Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 47 : Chapter VI - Part 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ก.พ. 62




8




      เด็กสาวและชายร่างใหญ่เดินเข้ามาภายในห้องของโรงพยาบาล ทั้งคู่ถูกนำมาที่นี่โดยเอมเบอร์และอันย่า พวกเธอได้รับคำสั่งจากเด็กหนุ่มที่นั่งรออยู่ด้านในห้อง

      เด็กสาวและชายร่างใหญ่คือเนลลี่และพ่อของเธอ ซึ่งเป็นทหารรับจ้างที่นำกำลังบุกเข้าโจมตีพระราชวังตามคำสั่งของสภาเวทย์ แต่พ่ายแพ้ทำให้โดนจับตัวเอาไว้

      “—ยินดีต้อนรับ ไม่ได้คุยกันนานเลยนะ” เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงในสภาพที่มีผ้าพันแผลพันตามส่วนต่างๆของร่างกายพูดขึ้น

      สภาพของเขาคำให้เนลลี่และชายร่างใหญ่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บมากขนาดนั้น ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังคิดเช่นนั้น เอมเบอร์และเวโรนิก้าก็พาพวกเขาไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกเตรียมเอาไว้ให้ภายในห้อง

      ทั้งสองมีท่าทางอยู่ไม่สุข เพราะตรงหน้าของพวกเขาคือเลวิน เด็กหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง เขารู้ถึงตัวตนของพวกเธอ ทำให้พวกเธอไม่สามารถไว้วางใจเขาได้

      ทำไมร่างกายของแกถึงเป็นแบบนั้น?”

      ชายร่างใหญ่ถาม

      เขาก็คือคนที่เป็นบิดาของเด็กสาวผมสีน้ำตาลทรงโพนี่เทลที่นั่งอยู่ด้านข้าง ในตอนที่คุยกับเลวินครั้งแรก เขาก็รู้ว่าเลวินรู้ถึงตัวตนของเขา นั่นคือ แมคาร์นอฟ เทสลี ส่วนลูกสาวของเขาที่นั่งอยู่ด้านข้างคือ เนลลี่ เทสลี

      ทั้งสองเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ของอาณาจักรอลิสเซียแห่งนี้ ซึ่งใน5ปีก่อนก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เพราะอะไรบางอย่าง พวกเขาทั้งสองก็ปรากฏตัวในฐานะทหารรับจ้าง

      เลวินมองไปยังร่างกายตัวเอง เขาได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับอเล็กเซย์ที่คุ้มคลั่ง แต่ตัวตนของดราก้อนฮาร์ทไม่สามารถเปิดเผยให้ใครอื่นรู้ง่ายๆไม่ได้ เขาจึงตอบกลบเกลื่อน

      ไม่ต้องสนใจๆ ยังไงมันก็ไม่สำคัญหรอก งั้นเรามาคุยเกี่ยวกับเรื่องของพวกเรากันดีกว่า ผมว่าผมให้เวลากับพวกคุณเพื่อไปตัดสินใจอย่างเพียงพอแล้วละ—”

      ความกดดันถ่าโถมใส่ทั้งสอง

      เลวินเคยเสนอให้พวกเขาทั้งสอง นั่นคือการที่ทั้งสองมาร่วมมือกับราชวงศ์แทนที่จะเป็นสภาเวทมนต์ แลกกับการที่จะไว้ชีวิตเหล่าทหารรับจ้างแห่งกองกำลังใต้ดิน

      ตามความเป็นจริงแล้วเลวินได้ให้เวลาพวกเขาเพียงสองวัน แต่เพราะเหตุการณ์ของอันย่า ทำให้ต้องเว้นเรื่องพวกเขาไปก่อน จนกระทั่งมาถึงวันนี้

      เลวินต้องการที่จะใช้กองกำลังใต้ดินในการต่อสู้กับสภาเวทมนต์อย่างลับๆ เช่นเดียวกับที่สภาเวทมนต์เคยทำ แต่การที่จะทำแบบนี้ เขาต้องทำให้หัวหน้าของเหล่าทหารรับจ้างกลายเป็นมิตรให้ได้เสียก่อน ซึ่งตามจริงแล้วเขาอยากจะคุยโดยไม่ต้องต่อรอง แต่ดูเหมือนทำแบบนั้นจะยาก เขาจึงต้องใช้ชีวิตของทหารรับจ้างเป็นตัวประกัน

      พ่อคะ...”

      เนลลี่หันไปมองยังแมคาร์นอฟ เธอไม่อยากที่จะสละชีวิตของทหารรับจ้าง แน่นอนว่าชีวิตของพวกเธอเองก็สำคัญ ดังนั้นตอนนี้การยอมร่วมมือด้วยจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ดูเหมือนแมคาร์นอฟจะยังระแวงเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอยู่

      เขากำลังหาจุดประสงค์และเป้าหมายในการกระทำของเลวิน

      ทหารรับจ้างแต่ละคนต่างมีเรื่องราวของตนเอง มีทหารรับจ้างหลายคนที่ต้องมาทำงานเปื้อนเลือดแบบไม่มีทางเลือก บ้างก็ทำเพื่อคนรัก บ้างก็ทำเพื่อปกป้อง แต่ล่ะคนต่างมีเป้าหมายของตน เป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน

      การที่จะปล่อยให้พวกเขาตายเพราะการตัดสินใจของเขาคนเดียวนั้นมันไม่ยุติธรรมเกินไป แต่เขากำลังกังวลว่า การที่ยอมร่วมมือกับเด็กหนุ่มที่ยื่นข้อเสนอนี้ให้นั้น จะเป็นการนำพาเหล่าทหารรับจ้างเหล่านั้นลงไปยังขุมนรกที่ลึกกว่าเดิมหรือเปล่า?

      เลวินพอเดาความคิดในใจของแมคาร์นอฟได้ แล้วเขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย

      คุณเองก็เคยเป็นราชวงศ์นิน่า? ดังนั้นก็ไม่น่าจะไม่รู้ความน่ากลัวของด้านมืดของราชวงศ์หรอกนะ...”

      นี่! หรือว่านาย!”

      สายตาของแมคาร์นอฟเบิกกว้างอย่างตกตะลึง

      เขาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้โดยไม่รู้ตัวหลังจากที่ได้ยิงที่เลวินพูด เมื่อเขามองเข้าไปภายในดวงตาของเลวิน เขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติในดวงตาทั้งสอง

      การขยับตัวอย่างกระทันหันทำให้เอมเบอร์และเวโรนิก้าเตรียมตัวรับมือทันที แต่หลังจากนั้นไม่นานแมคาร์นอฟก็สังเกตถึงท่าทางของทั้งสองคน ดังนั้นเขาจึงสงบสติอารมณ์แล้วนั่งลงไป เพราะจะทำอะไรวู่วามในสถานการณ์ที่มีชีวิตของคนเป็นพันมาเกี่ยวข้องไม่ได้

      เห็นมันแล้วอย่างงั้นเหรอ?”

      ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ใน 2 ปีก่อน”

      วันที่องค์หญิงลำดับที่หนึ่งครองบรรลัง พิธีปราบดาภิเษก งั้นสินะ...”

      สีหน้าของเนลลี่ที่นั่งด้านข้างๆซีดเผือกเมื่อได้ยินที่ทั้งสองพูดคุยกัน

      บางอย่างซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของอาณาจักรแห่งนี้—อาณาจักรบนเกาะเล็กๆที่มีชื่อว่า อาณาจักรอลิสเซีย แต่ไม่มีใครที่รู้เรื่องของอะไรบางอย่างนั้นพูดถึงมันเลยซักคำ

      บรรยากาศภายในห้องอึมครึม เอมเบอร์และเวโรนิก้าเพียงสองคนที่ไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่ทั้งสองพูดกันได้เลย แต่ในใจของพวกเธอลึกๆสามารถสัมผัสได้ว่า บางอย่าง ที่ว่านั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีหรือควรพูดถึง ดังนั้นทั้งสองจึงเลือกที่จะเงียบต่อไปโดยไม่พูดอะไร

      ภายในไม่กี่วินาทีต่อมา ความเงียบงันในห้องก็ถูกทำลายโดยเสียงพูดของเลวิน

      แต่ไม่ต้องห่วง สิ่งที่พวกเราต้องการจะให้กองกำลังใต้ดินทำน่ะ มันไม่มีความเกี่ยวข้องกับอะไรที่ดำมืดพวกนั้นหรอก” เลวินพยักหน้าให้เอมเบอร์เห็น แล้วเธอก็หยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาให้แมคาร์นอฟดู “และแน่นอน ไม่ใช่ขอฟรีๆ หลังจากนี้ก็ให้คิดซะว่าเป็นงานที่ได้รับว่าจ้างอีกงานหนึ่งแล้วกันนะ แน่นอนว่าเงินรางวัลตอบแทนจะจัดให้อย่างงาม”

      สิ่งที่เอมเบอร์หยิบออกมาให้พวกเนลลี่ดูคือภาพของสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อทั้งสองเห็นภาพนั้นแล้วก็เหงื่อตกขึ้นมาทันที

      สถานที่ที่ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายก็คือสถานที่ที่ไม่เคยมีใครบุกเข้าไปสำเร็จจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้—โรงเรียนเวทมนต์

      มันมีบาเรียแบบใหม่ที่ถูกปรับปรุงให้การฝ่าเข้าไปนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการที่จะให้กองกำลังใต้ดินที่มีแค่ทหารรับจ้างธรรมดาๆบุกเข้าไปนั้นเป็นเรื่องเหลวไหล...ใครๆก็ต้องคิดแบบนี้

      แมคาร์นอฟไม่ต้องการนำกำลังของพวกตนเข้าไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้น เขาจึงคิดจะปฏิเสธ แต่ว่าการทำแบบนั้นจะเท่ากับการละทิ้งชีวิตของตนเองและทหารรับข้างทั้งหมด

      เอายังไงล่ะ?” เลวินยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เหมือนว่าทุกอย่างจะเดินไปตามแผนที่เขาวางเอาไว้

      เหวอ” เอมเบอร์ที่สังเกตเห็นท่าทางแบบนั้นของเขารู้สึกขยะแขยง

      แน่นอนว่าเอมเบอร์รู้จักตัวตนของเลวินในระดับหนึ่ง เธอจึงรู้ดีว่าเขาเป็นคนที่ชอบใช้วิธีการแบบนี้ และทุกครั้งที่เห็นเธอก็อยากที่จะปลิดชีพหมอนี่ทิ้งไปเสียตรงนั้น แต่สามัญสำนึกที่ว่าเขาและเธอเป็นพวกเดียวกันทำให้เธอยับยั้งตัวเองเอาไว้ได้

      เวโรนิก้าเห็นเอมเบอร์มีท่าทางเหมือนน๊อตจะหลุดอยู่แล้วก็เตรียมตัวออกไปห้ามเอาไว้ทุกครั้ง เพราะเด็กสาวนักเวทย์เพลิงผมสีแดงคนนี้ชอบหลุดง่าย หากปล่อยเอาไว้เธอก็อาจจะพุ่งเข้าไปชกหน้าของเลวินเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

      เธอจะปล่อยให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นไม่ได้

      หึ”

      แล้วเจ้าหน้าที่ข่าวกรองก็กำหนดชะตาของแมคาร์นอฟและทหารรับจ้างนับพันของกองกำลังใต้ดิน




9




      อันย่าพยายามวิ่งเข้าหาลิเลียน่าหลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเธอก็โดนการโจมตีปริศนาของลิเลียน่าพุ่งเข้าใส่ จนกระเด็นออกไปเรื่อยๆ และไม่สามารถลดระยะห่างได้เลย

      เด็กสาวที่ไม่ต้องเคลื่อนที่ระหว่างการต่อสู้แม้แต่นิดเดียวพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

      นี่เธอไม่คิดจะหาวิธีอื่นในการพุ่งเข้ามาหาฉันเลยรึงยังไงกัน?”

      แม้อันย่าจะสามารถรู้ข้อมูลที่ว่าลิเลียน่าไม่สามารถป้องกันการโจมตีทางกายภาพได้ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอได้เปรียบขึ้นมาจากเดิม เพราะถึงรู้ว่าโจมตีอย่างไรจะได้ผล หากโจมตีไม่ได้ก็ไร้ประโยชน์ แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่อันย่าก็ยังวิ่งเข้าหาลิเลียน่าต่อไปโดยไม่สนใจอะไร

      ย้าก!”

      เพียงการสวิงดาบของลิเลียน่า อันย่าก็โดนกระแทกที่หน้าท้อง ส่งให้เธอกระเด็นออกไปทันที

      ถึงแม้จะมองดูว่าเธอทำเพียงแค่การวิ่งเข้าใส่ แต่จริงๆแล้วอันย่ากำลังหาวิธีการที่ได้ผล โดยทุกครั้งที่เธอวิ่งเข้าไปเธอจะเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวของเธอ เพื่อที่จะทดสอบดูว่าการโจมตีปริศนาของลิเลียน่าสามารถหลีกเลี่ยงได้หรือไม่ และผลของการทดสอบก็คือ...

      (จุดที่ได้รับแรงกระแทกเปลี่ยนไปทุกๆครั้งที่เราพยายามหลบ แสดงว่าหากเราหลบอย่างรวดเร็วมากพอก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีประหลาดนั่นได้...)

      เหมือนกับการยิงปืน—กระสุนของปืนมีความรวดเร็วเท่าๆกับเสียง ดังนั้นการหลบจึงเป็นไปไม่ได้ แต่หากพยายามหลบก็ทำให้จุดที่กระสุนปืนกำลังพุ่งเข้าใส่นั้นไม่แน่นอน

      การโจมตีปริศนานี้เองก็เช่นกัน

      มันเป็นการโจมตีที่มองไม่เห็น แต่หากพยายามหลบก็จะเปลี่ยนตำแหน่งของการโจมตีได้ และหากหลบด้วยความเร็วที่มากพอ ก็จะไม่ได้รับความเสียหาย เธอก็จะสามารถโจมตีนั่นและเข้าใกล้ลิเลียน่าได้!

      เขตการปกครองเบอลลิทธ์เป็นประเทศที่เด็ดขาดในด้านการปกครอง ซึ่งไม่ใช่ประเทศที่ยอมให้สายลับที่ถูกเปิดเผยตัวตนมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ หากอันย่าตัดสินในหนีกลับไป เธอคงจะจบชีวิตลงเหมือนกับพี่ชายของเธอ

      เธอคงจะถูกปลิดชีวิตโดยสมาชิกในหน่วยที่เธอรู้จัก หรือไม่ก็โดนยิงเป้าโดยเหล่าทหาร บางครั้งก็อาจเป็นวิธีทรมาณจนตาย

      อันย่าไม่มีโอกาสให้เริ่มต้นใหม่ เช่นเดียวกันกับสายลับคนอื่นๆที่พลาดท่า ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถหนีไปไหนได้อีกแล้ว แต่ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง เด็กหนุ่มคนหนึ่งกลับช่วยเธอให้รอดพ้นออกมาจากความตาย

      เธอคิดถึงใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้น

      แล้วมวลอากาศก็ถูกแหวกออกด้วยความเร็วที่มหาศาล โดยร่างของอันย่าพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วมากกว่าเดิมหลายเท่า

      เธอเร่งอุปกรณ์เวทมนต์ที่ช่วยในการเคลื่อนที่ทั่วร่างกายให้เข้าสู่โหมดก้าวข้ามขีดจำกัด ดังนั้นหลังจากการใช้งานครั้งนี้ พวกมันอาจใช้การไม่ได้อีก อันย่าจึงเดิมพันทุกอย่างเอาไว้ในการโจมตีครั้งนี้

      ฮ้าก—!”

      เสียงกู่ร้องของเธอดังสะท้อนไปทั่วห้อง ก่อนที่ใบมีในมือจะเข้าใกล้ลิเลียน่ามากขึ้นเรื่อยๆ ลิเลียน่าสวิงดาบในมือด้วยความรวดเร็ว

      ถึงจะเพิ่มความเร็วไปแต่เธอก็ไม่...”

      ลิเลียน่ามั่นใจว่าการโจมตีของเธอจะสามารถหยุดอันย่าที่พุ่งเข้ามาได้ เธอจึงไม่แสดงท่าทางกังวลใดๆ แต่ทันทีที่เธอประมาทพลังของอันย่า สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...

      ย้าก—”

      ทิศทางของอันย่าเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันโดยไม่สนกฏฟิสิกส์ที่มีชื่อว่าแรงเฉือย ทำให้การโจมตีปริศนาของลิเลียน่าพลาดเป้าอย่างช่วยไม่ได้

      หากปล่อยไว้แบบนี้อนย่าต้องพุ่งเข้ามาใส่ลิเลียน่าได้อย่างแน่นอน ลิเลียน่าจึงคิดหาวิธีการป้องกันให้เร็วที่สุด แต่ระยะห่างระหว่างเธอกับใบมีดของอันย่านั้นน้อยกว่า 2 เมตร ดังนั้นจึงไม่มีทางที่ลิเลียน่าจะสวิงดาบเพื่อโจมตีอีกครั้งได้ทันเวลา

      แล้วเสียงของโลหะกระทบกันก็ดังขึ้น




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

20 ความคิดเห็น