Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 65 : Chapter VII - Part 7 END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 มี.ค. 62




14



      ร่างของบอริกกลิ้งไปตามพื้นถนน รอยถลอกเกิดขึ้นตามส่วนต่างๆของร่างกายจากการกลิ้งไปตามพื้นถนน ดาบที่หลุดออกไปจากมือกระเด็นมาปักอยู่ด้านข้าง

      ถึงแม้ดาบจะไม่มีความเสียหายจากการโดนยิงแต่แรงกระแทกส่งมาถึงร่างกายอย่างจังจนเขาต้องล้มอยู่อย่างนี้

      ปืนไรเฟิลในมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจเซเวนเนียร์หันมาทางบอริกอีกครั้งหนึ่งโดยไม่รีรอให้เขาตั้งตัวอีกครั้ง เธอยังไม่เหนี่ยวไกทันที

      ราชวงศ์ของอาณาจักรนี้อ่อนแอเกินไป ฉันว่านะ ให้สภาเวทมนต์ยึดครองไปเลยยังดีซะกว่า”

      “...”

      เพราะพวกแกมัวแต่เล่นอะไรไร้สาระกัน เมืองหลวงในตอนนี้ถึงได้วุ่นวายอย่างนี้ไงล่ะ!”

      บอริกไม่ตอบกลับ เขาลุกขึ้นมาอย่างช้าๆด้วยร่างกายที่สั่นเทา เอื้อมมือขวาไปหยิบดาบโปร่งใสที่ปักอยู่ด้านข้างขึ้นมาเตรียมพร้อมไว้ในกำมือ

      ถ้าราชวงศ์หายไป อะไรๆก็คงจะดีขึ้น” เซเวนเนียร์พูดต่อ

      คิดอย่างนั้นเหรอครับ?”

      หืม?”

      บอริกยืนอย่างโซเซเต็มทีแต่เขายังตอบเซเวนเนียร์กลับไปโดยไม่สนว่าในมือของเธอมีปืนไรเฟิลอนุภาคทำลายล้างสูง

      เดิมที ราชวงศ์และสภาเวทมนต์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อถ่วงอำนาจกัน” บอริกพูดต่อ “ราชวงศ์มีกองกำลังอัศวินที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยภายในรวมทั้งบริหารแผ่นดินให้รุ่งเรือง ส่วนสภาเวทมนต์ทำหน้าที่เป็นกองทัพหลักให้กับประเทศและดูแลความปลอดภัยภายนอก”

      แล้วมันทำไม?”

      หากราชวงศ์หายไปล่ะก็ ความมั่นคงภายในจะล่มสลายแน่ นั่นหมายถึงพวกคุณ—กรมตำรวจด้วยนั่นแหละ”

      ชิ! อย่ามาทำเป็นพูดดี แกมันก็ยังเป็นแค่เด็กนั่นแหละ!”

      เซเวนเนียร์พูดจบเธอตั้งปืนเล็งแล้วยิงทันที ปล่อยกระสุนรุนแรงอีกนัดให้พุ่งไปหาบอริกที่ยืนอยู่อย่างโซเซด้วยความเร็วที่ไม่มีทางหลบทัน

      บอริกตั้งท่ายืนให้มั่นคงขึ้นในเสี้ยววินาทีสุดท้าย วางตัวดาบเอาไว้ด้านหน้าของตัวเองด้วยสายตาแหลมคม ใช้ตัวดาบเป็นตัวป้องกันกระสุนที่กำลังพุ่งเข้ามาเอาไว้

      *ปัง!*

      กระสุนปะทะกับตัวดาบด้วยพลังงานมหาศาล กระแทกให้ตัวดาบกระเด็นไปถอยหลังพร้อมกับร่างของบอริกจนสไลด์ถอยหลังไป 5 เมตร

      ต้องขอบคุณท่ายืนอย่างมั่นคงทำให้สามารถรับกระสุนรุนแรงนั่นด้วยดาบได้ แต่ถึงอย่างนั้นแรงกระแทกก็ส่งผลถึงร่างกายของบอริก

      เสียงกระดูกแขนทั้งสองข้างที่พยุงดาบเอาไว้ดังขึ้นอย่างน่ากลัว ความเจ็บปวดแล่นผ่านบริเวณข้อมืออย่างรุนแรงในตอนที่กระสุนปะทะกับดาบ

      ชิ! จะป้องกันได้นานแค่ไหนกัน!?” เซเวนเนียร์สบถอย่างไม่พอใจ

      ปืนที่มีอนุภาคการทำลายรุนแรงย่อมมีแรงฉีบสูงพอสมควร นั่นทำให้เซเวนเนียร์ต้องใช้เวลาในการเล็งใหม่ทุกครั้งหลังจากยิง

      นั่นทำให้เธอไม่สามารถยิงติดๆกันได้เหมือนปืนกลเพราะต้องใช้เวลาประมาณ 1 วินาทีในการเล็งเป้า บอริกใช้ช่องว่างใน 1 วินาทีนั้นเคลื่อนทีไปทางซ้ายและขวา

      การเคลื่อนที่ของเขาทำให้การเล็งเป้าอย่างรวดเร็วเป็นไปได้ยาก ระหว่างที่เซเวนเนียร์มัวแต่เล็งอยู่เขาก็สามารถลดระยะห่างได้มากแล้ว เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหยิบปืนพกออกมาใช้และทิ้งปืนไรเฟิลลงพื้น

      และการที่เธอหยิบปืนพกออกมาใช้คือสิ่งที่บอริกเล็งอยู่...

      ไม่ว่ายังไง... สิ่งที่ผมจะทำในฐานะอัศวินของเธอก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง!”

      การเคลื่อนไหวของบอริกช้าลงเพราะบาดแผลและความเจ็บปวด อีกทั้งยังถือดาบที่มีน้ำหนักพอสมควรในมืออีก ดังนั้นการหลบปืนพกในระยะประชิดจึงทำได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้เลย

      งั้นก็ตายในฐานะอัศวินซะเถอะ...” เซเวนเนียร์กำลังจะเหนี่ยวไกปืนพกในมือ

      ย้าก!” เสียงกู่ร้องของเด็กหนุ่มดังขึ้น

      หะ!?”

      บอริกทิ้งดาบในมือลงไปกับพื้นโดยไม่แยแสจนเซเวนเนียร์ต้องชะงักไปเพราะคาดไม่ถึง ความเร็วการเคลื่อนที่ของบอริกเพิ่มขึ้นเนื่องจากทิ้งดาบหนักๆในมือไปแล้ว

      *ปัง*

      เซเวนเนียร์ยิงปืนพกในมือ กระสุนเจาะเข้าไปยังไหล่ขวาของบอริกพร้อมของเหลวสีแดงที่กระเด็นออกมา แต่มันไม่พอที่จะหยุดเด็กหนุ่มเอาไว้

      เธอพยายามก้าวถอยหลังเพื่อเพิ่มระยะห่าง แต่ความเร็วของบอริกที่วิ่งเข้ามาย่อมมีมากกว่า ดังนั้นเธอจึงถอยหลังออกไปไม่ทัน

      บ้านะ!?”

      “...”

      ดวงตาของเด็กหนุ่มมองไปยังเซเวนเนียร์อย่างเยือกเย็น มันเป็นแววตาของอัศวินที่ผ่านการฝึกมากมายมาตั้งแต่เด็ก ดูเหมือนว่าบาดแผลและความเจ็บปวดไม่ทำให้เขาสะทกสะท้าน

      บอริกเร่งกล้ามเนื้อแขนขวาด้วยมานาโดยไม่สนใจถึงบาดแผลที่ไหล่ขวา หมัดขวากำแน่นและง้างไปทางด้านหลัง เล็งไปยังหน้าท้องของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า

      *ตุบ!*

      แรกกระแทกจากหมัดถูกส่งไปยังหน้าท้องอย่างจังด้วยแรงของกล้ามเนื้อที่เร่งพลังด้วยมานา ผลักให้ร่างของเซเวนเนียร์ลอยกระเด็นไปทางด้านหลังพร้อมกับเสียงกระดูกของบอริก

      *ฟุบ*

      เซเวนเนียร์กลิ้งไปตามพื้นถนน ดูเหมือนว่าเธอจะหมดสติไปแล้ว กลับกันบอริกที่ถูกไล่ต้อนมาตลอดยังยืนได้อยู่ถึงแม้มีขวาของเขาจะบิดเบี้ยวไปเหมือนข้อต่อหลุดก็ตาม

      บอริกเดินไปยังดาบโปร่งใส่ที่เขาโยนทิ้งไว้ตรงพื้น ใช้มือซ้ายจัดข้อต่อของมือขวาให้เข้าที่โดยไม่แสดงท่าทีหรือสีหน้าเจ็บปวด

      หลังจากที่มือขวากลับมาใช้งานได้ตามปกติเขาก็หยิบดาบบนพื้นขึ้นมาเก็บใส่ในซองตรงสะเอวเหมือนเดิม หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาห้ามเลือดจากบาดแผล

      ถ้าปล่อยให้...” เสียงของผู้หญิงทุ้มต่ำดังขึ้น มันเป็นเสียงของเซเวนเนียร์ที่นอนอยู่กับพื้นโดยไม่ขยับเขยื้อน “ถ้าปล่อยให้ราชวงศ์...สู้กับสภาเวทมนต์นานกว่านี้ละก็...สงครามกลางเมือง...จะเกิดขึ้น...”

      บอริกที่ได้ยินเสียงของเธอค่อยๆก้าวเข้าใกล้แล้วนั่งคุกเข่าลงเพื่อพูดตอบ

      พวกเราถึงต้องสู้เพื่อยับยั้งไม่ให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นไงครับ”

      ราชวงศ์...เชื่อได้...ใช่มั้ย?”

      แน่นอนครับ....”

      เหรอ...” เมื่อตอบเป็นครั้งสุดท้ายเธอก็หมดสติไป

      หลังจากทำแผลเบื้องต้นให้ตัวเองเสร็จบอริกก็เดินไปยังรูบนพื้นถนนที่อเล็กเซย์เป็นคนทำเอาไว้เพื่อลงไปยังท่อระบายน้ำใต้ดิน




15




      ไวเวิร์น

      หะ?”

      เสียงของเซ็นเอพูดออกมาเบาเกินไปจนอเล็กเซย์ได้ยินไม่ชัดเจน อีกสาเหตุหนึ่งคือเสียงปืนที่ถูกยิงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใส่พวกเขาอย่างไม่ลดละ

      การทดลองที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ถูกพวกสภาเวทมนต์เรียกว่า โปรเจ็คไวเวิร์น

      ไวเวิร์น...?”

      ระหว่างที่อเล็กเซย์กำลังให้ความสนใจกับกับคำพูดของเซ็นเอ กำแพงมิติที่สร้างจากมานาสีทองก็อ่อนกำลังลง ทำให้กระสุนสองสามนัดสามารถผ่านเข้ามาได้

      อเล็กเซย์ เราต้องไปกันแล้ว!” องค์หญิงโซเฟียกล่าวเมื่อสังเกตเห็นมานาของอเล็กเซย์อ่อนตัวลง

      นายจะเอายังไงต่อจากนี้? จะร่วมมือกับพวกเรารึเปล่า? ถ้าหากร่วมมือกันล่ะก็...”

      อเล็กเซย์หันไปถามเซ็นเอด้านหลังที่กำลังลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ มานาสีเงินแผ่ออกมาจากร่างกายของเขาเช่นเดิมแต่แววตาของเขาไม่แฝงด้วยความบ้าคลั่งเหมือนก่อนหน้านี้

      ฉันจะใช้วิธีของฉันเอง พวกแกจะไปไหนก็ไป...”

      เขาตอบพร้อมกับสร้างเศษมานาสีเงินแข็งตัวกลางอากาศจำนวนมาก เล็งไปยังเจ้าหน้าที่ที่กำลังสาดกระสุนเข้ามา

      เดี๋ยวสิ! พวกเรายังมีเรื่องจะถามนายอยู่อีก-”

      องค์หญิงโซเฟียพูดไม่ทันจบเธอก็ถูกอเล็กเซย์ดึงไปทางด้านหลังให้ไกลจากเซ็นเอที่อยู่ตรงนั้น ก่อนที่ระเบิดสีเงินจะปะทุขึ้นรอบๆร่างของเขา

      คลื่นสั่นสะเทือนจากระเบิดมานาสีเงินแผ่เป็นวงกว้างไปทุกๆทิศทาง ผลักให้อเล็กเซย์และองค์หญิงโซเฟียกระเด็นห่างออกไป

      อเล็กเซย์สามารถใช้เวทมนต์มิติในการป้องกันเบื้อนต้นให้กับกับเขาเองและองค์หญิงโซเฟียได้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่อีกฝั่งไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา

      ถูกช่วยไว้อีกแล้วสิ” องค์หญิงโซเฟียพูดพร้อมลุกขึ้น

      ถ้าปล่อยให้เธอเป็นอะไรไป ฉันก็ไม่มีหน้าไปเจอลิเลียน่านะสิ...”

      “...”

      ทั้งสองคนมองไปยังเซ็นเอที่เป็นจุดศูนย์กลางของการระเบิดซึ่งรอบๆอาณาบริเวณกลายเป็นเศษซากของเพดานที่ถล่มลงมาปิดทางท่อระบายน้ำ กั้นระหว่างพวกอเล็กเซย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้

      หมอนั่นล่ะ” องค์หญิงโซเฟียมองไปรอบๆท่อระบายน้ำที่เพดานถล่มลงมาทำให้แสงอาทิตย์ด้านบนส่องลงมาได้ “ไม่อยู่แล้วงั้นเหรอ?”

      อเล็กเซย์มองขึ้นไปยังรูบนเพดานที่ถล่มลงมาเพราะการระเบิดของมานาสีเงิน ด้านบนดูเหมือนว่าจะเป็นพื้นที่ว่างในเขตเมืองเก่า นับว่าเป็นอะไรที่โชคดีที่ด้านบนไม่ใช่อาคาร

      ดูเหมือนว่าหมอนั่นจะหนีออกไปด้านบนแล้วล่ะ”

      ระหว่างที่อเล็กเซย์พูด เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขาพร้อมกับเสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูเหมือนว่ากำลังเสริมจะวิ่งอ้อมมาทางด้านหลังเพราะเพดานถล่มลงมาปิดทางด้านหน้า

      กำลังเสริมมากันแล้ว รีบออกไปจากที่นี่เถอะ”

      อะ...อืม เดี๋ยวฉันจะส่งข้อความไปบอกให้บอริกถอยด้วย...”

      อืม ฝากเรื่องนั้นด้วย หลังจากที่ออกไปได้แล้วล่ะนะ”

      อเล็กเซย์อุ้มร่างขององค์หญิงโซเฟียขึ้นอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง

      นะ...นี่!?”

      เขาไม่ตอบกลับแล้วเคลื่อนไหวขึ้นไปด้านบนโดยการเหยียบเศษหินที่กองปิดทางเอาไว้เป็นขั้นๆและออกไปด้านนอกท่อระบายน้ำสู่เมืองด้านบนได้สำเร็จ




16




      เซเวนเนียร์ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากโดนต่อยเข้าที่หน้าท้องอย่างรุนแรงจนหมดสติ เธอพบว่ากำลังนอนอยู่บนเตียงพยาบาลฉุกเฉินของแพทย์สนาม

      เมื่อมองไปรอบๆเธอพบกับใบหน้าของเพื่อนร่วมงานที่คุ้นเคยอยู่ นั่นคือนิโคลาย โยเรส ซึ่งกำลังอ่านเอกสารรายง่ายที่ลูกน้องเพิ่งนำมาให้

      ได้สติแล้วงั้นเหรอ?”

      อืม...”

      เซเวนเนียร์ตอบสั้นๆ พยุงร่างกายท่อนบนให้ลุกขึ้นมาแล้วมองไปรอบๆให้ดีอีกครั้ง พบว่าเด็กหนุ่มที่เป็นคนต่อยเธอจนหมดสติไม่อยู่บริเวณนั้นแล้ว

      มีตำรวจติดอาวุธหนักเพียงไม่กี่คนที่ยืนอยู่นอกจากแพทย์สนามและนิโคลาย

      แล้วทำไมถึงแพ้ได้ล่ะ?” นิโคลายพูดพร้อมเดินไปยังปืนไรเฟิลขนาดใหญ่ที่หล่นอยู่กับพื้น “ทั้งๆที่เธอถนัดการใช้อาวุธหนักๆแบบนี้แท้ๆ”

      “...นั่นสิ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน... เพราะออมมือให้กับเด็กคนนั้นล่ะมั้ง...?”

      มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เซเวนเนียร์สามารถเหนี่ยวไกปืนในมือได้แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่ทำ ด้วยเหตุผลที่ตัวของเธอเองก็ไม่เข้าใจ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของอัศวินหนุ่มที่แน่วแน่คนนั้นเธอก็ตัดสินใจไม่เหนี่ยวไก

      ถ้าเป็นงั้นก็แย่สิ อย่างน้อยก็น่าจะจับตัวอัศวินนั่นไว้เป็นตัวต่อรองแลกเปลี่ยนข้อมูลกับราชวงศ์สักหน่อย...”

      นั่นสินะ...”

      ระหว่างที่คุยกันอยู่ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่นั่นก็วิ่งเข้ามายังนิโคลายพร้อมกับสีหน้าแตกตื่น

      พวกเราเจอกับเป้าหมายแล้วครับ แต่คนที่สามารถต่อสู้ได้ถูกจัดการให้สลบไปเกือบหมด ตอนนี้เป้าหมายำลังพยายามหลบหนีออกนอกเขตเมืองเก่าไปแล้วครับ”

      หลังจากรายงานเสร็จเจ้าหน้าที่คนนั้นก็วิ่งออกไปสมทบกับหน่วยอื่นๆทันที นิโคลายหันกลับมามองยังเซเวนเนียร์

      เอาไงดี?” เขาถาม

      ถอยก่อนแล้วกัน”

      นั่นสิ ถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปก็จะมีแต่เสียเปล่า...”




17




      คาร์โล่ อาร์ลิคกำลังนั่งอยู่ในห้องผู้บัญชาการสภาเวทมนต์อย่างเคร่งเครียด เขาอ่านเอกสารรายงานความเสียหายที่ตั้งอยู่บนโต๊ะด้วยสีหน้าเหมือนจะปะทุออกมา

      ถ้าเก็บตัวอย่างนั่นคืนมาไม่ได้ ก็มีแต่ต้องทำการทดลองใหม่ตั้งแต่ต้นงั้นเหรอ...”

      (ไม่ไหว สงครามระหว่างเขตการปกครองเบอลลิทธ์และสาธารณรัฐอไลเมอร์จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ เราไม่มีเวลามาเตรียมการใหม่ตั้งแต่ต้นแล้ว...)

      บ้าจริง!” เขาทุบมือทั้งสองลงไปที่โต๊ะทำงาน “เราไม่มีนักเวทย์ที่มีความสามารถมากพอที่จะต่อกรกับเจ้านั่นได้บ้างเลยเหรอเนี่ย!?”

      *ก๊อกๆ*

      เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงของชายหนุ่มดังขึ้น

      ขออนุญาตครับ”

      เข้ามา” คาร์โล่ตอบ

      เขาเปิดประตูและเดินเข้ามาพร้อมกับเด็กสาวตัวเล็กคนหนึ่งในชุดนักเวทย์ของสภาเวทมนต์มีฮู๊ดซึ่งปิดบังใบหน้าของเธอเอาไว้

      มีอะไรงั้นรึ?”

      เธอกลับมาแล้วครับ”

      เด็กสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างก้าวขึ้นมาด้านหน้าอย่างใจช้าๆ คาร์โล่เขม่นตาเหมือนกับเคยเห็นเด็กคนนี้ที่ไหนมาก่อน และมันยิ่งแน่ชัดขึ้นเมื่อเด็กสาวถอดฮู๊ดแล้วเปิดเผยหน้าตาให้เห็นหูแหลมของเอลฟ์และดวงตาสีแดง

      เธอคือเด็กสาวเอลฟ์ที่หนีออกมาจากคุกใต้ดินของพระราชวัง

      นักเวทย์ภาลกิดพิเศษ—ลิย่า โฮมโดซ่า ลายงานตัวค่ะ” เธอพูดอย่างจริงจังด้วยน้ำเสียงฟังไม่ชัดเจน

      เมื่อเห็นนักเวทย์สาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า แววตาของคาร์โล่ก็เปล่งประกายเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้

      (ถ้าเป็นเอลฟ์ล่ะก็ สามารถชนะฮาล์ฟเอลฟ์ได้แน่ๆ) เขาคิด “ยินดีต้อนรับกลับ ดูเหมือนว่าจะมีภารกิจให้เธอทำทันทีเลยล่ะนะ...”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

20 ความคิดเห็น