Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 91 : Chapter XI - Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 เม.ย. 62


Chapter XI

ราชวังและเปลวเพลิง

шрион % spy




1




      เด็กสาวผมสีดำตาสีฟ้ายืนอยู่กลางห้องโถงใหญ่—ลิเลียน่าวางดาบเอาไว้ด้านข้างตัว ด้านหน้าของเธอมีขุนนางระดับสูงหลายคน พวกเขาคือคนคอยบริหารงานส่วนอื่นๆของอาณาจักรที่มีความผิดข้อหาฉ้อโกง

      ท่านองค์หญิง! กรุณาคิดทบทวนอีกรอบเถอะครับ”

      นั่นสิครับ ท่านองค์หญิง กรุณา-”

      เสียงขอร้องของเหล่าขุนนางที่ถูกเรียกตัวมาดังขึ้น

      ลิเลียน่าไม่เปลี่ยนสีหน้า

      ขุนนางทุกคนที่อยู่ที่นี้ทำการทุจริตมากมาย จงขอบคุณฉันซะที่พวกแกยังไม่ถูกประหาร”

      “!”

      รู้แล้วก็รีบไสหัวลงไปนอนในคุกใต้ดินซะ!”

      กรุณา! ได้โปรด”

      อัศวินหลายคนเดินเข้ามาในห้อง ลากตัวของเหล่าขุนนางในห้องไปยังคุกใต้ดิน ไม่มีใครสามารถหนีออกไปได้

      เห้อ” ลิเลียน่าถอนหายใจ

      จัดการพวกขุนนางทุจริตได้อย่างเด็ดขาดจริงๆนะครับ”

      ริสเตอร์ คอมเวลฟ์ อัศวินประจำตัวขององค์ราชินี ชายอายุ 20-30 ปีมีผมสีแดงแกมน้ำตาล สวมชุดเกราะสีขาวเต็มยศอัศวิน เขาเดินเข้ามาภายในห้อง

      ลิเลียน่าหยิบดาบข้างกายมาพาดบนบ่า

      เพราะสนธิสัญญากับสภาเวทมนต์ที่กักกันฉันเอาไว้ในหอคอย ตำแหน่งราชินีของอาณาจักรนี้จึงว่างเปล่าเป็นเวลา 2 ปี พวกขุนนางจึงทำงานกันอย่างอิสระ ดูสิ...120 คน”

      120 คนคือจำนวนของขุนนางที่ใช้อำนาจในทางทุจริต

      ตอนนี้ถูกส่งไปคุกใต้ดินเรียบร้อยแล้ว”

      ลำบากแย่นะครับ”

      ริสเตอร์แสดงท่าทางเป็นห่วง

      มงกุฏสีทองวางทิ้งเอาไว้บนบัลลังก์ราชินี ลิเลียน่าไม่ใส่มันเดินไปเดินมา ริสเตอร์ไม่สนใจเรื่องนั้น เขาหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาจากกระเป๋า

      มันคือรูปถ่าย กำแพงด้านในของพระราชวังมีรอยเสียหาย รูบนกำแพงมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตร มันถูกเจาะโดยใช้กรด ลักษณะของกรดเป็นของเมือกสีดำ

      ริสเตอร์รู้ว่าเมือกสีดำนั่นคืออะไร

      กรดครับ”

      กรด?” ใบหน้าของลิเลียน่าเกร็งขึ้นเล็กน้อย “กำแพงถูกเจาะโดยใช้กรดงั้นเหรอ?”

      พวกเราทำการตรวจสอบแล้วครับ...และก็...”

      ริสเตอร์หันมองซ้ายขวา ไม่มีใครอยู่ในห้องโถงแล้วตอนนี้ อัศวินคนอื่นๆกำลังนำตัวขุนนาง 120 คนไปยังคุกใต้ดิน ในห้องมีเพียงองค์หญิงและริสเตอร์เท่านั้น

      เราเกรงว่าจะมีคนลอบเข้ามาภายในพระราชวัง”

      “...งี้เองสินะ”

      ลิเลียน่าเอามือเท้าคางคิด เธอมองไปยังรูปถ่ายที่ได้จากริสเตอร์

      คนร้ายเจาะกำแพงของพระราชวังแล้วลอบเข้ามางั้นสินะ...”

      ปัญหามันไม่ได้มีแค่นั้นครับ”

      มีคนทรยศอยู่ในพระราชวังสินะ...”

      การคาดเดาของลิเลียน่าถูกต้อง ริสเตอร์พยักหน้ายืนยัน

      พระราชวังมีการคุ้มกันแน่นหนา การลอบเข้ามาเป็นเรื่องยาก การที่คนร้ายสามารถลอบเข้ามาภายในได้นั้น จะต้องได้รับการช่วยเหลือจากภายใน”

      ยังไงก็ตาม รีบตามหาผู้บุกรุกก่อน มันน่าจะแฝงตัวเข้ากับพวกขุนนางในพระราชวังแล้ว ส่วนคนทรยศอีกไม่นานก็คงจะโผล่หางออกมา”

      ริสเตอร์โค้งน้อมรับคำสั่ง

      ผมจะจัดการเรื่องผู้บุกรุกทันทีครับ”

      ฝากด้วย”

      เสร็จแล้วอัศวินก็เดินออกจากห้องไป

      ภายในห้องตอนนี้เหลือแค่ลิเลียน่าแล้ว เธอหยิบมงกุฏขึ้นมาสวมเล็กน้อย ดาบคริสตัลสีฟ้าในมือสะท้องแสง พระราชวังตอนนี้ทั้งเงียบเชียบและวุ่นวาย

      เธอนั่งพิงลงไปบนเบาะนุ่มๆของเก้าอี้บัลลังก์

      เห้อ—” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า “มาแล้วสินะ...หน่วยสีดำ ของพวกสภาเวทมนต์”




2




      วันนี้เป็นวันหยุด เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน—อเล็กเซย์ตัดสินใจแวะอ่านการ์ตูนที่ร้านหนังสือเล็กๆของเมืองหลวง แต่เขาเจอกับคนที่ไม่คาดคิดภายในร้าน

      นั่นคือบรรณารักษ์ที่เคยทำงานอยู่ในห้องสมุดของโรงเรียน

      อ้าว!”

      คุณบรรณารักษ์?”

      เธอคือบรรณารักษ์ที่ทำงานอยู่ในห้องสมุดโรงเรียนของอเล็กเซย์ การที่เธอมาทำงานอยู่ในร้านหนังสือเล็กๆแบบนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่คาดคิด

      ทำไมถึงมาอยู่ที่นี้งั้นเหรอครับเนี่ย?”

      พอดีว่า...โดนโรงเรียนของเธอไล่ออกน่ะสิ...”

      อ๊ะ” อเล็กเซย์นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

      (ถ้าจำไม่ผิด โรงเรียนรับสมัครบรรณารักษ์ชั่วครับ เพราะพวกอาจารย์ต้องไปทำธุระ พอพวกอาจารย์กลับมาแล้วก็เลยไล่บรรณารักษ์ชั่วคราวออกไปสินะ...)

      ลำบากมากๆเลยค่ะ ฉันต้องย้ายงานจากห้องสมุดของโรงเรียนเวทมนต์มายังโรงเรียนธรรมดา แต่พอฉันเริ่มจะชินกับงานที่นั่นแล้ว ฉันก็โดนไล่ออก จนสุดท้ายก็ต้องมาทำงานที่ร้านหนังสือแบบนี้แหล่ะค่ะ”

      ลำบากแย่นะครับ”

      หนังสือที่อเล็กเซย์กำลังจะซื้อคือหนังสือการ์ตูนราคาถูกๆ บรรณารักษ์สาวใช้เครื่องคิดเงินคิดราคาทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

      ไม่เคยรู้เลยนะคะ ว่าจะอ่านหนังสือการ์ตูนแบบนี้ด้วย”

      หืม?” อเล็กเซย์ทำหน้างง

      อ๋อ...เปล่าค่ะ ปกติแล้วเธอมักจะมาอ่านหนังสือเรียนที่ห้องสมุดโรงเรียนบ่อยๆ ฉันไม่คิดว่าจะอ่านหนังสือการ์ตูนแบบนี้ด้วย”

      ปกติอเล็กเซย์จะอ่านหนังสือเรียน การที่บรรณารักษ์จะคิดว่าเขาไม่อ่านหนังสือการ์ตูนจึงเป็นเรื่องปกติ

      อเล็กเซย์ยิ้มเฝื่อนๆ

      ผมเองก็มีบางครั้งที่ขี้เกียจอ่านหนังสือเรียนน่ะครับ”

      การพักผ่อนเองก็เป็นสิ่งที่ดีน่ะคะ แต่อย่าพักมากจนเกินไปล่ะ เดี๋ยวจะกลายเป็นพวกกระดูกสันหลังยาวเอานะคะ”

      รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนหน้าของเธอ

      คำพูดนั่นทำให้อเล็กเซย์เหงื่อตก เขาไม่อยากกลายเป็นพวกขี้เกียจ หนังสือการ์ตูนถูกซื้อเรียบร้อยแล้ว ความคิดที่จะอ่านมันเริ่มจางหายไป

      “...ผมจะตั้งใจเรียนนะครับ...”

      ดีมากจ๊ะ!”


      ไว้โอกาสหน้าเชิญมาใหม่นะ”

      แน่นอนครับ”

      สุดท้ายอเล็กเซย์ก็ซื้อหนังสือความรู้มาอ่านมากกว่าหนังสือการ์ตูน ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับผลกระทบจากคำพูดของบรรณารักษ์อย่างจัง

      ดูเหมือนว่าจะซื้อมาหลายเล่มเลยนะ จะอ่านหมดทันรึเปล่าเนี่ย?”

      หนังสือในมือของอเล็กเซย์มีหลายเล่ม เขามองหาสวนสาธารณะใกล้ๆแล้วเดินไปหาที่นั่งสงบๆสำหรับอ่านหนังสือ

      หืม?”

      เขาสังเกตเห็นผู้หญิงสองคนยืนอยู่ในร้านเสื้อผ้า คนหนึ่งสวมชุดนักวิทยาศาสตร์กับอีกคนหนึ่งเป็นเด็กสาวผมสีทอง ด้านหลังของเธอมีจุดเรืองแสงเล็กๆ 6 จุดราวกับว่ามีอะไรติดตั้งอยู่ที่กระดูกสันหลัง

      มันอะไรกันล่ะนั่น?”

      อเล็กเซย์ไม่คิดอะไรมาก และกลับมาอ่านหนังสือต่อ

      และระหว่างที่เขาอ่านหนังสืออยู่นั่นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นจากในกระเป๋า อเล็กเซย์จึงหยิบมันขึ้นมาดู

      หืม? จากอันย่าเหรอ?”

      เขากดรับสาย แล้วเสียงของคนที่พูดไม่ใช่อันย่า

      [ไงๆๆ—อเล็กเซย์!] มันเป็นน้ำเสียงกวนๆของเลวิน

      เลวิน? ทำไมนายถึงมีโทรศัพท์ของอันย่าล่ะเนี่ย?”

      [พอดีโทรศัพท์ของฉันแบทหมดน่ะ ก็เลยขอยืมมาใช้หน่อย เจ้าตัวก็ยืนอยู่ข้างๆฉันตอนนี้เนี่ยแหละน้า—แถมยังจ้องฉันตาเขม่งเลยด้วย]

      สายตาทิ่มแทงของอันย่าที่มองไปยังเลวินสามารถสัมผัสได้ผ่านโทรศัพท์

      แล้ว? ที่โทรมาเนี่ย มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ?”

      เลวินที่อยู่อีกฝั่งของโทรศัพท์เงียบไปเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาฟังดูจริงจังขึ้นมาทันที

      [สีดำ]

      “!?”

      คำๆนี้ทำให้อเล็กเซย์ชะงักไป

      งั้นเหรอ?”

      [คงเข้าใจแล้วสินะ]

      หลังจากนั้นสายโทรศัพท์ก็ถูกวางลงไป

      อเล็กเซย์นั่งเหม่อลอยอยู่ตรงนั้นซักพัก มือของเขาสั่นเทา ความรู้สึกบางอย่างกำลังลุกพล่านอยู่ภายใน

      (สีดำ...)

      ภาพของราชวังที่เหลือเพียงซากแล่นขึ้นมาในหัวของอเล็กเซย์ เขารีบสลัดความคิดนั้นทิ้ง ก่อนรีบหยิบสัมพาระมุ่งหน้ากลับที่พัก


      อเล็กเซย์ทิ้งตัวนอนลงไปบนเตียง เอามือกุมหน้าผากเอาไว้ พยายามสลัดความคิดแย่ๆออกจากหัวไป

      “...ลิเลียน่า...ฉันจะ....”

      คำสัญญาที่เขาเคยให้เอาไว้กับเด็กสาวคืออะไร อเล็กเซย์ยังจำได้ดี

      ไม่...รอบนี้มันต่างจากเมื่อ 2 ปีก่อน...”

      มือของอเล็กเซย์กำหมัดแน่น

      จะไม่ให้ใครต้องตายไปอีกแล้ว...ไม่แม้แต่คนเดียว”


      อีกด้านหนึ่ง กำแพงของพระราชวังถูกเจาะเป็นรูด้วยกรดสีดำ ตอนนี้เลวินและอันย่ายืนอยู่ท่ามกลางเหล่าอัศวินซึ่งกำลังวิเคราะห์องค์ประกอบของกรด

      เลวินยื่นโทรศัพท์คืนให้กับอันย่าหลังจากพูดกับอเล็กเซย์เสร็จ

      เรียบร้อยแล้ว”

      สีดำ? คือะไรงั้นเหรอ?” อันย่าถาม

      สีดำ คือคำพูดที่เลวินพูดออกไปให้อเล็กเซย์ฟัง พวกเขาทั้งสองคนรู้ความหมายของมัน แต่อันย่าไม่รู้อะไรเลย แต่ถึงจะอย่างนั้น เธอก็ยังสามารถคาดเดาได้อยู่

      หมายถึงเมือกสีดำนี้น่ะเหรอ?” เธอชี้ไปยังเมือกสีดำที่เป็นกรดบนรูของกำแพง

      เปล่าๆ ถึงมันจะเป็นสีดำเหมือนกันก็เถอะ”

      ถ้างั้นหมายถึงอะไร?”

      อันย่าถามอีกครั้ง เลวินแสดงรอยยิ้มเล็กๆออกมา ภายในรอยยิ้มมีความเศร้าแฝงอยู่เล็กน้อย

      เขาตอบคำถามของเธอด้วยถ้อยคำที่เธอฟังไม่เข้า

      มันก็แค่...ความทรงจำร้ายๆน่ะ ไม่ต้องสนใจหรอก อีกอย่างพวกเราก็ยังไม่รู้ด้วย ว่าผู้บุกรุกคือใคร”

      หลังจากตอบเสร็จเลวินก็เดินออกจากตรงนั้นไป

      แต่ดูเหมือนว่านายจะรู้น่ะ ว่าผู้บุกรุกเป็นฝ่ายไหน”

      แน่นอน” เลวินตอบ



note : ยังจำบรรณารักษ์ได้ไหมครับ? เธอคือตัวประกอบใน Chapter VI และ Chapter VII ไงครับ? สาวแว่นจืดชืดคนนั้นไงครับ!




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

20 ความคิดเห็น