:: Seetakarn's GOT7 Fiction Room :: MarkJin , 2JAE

ตอนที่ 33 : [OS] My Rose :: MarkJin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    24 มิ.ย. 62

My Rose


มาร์คเดินคลำทางท่ามกลางความมืด ขั้นบันไดสำหรับเดินขึ้นไปบนที่นั่งคนดูในโรงละครนั้นเป็นเพียงเงาเลือนรางเมื่อต้องปรับแสงให้สว่างแค่บนเวที นักศึกษาที่นำทางเขาเข้ามาในโรงละครปิดไฟฉายเดินจากไปแล้ว โชคดีที่มาร์คสายตาดีพอจะเดินขึ้นไปหาที่นั่งสักที่ตรงริมๆ ได้อย่างปลอดภัยและเงียบเชียบ

เขาวางกระเป๋าเอาไว้ใต้ที่นั่งอย่างระมัดระวัง โรงละครเล็กๆ ของคณะด้านศิลปศาสตร์ยอดนิยมในมหาวิทยาลัยดังแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตนัก ที่นั่งเป็นเก้าอี้ธรรมดาที่เอามาวางบนอัฒจรรย์ขั้นบันได ดังนั้นเขาจึงต้องระมัดระวังไม่ให้ตัวเองทำเสียงดังแม้แต่นิดเดียวเพราะเกรงใจทั้งนักศึกษาที่แสดงละครอยู่บนเวทีและเกรงใจผู้ชมด้วยกันเอง

มาร์คจับดอกกุหลาบดอกเดียวที่เขาให้แม่ค้าห่อกระดาษแก้วเอาไว้ให้มันไม่ยื่นออกมาเกะกะทาง จากนั้นก็ตั้งใจดูละครเวทีฉากสั้นๆ ที่นักศึกษากำลังแสดง

งานวันนี้เป็นการแสดงละครฉากสั้นๆ ของนักศึกษาที่ลงเรียนวิชาการแสดง หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นการส่งงานครั้งสุดท้ายของนักศึกษาเหล่านี้ ซึ่งเปิดให้คนทั่วไปวอล์กอินเข้ามาชมได้ฟรีโดยไม่ต้องจองล่วงหน้า แน่นอน มาร์ครู้ดีว่าอย่างไรพัคจินยองก็ต้องมาดูละครวันนี้ด้วย เพราะพัคจินยองคืออาจารย์สอนวิชาการแสดงที่ต้องมาดูเพื่อให้คะแนนนักศึกษา

เขารู้ว่าวันนี้จะเจอจินยองแน่ๆ อย่างน้อยก็ตอนพัก

มาร์คหันขึ้นไปมองโต๊ะสำหรับสตาฟที่คอยควบคุมระบบต่างๆ สำหรับละครเวที ที่ผ่านมาพัคจินยองจะนั่งอยู่บนนั้น แต่วันนี้มาร์คมองไม่เห็นคนที่ดูน่าจะเป็นจินยองท่ามกลางความมืดเลย บางทีอาจจะมืดเกินไปจนเขามองไม่เห็น หรือว่าบางทีจินยองอาจจะไม่ได้อยู่บนนั้น

พอหันกลับมาแล้วดูละครไปสักพัก จู่ๆ มาร์คก็รู้สึกคุ้นอย่างประหลาดกับผู้ชายที่นั่งอยู่แถวข้างหน้าเขา

เบื้องหลังของผู้ชายคนนั้นคุ้นตาจนมาร์คเริ่มมั่นใจ เขาชะโงกตัวไปมองเล็กน้อยก็เห็นว่าผู้ชายคนนั้นถือโทรศัพท์มือถืออยู่บนตักแล้วถ่ายวิดีโออยู่ ปกติการแสดงที่นี่จะห้ามบันทึกภาพบันทึกเสียง ดังนั้นคนที่นั่งถ่ายคลิปโดยไม่รู้สึกอะไรได้ก็ต้องเป็นคนของโรงละคร...คนของคณะศิลปศาสตร์นี้

พูดง่ายๆ ว่าอาจารย์กำลังถ่ายคลิปที่เด็กๆ แสดงเก็บเอาไว้เพื่อใช้ในการประเมินนั่นละ

ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่ แม้มาร์คจะเห็นเพียงเงาด้านหลังท่ามกลางความมืดที่มากกว่าปกติ แต่เขารู้ว่าตัวเองเดาไม่ผิด คนคนนี้คือจินยองไม่ผิดแน่ มาร์คไม่คิดว่าเขาจะได้เจอจินยองอย่างรวดเร็วขนาดนี้ ถึงอีกฝ่ายจะยังไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่ข้างหลัง แต่แค่นี้มาร์คก็เริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว

จู่ๆ เขาก็รู้สึกสมเพชตัวเองที่จำอีกฝ่ายได้แม้จะเห็นเพียงเงาเลือนรางกลางท่ามความมืด

คนที่รักมากกว่าก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เรื่องนี้จริงยิ่งกว่าจริง แต่มาร์คยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูซเซอร์มากกว่านั้นเพราะเขาไม่ได้อยากชนะ เขายอมแพ้ก็ได้ จริงๆ ก็คือยอมทุกอย่างถ้าหากมันจะทำให้อีกฝ่ายกลับมารักเขาเหมือนเดิม

ละครพักครึ่งแล้ว

คนที่นั่งตรงหน้าเขาเก็บข้าวของเดินขึ้นไปที่โต๊ะควบคุมด้านบนก่อนไฟในโรงละครจะเปิดสว่างไสวเสียอีก ด้วยเหตุนั้นจินยองจึงไม่เห็นมาร์คที่นั่งอยู่ข้างหลัง มาร์คหันขึ้นไปมองโต๊ะควบคุมอีกครั้ง เขามองไม่เห็นจินยองแต่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ตรงนั้น ขณะกำลังชั่งใจว่าจะทำอย่างไรดี คนดูในโรงละครก็ทยอยเดินออกไปกันจนเกือบหมด

มาร์คตัดสินใจเดินลงจากที่นั่งคนดู ไปเข้าห้องน้ำ และเดินกลับเข้ามาอีกครั้งก่อนที่ละครชุดต่อไปจะเริ่มทำการแสดง

จินยองนั่งง่วนอยู่กับแท็ปเล็ตและสมุดโน้ตด้านหลังโต๊ะควบคุมอย่างที่เขาคาดเอาไว้

มาร์คหยิบดอกกุหลาบมาถือ เขาเดินขึ้นไปตามบันไดที่นั่งคนดู ตรงขึ้นไปหาจินยอง ด้วยความที่ยังไม่ถึงเวลาแสดงและคนที่เดินขึ้นมาไม่มีทีท่าจะเข้าไปนั่งที่ จินยองจึงเงยขึ้นมองตามสัญชาตญาณ

คนที่มาร์คคิดถึงสุดหัวใจแต่ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรเมื่อเจอกันนั้นทำหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่เชิง เหมือนจะใส่ใจแต่ก็ไม่ใช่ ประหลาดใจนิดหน่อยพอเป็นพิธี และก้มลงง่วนกับงานของตัวเองพอให้มาร์ครู้สึกผิดที่เดินเข้ามารบกวน

มาร์คยื่นดอกกุหลาบในมือให้โดยไม่ได้พูดอะไร จินยองรับไปวางบนโต๊ะด้วยท่าทางแบบคนกำลังยุ่ง

“ขอบคุณมากครับ”

“วันนี้วันโรสเดย์น่ะ” มาร์คเอ่ยเหมือนไม่รู้จะพูดอะไร จินยองส่งเสียงแสดงอาการประหลาดใจในข้อมูลที่ได้รับนิดหน่อย ที่จริงมาร์คก็ซื้อกุหลาบมาให้จินยองเพราะวันนี้เป็นวันโรสเดย์จริงๆ วันที่สิบสี่พฤษภาคม คนเกาหลีตั้งเอาไว้อย่างไม่รู้ว่าจริงหรือเล่นแค่ไหนว่ามันเป็นวันโรสเดย์ ดังนั้นคนจึงนิยมให้กุหลาบกัน หน้ามหาวิทยาลัยยังมีบูธแจกกุหลาบอยู่เลยด้วยซ้ำ

แต่ปกติเขาก็ชอบให้ดอกไม้จินยองอยู่แล้ว วันโรสเดย์จึงเป็นข้ออ้างที่จะซื้อกุหลาบสักดอกมาให้ และได้มาเห็นหน้าคนที่เขาคิดถึงเหลือเกิน

มาร์คนั่งลงข้างๆ จินยอง เห็นดังนั้นจินยองจึงต้องเงยขึ้นถาม

“มาดูละครเหรอครับ”

“อื้อ”

“ดูต่อไหม”

“อื้อ ดูต่อ”

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงง่วนอยู่กับแท็ปเล็ตที่ตัวเองจดข้อมูลของนักศึกษาเอาไว้ มาร์คก็คิดว่าเขารบกวนจินยองต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ และคนดูคนอื่นๆ ก็ทยอยกลับเข้ามาในโรงละครแล้วด้วย เขาจึงจำใจผละออกมาและกลับลงมายังที่นั่งคนดู

ไม่รู้ว่ากุหลาบในวันโรสเดย์ของมาร์คจะทำให้คนที่หมดรักกันแล้วอย่างจินยองลำบากใจหรือเปล่า ตอนแรกเขาก็ลังเลเพราะเหตุนี้ แต่อีกใจก็อยากทำตามใจตัวเอง อยากจะปัดความเป็นคนดีแสนดีนั่นออกไปแล้วทำตามใจต้องการโดยไม่ต้องคำนึงถึงจิตใจใครทั้งนั้น

แต่ทำไมสิ่งที่เขาทำ มันยิ่งทำให้ตัวเขาเองลำบากใจและเจ็บปวดกับท่าทีเฉยชานั่นมากขึ้นไปอีกล่ะ

มาร์คคิดว่าเขาช่างโง่แสนโง่ และช่างเป็นคนยึดติดเสียนี่กระไร เขากำลังดื้อด้าน พยายามพูดคุย เกี่ยวข้อง และเอาชีวิตไปผูกโยงกับคนที่หมดรักในตัวเขาแล้ว เพียงเพราะเขาคิดถึงอีกฝ่ายมากจนทนไม่ไหว ยิ่งตอนละครจบและเขาเดินลงมานั่งข้างล่างตึกคณะศิลปศาสตร์ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทั้งโง่ทั้งบ้า

มาร์คนั่งมองลิฟต์ที่จะพาคนจากชั้นบนลงมาชั้นล่าง ที่จริงเขารู้ว่ามีลิฟต์อีกตัวด้านหลังสำหรับบุคลากรในคณะและนักศึกษาที่ทำงานละครเท่านั้น แต่เวลานี้ ทั้งคณะและมหาวิทยาลัยเงียบเชียบ มาร์คคิดว่าหากใครลงมาเขาก็ต้องเห็น เว้นเสียแต่ว่าอีกฝ่ายจะติดรถใครที่จอดบนที่จอดรถด้านหลังเพื่อกลับบ้าน เขานั่งเล่นโทรศัพท์มือถือไปเรื่อยๆ สิบห้านาที ครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ไม่มีเงาของคนคนนั้น

เขาไม่รู้ว่าจินยองต้องรอคุยกับนักศึกษาหลังจบงานหรือเปล่า ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลามากแค่ไหน แต่เขากลับเลือกที่จะนั่งรออีกฝ่ายอยู่ตรงนี้โดยไม่ได้บอกอะไรอีกฝ่ายล่วงหน้า เขากะจะใช้วิธีใจร้าย มัดมือชกด้วยการพบเจอแบบไม่คาดคิดเพื่อจะเดินกลับบ้านด้วยกัน แต่สวรรค์ก็ดูจะไม่เข้าข้างมาร์คเอาเสียเลย

ณ ที่นั่งใต้ถุนตึกคณะศิลปศาสตร์ มีเพียงพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำตึก และคนแล้วคนเล่าที่ลงลิฟต์มาเพื่อกลับบ้าน แต่ไม่มีพัคจินยอง

เขายังลบความเจ็บปวดออกไปจากใจไม่ได้ ลบความคิดถึงที่มีต่อจินยองไม่ได้ แม้จะรู้สึกว่าตัวเองโง่งมเหลือเกินที่นั่งรออย่างไม่มีหลักประกันอะไรเลยมาชั่วโมงครึ่ง แต่ก็ยังไม่มีอะไรมาช่วยให้เขาตัดใจจากจินยองได้

มาร์คเดินกลับบ้านทางถนนด้านหลังมหาวิทยาลัย ทางเท้าเกือบตลอดแนวกำลังซ่อมแซม ทางค่อนข้างเปลี่ยวนี้ดูแสนเศร้าเหลือเกินเมื่อนึกถึงวันที่จินยองเดินเป็นเพื่อนเขาไปสถานีรถไฟทั้งที่จินยองกลับอีกทางสะดวกกว่า

เขาไม่อยากจมอยู่กับจินยอง แต่มาร์คทำอะไรไม่ได้ มาร์คทำอะไรกับหัวใจตัวเองไม่ได้

มาร์คยังคงรัก และรักนี้จะเป็นตัวเคลือบไม่ให้ความเจ็บปวดหลุดลอกออกไปจากหัวใจ มันนานกว่าครั้งใดที่มาร์คเคยประสบมา นานจนเขาไม่รู้ว่าจะมีวันโผล่พ้นน้ำได้หรือเปล่า

เขานึกถึงดอกกุหลาบที่ตนให้อีกฝ่ายไป ไม่รู้ว่าจบงานจินยองจะวางลืมเอาไว้ตรงนั้นหรือเปล่า หรือจะจงใจทำเป็นลืม หรือจะเก็บกลับไปทิ้งที่อื่น เก็บกลับไปวางส่งๆ ไว้บนโต๊ะ เก็บกลับไปวางส่งๆ ไว้ที่หอพัก ไม่ว่าอย่างไร มาร์คก็ไม่อาจนึกภาพที่อีกฝ่ายชื่นชมดอกไม้ดอกนั้นได้เลย ของใดก็ตามที่มาจากคนที่เราไม่ได้รัก ต่อให้เป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับผู้ให้มากเพียงใด แต่ก็กลายเป็นสิ่งไร้ค่าสำหรับผู้รับได้เสมอ

นี่เขาทำอะไรอยู่

มาร์คภาวนาให้จินยองมีใครสักคนเสียที ใจหนึ่งเขาก็บอกตัวเองว่าไม่อยากเป็นอย่างที่เป็นทุกวันนี้ แต่ความต้องการของเขาชัดเจนเหลือเกิน...เขาอยากส่งข้อความไปนัดเจอกับจินยอง อยากจะขอร้องอีกฝ่ายให้กลับมา อยากจะบอกว่าเขารักจินยองมากเหลือเกิน มากจนให้คุกเข่าขอร้องให้จินยองช่วยเริ่มต้นกับเขาใหม่อีกครั้ง ทำความรู้จักกันใหม่ ค่อยๆ คุยกันเหมือนกับที่จินยองพูดคุยอย่างปกติธรรมดากับคนอื่นก็ได้

แต่เขากลัวจินยองจะเพิกเฉย...เพราะการขอร้องเช่นนั้นใช้ไม่ได้กับ ความไม่รัก มาร์คไม่ได้ทำอะไรผิดให้จินยองถือโทษ จินยองไม่ได้จากมาร์คไปด้วยสาเหตุแย่ๆ แต่จินยองหันหลังให้เขาเพราะไม่รัก...เพราะจินยองไม่ได้รักมาร์คอีกต่อไป และไม่มีใครทำอะไรกับ ความไม่รัก ได้เลย

การเพิกเฉยของจินยองก็คมเหมือนมีดวาววับ แทงทะลุท้องให้เจ็บปวด หายใจไม่ออก ทรมานแทบบ้า...แต่ไม่ตายเสียที

ถึงอย่างนั้น มาร์คก็ยังยืนตากฝนแห่งความเศร้ารอเหมือนคนโง่อยู่ที่เดิม

 

..................The EnD...................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

334 ความคิดเห็น

  1. #334 TurTlexMarkjin (@TurTlexMarkjin) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 20:09
    คุณมาร์ค😭😭😭😭😭
    #334
    0
  2. #331 ssomo (@s-supawan) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 08:59
    อะไรท์จ๋า​ ทำไมต้องเจ็บซ้ำเจ็บซ้อนขนาดนี้​ หัวใจหนู​ ฮื่อออ​ กลับไปซบอกทวิตเตอร์​แล้ว​ 😭
    #331
    0
  3. #327 mj422 (@pg1013) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 20:52
    สงสารมาร์คจัง
    #327
    0
  4. #326 Rhadamanthus (@ratigorn) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 01:29
    ดูก็รู้เลยว่ารักเขามาก จริงๆจินยองอาจไม่ได้อยากใจร้ายเพียงเพราะไม่ได้รักมาร์คแล้ว แต่ที่ต้องเมินเฉยอาจเพราะไม่อยากให้มาร์คจมอยู่กับตัวเอง(คิดในแง่บวกสุดแล้ว เยียวยาใจตัวเองTT) คนไม่รักก็คือไม่รักอะเนอะ คนที่รักก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากมูฟออน เศร้าจัง
    #326
    0
  5. #325 Serena_v (@Serena_v) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 01:07
    ไม่รักคือเจ็บสุด ทำอะไรไม่ได้เลย ฮือออออ สงสารมาร์ค
    #325
    0
  6. #324 AnnaMTJYP (@annjrbhrn2) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 00:50

    แงงงงง เศร้ามากเลย
    #324
    0
  7. #323 norrijung (@norrijung) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 00:36
    การจะตัดขาดจากใครสักคนมันเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะกับคนที่เรารัก แต่ในเมื่อรักแล้ว ถ้าเราไม่กล้าที่จะบอกว่ายังรัก แล้วยังรออยู่ก็ยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม ถ้าเมื่อเวลามันเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วมาจินยองหมดรัก แทนที่มาร์คจะรอให้จินยองมีใครสักคน เราว่สมาร์คควรจะเริ่มเปิดใจให้ใครสักคนมันอาจจะดีกว่าก็ได้ อ่านแล้วเศร้าไปกับมาร์คอะ
    #323
    0