Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 49 : Chapter VI - Part 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 ก.พ. 62




13




      เซ็นเอ เซนโทน คือนักเรียนในสถาบันการศึกษาเวทมนต์ โรงเรียนเวทมนต์ ซึ่งก่อตั้งโดยสภาเวทมนต์เพื่อผลิตนักเวทย์รุ่นใหม่สำหรับอาณาจักร เขาเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่สามารถเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้

      เขาคือฮาล์ฟเอลฟ์ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเผ่าพันธุ์เอลฟ์มีความสามารถทางด้านเวทมนต์มาช้านาน และยังเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีมานามากกว่ามนุษย์เป็นสามหรือสี่เท่า ดังนั้นเซ็นเอจึงมีความสามารถอยู่ในระดับท๊อปของโรงเรียนเวทมนต์แห่งนี้

      เขาค่อนข้างภูมิใจกับมัน

      ห้องสมุดของโรงเรียนเวทมนต์นั้นมีขนาดใหญ่ บรรจุหนังสือเอาไว้มากกว่า 10,000 เล่ม เป็นห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับการเวทมนต์แทบทั้งสิ้น

      มาที่ห้องสมุดอีกแล้วงั้นเหรอ?”

      เด็กสาวผมสีทองเดินออกมาทางด้านหลัง พร้อมกับพูดทักทาย เซ็นเอจึงพักการอ่านหนังสือในมือแล้วหันกลับไปมอง

      เธอก็มาบ่อยนิ มาที่นี่ทีไร ฉันก็เห็นเธอทุกครั้งเลย”

      เป็นอย่างงั้นหรอกเหรอ? แล้วนายกำลังอ่านอะไรอยู่ล่ะนั่น?”

      หืม? ก็แค่หนังสือเก่าๆ ไม่มีอะไรหรอก...”

      เด็กสาวเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้าง แล้วเธอก็เอียงตัวมาเพื่อดูปกหนังสือที่เซ็นเอกำลังอ่านอยู่ด้วยท่าทางเหมือนกับเด็กช่างสงสัย

      อะไร? ตำนานมังกรกับผู้กล้า? ปกติไม่เห็นอ่านอะไรแบบนี้นิ”

      อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างละมั้ง—? แล้วเธอล่ะ ยูริก้า อ่านอะไร?”

      เด็กสาวที่ชื่อยูริก้าทำหน้าเขินอายเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเธอกำลังพยายามปิดบังหนังสือที่เธอกำลังอ่านอยู่ เซ็นเอจึงกระชากหนังสือออกมาจากมือเธอเพื่อที่จะดูโดยไม่ลังเล

      นี่! ทำอะไรน่ะ?!”

      หืม? เวทมนต์และคีย์เวิร์ดพื้นฐาน? นี่เธออยู่ปีสองแล้วนะ! ทำไมถึงยังอ่านหนังสือสำหรับนักเรียนใหม่ล่ะ!?”

      ก็ช่วยไม่ได้นิ! เพราะว่าฉันไม่ใช่ฮาล์ฟเอลฟ์สุดเก่งแบบใครแถวนี้ล่ะนะ!”

      นี่เธอ... ถ้าจะให้สอนก็บอกฉันก็ได้ เดี๋ยวฉันจะหาเวลาว่างให้ ถ้าเธอเงียบไปแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะพัฒนาฝีมือได้สักทีล่ะ?”

      เขาพูดด้วยความหวังดี

      การเรียนการสอนในโรงเรียนเวทมนต์นั้นเป็นการเรียนด้วยตัวเองเสีย 50 เปอร์เซ็น เพราะแต่ล่ะคนมีความถนัดทางด้านการใช้เวทมนต์ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการให้ศึกษาวิธีการใช้เวทมนต์ด้วยตัวเองจะเป็นการดีที่สุด แต่เพราะแบบนั้น ช่องว่างระหว่างนักเรียนที่เก่งอยู่แล้วกับนักเรียนที่เรียนไม่เก่งก็เพิ่มมากขึ้น

      นักเรียนที่เก่งอย่างเซ้นเอก็จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ กลับกัน นักเรียนอย่างยูริก้าก็จะไม่พัฒนาไปไหน เป็นระบบการคัดเลือกนักเรียนแบบเต็มขาว-ดำ

      เซ็นเอเองก็ไม่ค่อยพอใจระบบแบบนี้ ดังนั้นเขาพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือเพื่อนของเขาที่กำลังลำบากกับการเรียนทุกเมื่อ แต่หากยูริก้าไม่บอกอะไรกับเขาเลยเขาก็จะไม่สามารถช่วยได้

      แล้วจะเอายังไง? สอบความสามารถกำลังใกล้เข้ามาแล้วนะ”

      “...แย่แล้วจริงๆด้วย หรือว่าฉันจะต้องซ้ำชั้นกันแน่เนี่ย...”

      ยูริก้ามีน้ำตาคลอ เซ็นเอที่เห็นจึงต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า

      งั้นเราค่อยหาเวลาว่างก็แล้วกัน หากติวเข้มก็อาจจะทันการสอบความสามารถล่ะนะ”

      งั้นเหรอ?! ถ้าเป็นแบบนั้นฉันต้องขยันอ่านแล้วล่ะ!”

      อะ อืม...”

      การสอบความสามารถเป็นการสอบสำหรับเลื่อนชั้นการศึกษาของนักเวทย์ พูดง่ายๆก็คือ หากใครผ่านได้หมดจบจบภาคเรียน คนคนนั้นจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมกับสภาเวทมนต์ ซึ่งนั้นเป็นความต้องการสูงสุดของนักเรียนหลายคนที่เข้ามาศึกษาในโรงเรียนเวทมนต์แห่งนี้

      เซ็นเอเองก็เช่นกัน

      ในมือของเขามีหนังสือตำนานเล่มหนึ่งอยู่ เป็นเรื่องราวระหว่างมังกรและผู้กล้า แต่ระหว่างที่เขาอ่านไปนั้น เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถอธิบายได้

      ในโรงเรียนแห่งนี้จะมีการจัดการสอนสำหรับนักเรียน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหากับการเรียนด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการสอนที่บังคับให้นักเรียนทุกคนเข้าร่วม ดังนั้นเซ็นเอจึงไปที่ห้องเรียนเมื่อถึงเวลา

      อีก 10 นาทีก็จะมีการสอนน่ะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะ”

      เอ๋!? อย่างนายไม่จำเป็นต้องไปเรียนไม่ใช่เหรอ?”

      ก็ไม่อยากจะไปหรอกนะ แต่พอดีว่ามันเป็นการบังคับน่ะนะ ถ้างั้น ขอตัว...”

      บาย! เจอกันใหม่จ้า—”

      ยูริก้าโบกมือลาเซ็นเอที่กำลังเดินออกไปจากห้อง แล้วเขาก็มุ่งหน้าไปยังห้องเรียนได้ตรงเวลาพอดี ในตอนนั้นผู้คนในห้องเรียนเริ่มมีจำนวนมากพอสมควร และยังมีคนทยอยมากันอีกเรื่อยๆ

      ห้องเรียนเป็นห้องเรียนที่ใหญ่เหมือนกับห้องเรียนในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นที่นั่งขั้นบันไดรูปพัด ไล่ระดับความสูงขึ้นไป ห้องเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับนักเรียนจำนวนมาก

      ตรงกลางด้านหน้างของห้องเป็นที่นั่งสำหรับเหล่าอาจารย์ พวกเขาจะสอนสลับตัวกันไปเรื่อยๆตลอดคาบเรียน 3 ชั่วโมง นับเป็นเวลาที่ยาวนานมาก แต่อย่างน้อยก็จะมีเวลาพัก 10 นาที ทุกๆ 50 นาที

      หรือก็คือใน 1 ชั่วโมง จะเรียน 50 นาที และพัก 10 นาที รวมเป็น 60 นาที

      เซ็นเอมีผลการเรียนที่ดี และมีความเป็นไปได้สูงที่จะผ่านการสอบความสามารถ เพราะเขาสามารถใช้เวทมนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังมาเรียนในคาบเรียนอันแสนน่าเบื่อของพวกอาจารย์อย่างตั้งใจ

      ฮาล์ฟเอลฟ์นั้นไม่ใช่อะไรที่หาง่าย ดังนั้นคนหลายคนในโรงเรียนรู้จักเขา แต่ส่วนมากจะเป็นการพูดถึงในทางลบ เพราะความอิจฉาของนักเรียนคนอื่นๆต่อพลังเวทย์ของเขา ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สนใจคำพูดของคนอื่น

      ระหว่างที่เรียนอยู่ ใครบางคนเตะเก้าอี้ของเซ็นเอจากทางด้านหลังหลายต่อหลายครั้ง ทำให้เซ็นเอที่กำลังจดบันทึกสิ่งที่อาจารย์สอนอยู่นั้นเสียสมาธิ และเมื่อเขามองกลับไป สิ่งที่เขาเห็นก็คือใบหน้าของนักเรียนสามคนด้านหลังที่มองมาอย่างดูถูก เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกเกเรชอบหาเรื่องไปทั่ว

      ช่วยหยุดเตะเก้าอี้ได้รึเปล่า? มันรบกวน-” เซ็นเอพูดไม่ทันจบ นักเรียนที่นั่งอยู่ตรงกลางก็พูดขัด

      อะไรๆ นักเรียนเก่งๆอย่างแกจดบันทึกไม่ได้ถ้ามีคนมาเตะเก้าอี้เหรอวะ? โครตอ่อนเลยว่ะ”

      เขาพูดทั้งๆที่บนโต๊ะของตนเองไม่มีแม้แต่กระดาษสักแผ่นหรือปากกาซักเล่ม

      เห็นดังนั้น เซ็นเอจึงไม่ให้ความสนใจกับพวกเขาแล้วกลับไปเขียนบันทึกต่อ นั่นทำให้พวกนักเลงสามคนด้านหลังอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก แล้วหนึ่งในพวกนั้นจึงใช้เท้าเตะลงไปที่เก้าอี้ของเซ็นเออย่างรุนแรง จนทำให้เสียงดังขึ้นจนคนรอบๆข้างหันมา

      ชิ”

      หลังจากหมดเวลา 50 นาทีแรก ก็เข้าสู่ช่วงพัก 10 นาที

      เซ็นเอเดินออกมาจากห้องเรียนเพื่อไปหาอาหารว่างมารับประทาน การเรียนในห้องทำให้ต้องใช้สมองและพลังงานบ้างพอสมควร เขาจึงอยากที่จะที่จะออกไปทำอะไรโล่งๆสักหน่อย เขาจึงหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาจากกระเป๋า สายตามองไปยังตู้ขายน้ำผลไม้ที่ตั้งอยู่ตรงทางเดิน

      นักเรียนสามคนที่ก่อกวนเขาในรอบกลางวันเดินเข้ามาจากทางด้านหลัง แล้วหนึ่งในพวกมันก็เตะตู้ขายน้ำผลไม้อย่างรุนแรง ทำให้เครื่องทำงานผิดพลาด หลังจากนั้นกระป๋องน้ำผลไม้จำนวนมากก็หล่นลงมา ซึ่งเซ็นเอไม่ได้กดซื้อ

      นี่แก! อย่ามาทำเป็นเมินพวกเรานะเฟ้ย!”

      “...มีอะไรงั้นเหรอ?”

      คอเสื้อของเซ็นเอถูกจับอย่างรุนแรงแล้วยกขึ้นมาจนตึง สายตาของนักเลกเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน แต่เซ็นเอมองกลับไปด้วยสายตาเย็นชา นั่นยิ่งทำให้นักเลงมีน้ำโห แล้วเขาก็ใช้มือที่จับคอเสื้อของเซ็นเออยู่ในการเหวี่ยงจนเขาล้มลงไปกับพื้น

      เซ็นเอค่อยๆลุกขึ้นมาปัดฝุ่นที่ติดอยู่ตามร่างกาย หลังจากนั้นเขาก็เปิดกระป๋องน้ำผลไม้ขึ้นมาดื่มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

      หาเรื่องงั้นเหรอ?”

      หึๆ”

      เซ็นเอยืนอย่างสงบนิ่ง ในขณะที่พวกคนที่เข้ามาหาเรื่องตั้งท่าเตรียมชกต่อย เซ็นเอวางกระเป๋าเอาไว้ด้านข้าง ก่อนจะยกน้ำผลไม้ขึ้นมาดื่มอย่างช้าๆ ระหว่างนั้น หนึ่งในพวกมันก็หมดความอดทน พุ่งเข้ามาใส่เซ็นเอพร้อมกำหมัด

      มันถูกเหวี่ยงใส่ใบหน้าของเซ็นเออย่างรุนแรง แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเขาสามารถหลบมันได้ เขาโยนกระป๋องน้ำผลไม้ใส่ใบหน้าของชายคนนั้น ทำให้เขาสูญเสียการทรงตัว แล้วเซ็นเอก็ผลักให้ล้มหน้าคะมำพื้น หลังจากล้มลงแล้ว เขาก็เหยียบชายคนนั้นซ้ำอีกรอบอย่างรุนแรง

      น้ำผลไม้เสียของหมด จ่ายคืนมาด้วยล่ะ—”

      ชายอีกคนหนึ่งเห็นเพื่อนของตนถูกล้มลงอย่างงายดาย เขาจึงวิ่งเข้ามาทางด้านข้างเพื่อโจมตีเซ็นเอที่ให้ความสนใจกับคนที่ล้มอยู่

      เขาใช้ลูกเตะเล็งไปยังหัวเข่าของเซ็นเอ ใช้ความยาวของขาในการรักษาระยะห่างเอาไว้เพื่อไม่ให้เซ็นเอสามารถตอบโต้ได้ในระยะนั้น แต่ทันทีที่เขากำลังจะเตะหัวเขาของเซ็นเอ ลูกบอลมานาขนาดเท่าลูกฟุตบอลก็ปรากฏขึ้น มันผลักร่างของเขาให้กระเด็นไปด้านหลัง หลังจากนั้นมันก็กระแทกร่างกายที่ล้มลงไป

      เซ็นเอทำให้บอลมานาจางหายไป เขาเดินไปหยิบกระเป๋าหนังสือที่ตั้งเอาไว้ ก่อนจะมองไปยังชายอีกคนที่ยังยืนแน่นิ่งอยู่ด้วยสายตาเย็นยะเยือก ความกดดันที่มากเหลือล้นทำให้ชายคนนั้นขาสั่น แล้วเขาก็พยายามเดินถอยหลังออกไป จนในที่สุดชายคนนั้นก็วิ่งหนีด้วยความกลัว

      ขะ ขอโทษครับ!”

      “...ไม่เป็นไรๆ”

      เซ็นเอโบกมือประมาณว่า “ให้อภัยแล้วๆ” ด้วยสายตาแน่นิ่ง เขาเดินออกมาจากจุดๆนั้น ทิ้งร่างของชายทั้งสองที่ล้มอยู่

      ให้ตายสิ อยากได้ความเงียบสงบเป็นบ้า” เซ็นเอบ่นกับตัวเองเงียบๆ




14




      ห้องพยาบาลหลังจากที่การเจรจาเสร็จสิ้นมีคนอยู่เพียงสามคนด้านใน แมคาร์นอฟและเนลลี่ถูกอัศวินมารับตัวกลับไปเมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อน

      เตียงของคนไข้นั้นนุ่มสบายมาก ดังนั้นเลวินจึงไม่อยากที่จะลุกเดินออกไปไหน ทั้งๆที่ปัจจุบันเขาสามารถเดินได้แล้ว เดิมทีแล้วนั้น เขาบาดเจ็บที่แขน และตามตัวเล็กน้อย ยังสามารถที่จะเดินได้อยู่

      เอาหล่ะๆ แผนที่วางเอาไว้เสร็จสิ้น—”

      เด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้พูดด้วยน้ำเสียงสดใส เขายืดแขนทั้งสองชูขึ้นฟ้าราวกับเด็กประถม ใบหน้ามีรอยยิ้มแห้งๆที่ดูมีความเจ้าเลห์ปนอยู่ ดวงตาของเขาดูเสแสร้งอย่างเห็นได้ชัดเจน

      ไม่ชอบตอนที่นายทำท่าแบบนั้นเลยแฮะ...”

      เอมเบอร์ยืนอยู่ตรงปลายเตียง เธอมองเลวินด้วยสายตาเอือมระอา ขณะที่กอดอกด้วยท่าทางดูถูกดูแคลน เธอค่อยเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้างเตียงอย่างช้าๆ เธอพยายามนั่งให้ห่างจากเลวิน ดูเหมือนว่าเลวินจะถูกรังเกียจอย่างรุนแรง

      แล้ว? หลังจากนี้จะให้พวกเราทำอะไร” เอมเบอร์ถาม

      นั่นสิ เดิมทีแล้วพวกเธอก็เคยบุกเข้าไปในห้องทดลองของพวกสภาเวทมนต์ในโรงเรียนเวทมนต์แล้วสินะ... พวกฉันก็สำรวจเรียบร้อยแล้ว แต่ว่ายังมีบางอย่างแปลกๆ”

      บางอย่างแปลกๆก็คงจะเป็นตัวนายเองมากกว่าล่ะมั้ง?”

      ฮ่าๆ—อย่าพูดอะไรโหดร้ายแบบนั้นสิ ฉันมีความสุขนะ”

      หวา—” เอมเบอร์ทำหน้าแหย่ๆ เธอขยับตัวออกห่างจากเตียงคนไข้อีกเล็กน้อย “แล้ว? อะไรที่ว่าแปลกๆงั้นเหรอ?”

      ทั้งที่ โรงเรียนเวทมนต์เป็นสถานที่ที่มีการคุ้มกันสูงสุดแท้ๆ แต่ว่าห้องทดลองที่พวกเธอเจอกลับเป็นห้องทดลองย่อยๆที่ไม่สำคัญอะไรเลย เธอว่ามันขัดๆกันมั้ยล่ะ?”

      โรงเรียนเวทมนต์กินพื้นที่เป็นวงกว้าง และยังเป็นพื้นที่ที่การป้องกันดีที่สุด...” เวโรนิก้าทำท่าครุ่นคิด “มันก็จริงที่ห้องทดลองที่ถูกสร้างเอาไว้ที่นั่นเป็นเพียงห้องทดลองเล็กๆ”

      เลวินยิ้มมุมปากเล็กน้อย

      ถูกต้อง ดั้งจึงมีความเป็นไปได้ว่า...จะมีห้องทดลองมากกว่าหนึ่งถูกสร้างไว้ในชั้นใต้ดินของโรงเรียนเวทมนต์แห่งนั้น”

      สีหน้าของทุกคนตึงเครียดทันที เวโรนิก้าเดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปภายนอกเห็นท้องฟ้ามืดครึ้ม เมฆสีเทาหลายก้อนปกปิดแสงจากดวงอาทิตย์ เสียงฟ้าร้องดังเข้ามาภายในห้อง

      ดูเหมือนพายุจะเข้านะ...”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

20 ความคิดเห็น