[SF/OS/etc.] Renjun is everything... ( Jamren / Minren , Noren , Markren , etc... )

ตอนที่ 8 : [OS] Star... | Jamren #แจมเหรินลอตเตอรี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    13 พ.ค. 61

. . . #แจมเหรินลอตเตอรี่ . . .

" Star "
Pairing : Jaemin x Renjun #Jamren
Rate : AU / PG
Words : 2,583
Theme song : สายตายาว  - Sugar eyes


Note : ฟิคนี้เป็นโปรเจ็ค #แจมเหรินลอตเตอรี่ อีกเช่นเคย...... จงเอาแรงบันดาลใจมาแค่เนื้อเพลงนะคะ อย่าฟังทำนอง มันน่ารักไป ฟิคเรื่องนี้ไม่ได้น่ารักตามความสดใสของเพลง TT และตัวละครในเรื่องเป็น AU
ไทยนะคะ “ปัน” คือน้องเหรินจวิ้น “พัตเตอร์” คือแจมินค่ะ 








. . . S T A R . . .

 

 

 

 

 

คุณมีดวงดาวที่คอยนำทางใจมั้ย?

 

 

 

ดวงดาวที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดโดยที่ไม่ต้องลอยลงมาให้ชื่นชม เพียงแค่เปล่งแสงนวลสว่างประดับอยู่บนท้องฟ้า ความงดงามของดวงดาวจะคอยเยียวยาบาดแผลทางใจให้หายดี..

 

 

 

ทุกคนมีดวงดาวนำทางใจเป็นของตัวเอง

 

 

 

บางคนอาจจะมีดวงดาวส่องแสงเป็นส่วนตัว

 

 

 

บางคนอาจจะใช้ดวงดาวที่ส่องแสงสว่างที่สุดร่วมกับคนอื่นๆอีกมากมาย..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อย่างเช่นผม..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมชื่อ "ปัน" ครับ ผมเป็นนักศึกษาธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่ค่อยธรรมดา.. ผมเป็นพวกไม่ชอบเข้าสังคม ไม่ค่อยมีเพื่อนเยอะ เลิกเรียนแล้วก็อพยพกลับบ้านไม่นอนหอ ไม่สุงสิงสังสรรค์กับใคร

 

 

 

 

 

เพราะผมอยู่ร่วมกับคนอื่นไม่ได้...เท่าไหร่นัก

 

 

 

 

 

ผมเป็นโรคกลัวสังคม.. และผมมักจะอยู่ในโหมดซึมเศร้า ทั้งๆที่ชีวิตมันก็ไม่มีเรื่องให้เศร้าเท่าไหร่นัก ถ้าเครียดหรือรู้สึกกดดันขึ้นมาเมื่อไหร่จะเข้าซีนดราม่าทันที มันส่งผลโดยตรงกับคนรอบข้างที่ไม่เข้าใจผม ผมเหนื่อยที่จะชี้แจง ก็อยู่มันแบบนี้แหล่ะ อยู่เงียบๆคนเดียว เพื่อนก็คบเท่าที่จำเป็น มันจะมีซักกี่คนที่รับอาการ Mania ของผมได้เมื่อมันกำเริบขึ้นมา

 

 

 

ผมไม่อยากถูกคนที่ผมแคร์ทุกคนจัดผมอยู่ในโหมดคนบ้า..

 

 

 

ยอมเป็นพวกกลัวการเข้าสังคมไปเลยดีกว่าที่จะต้องกลายเป็นคนกลุ่มพิเศษที่ต้องเฝ้าระวังเหมือนหมาบ้า

 

 

 

ผมโตมากับการเดินตามบล็อคกิ้งที่พ่อแม่วางไว้ให้ เมื่ออยู่ในครอบครัว ผมต้องอยู่ในอีกหน้าที่หนึ่ง สมาชิกที่ไม่ค่อยได้รับความสำคัญอันพึงจะได้จากแม่เท่าไหร่นัก นอกจากติดตามไปซื้อของ ขับรถให้เวลาพี่ชายไม่อยู่ ก็โอเคล่ะนะ.. ผมชินกับการถูกจำกัดความสำคัญแบบนี้ไปแล้ว เพราะผมเพิ่งย้ายจากบ้านยายที่ต่างจังหวัดมาเรียนกรุงเทพเมื่อสองปีก่อนเพราะผมสอบติดมหาวิทยาลัยที่นี่ ต้องเข้าเรียนในคณะที่ไม่ถนัดเอาซะเลยเพียงเพราะแม่ยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจให้...

 

 

 

"ฉันจะให้แกเรียนร้องเพลงถ้าแกเรียนคณะที่ทำงานช่วยพ่อได้"

 

 

 

นั่นแหล่ะ... โอกาสที่จะได้มีคนช่วยเราเรื่องความฝันจริงๆมาแล้วใครจะไม่คว้าไว้ พ่อผมเป็นวิศวกรครับ ทำงานกับบริษัทใหญ่แต่ก็เปิดบริษัทเล็กๆในนามครอบครัวไว้เพื่อเป็นรายได้หลักในอนาคตของผมและพี่น้องได้ ในวันที่พ่อกับแม่เลี้ยงดูเราไม่ไหวแล้ว แต่จะให้ผมเรียนวิศวะแบบพ่อก็ไม่ไหวไง เอาอะไรมากกับคนที่โง่คำนวณแบบบรมจบม.6มาด้วยการสวดชินบัญชรแก้เกรดวิชาคณิตศาสตร์ล่ะ.. - -

 

 

พอผมตัดสินใจว่าจะเรียนอะไร ก็เริ่มทำโจทย์ GAT PAT ซ้ำไปซ้ำมาแบบดับเครื่องชน แบกสังขารไปเรียนพิเศษครั้งแรกในชีวิต คือการติว PAT4 ไกลถึงอารีย์ทั้งๆที่บ้านผมอยู่แถวปทุมธานี.. ผมทุ่มเทแทบเอาชีวิตเข้าแลก วันที่สอบ GAT รอบสองผมช็อคคาชีทโจทย์จนต้องหามส่งโรงพยาบาล แต่ด้วยความบ้าบอคอแตกของผม ผมขอร้องให้หมอถอดสายน้ำเกลือให้ผมไปสอบที อ้อนวอนอยู่นานจนหมอก็ยอม.. แต่ เฮ้! ผมไม่ใช่เดดพูลนะที่จะฟื้นตัวเร็วเบอร์นั้น ผมกัดฟันสอบ GAT เสร็จ เดินออกจากห้องเท่านั้นแหล่ะ เป็นลมคาสนามสอบเลย.. โลดโผนเป็นบ้า - - ทุ่มเททั้งกายใจและวิญญาณ โดยที่ผมไม่รู้หรอกว่าวันนี้ผมต้องมาอดหลับอดนอนสามวันสามคืนนั่งทำงานส่งอาจารย์เพื่อให้ถูกฉีกเพลทไดอาแกรมและโยนโมเดลที่ผมแลกมาด้วยเลือดจากปลายนิ้วของผมลงจากชั้น 5 ของตึกคณะพร้อมกับคำชม...

 

 

 

"ดูเป็นคนคิดน้อย คิดตื้นๆ ไม่มี Process ที่ชัดเจน งานแบบคุณเด็กอนุบาลเป่าสีเล่นหรือหมาเดินเหยียบกระดาษยังน่าสนใจกว่า"

 

 

 

เยี่ยมไปเลย... - -

 

 

 

แล้วยังโดนเพื่อนจำกัดความสามารถในการทำงานอีกเพียงเพราะโรคที่ผมเป็นอยู่ พวกเขากลัวจะทำให้ผมเกิด mania จนแย่งงานหรือบ้าคลั่งทำอะไรประหลาดๆใส่พวกเขา..

 

 

 

"ปันรอพรีเซนต์จะได้กลับไปพักเดี๋ยวพวกเราจะช่วยทำเอง มีกันตั้ง 8-9 คน คืนเดี๋ยวก็เสร็จ"

 

 

 

เหมือนจะดูดี.. แต่ลับหลังกลับเป็นว่า

 

 

 

"งานกลุ่มก็คืองานกลุ่ม เวลาก็น้อยยังมีคนกินแรงอีก..."

 

"ปันมือแย่อ่ะ ไม่อยากให้ทำงานเดี๋ยวเละ"

 

"ถึงจะพูดงั้น แต่แม่งก็ไม่ควรกลับบ้านป่ะวะ ไม่ละอายหรอเพื่อนทำงานกลุ่มตัวเองกลับไปนอนบ้าน.. ที่อนุญาตเพราะข้ออ้างเรื่องบ้านไกลมาซะขนาดนั้นใครจะไปกล้าปฏิเสธ"

 

 

 

ไหนพวกเอ็งเดินมาพูดตรงหน้าใหม่อีกทีดิ๊... - -

 

 

 

 

 

เห็นผมดูเล่าทุกอย่างแบบชิวๆแบบนี้ จริงๆผมก็มีเรื่องน้อยใจบ้างนะ..

 

อย่างที่ผมบอกว่าผมได้รับความใส่ใจน้อยสุด แต่ผมไม่ได้เป็นลูกคนขับรถ ชีวิตรันทดอะไรขนาดนั้นหรอกครับ แต่เพราะพี่สาวฝาแฝดผมตายตอนอายุ 4 ขวบ แม่ทำใจไม่ได้ที่จะมองหน้าผมแบบเต็มตาเพราะจะนึกถึงพี่สาวของผมอยู่ตลอด เชื่อมั้ยว่าผมไม่เคยได้จัดงานวันเกิดเลยตลอด 21 ปี.... มีบ้างที่เพื่อนจะแฮปปี้เบิร์ดเดย์ แต่ไม่เคยมีของขวัญแบบตั้งใจให้ซักชิ้น อาจจะเพราะผมไม่พูดถึงมันมั้ง ผมเองก็รู้สึกแย่เหมือนกันที่ต้องฉลองวันเกิดตัวเอง วันที่มีอีกคนเกิดมาพร้อมกันแต่เธอไม่อยู่แล้ว..

 

แต่จริงๆผมก็ได้ของขวัญจากเพื่อนมาสองอย่างเมื่อปีที่แล้ว ชิ้นแรกจากไอ้นายน์เพื่อนสมัยมัธยมของผมเป็นนิตยสารที่ พี่พัตเตอร์ ศิลปินที่ผมรักไปถ่ายแบบขึ้นปกให้ ชิ้นที่สองจากดรีมเพื่อนรักที่สุดของผมที่ตามกันมาตั้งแต่ต่างจังหวัด เรียนและโตมาด้วยกัน เป็นตุ๊กตาประหลาดๆจากญี่ปุ่นที่สื่อไปถึงเรื่อง 18+ เลย... ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงนะพ่อจะราวด์เฮาส์คิกให้ - -

 

 

 

เรื่องที่ผมน้อยใจนะหรอ...

 

 

 

ลูกบ้านนี้เกิดเดือนเดียวกันทั้งสามคนครับ พี่ปูนเกิดวันที่ 1 เจ้าปอนด์เกิดวันที่ 4 แม่เลยจัดงานให้ทั้งคู่พร้อมกันเหมือนทุกปีในวันที่ 2 ส่วนผมหรอ..

 

ไม่มีหรอก

 

ปีที่แล้วก็แบบนี้ เกิดตอนกลางเดือน พอถึงวัน แม่ก็ไม่พูดถึง มีแต่พี่ปูนกับเจ้าปอนด์ที่มานอนเล่นด้วยในคืนวันเกิดแล้วก็ผ่านไป.. ปีนี้ที่ผมน้อยใจที่สุดคือเค้กวันเกิดปอนด์ใหญ่ที่แม่สั่งทำเขียนว่า

 

 

 

 

 

'Happy Birth Month to P'Poon & N'Pound'

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

เป็นไงล่ะ...

 

 

 

 

 

Birth Month...

 

 

 

 

 

ไม่มีชื่อผม...

 

 

 

 

 

ผมทำอะไรไม่ได้เลยต้องกลืนความอิจฉาก้อนใหญ่ลงคอไป... ผมเข้าใจแม่ว่าแม่ทำใจไม่ได้ นั่นพี่สาวทั้งคนนะ แค่วันเกิดเอง ก็แค่วันๆนึง มันไม่จำเป็นอะไรกับผมขนาดนั้นหรอก จะมีหรือไม่มีผมก็เกิดมาแล้วอ่ะ เอาแค่ว่ามีมันไว้จำว่าในแต่ละปีผมอายุเท่าไหร่แล้วก็พอ..

 

 

 

แม่รักผมเหมือนพี่น้องทุกคนแหล่ะ ผมไม่เคยต้องขัดสนอะไร ทุกอย่างล้วนก็ได้เหมือนพี่ปูนและเจ้าปอนด์ เงินที่เอาไว้ใช้จ่ายแต่ละวันก็ได้เท่ากัน แต่แค่ไร้อิสระในการเลือกทางเดินชีวิตเท่านั้น..

 

 

 

แล้วก็แค่ไม่เคยได้รับความใส่ใจ..

 

 

 

แต่ผมก็รักครอบครัวผมมากๆนะ เวลาไปเที่ยวกันโดยลืมฝันร้ายๆที่วนเวียนอยู่รอบตัว เรามีความสุขกันมากจริงๆ.. ที่ดูห่างเหินนั่นคงเพราะผมอยู่กับยายมาทั้งชีวิต ผมกับแม่และพ่อเลยไม่ค่อนสนิทกัน จะให้ลูกจ้ะลูกจ๋าเหมือนสองคนนั้นมันก็คงไม่คุ้นอ่ะจริงๆ... ผมเลยกลายเป็นคนเก็บตัวไม่ค่อยแสดงตัวตนเท่าที่ควร

 

 

 

 

 

ปัจจัยเหล่านี้ที่ทำให้ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้แย่เสมอไป ท่ามกลางความว่างเปล่าในชีวิตที่ไร้ตัวตนของผม มีแสงสว่างดวงหนึ่งที่คอยหล่อเลี้ยงหัวใจให้ผมยิ้มได้ในทุกๆวัน เวลาเหนื่อย ท้อ หรือโดนแม่ด่าด้วยโทสะรุนแรงมา แค่ได้เห็นรอยยิ้มของเขาผ่านจอคอม จอสมาร์ทโฟน ได้ยินเสียงร้องเพลงของเขา ได้ดูละครของเขาซ้ำไปซ้ำมา.. ผมก็มีความสุขได้แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นในแต่ละวันที่ต้องเผชิญความเลวร้ายเกือบทั้งวัน แค่ได้เห็นเขาลงรูปฝันดีแฟนๆในอินสตาแกรมผมก็ลืมเรื่องร้ายๆพวกนั้นจนมันไม่สามารถตามไปหลอกหลอนผมต่อในฝันได้แล้วล่ะ..

 

 

 

 

 

ดาวที่คอยเปล่งแสงส่องสว่างในใจคนเป็นร้อยเป็นพัน..

 

 

 

 

 

ดาวดวงนั้นชื่อว่า 'พัตเตอร์'

 

 

 

 

 

ผมคอยเฝ้ามองดาวดวงนี้มาตลอดหลายปี ตั้งแต่เขาเข้าวงการมาด้วยเข้าร่วมรายการประกวดร้องเพลงชื่อดังของประเทศไทย ด้วยความที่ผมอยู่บ้านนอกมาตลอด ผมทำได้แค่ซื้อนิตยสารที่มีเขาอยู่ในนั้นจากร้านหนังสือที่ตัวอำเภอมาเก็บไว้ ฝากเพื่อนที่ได้มากรุงเทพซื้ออัลบั้มเพลงที่มีเขาอยู่ในนั้นมาให้ และเฝ้ามองรอยยิ้มเขาผ่านจอโทรทัศน์...

 

 

 

จนวันที่ผมได้ย้ายเข้ามาอยู่กับพ่อแม่พี่น้องที่กรุงเทพ.. ผมก็เริ่มมีโอกาสติดตามข่าวสารเขาจากอินเตอร์เน็ตบ้าง ได้รับรู้ว่าเขามีข่าวกับผู้หญิงคนไหนบ้าง.. ได้ทำทุกอย่างในการติดตามเขา แต่สิ่งเดียวที่ผมไม่เคยได้ทำคือการไปเจอตัวจริง ตัวเป็นๆของเขา..

 

 

 

 

 

เพราะผมกลัว..

 

 

 

 

 

ผมมีอาการที่ประหม่าและหวาดกลัวคนเยอะ โดยที่ผมควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ผมต้องกินยาทุกครั้งที่ออกมาเจอโลกภายนอก และรีบกลับถ้าหมดธุระแล้ว เจอคนเยอะๆหรือเจอเรื่องที่ทำให้ผมประหม่าผมจะหายใจไม่ทันจนเกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ผมเลยไปเจอพี่พัตเตอร์ไม่ได้แม้บางครั้งจะไปถึงงานอีเว้นท์แล้วผมก็เลือกขอฟังอยู่ห่างๆ.. แค่ได้ยินเสียงก็รู้สึกดีแล้วล่ะ

 

 

 

ผมทำได้แค่คอยมองเขาห่างๆ ให้เขาได้เปล่งประกายท่ามกลางคนที่รักเขา..

 

 

 

ทุกวันพฤหัสบดีของสัปดาห์.. ผมจะปั่นจักรยานคู่ใจของผมผ่านหน้าโรงถ่ายละครที่อยู่ติดหมู่บ้านผม อารมณ์ไม่เห็นหน้าเห็นหลังคาบ้านก็ยังดี... บ้าจริง - - วันหนึ่งมีข่าวมาว่าพี่พัตเตอร์ไม่สบายหนักมากแต่ยังต้องเข้าทำงานที่โรงถ่ายละครนั้น ผมที่ไม่ได้ไปเรียนก็เอาแต่พะวงทั้งวัน กลัวว่าเขาจะไม่ไหว ถึงรู้ว่าทีใงานไม่มีทางปล่อยให้เขาเป็นอะไรไปหรอก...

 

 

 

 

 

แต่ผมก็เป็นห่วงดวงดาวของผม...

 

 

 

 

 

ผมปั่นจักรยานเข้าออกซอยไม่ต่ำกว่าห้ารอบ มีรอบนึงที่ซื้อยาลดไข้ น้ำหนึ่งขวดพร้อมซาเลาเปาครีมลาวาร้อนๆใส่ถุงไปถึงหน้าโรงถ่ายละคร... แต่สุดท้ายความป๊อดของผมก็ทำให้ยัดซาลาเปานั้นเข้าปากตัวเองแล้วปั่นจักรยานกลับบ้าน....

 

 

 

 

 

ไอ้ปันเอ้ยยยยยยย -*-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก็เป็นแบบนี้มานานพอสมควร จนวันหนึ่ง..

 

 

 

 

 

ผมได้รู้จักกับ พี่ทิว รุ่นพี่แฟนคลับพี่พัตเตอร์ เธอเป็นคนน่ารัก และคอยให้กำลังใจผม และทั้งถีบ ทั้งดัน ทั้งยันให้ผมไปเจอพี่พัตเตอร์ ขอบคุณมากครับที่พี่ทิวรับรู้อาการของผมและเข้าใจ.. และในเดือนเกิดที่แสนเหี่ยวเฉาของผม ชีวิตผมก็ได้ทำสิ่งที่ฝืนสังขารตัวเองโดยการไปเจอพี่พัตเตอร์ตัวเป็นๆที่สนามบินพร้อมกับ แฮช แฟนคลับที่มีคอนเน็คชั่นอันสตรองแต่เมนคนอื่น.. และ สอง เพื่อนรุ่นเดียวกันกับผมที่รักพี่พัตเตอร์เยี่ยงพี่ชายแท้ๆ

 

 

 

 

 

ทั้งสองคนทำให้ผมได้เจอกับดวงดาวของผมเป็นครั้งแรก...

 

 

 

เพี้ยงเสี้ยววินาทีเท่านั้น..

 

 

 

ใบหน้าที่ไม่ผ่านการตัดต่อแสงสีเสียงใดๆและไม่มีจอมากั้นเราไว้เหมือนทุกครั้ง..

 

 

 

เขายืนอยู่ตรงหน้าผม...

 

 

 

ยื่นมือที่ผ่านการจับกับแฟนคลับทุกคนมาตรงหน้าผม...

 

 

 

อาการแพนิคบ้าๆของผมแทรกทุกอย่างขึ้นมาจนร่างกายผมสั่นไปทั้งตัว หัวใจเริ่มเต้นถี่ตั้งแต่เห็นเขาจากไกลๆ

 

 

 

ดวงตาคู่นั้นมองมาที่ผม...

 

 

 

ไวกว่าความคิด ปฏิกิริยาปกป้องตัวเองสั่งให้ผมถอยออกจากเขาพร้อมทั้งยกกล้องขึ้นทาบระดับสายตาแล้วกดชัตเตอร์โดยที่ผมเองยังตามตัวเองไม่ทัน

 

 

 

เขามองผมด้วยสายตาติดงงเพียงแวบเดียวเท่านั้นก่อนจะเดินผ่านไปพร้อมจับมือและส่งรอยยิ้มให้แฟนคลับคนอื่นๆต่อไป...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อยู่เงียบๆแบบเดิมดีแล้ว คนไม่ปกติ จัดอยู่ในหมวดผู้ป่วยอย่างผมควรอยู่ห่างเขา ห่างคนอื่นๆ และหลบอยู่ในที่ของตัวเอง คอยมองเขาผ่านจอและหน้ากระดาษเหมือนเดิม..

 

 

 

ผมถือว่าการได้เห็นหน้าเขาคือของขวัญเดือนเกิดของผม..

 

 

 

และเป็นกำลังใจที่ดีที่สุด..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงดาวที่ส่องสว่างในใจมาตลอดและจะส่องสว่างนำทางให้ผมตลอดไป...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขาจำเราไม่ได้หรอกปัน....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"มาไกลนะเราเนี่ย อายุแค่นี้เอง"

 

 

 

 

 

"พอดีผมไม่ทันสมัครที่ภาคตัวเองน่ะครับ.."

 

 

 

 

 

"อ๋อ.. แล้วถ้าไม่ผ่านนายจะมาอีกมั้ย"

 

 

 

 

 

"ไม่รู้สิครับ คงต้องดูก่อนว่าตัวเองดีพอรึเปล่า.. ผมร้องเพลงแย่ด้วยแหล่ะ ฮ่าๆๆ แล้วพี่ล่ะครับ"

 

 

 

 

 

"ปีที่แล้วพี่ก็ตกรอบ.."

 

 

 

 

 

"ปีนี้พี่ต้องผ่านแหล่ะ พี่มีประสบการณ์แล้วนะ แล้วพี่ก็เก่งมากๆด้วย ผมเพิ่งถึงเกณฑ์สมัครได้เองอ่ะ ถ้าผมไม่ผ่านพี่ก็เข้าไปก่อนเลย ปีหน้าๆไปเรื่อยเดี๋ยวผมตามไป ฮ่าๆๆๆ"

 

 

 

 

 

"ตามมานะ ถ้าพี่ผ่านเข้าไปได้ นายก็ต้องผ่านเข้าไปได้"

 

 

 

 

 

"อื้ม! ^^"

 

 

 

 

 

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงดาวยังคงส่องสว่างท่ามกลางความมืดโดยที่ไม่ต้องลอยลงมาให้ชื่นชม เพียงแค่เปล่งแสงนวลสว่างประดับอยู่บนท้องฟ้าก็พอแล้ว..

 

 

 

 

 

 





End...

 

. . . S T A R . . .






#อินจุนคือทุกอย่าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #43 _ADORABLE323 (@03230813) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 09:36
    โอ้ยก็ว่าแล้วว่าคนแบบน้องไม่น่าจะรู้จักดารานักร้องอะไรแบบนี้อ่ะ ที่แท้ก็เคยรู้จักเคยคุยกันมาก่อนนี่เอง แอบเศร้าอ่ะ พี่พัตเตอร์จำน้องไม่ได้จริงๆเหรอ น่าตีจริงๆเลย!
    #43
    0
  2. #40 maprangnyong (@maprangnyong) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 14:31
    น้องงงง
    #40
    0
  3. #38 Peachchy7538 (@peach169c) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 11:15
    <p>น้องงง</p>
    #38
    0
  4. #37 PKN8787 (@PKN8787) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 09:54
    แงงงงงงงงง ยัยน้อง
    #37
    0