Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 88 : Chapter X - Part 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 เม.ย. 62




15




      ร่างกายของเซ็นเอเร่งความเร็วขึ้น แต่เซ็นเอไม่สามารถหายใจได้ทัน

      อวัยวะทุกส่วนของร่ายกายใช้พลังงานและออกซิเจนมากขึ้น แต่อัตราการแลกเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กับออกซิเจน(การแพร่ออกซิเจนในปอด)ในปอดของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้น

      เซ็นเอรู้สึกเหมือนตัวเองกลั้นหายใจเป็นเวลานาน เขาหายใจไม่ออก

      (ต้องรีบแล้ว)

      สมองของมนุษย์ต้องการออกซิเจน หากเขาหยุดเวลาเป็นเวลานาน เซ็นเอจะขาดอากาศหายใจ และไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง

      ภายในเวลาไม่ถึงวินาที เซ็นเอออกตัววิ่งด้วยความเร็วเท่าตัว

      ลิย่ารีบสร้างคมมีดลมขึ้นโจมตี

      เล็วเกินไป!”

      ก่อนหน้าที่เธอจะทำอะไรได้ เซ็นเอลดระยะห่างออกมาจนเข้าประชิด

      เซเวนเนียร์มองตามการเคลื่อนไหวของเซ็นเอไม่ทัน

      เมื่อกี้มัน...เหมือนกับว่า...”

      ลิย่าสร้างมานาเป็นเกราะป้องกัน เธอคิดว่าเซ็นเอจะโจมตีด้วยมานา แต่เธอคิดผิด

      เซ็นเอไม่ได้ใช้มานาในการโจมตี เขาหยุดเร่งเวลาของร่างกายแล้วกลับมาเป็นปกติ ลมหายใจขาดช่วงเป็นบางครั้ง การทรงตัวของเขาโซเซเล็กน้อย แต่มันไม่เป็นปัญหา

      เขาเล็งให้ลิย่าสร้างเกราะป้องกันจากมานามาตั้งแต่แรก การสร้างเกราะมานาทำให้ลิย่าสูญเสียมานาไปปริมาณหนึ่ง

      “!” ลิย่ารู้สึกตัวช้าไป

      เพิ่งรู้ตัวงั้นเหรอ?”

      เซ็นเอกระทืบเท้าลงไปยังพื้น ปล่อยมานาลงไปแทรกแทรงจนพื้นระเบิดออกมาพร้อมปริมาณมานาที่อัดแน่นเหมือนกับน้ำพุร้อน

      พื้นใต้เท้าของลิย่ากระเด็นขึ้นไปบนฟ้า ลิย่าและเซ็นเอยืนอยู่บนพื้นที่กระเด็นขึ้นไป

      แรงสั่นสะเทือนทำให้ลิย่าเสียการทรงตัวแล้วล้มลง เธอเสียสมาธิในการควบคุมมานาไปเล็กน้อย ทำให้เกราะมานารอบๆเริ่มอ่อนตัวลง

      มันเพียงพอสำหรับเซ็นเอ เขาสร้างกระสุนมานาจำนวน 10 นัดขึ้นมาในพริบตา และยิงใส่เกราะของลิย่าจนแหลก

      มานาบางๆของเกราะไม่สามารถกันกระสุนมานาเข้มข้นได้ กระสุน 2 นัดเข้าไปที่ไหล่และต้นขาของลิย่า

      เซ็นเอกำลังจะทำให้กระสุนมานาระเบิดตัวออกจากภายในร่ายกายของลิย่า ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะสยดสยอง แต่เขาทำไม่ได้ ลิย่าใช้มานาป้องกันไม่ให้กระสุนมานาของเซ็นเอเข้าไปลึก บาดแผลของเธอจึงไม่ต่างอะไรกับแผลฟกช้ำ

      ชิ” เซ็นเอเดาะลิ้น

      เขาสามารถเปิดช่องว่างสำหรับการโจมตีได้สำเร็จ แต่ลิย่ากลับมีความสามารถในการอ่านสถานการณ์ เธอจึงรอดมาได้

      ทั้งสองร่วงกลับลงมาที่พื้น ลิย่าใช้เวทมนต์ลมทิ้งระยะห่างออกมาจากเซ็นเอ

      (เกือบไปแล้ว)

      (ยัยนี่...)

      ขาของลิย่าได้รับบาดเจ็บ เธอเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องเท่าไหร่ บาดแผลเป็นบาดแผลฟกช้ำ แต่ดูเหมือนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายด้วย นอกจากนี้ปริมาณมานาของเธอเหลือน้อย

      เซ็นเอใช้มานาออกไปเยอะ เขามีมานาเหลือเฟือ แต่ร่างกายไม่สามารถใช้มานาติดต่อกันได้นานกว่านี้ อีกทั้งปริมาณออกซิเจนในเลือดลดลงเพราะการเร่งเวลา การหายใจของเขาขาดช่วง

      มีมานาปริมาณมาก กับ ใช้มานาได้มาก นั้นแตกต่างกัน

      เซ็นเอไม่สามารถใช้มานาได้มากเหมือนกับลิย่า แต่ลิย่ามีปริมาณมานาไม่มากเหมือนเซ็นเอ

      ถึงแม้บาดแผลของเซ็นเอจะหายได้อย่างรวดเร็ว แต่เขาอ่อนแรง

      ถึงแม้เซ็นเอจะไร้บาดแผล แต่ตอนนี้เขาเสียเปรียบ

      (จะทำยังไงดี?)

      เซ็นเอมองไปยังเซเวนเนียร์ เธอค่อยๆยืนขึ้นอย่างช้าๆ สภาพของเธอไม่สามารถสู้ได้แน่นอน การต่อสู้ตอนนี้อยู่ในสภาวะนิ่งเฉย

      ไม่มีใครมีพลังเหลือเฟือที่จะโจมตีหรือป้องกัน หากใครสามารถโจมตีได้ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะทันที แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครทำได้

      เซเวนเนียร์ยิ้มเล็กน้อยด้วยความหวัง

      “(อีกไม่นานก็จะมาถึงแล้ว)”

      ยูริก้ากำลังมุ่งหน้ามาที่นี่

      (ตอนนี้คือโอกาส เด็กสาวคนนั้นทำได้แน่)

      แต่ก่อนหน้านั้น นักเวทย์อีกคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของลิย่า—ชาลส์ โรเบิร์ตสัน

      เซ็นเอคิดว่านั่นคือกำลังเสริม เขาไม่สามารถรับมือกับนักเวทย์อีกคนได้แน่ เหงื่อของเขาไหลพราก ความกดดันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

      (กำลังเสริมงั้นเหรอ? ไม่ไหวแน่...)

      แต่ดูเหมือนว่าลิย่าเองก็ไม่รู้ตัวว่ามีนักเวทย์โผล่มาด้านหลัง เธอรีบหันกลับไปยังชาลส์ด้วยท่าทางงุนงง

      ชาลส์ยื่นมือออมาพร้อมกับใช้มานาเล็กน้อย เขาเตรียมใช้เวทมนต์โจมตีใส่ลิย่าทั้งที่เป็นพวกเดียวกัน

      ทำงานได้ดีมาก...แต่ตอนนี้แกหมดประโยชน์แล้ว”

      “!”

      ลิย่าไร้เรี่ยวแรงตอบสนอง เธอล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้นอย่างอ่อนแรง

      เซ็นเอขมวดคิ้วประหลาดใจ

      (ไม่ใช่กำลังเสริมงั้นเหรอ? ทำไมถึงจะโจมตีพวกเดียวกัน?)

      ชาลส์สร้างกระแสไฟฟ้าขึ้นที่ฝ่ามือ เขาจะโจมตีลิย่าด้วยกระแสไฟฟ้า สภาพของเธอตอนนี้ไม่รอดแน่ ลิย่าหันกลับมาถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

      ทำไมถึง...”

      อ๋อ” ชาลส์ตอบ “มันเป็นคำสั่งจากผู้บัญชาการนะ หลังจากภารกิจจบแล้วจะเก็บกวาดหลักฐานให้หมด ถ้าหากว่าปล่อยให้เธอมีชีวิตต่อไป เอลฟ์อย่างเธออาจจะรู้ความลับของการทดลองเข้า”

      การทดลอง?”

      ใช่ และเป้าหมายของภารกิจนี้ก็คือการเก็บกู้ตัวอย่างการทดลองที่สำเร็จคนนั้นยังไงละ” ชาลส์ชี้มายังเซ็นเอ “มันเป็นความผิดของแกเองนะ ที่รับภารกิจมาโดยไม่ถามอะไรซักคำ”

      เฮ้ย!” เซ็นเอตะโกนไปยังชาลส์ “ยัยเอลฟ์คนนั้นไม่รู้เรื่องการทดลองงั้นเหรอ?”
เซ็นเอมีความรู้สึกกลุ้มใจเล็กน้อย แต่เขาไม่แสดงมันออกมาทางสีหน้า

      หืม? ยัยเอลฟ์นี่เป็นแค่เด็กที่สภาเวทมนต์รับมาเลี้ยงเท่านั้นแหละ มันยอมรับทำภารกิจนี้โดยไม่ถามอะไรซักคำ มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเรากำลังทดลองอะไรกันอยู่” ชาลส์ตอบ

      เซ็นเอไม่คิดจะไว้ชีวิตคนที่มีความเกี่ยวข้องกับการทดลองไร้มนุษย์ธรรมของสภาเวทมนต์ เขาไม่ลังเลที่จะจัดการนักเวทย์ที่มาพาตัวเขากลับไปเป็นหนูทดลอง

      แต่ลิย่าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการทดลอง

      กาล...ทดลอง...มีความลับอยู่?”

      จะตายอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”

      ชาลส์ขยับมือเข้าไปใกล้กับลิย่ามากขึ้น บนฝ่ามือของเขามีกระแสไฟฟ้าจำนวนมากอยู่ หากมือของเขาสัมผัสโดนตัวลิย่า เธอจะโดนช๊อตด้วยไฟฟ้าแรงสูง

      ลิย่าหลับตายอมรับชะตากรรม

      แต่ก่อนที่จะทำแบบนั้นได้ เซ็นเอยิงกระสุนมานา 1 นัดไปยังชาลส์ ทำให้ชาลส์ต้องหลบออกมา ลิย่าจึงรอดได้อย่างหวุดหวิด

      “?”

      ยังใช้เวทมนต์ได้อีกงั้นเหรอ?” ชาลส์มองไปยังเซ็นเออย่างไม่พอใจ

      สภาพของเซ็นเอดูเหมือนคนที่ไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้ แต่เขายังเค้นมานาออกมาได้ ถึงแม้จะต้องรับความเจ็บปวด

      อย่าดูถูกกันสิวะ”

      เป็นหนูทดลองที่วุ่นวายจริงๆ ดูเหมือนจะต้องทำให้แกสงบก่อนสินะ”

      ชาลส์แผ่มานาสีฟ้าออกมา หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนมันให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้าแรงสูง วงแหวนไฟฟ้าถูกสร้างขึ้นรอบๆร่างกายของชาลส์

      กระแสไฟฟ้าถูกยิงไปยังเซ็นเอ

      เซ็นเอสามารถสร้างกำแพงมานาขึ้นมาป้องกันได้ทันเวลา แต่การใช้มานาทำให้เขาทรุดลงคุกเข่า

      (ทำไมทำแบบในตอนนั้นไม่ได้นะ?)

ในตอนที่เซ็นเออยู่ในห้องทดลอง เขาสามารถใช้มานาได้ในปริมาณมากจนน่าเหลือเชื่อ แต่ตอนนี้กลับทำแบบนั้นไม่ได้

      (ถ้าเป็นแบบนี้แย่แน่)

      ระหว่างที่เซ็นเอคิดหาวิธีการ ชาลส์กลับทำให้กระแสไฟฟ้าของวงแหวนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาคิดจะส่งกระแสไฟฟ้าที่รุนแรงที่สุดเข้าโจมตีในคราวเดียว

      (...จะทำแบบนั้นได้อีกมั้ยนะ?)

      เซ็นเอฝืนร่างกายของตัวเองยืนขึ้น เขาแผ่มานาสีเงินออกมาปริมาณมากกว่าเดิม แน่นอนว่านั่นทำให้ร่างกายของเขาเริ่มเจ็บปวดเล็กน้อย

      เปล่าประโยชน์” ชาลส์ปล่อยกระแสไฟฟ้าโจมตีมายังเซ็นเอ

      ย้าก—”

      เซ็นเอสร้างกระสุนมานาขึ้นรอบๆแล้วโจมตีใส่ชาลส์รัวๆ แต่สามารถถูกป้องกันได้อย่างง่ายดายโดยกำแพงมานา

      เมื่อโจมตีเสร็จแล้วเขาก็ทรุดตัวลง สำลักเลือดออกมาจากปาก หากเซ็นเอเสียเลือดมากไปกว่านี้อาจเป็นอันตราย ไม่มีใครรู้ว่าในร่างกายของเซ็นเอมีเลือดเหลืออยู่เท่าไหร่

      (แย่แล้ว...)

      เขาล้มลงไปนอนกับพื้น

      ชาลส์หัวเราะออกมา

      ฝืนใช้มานาไปจะทำให้สมองของแกรับไม่ไหวนะ”

      เขาเดินเข้าไปเหยียบหัวของเซ็นเอซ้ำก่อนจะเตะตรงหน้าท้องอย่างรุนแรงจนร่างของเซ็นเอกระเด็นไป


      เซเวนเนียร์อาศัยจังหวะที่เกิดการต่อสู้ขึ้นหนีออกมา เธอหลบหลังซากของอาคารที่ถล่มลงมา เก็บปืนพกจากเจ้าหน้าที่บนดาดฟ้าที่ร่วงลงมาพร้อมตึกถล่ม

      (แบบนี้ไม่ดีแน่)

      เรี่ยวแรงของเธอยังไม่กลับมาเต็มที่ แต่สภาพร่างกายของเธอดีกว่าเซ็นเอหรือลิย่าพอสมควร อย่างน้อยเธอก็สามารถวิ่งได้

      แขนของเธอมีรอยฟกช้ำ การยิงปืนจากระยะไกลให้โดนเป้าจึงทำได้ยาก เธอจำเป็นต้องเข้าใกล้นักเวทย์ชาลส์เพื่อที่จะยิง

      (ต้องยิงใกล้ๆ นักเวทย์สามารถป้องกันกระสุนของปืนพกนี่ได้สบายๆ แต่ถ้าหากยิงจากมุมอับโดยไม่ทันระวังตัวอาจจะมีโอกาสสำเร็จ)

      เมื่อคิดเสร็จแล้วเซเวนเนียร์ก็เริ่มเคลื่อนที่ เธอเคลื่อนไหวผ่านซากตึกที่ถล่มลงไปยังยังจุดยิงที่อยู่ด้านหลังของชาลส์

      *ปัง* เธอยิงอย่างไม่ลังเล

      กระสุนพุ่งไปยังหลังของชาลส์เต็มๆ เขายืนนิ่งไปพักหนึ่ง

      หลังจากนั้นกระแสไฟฟ้าจากวงแหวนไฟฟ้ารอบชาลส์ก็พุ่งตรงมายังเซเวนเนียร์ เธอหลบไปด้านหลังซากกำแพง

      พลาดงั้นเหรอ?!”

      พวกตำรวจที่เหลือรอดสินะ”

      ชาลส์ถอดเสื้อนอกของเครื่องแบบนักเวทย์ออก เผยให้เห็นด้านในซึ่งเป็นเกราะกันกระสุน

      ชิ” เซเวนเนียร์เดาะลิ้น

      เธอกระโจนออกจากซากกำแพงไปยังจุดหลบอื่น

      ชาลส์ใช้เวทมนต์ไฟฟ้าช๊อตซากกำแพงจนเกิดความร้อนสูง ไฟฟ้าไหลผ่านโครงเหล็กเส้นด้านในกำแพงได้ และกระจายออกไปรอบทิศทาง หากเซเวนเนียร์ยังหลบอยู่ที่นั่น เธอคงโดนช๊อตไปแล้ว

      อันตรายจริงๆ”

      คิดจะเอาอาวุธแบบนั้นมาสู้กับนักเวทย์รึไง?” ชาลส์พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

      แต่นายก็ใส่เกราะกันกระสุนไม่ใช่รึไง?”

      มันก็ต้องป้องกันเอาไว้ก่อน!”

      ชาลส์ยิงกระแสไฟฟ้าไปยังจุดที่เซเวนเนียร์หลบอยู่

      เธอกระโจนออกมาก่อนถูกช๊อตแล้วยิงปืนในมือ เล็งส่วนร่างกายของชาลส์ที่เกราะกันกระสุนป้องกันไม่ได้ แต่เพราะเธอเคลื่อนที่ไปด้วยยิงไปด้วย ทำให้ความแม่นยำลดลงและยิงไม่โดน

      ชาลส์สร้างกระสุนมานาขึ้นมาแล้วยิงออกไปด้วยความแม่นยำ

      ถึงฉันจะเป็นนักเวทย์ไฟฟ้าแต่ก็ใช้เวทมนต์มานาได้นะ”

      กระสุนมานาโดนขาและหน้าท้องของเซเวนเนียร์ โชคดีที่ชาลส์ไม่ถนัดเวทมนต์กระสุนมานา เขาจึงไม่สามารถทำให้กระสุนระเบิดออกจากภายในร่างกายของเธอได้

      การถูกยิงที่ขาทำให้เซเวเนียร์ล้มลง เธอยังสู้อยู่ มือซ้ายของเธอจับปืนแล้วเล็งไปทางชาลส์

      เขาไม่ยอมถูกยิงง่ายๆ กระแสไฟฟ้าถูกปล่อยออกมาจางวงแหวนไฟฟ้ารอบตัวของเขา ความรุนแรงของไฟฟ้ากระทบเข้ากับแขนซ้ายที่ยื่นออกมาของเซเวนเนียร์

      เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

      กระแสไฟฟ้าไหลไปทั่วร่าง จุดที่โดนความเสียหายมากที่สุดคือแขนซ้าย ปืนในมือหล่นลงไปที่พื้น เซเวนเนียร์ไม่สามารถขยับแขนซ้ายได้

      มันอาจเป็นอัมพาตชั่วคราวเพราะกระแสไฟฟ้า

      สุนัขตำรวจมันก็ไร้น้ำยากันอย่างนี้หมดนั่นแหละ”

      “...” เซเวนเนียร์ยิ้มเล็กน้อย

      มีอะไรน่าขำ?”

      เธอกำลังมองคนอื่นที่ไม่ใช่ชาลส์ คนที่เพิ่งเดินทางมาถึงทำให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย

      ดูเหมือนว่าจะถ่วงเวลาสำเร็จสินะ” เซเวนเนียร์พึมพัมคนเดียว

      ถ่วงเวลา? ถึงจะนำกำลังเสริมมาเท่าไหร่ก็ไม่ช่วยอะไรหรอกนะ”

      ชาลส์มัวแต่ให้ความสนใจกับเซเวนเนียร์ เด็กสาวผมสีทองเดินเข้ามาด้านหลังโดยที่เขาไม่รู้ตัว ในมือของเด็กสาวมีปืนพกเพียงกระบอกเดียว

      นั่นคือยูริก้า—สายตาของเธอมองไปยังเซนเอที่หมดสติอยู่ใกล้ๆ จากนั้นจึงเล็งปืนในมือไปยังศรีษะของชาลส์



Note : เวทมนต์ที่ทำให้เร่งเวลาเป็นเวทมนต์ที่เห็นในหนังแฟนตาซีบ่อยๆ ผมหาข้อจำกัดที่ดูสมเหตุสมผลมาใส่เข้ากับเวทมนต์เร่งเวลาของเซ็นเอ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาแกร่งเกินไป ผลสรุปที่ได้ก็เป็นอย่างที่เห็น เขาไม่สามารถหายใจนำออกซิเจนเข้าสู่เลือดได้เร็วพอที่ร่างกายต้องการ(เร่งเวลาทำให้ร่างกายต้องใช้ออกซิเจนเยอะ) ทำให้เวลาในการเร่งความเร็วของเขามีจำกัด - ไม่ต้องห่วงครับ ในอนาคตเขาจะสามารถพัฒนาทักษะนี้ได้แน่นอน(เขาจะสามารถเร่งเวลาได้ยาวนานขึ้น)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

20 ความคิดเห็น