[Fic] .: What Is Love :. [TaeNy] (SNSD Yuri)

ตอนที่ 14 : Chapter 13 : เคราะห์ซ้ำกรรมซัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    16 ม.ค. 58

Chapter 13 : เคราะห์ซ้ำกรรมซัด

 

               
ร่างเล็กของคิมแทยอนกำลังนั่งเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่าง.. ไม่สนใจบทเรียนที่ดำเนินมาจนเกือบจะจบคาบแม้แต่น้อย อาการเหม่อลอยแปลกๆปะปนกับอาการหงุดหงิดง่ายบางครั้งที่เป็นมาตั้งแต่เมื่อวานทำให้ควอนยูริที่นั่งข้างๆกำลังเป็นกังวล จนกระทั่งคาบเรียนสุดท้ายของวันจบลงคนตัวสูงผิวคล้ำจึงเอ่ยปากถามเพื่อนตัวเล็กทันที “เป็นอะไรไปเหมันต์???เหม่อตั้งแต่เช้าแล้วนะ”

               
“นั่นสิ ไม่ฟังอาจารย์สอบแบบนี้เดี๋ยวพอเทสขึ้นมาก็ทำไม่ได้หรอก” ยุนอากล่าวด้วยความเป็นห่วงขณะลงมือเก็บอุปกรณ์การเรียนใส่กระเป๋าใบเก่ง แต่คำกล่าวของเขากลับเรียกเสียงหัวเราะขบขันของร่างสูงโปร่งข้างๆได้ทันที


ปาร์คกยูริมองเจ้าของฉายาเจ้าชายแห่งฤดูใบไม้ผลิด้วยแววตาระริก “เหมันต์ของพวกเราหัวดีจะตายไป..ต่อให้ไม่เข้าเรียนสองสามคาบก็ทำข้อสอบได้สบายอยู่แล้วล่ะ”


“อืม..นั่นสินะฉันเองก็ลืมไปว่าเจ้าชายหิมะของเราติดนิสัยอ่านหนังสือล่วงหน้าจนไม่ต้องเข้าเรียนก็รู้เรื่องนี่นา” ยุนอาหัวเราะน้อยๆก่อนจะบอกในสิ่งที่ตัวเองรู้มาสดๆร้อนๆเมื่อกลางวัน “เออนี่ จูฮยอนเพิ่งส่งข่าวมาว่าจะกลับมาก่อนสอบปลายภาคนะ แกก็หายห่วงได้แล้วล่ะเรื่องนักร้องอีกคนที่จะมาร้องเพลงร่วมกับแกและมิยองน้อยน่ะ”


“.....อืม..” แทยอนเพียงแต่ขานรับสั้นๆและก้มหน้าก้มตาเก็บอุปกรณ์การเรียนของตัวเองลงกระเป๋า


“แต่ฉันว่าข่าวของฉันเจ๋งกว่านั้นนะ” กยูริพูดลอยๆขณะก้มหน้าก้มตาเช็ดเลนส์ของกล้องตัวโปรด ริมฝีปากบางยกยิ้มกริ่มเมื่อได้ยินยุนอาพึมพำว่าจะเจ๋งแค่ไหนกันเชียว ดวงตาคมเหลือบมองแทยอนเพื่อรอดูปฏิกิริยาบางอย่าง “...เรื่องของมิยองน้อยน่ะ..” ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นไปตามคาดเมื่อคนพูดน้อยที่อารมณ์ไม่ปกติมาได้สองวันหันกลับมามองกันทันที


“มิยองทำไม...”


“เห็นว่าไม่ค่อยสบายมาเลยไม่มาเรียน วิกกี้กับซูยอนจะไปเยี่ยมที่บ้านวันนี้น่ะ”


“ฉันว่ามิยองน้อยคงจะขวัญเสียด้วยมากกว่าหลังจากโดนขังไว้ในห้องน้ำเมื่อวันก่อน” ยูริพูดตามที่ตัวเองคิด คราวแรกที่รู้เรื่องนี้จากกยูริ ทั้งเขาและยุนอาเดือดดาลไม่แพ้แทยอนเลยทีเดียวเพราะทั้งคู่เองก็เอ็นดูเด็กสาวฮวังมิยองเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง..ก็คงไม่แปลกนักที่จะห่วงใยเด็กขี้อายคนนั้นด้วย แต่ที่แปลกคือคนที่น่าจะเป็นเดือดเป็นร้อนที่สุดอย่างแทยอนทำไมถึงยังเฉยอยู่ได้เล่า ..หรือบางทีคิมแทยอนอาจจะกำลังมีความคิดบางอย่างอยู่ในใจแล้วเพียงแต่ไม่พูดออกมาตามวิสัยของเจ้าตัวก็เป็นได้ “.....แกจะทำยังไงต่อไปเหมันต์เพราะถ้าแกไม่ทำอะไรสักอย่างเจ้าหญิงของแกคงจะโดนแกล้งหนักขึ้นเรื่อยๆ...”


“...ฉันยังหาหลักฐานไปจับตัวการพวกนั้นไม่ได้” แทยอนพูดเสียงเย็น “ไม่ใช่ว่าไม่ห่วงแต่อย่าลืมว่าฉันเป็นหนึ่งในสภานักเรียนถ้าเกิดทำอะไรไปโดยไม่มีหลักฐาน..ไม่ใชแค่ฉันที่เสื่อมเสียแต่จะเป็นสภานักเรียนทั้งหมด..อีกอย่าง...” เขาลอบถอนหายใจเบาราวกับหนักใจ “...มิยองเองก็คงไม่อยากให้ฉันไปจัดการพวกที่มาทำร้ายเธอแน่ๆ..เธอไม่อยากให้ฉันเดือดร้อน”


“นอกจากจะเป็นเด็กดีที่หนึ่งของแกแล้วยังจะเป็นคนดีที่หนึ่งของแกด้วยนะเนี่ย” ยุนอาพูดยิ้มๆ ไม่ลืมเอ่ยถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย “ว่าแต่เมื่อไหร่จะขอน้องเป็นแฟนสักทีล่ะ ไหนๆก็ชอบพอกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”


แต่กลับไม่มีคำตอบใดออกมาจากปากคนพูดน้อย คิมแทยอนเพียงแค่เหวี่ยงเป้ขึ้นบ่าแล้วพึมพำว่าจะไปเยี่ยมมิยองที่บ้านจากนั้นก็เดินลิ่วออกไปโดยไม่รอพวกเขาเลยสักนิด ทิ้งให้พวกเขาได้แต่นั่งถอนหายใจกับความปากแข็งไม่เข้าท่าของเพื่อนตัวเล็ก ..คนมันปากแข็งจะให้พูดออกมาง่ายๆก็คงยากแล้วแทยอนก็ยิ่งเป็นคนที่พูดไม่เก่งอยู่ด้วย.. ก็หวังแต่ว่าแทยอนจะไม่พูดคำนั้นออกมาช้าไปนักหรอกนะ เพราะพวกเขาเองก็ไม่อยากเห็นเพื่อนแสดงด้านร้ายๆกับเด็กคนนั้นหากอะไรมันไม่เป็นไปตามที่แทยอนอยากให้เป็น..เพราะคบกันมานานหลายสิบปีและอยู่ใกล้ชิดกันมาตลอดตั้งแต่น้าซูจีตายไปเลยทำให้รู้...


..สำหรับคิมแทยอน ..ไม่มีคำว่ารักคือการเสียสละอยู่ในหัวสมองเลยแม้เพียงเสี้ยวนาที..


เพราะความรักของเด็กที่ขาดความอบอุ่นอย่างแทยอนคงไม่มีทางเป็นอื่น..นอกจากคำว่า ครอบครอง

 

................................................................................................................................................................................

               
“อ้าว??หนูแทยอน มาเยี่ยมน้องหรอลูก???เข้ามาก่อนสิจ๊ะ” เสียงหวานของยูอินนาเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกครั้งที่แทยอนมาบ้าน คนตัวเล็กยิ้มบางก้มหัวทักทายก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านโดยมีสายตาแปลกใจของยูริ ยุนอา วิกตอเรียและซูยอนที่ยกโขยงมาเยี่ยมคนป่วยมองตามไปอย่างแปลกใจ ฝ่ายแม่ของมิยองที่เห็นสายตาสงสัยของเด็กๆก็ตอบเพื่อคลายความสงสัยให้ว่าแทยอนมักชอบมาทานข้าวเย็นที่บ้านนี้เกือบจะทุกวัน..จนจะกลายเป็นบ้านของแทยอนอีกหลังไปแล้ว

               
หลังจากวิกตอเรียและซูยอนแนะนำยูริและยุนอาให้กับอินนาเรียบร้อยทั้งหมดก็เดินเข้ามาในบ้าน.. แต่ยังไม่ทันจะได้ทิ้งตัวนั่งกับโซฟาคนตัวเล็กก็โดนอินนาคว้าเข้าไปกอดไว้แน่น.. เป็นอีกครั้งที่ทั้งสี่ได้แต่มองภาพนั้นอย่างงุนงงที่คิมแทยอนยอมให้แม่ของมิยองกอดได้ง่ายๆแถมยังไม่มีท่าทีอึดอัดอะไรอีกด้วย และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นคือคนตัวเล็กยกวงแขนกอดหล่อนตอบเบาๆพร้อมกับใบหน้าใสที่ปรากฏรอยแดงเรื่อบนพวงแก้ม


“ไม่ได้เจอกันตั้งนานเป็นยังไงบ้างลูก สบายดีใช่ไหม??น้องดื้อกับหนูบ้างหรือเปล่าจ๊ะ” อินนาถามไถ่อย่างใส่ใจ ลูบผมสีทองสั้นระบ่าด้วยความเอ็นดู “น้องบอกแทยอนไปทำสีผมมาใหม่ แม่ก็ว่าเข้ากับหนูดีนะ”


“แทสบายดีค่ะ มิยองไม่ค่อยดื้อกับแทเท่าไหร่..เป็นเด็กดีออกค่ะ” แทยอนตอบพลางยิ้มบางก่อนจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “..ก่อนอื่นแทต้องขอโทษคุณน้าจริงๆที่ดูแลน้องได้ไม่ดีเท่าที่ควร..ทำให้เกิดอะไรไม่ดีกับน้องเมื่อวันก่อน ขอโทษจริงๆนะคะคุณน้า...”


“ช่างเถอะแม่เข้าใจนะ..อย่างน้อยแทยอนก็ไปช่วยน้องทันเวลาพอดี แม่ต่างหากที่ต้องขอบคุณหนูที่พยายามดูแลน้องอย่างเต็มที่ทั้งที่หนูเองก็ยุ่งอยู่กับเรื่องงานในสภานักเรียนตลอดแท้ๆ”


“....แทเต็มใจดูแลน้องค่ะ”


“ว่าแต่มิยองล่ะคะคุณแม่” วิกตอเรียถามเสียงใส กวาดสายตามองหาเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง “หนูเห็นว่ามิยองไม่มาเรียนเลยเป็นห่วงนะค่ะ อยากมาดูให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก....”


“อยู่ข้างบนน่ะจ้ะ..เดี๋ยวคงจะลงมาแล้วล่ะ” อินนาตอบ หันมองแทยอนที่นั่งอยู่ข้างๆ ดวงตาหวานมองเด็กสาวตัวเล็กด้วยแววตาหยอกเย้าเมื่อเห็นอีกคนเอาแต่ชะเง้อมองไปยังบันไดบ้าน “..อยากไปตามน้องที่ห้องไหมจ๊ะ ห้องน้องอยู่ริมซ้ายสุดของชั้นสองจ้ะ”


พวงแก้มของแทยอนแดงเรื่อเล็กๆเมื่อรู้ตัวว่าโดนแกล้งอีกแล้ว เขาพยายามซ่อนความขัดเขินเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเฉยชา “เอ่อ..ไม่เป็นไรค่ะแทรอข้างล่างดีกว่า”


“จะเกรงใจอะไรพ่อลูกเขย” คำพูดของหล่อนทำให้เด็กๆหัวเราะกันครืน นึกชอบแม่ของมิยองขึ้นมาทันใด “มาหาน้องก็ออกบ่อยจนจะทุกวันเลยด้วยซ้ำไม่ไปดูห้องน้องบ้างเหรอ เผื่อวันไหนทานข้าวเย็นแล้วอยู่คุยกับแม่เพลินจนดึกจะได้ไม่เขินเวลาที่มานอนห้องน้อง...”


“เอ่อ....ไม่...”


“ใครมาเหรอคะแม่..” เสียงหวานแหบตะโกนถามมาแต่ไกล ร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดเข้ารูปกับกางเกงขาสั้นสบายๆอวดเรียวขาขาวเดินลงมาจากชั้นสอง ดวงตาหวานใต้กรอบแว่นเบิ่งโตเล็กๆเมื่อเห็นเพื่อนสนิทและรุ่นพี่ยูริยุนอานั่งสลอนอยู่ในห้องนั่งเล่น ฮวังมิยองยืนนิ่งอยู่กลางบันไดทันทีที่มองสบตากับแทยอน.. ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากถามอะไรเด็กสาวก็หมุนตัวเดินขึ้นห้องไปเงียบๆทิ้งให้ทั้งหมดได้แต่นั่งงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเสียอย่างนั้น ..และคนที่งุนงงที่สุดคงจะไม่พ้นคิมแทยอน..


...ทำไม..


ในหัวของแทยอนตอนนี้มีคำว่าทำไมบินว่อน ดวงตาสีเข้มเป็นประกายร้าวชั่วครู่ก่อนจะกลับไปสงบนิ่งดังเดิม ..ทั้งที่สงสัยกับปฏิกิริยานั้นแต่แทยอนกลับเลือกที่จะนิ่งเงียบ ..แต่ใครจะรู้ว่าในใจของเขากำลังเกิดคำถามและเจ็บปวดไปหมดที่เธอทำเหมือนจะหนีหน้ากันแบบนั้น ..แทยอนไม่ชอบเลยที่มิยองจะหนีหน้า ไม่พูดกับเขา..ทำเหมือนโกรธทั้งที่แทยอนเองก็ไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจงั้นหรือ ความกระวนกระวายที่ถูกซ่อนไว้อย่างแยบยลใต้หน้ากากเย็นชามีหรือที่ผู้ใหญ่อย่างยูอินนาจะมองไม่ออก


“...ถ้าไม่ถาม แทยอนก็จะไม่รู้หรอกนะว่าน้องเป็นอะไร..แทยอนเองก็รู้ไม่ใช่หรือว่าที่น้องไม่พูดเพราะไม่อยากให้แทยอนไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นถ้าแทยอนอยากรู้ว่าทำไมน้องถึงเป็นแบบนั้น..แทยอนก็ขึ้นไปหาน้องเถอะ..”

 


เสียงเคาะประตูห้องทำให้ฮวังมิยองที่เอาแต่นั่งนิ่งปลายเตียงสะดุ้งตกใจ เธอมองประตูห้องอย่างชั่งใจเล็กๆพอจะเดินไปเปิดกลับต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงของเขาดังลอดมา “มิยอง..เปิดประตูให้ฉันหน่อยได้ไหม” ฝ่ามือบางทาบบนบานประตูแนบหน้าผากกับไม้สีวอลนัตและหลับตาลงอย่างรู้สึกสับสนในใจ ที่ไม่เปิดไม่ใช่ไม่อยากเจอหน้า..แต่เพราะรู้ว่าจะต้องโดนถามเรื่องเมื่อวันก่อนเลยไม่อยากพูดให้แทยอนไม่สบายใจก็เท่านั้น..


..ต้องแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ กลั้นใจหยุดเรียน ไม่รับโทรศัพท์ของเขาตั้งแต่เมื่อวานทั้งที่ใจก็คิดถึงแทบตาย..


“....ฉันจะไม่ถามหรอกนะว่าเธอเป็นอะไร ทำไมไม่รับโทรศัพท์ของฉันตั้งแต่เมื่อวาน ทำไมถึงไม่ไปเรียนแล้วทำไมถึงต้องทำเหมือนไม่อยากเจอหน้า...แต่ที่ฉันมาก็เพราะเป็นห่วง..เธอรู้ใช่ไหม..”


“ฉันกระวนกระวายไปหมดว่าทำไม..ทำไม..ทำไม..เฝ้าถามตัวเองซ้ำๆว่าฉันทำอะไรให้เธอโกรธหรือเปล่าแต่ฉันมันโง่..ฉันมันซื่อบื้อถึงไม่รู้เสียทีว่าไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจ..แล้วฉันก็จะไม่ถามถ้าเธอไม่อยากพูดแต่ฉันอยากจะบอกเธอว่าตลอดสองวันที่ฉันไม่ได้เจอเธอ...”


“ฉันคิดถึงเธอนะ....เพราะฉะนั้น..ถ้าเธอคิดถึงฉันบ้างช่วยเปิดประตูออกมาเจอกันหน่อยได้ไหม”


เสียงหมุนลูกบิดดังขึ้นพร้อมกับบานประตูห้องนอนถูกเปิดออก ใบหน้าใสของแทยอนเงยหน้ามองเธอ แววตาแสนคิดถึงของเราสบตากันเพียงครู่ก่อนที่แทยอนจะแทรกตัวเข้าไปในห้องนอน..และเราสองคนก็กอดกันเอาไว้แน่นเสียจนร่างของเราแทบจะกลืนหายเข้าไปในตัวอีกคน ฝ่ามือของเขาลูบผมของเธอเบามือ


และทันทีที่เส้นผมสัมผัสกับความอบอุ่นที่คุ้นเคยเด็กสาวขี้อายแถมด้วยแสนงอนก็แสดงนิสัยอีกอย่างให้เขาเห็นทันที เธอร้องไห้กับไหล่ของเขาเงียบๆ ..จนถึงตอนนี้เราสองคนเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกคิดถึงใครสักคนมากๆมันเป็นอย่างไรเพียงแต่เราเลือกที่จะแสดงออกมาไม่เหมือนกันก็เท่านั้น..


..เธอร้องไห้..ส่วนเขากอดเธอเอาไว้แน่น..


“..ตลอดมา..ฮึก ..ฉันรู้ว่ารุ่นพี่เป็นห่วงฉัน อยากถามว่าใครที่คอยกลั่นแกล้งฉันแต่รุ่นพี่ไม่ถามเพราะไม่อยากให้ฉันต้องไม่สบายใจ..ต แต่ฉันไม่รู้เลยว่ารุ่นพี่เองต่างหาก..ที่..ที่ไม่สบายยิ่งกว่าฉัน ฮึก...”


“เพราะแบบนี้หรือเปล่าที่ทำให้เธอหยุดเรียนและไม่รับโทรศัพท์ฉัน..แถมยังทำเหมือนหลบหน้ากันเมื่อกี้” แทยอนถามเด็กสาวในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงอาทร เห็นใบหน้าที่ซุกอกอุ่นของเขาเพื่อซ่อนน้ำตาพยักหน้าแทนคำตอบก็ระบายยิ้มบางออกมาอย่างเอ็นดู “...เด็กโง่...” กระซิบกล่าวเสียงนุ่มแต่กลับไม่เจือแววตำหนิแต่อย่างใด นิ้วเล็กแตะปลายคางมนเชยใบหน้าแสนหวานขึ้นมองสบตา เขาซับน้ำตาให้เธอด้วยปลายนิ้ว “ขี้แงจังเลยนะ...เลิกร้องไห้แล้วก็เลิกคิดมาได้แล้ว”


“ต แต่ว่า...”


“จริงอยู่ที่ฉันไม่สบายใจเรื่องนั้น..แต่สิ่งที่ทำให้ฉันกังวลยิ่งกว่าคือการที่เธอหนีหายไปแบบนี้นะ..เพียงแค่สองวันฉันก็กระวนกระวายไปหมดแล้ว..แล้วถ้าเธอจะหนีหายไปเรื่อยๆแบบนี้อีกฉันต้องเป็นบ้าสักวันแน่ๆเลย..”


“...รุ่นพี่..”


“มิยอง..ต่อจากนี้สัญญาได้ไหม..ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเธอจะไม่หนีหาย จะไม่หลบหน้ากันอีกแล้ว..ถ้าเธอไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรเพราฉันรู้ว่าเธออาจจะยังไม่พร้อม..” เขากล่าวเสียงนุ่มพร้อมโน้มหน้าลงไปใกล้เสียจนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นของเธอ กดริมฝีปากจูบบนตำแหน่งเดียวกันอย่างแสนคิดถึง “แต่ขอเพียงแค่อย่างเดียวอย่าหนีหน้ากันไปแบบนี้เลยนะ...” เปลือกตาบางของเขาปิดลงยามที่ริมฝีปากกระซิบกล่าวทั้งที่เรียวปากยังคงแนบชิด “...ฉันอยากให้เธออยู่ข้างๆฉันแบบนี้ตลอดไปเลย..รู้ไหมเด็กน้อย..”


เด็กสาวกลั้นสะอื้นเล็กๆในอ้อมกอดของเขา มิยองช้อนสายตามองอย่างลังเลก่อนจะตัดสินใจทำบางสิ่งที่ทั้งแทยอนและตัวเธอเองก็ไม่คาดคิดมาก่อน เด็กสาวปิดเปลือกตาลงขณะที่ฝ่ามือที่ยึดเสื้อของเขาเอาไว้แน่นดึงให้เขาเข้ามาใกล้.. กล่าวคิดถึงผ่านเสียงกระซิบแผ่วแล้วจึงเป็นฝ่ายทาบจูบลงบนเรียวปากบางของคนพูดน้อย บดเบียดแผ่วเบาและนุ่มนวลเพียงชั่วครู่แล้วจึงละออก..จากนั้นจึงพาร่างบอบบางของตัวเองเดินลิ่วออกจากห้องไปทิ้งให้แทยอนนั่งอึ้งหน้าแดงก่ำบนปลายเตียงของเธอ...


 


“สองคนนั้นขึ้นไปคุยอะไรกัน..ถึงกลับลงมาหน้าแดงก่ำกันทั้งคู่แล้วดูสิ...” ควอนยูริกระซิบกระซาบกับแฟนสาวพลางพยักพเยิดหน้าไปยังแทยอนและมิยองที่ยืนตัวติดกันในครัวคอยเป็นลูกมือช่วยอินนาทำอาหารมื้อเย็น “หืมม ถ้าจะตัวติดกันขนาดนี้ไม่เอากาวทาตัวไว้เลยล่ะ เวลาไปไหนมาไหนจะได้กระเตงอีกคนไปด้วย”


ซูยอนและวิกตอเรียพากันหัวเราะร่วนกับคำพูดของยูริ ส่วนอิมยุนอาคว้าคุกกี้เข้าปากยิ้มๆ “ก็พูดไป..เพื่อนเรากับมิยองกำลังอยู่ในห้วงรักไม่รู้หรือไง ดูสายตาไอ้แทมันสิ แทบจะกลืนกินมิยองทั้งตัวได้แล้วมั้งนั่น”


“ถ้าจะมองตาหวานกันขนาดนี้ทำไมไอ้แทมันไม่จับน้องกดรู้แล้วรู้รอดไปเลยวะ มานั่งจ้องตากันอยู่ได้คนนะเว้ยไม่ใช่ปลากัดจ้องตากันทั้งวันแบบนั้นน่ะ”


“พี่ยูลก็..มิยองเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ พูดแบบนั้นเดี๋ยวคุณแม่ของมิยองก็ตีพี่เอาหรอก” ซูยอนฟาดไหล่คนรักเป็นการห้ามปรามให้ยูริได้เบ้หน้า
และเปลี่ยนเป็นนั่งออดอ้อนแฟนสาวคนสวยแทน


“แหม..อย่ามาทำพูดนั่นพูดนี่เลย เธอเองก็เคยบ่นเหมือนกันไม่ใช่เหรอว่าทำไมพี่เหมันต์ถึงไม่จับเพื่อนเรากดให้รู้แล้วรู้รอด” วิกตอเรียเอ่ยแซว “แต่จะว่าไปค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะฉันว่า...ต่างคนต่างยังไม่พูดแต่พี่เหมันต์ก็ไม่ได้ล่วงเกิน(ซะที่ไหน)กับเพื่อนเรามาก.. อย่างมากก็แค่หอมแก้มจับมือ..ยังพอรับได้แต่ถ้าจูบแล้วยังไม่ขอเพื่อนเราเป็นแฟนนี่น่าจะเรียกตัวมาคุยแล้วล่ะ”


“นั่นสิเนอะ.. มิยองเองก็คงไม่ปล่อยให้พี่เหมันต์เอาเปรียบ(ซะเมื่อไหร่)หรอกน่า เพื่อนเราเรียบร้อยขนาดนั้น”

 


มื้อเย็นของบ้านฮวังที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งความสุขอย่างเช่นทุกครั้งเพียงแต่วันนี้ดูจะครื้นเครงมากกว่าปกติเมื่อมีตัวสร้างสีสันอย่างยูริ ซูยอนและวิกตอเรียผลัดกันเล่า(เผา)แทยอนและมิยองเสียเกรียมโดยยุนอาจะคอยเสริมบ้างเป็นบางครั้ง คนถูกกล่าวถึงอย่างมิยองได้แต่มองค้อนเพื่อนสนิททั้งสองอยู่เรื่อยๆส่วนแทยอนก็เอาแต่นั่งนิ่งส่งสายตาเยือกแข็งให้เพื่อนตัวเองบ้างทั้งที่รู้ว่ามันไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไหร่ก็ตาม..


“กลับบ้านกันดีๆนะคะ” ฮวังมิยองกล่าวพร้อมยิ้มน้อยๆแต่สายตากลับจ้องมองแต่แทยอนที่ยืนข้างยูริ ใบหน้าหวานของเด็กสาวหมองไปเล็กๆเมื่อรู้ว่าถึงเวลาที่แทยอนจะต้องกลับบ้านแล้ว เด็กสาวส่งยิ้มให้ทุกคนแล้วมองสบตากับแทยอนเป็นคนสุดท้าย “...ถึงบ้านแล้วโทรมาบอกด้วยนะคะ รุ่นพี่แทยอน..”


พวงแก้มของแทยอนขึ้นสีจางด้วยความขัดเขินแปลกๆ เขาส่งยิ้มบางให้เธอแทนคำตอบและยืนจ้องตาเธอเงียบๆจนยูริต้องออกปากแซวอย่างเสียมิได้ “นี่ถ้าจะยืนมองตากันหวานแบบนี้แกไม่นอนที่นี่เลยล่ะฉันจะได้ไม่ต้องขับรถไปส่งแกที่บ้าน” ซึ่งก็ได้รับแววตาดุของคนตัวเล็กตอบกลับมาแต่ถึงอย่างนั้นคนผิวคล้ำก็หาได้สะทกสะท้านไม่ ยูริได้แต่ทำหน้าระรื่นใส่เพื่อนตัวเล็กเสียอย่างนั้น


“เอ๊ะ รุ่นพี่ไม่ได้เอารถมาหรือคะ” มิยองถามอย่างแปลกใจ


“ฉันเอารถไปตรวจสภาพที่อู่น่ะ เย็นนี้เขาจะเอามาส่งที่บ้าน”


“แล้วจะกลับยังไง.....”


“ยูริไปส่งน่ะ..ไม่ต้องห่วง...” แทยอนพูดยิ้มๆ และเพราะทั้งสองคนเอาแต่ยืนจ้องตากันแบบนั้น ยูริจึงบอกว่าจะไปรอที่รถเพื่อให้เขาได้ใช้เวลาเล็กๆบอกลาเด็กสาวแทน มือเล็กเอื้อมมือไปดึงมือเธอมากุมเอาไว้ปลายนิ้วแตะเบาๆที่สร้อยข้อมือของเด็กสาว.. รอยยิ้มน้อยๆปรากฏบนใบหน้าใสของเขาเหมือนกำลังดีใจที่เธอใส่มันเอาไว้ติดตัว นิ้วเรียวเล็กสอดประสานเบาๆกับนิ้วมือของเธอก่อนที่เขาจะทาบจูบลงบนหลังฝ่ามือบาง..


“..กลับก่อนนะ..คืนนี้จะโทรหา...แล้วก็....”


“อย่าลืมสัญญาของเรานะ มิยอง...   

 

................................................................................................................................................................................

               
“แผนการล้มเหลวอีกแล้วงั้นเหรอ
!!” ฮยอนอาตวาดแว้ดทุบโต๊ะเสียงดัง เด็กสาวผมแดงพ่นลมหายใจหงุดหงิดอย่างคนหัวเสีย “อุตส่าห์คิดว่ามันจะไม่กล้ามาโรงเรียนอีกแท้ๆ!!เจ้าชายมาช่วยมันไว้อีกแล้วแถมมันยังลอยหน้าลอยตายิ้มระรื่นกับเจ้าชายอีก จะทำยังไงมันถึงจะเลิกวุ่นวายกับเจ้าชายของพวกเราซะทีนะ!!

               
“ยัยนั่นว่ายน้ำไม่เป็นนี่...” กายูนเปรยขึ้นเบาๆแต่กลับเรียกความสนใจของฮยอนอาและจียุนได้ทันที “ก็แอบไปได้ยินตอนที่มันคุยกับเพื่อนๆอีกสองคนน่ะ”

               
คำตอบของกายูนทำให้ฮยอนอายิ้มร้ายออกมาทันที ดวงตาคมของเด็กสาวหรี่ลงอย่างครุ่นคิดนึกคำนวณบางอย่างในใจแล้วหัวเราะเบาๆเหมือนนึกเรื่องสนุกขึ้นมาได้ “วันนี้...จะไม่มีคนที่ชื่อฮวังมิยองไปปรากฏตัวที่ชมรมดนตรีสากล....” พูดได้เท่านั้นก็เงียบไป ก่อนจะเหลือบตามองเพื่อนอีกสองคน “...รู้สินะว่าจะต้องทำยังไง...”

               
“ในเมื่อยัยนั่นมันว่ายน้ำไม่เป็นก็ทำให้มันคุ้นเคยกับน้ำซะสิ..จริงไหม???”

 

               
“....เป็นยัยพวกนี้อย่างที่คิดจริงๆด้วย....”

 

               
“แน่ใจจริงๆนะที่ไม่ให้เดินไปชมรมเป็นเพื่อน” วิกตอเรียถามอย่างใส่ใจเมื่อคาบสุดท้ายของวันจบลง และตอนนี้พวกเธอก็กำลังจะแยกย้ายกันไปเข้าชมรมของตัวเอง ฮวังมิยองหันมายิ้มให้เพื่อนสนิททั้งสองเหมือนจะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง แล้วลงมือเก็บหนังสือเข้ากระเป๋าเงียบๆ “นี่..มิยองน้อย..ไม่ต้องไปเป็นเพื่อนจริงๆเหรอแล้วไม่ให้พี่เหมันต์มารับล่ะ”

               
“ช่วงนี้รุ่นพี่วุ่นวายกับเรื่องชมรม เรื่องงานในสภาแล้วยังจะเรื่องสอบเก็บคะแนนด้วยฉันไม่อยากไปรบกวนรุ่นพี่นะค่ะ”

               
“แหม..แต่เธอก็รู้ว่าถ้าเธอเอ่ยปากขอพี่เค้าก็ตามใจเธออยู่ดีล่ะนะ” ซูยอนพูดแซวให้อีกคนได้หน้าแดงเรื่อ “เจ้าหญิงของเขาขอทั้งที..เจ้าชายหิมะไม่ตามใจก็กระไรอยู่.. อิจฉาจังเลยน๊า”

               
“ซูยอนเองก็เป็นเจ้าหญิงของรุ่นพี่ยูริเหมือนกันไม่ใช่หรือคะ..จะอิจฉาฉันทำไมกัน” เสียงหวานสวนตอบกลับไปทันใจพร้อมส่งสายตาค้อนคว่ำให้เพื่อนสาวคนสนิท “..อีกอย่างฉันไม่ใช่เจ้าหญิงของรุ่นพี่เค้าเสียหน่อย..เราเป็นแค่พี่น้องธรรมดาเท่านั้นละค่ะ.....” พอพูดถึงตรงนี้ใบหน้าหวานของเธอก็หมองลงทันที ..คิดแล้วก็น่าน้อยใจและอยากจะต่อว่าตัวเองนักที่ยอมให้เขากอด เขาจูบตามใจแต่กลับไม่มีคำว่ารักหรืออะไรให้เธอมั่นใจได้เลยว่าเขาคิดยังไง

               
แม้จะรู้แก่ใจว่ามันมีสิ่งที่พิเศษในการกระทำและแววตาคู่นั้น ..แต่กระนั้นเธอก็ไม่อาจมั่นใจได้เต็มร้อยกว่าเขาคิดกับเธออย่างไร ..แม้การกระทำจะบอกว่าเธอคือคนพิเศษของเขาแต่ตราบใดที่แทยอนยังไม่พูดว่าคิดอย่างไรมิยองก็ไม่อาจมั่นใจได้เลย.. ปากก็บอกว่ามั่นใจแต่สุดท้ายแล้วก็ยังมีความไม่แน่ใจเจืออยู่ในนั้นอยู่ดี..

               
..สิ่งที่ฮวังมิยองทำได้คือการรอคอยเพียงเท่านั้น..

               
..แม้ว่าสิ่งที่เธอรอคอยมันจะยากแก่การได้มาและไม่อาจรู้ได้เลยว่าเมื่อไหร่ก็ตาม..

               
..แต่เพราะหัวใจมันบอกให้รอ..รออย่างมั่นคง เธอก็พร้อมจะรอคำๆนั้นจากเขา..

               
ตอนนี้ก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของเวลา.. และเฝ้ารักษาความสัมพันธ์ของเราให้เติบโตและมั่นคงด้วยความใจเย็นเพียงเท่านั้น เพราะเธอคิดว่าเมื่อไหร่ที่เขาพร้อม..แทยอนก็คงจะบอกเธอเอง..

 

               
“ฮวังมิยอง..เจ้าชาย..เอ่อ พี่เหมันต์อยากพบเธอน่ะ เขาบอกว่าเขาจะรออยู่ที่สวนริมน้ำ” จียูน เด็กผู้หญิงห้องเดียวกันที่มิยองจำได้ว่าน่าจะเป็นเพื่อนกับรองหัวหน้าห้องเดินมาบอกเธอระหว่างที่เด็กสาวกำลังจะเดินทางไปยังห้องชมรมดนตรี

               
มิยองมองอีกฝ่ายอย่างลังเลเล็กน้อยไม่อยากปักใจเชื่อมากนักเพราะอีกคนเคยมีคดีกับเธออยู่ “..แล้ว..แล้วทำไมรุ่นพี่เค้าไม่เห็นโทรมาบอกฉันเลย..” เอ่ยถามออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆเพราะไม่อยากจะเสวนาหรือมีปัญหากับใครนัก

               
“เห็นว่าแบตฯหมดน่ะ ฉันไปเจอเค้าพอดีเลยฝากฉันมาบอกเธอ” จียูนกล่าว “ถ้าไม่เชื่อลองโทรไปก็ได้ ถ้าเค้าไม่รับแสดงว่าฉันไม่ได้โกหก”

               
คนหน้าหวานหยิบไอโฟนสีชมพูออกมาจากกระเป๋ากระโปรง สัมผัสหน้าจอสองสามครั้งเพื่อโทรหาคนตัวเล็กแต่พอติดต่อไม่ได้ก็ทำหน้ามุ่ยไปเล็กๆสบโอกาสให้อีกคนได้โพล่งขึ้นมาอีกครั้งเพื่อตอกย้ำให้เชื่อ “เห็นไหมล่ะฉันไม่ได้โกหกเธอเสียหน่อย..” “แล้วทำไมถึงมาบอกฉันล่ะเธอเป็นเพื่อนกับฮยอนอาไม่ใช่เหรอ” เธอถามกลับซึ่งอีกฝ่ายก็ได้แต่ไหวไหล่กลับมาเล็กๆ “จริงๆฉันก็ไม่อยากวุ่นวายกับฮยอนอานักหรอกแต่ทำยังไงได้..ฉันไม่อยากมีปัญหากับยัยนั่น”

               
“................”            


“เธอจะไม่เชื่อฉันก็ได้นะแต่ถ้าเธอปล่อยให้พี่เหมันต์รอเก้อคงไม่ดีเท่าไหร่หรอกเพราะเห็นว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วยน่ะ ฉันไปล่ะนะ” จียูนพูดจบก็ขอตัวเดินจากไปทันที ทิ้งให้มิยองยืนนิ่งอย่างครุ่นคิดคนเดียวเงียบๆ

           
..ถึงจะดูแปลกๆไปหน่อยแต่ลองไปดูก็ไม่เสียหายนี่นา..

 

................................................................................................................................................................................

               
ร่างเล็กของรองประธานชมรมดนตรีสากลนั่งขีดเขียนเนื้อเพลงเงียบๆ ตาก็คอยเหลือบมองประตูห้องชมรมไปด้วยเพื่อว่าจะเห็นร่างบอบบางของเด็กสาวขี้อายคนนั้นแต่กลับไม่มีแม้แต่เงาจนทำให้เขาเริ่มเป็นกังวล แทยอนถอนหายใจออกมาเบาๆนึกสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่าหนอเพราะปกติมิยองไม่เคยมาสายแบบนี้               ไอโฟนเจ้าปัญหาก็ดันมาใช้การไม่ได้อีกเนื่องจากแบตฯหมดไปเมื่อกลางวัน นาทีนี้เขาได้แต่นั่งคอยเธออย่างกระวนกระวายเงียบๆคนเดียวท่ามกลางเสียงจอแจของสมาชิกชมรมที่เริ่มทยอยเข้ามาเรื่อยๆ

               
ประตูห้องชมรมถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับร่างสูงโปร่งของประธานชมรมหนังสือพิมพ์หรือสมาชิกหน่วยกรองข่าวของสภานักเรียนก้าวยาวๆเข้ามาหา สีหน้าของปาร์คกยูริดูตื่นๆพิกลจนแทยอนนึกสงสัย “แทยอน..มิยองของเธอมาหรือยัง”

               
“ยังไม่มา..มีอะไร...”

               
“มิยองของเธอ..กำลังตกอยู่ในอันตราย...”


พูดยังไม่ทันจบประโยคร่างเล็กของเพื่อนสนิทก็ลุกพรวดพราดออกไปนอกห้องและทิ้งทุกอย่างเอาไว้เบื้องหลังทันที..

 

               
ฮวังมิยองเดินมายังสถานที่นัดด้วยท่าทางเร่งรีบเพราะความที่ไม่อยากให้แทยอนต้องรอนาน ใบหน้าหวานหันรีหันขวางมองหาคนตัวเล็กแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา สองขาเพรียวเดินวนไปวนมาอยู่ที่เดิมครู่ใหญ่ก่อนจะตัดสินใจหยิบไอโฟนขึ้นมาต่อสายหาเขาอีกครั้งซึ่งก็ยังคงติดต่อไม่ได้เหมือนเคย พอถึงตอนนี้เด็กสาวเริ่มกระวนกระวายแล้ว

               
“เกิดอะไรขึ้นกับรุ่นพี่หรือเปล่านะ..”

               
เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เด็กสาวหันไปมองทันที รอยยิ้มบนใบหน้าหวานเจื่อนลงทันทีเมื่อเห็นร่างสมส่วนของฮยอนอาและกายูนย่างสามขุมเข้ามาหา รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งคู่นั้นไม่น่าไว้ใจเลยสักนิดในความคิดของเธอ มิยองก้มหน้าหลบตาและตั้งใจจะเดินสวนไปเงียบๆเปลี่ยนใจไปที่ห้องชมรมแทนแต่กลับถูกอีกฝ่ายคว้าแขนไว้แน่น

               
“จะไปไหนล่ะ”

               
“ไป..ไปชมรม...”

               
“เธอนี่โง่เนอะ เชื่อคนง่ายจริงๆคิดเหรอว่าเจ้าชายเค้าจะมาหาเธอจริงๆน่ะ ยัยโง่
!!

               
“หมายความว่ายังไง..” มิยองเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยแววตาวูบไหว แรงบีบที่แขนทำให้เธอเจ็บไปหมด เธอร้องออกมาเบาๆเมื่อฮยอนอาออกแรงบีบหนักขึ้น น้ำตาเริ่มเอ่อคลอด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด “ป ปล่อยนะ ฉันเจ็บ...”

               
“เจ็บเป็นด้วยงั้นเหรอ
!!นึกว่าจะด้านเหมือนหน้า!!ทำตัวน่าหมั่นไส้นักนะ!!” ฮยอนอาตะคอกจนเด็กสาวสะดุ้งโหยงจะร้องไห้ “ทำเป็นบีบน้ำตาคิดว่าฉันจะสงสารงั้นเหรอ!!ฝันไปเถอะย่ะ!!” พูดแล้วออกแรงทั้งดึงทั้งลากร่างบอบบางให้เดินตามไปถึงริมบึง ฮยอนอากระชากแขนมิยองที่เอาแต่ร้องไห้ เหยียดยิ้มหยัน “ไปว่ายน้ำเย็นๆเล่นสักหน่อยละกันจะได้ฉลาดขึ้นมาซะบ้าง!!

               
มิยองหวีดร้องดังลั่นด้วยความตกใจเมื่อร่างของเธอตกกระทบกับผืนน้ำ ร่างของเธอดำดิ่งลงก่อนจะถลึงตัวขึ้นมาเพื่อกอบเอาอากาศหายใจเข้าปอด สองมือปัดป่ายเพื่อหาทางรอดแต่ในเมื่อเธอว่ายน้ำไม่เป็นประกอบกับก้นบึงที่ลึกเสียจนเธอยืนไม่ถึงทำให้ความหวาดกลัวแล่นพล่าน..เป็นอีกครั้งที่ใบหน้าของคิมแทยอนลอยเข้ามาในห้วงความคิดในวินาทีที่ความหวาดกลัวค่อยๆเข้าควบคุมจิตใจอย่างช้าๆ น้ำตาของเธอคลอรื้นด้วยความหวาดกลัว ปากก็ร้องเรียกให้คนช่วยแต่ฮยอนอากับกายูนกลับยืนหัวเราะเยาะเธออยู่บนฝั่ง ทิ้งท้ายด้วยสายตาเกลียดชังก่อนจะพากันเดินจากไปทิ้งให้เธอตะเกียกตะกายเอาตัวรอดในน้ำเย็นจัด


ความชาวูบและเจ็บแปลบทั้งแต่ปลายเท้าแล่นริ้วขึ้นมาตามสองขา ฮวังมิยองรู้สึกว่าตัวเธอเองกำลังหนักอึ้ง น้ำตาที่เอ่อคลอไหลอาบใบหน้าที่เปียกปอนเหมือนรู้ว่าตัวเองคงจะไม่รอด ..ใบหน้าของพ่อ..ใบหน้าของแม่..เสียงหัวเราะและความสุขในวันวานตีกลับเข้ามาในหัวเหมือนฟิล์มภาพยนตร์ที่กำลังกรอกลับ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเพื่อนสนิททั้งสาม ..วิกตอเรีย ซูยอน จูฮยอน.. ความสุขจากมิตรภาพที่หาได้น้อยแต่กลับมีมากเหลือเกินในกลุ่มสภานักเรียนและเพื่อนสนิททั้งสามคน..


..และสุดท้าย.. ภาพความทรงจำมากมายระหว่างเธอกับเขา.. คิมแทยอนที่แสนเย็นชาคนนั้นที่มักจะทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงไปด้วยความสุขเสมอที่ได้เคียงข้าง ฝ่ามืออุ่นที่ชอบลูบผมเธอเบาๆ วงแขนเล็กอาจไม่กว้างใหญ่เท่าวงแขนของชายชาตรีแต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยเสมอยามที่เขากอดเธอเอาไว้ รอยยิ้มของเขา แววตาของเขาเวลาที่ทอดมองมามันช่างอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย..


..น้ำเสียงของเขา..ยามที่กระซิบปลอบ..แต่ละถ้อยคำที่กล่าวออกมาแม้จะไม่หวานหูแต่มันกลับซื่อตรงต่อความรู้สึกจึงน่าฟังและทำให้หัวใจของเธอพองโตได้เสมอจริงๆ.. และริมฝีปากของเขาที่ชอบซับน้ำตาเวลาเธอร้องไห้ ประทับหนักที่หน้าผากแทนคำกล่าวราตรีสวัสดิ์ เน้นหนักที่พวงแก้มทั้งสองข้างและจูบอย่างอ่อนโยนบนริมฝีปากของเธอ.. รสจูบแสนหวานแต่เร่าร้อนเล็กๆที่เธอไม่กล้าที่จะวาดฝันถึงแต่คิมแทยอนกลับทำให้มันเป็นจริง..


..แม้แต่วินาทีสุดท้ายที่สติกำลังจะขาดหาย..เธอก็ยังนึกถึงรอยยิ้มของเขา..


สติของฮวังมิยองขาดไปแล้วพร้อมกับร่างของเธอที่ดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ..ทำให้เด็กสาวไม่อาจได้ยินเสียงบางอย่างที่กระทบกับผืนน้ำตามลงมาติดๆ.. ไม่เห็นสีหน้าร้อนรนด้วยความเป็นห่วงของคนที่ทำให้เธอนึกรำคาญใจ.. ไม่รู้สึกแม้กระทั่งวงแขนใหญ่ที่เกี่ยวเอาเธอไว้แน่น.. ไม่รู้แม้กระทั่งริมฝีปากอุ่นที่ทาบทับลงมาเพื่อถ่ายอากาศให้..


..และไม่รู้เลยว่าคนที่พาเธอขึ้นไปเหนือน้ำนั้นไม่ใช่คนที่เธอคิดถึงในวินาทีสุดท้าย..

 

==========================================================================

 

 

                

© themy  butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #602 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 11:15
    คัยมาช่วยมิยอง ???
    #602
    0
  2. #196 coke (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:10
    งื้อออ พี่เหมันต์ไปช่วยไม่ทันหรอ T^T
    #196
    0
  3. #179 ฟรีไทร์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:55
    ฮยอนอาร้ายกาจจริงไเดี่ยวให้พี่เหมันต์จัดการเลย

    คิมแทมาช่วยฟานี่เร็ว
    #179
    0
  4. #57 Puii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 10:09
    พี่เหมันต์มาช่วยไม่ทันหรอเนี่ย มิยองอย่าไปใจอ่อนชอบชีวอนนะ กลัวพี่เหมันต์จะเสียใจ T_T
    #57
    0