ว่าด้วยวิธีการจีบบุรุษ

ตอนที่ 23 : บทที่ 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,093
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 386 ครั้ง
    13 มิ.ย. 62






บางทีนางอาจจะทิ้งคุณหนูของตนเร็วเกินไป...


ฟาหยางคิดในใจเงียบๆพลางมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างอับจนปัญญา   คุณหนูตัวน้อยกำลังร้องห่มร้องไห้ฟูมฟาย   ยามนี้ผ่านมาจนจะค่อนคืนแล้วเด็กสาวก็ยังไม่ยอมนอน


เรื่องทั้งหมดสืบเนื่องมาจากที่นางตามคุณชายชางไปสะกดรอยอี้เหลียนมา   หลังได้รู้ความลับที่ตนไม่ได้อยากรู้สักเท่าไหร่จนทำให้กลับจวนช้ากว่าเวลาอันควรไปมาก   ซึ่งว่ากันตามจริงแล้วหากย้อนเวลาไปได้นางอาจเลือกไม่สะกดรอยตาม   เจ็ดในสิบส่วนของนิยายที่นางอ่านใครที่รู้มากเกินไปแล้วมิใช่ตัวละครพระหรือตัวละครนางล้วนแต่มักล้มหายตายจากไปตั้งแต่ต้นเรื่องเสมอ  


เมื่อมาถึงจึงพบว่าคุณหนูเฟยลี่ได้กลับถึงจวนก่อนนางนานแล้วด้วยสภาพสติไม่ใคร่จะสมประกอบนัก   เด็กสาวกลับมายังจวนด้วยความกังวลใจ   ยามได้ยินว่าสาวใช้ประจำตัวของตนหายไปเด็กน้อยก็เริ่มตื่นตระหนก   ผลจึงกลายเป็นฟาหยางต้องมาชดใช้กรรมของตนหลังเปิดระตูเข้ามารายงานตัว   นางถูกเด็กน้อยพุ่งเข้าใส่   กอดรัดไว้แน่น   ทั้งยังร้องไห้ไม่ยอมหยุด


แม้เวลาล่วงเลยจนนางแทบจะยืนหลับอยู่ตรงนี้ได้เฟยลี่ก็ยังดื้อดึงไม่ยอมให้นางไปนอนพักผ่อน   จนนางนึกอยากจับคุณหนูของตนมาเขย่าแล้วถามว่าเหตุใดไม่นอนไปเสียที   รู้หรือไม่ว่าเวลานอนมันมีค่ามหาศาลแค่ไหน!


แต่ในเมื่อทำไม่ได้นางก็ทำได้เพียงฟังคุณหนูระบายความอัดอั้นตันใจต่อไปอย่างไม่อาจโต้เถียง


“คุณหนูเจ้าคะ   สรุปว่าเล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังดีๆก่อนได้หรือไม่” เฟยลี่ตัดสนิใจเปิดปากปรามเมื่อเห็นว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่างตนอาจจะไม่ได้ไปนอนจริงๆ


“ข้าก็เล่าไปแล้วเหตุใดเจ้าไม่เข้าใจ” เฟยลี่เงยหน้าขึ้นโวยวาย   น้ำมูกน้ำตาทะลักทลายจนดูไม่ได้   ทว่าสาวใช้ไม่ได้นึกรังเกียจ   นางเพียงเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเช็ดใบหน้าหวานนั้นให้สะอาดเรียบร้อย


“คุณหนูร้องห่มร้องไห้ไปพูดไป   ทั้งยังไม่ไล่ต้นสายปลายเหตุให้เป็นเรื่องเป็นราวผู้ใดจะเข้าใจกันเจ้าคะ” นางปราม   ที่จริงนึกอยากดุอีกหลายคำแต่เห็นแก่ความปิดตนเองที่กลับมาถึงจวนช้ากว่าก็ได้แต่ยอมลงให้เด็กสาวอีกหลายส่วน “ใจเย็นๆก่อนแล้วตั้งสติค่อยๆเล่าให้ข้าน้อยฟังดีๆได้หรือไม่เจ้าคะ   หากคุณหนูฟูมฟายเช่นนี้นอกจากจะไม่เข้าใจแล้วข้าน้อยยังไม่อาจหาทางช่วยคุณหนูด้วยนะเจ้าคะ”


เด็กสาวฟังเหตุผลนั้นแล้วก็คล้ายนึกได้ขึ้นมาเหมือนกันจึงสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อปรับอารมณ์   หลังใช้มือเช็ดน้ำตาบนแก้มลวกแล้วก็นั่งลง   ทำให้ตัวเองใจเย็นลงแล้วอธิบายออกมาช้าๆอย่างที่สาวใช้ขอ


“วันนี้ข้าไปงานเลี้ยงของฝ่าบาท   ในงานข้าเห็นมีแต่สตรีสวยๆเต็มไปหมด” เฟยลี่ว่า   ทิ้งตัวลงไปกอดเข่าไว้   ท่าทางโศกเศร้าเป็นกังวล “ไป๋หลันงามมาก   ชุดสีแดงนั่นเด่นมากๆแล้วก็สวยมากๆ   กับคุณหนูซ่งคนนั้นก็สวยมากๆ   ถึงจะท่าทางอ่อนหวานนุ่มนวลแต่ก็เด่นมากๆ   สวยมากๆเหมือนกัน”


ฟาหยางเลิกคิ้วเล็กน้อย   เริ่มไม่ได้นับว่าอีกฝ่ายพูดคำว่า สวยมากๆ ไปกี่ครั้งแล้ว   แต่พอฟังซ้ำไปซ้ำมาก็เริ่มคล้ายจะเดาเรื่องได้เลาๆ “แล้วอย่างไรต่อหรือเจ้าคะ”


“แต่ข้าเหมือนเป็นเด็กที่สุดในงานนั้นเลย   ตัวเล็ก   ชุดก็น่ารัก   ข้าไม่มีอะไรจะสู้กับพวกนาง   สุดท้ายก็ได้แต่มององค์ชายไม่กล้าเข้าไปใกล้” เด็กน้อยว่า   เสียงเบาลงเรื่อยๆจนท้ายประโยคแทบหายไปในลำคอ “ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วก็กลัวองค์ชายถูกพวกนางแย่งไป   แต่พวกนางก็สวยมากๆจริงๆ”


“ใช่เจ้าค่ะคุณหนู   คุณหนูเหล่านั้นล้วนแต่งดงามโดดเด่น” สาวใช้ว่าพลางขยับมือประคองเด็กสาวให้นั่งดีๆ   จัดท่าทางให้ผ่อนคลายลง “และคุณหนูก็ไม่มีทางสู้พวกนางไดภายในวันนี้พรุ่งนี้เจ้าค่ะ   นั่นคือความจริง”


“เพราะเจ้าเลือกทำให้ข้าเป็นเด็ก” เฟยลี่เริ่มเอาแต่ใจโวยวายทว่าออกไปได้เพียงประโยคเดียวก็ชะงัก   เร่งเม้มปากก้มหน้าลง   นางหวาดกลัวว่าจะทะเลาะกับสาวใช้ดังเช่นครั้งก่อน


ฟาหยางยิ้มมุมปากเล็กน้อยไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะขยับไปใกล้   ดึงเก้าอี้มานั่งลงให้ระดับสายตาเท่ากัน “คุณหนูไม่เชื่อใจข้าน้อยแล้วหรือเจ้าคะ”  


“เชื่อสิ   ข้าเชื่อใจเจ้า”


“คุณหนูไม่มีทางสู้พวกนางได้ไม่ว่าจะแต่งตัวเหมือนพวกนางเท่าไหร่เพราะพวกนางเลยวัยปักปิ่นไปแล้ว   พวกนางเป็นสตรีเต็มตัว   ส่วนที่ควรมีส่วนที่ควรเว้านางก็เติมเต็มแล้ว   คุณหนูพึ่งจะสิบสามกำลังจะสิบสี่   ห่างจากคุณหนูเหล่านั้นตั้งสามสี่ปี   ย่อมไม่มีทางเติบใหญ่ได้ทัน” ฟาหยางดึงมือเด็กสาวมากุมไว้   น้ำเสียงเอ่ยอ่อนโยนปลอบประโลม


“เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณหนูต้องใช้คือสิ่งที่คุณหนูมีแต่พวกนางไม่มี” สาวใช้ว่าต่อ   รอยยิ้มมุมปากเริ่มมีรอยเจ้าเล่ห์จางๆ “ตราบใดที่คุณหนูยังเด็กกว่าความน่ารักของคุณหนูย่อมมีเป็นอันดับหนึ่ง   คุณหนูจะได้รับการเอาใจใส่ที่มากกว่า   อีกทั้งด้วยตำแหน่งน้องสาวของสหายสนิทองค์ชายย่อมผ่อนปรนหลายๆอย่างให้มากกว่า   คุณหนูไม่คิดว่านั่นเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมหรือเจ้าคะ”


เด็กสาวทำสีหน้าคิดหนักทว่ามีรอยการคล้อยตามอยู่น้อยๆ   ฟาหยางได้ทีจึงเร่งสำทับเข้าไป   ให้อีกฝ่ายสบายใจ “เชื่อข้าน้อยเถิด   ความน่ารักต่างหากที่มองได้ไม่รู้เบื่อ   และความสดใสน่าเอ็นดูต่างหากที่ดึงสายตาขององค์ชายได้ดีกว่าความงามฉาบฉวย   เพราะฉะนั้นยามนี้คุณหนูควรจะพักผ่อน   พรุ่งนี้ต้องไปพบองค์ชายไม่ใช่หรือเจ้าคะ   หากนอนดึกตาบวมจะไม่งามเอานะเจ้าคะ”


เด็กสาวได้ยินคำนั้นก็เร่งพยักหน้ารับรวดเร็ว   ยอมปล่อยให้สาวใช้พาตนขึ้นเตียง   จัดผ้าผ่อนส่งตนเข้านอนอย่างง่ายดาย   ฟาหยางมองแล้วก็ลอบถอนหายใจหนหนึ่งจึงดับเทียนก่อนจะมุ่งหน้ากลับห้องของตน


ในที่สุดนางก็ได้นอนเสียที


 



เช้าวันรุ่งขึ้นเฟยลี่ก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นจนน่าแปลกใจ   ฟาหยางเลิกคิ้วสูงเงียบๆขณะไปดูแลอีกฝ่ายยามเช้าดังเช่นปกติ   คราแรกยังนึกหาวิธีรับมือเอาไว้มากมายเพราะจากสภาพการณ์เมื่อวานที่ไม่ใคร่สู้ดีของเด็กสาวก็เกรงว่าจะลากยามาจนถึงวันนี้


ดูเหมือนเด็กสาวจะมีแผนบางอย่างในใจเพราะแม้สาวใช้เลือกชุดสีฟ้าอ่อนที่เนื้อผ้าหนาหนักสักหน่อยนางก็ไม่มีทีท่าว่าจะโต้เถียงงอแงอะไรสักคำ


เฟยลี่พึ่งจะแต่งตัวเสร็จสิ้นเรียบร้อยยามที่คุณชายเหอซูเดินมาตามหาถึงที่ห้อง   ชายหนุ่มท่าทางหงุดหงิดอารมณ์ไม่ใคร่ดีนัก   ทว่ายามเห็นน้องสาวก็ยังคลี่ยิ้มมุมปากจางๆ


“น้องสาวพี่งดงามจริงๆ” เขาเอ่ยชมพลางพยักหน้ารับพึงพอใจทำให้เด็กสาวยิ้มกว้าง   ยอบตัวลงขอบคุณถ้อยคำนั่นอย่างยินดี


“วันนี้พี่มีงานต้องไปทำ   คงไปส่งเราไม่ได้” คุณชายว่า   สีหน้าเจ็บปวดเสียใจทั้งยังถอนหายใจยาวด้วยความเบื่อหน่าย “แต่ไม่เป็นไรพี่เลือกคนคุ้มกันเราไว้แล้ว   เขาจะเป็นผู้ดูแลเจ้านับจากนี้”  


ฟาหยางลอบมองคุณชายเงียบๆ   แม้เขาจะแสร้งทำหน้าเสียดายให้เด็กสาวหัวเราะคิกคักแต่ฟาหยางกลับมองเห็นรอยเครียดตึงในแววตา   บางทีงานที่เขาว่าอาจเกี่ยวข้องกับขุนนางซ่งผู้เป็นเจ้าหัวเมืองทางเหนือที่นางและชางหมินไปพบมาเมื่อคืนก็ได้


ถ้าเป็นเรื่องนั้นนางควรทำเป็นตีหน้าซื่อ   ปล่อยผ่านเป็นไม่รู้ไม่เห็นไปเสียน่าจะปลอดภัยกว่า


“ข้ามีคนคุ้มกันของจวนเราตั้งหลายคนอยู่แล้วนะเจ้าคะท่านพี่   ไม่จำเป็นต้องมีเพิ่มหรอกเจ้าค่ะ” เฟยลี่ว่าทั้งยังอดมุ่นคิ้วนิดๆไม่ได้   เด็กสาวไม่ได้ชอบให้มีใครมาเดินตามนางเป็นพรวนนัก


“ไม่ได้   สถานการณ์ช่วงนี้ไม่สู้ดีอันตรายเกินไป   เจ้าต้องมีคนคุ้มกันประกบติดทุกฝีก้าว   ลำพังฟาหยางไม่เพียงพอหรอกนะ   พวกเจ้าเป็นสตรีไปไหนมาไหนกันแค่สองคนมันอันตราย” พี่ชายยืนกรานเสียงแข็งซึ่งทำให้เฟยลี่ทำได้เพียงยอมรับเงียบๆอย่างไม่อาจโต้เถียง   นางรู้ดีว่าพี่ชายตามใจตนยิ่งกว่าอะไร   แต่หากเขาเสียงแข็งเด็ดขาดเช่นนี้แปลว่าถึงคราวที่นางต้องเชื่อฟัง


ฟาหยางยืนฟังด้านหลังยิ่งมั่นใจเข้าไปถึงแปดในสิบส่วน   นี่ต้องเป็นเรื่องขุนนางซ่งแน่


เหอซูพยักหน้าพึงพอใจเมื่อเห็นว่าเด็กสาวเลิกดื้อรั้นและยอมตกปากรับคำแต่โดยดีแล้ว   เขาชมเด็กสาวอีกสองสามคำก่อนจะผายมือออกมาด้านนอก   เรียกให้น้องสาวตนตามออกมา “เช่นนั้นมาทางนี้ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักกันไว้”


ชายหนุ่มพาน้องสาวออกมาจนถึงโถงต้อนรับด้านหน้า   หลังฉากกั้นเป็นบุรุษร่างสูง   รูปร่างติดจะเล็กกว่าชางหมินนิดหน่อยแต่ยังพอมีกล้ามเนื้อ   ดูรู้ว่าเป็นคนมีวิชาต่างจากเหอซูที่เป็นขุนนาง   ใบหน้าคมคายคุ้นตาจนฟาหยางต้องหรี่ตามอง


“นี่คือ สุ่ยอวี้ฟง เขาเป็นคนจากกองกำลังรักษาพระองค์ที่ชางหมินดูแลอยู่   เจ้านั่นส่งมาทำงานกับข้าข้าจึงมอบหมายให้เขาดูแลเจ้า” เหอซูแนะนำแล้วก็หันกลับมา   สีหน้าเรียบนิ่งเต็มไปด้วยรอยจริงจัง   เขามักตามใจน้องสาวของตนแต่ยามใดที่เขาจริงจังนางก็จะเชื่อฟังตามแต่โดยดี


“ตอนนี้สถานการณ์ไม่ปกติ   เจ้าต้องให้อวี้ฟงติดตามเจ้าไปทุกที่   ห้ามดื้อรั้นหลบหนีโดยเด็ดขาด”


เฟยลี่แม้จะเต็มไปด้วยรอยงุนงงแต่ก็รับปากพี่ชายของตนโดยดี   ขณะที่ฟาหยางผู้กำลังใคร่ครวญความทรงจำของตนก็เบิกตากว้างขึ้นมาเงียบๆ   นางจำได้แล้วผู้นี้คือคุณชายสุ่ย   บุรุษที่นั่งหน้าซีดเซียวอยู่ในจวนครั้งก่อนเพราะถูกใต้เท้าซือนั่งจ้องตาไม่กระพริบ   ทั้งยังเป็นคนที่เด็กสาวเคยนำขนมไปมอบให้ด้วย   แต่ครั้งก่อนคุณชายสุ่ยดูตัวเล็กกว่านี้เกือบครึ่ง   แต่อีกทีอาจจะเพราะว่าตอนนั้นนั่งอยู่กับใต้เท้าซือ   เขาเป็นบุรุษร่างใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม   แม้จะเริ่มสูงวัยก็ยังดูแข็งแรง


สาวใช้นึกแล้วก็ยกยิ้มมุมปากเงียบๆ   บางทีนางอาจใช้ประโยชน์จากชายหนุ่มได้มากกว่าการแค่เป็นองครักษ์ปกปักษ์สาวงามก็เป็นได้


หลังจากกำชับกำชาอย่างหนักอีกหลายคำเฟยลี่ก็ได้ขึ้นรถม้ามุ่งหน้าไปยังตำหนักองค์ชายมู่หลงโดยมีฟาหยางและอวี้ฟงติดตามไป  


เหอซูสั่งการอะไรอีกสองสามคำ   รอจนส่งเด็กสาวก้าวขึ้นเกี้ยวดีแล้วจึงหมุนตัวจากไป   เขาว่ามีเรื่องเร่งด่วนต้องไปทำจริงๆที่เหลือตรงนี้เขาจะให้ฟาหยางและอวี้ฟงดูแล


เกี้ยวผ่านไปตามทางโดยมีอวี้ฟงและฟาหยางเดินประกบคู่ไป   สาวใช้ลอบมองอีกฝ่ายเล็กน้อย   ว่ากันตามตรงแล้วนางไม่ใคร่จะไว้ใจบุคคลหน้าใหม่เท่าใดนักแต่ในเมื่อเขามาร่วมลงเรือเดียวกันในการปกป้องคุณหนูนางก็มองว่าตนควรทักทายทำความรู้จักเอาไว้บ้าง


"ข้าน้อยนามฟาหยาง   คารวะคุณชายอวี้เจ้าค่ะ" นางว่ายอบตัวลงเล็กน้อย   อย่างไรอีกฝ่ายก็มียศศักดิ์สูงกว่า   สายตายังลอบพิจารณาทุกท่วงท่าของเขาไม่หยุด


"แม่นางหยางโปรดเรียกข้าว่าอวี้ฟงเถิด   ยามนี้ข้าเป็นคนคุ้มกันของคุณหนู   ฐานะล้วนเท่าเทียมกับแม่นาง" เขาว่าเรียบๆ   คิ้วขมวดน้อยๆท่าทางไม่สบายใจ


"ไม่ว่าจะทำงานอะไรคุณชายอวี้ก็ยังเป็นบุตรขุนนางเจ้าค่ะ   แต่ข้าน้อยก็ดีใจที่ได้ร่วมงานกับคุณชาย   เป็นเกียรติยิ่งที่ได้คุณชายอวี้มาช่วยดูแลคุณหนู   ลำบากคุณชายแล้ว" ฟาหยางว่า   ก้มหน้าน้อยๆให้อีกฝ่าย   พยายามมีไมตรีที่ดีแต่ไม่ให้ก้าวล่วงมากเกินควร


"สถานการณ์ช่วงนี้ไม่สู้ดี   การคุ้มกันใดล้วนจำเป็นต้องแน่นหนาขึ้น   หากได้ช่วยเหลือหัวหน้าชางได้ข้าก็ยินดี" เขาตอบ   พยักหน้าให้ยอ่างเคร่งขรึม      ฟาหยางฟังแล้วก็เลิกคิ้วสูง   เรื่องสถานการณ์ไม่สู้ดีนั่นตนพอจะเดาได้   แต่เรื่อง หัวหน้าชาง นี้นางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย


“หัวหน้าชาง...คือคุณชายชางหมินหรือเจ้าคะ” ฟาหยางเอียงคอถามอย่างสงสัย   ชายหนุ่มข้างๆฟังแล้วก็ยืดอกขึ้นน้อยๆ   ท่าทางภาคภูมิใจอย่างยิ่ง


“ใช่แล้ว   คุณชายชางหมินชางหมินฝีมือร้ายกาจทั้งยังเป็นศิษย์น้องขององค์ชายโม่ถานผู้เป็นยอดฝีมืออันน่าเกรงขาม   หัวหน้าชางจะเลือกปฏิเสธตำแหน่งใหญ่โตในกองทัพเพื่อป้องกันคำครหาเรื่องเป็นพระญาติกับองค์ชายโม่ถาน   แต่เพราะฝีมือยอดเยี่ยมจนไม่อาจปล่อยผ่านไปจึงได้รับเชิญให้เป็นหัวหน้ากององครักษ์รักษาพระองค์   ทั้งยังมีหน้าที่ฝึกปรือทหารใหม่ในหน่วยทุกนาย” เขาอธิบายถี่รัวรวดเดียวยาวจนจบชนิดที่นางอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาหายใจทางไหน   ท่าทางภาคภูมิใจจนเกิดรอยยิ้มมุมปากจางๆ


ฟาหยางฟังแล้วก็คลี่ยิ้มตาม   รู้สึกยินดีในใจ   เขาเป็นบุรุษที่น่าทึ่งอยู่เสมอจริงๆ


“คุยอะไรกันหรือ” เสียงหวานทักเรียกให้สาวใช้ที่ตกอยู่ในภวังค์เงยหน้าขึ้นมอง   เด็กสาวเวลานี้ชะโงกหน้าผ่านหน้าต่างออกมา   มือข้างหนึ่งแง้มม่านไว้   ดวงตามีประกายสนอกสนใจ “เจ้าชื่ออวี้ฟงสินะ   คุยอะไรกันให้ข้าร่วมด้วยสิ”


“คุณชายอวี้ฟงเป็นบุตรของใต้เท้าสุ่ยเจ้าค่ะ   คุณหนูต้องเรียกคุณชายสุ่ยเจ้าค่ะ” ฟาหยางว่าพลางถอนหายใจยาว   นางรู้หรอกว่าเด็กสาวเหงาแล้วงอแง   แต่การแง้มม่านชะโงกออกมาขอสนทนาด้วยนี้ดูอย่างไรก็ไม่งามเอาเสียเลย


“ไม่เป็นไรหรอกขอรับ   ข้ามาเพื่อคุ้มกันคุณหนู” อวี้ฟงว่า   ท่าทางเคร่งครัดจริงจังในหน้าที่ “คุณหนูเฟยลี่กลับเข้าข้างในเถิด   ด้านนอกไม่ปลอดภัย”


“เช่นนั้นข้าจะเรียกท่านว่าพี่ฟง” เด็กสาวนอกจากจะไม่สนใจคำแนะนำอะไรแล้วยังต่อบทสนทนาทันควัน   ไม่ให้โอกาสใครได้บ่นเรื่องอื่นต่อไป “ท่านก็เรียกข้าว่า ลี่ลี่ หรือ ลี่เอ๋อร์ ก็ได้   จะได้สนิทสนมกันสักหน่อยยังต้องทำงานด้วยกันอีกตั้งหลายวันไม่ใช่หรือเจ้าคะ”


ฟาหยางเอ่ยเรียกเด็กสาวอีกคำ   เน้นเสียงหนักกึ่งดุทำให้เฟยลี่ทำหน้ามุ่ยก่อนจะยอมผลุบกลับเข้าไปในเกี้ยว   สาวใช้มองแล้วก็ถอนหายใจ   เข้าใจว่าอีกฝ่ายเพียงต้องการเพื่อนสนทนาแต่เช่นนี้ตรงไหนเลยจะเป็นผู้ใหญ่สมดังที่นางอยากเป็น


ไม่เป็นไร   เวลานี้ขอให้พ้นงานน้ำชาไปได้ก่อนก็มากเกินพอแล้ว









----------------------------------------------

TALK

ขอโทษที่ให้รอนานค่า   พอดีงานที่ทำงานแสงค่อนข้างเกิดปัญหาหลายจุด   กว่าจะเคลียร์จนมีเวลามาลงก็ล่วงเลยมาป่านนี้แล้ว

ใครที่ขอให้หาหนุ่มให้คุณหนูมาแล้วนะ 55555555 แต่ไม่มีอะไรหรอกแสงไม่ชอบรักสามเศร้า (หรอ?) แต่องค์ชายจะรู้สึกอย่างไรต้องรอติดตามนะคะ

ส่วนคู่หยางหยาง   ขอพักเบรกน้ำตาลแปปป กลับมาหาคุณหนูก่อนนะเดี๋ยวค่อยวนกลับไปหาใหม่

บทหน้ารอชมงานเลี้ยงน้ำชานะคะ

แสงเพลิง

ปล. ขอบคุณทุกคนมากที่ตามใจนักเขียนขี้เหงา 555555555 ดีใจมากที่มีคอมเมนต์มาเยอะ   แสงไม่ต้องพูดคนเดียวแล้วเย้











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 386 ครั้ง

518 ความคิดเห็น

  1. #403 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 21:34
    ถ้าเฟยลี่เรียกพี่ฟงๆ ต่อหน้าองค์ชายนะ งานนี้ต้องมีคนหึงแน่ๆ55555
    #403
    0
  2. #372 nightmareeee (@nightmareeee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 13:53
    อย่าลืมคู่คุณชายเหอนะคะไรท์
    #372
    0
  3. #341 miNAMizu (@minami0189) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 15:21
    เป็นเด็กไม่ดีตรงไหน เป็นเด็กดีจะได้ อย่ารีบโตเลยลี่ลี่
    #341
    0
  4. #339 สัตตบุษย์ (@wanrasa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 23:26
    สนุกกับการเป็นเด็กไปก่อนเถอะน้อง รอชมไหน้ำส้มองค์ชาย
    #339
    0
  5. #338 aom051 (@aom051) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 20:32

    โถ หนูลี่ ใช้ชีวิตในวัยเด็กให้คุ้มๆเถ๊อะ อย่าเป็นผู้ใหญ่เลย เหนื่อย ยิ่งโตยิ่งเหนื่อย

    #338
    0
  6. #337 Xuehua_ns (@manaw_ns) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 14:44
    เดี๋ยวองค์ชายได้ลงไปว่ายน้ำในทะเลสาบน้ำส้มแน่ ไหน้ำส้มแตกรัวๆ555
    #337
    0
  7. #336 S-neynoon13 (@S-neynoon13) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 14:42
    อยากดูไหส้มแตกขององค์ชาย 5555
    #336
    0
  8. #335 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 11:26
    รอนะคะ
    #335
    0
  9. #334 Warina (@warina088) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 09:35
    เดียวก็โต น้องลี่ จงมีความสุขกับการเป็นเด็กเอาไว้ให้เยอะๆ คะ
    #334
    0
  10. #333 jeed_porn (@wannapos) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 09:19
    คอยดูหน้าองค์ชายกัน
    #333
    0
  11. วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 06:03

    พี่ฟง กับลี่ลี่ แค่คิดก็มันส์แล้ว
    #332
    0
  12. #331 #Amnessia (@run421) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 05:45

    รอหยางหยางมากกกก
    #331
    0
  13. วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 01:21
    ถ้าคุณหนูเรียกพี่ฟงต่อหน้าองค์ชายจะเป็นยังไงนะ5555
    #330
    0
  14. #329 YuYuRika (@yuyurika) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 00:10
    จะรอดูองค์ชายนั่งไม่ติดนะคะไรท์ // ปูเสื่อแปป 555
    #329
    0
  15. #328 mitarine (@mitarine) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 23:39
    สู้ๆเจ้าค่ะ พี่เลี้ยงเด็ก คริ คริ
    #328
    0