:: Seetakarn's GOT7 Fiction Room :: MarkJin , 2JAE

ตอนที่ 17 : [OS] After the Play (MarkNior)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 836
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 พ.ค. 59

Title : After the Play
Paring : Mark x Jinyoung
Catagory : Drama
ละครเวทีที่อ้างถึง : Children's Hour, Breaking the Code
TalK : 
จริงๆ อยากจะแต่งตั้งแต่เรื่องเกิดขึ้นใหม่ๆ เพราะหน่วงหัวใจมากจริงๆ หน่วงมากๆต้องระบายด้วยฟิคค่ะ ; _ ;
ไม่มีอะไรจะพูดมากมายนอกไปเสียจาก...เรื่องที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมดค่ะ ดัดแปลงนิ้ดดดเดียวเพื่อให้เข้ากับบริบทมาร์คเนียร์
จริงๆ มันอาจจะไม่เข้าก็ได้ เราเองก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ เราแค่อยากให้จินยองมาถ่ายทอดความรู้สึกแทนเราหน่อย สนองความต้องการคนเขียนล้วนๆ
ถ้าหากผู้เกี่ยวข้องกับละครเวทีเรื่องดังกล่าวบังเอิญได้มาอ่านเข้า ก็จุ๊ๆไว้นะคะ ขอบคุณค่ะ 


..............




After The Play

 



จินยองไม่เคยดูละครเวทีเรื่องไหนแล้วรู้สึกหน่วงหัวใจขนาดนี้มาก่อน

 

ต้องยอมรับว่าตัวเรื่องเองก็ให้ความรู้สึกหน่วงพออยู่แล้ว ฝีมือการแสดงของนักแสดงแต่ละคนก็ดีเยี่ยมจนทำให้จินยองรู้สึกถึงเอกลักษณ์ของคาแร็คเตอร์นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี และอีกเรื่องที่ขาดไม่ได้ก็คือฝีมือการกำกับของผู้กำกับซึ่งละเอียดอ่อนประณีตและถ่ายทอดทุกสิ่งที่ต้องการสื่อออกมาให้คนที่ชอบตีความอย่างเขาเห็นอย่างชัดเจน สมแล้วที่เป็นผลงานของเด็กป.โท สมแล้วที่เป็นผลงานของคนคนนั้น...

 

มาร์ค ต้วน

 

ละครเวทีเรื่องนี้ยาวเป็นพิเศษ กว่าจะเลิกก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มครึ่ง ผู้ชมที่มีอยู่เต็มโรงละครของมหาวิทยาลัยทยอยกันออกมาโดยที่ถูกนักศึกษาปริญญาตรีผู้เป็นสตาฟของงานถือกระบอกใส่ปากกาดักอยู่หน้าประตู เด็กๆ ร้องบอกอย่างสุภาพว่าให้ผู้ชมทุกท่านช่วยกรอกแบบสอบถามด้วย จินยองเขียนความคิดเห็นลงไปด้วยปากกาของตัวเองครึ่งหนึ่งแล้วเมื่อตอนพักครึ่งเวลา แต่ปากกาของเขาเองไม่ค่อยดีจึงเดินเข้าไปขอยืมปากกาจากนักศึกษามาเขียนต่อ

 

เขาเขียนทุกอย่างที่อยากบอกผู้กำกับและนักแสดงเกี่ยวกับละครเวทีเรื่องนี้ รวมถึง ปล.สุดท้ายที่เขียนถึงผู้กำกับโดยเฉพาะเพราะรู้ว่าเจ้าตัวต้องได้อ่านแน่ ไม่รู้เขาเขียนละเอียดเกินไปหรืออย่างไร เงยขึ้นมาอีกทีเด็กๆ นักศึกษาปริญญาตรีเหล่านั้นก็หายกันไปหมดแล้ว ประตูโรงละครปิดสนิท ผู้คนที่อยู่ด้านหน้ามีเพียงนักแสดงกับเพื่อนพี่น้องของนักแสดงที่กำลังยืนพูดคุยถ่ายรูปกันอยู่เท่านั้น

 

จินยองเดินเก้ๆ กังๆ ไปทั่วบริเวณ เขาไม่รู้จะส่งแบบสอบถามกับใครเพราะไม่เหลือสตาฟอยู่เลยแม้สักคนเดียว จะฝากนักแสดงให้ช่วยเอาไปส่งให้ก็เกรงใจ คนเดียวที่จินยองพอจะฝากได้ก็คงมีแต่คุณผู้กำกับคนเก่งซึ่งกำลังพูดคุยโอบกอดกับใครสักคนอยู่ใกล้ๆ นั่นละ

 

ระหว่างรอมาร์คพูดคุยกับคนซึ่งน่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนปริญญาโทสาขาวิชาการละคร จินยองก็หวนคิดไปถึงก่อนหน้านี้ที่เขาตอบตกลงจะมาดูละครเวทีที่มาร์คกำกับ ทั้งที่ตอบตกลงไปแล้ว แต่จริงๆ จินยองก็มีความคิดชั่ววูบว่าจะไม่มาดีไหม เรื่องเหตุผลนั่นจินยองไม่รู้หรอก รู้แต่จู่ๆ เขาก็ไม่อยากมา ถึงอย่างนั้นสุดท้ายก็ยังมา เมื่อตอนก่อนเข้าโรงละคร มาร์คก็ยังออกมาพบเขาอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส จินยองยังกอดมาร์คพลางโยกตัวไปมาอย่างสนุกสนานด้วยซ้ำ แม้ว่าจะมารู้เมื่อหนึ่งนาทีให้หลังว่าที่จริงมาร์คออกมาหาแม่ตัวเอง(แต่เจอจินยองนั่งอยู่ก่อนเลยแวะคุย) แต่จินยองก็ดีใจที่มาร์คไม่มีท่าทีแปลกๆ เหมือนเมื่อครั้งทำละครเวทีก่อนเรียนจบปริญญาตรีนั่น

 

จินยองจำได้ และก็เชื่อมาตลอดว่าละครเวทีเรื่องนั้นเป็นเหตุให้มาร์คเปลี่ยนไป และทำให้พวกเขาเลิกกัน

 

ละครเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยาวนัก ก่อนมาร์คจะนำไปกำกับยังส่งบทละครภาษาอังกฤษมาให้จินยองช่วยแปลอยู่เลย มันเป็นเรื่องของครูสาวสองคนในโรงเรียนประจำซึ่งมีใจให้กัน แต่เรื่องมาแดงเพราะการโกหกของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง สภาวะแวดล้อมทางสังคมในสมัยนั้นทำให้การตัดสินใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเธอเป็นเรื่องน่าลำบากใจเหลือเกิน

 

ตอนที่จินยองรอดูละครเวทีอยู่หน้าโรงละครและมาร์คเดินออกมาทักทายด้วยสีหน้าอ่อนเพลียจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำในครั้งนั้น อ้อมกอดของอีกฝ่ายทำให้จินยองรู้สึกใจหายวาบ เขารู้สึกว่ามาร์คเปลี่ยนไป การตัดสินใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไม่ได้น่าลำบากใจแค่ในละคร แต่มันส่งผลถึงความลำบากใจของมาร์คด้วย

 

มาร์คไม่เคยพูดอะไรเรื่องนี้ตอนที่บอกเลิกกับจินยองในอีกสามเดือนต่อมา

 

กระทั่งจินยองมาถามเอากับมาร์คเมื่อปีก่อน ตอนที่พวกเขาเลิกกันไปและกลับมาเป็น พี่น้องกันอีกครั้งเมื่อนานมากแล้ว ในที่สุดมาร์คก็ยอมบอกว่าละครเรื่องนั้นทำให้เขาคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับจินยอง มาร์ครู้สึกเหมือนกับตัวละครตัวหนึ่งในเรื่อง...คือรู้สึกว่าตัวเองเห็นแก่ตัวมากเกินไปที่คบกับจินยองเพียงเพราะอยากได้ความรู้สึกของการมีแฟน

 

จินยองก็จำได้อีกนั่นแหละ ว่าตอนที่ตกลงคบกัน มาร์คเคยบอกว่าที่ตกลงไม่ใช่แค่เพราะอยากมีแฟน แต่เพราะชอบจินยองจริงๆ

 

มาร์คมาแก้ตัวทีหลังว่าตอนแรกก็ชอบจินยองจริงๆ แต่พอคบกันไปเรื่อยๆ กลับรู้สึกว่าไม่ใช่

 

การถอยออกมาเป็นพี่น้องกันเหมือนก่อนที่จะคบกันเป็นแฟน เป็นสิ่งที่ทำให้มาร์คสบายใจขึ้น แต่สำหรับจินยองมันคือยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้าๆ ให้เจ็บปวดทรมานไปทั่วทั้งร่าง ช่วงแรกเขาตัดทุกการติดต่อกับมาร์ค ใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะกลับมาคุยกันได้แบบนี้ แต่ถึงกลับมาคุยกันได้ ก็ใช่ว่าแผลจะหายไป

 

แผลนั้นกลายเป็นแผลเป็นที่ไม่มีวันลบเลือนอยู่ลึกๆ ในใจของเขา

 

จินยองตื่นจากภวังค์เมื่อมาร์คผละจากคนคนนั้นแล้วหันมายิ้มให้เขาซึ่งยืนรออยู่สักพัก เขายื่นแบบสอบถามในมือพร้อมปากกาที่ยืมมาให้พลางว่า “ฝากไปคืนหน่อยสิครับ เขียนนานไปหน่อย หายกันไปหมดแล้ว”

 

มาร์ครับไปดูข้อความยาวเหยียดในช่องเขียนแสดงความคิดเห็นซึ่งยาวกว่าคนปกติธรรมดาจะเขียนกันแล้วก็ยิ้มขำ พยักหน้าหงึกหงักว่าโอเค แล้วก็เข้ามาสวมกอดจินยองอีกครั้ง

 

จินยองได้ยินมาร์คพูดอะไรงึมงำๆ ฟังไม่ถนัดเพราะพวกเขากอดกันอยู่ ได้แต่ร้องห๊ะ มาร์คจึงพูดอีกครั้ง

 

“อ้อนไง เหนื่อยอะ ขออ้อนหน่อย”

 

“อืม”

 

จินยองครางรับ มือที่กอดทาบอยู่บนหลังของอีกฝ่ายลูบช้าๆ ปลอบโยน เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าอีกฝ่ายอ้อนต้องทำยังไง ไม่เคยรู้...ทั้งที่ฝ่ายที่อ้อน(สำเร็จ)ก็มีแต่มาร์คทั้งนั้น ตลอดเวลาที่คบกันจินยองทำเป็นแต่ตามใจ เหมือนกับว่าเขาเกิดมาเพื่อตามใจมาร์คอยู่ฝ่ายเดียวตลอด ไม่ว่าจะดูหนัง กินข้าว กินขนม ที่ผ่านมาจินยองตามใจมาร์คทั้งนั้น พออยากให้ฝ่ายนั้นตามใจบ้างกลับกลายเป็นเรื่องราวทะเลาะกันใหญ่โตตอนสิ้นปีไปได้

 

ก็เหมือนตอนเลิกนั่นแหละ คนอยากเลิกมีแต่มาร์คฝ่ายเดียว จินยองจะทำอะไรได้นอกจากตามใจ

 

“แล้วนี่จบงานนี้มีอะไรอีกมั้ยครับ”

 

จินยองเอ่ยถามเมื่อผละออกจากอ้อมกอดของกันและกัน เห็นอีกฝ่ายบ่นเหนื่อย บางทีเขาอาจจะชวนไปดูหนังหรือว่ากินขนมด้วยกันได้บ้าง

 

มาร์คพยักหน้าหงึก “จบนี่แล้วทำอีกเรื่องนึงต่อเลย แสดงวันที่ห้าสิงหา” ว่าแล้วก็ทำหน้ามุ่ยอีก จินยองไม่รู้จะตอบอย่างไร เขาไม่ได้ตอบออกไปว่าวันที่ห้าสิงหาจะมาดูอีกหรืออะไรอย่างนั้น เพราะในใจไม่ได้คิดอยากมาดูขนาดนั้น ถึงครั้งนี้มาร์คจะไม่มีท่าทีแปลกๆ เพราะการทำละครแล้วก็เถอะ

 

“อื้ม ผมเห็นแล้วนะครับ นักแสดงคนนั้นที่พี่บอกน่ะ สายตาเขาชวนให้หลงจริงๆ ด้วย”

 

“หืม? หมายถึงอะไร”

 

ว่าพลางขยับเข้ามาใกล้เพื่อให้จินยองลดเสียงลงเพราะกลัวนักแสดงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จะได้ยินเข้า

 

“ก็ที่พี่บอกว่าแอบชอบนักแสดงคนนึงไง”

 

ตอนชวนจินยองมาดูละครเวทีเรื่องนี้ มาร์คเคยบอกว่าแอบชอบนักแสดงคนหนึ่ง พอจินยองแกล้งเชียร์ให้สารภาพมาร์คก็บอกว่าเดี๋ยวเสียงาน อีกอย่างหนึ่งนักแสดงคนนั้นก็มีแฟนอยู่แล้ว

 

“คนที่เล่นเป็นคริสโตเฟอร์ใช่ไหมล่ะ”

 

มาร์คส่ายหน้า จินยองเหวอไปเล็กน้อย ก็เขาคิดว่าตัวเองเดาถูกแล้วเชียวว่าคนที่มาร์คแอบชอบคือนักแสดงที่เล่นเป็นคริสโตเฟอร์ ความรักฝังใจของอลัน ทัวริ่ง ในละครเวทีจากชีวประวัติของอลันเรื่องนี้ ในเมื่อสายตาหวานเชื่อมชวนหลงเสียขนาดนั้น สิ่งที่จินยองเขียน ปล. ไปในใบคอมเมนต์ก็คือเรื่องนี้ด้วย

 

“ให้ทายอีกที”

 

“ถ้างั้นก็...”

 

จินยองพยักเพยิดไปทางซ้าย ซึ่งนักแสดงที่แสดงเป็นรอน กำลังยืนคุยกับเพื่อนอยู่

 

“ใช่” มาร์คยิ้ม แต่วินาทีต่อมาก็หน้าเศร้าไปอีก “แต่เขามีแฟนแล้วอะ เศร้า”

 

“อะไรกัน เขามีแฟนแล้วก็มาหาผมนี่ ผมยืนรออยู่ตรงนี้ทั้งคนไง”

 

หลังๆ จินยองมักหยอดมาร์คแบบนี้บ่อยๆ เขาตั้งใจให้มันเป็นแค่มุกขำๆ ไม่จริงจัง แต่ถามว่าจินยองขำรึเปล่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน และถ้าถามว่าหยอดไปแล้วฝ่ายนั้นใจอ่อนขึ้นมาสักวันแล้วกลับมาคบกับจินยองอีกครั้งจริงๆ เขาจะทำยังไง...จินยองก็ตอบไม่ได้

 

เพราะเขารู้อยู่แล้ว ว่าคำตอบของมาร์คคือ...

 

“ไม่ละ”

 

“พี่มาร์คใจร้ายจัง”

 

จินยองหน้ามุ่ย ทำเอามาร์คหัวเราะร่วน จริงๆ มันก็ดีแล้วละ เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายมาซีเรียสอะไรกันตอนนี้

 

ถึงจะแอบเจ็บก็เถอะ

 

“แล้วนี่พี่มาร์คกลับได้เลยรึเปล่าครับ

 

“ก็เดี๋ยวคุยกับนักแสดงอีกหน่อยนึง”

 

“อืม กลับยังไงครับ หออยู่หลังมหาลัยแต่ว่ามันดึกแล้วนา มีเพื่อนเดินรึเปล่า” ดึกแล้ว ในมหาวิทยาลัยก็ไม่ค่อยมีคนด้วย มันก็ไม่ได้ปลอดภัยขนาดนั้น

 

“ฉันไม่เดินหรอก เดี๋ยวนั่งแท็กซี่เอา”

 

จินยองพยักหน้ารับรู้ พอดีกับที่เพื่อนๆ ของมาร์คลากไปถ่ายรูปรวมเด็กป.โทการละคร มาร์คให้จินยองช่วยถ่ายรูปให้ หลังจากนั้นจินยองก็ขอตัวกลับ

 

เขาลงลิฟต์จากโรงละครมายืนนิ่งที่บันไดหน้าคณะเล็กน้อย จินยองพิมพ์ข้อความหามาร์คในโปรแกรมแชทว่ากลับดีๆ ถึงแล้วบอกด้วย มหาวิทยาลัยค่อนข้างมืดอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ จินยองเลี้ยวออกไปทางถนนที่ติดกับคณะ ทางเท้าที่เขาใช้เดินไปขึ้นรถไฟฟ้านั้นเงียบพอควรเพราะติดรั้วโรงเรียนกับมหาวิทยาลัยทั้งหมด ถนนซึ่งปกติจะรถติดบัดนี้กลับโล่งว่าง จะว่าไปนี่ก็เกือบห้าทุ่มแล้ว เดินคนเดียวในที่แบบนี้ก็น่ากลัวอยู่เหมือนกัน

 

จู่ๆ จินยองก็คิดขึ้นมาได้ว่ามาร์คไม่ได้ถามเขาสักคำว่ากลับยังไง

 

จินยองหัวเราะขื่น เงยหน้าขึ้นมองฟ้าเพราะรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล ทำไมเขาต้องเป็นห่วงอีกฝ่ายจนเป็นนิสัยขนาดนั้นด้วยก็ไม่รู้ ถึงขนาดลืมคิดห่วงตัวเองว่าทางกลับบ้านของตัวเองน่ากลัวกว่าเสียอีก เขาส่งข้อความบอกอีกฝ่ายว่าให้กลับดีๆ ถึงแล้วบอกด้วย แต่ตัวเองกลับต้องมาเดินในบรรยากาศเปลี่ยวๆ โดยที่มาร์คไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้สักคำ

บางที...จินยองก็เกลียดที่ตัวเองนึกถึงอีกฝ่ายมากเกินไป

 

 

 

.................EnD...................



? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

334 ความคิดเห็น

  1. #230 markjingot7 (@markjingot7) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:36
    หน่วงมากค่า
    #230
    0
  2. #226 meaw meaw (@meaw-007) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 18:23
    อ่านแล้วมันก็เจ็ยเนอะ
    คนที่ไม่ใข่ ยัวไวก็ไม่ใช่อ่ะ
    #226
    0
  3. #199 mp-ark (@mp-ark) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:54
    อ่านแล้วคิดถึงตัวเอง
    เราก็เคยหยอดๆแบบนี้กับแฟนเก่า ตอนแรกเค้าบอกจะกลับ สุดท้ายเค้าก็พูดแบบนี้เลย 'ไม่ละ' ขำๆปนจุกไปในตัว
    #199
    0
  4. #158 twinxp (@phanstitch) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 14:47
    คนที่ยังรู้สึกเหมือนเดิมทุกอย่างย่อมเจ็บเสมอค่ะ เข้าใจจินยองเลย เป็นห่วงเขาจนลืมห่วงตัวเอง คงเศร้าไม่น้อยที่โดนตอบกลับมาแบบนั้น ฮืออ ปวดหัวใจเหลือเกิน 
    #158
    0
  5. #157 FINFINFIN (@finfinfin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 14:22
    จบแบบจบเฉยอะค่ะ เววววววว
    มีความปวดใจ แต่ไม่ว่าตัวจะอยู่ไหนใจก็อยู่ที่เชาใช่มั้ยคะ
    เรื่องความรู้สึกนี่หลอกใครก็ได้แต่หลอกตัวเองไม่ได้จริงๆ
    แถมเรื่องเจ็บอีกเรื่องคือความจริงว่าเขาไม่รักก็คือเขาไม่รักจริงๆค่ะ ไม่มีความหมายอื่นเลย อห อิน จะร้องงงง
    5555
    TT-TT
    #157
    0
  6. #135 PEPIPRIM (@so_youngha) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 20:07
    หน่วงมากเลยค่ะ TvT เหมือนเรายังโหยหาเขาอยู่ฝ่ายเดียวทั้งที่เขาไม่ได้สนใจอะไรจริงๆจัง ฮือออเศร้า
    #135
    0
  7. #134 eingk (@eing-5) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 19:22
    ตอนเราอ่านก็คิดนะคะว่าทำไมมาร์คไม่ถามจินยองบ้างว่ากลับยังไงทั้งๆที่มันก็ดึก น้องก็กลับคนเดียว
    แบบนี้มันเจ็บมากอะ ที่เรายังห่วงเขาอยู่คนเดียว โครตทรมาน
    #134
    0
  8. #133 Tthejannn (@thejannn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 21:56
    แม้แต่ทางกลับบ้านยังไม่พูดถึงเลย
    คือมัน
    ดูเป็นเรื่องเล็กที่เป็นเรื่องใหญ่จังเลยค่ะ y_y

    มาร์คใจร้ายจังเลยนะคะ
    จินยองเองก็ดูจะเจ็บไม่หยอกเลย
    การที่คนนึงใส่ใจ ไถ่ถาม ยังนึกถึง แต่อีกฝ่ายไม่มีอะไรแบบนี้อยู่เลย มัน อยากเจ็บปวดแทนจินยองจังค่ะ
    ทนได้ไงกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ และยังจะทำแบบนี้อยู่อีกกันนะ y_y

    ตอนที่ถามเรื่องแฟน แล้วจินยองพูดถึงตัวเองว่านี่ไง มาหาจินยองนี่
    รู้สึกอยากร้องไห้เลยค่ะ
    ต้องจิตใจแข็งแกร่งแค่ไหนกันนะถึงกล้าแบกรับความรู้สึกหลังคำตอบนั้นของมาร์คได้
    จินยองดูจะเก่งและแกร่งเกินไปแล้วค่ะ
    แต่เขาไม่ควรเก่งกับเรื่องแบบนี้นะคะ ไม่เลยสักนิดเดียว y_y

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 มิถุนายน 2559 / 21:56
    #133
    0
  9. #124 cotty♡ (@cotty95) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 10:47
    อ่านงานคุณทีไร เราต้องหน่วงทุกทีเลย 5555 ;-;
    อาจจะเพราะคุณบอกตั้งแต่ต้นด้วยว่ามาจากเรื่องจริง
    ทำให้ตอนอ่านเราไม่ได้นึกถึงมาร์คกับจินยองเท่าไร
    หรืออาจจะเป็นเพราะเราคิดว่าบทสองคนนี้น่าจะสลับกัน
    คือเรามองว่ามาร์คเป็นพวกชอบตามใจแฟนไงคะ
    แล้วจินยองก็ดูเป็นคนที่เรื่อยๆ เหมือนอยากจะมีแฟน
    แต่จริงๆ นั้นไม่อยากจะมีหรอก เราเลยว่าน่าจะสลับ ;-;
    แต่ก็นั่นแหละค่ะ เราชอบวิธีการถ่ายทอดของคุณ
    ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่อ่านแล้วชอบมาก ; v ;

    มาร์คในเรื่องใจร้ายมากนะคะ ;-;
    ดูมีแต่เรื่องที่ทำให้จินยองเสียใจ..
    จินยองก็ตัดใจซะเถอะนะ สู้สู้!

    เป็นเม้นที่แปลกๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฮืออ
    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ :)
    #124
    1
    • #124-1 ศีตกาล (@seetakarn) (จากตอนที่ 17)
      31 พฤษภาคม 2559 / 13:27
      ไม่แปลกหรอกค่ะ^^
      จริงๆแล้ว เราก็รู้สึกเหมือนกันว่าบทควรสลับกัน
      เพราะว่ามาร์คน่าจะเป็นคนชอบตามใจมากกว่า
      แต่ด้วยความที่คิดว่านิสัยจินยองใกล้เคียงกับเรา เลยอยากให้จินยองรับบทนี้
      เอาจริงๆ จินยองเป็นมนุษย์กรุ๊ปโอที่ดูคล้ายเอพอควร
      ในขณะที่บทมาร์คนั่นตัวละครในชีวิตจริงเป็นมนุษย์บีค่ะ(นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่รู้สึกไม่เข้ากันเท่าไหร่)

      อย่างไรก็ดี ดีใจที่ชอบนะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
      เพียงแต่ว่าบางทีต่อให้ตัดใจไปแล้ว แต่บาดแผลที่มันทิ้งรอยอยู่ในใจก็เป็นสิ่งที่ลบได้ยากเหลือเกิน ^^"
      #124-1
  10. #123 acevfrdm (@empty94) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 14:05
    โหยยยยยย เจ็บปวดมากเลยนะคะ... ทำไมสวสารขนาดนี้ มาร์คใจร้ายจัง
    #123
    0
  11. #121 ลำไส้ใหญ่ (@ploythip17) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 00:30
    หน่วงมากครับ ไปไม่ถูกเลยเจ็๋บเกิ้นรอน้าา
    #121
    0
  12. #120 Tkktt (@kalof) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 23:19
    มาร์คใจร้ายมากกกกกก
    #120
    0
  13. #119 Junie K. (@imjuni3z) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:30
    จะเรียกว่าไม่รักเฉยๆคงไม่พอ มาร์คนี่ไม่มีความรู้สึกอะไรกับจินยองเลยหรอ? ถึงจะในฐานะเพื่อน พี่ คนรู้จัก อย่างน้อยแค่บอกให้กลับดีดีนะก็ได้ไหมนะ ดีแล้วละจินยองที่เลิกกัน ไปหาคนที่เขารักและแคร์เราดีกว่าอยู่กับคนที่ไม่ให้ใจเราเลย
    #119
    0
  14. #118 ☻You Are My A+☻ (@natttakan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:55
    หน่วงจังเลยค่ะ บางทีก็อาจจะมีแค่เราเนอะที่ยังยึดติดอยู่กับเรื่องเดิมๆ เขาเดินไปไกลมากแล้ว แต่เรายังอยู่ที่เดิมอยู่เลย
    #118
    0
  15. #117 Wanussarin Rungsang (@marknior_) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 19:59
    หน้วงมากอะ หน่วงสุดๆ เข้าใจความรู้สึกนยองเลย ฮือออ
    #117
    0
  16. #116 magnate (@prince-autumn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 18:48
    เสียใจมากอ่ะจริงๆ เสียใจกว่าจินยองอีก
    #116
    0
  17. #115 wen_in (@niniwniniw) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 18:21
    โอ๊ยหน่วงอะฮรือออออ จินยองยังรักและเป็นห่วงมาร์คอยู่ ในขณะที่มาร์คกลับไม่เคยรับรู้อะไรเลย แถมยังไม่คิดจะสนใจเลยด้วยโอ๊ยสงสารอะฮรือ
    #115
    0
  18. #114 ChatSine (@ChatSine) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 18:04
    หะ?????
    #114
    0