คัดลอกลิงก์เเล้ว
[OS] Big Boys Don't Cry [KrisYeol] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Title : Big boys don't cry
Pairing : [EXO] Kris x Chanyeol
Catagory : One-shot
Rating : PG-15
Theme song : Big girls don't cry - (Glee version)


Talk : ตามเนื้อเพลงนี้ล่ะค่ะ รู้สึกคิดถึงและอยากจะบอกใครคนนั้นตามที่บอกในฟิคเรื่องนี้แหละ ไม่ว่าความเป็นจริงและอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม :')

**แม้มันจะดูเป็นฟิค Based on แต่ขอให้ระลึกเอาไว้เสมอว่ามันเป็นฟิคนะคะ ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นจริงแต่อย่างใดค่ะ**


กดฟังได้นะคะ ที่เอามาเป็น Big girls don't cry เวอร์ชั่น Glee ค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 มี.ค. 56 / 20:12


Big boys don’t cry

 

The smell of your skin lingers on me now
You're probably on your flight back to your home town
I need some shelter of my own protection baby
To be with myself and center, clarity
Peace, Serenity

 

กลิ่นอายของเธอยังติดอยู่บนตัวฉัน

เธอคงกำลังบินกลับไปที่บ้านเกิดของเธอ

ฉันต้องการที่คุ้มกายเพื่อปกป้องตัวเอง ที่รัก

เพื่อจะได้อยู่กับตัวเอง  เป็นศูนย์กลาง  บริสุทธิ์ สงบ เยือกเย็น

 

 

ชานยอลนั่งอยู่บนเตียงมานานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้  อากาศตอนเช้ามืดในฤดูหนาวแบบนี้หนาวจัดจนคล้ายจะแทรกซึมผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาในห้อง  หอพักของพวกเขาเงียบสนิท  ไม่มีแม้แต่เสียงกรนของสมาชิกคนใดคนหนึ่งหรือแม้แต่เสียงขยับตัวยุกยิกของใครสักคนที่นอนไม่หลับ

 

ก็คงมีแต่ชานยอลที่ยังตื่นและนั่งลืมตาโพลงอยู่ในความมืดแสนวังเวง

 

เขาเองก็นั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อน  คล้ายกับว่ากลัวจะทำลายความสงบเงียบของยามค่ำคืน  ซึ่งที่จริงแล้วเปล่าเลย  ชานยอลนั่งนิ่งเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร...หรือแม้กระทั่งคิดอะไรต่อไป  สมองของเขาว่างเปล่า  จมูกยังคงได้กลิ่นผิวเนื้อของใครบางคนติดตามผิวกายของตัวเขาเองเต็มไปหมด  เช่นเดียวกับของเหลวลื่นๆ ชวนให้ไม่สบายตัวที่ยังคงอยู่ข้างในเพราะใครคนนั้นฝากเอาไว้ตอนเข้ามาในตัวเขา

 

 

มันเป็นเซ็กซ์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกจนกระทั่งชานยอลคิดว่าอาจเป็นการร่วมรักที่ดีที่สุดสำหรับเขาสองคนก็ได้  แต่มันไม่ได้ทำให้ชานยอลปลื้ม  ไม่เลยสักนิด  เพราะหลังจากทุกอย่างจบลง  อู๋อี้ฝานก็จากไปโดยทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้  ทั้งกลิ่นอาย  ทั้งร่องรอย  ทั้งความหวัง  รวมไปถึง...ทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้ในใจของชานยอลด้วย

 

เขารู้แล้วว่ามันคือ ครั้งสุดท้าย สำหรับเขากับอี้ฝาน  มันคือการบอกลา  ดังนั้นชานยอลจึงไม่อาจทำให้ความรู้สึกดีที่เกิดจากการตอบสนองทางกาย  แผ่ซ่านเข้าไปถึงหัวใจได้

 

อย่างน้อยชานยอลก็ปลอบตัวเองว่าที่มันแผ่เข้าไปไม่ถึงหัวใจ...เพราะหัวใจของเขาอยู่กับอี้ฝาน  และอี้ฝานก็ไปแล้ว

 

ไปแล้วนะ

 

ดูแลตัวเองดีๆ แล้วก็เชื่อฟังจุนมยอนด้วยล่ะ

 

คำพูดของผู้ชายคนนั้นดังก้องอยู่ในหัวขณะที่ชานยอลเงยหน้าขึ้นมองหน้าต่าง  สิ่งที่เห็นมีเพียงท้องฟ้าดำมืด  หอพักของพวกเขาไม่ค่อยมีเครื่องบินบินผ่าน  แต่ชานยอลรู้ว่าอี้ฝานคงขึ้นเครื่องแล้ว  และเครื่องก็คงออกแล้วด้วย

 

อู๋อี้ฝานตัดสินใจทิ้งชานยอล  ทิ้งทุกคนที่เหลือ  แล้วจากไป...จากไปไกล...

 

ก่อนหน้านี้ตอนที่อี้ฝานบอกทุกคนว่าจะไป  เขามองสีหน้าช็อกของทุกคนแล้วก็ได้แต่พึมพำขอโทษ  คำขอโทษแผ่วเบากลั่นออกมาจากใจจริง  แต่ที่มันเบา...ชานยอลรู้ว่าคงเพราะคริสพูดดังกว่านั้นไม่ได้  ไม่อย่างนั้นน้ำตาคงจะไหลออกมา  และเจ้าตัวไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น

 

อี้ฝานบอกตัวเองเสมอว่าต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่  และผู้ใหญ่ต้องไม่ร้องไห้

 

ชานยอลสูดลมหายใจลึก  ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจเติมความว่างโหวงในอกได้แม้แต่น้อย  เขายังคงนั่งนิ่ง  ปล่อยให้ความเงียบสงบโดยรอบปรับให้ตัวเขาเองสงบมากที่สุด  ที่ผ่านมาไม่ว่าชานยอลเจอเรื่องอะไรก็ตามเขาก็จะมีสมาชิกในวงคนอื่นๆ คอยช่วยเหลือ  หรือแม้จะช่วยเหลือไม่ได้ก็คอยอยู่ข้างๆ  โดยเฉพาะคริส...อู๋อี้ฝาน  ผู้ชายคนนั้นจริงๆ แล้วไม่ได้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากพออย่างพี่จุนมยอนหรือพี่ลู่หาน  แต่คงเพราะชานยอลมีคริสอยู่ด้วยจนเริ่มรู้สึกว่าขาดไม่ได้  การเดินต่อไปบนเส้นทางขรุขระทางเดิมโดยไม่มีคริสไปด้วยจึงเป็นเรื่องที่เขาไม่คุ้นเคย

 

แต่อย่างไรเสีย...ต่อจากนี้ก็จะไม่มีคริสอยู่ด้วยแล้ว  ชานยอลต้องโตเสียที...เขาต้องเดินคนเดียวให้ได้นั่นละถึงจะถูก

 

เดินต่อไปแล้วก้าวต่อไปถึงจุดสูงสุด...โดยปราศจากอู๋อี้ฝาน...

 

The path that I'm walking
I must go alone
I must take the baby steps 'til I'm full grown, full grown
Fairytales don't always have a happy ending, do they?
And I foresee the dark ahead if I stay

 

เส้นทางที่ฉันกำลังเดินอยู่...ฉันต้องเดินไปเพียงเดียวดาย

ฉันต้องเริ่มหัดเดินจนกว่าฉันจะโต...จะเติบใหญ่...

เทพนิยายไม่ได้จบอย่างมีความสุขเสมอไป  จริงไหม

และหากฉันยังรั้งอยู่ที่นี่...ฉันก็มองเห็นแล้วว่ามันจะมืดมนเพียงไร

 

 

ทุกครั้งที่ชานยอลเข้าไปซ้อม  เขาจะมองเห็นความมุ่งมั่นของสมาชิกทุกคน  ทุกคนตั้งใจ  และเอาแรงกดดันทั้งหมดมาเป็นตัวผลักให้ตัวเองขยันขึ้น  ก้าวไปได้ไกลและนานยิ่งขึ้น  เขามองสีหน้ามุ่งมั่นของพี่จุนมยอนแล้วอดรู้สึกเหมือนความกดดันเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าไม่ได้  การเป็นลีดเดอร์มันต้องแบกรับภาระหนักหนาสาหัส  ไม่ใช่เพียงแค่ความหวังของตัวเอง...แต่ต้องแบกรับความคาดหวังจากสมาชิก  บริษัท  และแฟนคลับทุกคนที่สนับสนุนพวกเขา  ไม่เพียงแค่ความคาดหวัง...แต่ยังมีการจ้องจับผิดด้วย

 

รุ่นพี่อึนฮยอกเคยเขียนเอาไว้ในไซเวิลด์เมื่อนานมาแล้วเกี่ยวกับการที่คนในวงการบันเทิงจะต้องถูกจับตามองจากทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง  และหากพลาดพลั้งเมื่อไหร่  ก็จะมีธนูจากด้านหลังยิงมาปักจนเลือดอาบ

 

เรื่องนี้ชานยอลเพิ่งมาเข้าใจว่ามันหนักหนาสาหัสแค่ไหนก็ตอนที่คริสบอกว่าทนไม่ไหว

 

ชานยอลแอบได้ยินตอนที่คริสพูดกับผู้จัดการและพี่จุนมยอน  บอกว่าเขาไม่อาจแบกรับเรื่องทั้งหมดไว้ได้  ความคาดหวังของทุกคนก็หนักอยู่แล้ว  ยังจะต้องอดทนรับผิดชอบทุกสิ่งและทำให้ดีที่สุดไม่ให้สมาชิกคนอื่นๆ ถูกลูกธนูจากด้านหลังยิงเอาอีก  และแม้แต่เรื่องตอบรับความรักของแฟนคลับด้วยการรับของหรือพูดคุยสนิทสนม คริสก็โดนว่าอยู่บ่อยครั้ง  ทั้งที่คริสเองและทุกคนคิดเสมอว่าคนเหล่านี้คือผู้สนับสนุนที่พวกเขาควรจะรักและตอบแทนให้มากที่สุด

 

คริสบอกว่ารับไม่ไหว  และนั่นเป็นครั้งแรกที่ชานยอลเห็นพี่จุนมยอนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบน่ากลัวใส่คริสว่า แกมันเด็ก

 

ชานยอลนึกว่าคริสจะพุ่งเข้าไปต่อยพี่จุนมยอนหรืออะไรทำนองนั้น  แต่ก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง  เมื่อคนถูกว่าว่าเด็กเพียงแค่มองพี่จุนมยอนนิ่งๆ  แล้วตอบรับเบาๆ

 

ใช่...ฉันมันเด็ก  ฉันยังไม่โตพอหรอกจุนมยอน  ฉันเสแสร้ง  ที่จริงฉันไม่มีความเป็นผู้ใหญ่สักนิด

 

 

ชานยอลคิดว่ามันตลกเป็นบ้า...แต่เขาขำไม่ออก  คริสเป็นคนบอกให้เขาทำตัวเป็นผู้ใหญ่  แต่ตัวเองกลับเป็นเด็กเสียเอง  แล้วแบบนี้เขาจะเชื่อฟังคริสไปทำไม

 

ชานยอลมองเห็นความตั้งใจมุ่งมั่นของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ...โดยเฉพาะพี่จุนมยอน  แล้วก็ตัดสินใจบอกคริสตอนที่พวกเขาอยู่กันสองต่อสองว่าเขาอยากจะตามคริสไปด้วย  เขาเดินต่อไปโดยที่ไม่มีคริสไม่ได้  เอาเข้าจริงเขามองไม่เห็นความมุ่งมั่นของตัวเองด้วยซ้ำ  ชานยอลไม่ได้รู้สึกถึงความฝันอันแรงกล้าของตัวเองอย่างที่พวกพี่จุนมยอนหรือแพคฮยอนมี  เขาไม่มีแรงจูงใจ  เขาไม่มีแรงผลักดัน 

 

แต่คริสปฏิเสธเสียงแข็ง ...แทบจะฟังดูเย็นชาด้วยซ้ำ  คริสบอกให้ชานยอลอยู่ที่นี่ต่อไป  ห้ามออกไปกับเขาเด็ดขาด

 

นายต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้  นายต้องเดินต่อไปข้างหน้า  เดินไปถึงจุดสูงสุดให้ได้...โดยไม่มีพี่

 

 

ตอนนั้นชานยอลร้องไห้  เอาแต่ส่ายหน้าแล้วบอกว่ายังไงก็ทำไม่ได้  แต่สุดท้ายก็จำต้องปล่อยให้คริสจากไปอยู่ดี  ปล่อยให้คริสรักเขาให้ถึงที่สุดแล้วก็จากไป...กลับไปบ้าน  และอาจไม่กลับมาอีกเลย

 

หลังจากเซ็กซ์จบลง  ชานยอลก็ร้องไห้อีก  คริสจึงถามทั้งที่กายยังแนบสนิทไม่ผละออกจากกันอยู่เช่นนั้นว่าชานยอลร้องไห้ทำไม  แต่ว่าเขาตอบไม่ได้

 

 

ชานยอลนั่งมองมือที่โผล่พ้นเสื้อตัวใหญ่แขนยาวของตัวเองค่อยๆ ปรากฏชัดเจนท่ามกลางแสงอรุณ  ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว  ตากลมทอดมองแสงนั้นสักพักก็รู้สึกกระบอกตาร้อนผ่าว  แต่ว่าคราวนี้เขาเม้มปาก  เงยหน้าขึ้นแล้วพยายามสงบสติอารมณ์ไม่ให้น้ำตาไหลออกมาอีก 

 

ชานยอลรู้แล้วว่าตอนนั้นเขาร้องไห้เพราะอะไร  เขาร้องไห้เพราะรู้สึกผิด  รู้สึกผิดที่ตัวเองไม่มีความมุ่งมั่นมากมายเท่าคนอื่นๆ  ไม่ได้อยากได้ดาวดวงนั้นมากเท่ากับที่คนอื่นอยากได้  รู้สึกเหมือนตัวเองไม่สมควรได้รับอะไรเลย  แต่คริส...อู๋อี้ฝานกลับบอกให้เขาเดินต่อไปให้ถึงจุดสูงสุด  และเขาก็เชื่อคำของคนคนนั้นเสียด้วยสิ

 

ไม่หรอก  ไม่ได้เกี่ยวกับความคิดที่ว่าเขาจะไม่มีคริสอยู่เคียงข้างอีกแล้ว  จะไม่มีคริสเดินไปที่จุดมุ่งหมายนั้นด้วยกันอีก  มันเป็นแค่ความสับสนในหัวของเขาเอง

 

แต่ถึงยังไง...ผมก็คงคิดถึงพี่น่าดู  โชคดีนะครับ  พี่คริส

 

อย่างที่คริสเคยบอกไว้...

 

...ชานยอลโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว...เขาจะไม่ร้องไห้...

 

I hope you know, I hope you know
That this has nothing to do with you
It's personal, myself and I
We've got some straightenin' out to do
And I'm gonna miss you like a child misses their blanket
But I've got to get a move on with my life
It's time to be a big girl now
And big girls don't cry

 

หวังว่าเธอจะรู้...หวังว่าเธอจะรู้

ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอเลย

มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉันกับตัวฉันเอง  เรามีอะไรต้องเคลียร์กันนิดหน่อย

และฉันคงจะคิดถึงเธอเหมือนกับเด็กเล็กๆ ที่ติดผ้าห่ม

แต่ฉันต้องเดินหน้าต่อไปกับเส้นทางชีวิตของฉัน

ถึงเวลาแล้วที่ต้องโตเป็นผู้ใหญ่

และผู้ใหญ่เขาไม่ร้องไห้กันหรอก




.............................................................................EnD.................................................................................ิท  ไม่มีแม้แต่เสียงกรนข

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ศีตกาล จากทั้งหมด 24 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

15 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 เมษายน 2558 / 17:06
    อ่านจบแล้วก็ไปดูวันที่ลงไว้อีกครั้ง ไรต์เตอร์มีญาณทิพย์ใช่มั้ย ตอบบ ฮรืออออออ
    #15
    0
  2. วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 12:29
    ตอนนั้นอ่านก็รู้สึกแค่โหวงๆ เพราะรู้ว่ายังไงก็จะกลับมาแน่ๆ
    แต่ตอนนี้มัน...ร้าวลึกจนไม่รู้จะร้องไห้ยังไงแล้ว

    ฉันเสแสร้ง

    มันเจ็บจริงๆ
    #14
    0
  3. #13 ㅍ
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 04:59
    เคยอ่านเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้ว

    แล้วก็ได้แต่คิดว่า เดี๋ยวถ้าว่าง จะเข้ามาคอมเมนต์ แล้วก็ลืมไป

    ตอนนั้นอ่านแล้วก็เศร้า อินกับทั้งเนื้อเรื่องและเนื้อเพลงเลยค่ะ

    อ่านตอนที่เขากลับมาแล้วด้วย

    แต่ก็อิน แล้วก็จำฝังใจมาก

    เป็นสตอรี่ที่ไม่เคยลืม

    เพิ่งมารู้วันนี้ ว่าที่ไม่ลืม ก็เพราะความกลัว

    กลัวอยู่ลึกๆ คิดตามอยู่ลึกๆ

    แต่ก็พยายามลืมมันไปมันไป ปลอบใจตัวเองว่าไม่ใช่เรื่องจริง

    ไม่คิดเลยนะคะ ว่าเรื่องที่กลัวจะเกิดขึ้นวันนี้

    ประโยคที่เจ็บในเรื่องนี้ขอยกให้เนื้อเพลงนะคะ



    I'm gonna miss you like a child misses thier blanket..



    กลัวมากตอนฟังเมื่อนานมาแล้ว ... แล้วก็ตอนนี้



    ส่วนประโยคที่สะเทือนใจที่สุดก็คงเป็น



    "ผมคงคิดถึงพี่น่าดู โชคดีนะครับพี่คริส"



    ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่าเรื่องราวจากตัวหนังสือ

    จะถูกโชคชะตาเอาไปสร้างเป็นหนังโรงใหญ่จริงๆ



    ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #13
    0
  4. วันที่ 18 เมษายน 2556 / 12:31
    จำได้เลยอะไรเตอร์
    ตอนนั้นพี่คริสหายไปน๊านนาน
    เราเองก็กังวลแต่ก็เราก็เชื่อว่าคริสไม่ไปไหนหรอก
    อ่านแล้วบีบจิตจริงๆๆๆๆ
    ไรเตอร์แกล้งรีดเดอร์TT[]TT
    แง้วววว เกือบร้องเลอ ยิ่งอารมณ์ค้างจากแอนเดอร์สันพอลลี่มาด้วย
    #12
    0
  5. วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 18:13
    อ่านจบ จมูกร้อนเลยค่ะ
    น้ำตาทำท่าจะไหลอีกแล้ว

    ความจำเป็น ความนึกคิดในแต่ละคนคงต่างกันไป
    ไม่มีที่มา ที่ไป ไม่มีเหต มีผล

    .
    .

    ทั้งๆที่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เธอพูด
    แต่ถ้าเธอไม่เอ่ยอะไรออกมา
    จะให้คิดเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไง

    ขอบคุุณค่ะ
    #11
    0
  6. วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 06:09
    โอ้โห......
    ร้องไห้เถอะค่ะ
    based on true story มากอ่ะ 555555555
    อารมณ์แบ่บ.. ไม่ไหวจริงค่ะ ที่พี่คริสหายไปนานแบบนี้มันก็ทำให้เราคิดมากแบบนี้เหมือนกันค่ะ
    #10
    0
  7. #9 scd
    วันที่ 11 มีนาคม 2556 / 13:07
    ชานยอลอ่า เข้มแข็งรอและเป็นผู้ใหญ่นะ

    พี่คริสอ่า รอเสมอนะ อ่านเรื่องนี้แล้วจะร้องไห้อ่ะ

    งื้ออออออออ
    #9
    0
  8. วันที่ 11 มีนาคม 2556 / 00:46
    T_T....อ่านแล้วแบบ ใจลงเหวมาก พี่คริส อย่าทิ้งน้องแบบนี้นะ

    พี่ทนไม่ไหว แล้วทิ้งน้องให้ทนแบกรับต่อไปได้ยังไง

    ขอให้มันอยู่แต่ในฟิคนะ ทำจริงเราจะบุกไปกระชากคอเสื้อถึงบ้านเลอ T_T อิพี่เครสสส
    #8
    0
  9. วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 22:54
    อาานๆไปแล้วก็รู้สึกวูบโหวง
    รู้สึกนอยด์แบบแปลกๆ ;_;
    #7
    0
  10. วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 22:38
    ทิ้งน้องไปเฉย ไม่เดินไปด้วยกันล่ะ คนบ้า
    ความรักนี่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ทำให้คนเรากลายเป็นเด็กได้ทั้งนั้น Y_Y

    #6
    0
  11. #5 4414
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 21:12
    แง พี่คริสใจร้ายอ่านแล้วน้ำตาแอบซึมเลย T T

    รู้สึกจุกๆพี่คริสกลับมาหาชานยอลเลยนะ ฮือออ
    #5
    0
  12. วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 20:52
    บางทีนี่อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดก็ได้ คือเลือกที่จะจากไปน่ะ
    เพราะชีวิตมันไม่ได้แค่ความรักหรอกนะ แต่มันประกอบไปด้วยหลายๆอย่าง

    ชีวิตมันก็ต้องเป็นไปของมัน ... เราก็แค่ต้องเผชิญหน้ากับความจริง

    ลาก่อน ที่รัก

    -------------------------------------------------------------------------------

    อินสุดๆ TT
    #4
    0
  13. วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 20:51
    โห....จุกไปเลยค่ะ ถึงจะเป็นแค่ฟิคแต่เราก็เกือบจะร้องไห้เลย
    อธิบายไม่ถูกค่ะ เอาเป็นว่า เราต้องเข้มแข็งเนอะ 
    Big boys don't cry...
    #3
    0
  14. วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 20:50
    งื้อออออ~ พี่คริสน่ะ ใจร้ายที่สุดเลยนะ
    อ่านไปแล้วมันโหว่งในใจจัง
    เรื่องจริงไม่เอาแบบนี้นะเฮีย
    ขอแค่ในฟิคก็พอ T_______T
    #2
    0
  15. วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 20:35
    พี่คริสใจร้าย
    อ่านแล้วอยากไปบีบคอถึงกว่างโจว
    แม้จะเป็นแค่ฟิคก็อดวูบโหวงไม่ได้จริงๆ ค่ะ ㅠ ㅠ
    #1
    0