Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 4 : Chapter I + Part 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    29 ก.ค. 62


4


     บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงกลางห้องแสดงตัวเลข 1 ชั่วโมง นั่นคือเวลาที่ต้องใช้ในการอัปโหลดข้อมูลจากกระเป๋าสี่เหลี่ยมบนโต๊ะ

     ลาเวนเดอร์แอบอยู่ด้านหลังโต๊ะที่อยู่ห่างจากตรงนั้นพอควร กล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างของเธอได้รับภาระหนักเพราะใช้มานาเร่งกล้ามเนื้อมากเกินไปเป็นเวลานาน

     อีกด้านหนึ่งของการต่อสู้ เวโรนิก้าสามารถใช้เวทมนตร์ลมในการต่อกรกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บุกเข้าได้ ตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถฝ่าการป้องกันของเธอเข้ามาได้ และเสียงปืนรอบๆก็สงบลงแล้ว

     หมดแล้วงั้นเหรอ?”

     ชายหนุ่มใจร้อนที่ยืนอยู่ด้านข้างกับเธอพูดขึ้นขณะเล็งปืนไรเฟิลไปยังประตูทางเดินที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจบุกเข้ามา เขายังไม่ประมาท

     พวกนั้นน่าจะรอกำลังเสริม แล้วค่อยบุกมาใหม่ล่ะมั้ง?”

     ชายแกคาดการณ์เอาไว้แบบนั้น แต่เวโรนิก้ากลับยังไม่วางใจ ก่อนหน้านี้เธอมองเห็นนักเวท 3 คนจากสภาเวทมนตร์ยืนอยู่ด้านนอก แต่พวกนั้นยังไม่บุกเข้ามา

     (พวกนั้นรออะไรอยู่นะ...? หรือว่า!?)

     จู่ๆเธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ นั่นทำให้สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความร้อนรน เวโรนิก้าออกตัววิ่งมายังบานหน้าต่างที่แตกแล้วมองออกไปด้านนอก

     รอจังหวะที่กองกำลังตำรวจถอยออกไปแล้วงั้นเหรอ?”

     ด้านนอกมีร่างของนักเวทสามคนลอยอยู่กลางอากาศโดยมีมานาสีฟ้าแผ่ออกมาจากคนตรงกลาง เขาคงใช้เวทมนตร์ลมสร้างแท่นเหยียบแล้วยกให้ทั้ง 3 คนลอยอยู่ได้

     เอมเบอร์ยืนขมวดคิ้วอยู่ตรงกลางห้อง แน่นอนว่าตรงนั้นก็มองเห็นว่านอกน่าต่างมีอะไร ดังนั้นเธอจึงแผ่มานาสีแดงเพลิงออกมาเตรียมพร้อม

     อืม... เวโรนิก้า คิดว่าพวกเราจะกันเอาไว้ได้ไหวรึเปล่า”

     ฉันก็ไม่รู้สิ... นักเวทที่ไม่ได้รับการฝึกตามหลักสูตรคงจะเทียบชั้นกับนักเวทของสภาเวทมนตร์ไม่ได้ล่ะนะ”

     ลาเวนเดอร์อยู่ในมุมอับจึงมองออกไปด้านนอกไม่เห็น แต่ดูจากท่าทางของเอมเบอร์แล้วเธอก็สามารถรู้ได้ว่ามีอะไรอย่างนอกหน้าต่าง และสิ่งที่คิดได้มีเพียงอย่างเดียว

     (นักเวทพวกนั้นเริ่มบุกเข้ามาแล้วงั้นเหรอ? ต้องรีบแย่งกระเป๋านั่นไปให้ได้ หรือถ้ากรณีที่เลวร้ายที่สุด ต้องทำลายคอมพิวเตอร์นั่นทิ้ง...)

     ลาเวนเดอร์มองไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อดูเวลา ตอนนี้เธอเหลือเวลา 40 นาทีก่อนที่การอัปโหลดจะเสร็จสิ้น เธอต้องหยุดมันก่อนหน้านั้น

     ระหว่างที่ลาเวนเดอร์พยายามหาทางเข้าใกล้ ชายทั้งสามคนก็เริ่มเปิดฉากยินปืนไรเฟิลไปยังนักเวท 3 คนที่ลอยอยู่นอกหน้าต่าง

     ไม่เป็นอะไรเลยงั้นเหรอ?”

     ไม่ไหวหรอก พวกนั้นน่าจะมีเกราะลมในการป้องกันกระสุน...”

     เวโรนิก้ารู้ดีว่ากระสุนปืนไม่สามารถเจาะเกราะป้อนกันที่สร้างจากเวทมนตร์ลมได้ เธอจึงเริ่มโจมตีไปด้วยเวทมนตร์ลม ซึ่งมีโอกาสที่จะสำเร็จสูงกว่า

     เธอใช้คมมีดลมในการโจมตี แต่ก่อนที่จะทำแบบนั้นได้ หนึ่งในนักเวทก็ชิงลงมือก่อน เขาตอบโต้กลับด้วยหอกลมขนาดใหญ่ที่เกิดจากการก่อต่อกันของมวลอากาศเป็นรูปร่างหอก

     หอกลมและคมมีดลมพุ่งเข้าปะทะกัน เกิดแรงลมมหาศาลขึ้นตรงบานหน้าต่าง ผลักให้ชายทั้งสามที่ยืนอยู่ใกล้ๆกระเด็นออกไป

     ระหว่างที่เกิดความโกลาหล หนึ่งในนักเวทก็กระโจนเข้ามาในห้องผ่านทางหน้าต่างอย่างนุ่มนวลและไร้เสียง สร้างมวลอากาศเป็นแรงสั่นสะเทือนไปยังเอมเบอร์ที่อยู่ตรงกลางห้อง

     เอมเบอร์กระเด็นไปชนกับคอมพิวเตอร์ด้านหลัง นักเวทคนนั้นสังเกตเห็นตัวเลขบนหน้าจอและกระเป๋าสีเหลี่ยมที่ตั้งอยู่ด้านข้าง เขาค่อยๆเดินเข้าไปหยิบกระเป๋า

     ไม่ยอมหรอก ถอยออกมาเอมเบอร์!”

     เอมเบอร์พยักหน้าตอบเวโรนิก้า แล้วเธอก็รีบถอยออกจากระยะการโจมตีของคมมีดลมของเวโรนิก้า หลังจากนั้นเวโรนิก้าก็ปล่อยคมมีดลมไปยังนักเวทคนนั้น

     นักเวทเคลื่อนที่ถอยห่างจากกระเป๋าสีเหลี่ยมเพื่อหลบการโจมตี หลังจากนั้นชายวัย 20 ที่อยู่ในห้องก็หยิบปืนไรเฟิลขึ้นมายิงใส่ทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว แต่กระสุนก็ถูงเกราะลมของนักเวทหยุดเอาไว้

     ชิ ไม่ได้ผลงั้นเหรอ?”

     “...”

     นักเวทคนนั้นส่งสัญญาณให้พรรคพวกของตนอีก 2 คนด้านนอก พวกเขาเห็นสัญญาณแล้วจึงกระโจนเข้ามาด้านใน

     นักเวททั้งสองคนเป็นนักเวทเพลิง สังเกตได้จากมานาสีแดง พวกเขาใช้เวทมนตร์เพลิงพ่นไฟใส่ชายทั้งสาม

     ย้าก!”

     เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของชายใจร้อนดังขึ้น เขาโดนเพลิงไหม้ครึ่งหนึ่งของร่างกาย สติของเขาเกือบหลุดไปแล้ว แต่ในวาระสุดท้าย เขาหยิบมีดขึ้นมาแล้วพุ่งไปแทกนักเวทคนหนึ่ง

     แต่แน่นอนว่ามันไม่ง่ายแบบนั้น เพราะนักเวทคนนั้นใช้เกราะลมป้องกันมีดเอาได้ ชายใจร้อนจึงแทงไม่สำเร็จ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยิ้มออกมาเล็กน้อย

     “...?”

     เสร็จฉัน!”

     ชายใจร้อนหยิบปืนลูกโม่ออกมาเล็งไปยังหน้าท้องของนักเวท จ่อเข้าในระยะเผาขน ถึงแม้จะมีเกราะลมแต่ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงจะป้องกันได้ยาก

     นักเวทที่กำลังถูกเอาปืนลูกโม่จ่อหน้าซีดขาว ก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้นต่อมาไม่กี่วินาที แล้วร่างของนักเวทคนนั้นก็ล้มลงไปพร้อมกับชายใจร้อน

     คุณเบรีค!”

     เอมเบอร์หันไปมองเหตุการณ์ด้วยความเป็นห่วง เธอตะโกนเรียกชื่อของชายใจร้อนแต่ก็ไม่มีการตอบกลับ เขานอนแน่นิ่งไปพร้อมกับรอยไหม้บนร่างกาย

     เอมเบอร์!”

     เวโรนิก้ากระโจนมาคว้าร่างของเอมเบอร์แล้วล้มลงไปกับพื้นเพื่อหลบคมมีดลมที่นักเวทอีกคนโจมตีมา เวโรนิก้าช่วยเอาไว้ได้อย่างฉีวเฉียด

     อย่ามองไปทางอื่นระหว่างการต่อสู้สิ”

     อะ..อืม ขอบใจนะ เวโรนิก้า”

     ชายแก่และชายวัย 20 เข้าไปหลบด้านหลังโต๊ะทำงาน ตรงนั้นยังมีนักเวทอีกคนหนึ่ง ซึ่งกำลังดูอาการของเพื่อนที่ถูกชายใจร้อนยิงที่หน้าท้อง

     โอกาสนี้แหละ”

     ทั้งสองคนลุกขึ้นจากที่กำบังแล้วกราดกระสุนไปยังนักเวท ถึงแม้จะมีเกราะลมแต่หากได้รับกระสุนจำนวนมากอาจจะทำให้เวทมนตร์อ่อนประสิทธิภาพลง

     นักเวทปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ เขารีบร่ายเวทมนตร์ไฟโจมตีใส่ทั้งสอง ทั้งสองคนจึงหลบออกมาด้านข้าง

     ชายวัย 20 ปีวิ่งเข้าไปพร้อมกับปืนลูกโม่ เขาคิดจะทำแบบเดียวกันกับชายใจร้อน นั่นคือการเอาปืนจ่อยิงระยะเผาขน ส่วนอีกด้านของชายแก่ก็คิดจะทำแบบเดียวกัน

     ฮึบ”

     นักเวทร่ายเวทมนตร์ยิงไปทั้งสองทิศทาง ชายวัย 20 กระโจนหลบออกมาแล้วพุ่งเข้าไปด้วยความเร็ว แต่ชายแก่ไม่สามารถหลบได้ทันเลยโดนการโจมตีแล้วล้มลงไป

     เข้าใกล้ตัวได้แล้ว!”

     ชายวัย 20 กล่าวแล้วจ่อปืนไปยังคางของนักเวทโดยไม่ลังเล แล้วเหนี่ยวไกอย่างรวดเร็วก่อนที่นักเวทจะตั้งตัวทัน

     *ปัง*

     เสียงปืนดังขึ้นแล้วนักเวทก็ล้มลงไป ชายวัย 20 รีบวิ่งไปดูอาการของชายแก่และชายใจร้อน แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะหมดลมหายใจไปแล้ว

     นักเวทที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับเอมเบอร์และเวโรนิก้าส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเอามือกุมขมับอย่างปวดหัว

     น่าขายน่านักเวทของสภาเวทมนตร์จริงๆ เจ้าพวกสองคนนั่น”

     เขาพูดด้วยน้ำเสียงเอือมระอา ชายวัย 20 ที่กำลังโกรธเกรี้ยวแทนเพื่อของเขาสองคนที่ตายไปก็ปะทุความโกรธออกมาแล้วตะโกน

     นี่แก! พวกนี้มันพรรคพวกของแกไม่ใช่เรอะ?!”

     หุบปาก!”

     นักเวทฟันคมมีดลมเล็กๆไปยังเขา คมมีดลมตัดอากาศขณะเคลื่อนที่เข้าไป มันเฉือนเข้าไปบนผิวหนังของเขาและผลักให้เขากระเด็นไปชนกับกำแพงด้านหลังจนสลบลงไป

     นักเวทหันไปมองยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ถูกปกป้องโดยเวโรนิก้าและเอมเบอร์ มันเขียนบอกเวลาเอาไว้ 20 นาทีเท่านั้น

     งั้นฉันคนนี้ ริชาร์ด จะรับมือกับพวกแกเอง”

     นักเวทพูดแนะนำตัวพร้อมมองไปยังเอมเบอร์และเวโรนิก้า

     “...”

     หลังจากกล่าวเสร็จเขาก็ไม่รอคอย ใช้ใบมีอากาศโจมตีเข้าใส่อย่างรวดเร็ว ใบมีดอากาศ 3 เล่มถูกสร้างขึ้น เล็งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์

     เวโรนิก้าใช้เวทมนตร์ลมในการป้องกัน ส่วนเอมเบอร์สร้างบอลเพลิงขึ้นมาโจมตีตอบโต้ แต่การโจมตีของเอมเยอร์ไม่ได้ผลเพราะบอลเพลิงไม่สามารถโจมตีผ่านเกราะลมไปได้

     ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังแลกเปลี่ยนกันโจมตี ลาเวนเดอร์ค่อยขยับเข้าไปใกล้กับกระเป๋าสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอย่างช้าๆเพื่อไม่ให้ถูกเห็น

     แต่จู่ๆคมมีดลมที่ควรจะพุ่งไปทางเอมเบอร์กลับพุ่งมาทางลาเวนเดอร์แทน เธอรีบกระโจนออกมาจากตรงนั้น ความเจ็บปวดที่ขาทำให้เธอลงไปล้มกับพื้น

     ชิ โดนเห็นแล้วสินะคะ”

     ยังมีพวกอีกคนงั้นเหรอ?”

     ริชาร์ดเห็นลาเวนเดอร์ที่กำลังพยายามซ่อนและเข้าใกล้กระเป๋าจึงโจมตีไป เขาคิดว่าเธอเป็นพวกเขาเอมเบอร์

     ริชาร์ดใช้มานาสีฟ้ารอบๆเปลี่ยนเป็นคมมีดลมโจมตีไปยังลาเวนเดอร์อีกครั้ง รอบนี้ลาเวนเดอร์ไม่มีทางหลบได้แน่

     เอมเบอร์อาศัยโอกาสที่ริชาร์ดให้ความสนใจกับลาเวนเดอร์โจมตีทีเผลอ ยิงบอลเพลิงไปยังริชาร์ดจำนวนมากจนเกิดเป็นระเบิดรุนแรง

     ลาเวนเดอร์ถอยกลับออกมาตั้งหลัก

     แบบนี้ก็เหมือนกลับมาเริ่มต้นใหม่สิ”

     เธอมองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเช็คเวลาอีกครั้ง อีกไม่มากกว่า 15 นาที การอัปโหลดข้อมูลจะเสร็จสิ้น เธอต้องหาทางทำอะไรซักอย่าง

     ลาเวนเดอร์มีทางเลือกสุดท้าย

     (ต้องทำลายข้อมูลนั่นจริงๆเหรอ? ทั้งๆที่มันสามารถทำให้ฝ่ายราชวงศ์ชนะได้แท้ๆ)

     แต่หากปล่อยเอาไว้ ข้อมูลของห้องทดลองนองเลือดนั่นต้องถูกเผยแพร่ แน่นอนว่าสภาเวทมนตร์จะถูกเปิดโปง แต่ยังมีโอกาสเป็นไปได้ว่าประชาชนที่รู้เรื่องเข้าจะคิดว่าราชวงศ์มีส่วนร่วมด้วย ราชวงศ์จะได้รับลูกหลงทันทีหากเป็นแบบนั้น ลาเวนเดอร์ปล่อยให้อะไรแบบนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ ใบหน้าขององค์หญิงโซเฟียและคนอื่นๆโผล่ขึ้นมา

     (ไม่หรอก เราทำเพียงแค่สิ่งที่เราทำได้เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว)



     อเล็กเซย์และเลวินยืนอยู่ด้านนอกของสถานีฯ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสนามต่อสู้ของนักเวท เอมเบอร์และเวโณนิก้ากำลังต่อกรกับนักเวทจากสภาเวทมนตร์อยู่ที่นั่น

     อเล็กเซย์มองเข้าไปด้านในผ่านหน้าต่าง เขาเห็นแสงเพลิงและประกายไฟปะทุขึ้นเป็นระยะๆ ดาดฟ้าตึกสูงที่พวกเขายืนอยู่ห่างจากที่นั่นพอประมาณ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดปลีกย่อยได้ แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ว่ามีการต่อสู้อยู่ที่นั่น

     เวทมนตร์เพลิง...”

     เขาพูดออกมาเมื่อสังเกตเห็นประกายมานาสีแดงและเปลวเพลิง เลวินที่อยู่ด้านข้างพยักหน้าเพื่อยืนยันว่าความคิดของอเล็กเซย์ถูกต้อง ในมือของเลวินมีเอกสารปึกหนึ่ง

     อเล็กเซย์หันไปมองเอกสารที่เลวินหยิบขึ้นมาจากการเป๋าเสื้อด้วยสีหน้างุนงงและสงสัย

     นายเอาพวกเอกสารพวกนั้นมาจากไหน? อีกอย่าง นายพกเอกสารติดตัวเอาไว้มากขนาดไหนกันแน่เนี่ย?”

     เลวินยิ้มแห้งๆพร้อมหัวเราะเล็กๆด้วยท่าทีกวนบาทาเช่นเดิมก่อนจะตอบคำถามของอเล็กเซย์ด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

     นี่คือความสามารถขจองเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอย่างฉันไงเล่า? จริงๆแล้วก็คิดเอาไว้ว่าจะย้ายข้อมูลทั้งหมดไปไว้ในโทรศัพท์ เปลี่ยนเป็นเอกสารดิจิทอลให้หมด เพราะยังไงโทรศัพท์ก็สามารถพกพาเอกสารได้สะดวกกว่าแบบนี้ละนะ—”

     หลังจากพูดจบ เลวินก็ปลดกระดุมของเสื้อสูทชุดนักเรียน เอกสารจำนวนมากร่วงหล่นลงมาจากกระเป๋าเสื้อสูทเหมือนกับสายน้ำ เศษกระดาษปึกใหญ่กระแทกและกระจายลงพื้นจนปลิวว่อน

     อเล็กเซย์ทำหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย

     นี่ประชดกันรึเปล่า นายเก็บเอกสารพวกนี้ติดตัวเอาไว้ตลอดเลยงั้นเหรอ?”

     แหมๆ ก็ไม่เชิงหรอกนะ...”

     เลวินพูดตอบพร้อมกับทำหน้าเหมือนรู้สึกผิด ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ แสงไฟระเบิดปะทุขึ้นจากภายในสถานนีอีกครั้ง ดึงความสนใจของทั้งสองคนไป อเล็กเซย์เอามือกุมที่หน้าอกและทำหน้าเตรียมใจอะไรบางอย่าง ส่วนเด็กหนุ่มผมฟ้าที่ปลดกระดุมเสื้อสูทชุดนักเรียนก็หยิบปืนพกออกมาเตรียมพร้อม

     อเล็กเซย์สังเกตเห็นปืนพกในมือของเลวิน

     นายจะใช้ไอ้นั่นเหรอ?”

     แน่นอน ก็แหม~ ฉันไม่ใช่นักเวทหรือดราก้อนฮาร์ทแบบนายนิ อีกอย่าง... นี่ก็เป็นอาวุธที่ฉันถนัดที่สุดด้วย”

     แววตาของเลวินเปลี่ยนไปเป็นแววตาของนักฆ่าชั่วครู่ ความกดดันถ่าโถมเข้าใส่อเล็กเซย์อย่างไม่น่าเชื่อจนเขาขนลุกไปแวบหนึ่ง เขาสบัดความคิดนั้นออกจากหัวก่อนจะแผ่มานาสีทองออกมา

     พร้อมแล้วรึยัง เลวิน?”

     อา—”

     อเล็กเซย์และเลวินยืนใกล้ๆกัน มานาสีทองถูกอเล็กเซย์ควบคุมให้ล้อมรอบร่างกายของพวกเขาทั้งสองเอาไว้ แสงเจิดจ้าส่องออกมาจากมานาสีทอง ทิวทัศน์รอบๆตัวของทั้งสองถูกบิดเบี้ยว หลังจากนั้นประตูมิติก็เปิดออกตรงพื้นที่ใต้ฝ่าเท้าของทั้งสอง

     มันเป็นประตูมิติที่ไร้สี ไร้แสง มองไม่เห็นอีกฝั่ง การเดินทางผ่านช่องว่างระหว่างมิติอาจจะเป็นแบบนี้จริงๆ ทั้งสองตกลงไปภายในประตูมิตินั่น แล้วทุกอย่างก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดราวกับอุโมง อีกด้านมีแสงเจิดจ้าอยู่ และพวกเขากำลังตกลงไปที่แสงนั่น




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

20 ความคิดเห็น