sb05
ดู Blog ทั้งหมด

จริยธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

เขียนโดย sb05



“หลักจริยธรรม”
เป็นกฎเกณฑ์ที่กําหนดขึ้นเพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยของคนในสังคม

“จริยธรรมอันดี” คือ การประพฤติปฏิบัติอันมี
“ศีลธรรม” เป็นส่วนประกอบ ผู้ประกอบอาชีพในด้าน
ต่างๆ นอกจากจะต้องมี จริยธรรมอันดี แล้ว ยังต้อง
ปฏิบัติตาม “จรรณยาบรรณ” ของวิชาชีพนั้นๆด้วย

















 

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความนิยมใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเเพร่หลาย ทำให้ผุ้ใช้คอมพิวเตอร์สามารถจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลส่วนตัวแบบออนไลน์ได้เป็นจำนวนมาก ความไว้วางใจในระบบสารสนเทศก็มีมากขึ้นทำให้มีความเสี่ยงในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ผิดมากขึ้นด้วย


 


องค์กรส่วนใหญ่นำระบบสารสนเทศมาใช้ในธุรกิจหลักขององค์กรมากขึ้น ทำให้ผู้เกี่ยวข้องกับระบบต้องพึ่งพาระบบมากขึ้น เสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัว อีกทั้งคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูลลดลง


ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการเก็บข้อรักษาข้อมูล และราคาที่ลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการกระจายตัวอย่างมากมายของฐานข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ความก้าวหน้าในการเก็บรักษาข้อมูลทำให้การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลทำให้ได้ในราคาถูกมาก แต่กลับมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขี้น

เทคโนโลยีของระบบสารสนเทศ ช่วยให้องค์กรสามารถปะติดปะต่อและรวบรวมขาวสารที่เก็บรักษาอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กลายเป็นข่าวสารที่เป็นประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งอาจถูกนำไปใช้หาผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมได้


สามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลในปริมาณที่สูงมาก โดยใช้ระยะเวลาที่สั้นมาก ทำให้การขโมยข้อมูลจากเครือข่ายอื่นและเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทำได้ง่ายขึ้น


 
ตัวอย่าง เช่น

- องค์กรต่างๆมีการติดตามและตรวจจับการใช้งานอีเมล์และการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆของพนักงาน เพื่อเป็นการจัดการการใช่งานทรัพยากรขององค์กร แต่การกระทำดังกล่าวขัดแย้งกับปรรเด็นจริยธรรมด้านการละเมิดความเป็นส่วนตัวของพนักงาน


 
- ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหลายล้านคนในโลก นิยมใช้เครือข่ายประเภท Peer-to-Peer ในการอัพโหลดและดาวน์โหลดเพลง ภาพยนต์ และซอฟต์แวร์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นั่นคือการละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย


 
- หลายองค์กรนิยมใช้วิธีการโฆษาสินค้าด้วยการส่งอีเมล์ในลักษณะ Spam Mail ซึ่งเป็นการรบกวนผู้ได้รับอีเมล์ ถึงแม้ว่าการโฆษณาด้วยวิธีนี้จะมีต้นทุนน้อยมากก็ตาม


 
 
แฮกเกอร์เจาะเข้าไปในระบบฐานข้อมูลของสถาบันการเงิน เพื่อขโมยข้อมูลลูกค้าไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิดกฎหมาย

 
- นักศึกษาส่วนใหญ่สามารถดาวน์โหลด E-Book ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและสามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการเรียนได้จากอินเทอร์เน็ต
 
- Web Server ของเว็บไซต์ส่วนใหญ่มีการบันทึก Cookies ไว้มี่เครื่องของผู้ที่เข้าชมเว็ปไซต์ เพื่อจดจำและบันกทึกการเข้าถึงเว็บไซต์

 


 
คือ การทำซ้ำหรือดัดแปลง การเผยเเพร่ซอฟต์เเวร์ต่อที่สาธารณะชนการให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนาซอฟต์แวร์ ตลอดจนการแสวงหากำไรจากซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาติ หรือโดยไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายตามลิขสิทธิ์ที่กำหนดไว้
เช่น การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆในเวลางาน เข้าเว็บไซต์ลามก อนาจาร ดาวน์โหลดภาพยนต์ เพลง โดยใช้อินเทอร์เน็ตขององค์กร การสนทนากับเพื่อนด้วยโปรแกรมแชทต่างๆและการเล่นเกมในเวลาทำงาน พฤติกรรมดังกล่าวจัดเป็นทรัพยากรคอมพิวเตอร์ขององค์กรอย่างไม่เหมาะสม ทำให้ปริมาณงานลดน้อยลง องค์กรมีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ด้วย

ผู้ใช้งานไอทีและผู้ใช้ทั่วไป มักมีการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารระหว่างกันอยู่เสมอ เนื้อหาของข้อมูลข่าวสารที่เเลกเปลี่ยนกัน บางครั้งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น นับว่าเป็นการเปิดเผยความลับขององค์กรให้บุคคลอื่นทราบอาจไปถึงมือคู่แข่งทางธุรกิจ และสร้างความเสียหายแก่องค์กรได้ในที่สุด


 

 
1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำอันตรายต่อผู้อื่น
2. ต้องไม่แทรกแซงหรือรบกวนงานคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น
3. ต้องไม่สอกแนมไฟล์คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น
4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอรืในการลักขโมย
5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นพยานเท็จ
6. ต้องไม่คัดลอกหรือใช้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธ์โดยไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์
7. ต้องไม่ใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จ่ายค่าตอบเเทนอย่างเหมาะสม
8. ต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น
9. ต้องตระหนักถึงผลที่ตามมาต่อสังคมที่เกิดจากโปรแกรมที่ตัวเองเขียนหรือกำลังออกแบบอยู่เสมอ
10. ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่พิจรณาดีแล้วว่าเหมาะสมและเคารพต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเสมอ


จัดทำโดย
นางสาวเฉลิมศรี ไกรนรา
รหัส 5512317017
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น