Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 66 : Chapter VIII - Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 มี.ค. 62


Chapter VIII

สายลับสาว

Анья % An'ya




1




      แล้วหลังจากนี้เอาไงต่อ”

      เด็กสาวพูดใส่โทรศัพท์ในมือด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่

      อันย่า อาคิลิน่ายังอยู่ในชุดนักเรียนสีดำทับด้วยเสื้อกันหนาวสีแดงทั้งๆที่ยังไม่ถึงฤดูหนาว เธอมองไปรอบๆห้องบนชั้นสูงๆอาคารเก่าเหมือนกำลังหาอะไรสักอย่าง

      ไม่เจอเลย ทางนั้นล่ะ? เลวิน?”

      [ทางนี้ก็ไม่ต่างอะไรกันเท่าไหร่ละน้า—]

      อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์มีเลวินที่กำลังทำสิ่งที่คล้ายๆกันกับอันย่า

      ดูเหมื่อนว่าสถานที่ๆพวกนั้นใช้ในแผนการลอบสังหารจะไม่ใช่ที่นี่นะ”

      พวกเธอกำลังตามหาสถานที่วางแผนลอบสังหารของสภาเวทมนต์ตามที่เลวินให้ข้อมูลมา ดูเหมือนว่าสภาเวทมนต์กำลังวางแผนลอบยิงหนึ่งในขุนนางคนสำคัญของราชวงศ์โดยจ้างมือปืนมือาชีพในการทำภารกิจ ซึ่งตอนนี้พวกอันย่าและเลวินกำลังเดินสำรวจอาคารรอบๆที่สามารถใช้ในการลอบสังหารได้

      ถ้าจำไม่ผิด ขุนนางที่ตกเป็นเป้าในการลอบสังหารคือ...”

      [เซอร์ มอลนอยด์ พริกส์ เขาคือขุนนางที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของราชวงศ์สำหรับติดต่อกับสาธารณะรัฐ อไลเมอร์ ซึ่งก็คือประเทศที่ทางราชวงศ์จะเข้าร่วมหากเกิดสงครามขึ้น] เลวินอธิบายผ่านทางโทรศัพท์

      ดูเหมือนว่าพวกสภาเวทมนต์ต้องการปลิดชีพของเขา เพื่อทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรอลิสเซียและสาธารณะรัฐอไลเมอร์แย่ลงงั้นสิ”

      ราชวงศ์ของอาณาจักรอลิสเซียแห่งนี้ต้องการที่จะเข้าร่วมกับสาธารณะรัฐอไลเมอร์หากเกิดสงครามขึ้น แต่สภาเวทมนต์ที่เป็นกองกำลังทหารของประเทศกลับต้องการที่จะเข้าร่วมกับเขตการปกครองเบอลลิทธ์ซึ่งเป็นประเทศฝั่งตรงข้าม

      [ใช่แล้ว พวกนั้นเล็งเจ้าหวะที่มอลนอยด์ พริกส์จัดการแถลงข่าวที่กำลังเกิดขึ้นแก่ประชาชน เพราะตอนนี้กระแสของสงครามโลกกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วเธอล่ะ? คิดยังไง?]

      หืม?”

      คำถามของเลวินทำให้อันย่าหยุดนิ่งไปเล็กน้อยเพราะไม่เข้าใจความหมาย เลวินจึงอธิบายต่อ

      [เธอเคยเป็นสายลับจากเขตการปกครองเบอลลิทธ์นิ? ไม่คิดจะร่วมมือกับสภาเวมนต์เพื่อที่จะทำให้ประเทศของตัวเองได้รับชัยชนะเหรอ?]

      อันย่านั้น ก่อนหน้านี้เคยเป็นสายลับจากเขตการปกครองเบอลลิทธิ์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอจะเข้าร่วมกับสภาเวทมนต์เพื่อให้อาณาจักรอลิสเซียเข้าร่วมและสร้างข้อได้เปรียบให้กับประเทศตัวเอง

      ฉันนะ... ยังไงก็ตาม ตอนนี้สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องนั้น”

      [เห—]

      ระหว่างที่คุยอยู่อันย่าก็เดินมาพบกับรอยอะไรซักอย่างตรงหน้าต่างของห้องที่เธอกำลังสำรวจอยู่ มันเป็นรอยคล้ายกับถูกของแข็งข่วน ซึ่งดูแล้วเพิ่งเกิดไม่นานมานี้

      นี่มัน...”

      เมื่องมองลงไปตามหน้าต่างด้านล่างจากตึกสูงแห่งนี้จะเห็นเวทีที่ขุนนาง มอลนอยด์ พริกส์จะใช้ในการแถลงข่าวอย่างชัดเจนไร้สิ่งกีดขวาง หรือถ้าพูดอีกมุมนึงคือ...

      เป็นจุดที่เหมาะแก่การซุ่มยิงที่สุด...”

      [เจอแล้วเหรอ?]

      อืม มีรอยของปืนไรเฟิลอยู่ตรงขอบหน้าต่าง ไม่แน่มือสังหารที่พวกนั้นจ้างมาอาจจะมาเช็คสถานที่ก่อนปฏิบัติการจริงก็เป็นได้ ยังไงก็ตามเรารู้ตำแน่งของจุดซุ่มยิงแล้ว ที่เหลือก็แค่รอให้ถึงวันที่ขุนนางคนนั้นแถลงข่าวแล้วค่อยหยุดการซุ่มยิงให้ได้-”

      อันย่าหยุดไปกระทันหัน เธอเดินเข้ามาในห้องอื่นๆและดูตรงขอบหน้าต่างของห้องทุกบาน โดยทั้งหมดก็มีรอยขีดข่วนจากปืนไรเฟิลซุ่มยิง

      [มีอะไรงั้นเหรอ? อันย่า?]

      แย่แล้ว ทุกๆห้องเป็นจุดที่สามารถใช้ในการซุ่มยิงได้”

      อันย่ารีบสรุปผลจากการสำรวจห้องทุกห้องบนอาคารชั้นนั้น โดยแต่ละห้องสามารถใช้เป็นจุดซุ่มยิงลงไปยังเวทีแถลงการได้

      [เป็นไปไม่ได้หรอก มือซุ่มยิงน่าจะมีเพียงคนเดียว ดังนั้นมันต้องเลือดจุดๆหนึ่งที่ดีที่สุดแน่ๆ พวกเราต้องหาจุดๆนั้นให้เจอ! รอก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้แหละ!]

      เลวินพูดอย่างรีบร้อนแล้ววางสายโทรศัพท์ไปก่อนจะเริ่มมุ่งหน้ามายังอาคารที่อันย่าอยู่

      “...”

      อันย่าเก็บโทรศัพท์ลงไปในกระเป๋าก่อนจะเริ่มออกวิ่งไปทั่วชั้นเพื่อมองหาจุดที่ดีที่สุดในการซุ่มยิง แต่เธอเป็นเพียงแค่สายลับ เธอไม่ใช่นักลอบสังหาร ดังนั้นเธอจึงมองไม่ออกว่าจุดไหนคือจุดที่ดีที่สุดในการซุ่มยิง

      (ไม่ไหว ยังไงก็ดูไม่ออกเลยว่าจุดแต่ละจุดมันแตกต่างกันยังไง...)




2




      เด็กสาวผมสีแดงในเสื้อเชิ้ตสีขาวกระโปรงสีน้ำเงินยาวเหนือเข่า เอมเบอร์ เฟรมม่าประจำตำแหน่งอยู่ที่เวทีแถลงการที่จะมีการจัดงานแถลงการของขุนนางมอลนอยด์ พริกส์ขึ้น โดยบริเวณใกล้ๆก็มีเวโรนิก้าอยู่เช่นกัน

      พวกเขามีความสามารถในการต่อสู้ด้วยเวทมนต์สูงที่สุดในทีมของเลวิน ทำให้ถูกเลือกมาประจำตำแหน่งเป็นคนคุ้มกันขุนนางที่แถลงการหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

      ตอนนี้พนักงานเตรียมการกำลังจัดเวทีและที่นั่งสำหรับผู้ชมอย่างวุ่นวาย ขณะที่รอยๆมีผู้คนคอยดูการจัดสถานที่จำนวนมาก

      ในหมู่ของกลุ่มคนจำนวนมากพวกนั้นมีมือสังหารที่ถูกจ้างมาโดยสภาเวทมนต์ปะปนอยู่ กำลังจ้องมองไปยังอาคารที่ตนเล็งเอาไว้เป็นจุดซุ่มยิงด้วยสายตาเยือกเย็น

      และด้วยสายตาอันแหลมคมของมือปืน เขาก็มองเห็นเงาของเด็กสาวผมดำสั้นถึงต้นคอที่กำลังวิ่งไปมาอยู่บนชั้นของอาคารสูง

      (หืม? รึว่า!?)

      ทันใดนั้นเขาก็รู้ตัว ความกดดันพุ่งเข้าใส่ร่างกายของมือปืนทันที เขาจึงเริ่มออกวิ่งไปจากฝูงชนแล้วมุ่งหน้าไปยังอาคารสูง

      (หรือว่าจุดซุ่มยิงของเราจะถูกรู้แล้ว?)

      สำหรับมือปืนแล้ว การที่จุดซุ่มยิงถูกล่วงรู้คือการทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายผิดพลาด ดังนั้นมือสังหารคนนี้จะปล่อยให้จุดซุ่มยิงของเขาถูกรู้ไม่ได้เด็ดขาด

      (แต่ว่าเราทำรอยตรงขอบหน้าต่างเอาไว้หลายรอย พวกนั้นคงยังหาเจอไม่ได้ง่ายๆหรอก จุดซุ่มยิงของจิงน่ะนะ)

      มือสังหารใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการวิ่งมาถึงอาคาร เขารีบวิ่งขึ้นบันไดเก่าๆเพื่อจัดการปิดปากเด็กสาวที่เขาเห็นเป็นเงาตรงหน้าต่างให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เธอหาจุดซุ่มยิงนั่นเจอ

      แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

      *กึก*

      บนพื้นด้านหน้าของเขามีมีเส้นเอ็นบางๆขึงเอาไว้อยู่ โดยที่ปลายด้านข้างมีแท่งเหล็กทรงกระบอกสองอัน หากใครๆที่ชำนานเรื่องอาวุธทางการทหารมาเห็นก็ดูออกว่ามันคือระเบิด

      *ตู้ม!*

      กลไกของระเบิดทำงานโดยเส้นเอ็นที่มือสังหารไปสะดุดเข้า ทำให้เกิดแรงระเบิดมหาศาลผลักให้เขากระเด็นออกไปพร้อมแรงสั่นสะเทือน

      โชคดีที่มือสังหารรีบกระโดนออกมาทันก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บถึงชีวิต ดังนั้นเขาจึงมีแค่บาดแผลถลอกๆ

      กับดักงั้นเหรอ?!”

      แหมๆ— ไม่คิดว่ามือสังหารอาชีพจะโดนกับดักง่ายๆแบบนั้นนะ”

      เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นมาจากอีกมุ่มหนึ่งของทางเดิน หลังจากนั้นร่างของเด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนก็โผล่ออกมาจากควันระเบิด

      ในมือของเลวิน บลูกเซอร์มีปืนพกอยู่ ถึงแม้ว่ามันไม่ทรงอนุภาพเหมือนกับปืนไรเฟิลซุ่มยิงของมือสังหารแต่อย่างน้อยมันก็สามารถใช้ในการปลิดชีพได้

      ไหนๆแล้ว จัดการฆ่ามือสังหารเสียตรงนี้เลยดีมั้ย? มันจะช่วยประหยัดเวลาของพวกฉันไม่ได้เยอะเลยล่ะนะ”

      เลวินพูดขณะชี้ปืนพกในมือไปยังศรีษะของมือสังหารที่นั่งอยู่บนพื้น เขาไม่ลังเลที่จะยิงออกไปแน่ แต่จังหวะที่เลวินเผลอนั้น มือสังหารก็เอื้อมมือไปดึงสลักระเบิดควันที่พกเอาไว้ด้านหลัง สร้างควันออกมาปิดบังทัศนวิศัยของทั้งสอง

      เลวินรีบเหนี่ยวไกยิงออกไปแต่ยิงไม่โดนเพราะมองไม่เห็น

      บ้าจริง!”

      เลวินรีบถอยหลังไปตามทางเดินเพื่อที่จะออกมาจากหมอกควัน ระหว่างที่เขากำลังจะออกมาได้ ด้านหลังของเขาก็สัมผัสเข้ากับอะไรบางอย่าง

      ด้านหลังของเลวินคือมือสังหาร ซึ่งในมือของเขาตอนนี้มีปืนพกซึ่งจ่อยิงไหล่ซ้ายของเลวินในระยะเผาขน มือสังหารไม่แม้แต่จะคิดซ้ำ เขายิงออกไปอย่างไม่ลังเล

      *ปัง!*

      ย้าก!” เลวินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

      ชิ!”

      เลือดไหลออกมาจากบาดแผลที่ไหลซ้ายของเลวินไม่หยุดหย่อน

      พลาดงั้นเรอะ!” มือสังหารสบถออกมา

      จริงๆแล้วมือสังหารเล็งที่จะยิงศรีษะของเลวิน แต่ภายในหมอกควันที่มองไม่เห็นทำให้การยิงให้ตรงเป้าเป็นไปได้ยาก ดังนั้นเลวินจึงรอดมาได้

      (เกือบไปแล้ว หากพลาดนิดเดียวเราได้กลายเป็นศพไปแล้ว...)

      *ปังๆๆ*

      เลวินยิงออกไปสุ่มๆโดยไม่เล็งเป้า แสงจากปลายกระบอกปืนของเลวินสามารถเห็นได้ชัดผ่านหมอก นั่นทำให้มือสังหารสามารถรู้ตำแหน่งของเขาโดยทันที

      มือสังหารค่อยๆเข้าใกล้เลวินจากทางด้านหลัง

      (หึ อ่อนหัด) มือสังหารคิด

      จู่ๆ เลวินที่ยืนนิ่งมาได้สักพักก็ขยับมือ เขาเล็งปืนพกในมือผ่านไหล่ไปทางด้านหลังราวกับรู้ว่ามือสังหารจะอ้อมมาด้านหลังของเขา หลังจากนั้นเลวินก็เหนี่ยวไก ปล่อยกระสุนให้พุ่งไปยังหน้าท้องของมือสังหาร

      อัก!” มือสังหารร้องออกมาด้วยความแปลกใจ “รู้ได้ยังไง?!”

      ฉันก็แค่ยิงออกไปเพื่อล่อให้แกอ้อมมาทางด้านหลังของฉันก็แค่นั้นเอง”

      เลวินพูดพร้อมหันกลับไปทางมือสังหาร

      ที่จริงแล้วฉันเล็งหัวแกเอาไว้นะ แต่ดูเหมือนว่าจะยิงพลาดไปด้านหน้าท้องแทนแฮะ...”

      มือสังหารรีบถอยเข้าไปในหมอกอย่างรวดเร็ว เลวินรีบหันปืนไปในทิศทางนั้นแล้วยิงด้วยความรวดเร็วจนกระสุนในซองหมด

      ชิ!”

      เขาเดินไปยังหน้าต่างแล้วใช้สันปืนทุบให้แตกเพื่อให้กระแสลมถ่ายเท พัดควันจากระเบิดควันออกไปด้านนอก ทำให้ภายในห้องกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง

      อย่างที่คิด หนีไปแล้วสินะ”

      เลวินพูดขณะมองไปยังรอยเลือดที่หยดไหลไปตามทางลงบันไดชั้นล่าง ดูเหมือนว่ามือสังหารจะหนีออกไปจากอาคารแล้ว

      (ก็อยากจะรีบไล่ตามไปอยู่หรอกนะ แต่...)

      ที่ไหล่ซ้ายของเลวินมีแผลจากถูกยิงในระยะเผาขน ทำให้เขาสูญเสียเลือดไปพอสมควร เขาจึงรีบตามไปตอนนี้ไม่ได้เพราะเรี่ยวแรงเริ่มหายไปแล้ว

      อันย่ารีบวิ่งลงบันไดมาตามเสียงระเบิดและเสียงปืน เธอไม่พบใครนอกจากเลวินที่ยืนกุมไหล่อยู่

      เกิดอะไรขึ้น”

      มือสังหารน่ะ” เลวินตอบขณะหอบด้วยความเหนื่อยล้า “ระหว่างที่ฉันมาที่นี่ ฉันเห็นคนท่าทางแปลกเดินเข้ามาที่นี่ แค่เห็นก็รู้เลยว่าหมอนั่นคือมือสังหาร ฉันเลยคิดว่าจะจัดการซะเลย แต่ดูเหมือนว่าฉันจะประมาทไปสินะ...”

      ต้องไล่ตามไปมั้ย?”

      ไม่ต้องหรอก หากเราไล่ตามไปอาจจะเกิดการต่อสู้ขึ้นกลางเมือง ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องอาจจะได้รับลูกหลงก็ได้”

      อันย่าพาเลวินลงไปยังรถที่จอดเอาไว้ด้านล่างเพื่อทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หลังจากนั้นเลวินก็ติดต่อให้เอมเบอร์และเวโรนิก้าที่ประจำตำแหน่งอยู่ที่เวทีแถลงการกลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้งหนึ่ง


      หา!? มือสังหารงั้นเหรอ? บ้าจริง ถ้าเป็นแบบนั้น...” เอมเบอร์พูดพร้อมแสดงสีหน้ากังวล

      ถูกต้อง... มือสังหารที่ถูกรู้จุดซุ้มยิงแล้วจะต้องเปลี่ยนตำแหน่ง หาจุดซุ่มยิงใหม่อย่างแน่นอน หมายความว่าสิ่งที่เราทำมาทั้งหมดสูญเปล่า”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

20 ความคิดเห็น