Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 95 : Chapter XI - Part 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 พ.ค. 62




8




      นักเวทย์หยุดอยู่ตรงกำแพงส่วนหนึ่งของทางลับ

      ด้านหลังของเขามีเสียงฝีเท้าและกระแสลมที่ปั่นป่วนรุนแรงดังอยู่ ซึ่งท่ามกลางความมืดนั้นมีเงาของเด็กสาวยืนอยู่

      เวโรนิก้าตามนักเวทย์ที่ใช้เวทมนต์กรดทันแล้ว

      ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเจอทางตัน แต่ใบหน้าของนักเวทย์ยังไม่แสดงท่าทีแตกตื่นแม้แต่นิดเดียว เพราะเขายังสามารถใช้เวทมนต์กรดในการเจาะกำแพงออกไปทางด้านนอกได้

      (ด้วยกรดของเจ้านี่...มันจะสามารถทะลวงกำแพงออกไปได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาทีแน่)

      เวโรนิก้าลองคำนวนการหนีของนักเวทย์เบื้องหน้าดู แต่เมื่อมองไปยังนักเวทย์อีกครั้ง เธอก็รู้ตัวว่านักเวทย์ตรงหน้าไม่คิดจะหนี

      เขาแผ่มานาสีดำออกมารอบๆร่างกาย สร้างเป็นหยดน้ำกรดกลางอากาศ

      หึ” นักเวทย์ถอนหายใจอย่างเย่อหยิ่ง

      “...”

      เวโรนิก้าสร้างกระแสลมขึ้นมาภายในทางลับแคบๆ

      ลมก่อตัวจนกลายเป็นเหมือนกับของแข็งดั่งกำแพง คอยป้องกันเวโรนิก้าเอาไว้จากด้านหน้า

      กรดของนักเวทย์เคลื่อนที่ไปมากลางอากาศและแผ่ออกไปเหมือนกับใยแมงมุม หลังจากนั้นก็เล็งเป้าหมายมายังเวโรนิก้า

      ของเหลวสีดำพุ่งเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว มันสัมผัสเข้ากับกำแพงอากาศด้านหน้าของเวโรนิก้า

      กรดสีดำกัดกินกำแพงอากาศไปเรื่อยๆ ทำให้มวลอากาศที่จับกันแข็งตัวค่อยๆสลายออก

      “!?”

      เวโรนิก้ากระโจนถอยออกมาเพื่อเตรียมตัวป้องกัน แต่ในตอนที่เธอกระโจนถอยไปนั่นเอง นักเวทย์ก็กระโจนเข้ามาด้านหน้า ทะลุกำแพงอากาศที่สลายไป

      ด้านหลังของนักเวทย์ยังเต็มไปด้วยกรดที่แผ่ขยายเข้ามาโจมตีจากรอบด้านของเธอ

      (แย่แล้ว! แบบนี้ป้องกันไม่ทันแน่!)

      เวโรนิก้าโค้งตัวไปทางด้านหลังโดยไม่สนใจการทรงตัว

      เธอล้มลงไป แต่นั่นก็สามารถทำให้เธอหลบกรดที่สายเข้ามาจากทุกทิศทางได้หมด ซึ่งสิ่งที่ต้องแลกไปคือการเคลื่อนไหวที่ช้าลง

      นั่นทำให้นักเวทย์มีเวลาในการเตรียมการโจมตีครั้งต่อไป

      เวโรนิก้าต้องรีบออกจากสถานการณ์นี้ให้ได้โดยด่วน ดังนั้นสายตาของเธอจึงจับจ้องไปยังกำแพงด้านข้างทั้งสอง

      (มองหากระแสลมเร็วเข้า!)

      เธอสัมผัสกระแสลมบางๆจากขอบของกำแพงด้านหนึ่ง ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณว่ากำแพงนั่นเชื่อมต่อกับภายนอก

      ฮึบ!” เวโรนิก้ากลั้นหายใจ

      กระแสลมแรงสูงถูกสร้างขึ้นโดยเวโรนิก้าอย่างลวกๆ

      เธอไม่มีเวลาในการคำนวนแรงลม ดังนั้นกระแสลมจึงรุนแรงและอันตรายต่อร่างกายของเวโรนิก้าเอง แต่เธอไม่มีทางเลือก

      เวโรนิก้าใช้กระแสลมพัดร่างกายของตัวเองไปทางกำแพงพร้อมๆกับหลบการโจมตีของนักเวทย์

      หลังจากพุ่งเข้ามาใกล้กำแพง เธอก็ใช้แรงลมอัดเข้าไปยังกำแพงอย่างรุนแรงจนทำให้กำแพงเกิดรอยร้าวขึ้นเล็กน้อย

      ไม่ไหว! แรงลมไม่พอที่จะพังออกไป!”

      เพราะการทำลายกำแพงล้มเหลว ร่างกายของเธอจึงกระเด็นตามโมเมนตัมไปชนเข้ากับกำแพงและร่วงลงมาบนพื้น

      นักเวทย์ไม่รอให้เธอกลับมาตั้งตัว เล็งใช้การโจมตีด้วยกรดครั้งต่อไป

      ในตอนนั้นเองที่เวโรนิก้ามองไปยังของเหลวสีดำของนักเวทย์ แล้วเธอก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้

      เวโรนิก้าหยุดนิ่งอยู่กับที่ ตั้งสมาธิรอหลบการโจมตีครั้งต่อไปที่วินาทีสุดท้าย ใช้กรดที่โจมตีเข้ามาให้ละลายกำแพงด้านหลังของเธอ

      “!” นักเวทย์ส่งเสียงตกใจต่ำๆออกมาเล็กน้อย

      ตอนนี้แหละ!”

      เวโรนิก้ายิงกระแสลมอัดเข้าไปตรงกำแพงที่ถูกทำให้บางลงด้วยกรด

      *โครม*

      กำแพงทะลวงออกไปยังห้องโถงกว้าง

      รูที่เวโรนิก้าทะลวงออกมาอยู่สูงจากพื้น 5 เมตร โดยที่ห้องซึ่งทะลุออกมาเป็นห้องโถงที่มีเพดานสูง

      เธอกระโจนออกมาด้านนอกทันที แต่เพราะไม่ได้สังเกตสภาพรอบๆให้ดีก่อน เวโรนิก้าจึงไม่ได้เตรียมตัวรับการตกลงไปที่พื้น

      อัศวินรอบๆที่ประจำตำแหน่งอยู่ในห้องแสดงท่าทางแตกตื่น

      พวกเขารีบเข้ามาดูสถานการณ์ แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรเวโรนิก้าก็หันหลังกลับไปแล้วยิงลมใส่รูที่เพิ่งทะลุออกมา

      กระแสลมพัดให้อัศวินรอบๆเสียหลักและลงไปทรุดกับพื้นเล็กน้อย ส่วนนักเวทย์ที่อยู่ด้านในก็ถูกกระแสลมดันเอาไว้ ออกมาจากทางลับไม่ได้

      เจอผู้บุกรุกแล้ว ช่วยกันหน่อย” เวโรนิก้าตะโกนขอความช่วยเหลือ

      อัศวินที่อยู่รอบๆฟังเวโรนิก้าทันที พวกเขาพอจะจำหน้าของเธอได้ ดังนั้นจึงรู้ว่าเธอไม่ใช่ศัตรู

      ปืนแต่ละกระบอกที่อยู่ในมือหันไปทางรูบนกำแพง และทันทีที่เวโรนิก้าหยุดพักปล่อยกระแสลม พวกอัศวินก็เริ่มยิงเข้าไปด้านใน

      เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วพระราชวัง




9




      เลวิน อันย่าและเอมเบอร์ยังคงเร่งรีบมุ่งหน้าไปยังห้องบัลลังก์ของราชินีต่อไป

      แต่จู่ๆพวกเขาก็ได้ยินเสียงปืนมาจากอีกทิศทางหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ทางไปห้องบัลลังก์

      เสียงปืน?” อันย่าถามขึ้นมาลอยๆ

      หริอว่าเวโรนิก้าจะเจอกับนักเวทย์นั่นแล้ว?” เอมเบอร์เดาดู

      เลวินส่ายหน้าแล้วตอบปฏิเสธ

      ไม่...ที่นั่นไม่ใช่ห้องบัลลังก์ นักเวทย์ไม่น่าจะไปที่นั่น”

      จะบอกว่านักเวทย์ที่บุกเข้ามามีมากกว่า 1 คนงั้นเหรอ?”

      เลวินหันไปมองเอมเบอร์ที่ทำหน้าบึ้งแล้วครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไป

      มีความเป็นไปได้”

      ไม่น่า—” อันย่าค้าน “การที่จะบุกเข้ามาในพระราชวังนั้นเป็นไปได้ยาก ไม่มีที่จะมีผู้บุกรุกมากกว่า 1 คนได้หรอก ถึงแม้จะมีขุนนางทรยศคอยช่วยก็ตาม”

      เปล่าๆ” เลวินส่ายหน้า “คนที่บุกเข้ามามีแค่คนเดียว”

      ถ้างั้น-”

      ก่อนที่อันย่าจะพูดต่อครบประโยค เลวินก็หันกลับมามองหน้าเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

      มีความเป็นไปได้ว่า..มีนักเวทย์คนอื่นๆอยู่ภายในพระราชวังศ์ก่อนหน้าที่จะมีผู้บุกรุกซะอีก”

      สีหน้าของเอมเบอร์ซีดลงเล็กน้อย

      นี่นายจะบอกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีนักเวทย์หลบซ่อนอยู่ภายในพระราชวังโดยที่กองอัศวินไม่รู้ตัวงั้นเหรอ?”

      คิดถึงความเป็นไปได้สิ ตอนนี้สภาเวทมนต์และราชวงศ์มีความขัดแย้งกันอยู่ อีกทั้งพวกมันกำลังวางแผนเข้ายึดอำนาจของราชวงศ์แล้วด้วย ดังนั้นพวกมันต้องส่งสายลับเข้ามาในราชวังเพื่อดูสถานการณ์อยู่แล้ว จริงมั้ย?”

      เอมเบอร์กัดฟันเพราะเธอไม่อยากจะยอมรับถึงสิ่งที่ได้ยิน

      ทำไมประเทศนี้ถึง...”

      ในยามสงครามที่กำลังเข้าใกล้โลกทั้งใบ ประเทศต่างๆกำลังเตรียมพร้อมกับปัญหาที่กำลังตามมา แต่อาณาจักรอลิสเซียแห่งนี้กลับแตกแยกกันเอง

      บ้าจริง!” เอมเบอร์ทุบกำปั้นลงบนผนัง

      อันย่าก้มหน้าลงเล็กน้อย

      เธอไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของเอมเบอร์ได้ เพราะเธอไม่ใช่ประชากรหรือทหารของประเทศแห่งนี้ อีกทั้งเธอเป็นคนที่ทรยศประเทศของตัวเอง

      ขอโทษ” อันย่าพูดโดยที่ไม่รู้ตัว

      เอมเบอร์ได้ยิน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เก็บอารมณ์เอาไว้และไม่แสดงท่าทางอะไรออกมา

      “?” เลวินมองแผนผังของพระราชวังศ์ “ทางนี้ รีบไปเร็วเข้า!”




10




      ภายในห้องบัลลังก์มีลิเลียน่าที่ยืนอยู่ตรงกลางห้อง

      ด้านข้างของเธอมีดาบยาวหนึ่งเล่ม

      มันทำมาจากวัสดุคล้ายกับคริสตัลที่ถูกแกะสลักอย่างสวยงามสีฟ้า มีด้ามจับถูกดัดแปลงให้มีอุปกรณ์เวทมนต์พิเศษติดตั้งเอาไว้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันถูกติดตั้งใหม่ๆ เพราะรอยต่อบนตัวดาบแสดงความแตกต่างชัดเจน

      ใกล้แล้วล่ะมั้ง?”

      ลิเลียน่าพูดกับสุภาพบุรุษผมยาวแดงแกมน้ำตาลในชุดอัศวินสีขาวพร้อมดาบในมือ—ริสเตอร์ คอมเวลฟ์ หัวหน้าอัศวินกองกำลังที่ 15

      “...”

      ริสเตอร์ไม่พูดอะไร เขาหยิบดาบในมือขึ้นมาอย่างมั่นคง แผ่มานาสีฟ้าบางๆออกมาครอบครุมใบมีดของดาบในมือ

      ระหว่างนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นรอบๆด้านของทั้งสอง

      นอกจากนั้นยังมีเสียงราวกับอะไรกำลังถูกละลายด้วยกรดดังขึ้น

      ทำไมถึงรู้ได้ล่ะครับ ว่ามีนักเวทย์แฝงตัวอยู่ก่อนหน้าที่จะมีคนบุกเข้ามา?” ริสเตอร์ถาม

      เพราะมันสงบเกินไปน่ะสิ”

      สงบเกินไปงั้นเหรอครับ?”

      ทั้งๆที่สภาเวทมนต์และราชวงศ์มีข้อโต้เถียงกันอยู่ แต่กลับไม่มีข้อสงสัยอะไรเลย หมายความว่าพวกมันรู้สถานการณ์ของราชวังไงล่ะ”

      “...คนที่สังเกตเห็นถึงเรื่องนั้นคือ...”

      ลิเลียน่าพยักหน้าเล็กน้อย เธอแผ่มานาออกมาเตรียมต่อสู้เช่นเดียวกัน

      ใช่แล้ว” เธอตอบริสเตอร์ “เด็กหนุ่มที่ถูกนายตราหน้าว่าเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้...เลวินนั่นแหละ”

      “...ยังไงก็ตาม ผมจะปกป้องท่านในฐานะอัศวินของราชินีเองครับ”

      กำแพงรอบๆปรากฏของเหลวสีดำขึ้น และหลังจากนั้นส่วนต่างๆของกำแพงก็เริ่มละลายเหมือนกับเนยในกระทะร้อนๆ

      เงาของนักเวทย์ในชุดสีดำจำนวนมาเดินออกมาจากรูบนกำแพง

      พวกมันมีจำนวนมากกว่า 10 คน

      มีอยู่มากขนาดนี้เลยงั้นเหรอ? พวกอัศวินรักษาความปลอดภัยยังไงกัน?”

      ดูเหมือนว่าหลังจากนี้พวกเราจะต้องปรับปรุงระบบอัศวินซักหน่อยนะครับ”

      ริสเตอร์เริ่มด้วยการฟาดดาบในมือเป็นแนวนอน ปล่อยคลื่นมานาบางๆรูปจันทร์เสี้ยวออกมาตามแนวการฟัน พุ่งไปยังเหล่านักเวทย์

      แต่แน่นอนว่าการโจมตีระดับพื้นฐานแบบนั้นไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก

      เหล่านักเวทย์ใช้มานาสร้างเป็นเกราะป้องกันคลื่นมานาของริสเตอร์ได้อย่างง่ายดาย

      เหมือนจะยากกว่าที่คิดน่ะ”

      งั้นเหรอ?”

      ลิเลียน่าตอบสั้นแล้วสบัดดาบพร้อมกับมานาสะท้อนแสงของเธอ

      ส่งคลื่นโจมตีออกไปรอบๆทุกทิศทาง ซึ่งมันสามารถทะลุการป้องกันของนักเวทย์ได้แทบทั้งหมด แล้วซัดพวกเขาจนล้มลงไปหลายคน

      ง่ายดายมากกว่านะ”

      ลิเลียน่าพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง

      แต่หลังจากนั้นเสียงตรบมือของใครบางคนก็ดังขึ้น

      เงาสีดำที่ให้ความกดดันรุนแรงกว่านักเวทย์คนอื่นๆในห้องรวมกันเดินออกมาจากรูบนกำแพงด้านหน้าของลิเลียน่า

      ผมหยุ่งเหยิงสีดำและดวงตาไร้ชีวิตชีวามองมายังทั้งสอง

      ผมแล้วกับที่เป็นองค์ราชินี พลังในการใช้เวทมนต์นั้นเหนือกว่าอัศวินคนไหนๆในพระราชวังแห่งนี้”

      แกเป็นใคร?”

      ริสเตอร์ถามด้วยสีหน้าดุดัง หันดาบในมือไปใส่

      หืม? อัศวิน? ไม่เอาน่าๆ อย่าเสียเวลาจะดีกว่านะ คนอย่างแกน่ะ ไม่มีทางที่จะจัดการฉันคนนี้ลงได้หรอกนะ แน่นอนว่ายัยราชินีเด็กน้อยตรงนั้นก็ด้วย!”

      มานาสีดำแผ่ออกมาจากนักเวทย์ปริศนา

      ริสเตอร์กำดาบในมือเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

      หนีไปครับ องค์หญิง- ราชินี”

      คิดว่าฉันจะแพ้งั้นเหรอ?” ลิเลียน่าถาม

      ครับ” ริสเตอร์ตอลด้วยสีหน้านิ่งเฉย

      ลิเลียน่าจึงถอยห่างออกมาจากจุดที่กำลังจะเกิดการต่อสู้ขึ้น มองไปยังประตูด้านหลังห้องบัลลังก์เพื่อที่จะหนีออกไปจากที่นี่

      ริสเตอร์ยิ้ม

      คุณยังไม่ยอมรับผมเป็นอัศวินของราชินีสินะครับ...”

      “...อืม...”

      เพราะคนเพียงคนเดียวที่องค์หญิงลิเลียน่ายอมรับให้เป็นอัศวินน่ะ คือเขาคนนั้นเท่านั้น...”

      ขอโทษนะ”

      ลิเลียน่ากล่าวแล้วออกจากห้องบัลลังก์ผ่านทางประตูด้านหลัง




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #16 Eiko_ (@taechaam) (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 17:46

    เข้มข้มสุดๆ ติดเรื่องนี้อย่างแรงง พระเอกเราจะได้สู้ไหมนะ

    #16
    0