Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 99 : Chapter XI - Part 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 พ.ค. 62




16




      เวโรนิก้าวิ่งผ่านทางเดิน รอบข้างของเธอมีทหารยาม 3-4 คนวิ่งตาม

      เมื่อกี้มันคืออะไรกันแน่?” หนึ่งในทหารยามถามขึ้น

      ก่อนหน้านี้พวกเขาต่อสู้กับนักเวทย์คนหนึ่ง ทหารยามสามารถยิงกระสุนจากหลายตำแหน่งได้ นั่นทำให้เวโรนิก้าได้เปรียบในการต่อสู้ ส่งผลให้เธอล้มนักเวทย์คนนั้นลงได้

      แต่หลังจากที่อธิบายสถานการณ์ให้ทหายยามฟังอยู่นั้น กระแสลมจำนวนมากก็โหมกระหน่ำผ่านทางเดินอย่างรุนแรง สร้างความแตกตื่นให้พวกเธอ

      เวโรนิก้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร

      มันอาจจะเป็นเวทมนต์อะไรสักอย่างของพวกที่ลอบเข้ามาก็ได้”

      เธอตอบไปตามข้อสรุปที่เธอสามารถคิดขึ้นได้ด้วยข้อมูลจำกัด

      ระหว่างทางที่เธอวิ่งไป พวกเธอไม่เจอกับทหารยามที่คอยยืนเฝ้าประจำตำแหน่งตามทางเดินเลย และไม่มีเงาของทหารที่ควรจะเดินลาดตระเวน

      ทหารคนหนึ่งสังเกตเห็นถึงเรื่องนั้นได้

      พวกทหารคนอื่นๆหายไปไหนกันหมด?”

      “?”

      พวกทหารเริ่มรู้สึกตัวกันทีล่ะคน พวกเขาเริ่มแสดงท่าทางแตกตื่น พอมองไปตามห้องต่างๆที่เป็นทางผ่านก็ไม่เจอใครอยู่ด้านในเลย

      นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

      เวโรนิก้าไม่แสดงท่าทางตกใจกับสิ่งที่เห็นเป็นพิเศษ

      ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น พวกเราต้องทำอะไรสักอย่างกับผู้บุกรุก”

.

.

.

      ลิเลียน่าลืมตาของเธอขึ้นอย่างช้าๆ ร่างกายของเธอนอนอยู่บนพื้น ความเจ็บปวดอัดแน่นทั่วร่างกาย เธอลุกขึ้นนั่งและเช็คกระดูกและกล้ามเนื้อของตัวเอง

      อวัยวะภายในไม่เสียหาย กระดูกของเธอยังอยู่ดี ลิเลียน่ามองไปยังดาบคริสตัลที่ตกอยู่ด้านข้าง

      อเล็กเซย์...ดราก้อน”

      ภายในห้องโถงกลางเต็มไปด้วยกรดสีดำท่วมพื้นชั้นหนึ่ง มันถูกควบคุมโดยนักเวทย์ที่ชื่อว่านิโคลาส เขากำลังต่อสู้กับตัวตนบางอย่างในร่างของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน

      อเล็กเซย์แผ่มานาสีทองออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนราวกับมีปริมาณมานาไร้ขีดจำกัด มานาสีทองเป็นมานาเวทมนต์มิติ มันบิดเบี้ยวห้วงมิติรอบๆให้เข้าทางตัวเอง

      เขาใช้มิติที่บิดเบี้ยวนี้ในการเคลื่อนไหว ป้องกัน และโจมตี อีกทั้งยังทำให้ศัตรูของเขาหลบการโจมตีนั้นไม่ได้

      กระสุนมานาสีทองรูปร่างเหมือนตะปูขนาดใหญ่ปริมาณมากถูกสร้างขึ้นด้านหลังของอเล็กเซย์

      นิโคลาสยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ

      เป็นความจริงงั้นสินะ ที่ราชวงศ์กำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่...มันคือเจ้านี่เองงั้นสิ?”

      “...”

      เด็กหนุ่มยังเงียบเฉย ตะปูขนาดยักเริ่มยิงออกไปยังนิโคลาส เขารีบขยับขาแมงมุมด้านหลังเพื่อหลบให้พ้น แต่ทันทีที่ร่างกายของเขาออกนอกวิถีของตะปู

      ห้วงมิติรอบๆเริ่มบิดเบี้ยวโดยมีตะปูมานาเป็นจุดศูนย์กลาง ห้วงมิตินั่นดึงร่างของนิโคลาสที่หลบออกไปให้กลับเข้ามา

      ตะปูพุ่งเข้าไปในกระดูกซี่โครงทางซ้ายของเขาอย่างจัง

      (เมื่อกี้มันอะไร?!)

      เขามีเวลาให้คิดเพียวนิดเดียว เสียงกระดูกซี่โครงหักดังขึ้นโดยแรงกระแทก

      ถึงแม้ตะปูที่ดราก้อนยิงออกมาจะมีปลายแหลม แต่มันก็ไม่สามารถเจาะเข้าไปในผิวหนังของนิโคลาสได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง สิ่งที่ส่งผลมีเพียงแรงกระแทกเท่านั้น

      ร่างกายของนิโคลาสกระเด็นขึ้นไปบนฟ้า ขาแมงมุมด้านหลังของเขากระจายตัวกลับไปเป็นกรดเหลวๆไม่สามารถใช้งานได้

      (แย่ล่ะสิ แบบนี้ตกลงไปในบ่อกรดด้านล่างแน่!)

      เขาหลับตาพยายามควบคุมมานาของตัวเอง แต่ตะปูที่ดราก้อนสร้างเอาไว้ไม่ได้มีเพียงอันเดียว ตะปูมีมากกว่า 10 อันด้านหลังของอเล็กเซย์

      พวกมันเล็งมายังนิโคลาสพร้อมๆกัน

      (แบบนี้แย่แน่!)

      ขณะที่นิโคลาสแตกตื่นพยายามคิดหาวิธีการเอาตัวรอด ลิเลียน่าใช้โอกาสที่ดราก้อนให้ความสนใจกับนิโคลาสเพื่อโจมตี

      เธองอขาและถีบพื้นขึ้นไปยังร่างของอเล็กเซย์ที่ใช้เวทมนต์มิติลอยอยู่บนอากาศ ฟาดดาบในมือลงมาพร้อมอัดมานาพิเศษของเธอเข้าไป

      เอาอเล็กเซย์กลับมาซะ! ดราก้อน!”

      ดราก้อนใช้มานาสีทองหุ้มแขนของอเล็กเซย์เอาไว้แล้วตั้งรับดาบที่ฟาดลงมา

      เสียงปะทะกันดังขึ้น คมดาบของคริสตัลเริ่มเสื่อมลงเรื่อยๆ มันไม่ใช่วัสดุที่แข็งแรงแบบไม่สึกหรอ

      ดราก้อนสบัดดาบออก ส่งให้ลิเลียน่ากลับไปยังพื้นชั้นสองของห้องโถง

      ปฏิเสธ”

      ฮึบ...”

      ลิเลียน่าลงบนพื้นอย่างมั่นคงไม่เสียการทรงตัว กลับมาตั้งดาบในมือพร้อมสู้อีกครั้ง

      ทำไมเจ้าบ้านั่นถึงอยากจะช่วยผู้หญิงแบบนี้กันแน่?” ดราก้อนบ่นกับตัวเอง

      คืนร่างของเขามาซะ!”

      “.... อย่ารีบร้อนสิ ยังไม่เสร็จธุระเลยนะ”

      สายตาของอเล็กเซย์มองไปยังนิโคลาส

      นิโคลาสใช้จังหวะที่ลิเลียน่าเข้าโจมตีเมื่อครู่ตั้งสติและลงไปยืนบนพื้นชั้นสองของห้องโถง สภาพร่างกายขของเขาไม่สามารถใช้กรดเป็นขาแมงมุมช่วยเคลื่อนที่ได้ เขาจึงต้องขยับด้วยขาจริงๆของตัวเองแทน

      เวทมนต์มิติงั้นเหรอะ” นิโคลาสดูออก

      (นั่นจะสามารถอธิบายการโจมตีแปลกๆเมื่อกี้และทิวทัศน์บิดเบี้ยวนั่น)

      เอาล่ะ ...จะหนีออกไปยังไงดี”

      นิโคลาสมองไปยังราชินีผมดำที่อยู่บนชั้นสองเช่นเดียวกัน นั่นคือเป้าหมายในการลอบสังหารของเขา

      หากเป็นไปได้เขาอยากที่จะหนีไปแบบทำภารกิจสำเร็จ แต่ตัวตนประหลาดที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขาทำให้เขาทำแบบนั้นไม่ได้

      การโจมตีของดราก้อนเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง ตะปูมานาสีทองขนาดใหญ่พุ่งเข้ามา นิโคลาสกัดฟันเอาไว้แน่นเตรียมรับแรงกระแทก

      เขารีบเคลื่อนที่เพื่อหลบสิ่งที่พุ่งเข้ามา

      มันเป็นความพยายามที่เปล่าประโยชน์ นั่นคือสิ่งที่ดราก้อนคิดซึ่งแสดงออกทางสีหน้า

      แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นแบบที่ดราก้อนคิดเอาไว้ ทันทีที่ห้วงมิติเริ่มบิดเบี้ยวและพยายามดึงร่างของนิโคลาสให้โดนการโจมตี การเคลื่อนไหวของนิโคลาสก็ดูแปลกไป

      นักเวทย์ผมหยุ่งสามารถเคลื่อนที่ในห้วงมิตินั้นได้เล็กน้อย เขาสามารถหลบตะปูที่พุ่งเข้ามาทั้งหมดได้อย่างเฉียดฉิวอย่างน่าประหลาด

      ลิเลียน่ามองดูเหตุการณ์นั้นอย่างประหลาดใจ

      เกิดอะไรขึ้น เจ้านั่นหลบได้ยังไง?”

      “...”

      ดราก้อนขมวดคิ้วเล็กน้อย

      นิโคลาสแสดงสีหน้าเย้อหยัน

      หึ? ตกใจละสินะ? การบิดเบือนมิติของแกมันเป็นแค่การทำให้ทิศทางการเคลื่อนที่คลาดเคลื่อน ดังนั้นหากฉันเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้ามก็จะสามารถหลบการโจมตีได้”

      ตกใจงั้นเหรอ? เปล่าเลย” ดราก้อนตอบ “แต่ไม่เคยคิดว่าแกจะมองออกได้รวดเร็วขนาดนั้น สิ่งที่ขนาดแม่สาวตรนนั้นที่คุ้นเคยกับพลังนี้พอสมควรยังมองไม่ออก แกกลับมองออกได้ง่ายดาย ต้องขอชมล่ะนะ”

      มานาสีทองกระจายตัวออกมาหนาแน่นมากกว่าเดิม ความรู้สึกไม่ดีค่อยโถมเข้าใส่นิโคลาสและลิเลียน่าปริมาณมาก

      ดวงตาสีแดงของปีศาจไม่แสดงความเหนื่อยล้า ตาทั้งสองข้างเย็นเฉียบ

      มานาสีทองรอบๆเริ่มบิดเบี้ยวห้วงมิติ ทิวทัศน์รอบเริ่มบิดเบี้ยว บางสิ่งบางอย่างทำให้ห้วงมิติพวกนี้แตกต่างจากที่ผ่านๆมา

      ความซับซ้อนของห้วงมิติมีมากขึ้น นิโคลาสเริ่มเหงื่อตก ถึงแม้เขาจะค้นพบวิธีการเคลื่อนไหวในห้วงมิติบิดเบี้ยว แต่ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นทำให้คำนวนได้ยาก

      กระสุนมานด้านหลังของอเล็กเซย์พุ่งเข้าจู่โจม

      ตายไปซะ!”

      กระสุนมานาพวกนั้นไม่สามารถเจาะเข้าไปในเนื้อหนังได้ แต่สร้างรอยฟกช้ำจำนวนมากตามผิวหนังของนิโคลาส และส่งให้ร่างกายของเขากระเด็นไป

      ทิศทางในการกระเด็นของนิโคลาสถูกบิดเบือนไปตามห้วงมิติๆรอบๆ เขากระเด็นไปทางซ้ายและขวา หน้าและหลังอย่างไม่หยุดหย่อน

      เสียงของกระดูกภายในขาและแขนเริ่มแตกหักดังขึ้นเรื่อยๆ

      ลิเลียน่ารีบวิ่งเข้าไปขวางไว้ เธอใช้มานาของเธอในการทำให้มิตินั่นสลายตัวกลับเป็นปกติ

      แบบนี้หมอนี่ได้ตายแน่ พวกเรายังต้องใช้ประโยชน์จากเจ้านี่อยู่ ห้ามฆ่าเด็ดขาด”

      “? แล้วมันจะทำไม พวกแกจะใช้ประโยชน์อะไรจากมันข้าไม่สน ถ้าจะมาขวางก็จะทำให้หลบไป”

      ไม่ฆ่างั้นเหรอ?”

      มันเป็นข้อตกลง”

      ข้อตกลง? ทำไมอเล็กเซย์ถึงขอให้ทำอะไรแบบนี้?”

      ลองถามเจ้าตัวดูซะสิ”

      “....”

      ลิเลียน่ากำดาบในมือแน่น เธอไม่ขยับออกไปจากตรงนั้น ด้านหลังของเธอมีร่างของนิโคลาสอยู่ สภาพของเขาบาดเจ็บไปทั้งตัว

      น่าแปลกที่นิโคลาสยังคงสติได้ เมื่อมองไปด้านหน้าของเขาก็พบกับเป้าหมายที่ต้องการลอบสังหาร

      (ถ้าหากว่าจัดการราชินีได้ ประเทศนี้ก็จะเหลือสภาเวทมนต์เพียงองค์กรเดียว หลังจากนั้นทุกอย่างจะดีขึ้น)

      เขาสร้างกรดขึ้นมาในฝ่ามือ หากเขายิงมันไปด้านหน้า ภารกิจที่ได้รับมาจะสำเร็จ เขาจึงไม่รอช้า ปล่อยกรดที่อยู่ในมือให้ฉีดไปยังลิเลียน่าทันที

      มานาสีฟ้าของลิเลียน่าแผ่ออกมาปริมาณมาก มันสัมผัสกับกรดและส่งเสียงปะทะรุนแรง กรดค่อยๆละลายมานาลงไปอย่างช้าๆ ส่วนมานาค่อยๆสลายกรดลงไปอย่างช้าๆ

      “!”

      นิโคลาสใช้มานาสุดท้ายที่เหลือเก็บเอาไว้ เขาหน้ามืดจนมองไม่เห็นว่าลิเลียน่าสังเกตท่าทางของเขาอยู่ ดังนั้นการโจมตีของเขาจึงพลาด

      หลังจากนั้นนิโคลายก็สลบลงไป

      หมอนี่ไม่มีอันตรายแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอะไรไปมากกว่านี้”

      งั้นเหรอ?”

      ดราก้อนก้มหน้าลงเล็กน้อย เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่

      เธอไม่มีสิทธิ์มากำหนดว่าฉันจะทำอะไร!”

      ห้วงมิติพุ่งเข้าใส่โจมตีลิเลียน่าให้กระเด็นออกไป

      ร่างของอเล็กเซย์เดินเข้าไปยังนักเวทย์นิโคลาสที่สลบไปกับพื้น ยื่นมือของเขาไปยังหน้าอก มานาสีทองห่อหุ้มมือเอาไว้และเปิดประตูมิติอะไรบางอย่าง

      ภาพ 4 มิติ?” ลิเลียน่าคาดเดา

      ประตูเปิดออกตรงหน้าอกของนักเวทย์ผมดำ ด้านในประตูมีเพียงความว่างเปล่า แต่ในความว่างเปล่านั้นมีก้อนพลังงานบางอย่างกำลังเปล่งมานาสีดำออกมา

      ขอรับฮาร์ทของแกไปล่ะนะ”

      อย่าบอกน่ะว่า!?”

      ก้อนพลังงานเคลื่อนที่ออกมาจากประตูมิติ มือของอเล็กเซย์คว้ามันเอาไว้

      รูปร่างของพลังงานสีดำมีขนาดราวกับลูกเทนนิส ปริมาณพลังงานที่อยู่ด้านในมีปริมาณมาก พวกมันวางตัวจัดเรียงกันเป็นโครงสร้างที่ซับซ้อน

      มานาสีดำไหลออกมาจากก้อนพลังงานนั้นเรื่อยๆเป็นจังหวะราวกับหัวใจที่กำลังเต้น

      ดราก้อนแสยะยิ้ม มือของอเล็กเซย์ค่อยๆกำพลังงานสีดำแน่นขึ้นจนมีเสียงคล้ายกับกระจกร้าวดังขึ้น รูปร่างทรงกลมของก้อนพลังงานๆค่อยๆคลายตัวออก

      เศษพลังงานที่กระจายออกมาแทรกซึมเข้าไปตามผิวหนังของอเล็กเซย์

      ลิเลียน่าขมวดคิ้วพร้อมยกดาบในมือขึ้นมา

      เมื่อกี้ทำอะไรลงไป?”

      ก็เห็นๆอยู่ กินแหล่งมานาของเจ้านี่ไงเล่า”

      กินแหล่งมานา? แกกินฮาร์ทเข้าไป?”

      “ ? มันเป็นสิ่งที่ตกลงกันไว้ เอาล่ะ...ต่อไปก็....”

      เท้าของอเล็กเซย์ค่อยๆก้าวเข้าไปหาลิเลียน่าอย่างช้าๆ

      เธอตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ แผ่มานาออกมารอบๆเพื่อป้องกันไม่ให้เวทมนต์บิดเบือนมิติจากมานาสีทองใช้งานได้

      สายตาของลิเลียน่าเฉียบคม มองการเคลื่อนไหว

      ตอนนั้นเอง เอมเบอร์และอันย่าก็เปิดประตูทางเดินชั้นสองเข้ามาภายในห้อง

      สิ่งแรกที่พวกเธอเห็นคือสภาพของห้องโถงชั้นหนึ่งที่กลายเป็นบ่อกรด เอมเบอร์มองไปรอบๆอย่างใจเย็น รอยคราบกรดสีดำบนพื้นนำพวกเธอมายังห้องๆนี้ ดังนั้นต้องมีผู้บุกรุกอยู่ภายในแน่

      และในที่สุดเธอก็มองเห็น ร่างของนักเวทย์ผมดำนอนไร้สติอยู่บนพื้น อันย่าที่อยู่ใกล้ๆเองก็เห็นเช่นกัน อีกทั้งตรงนั้นยังมีร่างของอเล็กเซย์และองค์หญิงยืนอยู่ เธอจึงออกตัววิ่งไปดูสถานการณ์ทันที

      หยุดก่อน ยัยสายลับ” เอมเบอร์ห้ามอันย่าเอาไว้

      “?”

      ดูสีตาของหมอนั่นให้ดีๆ”

      เอมเบอร์แสดงสีหน้าเคร่งเครียด เธอมีความแค้นเคืองกับอเล็กเซย์ แต่ตอนนี้มีบางอย่างที่สำคัญกว่านั่น

      สภาพของอเล็กเซย์แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ด้านหลังมีมานาสีทองรูปร่างเหมือนหางมังกรงอกออกมา ดวงตาของเขาเป็นสีแดงไม่ใช่สีฟ้า และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือปริมาณมานารอบๆร่างกาย

      (เหมือนกับตอนนั้น) เอมเบอร์จำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้

      ในตอนที่กองกำลังใต้ดินนำทหารมาบุกพระราชวัง อเล็กเซย์ได้ศูนย์เสียการควบคุมตัวเองและเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้น เขาถูกเลวินและเอมเบอร์ร่วมมือกันหยุดยั้งเอาไว้

      (เดี๋ยวสิ มีบางอย่างแปลกๆ)

      เอมเบอร์ลองตั้งใจมองไปยังอเล็กเซย์อีกครั้งหนึ่ง

      (สติสัมปชัญญะของหมอนั่นยังอยู่ดีงั้นเหรอ?)

      ท่าทางของอเล็กเซย์ในครั้งนี้ไม่เหมือนกับสัตว์ดุร้ายเหมือนครั้งก่อน เขามีกริยาท่าทางเหมือนกับเป็นมนุษย์ปกติ ไม่แสดงท่าทีคลุ้มคลั่งเลย

      (หมายความว่าอะไรกัน?)

      ระหว่างที่เอมเบอร์คิดอยู่นั้น สายตาสีแดงทั้งสองข้างของอเล็กเซย์ก็มองตรงมายังทั้งสอง อันย่าสามารถสัมผัสแรงกดดันจากสายตานั้นได้ทันที

      สิ่งที่เลวินและองค์หญิงพูด...เป็นความจริงงั้นสิ” อันย่าพึมพัม




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

20 ความคิดเห็น