Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 71 : Chapter VIII - Part 6 END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 มี.ค. 62




11




      ลำแสงพุ่งเข้าใส่อันย่า มันเป็นมานาที่ถูกยิงออกมาจากอุปกรณ์เวทมนต์รูปปืนไรเฟิลซึ่งอยู่ในมือของมือสังหาร หากเธอไม่หลบไปทางด้านข้าง ร่างกายของเธอจะถูกมันเจาะเป็นรูแน่

      “!”

      อันย่าหยิบมีดพับในมือขึ้นชี้ไปทางมือสังหาร เล็งไปยังปลายของลำแสงที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงพอๆกับกระสุนปืนไรเฟิล

      เธอกดปุ่มบนมีดพับ มานาของเธอถูกดูดเข้าไปหลังจากนั้น แล้วลำแสงคล้ายๆกันก็พุ่งออกมาจากปลายมีด ขนาดของลำแสงเล็กกว่าของปืนไรเฟิลพอสมควร

      ลำแสงมานาทั้งสองปะทะกันด้านหน้าอันย่า ลำแสงที่ออกมาจากมีดพับของอันย่ามีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า เมื่อปะทะกันแล้วมันจึงทำให้ลำแสงขนาดใหญ่กว่าจากปืนไรเฟิลแตกออกเป็นสองแฉก ดูคล้ายกับสายน้ำที่ถูกก้อนหินแยกให้กลายเป็นสองทาง

      มันพุ่งเฉียดด้านข้างซ้าย-ขวาของอันย่าไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร

      แต่ถึงการโจมตีจะพลาดเป้าไป แรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากกระปะทะกันของลำแสงมานาก็ทำให้อันย่าค่อยๆสไลด์ไปทางด้านหลัง

      (ไม่ผิดแน่) อันย่ายังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง (อาวุธนั่น... มือสังหารคนนี้เป็นมือสังหารจากเขตการปกครองเบอลลิทธ์)

      คนที่มีบ้านเกิดเมืองนอนเดียวกับอันย่ากำลังปะทะกันกับเธอ

      ลำแสงค่อยจางหายไป มือสังหารที่เป็นคนปล่อยมันออกมายังคงยืนอยู่ด้านหน้าของอันย่าที่กำลังอ่อนแรงเพราะใช้แรงเกือบทั้งหมดในการป้องกันเมื่อครู่

      นั่นทำให้เธอยืนอย่างสั่นเทา สายตาของเธอมองตรงไปยังอุปกรณ์เวทมนต์รูปแบบปืนไรเฟิลในมือของมือสังหารที่ยืนอยู่ต่อหน้า

      ทำไมมือสังหารจากเขตการปกครองฯถึง...” อันย่าเปล่งเสียงออกมาด้วยแรงที่เหลือ

      ประเทศต้องการให้อาณาจักรนี้เข้าร่วมด้วยโดยเร็วที่สุด เพราะอีกไม่นานสงครามก็จะเริ่มแล้ว ดังนั้นฉันก็เลยถูกส่งมาช่วยสภาเวทมนต์ของประเทศนี้ยังไงเล่า”

      สงคราม...ไม่มีเวลาแล้วงั้นเหรอ?”

      จะว่าไปแล้ว...แม่หนูก็ไม่ใช่คนธรรมดาสินะ? เป็นใครกันแน่?”

      “...”

      อันย่าเป็นใครกันแน่? เธออยู่ฝ่ายไหนกันแน่? อาณาจักรอลิสเซียแห่งนี้? หรือว่ายังคงเป็นพลเมืองของเขตการปกครองเบอลลิทธ์อยู่?

      ไม่รู้...ฉันอยู่ข้างไหนกันแน่ในสงครามนี้?”

      อันย่าไม่ได้ตอบออกไป เธอเพียงแค่พูดกับตัวเอง

      มือสังหารขมวดคิ้วหลังจากได้ยินประโยคที่ออกมาจากปากของเด็กสาวตรงหน้า เขาลดปืนไรเฟิลในมือลงโดยไม่เกรงกลัวต่อศัตรูด้านหน้า

      หากไม่รู้ว่าตัวเองสู้เพื่ออะไรล่ะก็ แม่หนูก็คงไม่ใช่ศัตรูของฉันแล้วล่ะ”

      “...”

      ลาก่อน”

      มือสังหารยกปืนไรเฟิลขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง อันย่ารีบเคลื่อนที่ไปหลบหลังตู้แอร์คอนดิชั่นเนอร์บนหลังคา แต่เธอไม่คิดว่ามันจะช่วยป้องกันเอาไว้ได้

      (ถ้าหากฉันร่วมมือกับพวกอเล็กเซย์ ประเทศนี้ก็จะทำให้เขตการปกครองเบอลลิทธ์พายแพ้ในสงคราม... ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังอยากที่จะช่วยพวกอเล็กเซย์...)

      ทั้งคู่เริ่มเปิดฉากการไล่ล่าบนชั้นดาดฟ้า ความกว้างของมันมีพื้นที่มากพอให้อันย่าวิ่งหลบลำแสงมานาของปืนไรเฟิล แต่เธอคงไม่สามารถยิงตอบโต้ได้อย่างแม่นยำเพราะเสียแรงไปมาก เธอทำได้เพียงวิ่งหลบไปตามที่กำบังเท่านั้น

      อุปกรณ์เวทมนต์ปืนไรเฟิลของมือสังหารมีอนุภาครุนแรง แต่ต้องใช้เวลา 10 วินาทีในการยิงครั้งหนึ่ง ทำให้อันย่ามีเวลาวิ่งเข้าที่กำบังแล้วโจมตีตอบโต้ได้

      หากเป็นคนจากเบอลลิทธ์ล่ะก็ จะต้องรักชาติยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง!”

      “...”

      ถ้าเธอคิดจะทรยศประเทศของตัวเองล่ะก็...ตายซะที่นี่แหละ!”

      หลังจากยิงลำแสงออกไปแล้ว มือสังหารต้องรอ 10 วินาทีในการยิงครั้งต่อไป เขาจึงหยิบปืนพกขึ้นมาใช้แทน

      *ปัง*

      อันย่าหลบไม่พ้น

      อ้าก!”

      เธอร้องออกมาพร้อมกับล้มลงไปหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้าย ทำให้การเคลื่อนไหวของเธอเชื่องช้าลง เธอรีบหยิบมีดพับขึ้นมาชี้ไปยังมือสังหารทันทีเพื่อโจมตีตอบโต้

      แต่อันย่าช้าเกินไป ลำแสงมานาอีกเส้นกำลังพุ่งเข้ามาใส่ร่างของเธออย่างจัง ระยะห่างมีน้อยเกินกว่าที่จะใช้มีดยิงป้องกันเหมือนครั้งที่แล้ว

      หากปล่อยเอาไว้ ร่างกายของเธอต้องถูกลำแสงนั่นเจาะเป็นรูแน่ เธอต้องหาทางทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายเกินไป

      ฮึบ!” อันย่าปล่อยลมหายใจออก

      เธอเค้นมานาที่อยู่ตรงมือออกมาทั้งหมด หลังจากนั้นก็ควบคุมมานาให้เข้มข้นขึ้น ห่อหุ้มรอบๆฝ่ามือของเธอเอาไว้

      (ถ้าหากลำแสงที่ถูกยิงออกมาจากอุปกรณ์เวทมนต์ไรเฟิลนั่นเป็นมานาล่ะก็...)

      อันย่ายื่นมือไปด้านหน้า ใช้ฝ่ามือที่ถูกห่อหุ้มด้วยมานารับลำแสง แรงกระแทกจะการปะทะส่งให้เธอปลิวไปด้านหลัง แต่มือของเธอยังไม่ถูกลำแสงเป่าไป

      ลำแสงนั่นคือมานาที่ถูกยิงออกมา เมื่อใช้มานาที่ห่อหุ้มมือของเธอในการป้องกัน ทำให้มือของเธอไม่ได้รับอันตราย

      หลังจากปลิวถอยหลังมาได้ประมาณ 6 เมตร ด้านหลังของเธอเป็นขอบของดาดฟ้า หากถอยไปอีก 3 ก้าวจะร่วงลงไป อันย่ารีบดูมีดพับในมือ

      หลอดแก้วบรรจุของเหลวสีเขียวด้านข้างของมีดแตกเพราะแรงกระแทก มันเป็นเชื้อเพลิงของอุปกรณ์เวทมนต์ เมื่อมันแตกไปแล้วมีดพับก็จะใช้การไม่ได้ เธอต้องรีบเปลี่ยนหลอดแก้วใหม่แทนอันที่แตก

      มือสังหารโยนอุปกรณ์เวทมนต์รูปแบบปืนไรเฟิลทิ้งไปบนพื้น เปลี่ยนมาใช้ปืนพกแทน เขาค่อยๆเดินมาทางอันย่า เตรียมเป่ากระโหลกของเธอด้วยปืนพกในมือ

      คนทรยศก็เหมือนกับคนที่ทำงานผิดพลาด ...คนที่ทำงานผิดพลาดต้องชดใช้ด้วยชีวิต

      คนที่ทำงานผิดพลาดต้องชดใช้ด้วยชีวิต

      คำพูดนั่นทำให้ความทรงจำที่อยากลืมของเธอหวนกลับมา อันย่ามองเห็นภาพของตัวเองที่กำลังจะปลิดชีพใครบางคนเพียงเพราะทำงานของสายลับผิดพลาด

      เธอฝืนร่างกายตัวเองเพื่อล้วงกระเป๋าไปหยิบหลอดแก้วของเหลวสีเขียวมาใส่มีดพับเพื่อให้มันกลับมาใช้การได้

      (พี่...ฉันควรจะทำยังไงดี...?)

      ฉันก็กลัวว่าเธอจะหักหลังนะ อเล็กเซย์เคยพูดกับเธอไว้แบบนั้น แต่เขากลับช่วยเธอเอาไว้โดยให้เหตุผลเพียงง่ายๆว่า ไม่อยากศูนย์เสียคนสำคัญไปอีกแล้ว อันย่าเพิ่งนึกถึงเรื่องนั้นขึ้นได้ อเล็กเซย์เคยนำประเทศของเขามาเสี่ยงเพื่อที่จะช่วยเธอ แต่เหตุผลล่ะ? ทำไมอเล็กเซย์ถึงยอมทำแบบนั้น ทั้งๆที่มันอาจนำประเทศของเขาให้ล่มสลายลง

      (เพราะเขาเชื่อในตัวฉันสินะ...เชื่อว่าฉันจะไม่หักหลังเขา)

      *ปัง*

      เสียงปืนดังมาจากด้านหลังของมือสังหาร เมื่อหันไปมองเขามองเห็นเด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อน นั่นคือเลวิน บลูกเซอร์ที่กำลังแสดงรอยยิ้มไร้อารมณ์บนใบหน้า ในมือของเลวินมีปืนพกกระบอกเล็กอยู่ มันชี้มาทางมือสังหาร

      กระสุนที่เลวินยิงมาไม่โดนมือสังหาร แต่มันทำให้เขาหยุดนิ่งไป อันย่าใช้จังหวะนี้เปลี่ยนหลอดแก้วของมีดพับให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

      ทันเลวาพอดี!”

      “!”

      จังหวะที่มือสังหารละความสนใจไปทางเลวิน อันย่าก็ใช้จังหวะนั้นโจมตี เธอไม่ได้ใช้มีดพับยิงกระสุนมานาออกไป แต่เธอลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้าไปยังมือสังหาร ผลักให้เขาล้มลงไปกับพื้น ใช้มีดในมือของเธอเล็งเอาไว้ที่คอ

      จับตัวได้แล้ว...”

      อันย่าอ่อนแรง แต่เธอใช้น้ำหนักตัวของเธอกดร่างของมือสังหารเอาไว้ไม่ให้ลุกขึ้นมาได้ เลวินเดินเข้ามาดูเหตุการณ์ใกล้ๆ

      เธอคิดว่าจะได้ข้อมูลอะไรจากเจ้านี่รึเปล่า?”

      “...ไม่รู้สิ แต่หมอนี่เป็นมือสังหารจากบ้านเกิดของฉัน...”

      เขตการปกครองเบอลลิทธ์น่ะนะ?”

      อันย่าพยักหน้าตอบ มือสังหารถูกเอามีดจี้คอไว้ อีกทั้งยังขยับตัวไปไหนไม่ได้ เขาจึงเลิกที่จะดิ้นรนโดยเปล่าประโยชน์

      เธอคิดว่าแบบนี้ดีแล้วแน่งั้นเหรอ?” มือสังหารพูด “ถ้าหากว่าเธอยอมร่วมมือกับราชวงศ์ของอาณาจักรนี้ ประเทศของพวกเราจะพ่ายแพ้ในสงครามนะ”

      นั่นสินะ ฉันไม่อยากให้ประเทศที่ฉันเติบโตมาถูกทำลายหรอก”

      ถ้างั้นทำไม...?”

      เพราะ...ฉันเองก็เชื่อในตัวพวกเขาไงล่ะ

      เลวินเบิกตาโพล่งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของอันย่า เขายิ้มเล็กน้อยแล้วปล่อยให้อันย่าพูดต่อไป

      เพราะฉันเชื่อในราชวงศ์ของประเทศนี้”




12




      แล้วนายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง? รอบๆน่าจะมีตำรวจล้อมเอาไว้อยู่...”

      หืม?” เลวินส่งยิ้มเศร้าๆ เขามีรอยยิ้มหลากหลายแบบจริงๆ “ดันเจอกับเด็กคนนึงที่เธอช่วยเอาไว้นะ ก็เลยขอให้แม่หนูนั่นช่วยสักหน่อย”

      นายคงไม่ได้ทำอะไรแปลกๆกับเด็กคนนั้นใช่มั้ย...”

      ไม่ๆๆ ไม่มีทาง”

      เลวินพูดปฏิเสธแบบเหงื่อถ้วมตัว ทั้งสองกำลังหาทางหนีออกจากอาคารที่ถูกล้อมด้วยตำรวจ เลวินมองลงไปด้านล่างจากชั้นดาดฟ้า เห็นเจ้าหน้าที่นับ 10 ค่อยๆบุกเข้ามาด้านในโรงแรม

      จะเอาไง?” อันย่าถาม

      ด้านหลังมีมือสังหารที่ถูกทำให้หมดสติ พวกเขาตัดสินใจจะทิ้งมือสังหารเอาไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะยังไงมือสังหารก็คงไม่มีข้อมูลสำคัญๆอะไรเพราะเป็นตัวหมากแนวหน้า อีกทั้งยังเป็นคนจากต่างประเทศ สภาเวทมนต์ไม่มีทางบอกความลับอะไรแน่

      กระโดดลงไปเลยมั้ย” เลวินพูดในเชิงล้อเล่น

      หืม”

      “...เฮ้ยๆ คิดจะทำอะไร..?”

      อันย่าเดินขึ้นตรงขอบตึก ด้านข้างมีอาคารอีกหลังที่มีความสูงใกล้เคียงกัน แต่ระยะห่างมากเกินไป พวกเขาไม่สามารถกระโดดข้ามจากดาดฟ้าโรงแรมไปยังดาดฟ้าของตึกนั้นได้แน่นอน

      คิดจะกระโดดจริงดิ—” เลวินถามเพื่อความแน่ใจ “ไม่ไหวๆ ระยะห่างมากขนาดนั้น พวกเรากระโดไปไม่ถึงแน่”

      ถ้าอย่างนั้นนายยังมีวิธีอื่นอีกงั้นเหรอ?”

      หน่วยต่อต้านผู้ก่อการร้ายกำลังเคลื่นอพลเข้ามาด้านในโรงแรม ช่วยคนที่อยู่ด้านในออกไปอย่างระมัดระวัง มองหาคนร้าย และตอนนี้บางส่วนกำลังมุ่งหน้ามาที่ชั้นดาดฟ้า

      พวกเขามีเวลาไม่มากนัก

      เลวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อไปยังที่ไหนซักแห่ง

      [เจ้าบ้า! นี่นายหายหัวไปไหน?!] เสียงของเอมเบอร์ดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์

      [โทษทีๆ ตอนนี้ฉันช่วยอันย่าจัดการมือสังหารเสร็จแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะโดนตำรวจล้อมเอาไว้น่ะน้า—]

      [เห้อ] เอมเบอร์ถอนหายใจ [โทษที แต่ตอนนี้พวกเราไม่น่าจะไปช่วยทางนั้นได้นะ เวโรนิก้าและฉันได้รับบาดเจ็บ พวกเราเพิ่งสู้กับตำรวจที่ชื่อนิโคลายไปน่ะ]

      เลวินยักไหล่ให้กับอันย่าที่ได้ยินบทสนทนา เอมเบอร์และเวโรนิก้าไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ และถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่บาดเจ็บ อันย่าและเลวินก็คงจะหลีกเหลี่ยงการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

      แผลของเธอล่ะ?”

      เลวินถามถึงแผลถูกยิงที่ขาซ้ายของอันย่า มันได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว แต่ความเจ็บปวดยังอยู่ ทำให้อันย่าเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องเท่าไหร่

      เลือดหยุดไหลแล้ว” อันย่าตอบ “แต่ดูเหมือนว่าการที่เราจะออกไปจากที่นี่ได้ก็มีแต่จะต้องกระโดดไปยังอาคารใกล้ๆเท่านั้นแหละ”

      เอาจริงดิ...”

      อาคารด้านข้างห่างจากดาดฟ้าของโรงแรมประมาณ 10 เมตร มันไม่ใช่ระยะที่คนเลือดเนื้อธรรมดาจะกระโดดข้ามไปอีกฝั่งได้

      “...”

      อันย่า นั่นคือ?”

      เลวินพูดพร้อมกับชี้ไปยังมุมหนึ่งของชั้นดาดฟ้า ตรงนั้นมีบางอย่างวางอยู่ มันดูเหมือนกับกระเป๋าเป้ น่าจะเป็นของที่มือสังหารเตรียมเอาไว้

      ร่มชูชีพ?” อันย่าลองเดาดู

      เมื่อเลวินลองเดินไปเช็คดู เขาก็ได้คำตอบแบบเดียวกัน

      อืม ดูเหมือนว่าจะเป็นร่มชูชีพจริงๆนั่นแหละ เราสามารถใช้มันกระโดดหนีลงไปด้านล่างได้อยู่ แต่มันมีเพียงแค่อันเดียว ไม่พอสำหรับสองคน”

      คิดอะไรได้บ้างมั้ย?”

      เลวินสังเกตดูสภาพของอันย่า เธอได้รับบาดเจ็บที่ขาและอ่อนแรง แต่ร่มชูชีพมีอันเดียว หากใครบางคนหนีไป อีกคนต้องติดอยู่ที่นี่

      ก็พอคิดได้อะไรได้อยู่ละน้า—” เลวินหยิบกระเป๋าร่มชูชีพขึ้นมาสะพาย “มาทางนี้หน่อย...”

      “...!?”

      เลวินเดินไปยังอันย่าแล้วอุ้มเธอขึ้นมาจากพื้น ระวังไม่ให้เธอเจ็บแผลที่ขาซ้าย

      คิดจะทำอะไร?” อันย่าถามด้วยความตกใจ

      เกาะเอาไว้แน่นๆล่ะ...ถ้าตกลงไปฉันไม่รู้ด้วยละนะ!”

      เลวินไม่รอให้อันย่าพูดตอบ เขารีบวิ่งตรงไปยังขอบดาดฟ้า พุ่งตรงไป กระโดดลงจากตึกสูงกว่า 20 ชั้นโดยมีเด็กสาวอยู่ในอ้อมกอด อันย่าจับเลวินเอาไว้แน่นเพราะไม่อยากตกลงไป มวลอากาศกระแทกเข้ากับร่างกายของทั้งสองขณะความเร็วในแนวดิ่งของทั้งคู่เพิ่มขึ้น

      คงมีคนที่อยู่ในโรงแรมหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจรอบๆสังเกตเห็น แต่นั่นไม่สำคัญ เลวินดึงร่มชูชีพออกแล้วเคลื่อนที่ออกห่างจากโรงแรมไป

      ถึงแม้จะถูกเห็นแต่ก็คงไม่มีใครตามมาได้ทัน

      ทั้งสองสามารถหลบหนีออกมาจากดาดฟ้าของโรงแรมนั่นได้โดยใช้ร่มชูชีพ ส่วนเอมเบอร์และเวโรนิก้าสามารถออกมาจากเวทีแถลงการได้สำเร็จ สิ่งที่พวกเขาต้องทำต่อไปคือการกลับมาร่วมกลุ่มกัน แล้วกลับไปใช้ชีวิตประจำวันเช่นเดิม

      อันย่าสามารถเลือกสิ่งที่ตนเองจะทำได้แล้ว นั่นคือ ให้ความร่วมมือกับราชวงศ์ของอาณาจักรอลิสเซีย เพื่อที่จะทำให้สาธารณรัฐอไลเมอร์ชนะในสงครามที่อาจจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้




20 ความคิดเห็น