ว่าด้วยวิธีการจีบบุรุษ

ตอนที่ 26 : บทที่ 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 299 ครั้ง
    10 ก.ค. 62











ซ่งเมิ่งฮวาก้าวเดินด้วยท่าทางเรียบร้อยงดงามแม้จะถูกทหารคุมประกบหน้าหลังส่งออกจากตำหนักขององค์ชายก็ตาม   นางเดินไปจนพ้นเขตตำหนักก่อนจะเอ่ยขออนุญาตด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน   แจ้งว่าตนจะไปพบบิดาที่มาประชุมอยู่ที่วังหลวงและจะกลับพร้อมกันจะได้ไม่รบกวนเหล่าทหารหาญมากเกินไป


ทหารหนุ่มหันมองหน้ากันเล็กน้อย   ลังเลว่าตนกำลังจะขัดคำสั่งขององค์ชายหรือไม่   หญิงสาวก็คลี่ยิ้มนุ่มนวล   เอ่ยว่าตนจะทูลองค์ชายด้วยตนเอง   เหล่าทหารจึงยินยอม   พานางไปส่งที่ห้องรับรองแขกแทน


เมิ่งฮวาผลักเปิดประตูก่อนจะปิดลงอย่างเงียบเชียบ   ร่างบางขยับสาวเท้าเข้าไปก่อนจะยอบตัวลงด้วยทีท่างดงาม


ขุนนางซ่งพยักหน้ารับก่อนจะเปรยถาม   น้ำเสียงเรียบเรื่อยราวเอ่ยถึงบางสิ่งอันไม่สลักสำคัญ "เป็นอย่างไรบ้าง   เหตุใดจึงกลับมาเร็วนัก"


"เรียนท่านพ่อ   องค์ชายดูไม่ค่อยสนใจลูกนัก" นางว่า   ก้มศีรษะต่ำราวกับจะขอโทษ “ในสายพระเนตรของพระองค์ดูเหมือนหลินไป๋หลันจะมีค่ากว่าลูกมาก   ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ”


“อ้อ   บุตรีตาแก่หลิน” ขุนนางซ่งพยักหน้าเนิบนาบ   สีหน้ามีรอยเบื่อหน่ายปนรำคาญใจ “มันส่งลูกสาวมาให้องค์ชายถึงในวังตั้งแต่เด็ก   พระองค์จะสนิทสนมกับนางมากหน่อยก็ไม่แปลก”


“นอกจากคุณหนูหลินแล้วดูฌหมือนวันนี้จะมีเด็กสาวยังไม่ทันปักปิ่นอีกคน   ยังไม่ทันพ้นวัยปักปิ่นก็ส่งมาเข้าเฝ้าองค์ชายแล้ว   องค์ชายเองก็ดูจะให้ความสำคัญมากทีเดียวเจ้าค่ะ” บุตรีว่า   หยุดเล็กน้อยเพื่อนึกชื่ออีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยต่อ “ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคนสกุลเหวิน   เหวินเฟยลี่”


ซ่งเหยียนโหวขานรับในลำคอ   มือลูบเคราตนเองช้าๆอย่างใช้ความคิด “ฟังดูเป็นข้อมูลที่ดีทีเดียว   บางทีเราอาจใช้นางในการต่อรองได้”


หญิงสาวขมวดคิ้ว   สงสัยกับถ้อยคำของผู้เป็นบิดา “ท่านพ่อหมายถึงอะไรหรือเจ้าคะ”  


บิดายกมุมปากท่าทางพึงพอใจ   ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยตอบประตูก็เปิดออกอีกครั้ง   ผู้มาใหม่ก้าวเข้ามา   เสียงฝีเท้าเงียบกริบแทบจะไร้เสียง   เงาดำมืดทอดยาวแทบบดบังใบหน้าไป   ทว่าสำหรับขุนนางซ่งแล้วนี่เป็นบุคคลที่เขารออยู่แต่แรก   ไม่ต้องเดาเลยว่าเป็นใคร


ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืน   ผายมือออกด้านข้าง   ก้มศีรษะลงทำความเคารพผู้มาใหม่ “องค์ชายลั่วอู่   กระหม่อมดีใจเหลือเกินที่ได้พบพระองค์”


“ยินดีเช่นกันที่ได้พบท่าน   ขุนนางซ่ง” องค์ชายลั่วอู่ตรัส   พระโอษฐ์คลี่เป็นรอยยิ้มนุ่มนวลสง่างาม   พระเนตรที่ทอดมองยังคงมีรอยอาทรเอ็นดู “เมื่อครู่คล้ายเราได้ยินเรื่องอะไรดีๆเข้าหรือเปล่า”


“จะเป็นเรื่องอันใดไปได้นอกจากเรื่องเฉลิมฉลองให้ว่าที่ฮ่องเต้อย่างพระองค์” มุมปากของเหยียนโหวบิดออกเป็นรอยเจ้าเล่ห์ชั่วร้าย   ดวงตาเต็มไปด้วยประกายกระหาย   องค์ชายที่ทอดพระเนตรก็เพียงสรวลในลำคอเบาๆ   ไม่ตอบรับและมไปฏิเสธ


“ดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น   แต่แผนการของเราอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนสักหน่อย” องค์ชายลั่วอู่สาวพระบาทเข้ามาใกล้   ร็สึกว่าเรื่องที่จะสนทนาต่อจากนี้ดูท่าจะยังอีกยืดยาว “มู่หลงฉลาดหัวไวกว่าที่เราคาดไปมาก   บุตรีของท่านมีแนวโน้มจะผูกใจเขาไว้ได้หรือไม่”


“น่าเสียดายที่พลาดไป   ดูเหมือนเวลานี้องค์ชายจะทรงสนพระทัยเด็กสาวยังไม่ปักปิ่น” ขุนนางซ่งว่าทั้งยังไหวไหล่น้อยๆราวกับจะบอกว่าเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ “ว่าแต่ที่พระองค์แจ้งว่าต้องปรับเปลี่ยนแผน   เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”


“มู่หลงรู้เรื่องวางยาฮ่องเต้แล้ว”


คำตอบเรียบง่ายที่ไม่ได้มาด้วยน้ำเสียงตระหนกหรือเป็นกังวลทำให้ผู้ฟังได้แต่เลิกคิ้วขึ้นเงียบๆ   เอ่ยทวนถามขอความยืนยันอย่างยากจะเชื่อ “แน่ใจแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ”


“เจ้านั่นให้ปิดส่วนของฮ่องเต้ห้ามผ่านเข้าออก   เมื่อเช้านี้ก็มีคำสั่งให้เพียงนางกำนัล   ทหาร   และแพทย์หลวงคนสนิทไม่กินคนเท่านั้นเข้าประจำใกล้ชิด   อาหารเครื่องดื่มใดใดล้วนถูกปรุงใหม่ที่ห้องติดห้องบรรทมหรือไม่ก็ถูกนำมาโดยคนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น” องค์ชายตรัสพลางขยับเข้ามาใกล้   ก่อนจะประทับบนเก้าอี้ประธานตัวใหญ่   พระหัตถ์ขาวเนียนละเอียดยกกาน้ำชาใกล้มือขึ้นริน


“แม้เขาจะบอกว่าเป็นการรักษาพระวรกาย   แต่ที่จริงก็คงเพราะเรื่องพิษนั่นแหละ”


แม้จะฟังดูน่าเป็นห่วงไปบ้างแต่พิษชนิดนี้เป็นแบบออกฤทธิ์ช้า   ทั้งยังไม่มีอาการของการติดพิษให้เห็นอย่างชัดเจนจึงยากต่อการตรวจสอบและแยกแยะ   มองเผินๆแทบจะเหมือนเพียงร่างกายทรุดโทรมอ่อนแอลงตามอายุขัยเท่านั้น   เรียกว่าไม่อาจจับมือใครดมได้อย่างหมดจด


 “เช่นนั้นจะมีปัญหาอะไรหรือไม่” เหยียนโหวถามเสียงกดต่ำ   ท่าทางเคร่งเครียดไม่วางใจ   ทว่าผู้มีศักดิ์สูงกว่าเพียงส่ายศีรษะช้าๆ   รอยแย้มสรวลนุ่มนวลยังประดับบนพระโอษฐ์บาง   ที่เวลานี้ความสุภาพนั้นดูราวกับเทวทูตร้ายจากนรก


“ไม่มีปัญหาหรอก   เราได้เริ่มลงมือกำจัดผู้ที่อาจยื่นมือเข้ามายุ่งย่ามกับงานแล้ว   ท่านเองก็สั่งให้อี้เหลียนลงมือแล้วไม่ใช่หรือ” พระองค์ตรัส   น้ำเสียงสุภาพอ่อนหวานวี่แววลำบากใจแม้จะกำลังเอ่ยถึงชีวิตของมนุษย์อยู่ก็ตาม “หากจะทำการใหญ่   ใจต้องนิ่ง   อย่าไปแตกตื่นตกใจอะไรกับเรื่องราวที่ผิดแผนเล็กๆน้อยๆเช่นนั้นสิ”


ซ่งเหยียนโหวหรี่ตาลง   รู้สึกได้ถึงเม็ดเหงื่อที่ซึมชื้นหน้าผาก   คนตรงหน้าน่ากลัวเกินไป   ทำตัวเป็นหมาป่าห่มหนังแกะ   ใจที่แท้จริงช่างทะเยอทะยานและเลือดเย็น   คนเช่นนี้หากไม่กลายเป็นทรราชไปเสียก่อนก็อาจจะกลายเป็นมหาจักรพรรดิก็ได้


แต่หากคิดจะส่งบุตรีเข้ามืออีกฝ่ายไว้ต่ออำนาจก็ต้องคิดหนักสำหน่อย  


“แปลว่าแม้แผนของเราจะเริ่มรั่วไหล   แต่นอกจากไม่แก้ไขหรือป้องกันอะไรแล้ว   พระองค์ยังจะให้เร่งแผนการให้เร็วขึ้นเช่นนั้นสินะพ่ะย่ะค่ะ” เขาถาม   มีความแคลงใจเคลือบอยู่บางเบา “นั่นไม่ออกจะประมาทไปสักหน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ”


“เวลานี้แหละดี   ระหว่างที่พวกเขากำลังวิ่งวุ่นตามล่าหาตัวคนวางยา   รู้ตัวอีกทีคมดาบก็จ่อประชิดคอแล้ว   พวกเขาจะไม่มีเวลาไประแวดระวังอะไร” พระองค์ยพักพระพักตร์เล็กน้อย   สีพระพักตร์โศกเศร้าจนดูน่าสงสาร   เต็มไปด้วยรอยเวทนาเจ็บปวด “ข้าไม่ได้อยากทำเช่นนี้กับท่านพี่หรือกับหลานข้าเลย”


“แต่แบบนี้ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะยิ่งระแวดระวังมากขึ้นไปอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ”


“เจ้ามู่หลงน่าจะกำลังวิ่งไล่ตามโม่ถานอยู่   ข้าตั้งใจให้พวกเขาระแวงกันเองมานานเป็นปีๆ   ยิ่งเกิดเหตุเช่นนี้เจ้านั่นน่าจะมุ่งหน้าสงสัยโม่ถานก่อนเป็นคนแรก” พระองค์ตรัสก่อนจะเว้นเล็กน้อยคล้ายอดกลั้นบางสิ่ง   ครู่ใหญ่จึงถอนหายใจยาว “มู่หลงเป็นเด็กดี   เป็นเด็กฉลาดที่มุ่งมั่นจริงจัง   น่าเสียดายจริงๆ”


 “ฝ่าบาทช่างชาญฉลาดสมกับตำแหน่งว่าที่ฮ่องเต้จริงๆ   แต่หวังว่าพระองค์จะยังทรงไม่ลืมที่ตรัสกับกระหม่อมไว้นะพ่ะย่ะค่ะ” ขุนนางวัยกลางคนว่า   ค้อมศีรษะตนลงเล็กน้อย   ยินยอมศิโรราบตามอีกฝ่าย   องค์ชายทอดพระเนตรแล้วก็ยกพระโอษฐ์ขึ้นเงียบๆ   พระเนตรลึกล้ำยากจะคาดเดา


“อย่ากังวล   อาณาจักรเหนือจะเป็นของเจ้าแน่นอน   เตรียมรับตำแหน่งฮ่องเต้แดนเหนือได้เลย”


“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” ซ่งเหยียนโหวก้มศีรษะน้อมส่งอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มมุมปาก   ดวงตามีประกายวาบผ่านก่อนจะเป็นปกติ   ครั้นรอจนได้ยินเสียงประตูปิดจากไปแล้วเขาจึงเงยหน้าขึ้นช้าๆ   รอยยิ้มประจบประแจงจางลงจนหายไปสนิท


ช่างเป็นว่าที่ฮ่องเต้ที่น่ากลัวจริงๆ


เมิ่งฮวาก้มหน้านิ่งในความเงียบอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ   เอ่ยทักท้วงผู้เป็นบิดาเบาๆ “ท่านพ่อ   ลูกว่าพระองค์ดูน่ากลัวเกินไป”


“ใช่   โชคดีจริงที่อยู่ข้างเดียวกัน” ผู้เป็นบิดาพยักหน้ารับก่อนจะปรายสายตามาทางบุตรีของตนเอง “เจ้าควรเอาใจพระองค์ไว้ให้มาก   หากงานใหญ่สำเร็จพระองค์น่าจะไปได้ไกลยิ่งกว่านี้”


เมิ่งฮวายอบตัวลงรับคำสั่งนั้น   ทว่าแววตากลับสั่นเทาด้วยความหวั่นกลัว


 


ชางหมินมุ่งหน้าตรงไปยังลานซ้อมดาบเพื่อตามหาองค์ชายด้วยความรีบปนงุนงง   เขาจำได้แม่นยำว่าก่อนตนจะออกไปองค์ชายพึ่งจะเปิดงานเลี้ยงน้ำชา   รับรองดูแลเหล่าสตรีผู้อยากจะเข้าใกล้พระองค์   แต่ครั้นยามตนกลับมาอีกครั้งทหรกลับรายงานว่าเวลานี้องค์ชายมู่หลงกำลังประดาบอยู่กับอวี้ฟง   โดยมีคุณหนูทั้งสองนั่งติดตามชมใกล้ชิดพร้อมด้วยชาและขนมเสร็จสรรพ


น่าสงสัยนักว่าสนทนาอะไรกันมันจึงไปจบตรงนั้นได้


เขาเลี้ยวตรงหัวมุมเพื่อมุ่งหน้าเข้าไปในลานกลางตำหนัก   ก่อนจะชะงักฝีเท้า   กระพริบตามองอย่างงุนงง   อวี้ฟงนับเป็นศิษย์เอกของเขา   ฝีไม้ลายมือแม้จะยังไม่นับว่ายอดเยี่ยมแต่ก็ถือว่าใช้ได้ดีมีอนาคตไกล   ทว่าเวลานี้บุรุษผู้เป็นความหวังกลับกำลังใช้สองมือยันพื้น   ท่าทางเหนื่อยหอบหายใจ   ดาบไม้กระเด็นหลุดไปอีกทาง   ตรงมุมหนึ่งยังเห็นทั้งเฟยลี่และไป๋หลันนั่งกันอยู่ครบ


ชางหมินกลบความสงสัยใคร่รู้นั้นทิ้งไปพลางก้าวเดินตรงเข้าไปหาผู้เป็นนายของตน   องค์ชายมู่หลงรับผ้าจากนางกำนัลเพื่อซับเหงื่อที่ซึมชื้นออกมา   พระพักตร์ดูอารมณ์ดีแจ่มใสผิดกับเมื่อก่อนเขาออกไปเป็นคนละคน  


“เป็นอย่างไรบ้าง” องค์ชายมู่หลงเร่งตรัสถามไม่รอให้อีกฝ่ายทำความเคารพให้มากพิธี   ชางหมินจึงขยับเข้าใกล้   เอ่ยเสียงเบาลงให้ได้ยินเพียงสองคน


“ใต้เท้าซือถูกพิษชนิดเดียวกันกับฝ่าบาทจริงๆพ่ะย่ะค่ะ   แต่เวลานี้อาการดีขึ้นจนคงที่แล้ว” เขาตอบ   น้ำเสียงเคร่งขรึม   สีหน้ามืดคล้ำลงยามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “แต่เวลานี้ดูท่าแล้วกระหม่อมคงไม่อาจไว้ใจใครในจวนได้เลย”


“เอาคนไว้ใจได้เข้าไปดูแลเสียก่อน  ให้ใต้เท้าซือพักฟื้นจนหายดีค่อยว่ากัน” พระองค์ตรัสเรียบๆ   พระหัตถ์ยกขึ้นตบบ่าสหายของพระองค์เบาๆ “ไม่เป็นไรหรอก   เราจะไม่ยอมให้ใครเป็นอะไรไปทั้งนั้น”


ชางหมินก้มศีรษะลงต่ำ   แทนทั้งการขอบคุณและขอโทษ   ทว่ายามเงยหน้ากลับขึ้นมาอีกครั้งความกังวลใดในแววตาล้วนถูกลบหายไป   เหลือเพียงความสุขุม   จริงจัง   ปากเอ่ยรายงานผลงานของตน


“ข่าวจากสายเราแจ้งมาว่าเวลานี้องค์ชายโม่ถานยังคงประทับอยู่ที่เมืองฉางอานพ่ะย่ะค่ะ   นอกจากเรื่องการติดต่อประสานงานเรื่องการค้าขายอย่างที่พระองค์แจ้งไว้ยังพบว่ามีการติดต่อลับๆกับขุนนางของฉางอานด้วยพ่ะย่ะค่ะ”


องค์ชายฟังแล้วก็พยักพระพักตร์เรียบๆ   รู้สึกไม่ได้ประหลาดใจสักเท่าใดนัก “กองทหารเล่า”


“องค์ชายโม่ถานนำกองทัพติดตัวไปด้วยเพียงหน่วยเดียวพ่ะย่ะค่ะ   นอกนั้นทั้งหมดตั้งกระจายอยู่ชายแดนเมืองหลวง   เหลือมีทหารประจำที่เมืองหลวงเพียงสองกองเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”


พระองค์ฟังแล้วก็พยักพระพักตร์รับสั้นๆอีกหนโดยไม่แสดงความรู้สึกใดออกมา   พระองค์จับตาติดตามเรื่องนี้มาพักใหญ่แล้ว   หลักฐานข้อมูลหลายอย่างพรั่งพร้อมในมือ   เหลือแค่จับให้ได้คาหนังคาเขา


วิธีที่ง่ายที่สุดคือบีบให้ลงมือ


“เจ้าควรปล่อยข่าวว่าขุนนางซือถูกวางยา   ปล่อยข่าวให้พวกเขาเข้าใจว่าเรารู้” องค์ชายมู่หลงเปรย   พระหัตถ์ลูบปลายพระหนุเบาๆ   พระเนตรหลุบลงเล็กน้อย “พวกมันต้องตื่นตระหนกกันแน่หากมันรู้ว่าเราพบยาพิษแล้ว”


“ฝ่าบาทกระหม่อมว่ามันออกจะเสี่ยงไปสักหน่อย   อย่างน้อยก็ควรรอฟังข่าวการเคลื่อนไหวขององค์ชายโม่ถานให้ชัดเจนว่านี้ก่อน” เขาทักท้วง   ก้มศีรษะลงร้องขอให้อีกฝ่ายเร่งพิจารณา “แค่ลำพังเรื่องฮ่องเต้ที่ปล่อยออกไปก็เป็นเรื่องใหญ่มากแล้วพ่ะย่ะค่ะ”


“ยิ่งใหญ่สิยิ่งดี   หากไฟไม่โหมให้หนักพอเหล็กจะหลอมเหล็กลงได้อย่างไร” องค์ชายมู่หลงตรัสทั้งยังสรวลในลำคอเบาๆ   พระองค์ส่งผ้าคืนให้นางกำนัลก่อนจะเงยพระพักตร์ขึ้น   ทอดพระเนตรตรงไปก็เห็นเด็กสาวมองมาด้วยท่าทางเป็นกังวล   รอยตึงเครียดที่ระหว่างพระขนงก็จางลง   พระโอษฐ์ละมุนลง   คลี่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นได้ยอ่างง่ายดาย


“อันดับแรกเจ้าควรหาคนดูแลขุนนางซือเสียใหม่   เวลานี้คนในจวนสกุลซือไว้ใจไม่ได้สักคนเดียว” พระองค์หันมาตรัส   ก่อนจะพยักเพยิดไปทางสาวใช้ร่างบางที่ยืนเยื้องห่างออกไป “สาวใช้นางกำนัลที่น่าจะไว้ใจได้มากที่สุดในเวลานี้คงเป็นนางแล้ว   เจ้าลองไปต่อรองกับคุณหนูเหวินดู”


ชางหมินเลิกคิ้วน้อยๆก่อนจะหันกลับไปมองสหายสูงศักดิ์ของตน   พระองค์เพียงอมยิ้มอารมณ์ดีก่อนจะขยับตรงกลับเข้าไปหาสตรีเหล่านั้น   เขาที่ยืนเคว้างคว้างอยู่ห่างออกมาก็ทำได้เพียงเดินตามกลับเข้าไปร่วมบทสนทนาด้วย


ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าของตนห่างจากองค์ชายไปเล็กน้อย   เว้นให้ชายหนุ่มหญิงสาวได้มีเวลาส่วนตัวเล็กๆให้กัน   เขามองดูคุณหนูเหวินที่องค์ชายตรัสถึงก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังสาวใช้ด้านหลังที่แม้ศักดิ์ฐานะจะไม่ได้สูงนัก   ทว่านางกลับมีน้ำหนักในใจของเขามากขึ้นทุกวัน


เขาหยุดลังเลเล็กน้อยก่อนจะขยับเข้าไปใกล้สาวใช้   เอ่ยปากทักทายก่อนขอความช่วยเหลือด้วยท่าทางไม่ค่อยสบายใจ “ข้าอยากให้เจ้าช่วยมาเป็นสาวใช้ที่จวนสกุลซือสักพัก   จะได้หรือไม่”


ฟาหยางเงยหน้าขึ้นมา   เลิกคิ้วสูงด้วยความงุนงง   ทว่ายามสบตากับอีกฝ่ายถ้อยคำเมื่อยามอยู่ที่ย่านโคมแดงมก็คล้ายระเบิดดังปังขึ้นมาในหัว   ทำได้แต่เพียงเร่งก้มหน้าลง   รู้สึกได้ถึงไอร้อนแดงบนใบหน้าและลำคอที่แผ่กระจายลุกลามจนไม่ต้องสงสัยเลยว่าเวลานี้มันจะร้อนเพียงใด


“ขุนนางซือ...ท่านตาของข้าล้มป่วย   รายละเอียดไว้ข้าจะอธิบายภายหลัง   แต่ข้าสงสัยว่าอาจฝีมือคนในจึงอยากจะให้เจ้าช่วยไปดูแลเขาแทนก่อนได้หรือไม่   ระหว่างนี้ข้าจะเร่งตามจับคนร้ายโดยไว   อย่ากังวลความปลอดภัยของเจ้าข้าจะเป็นผู้รับประกัน”


ถ้อยประโยคนั้นช่างห้วนสั้นกระชับและตรงประเด็นยิ่งนัก   เหมือนกับนิสัยตรงไปตรงมาของเขายิ่ง   ทั้งยังย้ำอีกรอบหนึ่งว่าเขาสาบานจะปกป้องนาง   หญิงสาวฟังแล้วก็เงยหน้าขึ้นช้าๆ   ท่าทางกังวลและยากลำบากใจของเขาทำให้แววตาของนางอ่อนลง   แม้จะนึกปฏิเสธตนก็คงทำไม่ลงแล้ว  


หวังว่ามันคงไม่กลายเป็นเรื่องร้ายใหม่ที่เข้ามาหรอกใช่หรือไม่












-----------------------------------------------------------------

TALK

ปล่อยให้รอนานเลยขอโทษด้วยจริงๆนะคะ

ช่วงต้นเดือนเป็นช่วงเคลียรงานเอกสารของแสงเอง มันเลยยุ่งๆหายๆหน่อย   ช่วงนี้ดีขึ้นแล้วค่ะ   คิดว่าน่าจะมาได้ถี่ขึ้นแล้วละนะ

ตอนหน้าไปบ้านไหนก่อนดีน้าา จะข้ามปไบ้านคุณหนูหรือบ้านหยางหยางดีน้าาา

แสงเพลิง

ปล. มาแก้ไขส่วนพิมพ์ผิดฮะ   ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยดู 5555 ลงตอนง่วงชื่อก็จะสลับๆกันนิดนึง










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 299 ครั้ง

518 ความคิดเห็น

  1. #507 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 09:03
    กรรมพวกไท่จื่อกำลังหลงทางมีมือที่สามยังไม่รุ้
    #507
    0
  2. วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 15:12

    หายไปหลายวันเลย

    #416
    0
  3. #415 aom051 (@aom051) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 20:55

    น้องเขิน งุ้ย เนื่อเรื่องเข้มข้นแล้ววว

    #415
    0
  4. #413 N' Namfon (@namfon-killua) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 16:17
    งงกะชื่อขุนนางอ่ะค่ะ เข้มข้นขึ้นแล้ว
    #413
    0
  5. #411 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 12:39
    เจ้มจ้นขึ้นทุกที
    ปล.เราว่าไรต์ผิดชื่อขุนนางผิดนะ ตรงที่พี่ชางหมินคุยกับน้องอะ น่าจะเป็นขุนนางซือนะคะ
    #411
    0
  6. #410 watinee-meo (@watinee-meo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 09:33
    เอ่อไรท์ ขุนนางอะไรพิมพ์ผิดรึป่าวคะ
    #410
    0
  7. วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 03:28
    ตามตัวร้ายไม่ทันกันเลย ;-;
    #409
    0
  8. #408 รัณฌา (@mymacam) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 02:42

    หื้อ. น่ากลัวจริง เอาใจช่วยๆ

    #408
    0
  9. #406 Sweetsmile2557 (@Sweetsmile2557) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 01:35

    ไรท์ค่ะท่านตาของพี่ชางแซ่เหวิน? ไรท์พิมพ์ผิดไหมคะ

    #406
    0