ว่าด้วยวิธีการจีบบุรุษ

ตอนที่ 27 : บทที่ 27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,573
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 301 ครั้ง
    25 ก.ค. 62





หลังจากสนทนาอะไรสั้นๆกันสองสามคำแล้วองค์ชายมู่หลงก็จัดแจงเรียกทุกคนให้ไปรวมกันในห้องหนังสือส่วนพระองค์   คัดเลือกเข้าไปเพียงเฉพาะคนที่พระองค์ไว้พระทัย   ทั้งยังให้เร่งตามเหอซูมาเข้าประชุมด่วนร่วมกัน


เหอซูเปิดประตูเข้าห้องมาด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ   เหงื่อซึมชื้น   ผมเผ้ายุ่งเหยิง   ครั้นเข้ามาแล้วก็ยิ่งเบิกตากว้างงุนงง   ไม่เข้าใจว่าเหตุใดในห้องประชุมเฉพาะกิจจึงมีทั้งน้องสาวของตนและสาวใช้ประจำตัวอยู่ด้วย


“เลิกทำหน้าตกใจแล้วเร่งเข้ามาเร็ว   ทุกคนรอเจ้ากันอยู่” พระองค์ตรัสกลั้วหัวเราะ   ขบขันสภาพสหายตนที่ดูไม่ได้อย่างหาได้ยาก  เหอซูกระพริบตาถี่ๆตั้งสติของตนก่อนจะขยับเข้าไปนั่งตามรับสั่ง   ไป๋หลันขยับกายแช่มช้อยเข้ามาใกล้   ยกกาน้ำชารินให้อีกฝ่าย   เขารับมาแล้วก็เอ่ยขอบคุณเบาๆ   กลิ่นชาร้อนๆช่วยให้ใจเย็นลง


องค์ชายรอจนเห็นว่าสหายสงบลงแล้วพระองค์จึงตรัสเล่าเรื่องด้วยพระองค์เอง   เลือกใช้ถ้ยอคำสั้นและง่ายที่สุด   ไม่อธิบายอะไรให้มากความ “มีคนอยากยึดบัลลังจากเราและฝ่าบาท”


ประโยคแรกล่วงพ้นจากปากก็มีเสียงถ้วยชากระทบโต๊ะเสียงดังตามาทันควัน   สายตาหันมามององค์ชายเป็นทางเดียว   พระองค์กลับเพียงยกมุมพระโอษฐ์ขึ้น  


“ฝ่าบาท   นี่ไม่ใช่เรื่องที่น้องสาวของกระหม่อมควรต้องมาร่วมฟังนะพ่ะย่ะค่ะ” เหอซูเร่งท้วง   เร่งหันไปหาน้องสาวที่ตกใจจนหน้าซีดขาว   อยากจะเอามืออุดหูอีกฝ่ายเอาไว้เสียจริงๆ  


ทว่าก่อนที่ใครจะร่วมด้วยช่วยคัดค้านกลับเป็นเด็กสาวที่คว้ามือพี่ชายไว้   นางบีบมือเขาเบาๆ   เงยหน้ามองด้วยแววตาสงบนิ่ง   แม้สีหน้าจะยังซีดเซียวอยู่บ้างก็ตามที


“ท่านพี่ข้าอยากจะรู้   สิ่งใดที่พวกท่านเผชิญกันอยู่   อย่าได้กันข้าออกไปวงนอกเลย”


เหอซูนิ่งไปนิด   กวาดสายตาสำรวจอีกฝ่าย   ครั้นเห็นแววตาแน่วแน่มั่นคงก็ได้แต่ถอนหายใจยาว   บีบมือเด็กสาวเอาไว้ก่อนจะเลือกนั่งลงข้างกัน


องค์ชายมู่หลงพระเนตรอ่อนลงอย่างสังเกตได้   รอยมุมพระโอษฐ์คล้ายจะกว้างขึ้นอีกเล็กน้อย   ทว่าก็เพียงชั่วพริบตาก่อนจะตรัสอธิบายต่อไป “เช่นนั้นข้าจะว่าต่อ   ใครบางคนที่คิดจะชิงบัลลังจากข้าและฝ่าบาทเริ่มแผนการบางอย่างมาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว   ข้าพึ่งจะพบเมื่อราวครึ่งปีก่อนว่าฝ่าบาทถูกวางยา”


ฟาหยางหันมองทันควัน   แทบจะไม่เชื่อหูตนเองจนพลั้งเผลอถลึงตาเข้าใส่   โชคดีที่พระองค์ไม่เห็นทั้งยังตรัสเล่าต่อ “เราปิดข่าวไว้   ให้การรักษาพระองค์อย่างดี   เวลานี้พระอาการดีขึ้นมากแล้ว   ช่วงนั้นเองชางหมินก็เริ่มสังเกตว่าขุนนางซือล้มป่วยอย่างผิดปกติเช่นกัน   หลังจากตรวจสอบและเริ่มการรักษาขับพิษในเบื้องต้นแล้วก็พบว่าเป็นพิษชนิดเดียวกันกับที่ฝ่าบาทได้รับจริงๆ”


พระองค์ว่าจบก็หันไปทางสาวใช้ที่ยืนทำตาโตตรงนั้น   ดูท่าจะเริ่มรู้ถึงภาระของตนเองเข้าแล้ว “เวลานี้เราจำเป็นต้องหาใครมาช่วยดูแลขุนนางซือ   เราไม่อาจเชื่อใจใครในจวนสกุลซือได้   โม่ฟาหยางเจ้าเป็นสาวใช้การเข้าไปในจวนสกุลซือจะไม่เป็นที่น่าจับตามองของใคร   ทั้งยังเป็นสาวใช้เพียงคนเดียวที่ทุกคนในที่นี้ไว้วางใจ   เจ้าพอจะช่วยเราสักหน่อยได้หรือไม่”


สาวใช้สะดุ้งขึ้นเล็กน้อยยามเห็นว่าพระเนตรคมวาวับหันมาจับจ้องทางตน   นางเร่งยอบตัวลงต่ำ   ก้มศีรษะลง   เอ่ยตอบพระองค์ว่าตนยินดีอย่างยิ่งที่ได้ช่วยเหลือ   ครั้นได้ยินพระองค์หันไปตรัสถึงผู้อื่นแล้วตนจึงลุกขึ้นช้าๆ   ดวงตาหลุบมองฝ่ามือของตน   มันทั้งสั่นเทาและชื้นไปด้วยเหงื่อ


นางกลัว   แม้องค์ชายจะตรัสด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่   ราวกับบอกว่าพระองค์ได้ควบคุมทุกสิ่งไว้ทั้งหมดแล้ว   แต่ยามได้ยินเรื่องราว   ความหนักอึ้งของเนื้อหาที่ตกลงมากองทับตัว   ก็ยังท่วมสูงจนราวกับจะหายใจไม่ออก


นางเป็นแค่สาวใช้ตัวเล็กๆ   เหตุใดจึงต้องลงไปร่วมกับเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ด้วย


ไป๋หลันกวาดตามองเงียบๆก่อนจะลุกขึ้นยืน   น้ำเสียงอ่อนหวานหนักแน่นเอ่ยอย่างจริงจัง “เช่นนั้นเฟยลี่จะไม่มีคนคอยตามดูแล   อวี้ฟงไม่อาจอยู่ใกล้ชิดได้ตลอด   หม่อมฉันขออาสาเป็นผู้คุ้มกันคุณหนูเฟยลี่เองเพคะ”


เจ้าเป็นสตรี   จะไปเสี่ยงอันตรายได้อย่างไร   เฟยลี่เป็นน้องสาวของข้า   ทั้งยังเป็นคนสนิทขององค์ชาย   โอกาสที่จะถูกหมายหัวมีสูง” เหอซูค้านเสียงต่ำ   แม้ใจจะห่วงน้องสาวมากแต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรลากให้ใครมาเสี่ยงอันตรายไปด้วย “อีกอย่างเจ้าก็เป็นบุตรีขุนนางมีชื่อ   ไปอาศัยนอนอยู่จวนบุรุษอื่นมันไม่งาม”


หญิงสาวฟังแล้วก็มุ่นคิ้ว   ยินดีอยู่บ้างที่เขาเป็นห่วงเป็นใย   แต่ยามฟังถ้อยคำที่คล้ายดูถูกกันอยู่หน่อยๆแล้วก็อดนึกขุ่นเคืองไม่ได้ “ถึงจะเป็นสตรีข้าก็พอมีวิชาป้องกันตัวอยู่บ้าง   เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะยอมให้อวี้ฟงติดตามนางไปจนถึงข้างเตียง”


ไม่มีทาง!” สองบุรุษประสานเสียงกันทันควัน   ทั้งยังปรายสายพระเนตรคมดุไปหาผู้คุ้มกันที่นั่งเยื้องอยู่ด้านหลังจนรู้สึกหนาวสันหลัง   ไม่แน่ใจจนปัจจุบันว่าตนทำสิ่งใดผิดไปอยู่ดี


เหอซูขยับกายไปมาไม่สบายใจ "แต่มันไม่งาม   เจ้าเป็นสตรี   ผู้อื่นจะครหานินทาเอาได้"


ไป๋หลันหันไปมองบุรุษที่กำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดแล้วก็คลี่ยิ้มกว้าง   ได้ทีเร่งหันเอียงไปหาบุรุษผู้เป็นสหาย   เอ่ยกึ่งยั่วเย้าอย่างอารมณ์ดี “เช่นนั้นท่านก็รับผิดชอบข้าสิเจ้าคะ   หากท่านเอ่ยสักคำว่ายินดีจะรับผิดชอบข้าไปทั้งชีวิต   ก็ไม่มีอะไรที่ข้าจะต้องหวั่นเกรงแล้ว”


เหอซูหน้าร้อนผ่าว   เห็นเป็นรอยแดงปื้นยาวไปถึงหู   ปากเดี๋ยวอ้าเดี๋ยวหุบอย่างไม่รู้จะเอ่ยถ้อยคำใด   หญิงสาวมองแล้วก็หัวเราะคิกคักพึงพอใจ   รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมากทีเดียว


องค์ชายถอนหายใจเบาๆ   รู้สึกเหนื่อยพระทัยขึ้นมาน้อยๆ   ไป๋หลันมักทำเป็นเล่นสนุกอยู่เรื่อยไป "เจ้าแน่ใจแล้วหรือไป๋หลัน   มันอันตรายเจ้าเองก็รู้ดี"


หญิงสาวคลายรอยยิ้มลง   ดวงตาเต็มไปด้วยรอยมั่นใจ   มือสองข้างรวบไว้ที่ตัก   แสดงให้รู้ว่าจนเจรียมใจไว้พร้อมแล้วจริงๆเช่นกัน "ทูลองค์ชาย   หม่อมฉันรู้ดีว่าหม่อมฉันเองมิได้เก่งกาจถึงเพียงนั้น   ทั้งยังไม่มีทางสู้แรงบุรุษที่หวังจะทำร้ายได้   แต่หากเพียงการป้องกันตัว   ซื้อเวลา   หรือลงมือกับบุรุษที่บาดเจ็บอ่อนแรง   หม่อมฉันมั่นใจที่จะลงมือเพคะ"


ถ้อยคำหนักแน่นจริงจังด้วยท่าทางนิ่งสงบทำให้คำที่คิดจะคัดค้านทักท้วงพลันกลืนหายไปในลำคอ   เหอซูมองไป๋หลันนิ่ง   หญิงสาวจริงจังถึงเพียงนั้นและนี่ก็นับเป็นทางออกที่ดี   เขาควรจะเคารพการตัดสินใจของนางเช่นกัน


ที่เหลือเป็นหน้าที่ของเขา   ที่จะต้องปกป้องสตรีทั้งสองไว้ให้ได้แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตามที


 




การประชุมส่วนที่เหลือเริ่มจะเคร่งเครียดจริงจังและไม่เกี่ยวพันอันใดกับคุณหนูเฟยลี่อีก   เหอซูจึงส่งเด็กสาวพร้อมสาวใช้ประจำตัวออกจากห้อง   กำชับสั่งให้อวี้ฟงคุ้มกันให้ดี   ทั้งองค์ชายยังให้พ่วงองครักษ์ติดไปด้วยอีกกลุ่มใหญ่   คำสั่งให้พาสตรีทั้งสองไปส่งจนถึงจวน


รถม้าหรูหราส่วนพระองค์ที่ไม่ประทับตราถูกนำมาใช้   เฟยลี่ที่ถูกเชิญขึ้นรถม้ากลับขยับเข้าใกล้สาวใช้ของตน   มือข้างหนึ่งเอื้อมออกมากำชายแขนเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่น   ฟาหยางก้มลงมองเล็กน้อย   เห็นสีหน้าซีดเซียวกับเรียวปากเม้มสนิทของเด็กสาวแล้วก็ลอบถอนหายใจ   ยอมก้าวขึ้นรถม้าไปด้วยกันแต่โดยดี



คุณหนูน้อยรั้งให้หญิงสาวขยับเข้ามานั่งข้างกัน   มือที่กำชายแขนเสื้อก็ไม่ยอมปล่อย   ใบหน้าดูราวกับพยายามอดกลั้น   คล้ายจะเห็นหยดน้ำตาวาวๆทางหางตาด้วย


คุณหนู   กลัวหรือเจ้าคะ” ฟาหยางเลือกเอ่ยถามขึ้นมาก่อน   น้ำเสียงนุ่มนวลลงกว่าปกติ


เฟยลี่ไม่ตอบอะไร   นางเพียงอิงศีรษะเข้ากับแขนเรียว   ซุกตัวเข้าหาราวกับจะออดอ้อน   สาวใช้ก็เพียงยิ้มรับจางๆ   เอื้อมมือออกโอบนางไว้   รั้งให้เด็กสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนอุ่น


อย่ากังวลเลยเจ้าค่ะ   คุณชายเหอฉลาดเฉียบแหลม   องค์ชายเองก็ฝีมือเก่งกาจ   คุณหนูไป๋หลันก็ได้ยินข่าวว่าเป็นสตรีที่มีความสามารถ   คุณหนูย่อมปลอดภัยแน่เจ้าค่ะ”


เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมอง   ดวงตาวาวกลมโตฉ่ำน้ำตา   เห็นเป็นหยดใสกลิ้งผ่านข้างแก้ม   มือเล็กกางออกกอดรั้งอีกฝ่ายไว้   ไม่ได้สนใจว่าฐานะใครเป็นอย่างไร “แล้วผู้ใดจะปกป้องหยางหยางเล่า   เหตุใดจึงเป็นเจ้าที่ไม่ปลอดภัย”


คำถามนั้นทำให้นางนิ่งไป   ดวงตาเบิกกว้างขึ้นนิดๆ   รู้สึกปะปนกันทั้งดีใจและเสียใจ   ไม่ใช่แค่เด็กสาวในอ้อมแขนที่ขาดความอบอุ่นบางอย่างในใจ   ตัวนางเองก็ไม่ได้เติบโตมาอย่างปกติสักเท่าไหร่   อย่าว่าแต่คิดว่าจะมีผู้ใดมาปกป้องตนเลย   แค่การคิดว่ามีใครสักคนมาห่วงใยก็แทบไม่อาจหาญนึกฝันแล้ว


แต่น่าประหลาดใจ   ยามคิดว่าตนไม่มีใคร   กลับคล้ายได้ยินเสียงทุ้มต่ำก้องขึ้นในหู   คำที่บอกว่าเขาจะปกป้องนาง   ขอให้วางใจ   แผ่นหลังสูงใหญ่ที่ทำให้ตนรู้สึกปลอดภัยอันเริ่มจะคุ้นตา


เหตุใดข้าน้อยจึงไม่ปลอดภัย   ข้าน้อยอยู่กับคุณชายชางหมินนะเจ้าคะ   คุณชายชางหมินเก่งกาจจนเป็นถึงราชองครักษ์ได้   เขาย่อมสามารถคุ้มครองข้าได้แน่เจ้าค่ะ”


เฟยลี่ส่ายศีรษะกับอกของอีกฝ่าย   งอแงเอาแต่ใจด้วยเสียงอ่อนระโหยจนเกือบเป็นอ้อนวอน “หยางหยางอยู่กับข้าเถิดนะ   อย่าไปเลยนะ”


ฟาหยางกอดอีกฝ่ายแน่นเข้าโดยไม่ได้เอ่ยอะไร   ให้ความอบอุ่นของอ้อมแขนปลอบประโลม   กระทั่งไม่นานก็ถึงจวน   เด็กสาวกำมือนางไว้   ไม่ยอมปล่อยให้เดินจากไปไหน   ฉุดรั้งให้อยู่เคียงข้างนานที่สุด   สาวใช้ก็เพียงตามใจ   เดินตามอย่างว่าง่ายไปจนถึงห้องนอน


หญิงสาวมองจนปิดประตูเรียบร้อยดีก็หันกลับมา   ขยับตัวพาเด็กสาวเดินตรงไปนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะคุกเข่าลง   นางรวบมืออีกฝ่ายมากุมไว้   บีบเบาๆให้กำลังใจกัน “ข้าน้อยสัญญาเลยว่าจะปลอดภัยกลับมาหาคุณหนูให้ได้   คุณหนูเองก็เช่นกัน   โปรดระมัดระวังรักษาตัวให้ดีนะเจ้าคะ”


เฟยลี่มีสีหน้าเศร้าสร้อยแต่สุดท้ายก็ยินยอมพยักหน้ารับ   ฟาหยางเพียงก้มลงไป   เอื้อมมือโอบกอดเด็กสาวไว้อีกครั้งก่อนจะผละออก   แจ้งว่าตนจะเตรียมชาและขนมให้   เลื่อนแผนการเก็บกระเป๋าของตนไปก่อน


สองสาวนั่งอิงแอบแนบชิด   จิบชาผ่อนคลายลงจนเด็กสาวเริ่มมีรอยยิ้มจางๆ   ใช้เวลานิ่งเงียบยาวนานจนกระทั่งบุรุษหนุ่มอีกสองคนกลับมาถึงจวน   เหอซูเร่งมุ่งหน้าตรงมายังห้องของน้องสาวทันที   ค่อนข้างเป็นกังวลว่านางจะตื่นกลัวตกใจ   ทว่ายามเปิดประตูมาเห็นอีกฝ่ายดูสงบดี   ทั้งยังเกาะแขนสาวใช้ไม่ห่างก็อดเลิกคิ้วน้อยๆไม่ได้


“ลี่ลี่เป็นอย่างไรบ้าง” เหอซูมองข้ามสาวใช้ที่ทำสีหน้าลำบากใจอยู่ข้างๆนั้นไป   ทั้งยังพยักหน้ารับน้อยๆราวจะบอกว่าเข้าใจ   เฟยลี่เงยหน้าขึ้นมอง   มีรอยกวั่นใจในแววตาอยู่บ้างแต่ท่าทางสงบนิ่งนั้นก็ทำให้พี่ชายคลายใจลง


“ข้ายังไม่ค่อยเข้าใจนิดหน่อยเจ้าค่ะ   แต่คิดว่าไม่เป็นไร” เฟยลี่ว่า   เว้นเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจคลายมือออก   นางลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินตรงไปหาบุรุษที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง   ใบหน้าน่ารักนั่นทำหน้านิ่วคิ้วขมวด   แก้มนวลป่องออกน้อยๆ   พยายามทำหน้าจริงจังอย่างถึงที่สุด


“หยางหยางบอกว่าท่านสัญญาจะปกป้องนาง   ท่านพูดจริงใช่หรือไม่”


ชางหมินเลิกคิ้วสูง   ร่างกายที่เอนพิงประตูสบายๆพลันขยับเกร็งขึ้น   เขาเงยหน้าขึ้นมองเห็นสาวใช้นั่งก้มหน้าท่าทางลำบากใจก็ยกมุมปากเป็นรอยยิ้ม   รู้สึกได้ถึงความยินดีที่แผ่ขึ้นมาในอกจนรู้สึกอุ่น   เขาดึงสายตากลับมายังเด็กสาว   สบตาอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง   ขึงขังราวกับกำลังเอ่ยตอบผู้บังคับบัญชาของตน


“ข้าสาบาน   ข้าจะปกป้องฟาหยางด้วยทั้งหมดที่ข้ามี” เขายิ้มจางๆ   วางมือข้างหนึ่งบนศีรษะของนาง “ข้ารู้ว่าหยางหยางสำคัญกับเจ้า   เพราะนางก็สำคัญกับข้ามากเช่นกัน”


เฟยลี่ทำหน้าลังเลเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง   นางพยักหน้าหนหนึ่งแล้วจึงยอบตัวลง   เอ่ยด้วยทีท่าสงบนิ่ง “เช่นนั้นข้าจะขอฝากนางไว้ในมือของท่านเจ้าค่ะ”


ชางหมินก้มศีรษะลงรับ   มองเด็กสาวมุ่งกลับไปหาสาวใช้คนสนิท   ซุกเข้าไปในอ้อมกอดกว้างนั้นอย่างน่าอิจฉา   เหอซูขยับปลีกตัวออกห่างมา   เข้าไปสนทนากับสหายตน


“ขอบใจที่ช่วยจริงจังให้นาง   ถึงจะเป็นแค่เรื่องสาวใช้คนหนึ่ง” เขาว่า   ก้มหน้าลงเล็กน้อย “ลี่เอ๋อร์ให้ความสำคัญกับสาวใช้มากจริงๆ   ลำบากเจ้าแล้ว”


“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องขอบใจเลย   ข้าจริงจัง   และข้าก็สาบานไว้แล้วว่าจะปกป้องนาง” ชางหมินหันกลับมา   รอยยิ้มที่มุมปากดูคล้ายจะอ่อนหวานลงกว่าปกติ “และนางก็สำคัญมากจริงๆ   ไม่ใช่เรื่องที่ลำบากอะไรเลย”


“...นี่เจ้า!


ชางหมินไม่คิดอยู่สนทนาต่อ   ทั้งยังอดหัวเราะในลำคอเบาๆไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของสหาย   เขาขยับเข้าไปหาสองสาว   เอ่ยแจ้งว่าตนจะรอรับฟาหยางไปพร้อมกันในเย็นนี้   เฟยลี่จึงยอมคลายมือ   ปล่อยให้สาวใช้ของตนออกไปเก็บข้าวของ


เขาเดินเคียงไปกับนาง   ปรับชะลอจังหวะฝีเท้าให้เสมอกันกับสตรีข้างตัว   ฟาหยางลอบมองแล้วก็ยิ้มจางๆออกมา   แค่เรื่องเล็กๆน้อยที่เขาใส่ใจก็ทำให้นางรู้สึกดี


“ข้าดีใจที่เจ้าบอกว่าข้าจะปกป้อง   ดีใจที่เจ้าเชื่อใจข้า   ขอบคุณ” ชางหมินว่าขึ้น   มือข้างหนึ่งยกขึ้นเกาหลังศีรษะ   รู้สึกเก้กังอย่างอธิบายไม่ถูก   เขาไม่ค่อยเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนเท่าไหร่   ทั้งชีวิตเขารู้จักแต่มิตรภาพอย่างสหาย   เวลานี้ยามจะเข้าหาสตรีสักนางก็ทำเป็นแต่เปิดเผยโผงผาง   เหมือนเวลาอยู่กับสหายตน


ฟาหยางหลบตาลง   ที่จริงตอนตอบเฟยลี่ไปนางยังไม่ได้รู้สึกถึงความจริงจังของถ้อยคำนั้นมากนัก   ทว่ายามเห็นหน้าเขานางกลับรู้สึกถึงมัน   ยิ่งเขากล่าวซ้ำอย่างหนักแน่นตรงนั้นก็ยิ่งดูราวกับตอกมันลงไปในจิตใจ   เป็นความรู้สึกแปลกใหม่อันไม่คุ้นเคยเช่นกัน


“ข้าก็ดีใจเช่นกันที่ท่านจะปกป้องสาวใช้ธรรมดาเช่นข้า” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา   คลี่รอยยิ้มจริงใจอ่อนหวานส่งกลับไป “ขอบคุณท่านมาก   ชีวิตข้าคงต้องฝากไว้ในมือท่านเสียแล้ว”


นางยังไม่รู้ว่าความรู้สึกนี่คืออะไร   แต่ไม่เป็นไรนางยังมีเวลาอีกมากให้ค่อยๆพิจารณามัน   ระหว่างนี้หากจะทิ้งตัวลงไปบนความอุ่นอันหอมหวานสักหน่อย   เขาก็คงไม่ว่าอะไร










-------------------------------------------------------

TALK

ขออภัยทุกท่านที่แสงเหมือนเงียบหายไปนาน   แต่ไม่ได้ไปไหนจ้ากำลังพยายามเร่งต้นฉบับ   ถ้าจบทั้งหมดทันภายในเดือนหน้าน่าจะออกทันงานหนังสือ   แล้วตอนนี้ก็เหลือปมเหลืออะไรอีกแค่นิดหน่อยเลยพยายามเร่งมืออยู่จ้า

อันนี้เห็นหายไปนานแล้วเลยเอามาลงแก้คิดถึงกันก่อน 55555 อดใจรอหน่อยน้าแสงอาจจะหายไปปั่นต้นฉบับอีก   อยากมีเวลาเขียนดีๆสวยๆจะได้อ่านกันสนุกเนอะ

บทนี้เป็นช่วงเชื่อมอาจจะดูเนือยๆหน่อย   บทหน้ารับประกันความหวานมาแบบจัดเต็ม   ใครรอหยางหยางกับคุณชายชางเจอกันบทหน้าเลยจ้า

แสงเพลิง






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 301 ครั้ง

520 ความคิดเห็น

  1. #456 ทองม้วน (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 07:16

    ว้าวๆ หลายคู่พัฒนาไม่แพ้กันเลย ไรต์ขอบคุณนะคะ

    #456
    0
  2. #423 namoji (@namoji) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 18:17
    เตรียมแคะกระปุกรอเลยค่ะ

    ^ ^
    #423
    0
  3. #422 jeed_porn (@wannapos) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 10:41
    รอเล่มค่ะ
    #422
    0
  4. #421 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 17:46
    คู่นี้น่ารักมากเลย ค่อยๆเป็นค่อยๆไป
    #421
    0
  5. #420 mynameishiran (@mynameishiran) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 09:24
    ซึ้งคุณหนู แงงงง
    #420
    0
  6. วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 04:52
    คุณหนูฝากฝังขนาดนี้ก็คือยกหยางหยางให้พี่ชางแล้วใช่มั้ย555555 พาร์ทนี้คุณหนูน่ารักมากกกกก น้องงงงง
    #419
    0
  7. #418 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 00:20
    ชอบฟีลของคู่ฟาหยางมากเลย มันละมุนอบอุ่น ทั้งๆที่เค้ายังไม่ได้ทำอะไรมากมายอะ แค่คุยกัน ใส่ใจกัน แต่มันดูพิเศษมากๆเลย
    #418
    0