คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [OS] Lovely Day [Luhan x Minseok] [OS] Lovely Day [Luhan x Minseok] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Title : Lovely Day
Pairing : Luhan X Minseok [EXO]
Catagory : One-Shot, Based on, Song Fiction
Rating : PG-13




เนื่องจากเป็นฟิคประกอบเพลง แนะนำให้ฟังเพลงนี้ไปด้วยค่ะ Lovely Day ของ Apink ^^


Happy Valentine's Day ^^
© tenpoints!

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ก.พ. 57 / 19:43


Lovely Day

 

언제부터 니가

좋은지는 몰라 몰라

ทำไมนะ ทำไมกัน ฉันไม่รู้ว่าฉันชอบเธอตั้งแต่เมื่อไหร่
대체 언제부터

니가 좋은지 몰라
그냥 느낌이 좋아

ตกลงมันเมื่อไหร่กันแน่ ฉันไม่รู้เลยว่าฉันชอบเธอตั้งแต่เมื่อไหร่

ฉันก็แค่รู้สึกดี

.

.

มินซอกไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังยิ้ม

 

เขาเพิ่งมารู้สึกว่ากล้ามเนื้อบนหน้าไม่ได้อยู่เฉยๆ เหมือนที่ควรจะเป็นก็เมื่อชักจะรู้สึกเมื่อยแก้ม มือขาวจัดนวดหน้าเบาๆ พอให้หายเมื่อย แต่พอคิดถึงต้นสายปลายเหตุว่าตัวเองกำลังมองอะไรอยู่ถึงได้ยิ้มจนเมื่อยแบบนั้น เขาก็อดยิ้มขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้

 

เขากำลังมองผู้ชายที่อายุมากกว่าตัวเองสองปี สัญชาติจีน ตัวสูงกว่านิดหน่อย กำลังเติมน้ำตาลลงในกาแฟคาปูชิโน่แก้วหนึ่งอย่างเอาใจใส่ มือกร้านเพราะไม่ค่อยดูแลตัวเองสักเท่าไหร่หยิบจับกระปุกน้ำตาลกับกระปุกครีมเทียมอย่างคล่องแคล่ว ตาสวยเหมือนกวางจ้องเขม็งเพื่อกะปริมาณไม่ให้ผิดพลาด ผู้ชายคนนั้นรู้เสมอว่าเขาดื่มกาแฟหวานไม่หวานแค่ไหน ต้องใส่ครีมเทียมเท่าไหร่ ที่รู้เพราะอยู่ด้วยกันมานานตั้งแต่ช่วงเป็นเด็กฝึกหัดจนถึงตอนนี้ ออกมาดื่มกาแฟหรือซื้อของด้วยกันอย่างนี้ก็ตั้งหลายครั้ง ขอแค่เขาอ้อน...เรียก ลู่เกอลากเสียงยาวๆ สักหน่อย ฝ่ายนั้นก็ยอมทำทุกอย่างให้ด้วยรอยยิ้ม

 

ผู้ชายคนนั้นชื่อลู่หาน

 

“มาแล้ว มินซอก”

 

สองมือประคองแก้วกาแฟอุ่นจัดมาวางตรงหน้าอย่างนุ่มนวล มินซอกยิ้มรับแล้วยกขึ้นจิบ กลิ่นกาแฟหอมอวลปลุกให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น รสหวานมันกำลังดีนุ่มลิ้นอย่างที่เขาชอบเป๊ะ ขณะที่คนนั่งตรงข้ามจิบกาแฟสีดำสนิทเพราะไม่เติมอะไรทั้งนั้น ถึงมินซอกจะพูดบ่อยๆ ว่าเห็นแล้วขมแทน แต่เชื่อว่าลู่หานไม่เคยรู้สึกถึงความขมของมันสักนิดเมื่อได้คนนั่งตรงข้ามเป็นสมาชิกตัวเล็กน่ารักแต่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ใหญ่สุดของวง...คิมมินซอก

 

“จะว่าไป แฟนคลับข้างนอกนั่นก็ให้ความเป็นส่วนตัวกับเราพอสมควรนะ แต่ก็น่าสงสารอยู่นิดๆ เหมือนกัน...ข้างนอกหิมะตกด้วย”

 

“อื้ม แต่ก็ช่วยไม่ได้ละนะ”

 

มินซอกยักไหล่ เขารู้ว่าลู่หานใจดีเสมอ บางครั้งจึงต้องตัดความใจดีนั้นเสียก่อนที่มันจะกลายเป็นเรื่องขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ

 

“ห้ามออกไปชวนพวกเขาเข้ามานั่งข้างในเชียว เดี๋ยวความเป็นส่วนตัวที่เขาเว้นเอาไว้ให้เรานี่มันจะหายวับไปเสียหมด”

 

ฟังหนุ่มเกาหลีตัวเล็กกะทัดรัดพูดแบบนั้นลู่หานก็อมยิ้ม ทว่าดูคล้ายกำลังกลั้นยิ้มมากกว่าเพราะนัยน์ตากวางคู่นั้นพราวระยับทีเดียว

 

“มินซอกอ่า...นายอยากได้ ความเป็นส่วนตัวขนาดนั้นเลยเหรอ”

 

ไม่พูดเปล่า ลู่หานยังย้ายมานั่งโซฟาตัวนุ่มเบียดชิดตัวมินซอกอีกต่างหาก คนถูกเบียดเพียงแค่ตวัดค้อนไม่จริงจังนักแล้วก็ก้มจิบกาแฟต่อไปเงียบๆ เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่กำลังจิบกาแฟไปอมยิ้มไปไม่ต่างจากเขานัก ไม่รู้ทำไมกับแค่ลู่หานมานั่งด้วย เขาถึงรู้สึกดียิ่งกว่าตอนนั่งมองลู่หานเติมน้ำตาลให้เขาอย่างเอาใจใส่เมื่อครู่เสียอีก

 

พวกเขาทั้งสองเป็นสมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดังที่มีสมาชิกทั้งคนเกาหลีและคนจีน ทำการโปรโมทในสองประเทศไปเกือบจะพร้อมกัน เขาซึ่งอยู่ในกลุ่มเน้นโปรโมทที่จีนจึงอยู่กับสมาชิกชาวจีนจนสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีสมาชิกชาวจีนคนไหนที่มินซอกสนิทเท่ากับลู่หาน ลู่หานอายุมากกว่าเขาสองปี แต่เพราะบริษัทไม่อยากจะให้ดูแก่เกินไปนักจึงใส่ปีเกิดให้ลู่หานเสียใหม่เป็นปีเดียวกับเขา เวลาที่เรียกลู่หานว่า ลู่เกอหรือที่แปลว่า พี่ลู่ในภาษาจีนอย่างที่เขาชอบเรียกนั้นจึงต้องระวังไม่ให้เผยแพร่ออกสื่อ

 

แต่จะว่าได้หรือ...ลู่หานเองก็ดูจะชอบคำเรียกนี้จนยุให้เขาเรียกอยู่บ่อยๆ มินซอกก็ขี้อ้อนกับลู่หานมาแต่ไหนแต่ไร หลังๆ มานี้จึงหลุดเรียก ลู่เกอต่อหน้าสาธารณชนหลายครั้ง

 

แถมยังทำตัวนอกเหนือแผนโปรโมทคู่จิ้นของบริษัทโดยการออกมาซื้อของและดื่มกาแฟกันสองคนข้างนอกบ่อยๆ อีกต่างหาก แค่ออกมาข้างนอกหน่อยเดียวแฟนคลับก็ตามเจอและแอบถ่ายรูปไปโพสได้ง่ายๆ อยู่แล้ว ไม่ต้องคิดถึงเรื่องปิดเป็นความลับให้เหนื่อยด้วยซ้ำ  แต่ถึงอย่างไรมินซอกกับลู่หานก็ไม่คิดจะปิดให้มันได้อะไรขึ้นมาหรอก

 

ในกรณีของมินซอก...เขาไม่ค่อยแคร์เรื่องพวกนี้ และรู้ว่าบริษัทก็คงไม่ได้ลงโทษอะไรจริงจัง

 

ส่วนกรณีของลู่หาน...เขาก็แค่ทนไม่ไหวหากจะต้องห่างจากมินซอกนานเกินไป และเขาก็เชื่อแน่ว่าต่อให้เป็นคนอื่นก็คงทนให้มินซอกมาอ้อนเอาอ้อนเอาอยู่ได้ไม่นานนักหรอก

 

ที่มินซอกอ้อนให้ลู่หานออกมาข้างนอกด้วยบ่อยๆ แบบนี้ มินซอกไม่เคยคิดถึงเหตุผลของมันเลย รู้แค่ว่าได้อยู่ใกล้ๆ ลู่หานแล้วรู้สึกดีเท่านั้นเอง

 

ก็แค่รู้สึกดีเท่านั้นแหละ

 

 

그냥 이렇게
그냥 이렇게 다가와

ก็แค่เข้ามาใกล้แบบนี้...

 

มือขาวจัดวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะจังหวะเดียวกับที่มือแกร่งวางมันลงข้างๆ กัน มินซอกสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนหลังมือของอีกคนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่าน เขารู้สึกได้ว่าอีกฝ่าย (ซึ่งก็นั่งเบียดชิดกันแทบจะเกยตักอยู่แล้ว) หันหน้ามาหา มินซอกยังไม่ได้หันกลับไปเพราะรู้ดีว่าถ้าผิดองศาเพียงนิดเดียว...ปลายจมูกที่หายใจเอาลมอุ่นจัดออกมารดแก้มของเขาอยู่ตอนนี้มันอาจเปลี่ยนเป้าหมายไปตรงอื่น แค่คิด...เขาก็รู้สึกว่าหน้าตัวเองคงกำลังแดงได้ที่ ใจเต้นแรงจนกลัวว่าคนนั่งเบียดชิดจะได้ยินมันชัดเจน

 

ปลายจมูกคมเฉียดแก้มเขาไปราวกับจงใจ ลู่หานลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทำให้แฟนคลับข้างนอกเริ่มกระตือรือร้นเพราะมองเห็นได้ลางๆ เมื่อครู่เขารู้ดีว่ามุมที่นั่งเบียดชิดกันนั้นลับสายตาคน สาวๆ ที่ยืนตากหิมะอยู่นอกร้านไม่มีวันรู้ว่าพวกเขาทำอะไร นั่งท่าไหน ถึงอย่างนั้นลู่หานก็เพียงอยากแกล้งคนแก้มยุ้ยให้แก้มขาวจัดนั่นเป็นสีระเรื่อขึ้นมาแค่นั้นเอง สำหรับลู่หาน...มินซอกน่ารักเสมอ ยิ่งโดนแกล้งให้หน้าแดงแบบนี้ก็ยิ่งน่ารัก แค่ถ้าทำอะไรจริงๆ จังๆ ลงไปเลยมินซอกจะไม่ชอบ ด้วยเหตุนี้เขาจึงยังไม่เคยพูดบอกอะไรอีกฝ่าย ลู่หานกลัวว่ามินซอกจะไม่พอใจ กลัวว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม ตราบใดที่เขายังหาวิธีดีๆ ไม่ได้ ลู่หานก็จะไม่พูดเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือว่าถามความรู้สึกของมินซอกเด็ดขาด

 

ไอ้อยากรู้มันก็อยากรู้หรอก แต่เขาอยากอยู่กับมินซอกอย่างนี้มากกว่า

 

มือแกร่งยื่นให้อีกฝ่ายจับยึดเพื่อลุกขึ้นยืน หลังจากตกลงกันเรียบร้อยว่าจะไปไหนต่อ ลู่หานก็เดินเคียงมินซอกไปยังประตูร้านกาแฟ เพราะแฟนคลับมีอยู่แค่ไม่กี่คนและยืนห่างๆ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้พวกเขาระดับหนึ่ง ลู่หานจึงไม่จำเป็นต้องโอบป้องกันคนตัวเล็กเหมือนที่สนามบิน มือคู่นั้นไม่ยื่นมาให้เขาจับและไม่คว้ามือเขาไป มินซอกชอบลู่หานโหมดพระเอกที่ปกป้องเขาเวลาไปสนามบินทุกครั้ง แต่ก็รู้สึกว่าลู่หานเท่ยิ่งกว่าเมื่อไม่ได้จับมือเขาอย่างถือสิทธิ์เหมือนคนอื่นๆ แต่เดินเคียงกันและคอยดูความปลอดภัยให้เขาด้วยตากวางคมกริบคู่นั้น

 

มินซอกไม่เคยรู้สึกเหมือนถูกทิ้งเมื่ออยู่กับลู่หาน น่าแปลกที่แม้ไม่แตะเนื้อต้องตัวกันเลยสักนิดเขากลับยังรู้สึกว่าตัวเองได้รับการปกป้องเสมอมา มินซอกอยู่กับลู่หานแล้วสบายใจ แค่เดินอยู่ข้างๆ กันแค่นี้ก็สบายใจ

 

มินซอกอมยิ้มกับพื้นถนนซึ่งปกคลุมด้วยหิมะสกปรก และก็เป็นอีกครั้งที่เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังยิ้ม...เมื่อเผลอเงยหน้ามองแล้วเห็นหน้าตัวเองในดวงตาของอีกฝ่ายซึ่งมองมาอย่างลึกซึ้งตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 

จู่ๆ มินซอกก็รู้สึกว่าวันนี้มันสดใสกว่าวันหิมะตกวันอื่นๆ จะเพราะเหตุใดเขาก็คร้านจะหาคำตอบ

 

연예인보다 멋진걸 내방

침대보다 편한걸
너와 단둘이 Lovely day

เธอเท่ยิ่งกว่าดารา สบายยิ่งกว่าเตียงในห้องนอนของฉันเสียอีก

Lovely Day กับเธอเพียงแค่สองคนเท่านั้น

 

สองหนุ่มเดินเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนไปตามถนนคาโรซู ที่ที่พวกเขามาถ่ายทำรายการวาไรตี้ด้วยกันเมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ยังไม่หนาวขนาดนี้ สองหูและสองตารับรู้ว่าแฟนคลับยังคงเดินตามมาห่างๆ ทว่าพวกเขาเคยชินเสียจนไม่เก็บเอามาใส่ใจ คิมมินซอกหายใจออกมาเป็นไอสีขาวขณะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าโปร่ง หิมะหยุดตกแล้ว ฟ้ากว้างทั้งผืนกลายเป็นสีฟ้าสดสวยตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าขาวจัดซึ่งซ่อนอยู่ในผ้าพันคออุ่นเกือบครึ่งหนึ่งดูคล้ายเด็กน้อยกำลังตื่นเต้นดีใจ ริมฝีปากสีระเรื่อแย้มยิ้มน่ามอง และต่อให้มองไปอีกนานแค่ไหนลู่หานก็คิดว่าตัวเองคงไม่เบื่อง่ายๆ

 

“ยังหนาวอยู่รึเปล่า เอาผ้าพันคอฉันไปอีกผืนไหม”

 

มินซอกหันมายิ้มพลางส่ายหน้า ลู่หานไม่เคยลืมว่าเขาเป็นคนขี้หนาวขนาดไหน เพราะฉะนั้นแม้ตัวลู่หานเองจะไม่รู้สึกหนาวเท่าไหร่แต่ก็มักพกผ้าพันคอเอาไว้เผื่อมินซอกเสมอ

 

“แค่นี้ฉันก็กลมดิ๊กแล้ว ถ้าพันผ้าพันคออีกผืนต้องกลายเป็นมัมมี่แน่ๆ มัมมี่กลมๆ ที่แทบจะกลิ้งแทนเดินอยู่แล้ว ฮ่าๆ”

 

“กลมที่ไหน นายผอมลงไปตั้งเยอะ ดูสิ แก้มก็ไม่ค่อยมีเหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วย”

 

ว่าพลางยื่นมือไปหยิกแก้มเบาๆ ด้วยกิริยาเป็นธรรมชาติจนมินซอกไม่รู้สึกผิดแปลกและไม่หลบเลี่ยง เขาก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมือกร้านนั้นแตะเนื้อต้องตัวเขาบ่อยจนชินหรือว่าเพราะอะไรกันแน่

 

แต่กิริยานั้นกลับทำให้มินซอกรู้สึกอุ่นขึ้นได้ตามความห่วงใยของอีกฝ่ายจริงๆ ...อุ่นขึ้น...โดยเฉพาะที่ใบหน้ากับหัวใจ

 

“เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าเสี่ยลู่เลี้ยงเปาจื่อไม่ดี ปล่อยให้อดๆ อยากๆ จนกลายเป็นเปาจื่อเหี่ยวแห้งแบบนี้”

 

“เหี่ยวอะไร ก่อนพูดน่ะดูหน้าตัวเองก่อนรึยัง”

 

ตากลมแต่ดูโฉบเฉี่ยวคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยตอนที่ตวัดมองค้อนอีกฝ่าย ลู่หานมองจากรอยยิ้มที่มุมปากนั่นก็รู้ว่าโดนมินซอกแกล้งตอกกลับเข้าให้แล้ว คนตัวสูงกว่าหัวเราะคล้ายยอมแพ้ เผยริ้วรอยก่อนวัยที่โดนตอกกลับเมื่อครู่ให้เห็นชัดเจน ต่อให้โดนว่าว่าแก่ เหี่ยว หรืออะไรก็ตาม ลู่หานก็ไม่เคยนึกโกรธ โดยเฉพาะถ้าคนที่ว่าเขามีชื่อว่าคิมมินซอก ลู่หานก็ยินดียิ้มรับทุกข้อกล่าวหา

 

แถมเขายังรู้สึกมีความสุขเวลาได้ต่อล้อต่อเถียงกับมินซอกอีกด้วย และหากไม่ได้เข้าข้างตัวเองจนเกินไปนัก เขาคิดว่าอีกฝ่ายก็คงมีความสุขไม่ต่างกัน

 

ไม่อย่างนั้นจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วยิ้มออกมาจนน่ามองขนาดนั้นหรือ

 


그래 지금처럼만 해줘
예뻐해줘 나만 생각해줘
그냥 이렇게
그냥 이렇게 Lovely day

ใช่ ได้โปรดทำอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้เถอะนะ

ดีกับฉัน คิดถึงฉันแค่คนเดียว

ก็แค่นี้ ก็แค่(ทำให้เป็น)วันอันแสนสดใสแบบนี้

 

 

มินซอกกำลังเลือกเสื้อโค้ทในร้านเสื้อผ้าที่เคยมาถ่ายรายการคราวที่แล้ว แต่ตอนนั้นคนที่เข้าร้านนี้คือสมาชิกคนอื่น มือเล็กหยิบโค้ทสีกรมท่าตัวหนึ่งขึ้นมาดูแล้วก็ยิ้ม จากนั้นก็วิ่งดุ๊กๆ ไปหาลู่หานซึ่งกำลังดูเสื้อผ้าอยู่อีกฟากหนึ่งของร้าน

 

“ลู่เกอ ตัวนี้สวยเนอะ”

 

“อื้อ สวย”

 

คนตัวเล็กฟังแล้วยิ้มร่า ส่งกระเป๋าของตัวเองกับถอดโค้ทตัวที่ใส่อยู่รวมถึงผ้าพันคอผืนยาวให้ลู่หานถือ ก่อนจะลองสวมโค้ทตัวใหม่ โค้ทสวยดีอย่างที่มินซอกว่า ติดอยู่ที่พอคนตัวเล็กสวมแล้วชายเสื้อมันยาวลงไปเกือบถึงเข่า และมือเล็กก็แทบโผล่ไม่พ้นแขนเสื้อด้วยซ้ำ พูดง่ายๆ คือตัวใหญ่เกินไป

 

มินซอกมองตัวเองในกระจกแล้วก็ทำปากยื่น รู้สึกเซ็งที่ความสูงของตัวเองไม่ค่อยเอื้อให้มีโอกาสสวมเสื้อผ้าสวยๆ ที่เล็งเอาไว้สักเท่าไหร่ ขนาดเสื้อไหมพรมตัวในซึ่งเขาเอาของลู่หานมาใส่ยังยาวจนแทบจะดึงลงปิดสะโพกได้ทั้งหมด แขนเสื้อก็ยาวจนตอนนี้มือของเขาโผล่ออกมาแค่ครึ่งเดียว

 

“ทำไมเดี๋ยวนี้ต้องผลิตออกมาแต่เสื้อตัวยาวๆ นะ คิดว่าคนเกาหลีตัวสูงนักรึไง ถ้าสูงอย่างคิมอูบินกันหมดก็ไม่ใช่คนเกาหลีแล้ว”

 

เสียงบ่นจากคนที่แบกกระเป๋ากับเสื้อผ้าของเขาอยู่ทำให้คนตัวเล็กหน้ากระจกเงาบานยาวอมยิ้ม แต่ก็ยังอดหันตัวไปมาแล้วมองในกระจกอย่างเสียดายอีกครั้งไม่ได้

 

“เหลือบนราวตัวเดียวด้วย ไซส์อื่นไม่มีเลย”

 

“นี่ไง ไซส์อื่นต้องโดนสอยไปหมดแล้วแน่ๆ เห็นไหมว่านายน่ะไซส์มาตรฐานคนเกาหลีขนาดไหน คนตัวสูงพวกนั้นมันผิดปกติ นี่ถ้ามีไซส์เล็กเหลืออยู่นายต้องใส่แล้วดูดีแน่ๆ มินซอกของฉันน่ารักออกขนาดนี้”

 

มินซอกถอดโค้ทตัวใหญ่ ผิดปกติตัวนั้นออกพลางอมยิ้ม แม้จะเสียดาย แต่เขาไม่รู้สึกเซ็งอีกต่อไปแล้ว

 

“งั้นฉันคงต้องใส่เสื้อผ้าของลู่เกอต่อไปอีกสักระยะแหละนะ เพราะยังไงฉันว่าเสื้อตัวใหม่ก็คงอุ่นสู้เสื้อของลู่เกอไม่ได้หรอก”

 

มินซอกยิ้มพลางสบตาสวยเหมือนตากวางคู่นั้น ทำไมก็ไม่รู้...เขารู้สึกว่าตากวางคู่นั้นดูพราวระยับ งดงามยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 

그냥 니가 내편이
였음 좋겠어
그냥 그럼 좋겠어
그냥 다다 모든걸
좋아해줬음 좋겠어
그냥 그럼 좋겠어

ไม่ว่าเรื่องอะไร แค่เธอเข้าข้างฉันก็ดีแล้ว

ฉันชอบแบบนั้นมากเลย

ไม่ว่าเรื่องอะไร ฉันชอบที่เธอชอบทุกอย่างที่เป็นฉัน

ฉันชอบแบบนั้นมากๆ

 

 

ผู้คนบนถนนคาโรซูเริ่มพลุกพล่านขึ้นเรื่อยๆ เพราะอากาศที่สดใสขึ้น มินซอกเหลือบมองด้วยหางตาเห็นแฟนคลับที่ยังตามพวกเขาอยู่ก็นึกอะไรสนุกๆ ขึ้นมาได้ ลู่หานเลิกคิ้วมองคนตัวเล็กที่หันซ้ายหันขวาคล้ายกำลังดูทางหนีทีไล่ ยังไม่ทันถามว่าจะทำอะไร จู่ๆ มือเล็กก็คว้ามือเขาแล้วดึงให้ออกวิ่ง อาศัยความปราดเปรียวของนักฟุตบอลเก่าหลบคนเดินถนนซ้ายทีขวาทีอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ และสไลด์ตัวเข้าไปในตรอกหลังร้านอาหารอิตาเลียนร้านหนึ่ง

 

“มินซอก...ทำอะไรเนี่ย”

 

ลู่หานถามไปหอบไป มือเล็กข้างที่ว่างโบกไปมาในอากาศเป็นเชิงว่าอย่าเพิ่งถามตอนนี้เพราะเขาเองก็กำลังหอบแฮกเหมือนกัน รอจนกระทั่งพอจะปรับระดับการหายใจลงมาเกือบเป็นปกติได้นั่นละ คนตัวเล็กจึงชะโงกหน้าออกไปมองนอกซอย จากนั้นก็กลับมาหัวเราะร่า

 

“พ้นสักที ฮ่าๆ ดีนะที่ลู่เกอกับฉันเล่นฟุตบอล หลบหลีกเก่ง แค่นี้พวกนั้นก็ตามไม่ทันแล้ว”

 

“นี่นายดึงฉันวิ่งเพื่อหลบแฟนคลับเหรอเนี่ย ฮ่ะๆ นายนี่นะ”

 

มือกร้านบีบจมูกเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว ทว่าเมื่อเป็นมือที่ไม่ถนัดจึงนึกขึ้นได้ว่าอีกมือไม่ว่างเพราะอะไร ดูเหมือนมินซอกเองก็เพิ่งรู้ตัวว่ายังไม่ปล่อยมือลู่หาน พอมือเล็กกำลังจะปล่อย มือแกร่งจึงรีบคว้าเอาไว้ แถมยังค่อยๆ เกี่ยวนิ้วต่อนิ้วคล้ายไม่อยากห่างแม้สักวินาที


안에만 있던
나만의 Secret Boy

เธอเคยแต่อยู่ในใจฉันเท่านั้น Secret Boy ของฉันเท่านั้น

 

 

เรียวนิ้วที่เกาะเกี่ยวกันอยู่คล้ายเป็นตัวดึงให้คนตัวโตกว่าโน้มเข้ามาใกล้ ตอนนี้มินซอกหลังชนกำแพงแล้ว ระยะห่างระหว่างคนตรงหน้ากับตัวเองจึงลดลงทุกที ตากลมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยในขณะที่ตากวางคู่นั้นหลุบลงต่ำ เผยขนตายาวเรียงเป็นแพให้มินซอกเห็นชัดเจนในระยะใกล้...ใกล้มากขนาดนี้

 

ใกล้จนคิดว่าลู่หานคงได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นรัวเร็วแน่ๆ ใกล้จน...

 

 

 

옆에 조용히 다가와
입술에 살며시 입맞추고
어느새 나도 몰래
볼이 빨개지나

เธอ...เข้ามาใกล้ฉันเงียบๆ

ค่อยๆ ประทับริมฝีปากของเธอลงมา

ฉันเองก็ไม่รู้ตัว...ท่าทางสองแก้มฉันคงจะแดงขึ้นแน่ๆ

 

 

รู้ตัวอีกที...ริมฝีปากอุ่นนั้นก็ผละออกช้าๆ ลู่หานสบตากลมโตของอีกฝ่ายนานหลายวินาที...ก่อนจะแนบริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มินซอกรู้สึกตัวเต็มที่ รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังดูดดึงริมฝีปากของเขาเบาๆ นุ่มนวล ออดอ้อน คล้ายกำลังเล็มชิมขนมหวานสักชิ้น

 

 

 

연예인보다 멋진걸 내방
침대보다 편한걸
너와 단둘이 Lovely day
(Lovely day)

เธอเท่ยิ่งกว่าดารา สบายยิ่งกว่าเตียงในห้องนอนของฉันเสียอีก

Lovely Day กับเธอเพียงแค่สองคนเท่านั้น

 

 

사랑이란건 이렇게 예쁜걸
사람을 위한
마지막 무댄걸
그냥 이렇게
그냥 이렇게
(I just wanna be your love)

สิ่งที่เรียกว่าความรักมันสวยงามอย่างนี้เอง

เธอทำเพื่อคนคนเดียว ทำเหมือนกับว่าเป็นเวทีสุดท้ายของฉัน

แค่นี้เอง แค่นี้ (ฉันก็แค่อยากจะเป็นความรักของเธอ)

 

ลู่หานกับมินซอกเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ในตรอกซอกซอยแถวนั้นเพื่อตัดออกมายังถนนใหญ่ ลู่หานซึ่งเดินช้อปปิ้งแถวนี้จนรู้เส้นทางเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยก่อนเดบิวต์พามินซอกขึ้นรถประจำทางเพื่อกลับไปยังบริษัท สองมือที่เกาะเกี่ยวกันมาตลอดตั้งแต่เมื่อครู่เพิ่งจะผละออกจากกันตอนจะจ่ายค่ารถเมล์นี่เอง ทว่าพอเห็นมินซอกกำลังจะควานหากระเป๋าสตางค์ ลู่หานซึ่งล้วงแบงก์พันวอนสองใบออกมาก่อนก็ห้ามเอาไว้

 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันจ่ายให้”

 

“จะจ่ายให้ทำไม ค่ารถเมล์พันวอนฉันจ่ายได้หรอกน่า”

 

“เปล่า ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันหมายถึงว่านายรีบไปหาที่นั่งดีกว่า มัวล้วงหากระเป๋าสตางค์อยู่มันจะเย็นมือเปล่าๆ ไม่ได้ใส่ถุงมือด้วยนี่...คุณลุงครับ สองคนครับ”

 

ประโยคหลังหันไปบอกคนขับรถเมล์แล้วหย่อนแบงก์พันวอนสองใบจ่ายค่ารถเมล์อย่างรวดเร็วไม่ให้คนตัวเล็กมัวยืนเถียงอยู่อีก มินซอกจึงเดินไปหาที่นั่งริมหน้าต่างที่ว่างอยู่สองที่ รอลู่หานตามมาสมทบขณะที่รถเคลื่อนออกจากป้าย

 

มินซอกยิ้มโดยไม่รู้ตัวอีกแล้ว มารู้อีกทีก็ตอนที่ถูกมือแกร่งของคนข้างตัวเกาคางเล่นเบาๆ ตากลมแต่คมกริบหันมาขู่ฟ่อเหมือนแมวแถมยังใช้อุ้งมือ(?)ตะปบให้เลิกเกาคางเสียที ลู่หานหัวเราะจนตีนกาขึ้น ยอมเลิกเกาคางมินซอกแล้วถามยิ้มๆ

 

“คิดอะไรอยู่เหรอ ยิ้มใหญ่เลย”

 

“ฉันยิ้มอยู่เหรอ”

 

“ฮ่ะๆ ตอนนี้เปล่า แต่เมื่อกี้น่ะนายเอาแต่มองข้างนอกแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวตั้งนาน ข้างนอกมีอะไรดีหรือไง”

 

ว่าพลางชะโงกไปใกล้หน้าต่างรถ เมื่อเห็นว่าไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจนอกจากถนนกับตึกก็หันกลับมามองคนข้างตัว

 

“ก็ดีทุกอย่างแหละ อากาศก็ดี วิวสวย วันนี้มันดีไปหมด ฉันก็เลยยิ้ม”

 

“นอกรถดีทุกอย่าง แล้วในรถนี่ล่ะ” ว่าพลางขยับใบหน้าเข้าใกล้มินซอกอีกนิด แต่ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะยังไม่ทันสังเกตว่าลู่หานกำลังจ้องหน้าเขาด้วยสายตาแบบไหนตอนที่ถาม มินซอกจึงเพียงแค่มองสภาพในรถผ่านๆ แล้วตอบ

 

“ในรถก็โอเคนี่”

 

“ในรถโอเค...แล้วคนข้างตัวนายล่ะ คิมมินซอก”

 

ใบหน้ากลมหันกลับมาที่ คนข้างตัวแล้วก็แทบจะรู้สึกว่าอุณหภูมิผิวหน้าของตัวเองมันพุ่งสูงจนน่าตกใจ สายตาของลู่หานที่กำลังมองเขาอยู่มันเหมือนกำลังสื่อความหมายลึกซึ้งบางอย่าง สื่อความรู้สึกที่ลู่หานไม่เคยพูดออกมา แต่บอกเขาผ่านการกระทำและสายตาเสมอ ไม่ว่าความรู้สึกและความหมายลึกซึ้งนั้นจะเป็นอะไร แต่มันทำให้มินซอกเขินจนแทบอยากจะกระโดดหนีหายออกไปทางหน้าต่างรถเมล์เสียให้ได้เชียว

 

แต่เพราะทำไม่ได้ มินซอกจึงได้แต่นั่งหน้าแดงราวกับคนเป็นไข้ ตากลมโตหลุบลงต่ำ เพราะคิดว่าถ้าสบตากันต่อไปเขาอาจจะไม่สบายขึ้นมาจริงๆ ก็ได้ ใบหน้าขาวที่ตอนนี้กลายเป็นสีแดงเรื่อเสมองนอกหน้าต่างรถเมล์อีกครั้ง

 

“ฉ...ฉันไม่รู้ เมื่อไหร่จะถึงสักทีนะ จะได้...”

 

คำพูดหยุดลงกะทันหันเมื่อรู้สึกว่ามือแกร่งสอดเข้ามาในกระเป๋าเสื้อโค้ทซึ่งเขาใช้เป็นที่ซุกมือคลายหนาว นิ้วแข็งแรงสอดประสานกับนิ้วเล็กแล้วกระชับให้มั่น

 

“จะได้อะไร? นี่นายอยากกลับบริษัทขนาดนั้นเลยเหรอมินซอก ไหนบอกว่าบรรยากาศดี วันนี้อะไรก็ดีไปหมดทุกอย่าง ถ้าฉันเป็นนาย...ฉันคงอยากจะนั่งรถเมล์ชมเมือง อยู่อย่างนี้ไปอีกนานๆ ไม่อยากกลับบริษัทเลย”

 

คนตัวเล็กไม่ตอบอะไร และยังคงไม่ยอมหันกลับมาเสียที ลู่หานอมยิ้ม มองทิวทัศน์นอกหน้าต่างทั้งสองข้างทาง เขาจะปล่อยให้มินซอกหายเขินโดยการเลิกกดดันอีกฝ่ายด้วยสายตาสักพัก แม้จะรู้ว่าใกล้ถึงบริษัทแล้วแต่ก็จงใจไม่เตรียมตัวลง ต่อให้นั่งรถเมล์เลยไปสักป้ายสองป้ายค่อยนั่งย้อนกลับมาใหม่ก็คงไม่เป็นอะไรหรอก อย่างไรวันนี้พวกเขาก็ไม่ต้องรีบกลับขนาดนั้น

 

ที่สำคัญ...มือที่สอดประสานกันอยู่ในกระเป๋าเสื้อนั่นทำให้ลู่หานไม่อยากลงจากรถเมล์เลยจริงๆ ก็อย่างที่บอกมินซอกไปเมื่อครู่นั่นละ

 

“ลู่เกอ”

 

“หืม?”

 

“รถเมล์สายนี้ถ้านั่งไปเรื่อยๆ มันก็จะวนกลับมาที่เดิมใช่ไหม”

 

“อืม ใช่”

 

“งั้นรอให้วนอีกสักรอบเราค่อยลงก็แล้วกันเนอะ”

 

 

누구보다 멋진걸 단짝
친구보다 편한걸
너와 단둘이 Lovely day (Lovely day)
그래 지금처럼만해줘

예뻐해줘 나만 생각해줘 (Shiny day)
그냥 이렇게
그냥 이렇게 Lovely day

เธอเท่กว่าใคร ทำให้ฉันสบายใจยิ่งกว่าเพื่อนสนิท

Lovely Day ของฉันกับเธอแค่สองคนเท่านั้น

ช่วยทำให้เหมือนกับตอนนี้ ดีกับฉัน คิดถึงแต่ฉัน

แบบนี้... เป็นวันที่สดใสแบบนี้


.

.

.

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ศีตกาล จากทั้งหมด 24 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. #10 nastsi (@loveclashforever) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 14:03
    ความอ่อยของซอกนี้ 5%
    #10
    0
  2. #9 oppa
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 17:44
    น่ารักมากอะ ลู่หมิน เดอะเบสอะ ที่ออกไปด้วยกันบ่อยๆเพราะแบบนี้ใช่ไหมลู่
    #9
    0
  3. วันที่ 21 พฤษภาคม 2557 / 23:53
    ละมุนละไมดอกไม้ฟุ้งกระจาย ฮื่อออออออออ น่ารักมากดกกก อ่านแล้วเขินจริงอะไรจริง เห็นภาพลอยมาเป็นฉากๆ
    #8
    0
  4. #7 sunnmn (@sunnmn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 20:43
    งือออออฟินง่ะ น่ารักมากกกกกกกกดดดฟฟหหหหหฟฟฟฟฟฟฟหกฟพำฟฟดฟฟฟ
    #7
    0
  5. #6 sora.k
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:07
    พฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

    สบถไม่เป็นภาษา  คือละมุน คือน่ารัก

    ชวอบบบบบบบบบบบบบบบ



    บอกว่าลู่เก่อแก่กว่ามินซอกสองปี นี่ตลกแปรบ  แต่ถ้าจิงก็เชื่ออะ

    คือหน้าให้มาก5555555555
    #6
    0
  6. #5 1234
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:10
    น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก



    อ่านไปนั่งบิดไปเขินแทนหมิน
    #5
    0
  7. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:49
    โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ปริ่มมากกกกกกกกกกกกก
    ละมุนแบบ ทุกอย่างออกมาเป็นฉากๆๆๆ อ่านไปนี่แทบจะยิ้ม ลืมไปเลยว่าวันจันทร์มีสอบ
    ฮรืออออ ฮรืออออออออออออ สกรีมมมมมมมมมมมมมมมม*
    ฟิคนี้ควรค่าแก่การชาบูมากก คือมาจากเหตุการณ์จริงๆเป็นฉากๆ ชุดๆ เขินนน
    #4
    0
  8. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:01
    ฮรือออออออออออออออออออออ ลู่หมินน่ารักจังเลยยยยย
    อ่านไป ยิ้มไป เขินไป จนหน้าบานและหน้าเหี่ยวเหมือนลู่เก่อกับเปาจึหมดแย้ว >/////<
    ไรท์แต่งเรื่องนี้ได้น่ารักมากจริงๆค่ะ เห็นภาพทุกการกระทำของลู่หมินเลย
    เหมือนโมเม้นท์จริงเลย แงงงงงงงงง ช๊อบบบบบบบบบ
    แล้วแต่งลู่หมินมาอีกนะคะ ^^
    #3
    0
  9. #2 love lumin
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:57
    โอ้ย ลู่เก่อ ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้

    รัก ลู่หมินอีกแล้ว รักมากขึ้นทุกวันรักจนไม่รู้จะรักให้มันน้อยลงยังไง

    รักมากกกกกกกก



    ลู่หมินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



    รักลู่หมินจุ๊บ



    และจะรักแต่คู่นี้ตลอดไป
    #2
    0
  10. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:48
    โอ้ยยยยยยย! ลู่เก่อออออ ทำไมเป็นคนละมุนอย่างเน่!*ดิ้น* น่ารักอ่ะ คำเดียวเลย แบบน่ารักมากกกกกก อ่านไปยิ้มไปอ่ะ เวลาอ่านนี่คืออ่านแล้วหยุด อ่านแล้วหยุด ไม่ไหวเขินมากกกก อิพี่หาน(สรรพนาม)ละมุนมากก หล่ออ่ะ หล่อเลย แล้วซอกก็แบบน่ารักอ่ะ ดูเขินๆกับลู่เก่อ แล้วฉากสวีตในร้านกาแฟนั่นคืออะไร๊!!!! ไรท์เอารเื่องจริงมาแต่งใช่ไหมมมมมมมมมมมม แบบไม่รู้จะบอกยังไงอ่ะ คือมันฟินมาก เขินมาก ดิ้น(?)มาก สนุกค่ะ !!
    #1
    0