Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 28 : Chapter IV - Part 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ม.ค. 62




12




      กองกำลังใต้ดินถูกกองกำลังอัศวินหลักเข้าล้อม พวกเขาจึงต้องกระจายตัวออกไปในทิศทางต่างๆของเขตพระราชวังเพื่อฝ่าวงล้อมออกไป ทำให้สนามรบกระจายตัวออกกว้างมากขึ้น โชคดีที่บริเวณรอบนอกของพระราชวังเป็นสนามหญ้าและป่า ทำให้ไม่เกิดความเสียหายมากมาย

      อาณาจักรอลิสเซียเป็นอาณาจักรเกาะเล็กๆ ทำให้การรวมกองกำลังป้องกันเอาไว้ในที่เดียวมีประสิทธิภาพมากว่าการกระจายกำลังออก บริเวณโดยรอบพระราชวังจึงถูกเว้นเอาไว้เป็นสนามหญ้าและป่ารกร้างสำหรับต่อสู้เพื่อป้องกัน

      ชายร่างใหญ่ผู้สวมชุดเกราะแน่นหนาและหมวกปิดบังใบหน้ากำลังวิ่งไปตามแนวป่า เส้นลำแสงของกระสุนหลายนัดพุ่งเข้ามาแต่ชุดเกราะเวทมนต์สามารถป้องกันเอาไว้ได้จึงไม่เป็นปัญหา สิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดคือรถถัง เพราะกระสุนของรถถังมีความรุนแรงพอที่จะเจาะ เกราะลม ของชุดเกราะเวทมนต์ได้

      ในมือของชายร่างใหญ่มีเพียงปืนกลเท่านั้น มันไม่สามารถต่อกรกับรถถังได้ เขาจึงต้องวิ่งไปมาเพื่อหลบกระสุนรุนแรงของรถถัง

      เนลลี่ซ่อนตัวอยู่ในเงาไม้ที่อยู่ไม่ห่างจากจุดนั้น เวทมนต์ของเธอคือเวทมนต์ดิน มันไม่สามารถใช้โจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เธอมีวิธีการใช้เวทมนต์ที่แปลกใหม่ ระหว่างที่ชายร่างใหญ่ดึงความสนใจของกองอัศวินและรถถังอยู่นั้น เนลลี่ก็ได้โอกาสในการใช้เวทมนต์ของเธอเข้าจู่โจม

      เธอเร่งกล้ามเนื้อด้วยมานาแล้ววิ่งเข้าไปใกล้รถถังอย่างรวดเร็ว พวกอัศวินที่ไม่ได้ตั้งตัวจึงถูก หนามดิน ที่เนลลี่สร้างขึ้นมาแทงเข้าที่หน้าอกจนล้มลงไปกับพื้น ความเป็นความตายของพวกเขาไม่มีใครทราบ แต่เลือดไหลออกมาจากบาดแผลจนย้อมพื้นหญ้าสีเขียวให้เป็นสีแดง

      เธอร์ร่า อาเซน * ”

      หลังจากที่เนลลี่ร่ายคีย์เวิร์ด พื้นดินก็งอกขึ้นมาจากบริเวณรอบๆรถถังราวกับโซ่ตรวน พวกมันยึดส่วนต่างๆของรถถังเอาไว้ ทำให้รถถังทำงานติดขัด ก่อนที่ปากกระบอกปืนใหญ่จะถูกโซ่ดินทำให้หักงอจนไม่สามารถใช้การได้

      เมื่อเป็นเช่นนั้น เหล่าอัศวินที่ขับรถถังอยู่ด้านในจึงพยายามออกมา แต่ทันทีที่เปิดฝาประตูออก พวกเขาก็พบกับเนลลี่ที่ยืนอยู่บนตัวรถถัง เธอโยนระเบิดมือเข้าไปด้านในตัวรถถัง แล้วค่อยใช้เท้าปิดฝาประตู ทำให้เหล่าอัศวินไม่สามารถออกมาได้ และด้านในนั้นก็คือระเบิดมือที่กำลังจะปะทุ

      เนลลี่รีบกระโจนออกห่าง ก่อนที่เสียงอันน่าสะพรึงกลัวจะดังขึ้น

      *ตูม*

      ระเบิดมือด้านในรถถังระเบิด คงไม่มีใครสามารถรอดจากการรับแรงระเบิดระยะเผาขนในที่แคบได้ เนลลี่จึงไม่ต้องเปิดฝาประตูรถถังเพื่อเช็คดูด้านใน อีกอย่าง ภาพด้านในรถถังของไม่น่าดูเป็นแน่

      เสร็จแล้วใช่ไหม?” ชายร่างใหญ่ตะโกนมาทางเนลลี่ เธอจึงพยักหน้าตอบ

      ตอนนี้ทหารรับจ้างอื่นๆก็กำลังกระจายตัวกันต่อสู้ แต่คงไม่เป็นไปได้ราบรื่นเหมือนพวกเขา การต่อสู้กับรถถังด้วยปืนกลนั้นเป็นอะไรที่ยาก พวกเนลลี่สามารถทำแบบนี้ได้เพราะเนลลี่คือนักเวทย์

      ชายร่างใหญ่เดินเข้ามา ดูเหมือนว่ารอบๆจะไม่มีอัศวินแล้ว

      สมกับเป็นนักเวทย์” เขาพูดชื่นชม “ไอ้ที่ว่า นักเวทย์คนเดียวมีความสำคัญมากกว่ารถถัง 10 คัน เนี่ย เป็นเรื่องจริงงั้นสิ”

      ระหว่างที่เขาพูด เสียงของชายวัยกลางคนอีกคนก็ดังขึ้นมาจากอีกทาง มันเป็นเสียงของชายใส่แว่นตากลมๆเล็กๆ ไว้ผมยาวสีน้ำตาลแก่ เส้นผมแต่ละเส้นไม่ได้รับการดูแล ใบหน้าดูแก่และเย่อหยิ่ง

      แหมๆ ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ? เพราะนักเวทย์น่ะ ทรงพลังเป็นที่สุด”

      แกคือ...” ชายร่างใหญ่พยายามนึกชื่อของเขา

      แหมๆ อย่าทำเป็นจำไม่ได้สิครับ ผมเองก็สามารถใช้เวทมนต์ได้นะครับ ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

      ชายผู้เย่อหยิ่งพูดแล้วชำเลืองไปทางเนลลี่ราวกับดูถูก แต่เนลลี่ไม่มีวี่แววว่าจะอารมณ์เสีย เขาจึงเดาะลิ้นแล้วกอดหน้าอกด้วยความไม่สบอารมณ์

      *ตื๊ด ตื๊ด*

      เสียงของอุปกรณ์ดังขึ้นมาจากกระเป๋าของชายร่างใหญ่ เขาหยิบมันขึนมาดู ก่อนจะเริ่มทำสีหน้าเคร่งเครียด เหมือนว่าข้อความที่ส่งมาทางอุปกรณ์นั้นจะเป็นรายงานของทหารรับจ้างกลุ่มอื่นๆ ดูเหมือนว่าการต่อสู้นี้กองกำลังใต้ดินกำลังเสียเปรียบ

      ชายร่างใหญ่หันไปคุยกับเนลลี่โดยไม่สนใจต่อท่าทางของชายผู้เย่อหยิ่ง

      กลุ่มอื่นๆกำลังปะทะกับรถถังประมาณ 12 คัน เธอคนเดียวคงจัดการไม่ไหว”

      เมื่อได้ยินเช่นนั้น เนลลี่ก็ลองตรวจดูสภาพร่างกายของ เธอนำมือขึ้นมากำแล้วแบออก 2-3 ครั้ง เพื่อดูว่าตนยังมีแรงเหลืออยู่หรือไม่ หลังจากเสร็จแล้วเธอก็ส่ายหน้าให้กับชายร่างใหญ่

      งั้นต้องถอยก่อนสินะ...” ชายร่างใหญ่พูด แต่เมื่อทำเช่นนั้น ชายผู้เย่อหยิ่งก็ปะทุอารมณ์ขึ้นทันที

      เฮ้ย! อะไรเนี่ย!? พวกแกจะถอยตอนนี้ไม่ได้นะ”

      มันช่วยไม่ได้ พวกเรารับมือกับรถถัง 12 คันไม่ไหวหรอก อีกอย่าง จะให้ทหารรับจ้างไม่ถึง 1000 คนไปสู้กับราชวงศ์แบบนี้ ถึงจะมีชุดเกราะพิเศษนี่ มันก็ชนะไม่ได้หรอก”

      นี่แก! ถ้าแกสั่งถอยตอนนี้ละก็ ฉัดจะฆ่าแกตรงนี้-” ชายผู้เย่อหยิ่งพูดไม่ทันจบ เสียงระเบิดก็ดังขึ้น

      *ปัง*

      ชายร่างใหญ่ยิงปืนกลในมือ กระสุนพุ่งผ่านหัวของชายผู้เย่อหยิ่งไปอย่างเฉียดฉิว ความกลัวทำให้เขาทรุดลงไปกับพื้นและพูดอะไรไม่ออก ร่างกายของเขาสั่นเทา แล้วชายร่างใหญ่ตะคอกใส่เขา

      ไอ้หมาของสภาเวทมนต์ ฉันไม่ออกคำสั่งให้คนไปตายหรอกเว้ย!” เขาพูดพร้อมเปลี่ยนแม็กกาซีนของปืนกล

      เนลลี่ที่อยู่ด้านข้างก็หยิบอุปกรณ์แบบเดียวกันขึ้นมาส่งข้อความถอยทัพให้ทหารรับจ้างคนอื่นๆ เมื่อเสร็จแล้วเธอก็พยักหน้ายืนยันกับชายร่างใหญ่ ด้านข้างมีชายผู้เย่อหยิ่งที่มีสีหน้าไม่พอใจผสมกับความกลัว แล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากจุดนั้น

      (จำไว้เลยพวกแก!) เขาคิดในใจพร้อมจิตอาฆาต




13




      หลังจากดื่ม โพชั่น สำหรับฟื้นฟูมานาแล้ว บอริกก็นั่งพักบนเก้าอี้ ดูเหมือนว่าสถานการณ์ต่างๆจะเป็นไปได้ด้วยดี เขาจึงฝ่อนคลายความเครียดลงเช่นเดียวกับเหล่าอัศวินรอบๆ โซเฟียเข้าไปช่วยทำอาหารง่ายๆกับเหล่าพ่อครัวในโซนทำอาหารที่ถูกสร้างขึ้นมาเรียบๆ อัศวินบางส่วนก็กำลังช่วยกันจัดโต๊ะเพื่อเตรียมกินอาหารยามเย็น

      ในมือของบอริกมีดาบเล่มหนึ่งอยู่ เขาไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากนัก บอริกจึงลุกขึ้นไปยังลานว่าง ก่อนจะเริ่มฟันอากาศรอบๆด้วยดาบในมือไปมา เสร็จแล้วเขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย

      เสียงของเด็กสาวดังออกมาจากด้านข้าง

      บ้าพลังอีกแล้วเหรอคะ?”

      คุณลาเวนเดอร์?” บอริกทำสีหน้าเอือมระอา เพราะเขาโดนเรียกแบบนี้หลายครั้ง “ก็แค่อยากลองเหวี่ยงมันดูนะครับ ดาบเล่มนี้...”

      อาหารใกล้เสร็จแล้วค่ะ องค์หญิงให้มาเรียกนะค่ะ” ลาเวนเดอร์พูดพร้อมชี้ไปยังเหล่าอัศวินที่นั่งกันอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหาร รอบๆมีแม่ครัวที่กำลังเตรียมเสริฟอาหารอยู่ ดูแล้วก็ไม่ใช่อาหารที่มีราคาหรูอะไรมากนัก แต่ความหิวของเหล่าอัศวินก็ทำให้มันดูมีค่าขึ้นมาทันที

      บอริกเก็บดาบเข้าไปในฝัก

      อืม งั้นไปกันเถอะครับ”


      ก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้น เหล่าอัศวินก็ยืนเรียงแถวกันเป็นระเบียบ ด้านหน้าของแถมมีบุคลที่ดูคล้ายกับหัวหน้าอัศวินยืนออกคำสั่งอยู่

      ทุกคนฟังให้ดี องค์หญิงถึงกับเดินทางมาหาพวกเราถึงที่นี่ และทำอาหารให้!”

      หลังจากที่หัวหน้าอัศวินกล่าวให้เหล่าอัศวินฟัง เสียงฮือฮาก็ดังขึ้น อัศวินแต่ละคนต่างพูดคุยกันอย่างกระตือรือร้น การได้กินอาหารฝีมือขององค์หญิงนั้นนับเป็นเกียรติอย่างสูงของพวกเขา ทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตารอกันจนน้ำลายไหลย้อยออกมาจากปาก

      เงียบก่อน!” หัวหน้าอัศวินควบคุมสถานการณ์วุ่นวายได้อย่างง่ายดาย สมกับที่เป็นอัศวินที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี แล้วเขาก็พูดต่อ

      ท่านองค์หญิงจะร่วมทานอาหารกับเราด้วย ดังนั้น ทุกคน! เราจะกินอย่างมูมมามต่อหน้าองค์หญิงไม่ได้เด็ดขาด!” ว่าแล้วเขาก็เดินไปที่โต๊ะ ซึ่งมีจานอาหารของเหล่าทหารวางเอาไว้ “เราต้องกินอย่างผู้ดี! ให้เห็นว่าพวกเรา เหล่าอัศวิน เหมาะสมกับคำว่า อัศวินแห่งอาณาจักรอลิสเซีย!”

      หลังจากที่เขาพูดจบ เสียงกู่ร้องของเหล่าอัศวินก็ดังขึ้น “โอ้ว!” แต่เหล่าอัศวินก็ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าอัศวินต่อ

      ดังนั้น! อัศวินทุกนาย! กลับหลัง หัน”

      ถึงจะมีความงุนงงอยู่เล็กน้อย แต่เหล่าอัศวินก็ทำตามโดยดี หัวหน้าอัศวินจึงเดินไปหยิบจานมาจากมือของสาวใช้ แล้วเดินไปตักอาหารอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด เหล่าสาวใช้ที่เห็นดังนั้นจึงมีสีหน้าหนักใจเล็กน้อย พวกอัศวินที่หันหลังให้อยู่จึงไม่สังเกตเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อผ่านไปซักพักก็มีคนเริ่มสงสัย แล้วหันมาดู...

      หะ หัวหน้า! ชิงตักอาหารก่อนแบบนั้นมันขี้โกงนี่ครับ!”

      คำพูดของเขาทำให้กองอัศวินลุกเป็นไฟ

      ทำแบบนี้ได้ไงเนี่ย! หัวหน้าครับ!”

      ใช้อำนาจในทางที่ผิดนิครับ!”

      หัวหน้าอัศวินที่ถูกจับได้ จึงมองไปยังเหล่าอัศวินด้วยแววตาจริงจัง นั่นทำให้เสียงบ่นหยุดไป เขาค่อยๆเดินไปรอบๆด้วยท่าทางเยือกเย็น ก่อนจะหันมาพูดกับเหล่าอัศวิน

      พวกแก...”

      ทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงของเขา เหล่าอัศวินก็กลืนน้ำลายด้วยความกลัว แล้วหัวหน้าอัศวินก็พูดต่อ

      ของแบบนี้ต้องให้คนตำแหน่งสูงกินก่อนสิฟะ!” ว่าแล้วหัวหน้าอัศวินก็วิ่งหายลับไปพร้อมกับจานอาหารที่เต็มไปด้วยของอร่อยจนเกือบล้นจาน เหล่าอัศวินถึงกับยืนตาค้างเมื่อเห็นหัวหน้าของตนใช้อำนาจในทางที่ผิดแล้ววิ่งหนีไปพร้อมกับอาหาร

      ผ่านไปชั่วครู่ด้วยความนิ่งเงียบ แล้วเหล่าอัศวินก็พุ่งเข้าไปตักอาหารด้วยความหิวโหยขั้นสุด แต่ละคนต่างตะโกนและกู่ร้องออกมาด้วยข้อความประมาณว่า “อาหารที่องค์หญิงทำ!” บ้างก็ “เหล่าสาวใช้สุดสวนทำอาหารให้!” ทำให้เหล่าสาวใช้ที่ถูกพูดถึงต้องถอยห่างออกไปจากเหตุการณ์

      บอริกและลาเวนเดอร์นั่งกินอาหารอยู่อย่างเงียบๆบนโต๊ะที่ห่างออกมา พวกเขามองไปยังองค์หญิงที่ยืนทำท่าทางภูมิใจอยู่ ณ ใจกลางของเหล่าอัศวินที่กำลังทานอาหารด้วยความหิวโหย

      บอริกสะกิดใจถึงอะไรบางอย่างขึ้นได้ แล้วเขาก็หันไปถามกับลาเวนเดอร์ซึ่งนั่งอยู่ด้านข้าง

      จะว่าไปแล้ว...องค์หญิงทำอาหารเป็นด้วยเหรอ?”

      ลาเวนเดอร์กำลังตักอาหารเข้าปาก แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำถามของบอริก

      นายก็รู้นิคะ... ว่าองค์หญิงของเราทำอาหารไม่เป็น...” แล้วเธอก็ใช้ซ้อมจิ้มแครอทต้มในจานขึ้นมา “องค์หญิงที่ไปช่วยงานนะ คืองานปอกแครอทน่ะค่ะ...”

      นะ นั่นสินะครับ...”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

20 ความคิดเห็น