:: Seetakarn's GOT7 Fiction Room :: MarkJin , 2JAE

ตอนที่ 1 : [SF] I NEED U (Mark X Jinyoung)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,840
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    16 พ.ค. 58

Title : I NEED U
Category : Short Fiction, drama
Pairing : [GOT7] Mark X Jinyoung(Jr.) 
Rating : PG-15
Inspiration : BTS - I NEED U (lyrics and MV)

 

I NEED U



คนสองคนที่อยู่ในห้องยังคงทะเลาะกันเสียงดัง เขาได้ยินเสียงตุบๆ เหมือนฝ่ายหนึ่งกำลังใช้มือทุบลงบนตัวของอีกฝ่าย ตามมาด้วยเสียงเหมือนร่างของหนึ่งในนั้นถูกผลักไปกระแทกเข้ากับตู้เสื้อผ้าดังอั้ก ประกอบกับเสียงร้องโอ๊ยของเจ้าของร่าง

 

มาร์คจำได้ดีว่าเสียงร้องโอ๊ยเมื่อครู่เป็นเสียงของใคร เสี้ยววินาทีต่อมาเสียงเดียวกันนั้นก็ร้องอีก แต่ร้องพร้อมๆ กับเสียงฝ่ามือกระทบใบหน้า ความโกรธของมาร์คกำลังจะพุ่งถึงขีดสุด

 

“ทำไมคุณอาต้องทำแบบนี้กับจินยองด้วย จินยองผิดอะไร จินยองไม่เคยรักคนอื่นเลยนะ”

 

“ไม่ต้องพูดมาก!

 

เพี้ยะ!

 

คราวนี้มาร์คไม่ได้แค่ได้ยินเสียง เขาเปิดประตูออกกว้าง จึงเห็นเต็มตาว่ามือหนาใช้หลังมือฟาดลงบนใบหน้าเนียนของปาร์คจินยองอย่างไม่คิดออมแรง นอกจากแก้มเนียนจะแดงช้ำจนเกือบม่วง ยังมีรอยเลือดซิบที่เกิดจากแหวนทองวงใหญ่ที่ คุณอาใส่ติดนิ้วด้วย

 

มาร์คได้ยินเสียงเหมือนอะไรบางอย่างในหัวขาดผึง เขาคว้าขวดเบียร์เปล่าที่เจ้าของห้องวางเอาไว้หลังตู้เตี้ยๆ ข้างประตูแล้วย่างสามขุมไปหาชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ วินาทีที่จินยองหันมาเห็นเขาพร้อมๆ กับที่ร่างสูงใหญ่นั้นหันมา ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว

 

ขวดเบียร์ในมือถูกฟาดลงบนศีรษะฝ่ายนั้นอย่างแรงจนแตกกระจาย พอคนตัวสูงใหญ่ซึ่งหัวแตกเลือดอาบทว่ายังคงมีสติ พอทำท่าจะสู้กลับ มาร์คก็ใช้ขวดในมือที่แตกไปครึ่งหนึ่งจนด้านที่แตกกลายเป็นแก้วแหลมคมนั้นแทงเข้าไปที่หน้าท้องของอีกฝ่าย กระชากออก แล้วแทงซ้ำอีก อีก จนแน่ใจว่าร่างนั้นไม่สามารถตอบโต้ได้อีกต่อไป...เขาจึงกระชากเศษขวดชุ่มเลือดในมือออกมาเป็นครั้งสุดท้าย  ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบลงกับพื้น และล้มลงนอนนิ่งไม่ไหวติง  ดวงตาคู่นั้นยังคงเบิกโพลง

 

มาร์คมองร่างที่แน่นิ่งนั้นก่อนจะเหลือบมองมือตัวเอง มือของเขาชุ่มโชกไปด้วยของเหลวสีแดงสด กลิ่นคาวคลุ้งตีขึ้นมาจนรู้สึกคลื่นไส้ สติที่หายไปเมื่อครู่กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว มือที่เต็มไปด้วยเลือดนั้นสั่นจนเศษขวดเลื่อนหลุดตกแตก เขารู้สึกเข่าอ่อน จะขยับถอยก็สะดุดจนลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าบนพื้น แต่สายตากลับละจากร่างตรงหน้าไม่ได้เลย

 

นี่เขา...ฆ่าคน...

 

เสียงตุบเบาๆ เบนความสนใจเขาไปด้านข้าง จินยองทรุดฮวบอยู่ตรงนั้น น้ำตายังคงไหลอาบแก้มซึ่งช้ำจนเกือบจะม่วง ตากลมของจินยองมองร่างซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้นจากนั้นก็ค่อยๆ หันมาสบตากับเขา ดูเหมือนว่าจินยองเองก็พูดอะไรไม่ออก จึงได้แต่เบิกตาโพลงมองเขาสลับกับ คุณอาด้วยความช็อก

 

“จินยอง...” มาร์ครู้สึกว่าเสียงที่เปล่งออกจากปากช่างฟังดูไม่เหมือนเสียงของเขาเองเอาเสียเลย “...ทำยังไงดี”

 

.

.

เขาฆ่าคนไปแล้ว...ทำยังไงดี...

 

จู่ๆ จินยองก็ละสายตาจากมาร์คแล้วคลานไปหาร่างที่นอนแน่นิ่งนั้น มือเรียวที่ดูสั่นเทาไม่ต่างจากมือของมาร์คตอนนี้จับตัวคุณอาแล้วเขย่าเบาๆ  ร่างนั้นไม่มีการตอบสนองใดใด จินยองเขย่าซ้ำอีก ทว่ามันมีผลเพียงแค่ทำให้เลือดทะลักออกมาจากช่องท้องที่เป็นแผลถูกแทงด้วยขวดเบียร์มากขึ้นเท่านั้น

 

“ค...คุณอา  คุณอาได้ยินจินยองมั้ย คุณอา...”

 

ยิ่งเห็นเลือดไหลออกมามากขึ้นจินยองก็ยิ่งร้องไห้ มือสั่นเทาที่ตอนนี้เปื้อนเลือดนิดหน่อยใช้สองนิ้วแตะที่จุดชีพจรตรงคอ จินยองสะอื้นฮักจนสะท้านไปทั้งตัวเมื่อไม่รู้สึกถึงสัญญาณชีวิตใดใดจากร่างที่ยังคงนอนเบิกตาโพลง

 

“ฮึก...คุณอา...คุณอา...ฮือ...จินยองรักคุณอา คุณอาอย่าทิ้งจินยองไป...ฮือ...”

 

จินยองร้องไห้ก้มลงซบอกกว้างของคนตายไปแล้ว ปากก็พร่ำบอกคำรักซ้ำๆ ราวกับแผ่นเสียงตกร่อง คำรักที่ฝ่ายนั้นบอกเจ้าของร่างไร้ลมหายใจนี้เสมอ คำรักที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็ยังคงเปล่งออกมาจากปากของปาร์คจินยองเพื่อให้ คุณอาฟังครั้งแล้วครั้งเล่า

 

...คำรักที่มาร์คไม่เคยได้รับจากจินยองเลย...

 

มาร์คนั่งมองจินยองร้องไห้กับศพของผู้เป็นอาโดยไม่คิดสนใจเขาซึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น จินยองไม่เคยรักเขาจริงๆ นั่นแหละ ต่อให้ถึงวันนี้ วินาทีนี้ วินาทีที่ คุณอาไม่อยู่แล้ว จินยองก็ยังรักแต่คุณอา ให้ตายอย่างไร...ใช่...ต่อให้ตายไปจริงๆ อย่างนี้ จินยองก็ยังรักคนตาย เลือกคนตายมากกว่าคนเป็นอย่างเขา ต่อให้ทำเพื่อจินยองสักแค่ไหน รักจินยองสักเท่าไหร่ มันก็ไม่มีประโยชน์

 

ทั้งที่รู้ว่าอย่างไรเสีย จินยองก็ไม่เลือกเขา แล้วทำไมเขาถึงต้องรักจินยองมากขนาดนี้ด้วยนะ

 

.

.

.

เขารักจินยองเพราะอะไร

 

ครั้งแรกที่โดนเพื่อนใช้ให้ไปซีร็อกซ์ใบสมัครชมรมมาวางเพิ่มที่โต๊ะ มาร์คหยุดชะงักตั้งแต่สามเมตรก่อนถึงโต๊ะรับสมัครสมาชิกด้วยซ้ำ เขาเห็นเด็กปีหนึ่งคนนั้นนั่งกรอกใบสมัครอยู่เงียบๆ  ท่าทางนิ่งสงบจนเหมือนกับสามารถสร้างกำแพงกั้นตัวเองออกจากโลกภายนอกได้ทุกเมื่อนั้นอาจจะทำให้คนอื่นรู้สึกไม่อยากเข้าใกล้ แต่สำหรับมาร์ค ไม่รู้อะไรดลใจให้เขารู้สึกอยากจะยืนมองอยู่อย่างนั้นนานๆ แบบที่ว่าถ้าหากมีความสามารถหยุดเวลาได้เขาคงทำไปแล้ว

 

มาร์คไม่อยากเรียกความรู้สึกนั้นว่ารักแรกพบเพราะมันฟังดูนิยายไปหน่อย แต่เขาคิดว่าเพื่อนๆ ร่วมชมรมวรรณคดีภาษาอังกฤษอาจจะชอบคำพูดนิยายๆ แบบนี้ก็ได้ เอาเถอะ แม้ว่าตอนแรกมาร์คจะเข้าชมรมเพราะเพื่อนลากให้มาช่วยงาน แต่ตอนนี้เขากลับมีแรงบันดาลใจใหม่ในการเข้ามานั่งที่ห้องชมรมบ่อยๆ เสียแล้ว เด็กคนนั้น...ปาร์คจินยอง...เป็นเด็กเงียบๆ ที่น่าจะเข้าถึงยากจริงๆ นั่นละ จินยองมานั่งที่ห้องชมรมบ่อยๆ แต่มาทุกครั้งก็จะมาหามุมนั่งอ่านนิยายฝรั่งเงียบๆ ไม่สนใจใคร มาร์คพอจะรู้อยู่หรอกว่าคนส่วนใหญ่ที่เข้าชมรมวรรณคดีภาษาอังกฤษเข้ามาเพราะอยากจะหาที่นั่งอ่านนิยายเงียบๆ กันทั้งนั้น แต่สำหรับจินยอง เท่าที่มาร์คมอง(อยู่เกือบตลอดเวลา)ดูเหมือนรุ่นน้องคนนี้จะปิดกั้นตัวเองมากกว่าคนทั่วไป

 

เขาคิดว่าถ้าชวนคุยเฉยๆ จินยองต้องไม่ค่อยเต็มใจคุยด้วยแน่ แม้เขาจะเป็นรุ่นพี่ก็เถอะ หลังจากคิดวิธีอยู่หลายวัน ในที่สุดมาร์คก็ลงทุนพิมพ์แบบสอบถามปลอมๆ ให้แนบเนียนที่สุด แล้วเอาไปให้จินยองตอนที่ไม่มีใครอยู่ในห้องชมรมนอกจากพวกเขาสองคน แบบสอบถามนั้นถามเกี่ยวกับหนังสือนิยายภาษาอังกฤษที่สมาชิกในชมรม(แน่นอนว่าจริงๆ แล้วคือแค่จินยองคนเดียว)อยากจะให้มีเพิ่มในชมรมเพื่ออ่านเพิ่มเติม หลังจากนั้น มาร์คก็ให้น้องชายที่อยู่อเมริกาซื้อนิยายที่จินยองเขียนในแบบสอบถามนั้นส่งมาให้สองเล่ม

 

ถามว่าทำไมต้องสองเล่ม? คำตอบคือเพื่อความแนบเนียน มาร์คเอามาไว้ที่ห้องชมรมเล่มหนึ่ง ส่วนอีกเล่มเขารอตอนที่อยู่กันสองคนกับจินยองในห้องชมรม จากนั้นก็ยื่นมันให้เจ้าตัว

 

“พี่ซื้อมาให้จินยอง”

 

“เอ๋...แต่”

 

“ของชมรมก็ส่วนชมรม แต่อันนี้ของส่วนตัว พี่คิดว่าจินยองคงชอบเล่มนี้ ใช่มั้ย?”

 

จินยองนิ่งไปสองสามวินาที ก่อนที่มือเรียวจะยื่นมารับหนังสือแล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา

 

“ขอบคุณครับ”

 

แม้จะเป็นรอยยิ้มเพียงน้อยนิด แต่มาร์คไม่เคยลืมมันเลย

 

 

ตั้งแต่วันนั้นมา มาร์คก็เริ่มชวนจินยองคุยมากขึ้น จินยองเองก็ยอมคุยกับเขามากขึ้น ยิ้มมากขึ้น  เวลาจินยองมาอ่านหนังสือที่ชมรม มาร์คก็จะมานั่งหลับอยู่ข้างๆ แม้ตอนแรกๆ จะพยายามทำตัวเป็นที่ปรึกษาด้านภาษาอังกฤษให้จินยอง แต่เมื่อหลังๆ เห็นจินยองอ่านนิยายได้คล่องโดยไม่ต้องอาศัยดิกชันนารีมีชีวิตชื่อมาร์คต้วนเลยสักนิด เขาก็สารภาพกับจินยองว่าจริงๆ แล้วตัวเองไม่ได้ชอบอ่านนิยายฝรั่ง...เรียกว่าไม่ชอบอ่านหนังสือเลยจะดีกว่า จินยองหัวเราะ แล้วก็เริ่มชินกับการมีมาร์คมานั่งหลับอยู่ข้างๆ บางทีรุ่นพี่ชาวต่างชาติคนนี้ก็ทำเนียนหลับมาซบไหล่จินยองบ้าง พอจินยองรู้ทัน หัวทุยๆ ของคนไม่ชอบอ่านหนังสือก็ทิ้งดิ่งลงหนุนตักนุ่มเสียเลย

 

เพราะจินยองไม่เคยว่าอะไร มาร์คจึงไปไหนมาไหนในมหาวิทยาลัยกับจินยองมากขึ้น ถึงจะยังไม่ถึงขั้นออกไปเที่ยวข้างนอกด้วยกัน แต่มาร์คก็เอาตัวมาใกล้ชิดจินยองยิ่งขึ้นด้วยการมารอหน้าคณะเวลาพักกลางวันเพื่อไปกินข้าวด้วยกัน ตอนที่เห็นมาร์ครออยู่หน้าคณะ จินยองดูตกใจนิดหน่อย แต่ก็แค่หันซ้ายหันขวาเหมือนมองหาอะไรบางอย่างพักเดียวแล้วก็ไม่ว่าอะไร ตอนอยู่ด้วยกันในห้องชมรมสองต่อสอง บางทีมาร์คอดใจไม่ไหว ขโมยหอมแก้มนิ่มนั้นไปบ้าง จินยองก็ไม่ว่าอะไร

 

กระทั่งวันที่มาร์คล็อกประตูห้องชมรมแล้วดึงจินยองไปจูบ จินยองก็แค่ตกใจนิดหน่อย จากนั้นก็ไม่ว่าอะไรเหมือนเดิม

 

นอกจากไม่ว่าอะไร จินยองยังยอมให้จูบนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น มาร์คพาจินยองไปนั่งบนโต๊ะ มือเรียวจับมืออีกฝ่ายเอาไว้เป็นเชิงห้ามตอนที่เสื้อเชิ้ตกำลังจะถูกปลดกระดุมออก ทว่าราวกับรสจูบของมาร์คทำให้จินยองมึนเมา สุดท้ายเสื้อเชิ้ตก็หลุดจากลาดไหล่เนียนลงไปกองที่เอวจนได้

 

ริมฝีปากอุ่นจัดพรมจูบไปทั่วตั้งแต่คอขาวไล่ลงมาตามลาดไหล่ ทว่ากลับต้องชะงักไปเล็กน้อยเพราะสังเกตเห็นรอยจ้ำจางๆ ตรงแนวกระดูกไหปลาร้า นอกจากนี้ก็ยังมีรอยฟันที่หัวไหล่ แถมด้วยรอยช้ำค่อนข้างใหญ่ที่ต้นแขนทว่าดูเหมือนจะจางไปพอสมควรแล้ว

 

มาร์คถอยออกเล็กน้อย สบสายตาหวานเชื่อมของคนตัวขาวที่เพิ่งจะถูกปลุกเร้าอารมณ์ด้วยจุมพิตลึกซึ้งไปเมื่อครู่

 

“จินยอง...พี่ถามจริงๆ นะ จินยองมีแฟนรึยัง”

 

ตากลมคู่นั้นหรุบลงต่ำคล้ายคิดอะไรเล็กน้อย พอช้อนขึ้นมองเขาอีกครั้ง แววตาของจินยองก็ดูสั่นสะท้านนิดๆ และเหมือนมีความเศร้าจางๆ ปนอยู่

 

“ผมไม่มีแฟนครับ”

 

มาร์คยิ้ม จูบแตะริมฝีปากแดงเบาๆ เขาไม่รู้หรอกว่าที่จริงแล้วจินยองกำลังกลัวว่ามาร์คจะถามถึงที่มาของรอยช้ำตามตัวพวกนั้น แน่นอน...มันมีทั้งรอยช้ำและรอยที่เกิดจากกิจกรรมคล้ายกับที่พวกเขากำลังจะทำอยู่ด้วย แต่ไม่ว่ารอยไหนจินยองก็กลัวที่จะตอบคำถามพอๆ กัน

 

ทว่ามาร์คถามแค่เรื่องแฟน จากนั้นก็จูบ...แตะริมฝีปากเหมือนจะปลอบโยน แล้วก็ทำเรื่องที่ทำค้างเอาไว้โดยไม่ถามอะไรอีก

 

จินยองรู้สึกโล่งอก จากนั้นก็ดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ตามแต่อีกฝ่ายจะชักนำไปโดยลืมความกลัวก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น

 

ทั้งสองหอบหายใจด้วยความเหนื่อยตอนที่ทุกอย่างสิ้นสุด แม้จะจบไปแล้ว แต่จินยองก็ยังไม่เดือดร้อนหากพวกเขาจะยังกอดกันในท่าอันตรายนี้ต่อ นั่นก็เพราะ...

 

“พี่จะรับได้หรือเปล่า ถ้าหากผมบอกว่าผมเป็นโรคติดเซ็กซ์”

 

“พูดจริงๆ เหรอ”

 

“ครับ”

 

“ทำไมพี่จะรับไม่ได้ล่ะ”

 

.

.

ใช่ จินยองเป็นโรคติดเซ็กซ์ ... เขาไม่ได้พูดเล่นเสียด้วยสิ

 

จินยองดันให้ฝ่ายนั้นนั่งบนโต๊ะบ้างจากนั้นก็เริ่มต้นปรนนิบัติอีกฝ่าย

 

เหมือนที่ใครบางคนสอนเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว...

 

.

.

.

 

มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู แม้จะยังไอแค่กๆ เพราะต้องทำสิ่งที่ไม่คุ้นเคยจนกระทั่งสำลัก แต่เด็กชายปาร์คจินยองวัยสิบขวบกลับรีบส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร เพื่อให้เป็นที่รักของคุณอา แค่นี้จินยองทำได้สบายมาก

 

 

ก็จินยองรักคุณอานี่นา

 

เพียงแค่คุณอาเอาคำว่ารักมาอ้าง จินยองก็พร้อมจะยอมทำทุกอย่าง แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้จินยองเจ็บจนน้ำตาไหลก็ตาม จินยองทนได้ เขายอมให้คุณอาทำเจ็บๆ ทุกครั้งที่คุณอาต้องการ ไม่ว่าจะเป็นตอนกลับมาจากโรงเรียน ตอนคุณอาเรียกไปอาบน้ำด้วยกัน หรือแม้จะเป็นตอนที่จินยองถูกปลุกขึ้นมากลางดึก เหตุผลเดียวก็คือเพราะทุกครั้ง คุณอาจะบอกว่า รักจินยอง

 

เพราะจินยองรักคุณอา และอยากให้คุณอารัก รักให้มากๆ

 

.

.

ย้อนกลับไปคิดดูแล้ว นั่นมันเป็นการข่มขืนชัดๆ

 

เทียบกันแล้วมาร์คนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าคุณอามาก แต่จินยองชินกับรสสัมผัสของคุณอาเสียแล้ว ตอนเด็กๆ เขาอาจจะยังเด็กเกินกว่าจะมีอารมณ์ทางเพศ แต่เมื่อโตขึ้น แม้คุณอาจะยังรุนแรงไม่เปลี่ยน แต่จินยองก็สุขไปพร้อมกับคุณอา แบบนี้เขาเรียกว่า...มาโซคิส ใช่ไหมนะ...

 

คุณอาทำให้จินยองเป็นมาโซ...และทำให้จินยองขาดเรื่องพรรค์นี้ไม่ได้...

 

ถึงอย่างนั้นจินยองก็ชอบความนุ่มนวลของพี่อี้เอินไม่แพ้กัน

 

แม้เขาจะไม่ได้มีอะไรกับพี่อี้เอินเพราะต้องการความรักเหมือนที่ต้องการจากคุณอาก็ตาม

 

พวกเขาไม่รู้เลยว่า กิจกรรมมาราธอนในห้องชมรมครั้งนี้ จะทำให้เกิดเรื่องขึ้นจนได้

 

.

.

 

ก่อนจะออกจากห้อง มาร์คกับจินยองผลัดกันเช็กความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมและข้าวของต่างๆ ในห้องชมรม เมื่อพบว่าทุกอย่างน่าจะไม่ทำให้ใครสงสัยแล้วพวกเขาก็เดินออกมา จินยองเดินออกมาก่อน หลังจากนั้นอึดใจเดียวมาร์คก็ค่อยตามออกมา กะว่าออกไปแล้วค่อยวิ่งตามจินยองเพื่อเดินไปป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัยด้วยกันก็คงจะทัน

 

ทว่าเดินยิ้มออกมาได้แค่หน้าตึกเท่านั้นมาร์คก็เห็นแผ่นหลังบางของจินยองอยู่ไม่ไกล จินยองหยุดยืนนิ่งเหมือนกำลังตกใจอะไรบางอย่าง

 

“มีอะไรเหรอจินยอง”

 

รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาของคนที่วิ่งมาสมทบจืดเจื่อนไปเมื่อเห็นสีหน้าของปาร์คจินยองซึ่งยังคงยืนเบิกตาโพลงอยู่ตรงนั้น เขามองตามไป และเห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งลงจากรถ ประตูถูกปิดด้วยแรงอารมณ์ดังลั่นจนนักศึกษาแถวนั้นหันมามอง ผู้ชายคนนั้นย่างสามขุมมาหาจินยอง ดูเหมือนว่ายิ่งเห็นเขาเรียกจินยองอย่างสนิทสนม อารมณ์โกรธของผู้ชายคนนั้นก็ยิ่งพุ่งสูงจนเหมือนจะระเบิดออกมาได้ทุกวินาที

 

ข้อมือบางที่เพิ่งจะยกขึ้นคล้องคอเขาก่อนหน้านี้ถูกมือใหญ่ของผู้มาใหม่กระชากอย่างไม่ออมแรง จินยองหน้าเบ้ ทว่ากลับไม่ประท้วงสักแอะ มีแต่จะส่งสายตาหวาดกลัวปนรู้สึกผิดกลับไปให้

 

“จินยอง กลับไปกับอาเดี๋ยวนี้!

 

“คุณอา...ฟังจินยองอธิบายก่อนนะครับ คุณอา...”

 

“ไปคุยที่บ้าน”

 

น้ำเสียงห้วนตัดบทตั้งแต่จินยองยังไม่ได้เริ่มพูดอะไรทั้งนั้น คนที่จินยองเรียกว่าคุณอาตวัดสายตามามองมาร์คแวบหนึ่ง มาร์ครู้สึกคล้ายถูกเข็มแหลมแห่งความไม่ประสงค์ดีจากผู้ชายคนนั้นพุ่งเข้าใส่อย่างไรก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่ทำให้แปลกใจและตงิดนิดๆ ก็คือ...ตั้งแต่ คุณอาปรากฏตัวขึ้นจนกระทั่งลากจินยองเหวี่ยงขึ้นรถไป จินยองไม่หันกลับมามองเขาแม้แต่นิดเดียว

 

มาร์ครู้สึก...ใจคอไม่ดี

 

 

จินยองหยุดเรียนไปหลายวัน พอมาเรียนก็กลับมานั่งที่ห้องชมรม ท่าทางกระวนกระวาย  พอเห็นมาร์คจินยองก็เดินไปล็อกห้อง จากนั้นก็ดึงมาร์คเข้าไปจูบ

 

หลังจากจูบอันเนิ่นนานนั้น จินยองก็มองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน มาร์คสังเกตว่าแก้มเนียนที่เอามือของเขาไปแนบเอาไว้นั้นมีรอยฟกช้ำจางๆ ปรากฏให้เห็น

 

“พี่มาร์ค...พี่อี้เอิน ช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหมครับ”

 

.

.

“ไม่ว่าพี่จะเห็นอะไรบนตัวผม อย่าถาม...แต่ช่วยรักผม  รักผมอย่างอ่อนโยนที่สุด ได้ไหมครับ”

 

มาร์คตอบคำขอร้องนั้นด้วยจุมพิตที่ลึกซึ้งกว่าเดิม

 

เขาไม่ถามอะไรทั้งนั้นตามที่อีกฝ่ายขอร้อง ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะเห็นรอยช้ำตามตัวหลายแห่งดูจนน่ากลัวและทำให้คาใจมากก็ตาม ทว่าภาพที่จินยองดูเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขามันทำให้มาร์คทำลายความสุขนี้ไม่ลง เขาทำทุกอย่างอย่างอ่อนโยนที่สุดตามที่จินยองขอร้อง เขาทำราวกับว่าจินยองคือตุ๊กตากระเบื้องที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต

 

“จินยอง...พี่...รักจินยองนะ”

 

จินยองปรือตามองสบตาคนที่เพิ่งจะบอกรักให้ได้ยิน แม้ความสุขสมจากกิจกรรมที่ทำอยู่จะเอ่อล้นสักเพียงใด แต่ความเศร้าในตาคู่นั้นก็ยังชัดเจน มันเป็นความเศร้าปนกับความรู้สึกผิดที่มาร์คมักจะเห็นจากดวงตาคู่นี้เสมอ

 

เรียวปากสีสดยกยิ้มน้อยๆ มาร์ครู้คำตอบตั้งแต่จินยองยังไม่พูดออกมาด้วยซ้ำ

 

“ไม่เป็นไร ถ้าจินยองยังไม่มั่นใจไม่ต้องพูดก็ได้ เอาไว้จินยองมั่นใจเมื่อไหร่ จินยองค่อยตอบพี่นะ”

 

จริงๆ แล้ว ...มาร์คก็คิดว่าเขาพอจะรู้...รู้ว่ามันจะไม่มีวันนั้น

 

 

สองสามวันต่อมาเขาเห็นผู้ชายวัยกลางคนคนนั้นมารับจินยองอีกครั้ง แม้ว่ามาร์คจะรู้สึกไม่ค่อยดีที่ทำแบบนี้ แต่เขาคิดว่าตัวเองควรจะพิสูจน์อะไรบางอย่างให้แน่ใจเพื่อจะได้ไม่กลายเป็นการคิดไปเอง  หรือไม่อีกที...มาร์คคิดว่าเขาต้องการพิสูจน์เรื่องนี้เพื่อให้ตัวเองตัดใจจากจินยองเสีย แม้ว่าเพิ่งจะทุ่มความรักให้ไปทั้งหมดแล้วก็ตาม

 

มาร์คตามรถของ คุณอาไปจนถึงอพาร์ทเมนต์ขนาดกลางแห่งหนึ่ง

 

อพาร์ทเมนต์นี้มีระบบรักษาความปลอดภัยค่อนข้างหละหลวมเพราะไม่ใช่ที่ที่แพงอะไรนัก เท่าที่มาร์คสังเกต คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็คือชนชั้นกลางธรรมดา เขาแอบย่องตามสองคนนั้นไปห่างๆ ขณะขึ้นมาถึงชั้นห้าและกำลังไม่รู้ว่าจะตามต่ออย่างไรเพราะมองไม่เห็นว่าจินยองกับคุณอาเข้าไปที่ห้องไหน เสียงโครมจากห้องใกล้ๆ กันก็ดึงความสนใจของมาร์คได้เป็นอย่างดี

 

“โอ๊ย...”

 

เสียงร้องนี้เป็นเสียงจินยองแน่ๆ มาร์คขยับเข้าไปใกล้ห้องที่เป็นต้นเสียง ประตูหน้าห้องเปิดแง้มเอาไว้ ทำให้เห็นร่างซึ่งกำลังนั่งขดอยู่ที่มุมหนึ่ง

 

จินยองกำลังนั่งตัวงอ จับแขนที่คงจะไปกระแทกเข้ากับอะไรสักอย่างทำให้เกิดเสียงโครมเมื่อครู่

 

“ต้องให้บอกกี่ครั้งกี่หนว่าแกเป็นของฉัน! ต้องให้ตีกี่ทีถึงจะหลาบจำ หึ...เพื่อนเหรอ คิดว่าฉันไม่รู้รึไง!

 

คนที่จินยองเรียกว่าคุณอาเตะจินยองซึ่งยังคงนั่งร้องไห้อยู่มุมห้องครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่ปราณี มาร์คแทบจะกลั้นหายใจ เขารู้แล้วว่ารอยฟกช้ำตามตัวจินยองมาจากไหน

 

“แค่นี้มันยังไม่พอหรอก ลุกขึ้นมา!

 

มือใหญ่กระชากคอเสื้อจินยองอย่างแรงจนร่างบางลอยหวือ จินยองถูกเหวี่ยงไปอีกมุมหนึ่งของห้องซึ่งมาร์คไม่เห็น แต่ฟังจากเสียงแล้วจินยองน่าจะถูกเหวี่ยงไปลงบนฟูกที่ไม่นุ่มนัก

 

ภาพสุดท้ายที่มาร์คเห็นก่อนที่ผู้ชายตัวสูงใหญ่คนนั้นจะเดินพ้นกรอบประตูไปก็คือมือซึ่งกำลังปลดเข็มขัดและกางเกงของตัวเองด้วยอารมณ์โกรธ ก่อนจะได้ยินเสียงจินยองร้องดังลั่นเจือเสียงสะอื้น ทว่านั่นยังไม่ใช่เสียงที่ทำให้มาร์ครู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบเท่ากับเสียงต่อจากนั้น

 

“ฮือ...คุณอาอย่าทำจินยองแรงๆ เลย...จินยอง...จินยองรักคุณอา...คนเดียว ฮึก...จริงๆ นะครับ”

 

 

.

.

 

มาร์คไม่รู้ว่าวันนั้นตัวเองออกมาจากอพาร์ตเมนต์นั้นได้อย่างไร และก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแอบตามไปทุกครั้งที่เห็นจินยองไปกับ คุณอาส่วนใหญ่ผู้ชายคนนั้นจะมาลากจินยองถึงมหาวิทยาลัยด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ตอนแรกมาร์คก็คิดว่าเพราะคุณอารู้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจินยอง แต่หลังๆ มันก็ไม่ใช่แบบนั้น เพราะเพียงแค่จินยองนั่งทำรายงานอยู่กับเพื่อนที่คณะก็ยังเป็นสาเหตุของความโกรธจนกระทั่งนำไปสู่การเจ็บตัวของจินยองได้ทุกที

 

เขารู้...เพราะตามไปทุกครั้ง และได้ยิน...หรือบางทีก็ได้เห็นการทำร้ายร่างกายด้วยการลงไม้ลงมือ และการทำร้ายจิตใจด้วยคำพูดด่าทอนั่นทุกครั้ง

 

และทุกครั้ง จินยองก็ยังย้ำว่ารักแค่คุณอาคนเดียว

 

เขาฟังแล้วอึดอัดชะมัด

 

 

ครั้งสุดท้ายที่ฟังสองคนนั้นทะเลาะกัน จินยองเริ่มตอบโต้ด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวขึ้นเพราะคราวนี้ฝ่ายคุณอาดันไปเที่ยวออฟเด็กผู้ชายข้างนอก เรื่องนี้จินยองเคยทำหน้าซึมตอนอยู่ที่ชมรมแล้วก็ถามเขาขึ้นมาลอยๆ ว่า การที่ผู้ชายคนหนึ่งไปหาเศษหาเลยกับคนหากินมันหมายความว่าเขาไม่รักคนที่รอเขาอยู่ที่บ้านแล้วหรือเปล่า

 

แต่ตอนหลังมาร์คเพิ่งรู้ว่าเรื่องมันมีมากกว่านั้น...เพราะคุณอาติดโรค และทำให้จินยองติดไปด้วย

 

ถึงอย่างนั้น จินยองก็ยังรักผู้ชายคนนี้อย่างนั้นหรือ...

 

ความเจ็บปวดและอึดอัดทำให้มาร์คคิดว่าบางที...ถ้าหากไม่มีผู้ชายคนนั้นจินยองก็คงไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องเจ็บปวดใจ ไม่ต้องพูดคำว่ารักทั้งที่คนที่รักกำลังทำร้ายตัวเองอยู่

 

บางที...

 

...บางทีเขาอาจจะเป็นคนทำให้จินยองหลุดจากความทรมานนี้ เพียงแค่เขาลงมือทำอะไรสักอย่าง

 

...หรือบางที...

 

ความคิดหนึ่งวูบขึ้นมาในหัว เขาคิดว่าเขาไม่ได้กำลังช่วยให้จินยองหลุดจากวังวนของคนแย่ๆ หรอก แต่สิ่งที่เขาจะทำมันคือการสนองความต้องการของตัวเขาเองต่างหาก

 

ก็แค่เอาคนคนนี้ออกไปซะ

 

เพราะอย่างนั้น มาร์คจึงคว้าขวดเบียร์เปล่าที่วางอยู่ข้างประตู และปล่อยให้อารมณ์นำพาเขาไปสู่การกระทำที่ไม่อาจถอยหลังกลับได้อีก

.

.

.

 

“ฮึก...คุณอา...คุณอา...ฮือ...จินยองรักคุณอา คุณอาอย่าทิ้งจินยองไป...ฮือ...”

 

จินยองร้องไห้ก้มลงซบอกกว้างของคนตายไปแล้ว ปากก็พร่ำบอกคำรักซ้ำๆ ราวกับแผ่นเสียงตกร่อง คำรักที่ฝ่ายนั้นบอกเจ้าของร่างไร้ลมหายใจนี้เสมอ คำรักที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็ยังคงเปล่งออกมาจากปากของปาร์คจินยองเพื่อให้ คุณอาฟังครั้งแล้วครั้งเล่า

 

...คำรักที่มาร์คไม่เคยได้รับจากจินยองเลย...

 

มาร์คนั่งมองจินยองร้องไห้กับศพของผู้เป็นอาโดยไม่คิดสนใจเขาซึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น จินยองไม่เคยรักเขาจริงๆ นั่นแหละ ต่อให้ถึงวันนี้ วินาทีนี้ วินาทีที่ คุณอาไม่อยู่แล้ว จินยองก็ยังรักแต่คุณอา ให้ตายอย่างไร...ใช่...ต่อให้ตายไปจริงๆ อย่างนี้ จินยองก็ยังรักคนตาย เลือกคนตายมากกว่าคนเป็นอย่างเขา ต่อให้ทำเพื่อจินยองสักแค่ไหน รักจินยองสักเท่าไหร่ มันก็ไม่มีประโยชน์

 

ทั้งที่รู้ว่าอย่างไรเสีย จินยองก็ไม่เลือกเขา แล้วทำไมเขาถึงต้องรักจินยองมากขนาดนี้ด้วยนะ

.

.

ทุกสิ่งที่เขาทำไป มันเปล่าประโยชน์ จินยองไม่เลือกมาร์ค ทั้งที่มาร์คต้องการจินยองมากเหลือเกิน

 

มือสั่นเทาเอื้อมไปหยิบเศษขวดที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษแก้วชุ่มเลือดชิ้นใหญ่ๆ แม้จะลื่นและมือก็ยังสั่น แต่มาร์คก็จ่อมันเข้ากับข้อมือด้านในของตัวเองได้อย่างแม่นยำ ทว่าเพียงแค่กดลงไปเท่านั้น เศษแก้วก็ถูกใครอีกคนมาดึงไปจากมือและเขวี้ยงไปอยู่อีกมุมห้อง

 

“พี่มาร์คจะตายไปแบบนี้ไม่ได้นะ!

 

จินยองจ้องเขาด้วยสายตาโกรธปนเสียใจ น้ำตายังคงไหลอาบแก้มไม่หยุด ความโกรธที่อยู่ในดวงตาคู่นั้นเหมือนมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบหัวใจของมาร์คอย่างแรง ...นั่นสินะ คนที่ฆ่าคนอื่น คงจะไม่ได้รับอนุญาตให้ตายง่ายๆ หรอก

 

โดยเฉพาะฆาตกรที่ฆ่าคนที่จินยองรักที่สุด...

 

“จินยอง...”

 

บางที...ถ้าหากว่าเขาลองขอร้องดูอีกสักครั้ง

 

“จินยอง...จินยองไปกับพี่ได้มั้ย  ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว ไม่มีใครว่าอะไรจินยองได้อีกต่อไปแล้ว เพราะงั้น...ไปกับพี่นะจินยอง นะ...”

 

จินยองก้มหน้า มาร์คเห็นน้ำตาจากดวงตาคู่สวยนั้นหยดลงพื้น

 

“จินยองเป็นอิสระแล้วนะ เพราะฉะนั้น...ไปกับพี่เถอะ...นะจินยอง”

 

“ฮึก...”

 

จินยองสะอื้น คนตรงหน้าเขาร้องไห้อย่างหนัก  มาร์คเฝ้ารอคำตอบของจินยองด้วยใจหวาดกลัว

 

สุดท้าย...จินยองก็ส่ายหน้า

 

 

มาร์ครู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นแผ่วเบาจนแทบจะหยุด ที่จริงเขารู้แล้วว่าจินยองไม่มีทางเลือกฆาตกรที่ฆ่าคุณอาสุดที่รัก แม้จะรู้ว่าเดิมพันครั้งนี้คงทำให้เขาเจ็บปวดแสนสาหัส แต่มาร์คก็เลือกจะขอร้องคนที่เขารักดูอีกสักครั้ง  แน่นอน สุดท้ายแล้วผลมันก็เป็นอย่างที่เขาคิด ไม่ก็คือไม่...แม้ว่าเขาจะต้องการจินยองมากแค่ไหนก็ตาม

 

“พี่...ไปเสียเถอะครับ”

 

มาร์คเงยหน้าขึ้นมอง จินยองยังคงก้มหน้ามองพื้น

 

“ถ้าพี่ยังอยู่...ผมก็ลืมไม่ได้หรอกว่าพี่...ฆ่าคุณอา”

 

สุดท้ายแล้วจินยองก็ไม่รักเขาจริงๆ นั่นแหละ

 

มาร์คค่อยๆ ลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก แข้งขาที่อ่อนแรงเพราะอาการช็อกเมื่อครู่ดีขึ้นมากแล้ว เขามองคนที่ยังคงนั่งก้มหน้าอยู่อย่างนั้นเป็นครั้งสุดท้าย จนแล้วจนรอดจินยองก็ยังไม่ยอมเงยหน้า มาร์คยิ้มเศร้าให้ตัวเองก่อนจะหันหลังกลับ เดินออกไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ

 

ถ้าพี่ยังอยู่ ผมก็ลืมไม่ได้หรอกว่าพี่...ฆ่าคุณอา

 

.

.

จินยองคงไม่รู้...ถ้าพี่ไม่มีจินยอง พี่ก็อยู่ไม่ได้อยู่ดีนั่นละ

 

 

จินยองรอให้ร่างโปร่งเดินลับหายไปจากสายตา กระทั่งแน่ใจแล้วว่ามาร์คจะไม่กลับเข้ามาอีก เขาจึงหันกลับไปสนใจร่างไร้ลมหายใจของผู้เป็นอา มือเรียวค่อยๆ ปิดตาให้คนตายอย่างอ่อนโยน ลูบแก้มสากอย่างรักใคร่ นาทีต่อมาก็ค่อยๆ เอาเลือดที่ทะลักออกมาจากแผลที่ท้องมาป้ายเสื้อตัวเองให้ชุ่ม ทั้งยังป้ายสองมือให้เหมือนกับที่มันเลอะเต็มสองมือของมาร์คเมื่อครู่นี้ ก่อนจะรีบควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง กดโทรออกไปที่หมายเลขโทรศัพท์หนึ่ง

 

“สถานีตำรวจใช่ไหมครับ...ผม...ผมเพิ่งฆ่าคนตาย...”

 

กรี๊ดดด...

 

เสียงกรีดร้องของใครสักคนในอพาร์ตเมนต์ทำให้เขาหยุดชะงัก จินยองเงี่ยหูฟังเสียงโหวกเหวกที่เริ่มต้นขึ้น คนหลายคนตะโกนถามว่าเกิดอะไรขึ้น อีกหลายคนส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ เสียงพูดคุยที่ชัดที่สุดเป็นของคนที่เช่าห้องอยู่ชั้นห้าเหมือนกับเขา

 

มีคนโดดตึก!’

เห็นบางคนบอกว่าเห็นเดินจากชั้นห้านี่ขึ้นไปโดดลงมาจากชั้นบนสุดแน่ะ

ยังหนุ่มยังแน่นไม่น่าคิดสั้นเลย

 

จินยองรู้สึกเหมือนเลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็ง เขาได้ยินเสียงคุณตำรวจแว่วมาในโทรศัพท์ ทว่ากลับพูดไม่ออก 

 

เสียงรถพยาบาลและรถตำรวจคล้ายแว่วมากับสายลมจากที่ไกลแสนไกล...

 

...............................The End......................................


TalK : 

สวัสดีค่ะ นี่เป็นฟิค GOT7 เรื่องแรกที่เอามาลง คือพอฟังเพลง I NEED U และดู MV (เวอร์เต็ม) แล้วก็อยากจะแต่งอะไรประมาณนี้ขึ้นมา อ่านแล้วรู้สึกยังไงคอมเมนต์บอกกันได้นะคะ

อืม ปกติแล้วเค้าฮิตแท็กทวิตเตอร์กันใช่มั้ยนะ ...งั้นตั้งเป็นแท็ก #ฟิคมจอนย ละกัน ง่ายๆ ฮ่าาาา

แต่จริงๆ เราชอบอ่านคอมเมนต์ในนี้มากกว่าค่ะ แฮ่

ถ้าใครอ่านแล้วรู้สึกว่าเหมือนเรื่องมันขาดอะไรไป แบบว่าตัดอะไรเยอะไปรึเปล่า...

เราขอนำทางไปสู่เวอร์ชั่นออริจินอลของเรื่องนี้ค่ะ >> http://seetakarn.blogspot.com/2015/05/sf-i-need-you-original-ver-mark-x.html

เนื้อเรื่องหลักๆ เหมือนกันทุกอย่าง เพียงแต่จะมีฉากเพิ่มเข้ามา เผื่อว่าจะเข้าถึงความรู้สึกตัวละครมากขึ้นเนอะ แหะๆ

ฝากด้วยนะค้า *ไหว้ย่อขา*


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

334 ความคิดเห็น

  1. #212 meaw meaw (@meaw-007) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 16:47
    จบได้บีบหัวใจมากๆ
    ทุกคนเหมือนกำลังถูกฆ่าให้ตายด้วยความรัก
    #212
    0
  2. #202 eeepob (@ppoobb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 13:37
    โอโห.... มันคืออะไร รุนแรงมาก จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก โอโหหหห
    #202
    0
  3. #200 Kirigami Yuma ✘ (@bonjovi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 22:48
    ฮือออสงสารอะ;-;
    #200
    0
  4. #197 mp-ark (@mp-ark) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:38
    โหยยยยย
    เป็นฟิคที่แบบสงสารพี่มัคจริงจัง
    บรรยายไม่ถูกเลย ไม่ได้เศร้านะ แต่แบบหน่วงละมั้ง เราก็คิดแบบพี่มัคแหละ ว่ายังไงจินยองก็ไม่มีทางรักพี่มัคหรอก
    #197
    0
  5. #156 benbenLN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 01:22
    เดี๋ยวนะคะ ขอตั้งสติตัวเองแปปนะ.. นี่มันโศกนาฏกรรม!!! โอ๊ยยยย คือเราไม่ร้องไห้นะ แต่แบบ.. ยังไงอะะ มันอยู่ข้างในอะะ มันหน่วงแบบ.. เห้ย หดหู่อะ 55555555555 แต่เราอยากให้จินยองเห็นมาร์คจากไปนะ 55555555555 ดูโรคจิต แต่อย่างตอนจะกรีดข้อมือ คือเราอยากให้จินยองเห็นนะ555555555
    #156
    0
  6. #125 norrijung (@norrijung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 20:57
    หน่วงมากๆเลอะ เราไปอยู่ที่ไหนมาเพิ่งได้มาอ่าน
    ความรักที่จินยองมีให้คุณอา มันเรียกว่าความรักจริงๆหรือ เด็กเพียงสิบขวดโดนกระทำด้วยความรุนแรง จินยองคนแยกไม่ออกว่ามันเป็นความรักจริง จนมันเกิดเป็นความเคยชิน และสนุกกิจกรรมที่ทำถึงมันจะรุ่นแรง

    เมื่อได้มาเจอมาร์ค กับได้รักความรัก และรักแบบนิ่มนวลและอบอุ่น จินยองคงรู้สึกดี และคงอยากได้มันจากคุณอา เราสงสารมาร์คจังต้องยอมทำทุกอย่างทั้งที่รู้ว่ายังไงคงไม่ได้ความรักกลับมา แต่ก็รักจินยองไปแล้ว การทำผิดพลาดด้วยอารมณ์เพราะความรักมันไม่ช่ายเรื่องที่ผิด แต่มันก็ไม่ช่ายเรื่องที่ถูก แต่เราคิดว่าจินยองก็ต้องรู้สึกดีๆกับมาร์คบาง ยอมที่จะให้มาร์คพ้นจากสิ่งที่ทำแล้วตัวเองยอมรับผิด แต่ลืมคิดไปว่ามาร์คจะอยู่ได้อย่างไง มันเป็นความเสียใจในครั้งที่จินยองจะไม่มีวันลืมแน่ๆ
    #125
    0
  7. #111 ☻You Are My A+☻ (@natttakan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 18:06
    พีคมากเลยค่ะ สนุกมาก การเล่าเรื่องก็ดีมาก
    #111
    0
  8. #106 wijiiiiiii (@wijiiiiiii) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 11:47
    ไม่เคยอ่านฟิคมัคจินแล้วหน่วงจนต้องถอนหายใจแบบนี้มาก่อน หน่วงมากกกก(แต่เราก็ชอบนะ)

    จินยองไม่ได้เคยเรียนรู้การมีความรัก และคงคิดไปเองว่าสิ่งที่คุณอาหยิบยื่นให้คือความรัก จริงๆมันคือความใครต่างหาก และแน่นอนจินยองลุ่มหลงกับรักจอมปลอมของคุณอามาก มากจนตัดสินใจทำอะไรขนาดนั้น สงสารทั้งมาร์คและจินยองเลยค่ะ ฮืออออออ
    #106
    0
  9. #91 cotty♡ (@cotty95) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 07:20
    ถ้าไม่ติดว่าอยู่กับญาตินี่คงจะร้องไห้แล้วค่ะ ;-;
    รู้สึกอึดอัดในอกมาก อยากจะวิ่งไปกรี๊ดในทุ่งโล่ง
    ฮือออออออ ชีวิตของคนอ่านฟิคเศร้าสองตอนติด ;-;
    ความจริงแล้วจินยองอาจจะรักพี่มาร์คก็ได้นะคะ..
    เพราะแบบนี้ก็เลยไล่พี่มาร์คแล้วรับผิดเอาเอง
    ในขณะที่กับคุณอาแล้วอาจจะเป็นเพียงความผูกพัน
    ที่มีมาตั้งแต่เด็ก เป็นความรักจากคนๆ เดียวที่มีให้
    จนเผลอคิดไปเองว่าเป็นความรัก...

    เรื่องนี้โคตรจะเป็นโศกนาฏกรรม คนหนึ่งถูกฆ่า
    คนหนึ่งฆ่าตัวตาย คนหนึ่งเข้าคุก คุณพระ ฮืออ orz
    สงสารจินยองเหมือนกันนะคะ ที่คนที่รักและคิดว่ารัก
    ไม่อยู่ด้วยทั้งสองคนแล้วตัวเองยังต้องจมทุกข์
    อยู่ในคุกที่เผลอๆ น้องก้นก็คงไม่ปลอดภัยอีก
    แต่แบบ... ยังไงก็โรค ;-; เฮ้อม

    ขอบอกว่าชอบคาแรคเตอร์พี่มาร์คมากกกกกกก
    รู้สึกว่ามีความเรียลสูง555 แบบว่านี่แหละต้วนอี้เอิน
    คิดว่าตอนอยู่แอลเอก็คงแบบนี้แหง เขินนะแต่อยากจีบ
    ทำอะไรแบบตรงไปตรงมา อ่อนโยนแต่ก็ร้อนแรง
    แล้วครั้งแรกที่ปลดเปลื้องของเขาหมด
    แต่ตัวเองปลดแค่ซิปนี่แบบ..กรี๊ดดดดดดดดด
    อยากได้จังเลยค่ะ TvT 5555

    ส่วนจินยองนี่ชอบความใสที่แอบมีความร้อนแรง
    แต่มันก็เพราะคุณอาแหละเนอะ... (ข้ามไปค่ะ55)
    เราชอบตอนจินยองเช็ดให้พี่มาร์คมากเลย
    ดูพูดสิ "เลอะหมดเลย" น่ารักกกกกกกกกกก
    น่าฟัดสุดๆ 4-5 รอบก็ไม่พออ่ะพูดเลย555

    สุดท้ายก็ขอขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ<3

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 เมษายน 2559 / 07:36
    #91
    0
  10. #75 SUWEE PIAM (@empty94) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 00:20
    โหยยยจบเศร้าแรงงง ที่จริงทำให้นึกถึงเพลง lies - bigbang ด้วยนะคะ คล้ายๆกันเลย ฮือออออ ทำไมเศร้าขนาดนี้ มาร์คจบชีวิตตัวเองง่ายไปรึป่าว ทำไมคิดสั้นแบบนี้นะ
    #75
    0
  11. #52 951024s (@951024s) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 03:59
    สงสารจินยอง เหมือนจินยองยึดติดกับคำว่ารักแล้วก็เซ็กจากคนคนนึงจนมองไม่เห็นอะไร อย่างว่านี่คงรักมากและฝังใจมากมาคั้งเเต่เด็ก คุณอาเลยเหมือนเป็นโลกทั้งใบ พอมาร์คเข้ามาก็เหมือนมาคอยปลอบโยน มาเป็นเเสงสว่างให้น้อง แต่มันอาจจะไม่มากพอ ที่จะทำให้จินยองเปลี่ยนใจ

    เราอึ้งตอนมาร์คกระโดดตึกมากค่ะ คงจะทั้งผิดหวัง ทั้งไม่รู้ว่าจะทำยังไงที่เพิ่งฆ่าคนไป เหมือนเป็นความคิดชั่ววูบ แต่มาร์คก็ทำมัน

    สงสารทุกคนเลยค่ T____T

    ปล. ภาษาไรท์ดีมากเลยยย ชอบบบบ
    #52
    0
  12. #39 miw_natti (@miw_natti) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 23:07
    พึ่งมาอ่าน งื้อTT คือมันจะไม่ม่าใช่มั้ย
    รายนี้ไม่ค่อยชอบแนวนี้555
    เพราะแค่ดูMV I Need You แล้วก็ยังเจ็บปวดมาถึงทุกวันนี้
    แอบดีใจลึกๆที่Got7ไม่มี MVหดหู่แบบนี้
    แต่พอมาเจอฟิคนี้ คือแบบ แง๊..ม๊ายยย
    เอาตรงๆ ตอนแรกอ่านไปได้ไม่ถึงครึ่งเริ่มไม่อยากอ่านแล้ว มันแปลกๆชอบกล กลัวตัวเองคิดมากตาม
    แต่อยู่ดีๆก็อยากอ่านเฉยเลย ก็เลยตัดสินใจ งื้อTT อ่านก็ได้
    //ไรท์คะ อย่าทิ้งฟิคนี้นะ กราบงามๆล่ะ ปล.ขอจบสวยๆ555
    #39
    2
    • #39-1 ศีตกาล (@seetakarn) (จากตอนที่ 1)
      28 พฤศจิกายน 2558 / 23:38
      เอ๋ง~?<br /> I Need You ตอนเดียวจบนะคะ อันนั้นคือจบแล้วค่ะ จบแบบนั้นแหละ แฮ่~<br /> ไม่อยากให้ดาร์คก็ไม่ทันแล้วค่ะ... ขอโทษน้าาา
      อ้อ..ถ้าไม่ชอบดราม่ามาก มีแค่แมวขโมย(Thief Cat)เรื่องเดียวค่ะ แฮ่^^

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 พฤศจิกายน 2558 / 23:41
      #39-1
    • #39-2 miw_natti (@miw_natti) (จากตอนที่ 1)
      29 พฤศจิกายน 2558 / 23:00
      งื้อTT ไรท์มาตอบด้วย น้ำตาไหลพราก
      โอเค ตั้งสติใหม่ // ดีใจที่ตอนนี้จบแค่นี้555 เมื่อวานอ่านไปแค่ตอนเดียว เลยง่วงก่อน
      วันนี้เค้าจะมาอ่านตอนที่เหลือให้หมดเยย
      ขยันอัพบ่อยๆนะคะไรท์ รักน้าแคร์ด้วย สู้ๆ
      #39-2
  13. #36 Linin_94 (@yyen) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 22:10
    ดาร์กมากกกก โหวววว มันดาร์กมากจริงๆ ขอตั้งสติเรียบเรียงถ้อยคำก่อนนะคะ  ฮือออ
    เป็นฟิคที่ดาร์ก และดราม่ามากๆเลยค่ะสำหรับเรา จินยองเป็นอะไรที่น่าสงสารมากกก น้องโดนกระทำ แล้วโตมาแบบนั้นอ่ะ คือ เด็กเหมือนกับผ้าขาวที่บริสุทธิ์ อยู่ที่ผู้ใหญ่ว่าจะแต่งแต้มสีอะไรให้เขา บังเอิญว่าสีที่อาแต้มให้มันเป็นโทนสีมืด เข้มจัด จินยองโตมากับความรุนแรง โตมากับเซ็กส์ สยองแค่ไหน!! คือ รู้จักเซ็กส์ตั้งแต่เด็กอ่ะ มันไม่น่าแปลกเลยว่าทำไมจินยองถึงเสพติดมัน มันฝังหัวและมีอิทธิพลในชีวิตของจินยองมาตลอดสิบกว่าปี  มันซึมเข้าไปแล้ว  เป็นอะไรที่แย่มากๆเลย ทำไมอาทำแบบนี้ ไม่เข้าใจอาเลยจริงๆนะ  เราเชื่อว่าจริงๆแล้วจินยองไม่ได้รักอาหรอก แต่มันเป็นความกลัว เกรง แล้วยึดติดมากกว่า เหมือนจินยองโตมากับอา อยู่แค่กับอา เลยกลายเป็นว่าคุ้นเคยว่าทำยังไงอาถึงพอใจ แล้วก็นะก็วนกลับมาในรูปแบบเดิมคือเซ็กส์ กับความรุนแรง น่าสงสารมากจริงๆ

    พอมาร์คเข้ามาในชีวิตของจินยอง มาร์คคงเหมือนกับแสงสว่างที่เข้ามาทำให้ชีวิตของจินยองมีมุมที่สดใส มาร์คอ่อนโยน และไม่รุนแรงแบบที่อาทำ อย่างน้อยเราก็เชื่อว่าความสัมพันธ์(ทางกาย)กับมาร์คต้องดี และไม่รุนแรงแบบอาแน่ๆ จินยองคงสับสนมากๆ การมีอาเป็นคนสำคัญในชีวิต มีอาเป็นผู้บงการว่าควรทำอะไร ไม่ทำอะไรมาเป็นสิบปีคงไม่ทำให้จินยองสามารถตัดขาด หรือเลือกมาร์คได้ง่ายๆ  อย่างตอนสุดท้ายจินยองก็ยังคงยึดติด ยังวิ่่งเข้าไปกอดอา  แต่ลึกๆแล้วเราคิดว่าจินยองมีความรู้สึกดีๆให้มาร์คนะ  มันอาจถึงขั้นความรัก เพียงแต่จินยองไม่รู้ว่ามันคืออะไร ซึ่งก็คงเพราะจินยองมีความผูกพันกับอามากกว่า ไม่อย่างนั้นคงไม่เลือกที่จะรับผิด แล้วให้มาร์คหนีไปหรอก  ซึ่งสุดท้ายแล้วมาร์คก็หนีไปจริงๆ T_T

    ปล.ขอบคุณสำหรับฟิคเรื่องนี้นะคะ มันดราม่า ดาร์กมากๆ ภาษาก็ดีมากๆเลยค่ะ และที่ต้องขอบคุณที่สุด คือ ขอบคุณที่มาแต่งฟิคมาร์คจินนะคะ^^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2558 / 22:14
    #36
    0
  14. #30 momark (@momemonkey) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 23:52
    มันบีบไปทั้งใจเลยค่ะ T^T สงสารทุกคนเลย มันดูทรมาน ทรมานมากๆ ตอนจบนี่บีบหัวใจมาก ร้องไห้เลยยยย ฮืออออออ
    #30
    0
  15. #24 VIKanda :) (@028198166) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2558 / 22:01
    งื้อออ เจ้าถึงอารมณ์มากค้ะ ชอบๆ 👏🏻😘
    #24
    0
  16. #19 AlIIzabeTT's (@aliizabett2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 00:18
    กรี๊ดดดดด เศร้าแรงค่ะฮือออออ ทุ่มเทไปเท่าไหร่ รักมากเท่าไหร่ก็ไม่ทำให้จินยองคิดที่จะรักพี่มาร์คเลยสักนิดดด ทำไมล่ะฮืออออ คือตอนแรกคิดว่านยองน่าจะมีใจให้พี่มาร์คอยู่เหมือนกันไหงกลับกลายเป็นว่าไม่เคยรักเลย ฮือออออออ
    #19
    0
  17. #17 hamugi (@hamugi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 19:43
    บีบหัวใจยิ่งนัก T_T น้ำตาไหลพอๆกะเลือดคุณอาเลย ทำไมจินยองต้องทนคุณอาด้วย ไม่เข้าใจน้อง คือชีวิตมันช่าง....รันทดใจ
    #17
    0
  18. #13 Angalgel (@zinlanimie) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 00:53
    ฮือออ จุกไปหมด พูดไม่ออกเลยค่ะไรท์ จะสงสารใครดีล่ะคะ ฮืออ คนที่อยู่ หรือคนที่ตาย เอาจริงๆจินยองก็คงรู้สึกดีกับมาร์ค แต่อย่างว่า คุณอา คงกลายเป็นอะไรที่ฝังลึกในจิตใจไปแล้วล่ะ มาเจอกับมาร์คที่ดูเหมือนมอบความรัก ความอ่อนโยนให้ จินยองเองก็คงเผลอไผลไปบ้าง แต่สุดท้าย... TT^TT
    #13
    0
  19. วันที่ 7 กันยายน 2558 / 22:52
    ไม่รู้จะเม้นท์ยังไงเลย จุก จุกมาก เพิ่งเคยอ่านแนวนี้ครั้งแรก

    พีคสุด...
    #11
    0
  20. #6 kanya123456 (@kanya123456) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 03:06
    เศร้าแรงงง ทำไมไรท์ทำกับรีทอย่างนี้ ฮือออออออ
    #6
    0
  21. #3 EAHZ' (@Foxy_G) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 00:21
    เริ่มเรื่องก็ว่าบีบคั้นสุด ๆ แล้ว พออ่านตอนจบนี่อยากอุทานว่า 'เชี่ย!!' เลยค่ะ / ขอโทษที่หยาบคาย .__. /
    แต่มันร้องคำไหนไม่ได้อีกแล้ว ในใจก็คิดว่าเรื่องจะดีขึ้น แต่เปล่าเลย ยิ่งเลวร้ายลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ
    สำหรับจินยองที่ตั้งแต่เด็กจนโตก็โดนคุณอาผูกมัดด้วยเซ็กส์มาตลอด คำว่ารักที่พูดกรอกหูจินยองเสมอ
    เด็กอายุเท่านั้นก็คิดได้แค่นั้นจริง ๆ ทำยังไงให้คุณอารัก เกือบทั้งชีวิตของจินยองมอบให้คุณอาไปแล้ว
    พี่มาร์คก็เป็นความอ่อนโยนที่จินยองไม่เคยได้รับมาก่อน จินยองแค่รู้สึกดี แต่ไม่ได้รักเหมือนที่มาร์คทุ่มใจให้จนหมด
    เพราะคำว่ารักที่จินยองต้องการนั้นต้องมาจากปากคุณอาแค่คนเดียว มองอีกมุมพี่มาร์คก็เหมือนของเล่นของจินยองด้วยซ้ำ
    อ่านแล้วสะเทือนใจมากค่ะ คำว่ารักที่ใคร ๆ ก็มองว่าดี แต่นำมาซึ่งความสูญเสีย จินยองผูกตัวเองไว้กับคำว่ารักของคุณอา
    ส่วนมาร์คก็รักจินยองมาก มากจนเผลอทำสิ่งที่ร้ายแรงลงไป สุดท้ายไม่ว่าอย่างไรจินยองก็ไม่รัก เลยรู้สึกผิดหวังมาก

    ระหว่างที่อ่านเราก็เดาเรื่องมาตลอดว่าจินยองอาจจะรักมาร์คบ้าง กล้าหนีตามมาร์คไป แต่กลับโดนไรท์แหกอกตอนท้าย
    เสียใจ แต่ก็โอเคที่จะจบแบบนี้ เข้าใจความสูญเสียของทุกฝ่ายเลยค่ะ ชีวิตจริงก็คงโหดร้ายไม่ต่างจากนี้ ฮรึกส์! TT
    ขอบคุณสำหรับฟิคมาร์คจินนะคะ จะติดตามผลงานดี ๆ แบบนี้ต่อไป ว่าง ๆ ก็คลอดฟิคมาร์คจินมาแบ่งปันกันอีกนะคะ
    #3
    0
  22. #2 มังกี้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 22:12
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยย มันบีบคั้นหัวใจขั้นสุด ฮืออออออ

    นยองผู้แสนอาภัพรักงือ

    คุณอาเห็นแก่ตัวมากเลยนะที่ทำแบบนี้

    นยองยอมเค้าเพราะรักใช่ไหมลูก แม่เข้าใจ งืออ

    มัคคึ ฉันรู้ว่าแกรักนยองมาก แกหวังดีกับนยอง

    แต่ความรักมันย่อมมีเหตุผลของมัน

    งือออ

    เศร้า นี่พูดเลย ร้องห้ายยยย
    #2
    0
  23. #1 AliceJay (@alicejay) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 20:42
    กรี๊ดดดดดดดดดดด  ขอหวีดออกเสียง  มือสั่นไปหมดแล้วค่ะ

    คุณพี่ไม่รู้หรอกว่าน้องดีใจแค่ไหนที่ในที่สุดคุณพี่ก็ยอมเขียนมัคจิน (หลังจากเคยแอบหยอดไปพักใหญ่)

    ฮือ ดีใจจริงๆ ค่ะ  งานเลอค่ามาก



    นี่ไปเปิดเพลงฟังตามด้วย  บีบใจมาก บีบใจตั้งแต่ต้นจนจบเลย

    มาร์ครักจินยองมากกกกกกก  แต่มันไม่ใช่แค่รัก  มันทั้งหลงใหล ทั้งคลั่งไคล้

    เอาจริงว่ามาร์คไม่ใช่คนโง่ แต่มาร์คก็ยอมจินยองมาตลอด

    อาจเพราะจินยองมีอะไรสักอย่างที่สะกดมาร์คให้อยู่หมัดตั้งแต่แรกพบ มาร์คก็เลยทุ่มไปทั้งใจ

    สุดท้ายก็กลายเป็นคนที่ถูกทั้งความรักและความอยากเป็นเจ้าของครอบงำหัวใจตัวเอง



    เราเข้าใจจินยองมากๆ  โลกนี้มีคนที่ทำให้เราเจ็บปวดจนอยากตายให้พ้นๆ แต่เราก็ยังเลิกรักเขาไม่ได้

    แต่ที่จินยองยอมช่วยมาร์คเราว่าเพราะจินยองเองก็คงมีมาร์คอยู่ในหัวใจอยู่ไม่น้อย

    สิ่งที่ทำให้เราสงสารจินยองในเรื่องไม่ใช่การถูกทำร้ายร่างกาย  แต่คือการที่จินยองสร้างกรงขึ้นมาขังตัวเอง

    เจ็บเอง เสียใจเอง อดทนเอง แบกรับทุกอย่างด้วยตัวเอง เพียงเพราะเหตุผลเดียวคืออยากได้ความรัก

    เสียดายนิดๆ  อยากรู้เหมือนกันว่าถ้ามาร์คพยายามมากกว่านี้  จินยองจะยอมเปิดใจมั้ย

    เพราะโอกาสมันดูไม่เท่ากับศูนย์เลยสักทีเดียว



    ตอนจบพีคมากค่ะ  เรามือสั่นเลย

    ทุกอย่างมันไวมาก ชั่ววูบไปหมด แต่เราเข้าใจตัวละครหมดเลย

    ก็เลยยิ่งสงสารทั้งมาร์คทั้งจินยองเข้าไปใหญ่  ฮืออออออ

    ขอแอบเดาตอนต่อจากนี้อีกนิด.. เราว่าสุดท้ายแล้ว  ถ้าน้องไม่เสียใจจนแทบเป็นบ้าก็คงฆ่าตัวตายตาม

    โอยยยยยยย  ขีวิตหม่นหมองไปอีก  ฮือออออ



    ขอบคุณอีกครั้งสำหรับฟิคดีๆ นะคะ

    ปูเสื่อรอเรื่องต่อไปเลยค่ะ (เปล่ากดดันนะคะ  แต่รอจริงๆๆๆๆๆๆ  อิอิ)
    #1
    0