Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 48 : Chapter VI - Part 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 ก.พ. 62




10




      องค์หญิงครับ?”

      บอริกพูดขึ้น

      พวกเขาอยู่ด้านหน้าของประตูบานใหญ่ ที่อีกด้านของประตูมีลิเลียน่าและอันย่าซึ่งกำลังสู้กันอยู่ โดยพวกเขายืนรอกันอยู่ด้านนอกห้อง ขณะนั้นเอง บอริกก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านใน ซึ่งคนอื่นๆที่ยืนอยู่ด้วยไม่ได้ยิน

      มันอาจเป็นเพราะเขาได้รับการฝึกพิเศษสำหรับอัศวินมาตั้งแต่เด็ก ทำให้มีประสาทรับรู้ที่ดีกว่าคนปกติ

      ดูเหมือนว่า...จะจบแล้วนะครับ”

      อืม ฉันเองก็รู้สึกแบบนั้น” โซเฟียหันมาตอบ

      จะเข้าไปเลยไหมคะ?”

      ลาเวนเดอร์ถามระหว่างที่มองไปยังปุ่มปิดประตูบานใหญ่ด้านหน้านี้ แต่ระหว่างที่พวกเขากำลังตัดสินใจกันอยู่นั้น ประตูก็ค่อยๆเปิดออกเอง

      ดูเหมือนว่ามันจะถูกเปิดจากด้านในโดยคนที่พวกเขาก็รู้ว่าเป็นใคร และโซเฟียก็ค่อยๆเดินเข้าไปด้านใน

      ท่านพี่...”

      หืม? โซเฟีย รอนานมั้ย?”

      ระหว่างที่สองพี่น้องคุยกันอยู่ บอริกก็พูดแทรก

      ผลเป็นยังไงบ้างงั้นเหรอครับ?”

      หลังจากที่อันย่าอยู่ในห้องนั้นกับลิเลียน่าไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ผลของการต่อสู้น่าจะออกมาแบบคาดเดาได้ บอริกคิดเช่นนั้น ลิเลียน่าจึงตอบกลับไป

      อืม ฉันแพ้น่ะ”


      หลังจากที่อันย่าสามารถหลบการโจมตีของลิเลียน่าได้ เธอก็ใช้มีดพับในการโจมตี แต่ลิเลียน่าสามารถนำดาบขึ้นมาป้องกันได้ทันในระดับหนึ่ง ป้องกันคมมีดของอันย่า และทำให้เกิดเสียงของโลหะปะทะกันอย่างรุนแรง

      การป้องกันทำให้ลิเลียน่าถูกผลักให้ถอยหลัง เมื่อจุดศูนย์ถ่วงเอียงไปทางด้านหลัง ลิเลียน่าก็สูญเสียการทรงตัว หากปล่อยเอาไว้เธอจะล้มคมำลงไป ดังนั้นลิเลียน่าจึงใช้เท้ายันพื้นเอาไว้เพื่อรักษาการทรงตัว

      แต่หากทำเช่นนั้นก็เท่ากับว่าเธอแพ้การต่อสู้ เพราะเดิมทีลิเลียน่าได้ตั้งข้อแลกเปลี่ยนเอาไว้ว่า หากอันย่าสามารถทำให้เธอขยับเท้าได้ก็จะเท่ากับว่าอันย่าเป็นฝ่ายชนะ

      ผลของการต่อสู้จึงออกมาเป็นอย่างที่เห็น


      เมื่อพวกบอริกได้ยินที่ลิเลียน่าเล่า พวกเขาจึงมองไปยังด้านในของห้อง ซึ่งบริเวณตรงกลางห้องมีร่างของเด็กสาวที่เต็มไปด้วยรอยช้ำจากการปะทะเหลืออยู่ตามร่างกาย

      อันย่าชนะมาได้อย่างหวุดหวิด

      อุปกรณ์เวทมนต์ทั้งหมดของเธอเสียหายเพราะการใช้แบบเกินขีดจำกัดของอันย่า เธอจึงต้องถอดพวกมันออก ก่อนที่จะมีอุปกรณ์ชิ้นไหนระเบิดขึ้นมา

      แล้ว เธอสอบผ่านรึเปล่าคะ?” โซเฟียถาม

      ก็...คงได้ละมั้งนะ? เธอไม่สามารถกลับไปยังเบอลลิทธ์ได้แล้ว ดังนั้นนอกจากร่วมมือกับเราก็มีเพียงแค่ยอมตายไปเท่านั้น แต่ว่า...” ลิเลียน่าหันกลับไปมองยังอันย่าที่นั่งหอบอย่างหมดแรงอยู่กับพื้นด้วยท่าทางเป็นห่วง “ยังไงนั่นก็คือคนที่เขาพยายามปกป้องนิ—”

      “...นั่นสินะคะ...”

      เขาคนนั้นคือเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนที่เป็นผู้มีพลังที่เรียกว่า ดราก้อนฮาร์ท และเป็นคนที่ช่วยอันย่าสุดชีวิต ถึงขนาดยอมกินเลือดของตัวเองเพื่อเพิ่มศักยภาพของพลังนั่น ดังนั้นพวกเธอจึงไม่คิดว่าเด็กสาวที่ถูกช่วยเอาไว้คนนี้จะเป็นคนเลวร้ายอะไร

      แต่ความจริงที่ว่าเธอเป็นสายลับของประเทศอื่นยังคงอยู่ การเชื่อใจโดยทันทีคงเป็นไปไม่ได้

      นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาพาอันย่ามาที่นี่ สายตาของราชินี—ท่านพี่ขององค์หญิงนั้นไม่เคยมองคนพลาด หากต้องการที่จะพิสูจน์ให้แน่ชัดถึงความซื่อสัตย์ของเธอ ท่านพี่คือคนคนเดียวที่จะสามารถทำเช่นนั้นได้อย่างไม่มีพลาด

      ตัวตนที่มีชื่อว่า ราชินี นั้น ไม่ได้มีเอาไว้ประดับเล่น

      ระหว่างนั้น อันย่าที่นั่งอยู่ในห้องก็สังเกตเห็นพวกเธอที่คุยกันอยู่ เธอจึงหันมาถามไปยังลิเลียน่าด้วยความสงสัยที่พอกพูนเอาไว้ตั้งแต่เห็นมานาของเธอ

      คุณเป็นใครกันแน่?”

      ไม่มีใครในโลกที่จะมีมานาเป็นเงาสะท้อนแสงได้

      มานาที่แผ่ออกมาจากตัวจะมีรูปร่างเหมือนหมอกควันเรืองแสงเล็กน้อย แต่ไม่เคยมีมานาไหนที่เป็นรูปร่างของควันสะท้องแสงได้ราวกับคริสตัล แล้วมานาที่เธอเห็นคืออะไรกันแน่? นั่นคือความสงสัยของอันย่า

      ลิเลียน่าค่อยๆเดินมายังอันย่า พร้อมกับพยายามคิดคำอธิบายที่จะพอทำให้เธอสามารถเข้าใจได้ดีขึ้น ทว่าไม่มีคำอธิบายแบบไหนที่สั้นและกระชับเลย เธอจึงเก็บไว้อธิบายจริงๆจังๆที่หลัง

      นี่แหละ คือความลับของตัวตนของอาณาจักรนี้ล่ะ” ลิเลียน่ายื่นมือไปยังอันย่าด้วยรอยยิ้ม “ต่อจากนี้ก็ฝากตัวด้วย คุณอันย่า อาคิลิน่า”

      ถึงแม้ว่าอันย่าจะยังไม่เข้าใจพลังของเด็กสาว แต่เธอก็ถูกยอมรับแล้ว ดังนั้งเธอจึงไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ เธอยื่นมือไปยังมือของลิเลียน่า แล้วลุกขึ้นมา

      อะ อืม ฝากตัวด้วย...”

      พวกเขาออกมาจากห้องใต้ดินแห่งนั้น ก่อนที่จะขึ้นไปยังด้านบนของหอคอย

      ลิเลียน่าจะเป็นคนบอกสิ่งที่อันย่าควรรู้ทั้งหมดให้เธอ เพราะการเข้าใจสถานการณ์ของประเทศนี้ในปัจจุบนนั้นสำคัญที่สุด ซึ่งความจริงแล้วเธออยากให้เลวินเป็นคนจัดการเรื่องพวกนี้ แต่เนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังมีงานอื่นที่ต้องทำ จึงทำให้เธอต้องเป็นคนจัดการทั้งหมดเอง

      เมื่อขึ้นมายังห้องที่เหมือนกับห้องทำงานของผู้บริหาร ลิเลียน่าก็พาพวกเธอไปนั่งบนโซฟาที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ตรงกลางห้อง ส่วนตัวเธอเองก็ไปนั่งบนเก้าอี้ของโต๊ะเซ็นเอกสาร

      ห้องนี้ให้บรรยากาศคล้ายคลึงกับห้องของลิเลียน่า แต่มีกลิ่นอายของความหรูหราที่สูงกว่า ซึ่งนั่นก็ไม่แปลก เพราะตำแหน่งของลิเลียน่าเป็นถึงราชินีของอาณาจักรนี้

      เมื่อทุกคนนั่งลงเสร็จแล้วลิเลียน่าก็หยิบหนังสือภาพที่ดูเก่าๆออกมาจาตู้หนังสือเล็กๆด้านข้าง แล้วมอบมันไปให้อันย่าดู ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร

      อ่านดูสิ” ลิเลียน่าพูดขณะชี้ไปยังหนังสือเล่มนั้น “คำตอบน่ะ อาจอยู่ในหนังสือเล่มนั้นตั้งแต่แรกก็ได้นะ และแน่นอนว่า ตัวตนของอเล็กเซย์ก็อยู่ในนั้นเช่นกัน...”

      ตัวตนของ...อเล็กเซย์....”

      อันย่ายังคงจำภาพของเด็กหนุ่มที่คลุ้มคลั่งได้อย่างชัดเจน

      มานาสีทองอร่ามในตอนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงลึกของจิตใจ และความสงสัยที่ต้องการรู้ถึงตัวตนของเด็กหนุ่มของเธอก็ค่อยๆเพิ่มพูนขึ้น ดังนั้นการที่จะได้หาคำตอบจะเป็นการยกภูเขาออกจากอกของเธอ

      อันย่าไม่รีรอ แล้วเธอก็ค่อยๆเปิดหนังสือตรงหน้าขึ้นอ่าน...




11




      กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว...

      โลกนี้เคยเต็มไปด้วยเหล่าปีศาสร้ายและสัตว์อันตราย ผู้คนเรียกพวกมันว่ามอนสเตอร์ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะพวกมันสามารถใช้เวทมนต์น่าสะพรึงกลัวได้เหมือนกับมนุษย์

      เหล่ามนุษย์จึงรวมตัวกันเพื่อสร้างอาณาจักรขึ้นมา เพื่อปกป้องคนที่ตนรักโดยการสร้างกำแพงใหญ่ล้อมรอบ ป้องกันพวกมอนสเตอร์เอาไว้ด้านนอก

      พวกเขาฮึกเหิมกับชัยชนะที่ได้มาจากการกวาดล้างเหล่ามอนสเตอร์บริเวณรอบๆ แต่พวกเขากลับไม่รู้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และหากปล่อยเอาไว้เผ่าพันธุ์มนุษย์จะถึงการล่มสลาย

      สิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยมีใครคนไหนสามารถล้มมันลงได้มาก่อน มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่หากพบเจอก็ไม่มีทางรอดออกมา

      มังกร

      มอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่มนุษย์เคยพบเจอตลอดเวลาการครองโลกที่ยาวนาน

      มันทำลายหมู่บ้าน เมือง อาณาจัร และทวีป ทั้งหมดได้ภายในเวลาไม่ถึงปี มนุษย์ที่เหลืออยู่ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว ว่าจะถูกมันโจมตีเม่อไหร่ และจะมีชีวิตรอดต่อไปได้นานแค่ไหน

      ความหวังแทบจะไม่ฉายแสงอีกต่อไปแล้ว

      มานาของมนุษย์ไม่สามารถทำอะไรมันได้ หากนำกองทัพของนักเวทย์ไปต่อสู้กับมัน สุดท้ายก็จบลงโดยการสังหารหมู่ และเปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็นจานอาหารของมัน

      ขณะที่หลายต่อหลายคนคิดว่านี่คือจุดจบของอารยธรรมมวลมนุษย์

      ขณะที่หลายต่อหลายคนหนีออกจากทวีปไม่เรื่อยๆเพื่ออยู่ห่างจากมันที่สุด

      ขณะที่หลายต่อหลายคนพยายามต่อสู้อย่างสุดชีวิต ทั้งๆที่รู้ว่าไร้ประโยชน์

      ขณะนั้นเอง...ความหวังก็ทอแสงให้กับมวลมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง

      แร่ในตำนานที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อนได้ถูกตีขึ้นมาเป็นดาบให้กับเหล่านักรบกล้าหาญ เพื่อต่อสู้กับมังกรและปกป้องมวลมนุษย์ชาติให้กลับสู่ความปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง

      แต่ทว่า มังกรเป็นสิ่งที่มีพลังเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะรับมือได้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีดดาบที่สามารถตัดได้แม้กระทั่งมานาก็ตาม ดังนั้นผู้หล้าหลายคนต้องเสียชีวิตไปในการต่อสู้กับมังกร

      การต่อสู้ยืดเยื้อไปนานกว่าปี

      มนุษย์ชาติสามารถถ่วงเวลามังกรเอาไว้ได้ แต่นั่นต้องแลกกับชีวิตของเหล่าผู้กล้าที่เสียสละไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น พวกเขาต้องหาวิธีกำจัดมังกรตัวนี้ให้เร็วที่สุด

      อาณาจักรที่เคยเป็นศัตรูกันกลับร่วมแรงร่วมใจกัน เหล่าพ่อค้าและเศรษฐีคอยสนับสนุนในงบประมาณทั้งหมด ประชาชนและชาวนาขยันขันแข็งในการผลิตเสบียงอาหาร แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่เพียงพอ

      ไม่ช้าด่านป้องกันที่มีชื่อว่า ผู้กล้าจะพังทลายลงแล้ว ในตอนนั้นเอง ที่เด็กสาวคนหนึ่งถือดาบเดินเข้าไปในสนามรบอันนองเลือด

      มีเพียงเด็กสาวคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับการยอมรับจากดาบ เพราะสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอสามารถเชื่อมถึงโลหะคริสตัลที่ใช้ในการตีดาบนี้ขึ้นมาได้

      มานาของเธอมีสีเหมือนกับเหล่านักรบ แต่บางอย่างแปลกไป นั่นคือมานาที่สะท้อนแสงแวววาวราวกับคริสตัลสีน้ำเงิน มันโดดเด่นยิ่งกว่าอัญมนีไหนๆ

      ดาบที่สามารถตัดผ่านได้แม้แต่เวทมนต์จึงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา และในที่สุดมังกรที่ออกอาละวาดนั้น ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

      ว่ากันว่าถูกจัดการไปแล้วโดยเด็กสาวผู้นั้น

      แต่หลังจากนั้น ก็ไม่มีใครได้ยินข่าวสารเรื่องเด็กสาวผู้นั้นอีกเลย




12




      นี่คือ...”

      ตำนานที่มีอยู่นานมาแล้ว เรื่องราวของมังกรและผู้กล้า นั่นคือสิ่งที่ถูกเขียนเอาไว้ในหนังสือเล่มนี้ แต่มันเกี่ยวข้องอย่างไรกับอาณาจักรนี้กันแน่? อันย่ายังไม่สามารถทำความเข้าใจถึงเรื่องนั้นได้

      ลิเลียน่ายิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะพูด

      นั่นคือคำใบ้ที่ดีที่สุด หลังจากนี้เธอจะถูกย้ายไปอยู่กับโซเฟีย” ลิเลียน่าต้องการให้โซเฟียเป็นคนคอยจับตาดูท่าทางของอันย่าต่อไป “ฝากให้เธอจัดการด้วยนะ”

      รับทราบค่ะ ท่านพี่”

      โซเฟียตอบกลับ โดยที่อันย่ายังไม่เข้าถึงปริศนาของอาณาจักรนี้ได้ อย่างน้อยเธอก็ต้องการรู้อะไรที่มันเด่นชัดกว่านี้ เธอต้องการรู้ว่าอเล็กเซย์เป็นใคร

      ผู้กล้า...และดาบ นั่นน่ะ เหมือนกับคุณ...”

      คำพูดของอันย่าทำให้ลิเลียน่าตั้งความหวังเอาไว้ เธอหวังว่าอันย่าจะสามารถเข้าใจข้อความที่เธอพยายามจะสื่อ ดูเหมือนว่าคำพูดของอันย่าจะคาดเดามาถูกทาง

      ถ้างั้นแล้ว อเล็กเซย์เป็นใครกันล่ะ?”

      เรื่องราวเริ่มประติดประต่อกันภายในสมอง แต่เหมือนยังมีบางอย่างขาดหายไป บางสิ่งที่ไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในตำนาน หากไม่มีชิ้นส่วนชิ้นนั้น อันย่าก็คงไม่สามารถไขปริศนาออกได้

      หากปล่อยไว้แบบนี้คงใช้การไม่ได้ไปอีกนาน ลิเลียน่าคิดแบบนั้น

      ตัวจริงของเขาคือ...” ลิเลียน่าก้มหน้าลง เธอรู้สึกผิดอะไรบางอย่าง ภาพของเหตุการณ์บางอย่างในอดีตยังคงตามหลอกหลอนเธอ “เป็นมนุษย์ที่น่าสงสารไงล่ะ...”

      “?”

      ระหว่างที่ทั้งสองกำลุยกันอยู่นั่นเอง โทรศัทพ์ของโซเฟียก็ดังขึ้น ทำให้ทั้งสองต้องหยุดชะงักไป โซเฟียหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบโดยทันที แล้วเสียงของชายอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ก็พูดขึ้นด้วยเสียงดัง ทำให้ทุกคนในห้องสามารถได้ยินเขาชัดเจน

      ลิเลียน่า—”

      เลวิน? ทำไมถึง...” โซเฟียจำเสียงนั่นได้

      หืม? ติดต่อมาแล้วงั้นเหรอ?” ลิเลียน่าพูด ก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์มาจากมือของโซเฟีย แล้วก็พูดคุยกับเลวินถึงเรื่องอะไรบางอย่าง

      โห? ผลออกมาสำเร็จสินะ ถ้างั้นอีกไม่ช้าเราก็จะสามารถเข้าถึงการทดลองของพวกมันได้แล้วงั้นสิ”

      ลิเลียน่าวางโทรศัพท์แล้วส่งคืนโซเฟียหลังจากคุยเสร็จ เธอเดินกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ ปล่อยให้อันย่ายังทำสีหน้างุนงงต่อไป ลิเลียน่าเอามือเท้าคาง

      ถ้าอยากรูตัวตนของอเล็กเซย์ก็ไปถามเขาเอาเองสิ ถ้าเป็นเขา จะต้องตอบคำถามของเธอแน่”

      “...ถ้างั้นแล้วเธอล่ะ? เป็นใครกันแน่?”

      หึ หึ”

      ลิเลียน่าหัวเราะออกมาเล็กน้อย เธอสามารถตอบคำถามของอันย่าในตอนนี้ได้ แต่เธอไม่ทำเช่นนั้น เพราะเธอต้องการสร้างบททดสอบแรกให้กับอันย่า

      ถ้าอยากรู้ ก็ใช้คำใบ้นั่น” ลิเลียน่าชี้ไปยังหนังสือในมืออันย่า “หนังสือเล่มนั้น ในการหาคำตอบเอาเองก็แล้วกัน”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

20 ความคิดเห็น