Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 79 : Chapter IX - Part 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 เม.ย. 62




19




      กระดาษแผ่นหนึ่งถูกยื่นมาบนโต๊ะของผู้บัฐชาการสูงสุดของสภาเวทมนต์

      คาร์โล่ อาร์ลิคขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด

      นี่มัน...”

      ถูกต้องครับ”

      นักเวทย์ยศต่ำกว่าที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเขาตอบ

      เหล่าผู้บัญชาการของทางเราพร้อมแล้ว อีกอย่าง พวกราชวงศ์ปล่อยให้ลูกนกในหอคอยนั่นเป็นอิสระแล้ว แบบนี้พวกเราจะอยู่เฉยอีกไม่ได้ต่อไป ดังนั้น”

      เขาชี้ไปยังกระดาษแผ่นนั้น

      นั่นเป็นการทำลายสัญญาที่ทำกันไว้ตั้งแต่พิธีปราบดาภิเษกเมื่อ 2 ปีก่อน”

      ใจเย็นๆก่อน” คาร์โล่ยกมือขึ้นมาห้ามปรามเอาไว้ “ฉันคิดว่าพวกขุนนางจะหาทางทำอะไรซักอย่างเอง ดังนั้นพวกเราไม่จำเป็นต้องรีบทำรัฐประหารตอนนี้...”

      นักเวทย์ตบมือทั้งสองลงบนโต๊ะแล้วขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจหลังจากได้ยินคำตอบของคาร์โล่

      พวกเราจำเป็นต้องรออะไรงั้นเหรอครับ?!”

      “...ประชาชนยังไม่พร้อม...” คาร์โล่ก้มต่ำ “เราต้องการให้ประชาชนสนับสนุนมากกว่านี้ อีกทั้งยังต้องการกำลังเสริมจากเขตการปกครองเบอลลิทธ์ด้วย ดังนั้นพวกเรายังเริ่มตอนนี้ไม่ได้”

      นักเวทย์สงบสติอารมณ์ลงก่อนจะโค้งคำนับให้กับผู้บัญชาการสูงสุดอย่างสง่างามแล้วพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

      นั่นสินะครับ ขอโทษที่เสียมารยาทไป”


      หลังจากคุยธุระกันเสร็จแล้ว นักเวทย์จึงเดินออกจากห้องไป ทำให้คาร์โล่เหลือยู่ในห้องเพียงคนเดียว เขาหยิบกระดาษที่ยังวางทิ้งไว้บนโต๊ะขึ้นมา

      ไอ้ขุนนางบ้านั่น ไม่ทำหน้าที่ให้มันดีๆนะ!” คาร์โล่บ่นถึงใครบางคน “เอาเถอะ ยังไงพวกเราก็เป็นฝ่ายผิดเหมือนกัน ที่ปล่อยให้อาคารจ่ายมานาถูกทำลายไป 6 หลัง”




20




      ภายในห้องโถงของพระราชวัง เด็กสาวที่เป็นพระราชินีเดินไปด้านหน้าอย่างมั่นคง

      ด้านข้างห้องโถงซ้ายและขวามีเหล่าขุนนางต่างมองด้วยสายตางุนงงและสับสน ราวกับว่ากำลังมองสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

      ขุนนางคนหนึ่งรู้สึกตัวเหมือนตื่นจากพวัง เขารีบทำในสิ่งที่ขุนนางควรทำทันที นั่นคือการนั่งคุกเข่าคำนับ

      หลังจากที่ขุนนางคนแรกเกริ่นนำแล้ว ขุนนางคนอื่นๆในห้องโถงก็เริ่มทำตามกันเรื่อยๆ จนในที่สุดในห้องก็ไม่มีใครอื่นยืนอยู่นอกจากองค์ราชินีสาว

      ลิเลียน่ามุ่งหน้าไปยังห้องบรรลังก์ทันที

      ห้องดว้างขวางแผ่อยู่เบื้องหน้าของเธอ มันคือห้องบรรลังก์ สองด้านซ้ายและขวามีอัศวินสวมชุดเกราะและดาบยืนอยู่ ให้ความรู้สึกเหมือนกับพิธีขึ้นครองราชย์

      ในมือของพวกเขามีดาบ ปลายของมันแทงลงไปยังพื้นโดยไม่เจาะหรือทำความเสียหายให้กับพื้นพรมของห้องบรรลังก์ ให้ความรู้สึกเหมือนทหารเฝ้าประตูเมืองที่ยืนเรียงแถวเป็นระเบียบ

      ลิเลียน่าสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่พร้อมแสดงสีหน้าราวกับกำลังรำลึกความหลังอะไรซักอย่าง

      เธอหันไปพูดกับแม่บ้านซาบิน่าที่เดินตามเธอมา

      ไปเตรียมการแถลงการให้พร้อม...”

      รับทราบค่ะ”

      หลังจากนั้นลิเลียน่าก็เดินหน้าผ่านเหล่าอัศวินไปยังบรรลังก์ของราชินี

      *กึก* เสียงยกดาบดังขึ้นโดยเหล่าอัศวินทั้งสองฝั่ง

      ลมหายใจของลิเลียน่าหยุดไปชั่วหนึ่ง ก่อนที่เธอจะเปล่งแสงมานาสีฟ้าแวววาวราวกับผงคริสตัลออกมาจากร่างกาย

      ก็อย่างที่เห็น...พลังของฉันมันไม่ต่างอะไรกับไม่มีพลังนั่นแหละ” ลิเลียน่ายกดาบคริสตัลสีฟ้าขึ้นมาไว้ในมือ “งั้นเริ่มกันเลย... การครองราชย์ของฉันคนนี้”

      หลังจากเธอพูดจบ มันเป็นเหมือนเสียงประกาศศึก

      เหล่าอัศวินยกดาบขึ้นมาเล็งไปยังลิเลียน่าที่ยืนอยู่ท่ามกลางห้อง แต่นั่นไม่ทำให้ท่าทีของลิเลียน่าสั่นไหวแม้แต่น้อย

      เข้ามา!”

      ดาบเหล็กกล้าและดาบคริสตัลสีฟ้าครามปะทะกันจนเกิดเสียงแสบแก้วหูดังขึ้นกังวาลภายในห้องบรรลังก์

      ลิเลียน่าเหวี่ยงดาบในมือราวกับว่าดาบคริสตัลเป็นอากาศ การเคลื่อนไหวของเธอไม่มีอัศวินคนไหนในห้องที่เทียบได้ เธอใช้ทักษะดาบของเธอในการป้องกันการโจมตีที่เข้ามา หลังจากนั้นก็สวนกลับด้วยความมั่นคงและรวดเร็ว

      อัศวินประมาณ 30 คนไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับเด็กสาวเพียงคนเดียวได้

      กลับกัน พวกเขาหลายคนกลับถูกเด็กสาวอายุเพียง 16 คนนั้นซัดจนลงไปนอนกับพื้น พวกเขาไม่มีบาดแผลบนร่างกาย

      ลิเลียน่าฟาดฟันดาบคริสตัลไปยังชุดเกราะ สร้างแรงสะเทือนรุนแรงจนทำให้พวกเขาสลบไป ดังนั้นจึงไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต

      ไม่เลวเลยนี่ครับ”

      “...”

      เสียงของสุภาพบุรษดังมาจากทางเข้า ตรงนั้นมีชายวัยกลางคนร่างใหญ่ยืนอยู่ เขาสวมชุดเกราะเหล็กสีขาวและถือดาบในมือ ผมยาวสีแดงแกมน้ำตาลภายใต้ดวงตาแหลมคม เขาเป็นชายวัย 20-30 ปีที่หากเดินไปที่ไหนก็ดูสง่างาม

      ลิเลียน่าละสายตาไปยังสภาพบุรษคนนั้นหลังจากจัดการทำให้อัศวิน 30 คนล้มไปนอนสลบอยู่กับพื้น

      ไม่ได้เจอกันตั้ง 2 ปีเลยน่ะคะ ...หัวหน้าหน้าอัศวินของกองกำลังที่ 15—ริสเตอร์ คอมเวลฟ์

      สุภาพบุรษที่ชื่อว่าริสเตอร์ คอมเวลฟ์โค้งคำนับ

      ยินดีที่ออกมาจากกรงขังนั่นได้นะครับ องค์หญิง...”

      ลิเลียน่าแสดงสีหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย

      ราชินีต่างหากค่ะ”

      แหมๆ” ริสเตอร์ดึงดาบออกมาจากฝักที่สะเอว “ตอนนี้ยังเป็นเพียงองค์หญิงครับ”

      “...งั้นเหรอ?”

      ดาบในมือของลิเลียน่าถูกชี้ไปยังริสเตอร์พร้อมๆกับแววตาของลิเลียน่าซึ่งจ้องเขม่ง

      ถ้างั้นต้องพิสูจน์ให้เห็นสินะ”

      ใช้แล้วครับ”

      ริสเตอร์เปลี่ยนการยืนไปเป็นกระบวนท่าในการต่อสู้ด้วยดาบของอัศวิน หลังจากนั้นเขาก็เร่งกล้ามเนื้อด้วยมานาแล้วพุ่งเข้าใส่ลิเลียน่าทันที

      ผมไม่คิดเลยนะครับ ว่าวันที่ท่านจะได้นั่งบนบรรลังก์จะมาถึงเร็วขนาดนี้”

      งั้นเหรอ? ถ้างั้นเตรียมใจเอาไว้ซะ!”

      ลิเลียน่าเริ่มออกตัว

      ทั้งสองพุ่งเข้าหากันตรงห้องโถงหน้าพระราชบรรลังก์ราวกับเป็นกระสุน 2 นัดที่พุ่งเข้าหากกัน และเมื่อปะทะกันแล้วทำให้เกิดเสียงดังสะท้อน

      ดาบของทั้งสองคนปะทันกันตรงกลาง ใบหน้าที่ตึงเครียดขึ้นของลิเลียน่าสามารถมองเห็นได้ชัดเจนด้านหลังใบดาบนั่น

      คนที่จะนั่งบนบรรลังก์ของท่านเรน่าได้ ต้องเป็นคนที่คู่ควรเท่านั้น!” ริสเตอร์ใช้แรงปะทะจนทำให้ลิเลียน่าถอยไปด้านหลัง

      นี่นายจะบอกว่าฉันไม่คู่ควรงั้นเหรอ?!”

      ลิเลียน่าสามารถป้องกันทุกการโจมตีได้หมด แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่สามารถหาช่องว่างในการโจมตีตอบโต้ได้

      ฉันจะปกป้องประเทศนี้เอง!”

      งั้นก็...กรุณาแสดงให้ผมเห็นหน่อยครับ องค์หญิง!”

      ย้าก—!”

      มานาสีฟ้าสะท้อนแสงราวกับผงคริสตัลแผ่ออกมาอีกครั้ง มันแผ่รัศมีออกไปรอบๆ ครอบคลุมพื้นที่ของห้อมโถงเอาไว้

      ริสเตอร์กระโจนถอยกลับไปอยู่ในท่าทีระมัดระวัง

      มานานั่น...”

      “...”

      มานาของริสเตอร์ที่ใช้เร่งกล้ามเนื้อค่อยๆจางหายไป ราวกับว่ามานาของลิเลียน่าได้ทำให้มานาของเขาสลายตัว ส่งผลให้เขาไม่สามารถเร่งกล้ามเนื้อด้วยมานาได้

      แค่นี้นายก็เปรียบเหมือนกับอัศวินธรรมดาแล้วล่ะนะ”

      ลิเลียน่ากลับมาจับดาบมั่นคงอีกครั้ง ท่าทางของเธอทำให้ริสเตอร์ถอนหายใจเบาๆเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนท่าการตั้งดาบให้เหมาะสมกับการต่อสู้ซึ่งไม่มีมานาเร่งกล้ามเนื้อ

      ปกติ ผมก็สามารถสู้ได้โดยที่ไม่ต้องใช้มานาช่วยในการเคลื่อนไหวนะครับ”

      ก็...อัศวินต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่รึไง?”

      หึๆ...ก็เป็นอย่างนั้นนั่นแหละครับ”

      หลังจากนั้นดาบของทั้งสองคนก็ปะทะกันอีกครั้ง

      ริสเตอร์แสดงรอยยิ้มอ่อนๆพร้อมกับฟาดดาบในมือไปยังลิเลียน่าหลายครั้งจนสายตาของมนุษย์มองแทบไม่ทัน แต่ถึงอย่างนั้นลิเลียน่าก็สามารถป้องกันเอาไว้ได้หมด

      “...!”

      ว่าไงล่ะ องค์หญิง? ถ้าหากว่าท่านต้องการเป็นราชินีและช่วยประเทศนี้ล่ะก็...”

      ลิเลียน่ากระโจนไปด้านหลังเพื่อเพิ่มระยะห่าง

      ช่วยไม่ได้!” เธอพูดเหมือนตัดใจอะไรบางอย่าง “ต้องใช้เจ้านั่นสินะ...”

      อันย่าฟาดดาบคริสตัลในมือใส่ห้วงอากาศด้านหน้า ระยะของดาบไม่มีทางทำอะไรริสเตอร์ได้ แต่ถึงอย่างนั้น ริสเตอร์ยังไม่ลดการป้องกันลง

      *ตึกๆๆ* เสียงโลหะกระแทกกันดังขึ้นบนใบดาบของริสเตอร์

      การโจมตีนี่มัน...การโจมตีที่มองไม่เห็น...”

      ลิเลียน่าเคยใช้การโจมตีแบบนี้เพื่อสู้กับอันย่า มันเป็นการโจมตีที่เหมือนกับการยิงกระสุนล่องหนออกไปด้วยการฟันดาบ

      ริสเตอร์สามารถใช้ดาบกันกระสุนทั้งหมดที่พุ่งเข้ามาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

      ป้องกันได้งั้นเหรอ?”

      ถ้าหากว่าสังเกตการฟันดาบของท่านดีๆ ก็จะสามารถคาดเดาทิศทางของการโจมตีได้นะครับ!”

      ริสเตอร์ใช้ดาบป้องกันกระสุนล่องหนขณะมุ่งหน้าเข้าใกล้องค์หญิงด้วยความรวดเร็ว




21




      องค์หญิงโซเฟียเป็นคนที่ยกเลิกกลไกการทำงานเวทมนต์ของหอคอยที่เคยขังลิเลียน่าเอาไว้

      เธออยู่ในห้องใต้ดินด้านล่างของหอคอยกลางพระราชวัง

      สำเร็จสินะ”

      ด้านหน้าของเธอเป็นเครื่องจักรคล้ายเครื่องจักรไอน้ำขนาดใหญ่ มันมีท่อ 6 เส้นซึ่งลำเลียงมานามาจากอาคารจ่ายมานาทั้ง 6 หลังซึ่งถูกพวกอเล็กเซย์และเลวินทำลายไป

      เป็นไปอย่างที่คิด...” องค์หญิงพูดกับตัวเอง “ปกติแล้ว หากว่าไม่ทำลายอาคารจ่ายมานาทั้ง 6 หลัง ปริมาณมานาที่ถูกส่งมายังหอคอยนี่จะอยู่ในสถานนะอิ่มตัวและไม่มั่นคง ทำให้การยกเลิกเวทมนต์เป็นไปได้ยาก เพราะปริมาณมานาที่ไม่มั่นคงทำให้การคำนวนเป็นไปได้ยาก”

      การยกเลิกเวทมนต์เป็นการใช้มานาของตนแทรกแทรงเวทมนต์ของอีกฝ่าย ซึ่งปริมาณมานาและความเข้มข้นของมานาแตกต่างกันไปตามเวทมนต์แต่ละชนิด การคำนวนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหาปริมาณและความเข้มข้นที่จะใช้

      หอคอยได้รับมานาอยู่ตลอดเวลาจากอาคารทั้ง 6 หลัง ทำให้ปริมาณการใช้มานาของมันไม่คงที เหมือนกับสมการที่เปลี่ยงแปลงตลอดเวลา มันไม่สามารถถูกคำนวนหาค่าที่ถูกต้องได้

      (ดังนั้นฉันถึงต้องให้พวกนั้นไปทำลายอาคารมานาทั้ง 6 หลัง เพื่อที่จะให้ปริมาณมานาคงที่ หลังจากนั้นก็คำนวนแล้วยกเลิกเวทมนต์ที่ทำงานอยู่ในเครื่องจักรนี้ซะ)

      แต่ว่า...”

      มีบางสิ่งที่โซเฟียยังไม่เข้าใจ

      กลไกการทำงานของมันไม่น่าจะใช่อะไรที่ซับซ้อน” เธอสำรวจรอบๆเครื่องจักรคล้ายเครื่องจักรไอน้ำ “ทำไมท่านพี่ถึงออกมาจากหอคอยไม่ได้ และทำไมมันถึงทำงานได้...”

      โซเฟียเดินออกมาด้านนอกทางประตูใต้หอคอย เธอพบกับอันย่าที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้านิ่งเฉย

      เป็นยังไงบ้าง...?”

      แปลก...”

      คำตอบขององค์หญิงโซเฟียทำให้อันย่าเอียงคอสงสัย เธอเป็นสายลับ ซึ่งมีความรู้ด้านเวทมนต์อยู่บ้างแต่เธอไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่โซเฟียกล่าว

      กลไกการทำงานของหอคอยนี้ก็คือ... เมื่อท่านพี่ออกนอกเขตที่กำหนดเอาไว้ มานาปริมาณมากจะถูกเปลี่ยนไปเป็นสายฟ้าและเข้าจู่โจมทันที—ท่านพี่จะโดนช๊อตถ้าหากเธอเดินออกมานอกเขต”

      แต่ราชินีมีมานาที่ยกเลิกเวทมนต์ด้วยการดูดกลืนมานาอยู่...”

      อันย่าเคยสู้กับองค์หญิงในตอนที่ถูกจับในฐานะสายลับหลังจากโดนอเล็กเซย์ช่วยเอาไว้ เธอรู้ว่ามานาของลิเลียน่ามีสีแปลกประหลาดราวกับเป็นผงคริสตัล อีกทั้งยังมีคุณสมบัติพิเศษ

      การดูดกลืนมานา—เธอคิดว่ามันเป็นอย่างนั้น

      องค์หญิงโซเฟียลดเสียงลง

      มานาของท่านพี่ไม่ได้ไร้เทียมทานหรอกนะ”

      “?”

      มานาของท่านพี่ไม่สามารถทำให้เวทมนต์แบบนั้นสลายไปได้ ...แตกต่างจากการยกเลิกเวทมนต์ มานาของท่านพี่น่ะ...ไม่สามารถยกเลิกเวทมนต์ได้ ทำได้เพียงแค่การดูดกลืนมานาเท่านั้น”

      มานาที่ดูดกลืนมานา นั่นคงเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับมานาของลิเลียน่า

      “...ท่านองค์หญิงคะ”

      หืม?”

      ประเทศแห่งนี้...คืออะไรกันแน่?”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

20 ความคิดเห็น