง

      แต่พวกเขาไม่ได้มาตัวเปล่า

      ทุกคนที่อยู่ที่นั่นสวมชุดเกราะเวทมนต์ มันสามารถป้องกันกระสุนได้ทุกชนิดด้วยการสร้างกำแพงลม และสามารถต้านทานเวทมนต์ได้ด้วยการยกเลิกเวทมนต์

      หากชุดเกราะของพวกเขาไม่ชำรุดหรือมีมานาไม่พอ พวกเขาก็ไร้เทียมทาน

      แน่นอนว่าชุดเกราะนั้นสามารถใช้งานได้ในเวลาจำกัด แต่ตอนนี้พวกเขายังมีเวลาเหลือเฟือ จึงไม่ต้องกังวลถึงเรื่องนั้นแม้แต่น้อย

      เหล่าอัศวินที่ไม่รู้เรื่องนั้นกำลังเล็งปืนใหญ่ไปทางพวกเขา และเตรียมยิงอีกครั้ง รวมทั้งอัศวินที่ถือปืนกลอยู่ก็เล็งไปทางพวกเขาเช่นเดียวกัน

      พร้อมจะเหนี่ยวไกทุกเมื่อ

      หัวหน้าครับ”

      อืม...เมื่อกี้มันเวทมนต์งั้นเหรอ?”

      ครับ หรือจะเป็นนักเวทย์ของสภาเวทมนต์?”

      ไม่มีทาง พวกนั้นไม่มีทางส่งคนของตัวเองมาหรอก ให้ทุกคนเตรียมพร้อม”

      หัวหน้าอัศวินคาดการเอาไว้อย่างนั้น เขาจึงคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะแพ้มากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถหนีออกไปได้ เขาจึงหยิบดาบขึ้นมาไว้ในมือ ก่อนจะเดินไปยังแถวหน้ากระดานของอัศวินที่กำลังเล็งปืนกลไปทางกองกำลังใต้ดิน

      ระยะประมาณ 300 เมตร

      เขากำดาบเอาไว้ในมือ มันไม่ใช่อาวุธสำหรับต่อสู้ โดยปกติแล้วหัวหน้าอัศวินจะเป็นคนคอยออกคำสั่งและให้สัญญาณต่างๆ ดังนั้นดาบคือเครื่องมือส่งสัญญาณให้เหล่าอัศวินเปิดฉากยิง

      ยิงได้!”

      หัวหน้าอัศวินตะโกนออกเป็นสัญญาณ หลังจากนั้นเสียงปืนหลายกระบอกก็ดังขึ้นให้ได้ยิน

      มันเป็นเสียงการต่อสู้ที่น่าหวาดผวา

      ลำแสงของกระสุนจำนวนมากเคลื่อนที่ผ่านจุดหนึ่งของถนนไปยังอีกจุดหนึ่งของถนนราวกับหาฝน คนธรรมดาถึงพยายามหลบก็คงไม่สามารถหลบพ้น คงโดนกระสุนเหล่านี้เปลี่ยนให้ร่างกายเป็นรูเหมือนรังฝึ้ง

      ถึงระยะห่าง 300 เมตรนั้นทำให้ยิงโดนได้ยาก แต่ห่ากระสุนแบบนี้คงเพิ่มโอกาสความสำเร็จขึ้นเท่าตัว ตอนนี้พวกอัศวินกำลังพึงพอใจกับผลลับที่เห็น

      ก่อนที่พวกเขาจะรู้สึกผิดสังเกตอะไรบางอย่าง...

      ไม่ว่าจะยิงไปมากเท่าไหร่ ไม่ว่าจะยิงออกไปเยอะแค่ไหน ไม่ว่าจะยิงไปนานแค่ไหน ไม่ว่าจะระยะห่างเท่าไหร่ แต่พวกทหารรับจ้างยังไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว

      ความกดดังแล่นผ่านกระดูกสันหลังของหัวหน้าอัศวิน

      เป็นไปได้ยังไง? เวทมนต์งั้นเหรอ? ไม่สิ การควบคุมให้พื้นถนนกลายเป็นกำแพงคือเวทมนต์ดิน ถ้าอย่างนั้นไม่น่าจะสร้าง กำแพงลม ที่เป็นเวทมนต์ลมมาป้องกันกระสุนไว้ได้... หรือจะบอกว่ามีนักเวทย์อยู่อีกงั้นเหรอ? บ้าน่า พวกกองกำลังใต้ดินจะไปมีนักเวทย์แบบนั้นได้ยังไง”

      เขาพยายามคิดวิเคราะห์ แต่ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปได้

      กองกำลังเวทมนต์คือทหารรับจ้าง ไม่ใช่นักเวททย์ เพราะทหารรับจ้างส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้ ถึงแม้ว่าจะมีนักเวทย์อย่าง เนลลี่ อยู่ แต่นั่นเป็นส่วนน้อยเท่านั้น ข้อคิดที่ว่าพวกนั้นมีนักเวทย์อยู่อีกจึงเป็นไปไม่ได้

      อัศวินทุกคนไม่รู้ว่าพวกเขากำลังสวมใส่ชุดเกราะเวทมนต์อยู่ พวกเขาจึงได้แต่ยิงออกไปอย่างบ้าคลั่ง จนกระสุนเหลือน้อยลงทุกที

      หัวหน้าอัศวินจึงสั่งให้หยุดเพื่อรอดูการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย

      หยุดก่อน!”

      เขามองไปยังกลุ่มทหารรับจ้างจำนวนมาก

      พวกนั้นกำลังเดินเข้ามาอย่างชิวๆ ไม่มีแม้แต่ท่าทางเป็นกังวลหรือร้อนรน

      หัวหน้าอัศวินสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง นั่นคือเนลลี่ และเขาคาดการณ์ได้ว่าเธอคือนักเวทย์ที่คอยป้องกันกระสุนทั้งหมดเอาไว้ เขาจึงคิดว่าเธอคือตัวอันตรายที่ต้องกำจัดให้รวดเร็วที่สุด

      ปืนใหญ่ เล็งไปทางผู้หญิงคนนั้น!”

      หลังจากคำสั่ง พวกอัศวินที่ประจำอยู่ตรงปืนใหญ่ก็ปฏิบัติทันที่ พวกเขาเล็งปืนไปทางเนลลี่ ตอนนั้นเองที่พวกกองกำลังใต้ดินเริ่มยิงตอบโต้

      *ปัง ปัง ปัง*

      เสียงปืนดังขึ้น และกระสุนจำนวนมากก็พุ่งเข้าใส่เหล่าอัศวินที่ยืนเรียงรายกันอยู่ ทำให้พวกเขาก็หลบเข้าหาที่กำบังซึ่งได้เตรียมเอาไว้

      กระสุนนัดหนึ่งพุ่งเข้าใส่ไหล่ซ้ายของหัวหน้าอัศวิน

      อัก!”

      หัวหน้า”

      ไม่ต้องสนใจชั้น! ปืนใหญ่ ยิงไปซะ!”

      รับทราบ!”

      *ปัง*

      ปืนใหญ่ถูกยิงไปอีกครั้ง และแน่นอนว่าผลที่ออกมาคือ ล้มเหลว

      นั่นทำให้ฝ่ายอัศวินอยู่ในความเสียเปรียบอย่างมาก เพราะห่ากระสุนที่โจมตีเข้ามาทำให้ไม่สามารถยิงตอบโต้ได้ กลับกัน ถึงสามารถยิงตอบโต้ได้ก็ไม่สามารถทำความเสียหายให้อีกฝ่ายได้เลย

      หัวหน้าอัศวินลงไปนั่งกับพื้น เขาออกคำสั่งกับหน่วยติดต่อข่าวสาร

      รีบแจ้งให้เบื้องบนทราบถึงสถานการณ์เร็วเข้า”

      รับทราบ!”

      (ยังไงก็ต้องปกป้องเอาไว้ จะถ่อยไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว)

      การต่อสู้อันนองเลือดระหว่างกลุ่มอัศวินและกองกำลังใต้ดินก็ได้เปิดฉากขึ้น โดยมีฝ่ายอัศวินที่เสียเปรียบเพราะไม่สามารถทำอะไรอีกฝั่งได้เลย

      นี่คือสัญญาณของความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

20 ความคิดเห็น