ตอนที่ 15 : Chapter 14 : ฉันขอโทษ..ที่ดูแลเธอได้ไม่ดีพอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1755
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    16 ม.ค. 58

Chapter 14 : ฉันขอโทษ..ที่ดูแลเธอได้ไม่ดีพอ

 

                เสียงฝีเท้าที่วิ่งไปตามระเบียงทางเดินเรียกสายตาของคนรอบข้างมองมาด้วยความแปลกใจไหนจะยังสีหน้าที่ฉายชัดถึงความกระวนกระวายและร้อนรน คิมแทยอนไม่รู้..ไม่รู้เลยว่าเธออยู่ไหน ตอนนี้หัวใจของเขากำลังจะระเบิดเพราะความบ้าคลั่งที่หาเธอไม่เจอ เขาวิ่งหาเธอจนทั่วทุกชั้นทุกอาคารแต่ก็ไม่พบ วิ่งหาเธอจนเกือบทั่วโรงเรียนแต่ก็ไม่เจอ

                ..ทำยังไงดี จะทำยังไงดี..

                “แทยอน!!กยูริโทรมาบอกว่าให้ไปที่บึงน้ำข้างโรงเรียนด่วน!!!ตอนนี้เลย!!!

 

                เพราะขาของเขามันสั้นเลยไม่อาจวิ่งให้เร็วกว่านี้ได้อย่างที่ใจคิด คิมแทยอนหอบหายใจจนตัวโยนจากการวิ่งเต็มฝีเท้ามาตลอดทาง และแล้วภาพตรงหน้ากลับทำให้หัวใจของคิมแทยอนผู้เย็นชาต้องดิ่งวูบเมื่อเห็นชเวซีวอนกำลังกึ่งดึงกึ่งลากร่างของเธอขึ้นมาจากบึงน้ำ เหมือนสติที่พึงมีขาดหายไปเสียดื้อๆเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของเธอ ..ไวเท่าความคิดแทยอนวิ่งเข้าไปผลักซีวอนที่กำลังจะก้มลงผายปอดเธอออกไปให้พ้นทางแล้วถลาเข้าไปกอดร่างบอบบางที่ยังคงไร้สติไว้แน่น

                “อะไรของเธอเนี่ย คิมแทย...!!??” ถ้อยคำต่อว่าที่กำลังจะออกจากปากของชายหนุ่มกลับเงียบไปด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นบางอย่างที่หางตาของคนที่มีหัวใจด้านชาที่สุด

                ..น้ำตางั้นหรือ..

            ..คนอย่างคิมแทยอนกำลังร้องไห้???..

 

                ณ ตอนนี้คิมแทยอนไม่สนใจอะไรแล้วนอกจากร่างบอบบางที่ไร้สติตรงหน้า ใบหน้าของเขาซีดเผือด ดวงตาเลื่อนลอยเหมือนสติไม่อยู่กับตัว สองมือเล็กที่สั่นไม่หยุดลูบใบหน้าที่เปียกปอนนั้นเบามือ เขาตะโกนเรียกชื่อของเธอดังขึ้น..ดังขึ้นเหมือนคนกำลังคลุ้มคลั่ง สองมือละจากใบหน้าเลือนไปกดหน้าอกของเธอเป็นจังหวะและโน้มหน้าลงผายปอด..ทำทุกอย่างที่เขารู้เพื่อให้เธอฟื้นขึ้นมา ท่าทางของเขาทำให้คนที่ยืนล้อมอยู่มองด้วยสายตาตื่นตะลึงเมื่อคนที่แสนเย็นชาไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดอย่างคิมแทยอนเรียกชื่อเด็กสาวร่างบางให้ฟื้นคืนอย่างร้อนรน ..ไม่มีแล้วมาดของเจ้าชายหิมะผู้เย็นชา.. ตอนนี้เหลือเพียงเด็กหญิงคิมแทยอนที่กำลังบ้าคลั่งเพราะกำลังจะสูญเสียคนสำคัญ ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจทันทีที่เห็นมิยองยังคงนอนนิ่ง

..มันต้องไม่เป็นแบบนี้ พระเจ้าต้องไม่ใจร้ายกับฉันสิ..ท่านเคยพรากแม่ไปจากฉันแล้วมิใช่หรือ แล้วท่านจะยังใจร้ายพรากเธอไปจากฉันอีกหรือ..

                “มิยอง..มิยอง เธอฟื้นสิ!!” แทยอนร้องบอกอย่างร้อนรน ทั้งผายปอดทั้งเขย่าให้ร่างบอบบางตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หยดน้ำตาของคนที่ไม่เคยร้องไห้มาตลอดหลายปีตั้งแต่เสียสตรีผู้เป็นที่รักไปกลับเอ่อคลอในดวงตาคู่กลม ดวงตาที่มักเย็นชาเป็นนิจกลับฉายแววหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็น

                คิมแทยอนกำลังจะเป็นบ้าเพราะฮวังมิยอง..

                “ได้โปรด..มิยอง..ฟื้นสิ...” เสียงหวานนุ่มของคนที่ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใดกำลังสั่นเครือราวกับทำนบน้ำตาจะแตกได้ทุกเมื่อ หัวใจของเขากำลังเจ็บปวดเหมือนจะขาดใจเมื่อร่างของเธอยังคงไม่ไหวติง แทยอนพร่ำภาวนาต่อพระเจ้าซ้ำๆเพื่อให้เธอฟื้น เขาดึงร่างที่เปียกปอนของเธอเข้ามากอดไว้แน่น ซบหน้ากับศีรษะของเธอเพื่อซ่อนน้ำตาของความอ่อนแอ น้ำตาของเขาหยดกระทบกับใบหน้าซีดเซียวของเด็กสาวเม็ดแล้ว..เม็ดเล่า..

                แต่ร่างของคนที่ไม่ไหวติงกลับสำลักน้ำที่กลืนเข้าไปอึกใหญ่ออกมาพร้อมกับไอค่อกแค่กหลายครั้ง ดวงตาหวานที่เคยปิดสนิทปรือตามองคนตัวเล็กที่เอาแต่ซบหน้ากลั้นสะอื้น มือบางที่วางทิ้งข้างกายนิ่งในคราวแรกกลับค่อยๆยกขึ้นมาประคองดวงหน้าใสของเขากระซิบเรียกชื่ออีกคน น้ำตาของฮวังมิยองไหลเอ่อคลอเมื่อเห็นดวงตาที่ชุ่มน้ำของเขาก่อนที่เธอจะโผเข้ากอดแทยอน ทั้งร่างสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

                “มิยอง....” เสียงของเขานั้นสั่นเครือยามที่กระซิบเรียกชื่อของเธอ หัวใจลิงโลดขึ้นมาด้วยความยินดีทันทีที่เห็นเธอฟื้นขึ้นมา วงแขนขยับกอดร่างบอบบางเอาไว้แน่นปล่อยให้อีกคนเอาแต่กอดเขาร้องไห้โดยไม่ได้พูดอะไรเลย แทยอนยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเองเงียบๆ เสี้ยวหน้าที่นิ่งเฉยของแทยอนทำให้คนที่ยืนล้อมอยู่ไม่อาจเดาได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ มือเล็กล้วงกระเป๋ากระโปรงหยิบพวงกุญแจเล็กๆส่งให้เพื่อนตัวสูงผิวคล้ำที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด

                “เอารถมาที่นี่..ฉันจะพามิยองกลับบ้าน...”

                “แล้วกระเป๋าแก...”

                “เดี๋ยวนี้!!!!

                เสียงตวาดกร้าวจากคนที่เคยใจเย็นเสมอทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นสะดุ้งโหยง มองแทยอนที่เอาแต่นั่งกอดมิยองอย่างกระอักกระอ่วนใจ ..เพราะแทยอนไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย..แทยอนไม่เคยน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน และแววตาที่ตวัดมองกร้าวของคิมแทยอนทำให้ยูริเอื้อมมือไปรับกุญแจรถมาและทำตามคำสั่งของเพื่อนโดยไม่ได้พูดอะไร

                “กยูริ...เรื่องที่ให้ช่วย ขอด่วนที่สุดเท่าที่จะทำได้”

                “ฉันจะจัดการให้เร็วที่สุด” ปาร์คกยูริให้คำมั่น เธอขยับตัวเข้ามาใกล้และยื่นแว่นสายตาที่ตกอยู่ใกล้ๆส่งให้เด็กสาวที่เอาแต่นั่งตัวสั่นในอ้อมแขนของเพื่อน “..ให้เหมันต์ไปส่งที่บ้านนะมิยอง..พักผ่อนเยอะๆแล้วไม่ต้องคิดมากเรื่องวันนี้เพราะฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด...”

                เด็กสาวรับแว่นสายตามาสวมแล้วนั่งสะอื้นตัวสั่นในอ้อมแขนของแทยอนเงียบๆ ปล่อยให้เขาใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งประคองใบหน้าของเธอไว้ แทยอนไม่ได้พูดอะไรนอกจากพรมจูบไปทั่วหน้าของเธอเพราะความโล่งใจและความเป็นห่วงที่กำลังตีกันในอก เขาประคองร่างของเธอไว้ด้วยอ้อมแขนเล็กมองมิยองที่ซุกหน้ากับอกอุ่นของเขานิ่งไม่สนใจแม้แต่ซีวอนที่กำลังมองเราสองคนอยู่เงียบๆและไม่อาจเห็นแววตาเจ็บใจเจือปวดร้าวของชายหนุ่ม เราสองคนเอาแต่นั่งกอดกันเงียบๆแบบนั้นจนกระทั่งเสียงยางรถยนต์บดกับถนนเป็นสัญญาณว่ายูริคงขับรถมาให้แล้ว

                “..ค่อยๆลุกนะ...ไหวหรือเปล่า...” เสียงหวานนุ่มกระซิบถามด้วยความเป็นห่วงจับใจ มิยองพยักหน้าเล็กๆแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปราวกับอาการขวัญเสียยังคงอยู่แม้ว่าจะมีแทยอนอยู่ข้างๆแล้วก็ตาม

                ชเวซีวอนขยับกายเข้ามาใกล้พร้อมกับเสื้อนอกที่ถอดเอาไว้ก่อนจะโดดลงไปช่วยเธอ ชายหนุ่มจับเสื้อนอกคลุมร่างที่เปียกปอนของเด็กสาวแว่นหนา “..คลุมไว้นะครับจะได้อุ่นขึ้นบ้าง” แต่การกระทำของเขากลับเรียกสายตาแข็งกร้าวของแทยอนได้ทันที

คนตัวเล็กปัดมือของชายหนุ่มให้ออกห่างพร้อมกับดึงเสื้อนอกที่คลุมไหล่ลาดโยนทิ้งลงกับพื้นและถอดเสื้อของเขาคลุมให้เธอแทนพร้อมกับสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนแววตาที่มองอยู่ตอนนี้ “ขอบใจที่หวังดี..แต่ฉันว่าพี่เก็บความหวังดีนั้นไว้เถอะ..เพราะมิยองคือคนของฉัน”

“คนของเธอ??แต่ทำไมถึงไม่มาช่วยน้องมิยองตอนที่จมน้ำอยู่ล่ะ”

ประโยคที่สวนกลับมาทำให้แทยอนสะอึกไปทันที เขาเม้มปากแน่นทั้งที่ใบหน้ายังคงซีดเซียว อ้อมแขนที่โอบร่างบอบบางบางกระชับแน่นก่อนจะสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่เปลี่ยน “...ไม่ว่าพี่จะพูดอะไร..มิยองคือคนของฉัน พี่ไม่มีสิทธิที่จะมาวุ่นวายกับเธอ..”

                “ฉันชอบน้องมิยอง..ฉันคงทำตามที่เธอพูดไม่ได้หรอกคิมแทยอน”

                “ฮวังมิยองคือเจ้าหญิงของฉัน..เธอไม่ใช่คนตัวเปล่าอย่างที่พี่คิด..หวังว่าพี่จะเข้าใจนะ คุณอดีตประธานนักเรียน”

                “ที่ผ่านมาฉันอาจจะโกรธแค้นที่เธอแย่งทุกอย่างที่ฉันอยากได้ไปหมด ทั้งตำแหน่งประธานนักเรียน..ทั้งเรื่องน้องไอยูและน้องซูยอน..แต่ตอนนี้ฉันยอมรับมันได้แล้ว เรื่องตำแหน่งมันมาจากผลโหวตของทั้งโรงเรียนฉันเองก็ต้องยอมรับเพราะไม่รู้ว่าจะพาลไปทำไม เรื่องของน้องไอยูกับน้องซูยอน..มันไม่ใช่ความผิดของเธอและไม่ใช่ความผิดของใคร” ซีวอนตอบกลับไปด้วยเสียงกระด้างไม่แพ้กัน “แต่เรื่องของน้องมิยอง..เป็นเรื่องเดียวที่ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้ เธอจริงใจกับน้องมิยองแค่ไหนรู้เอาไว้ว่าฉันก็จริงใจกับน้องมิยองไม่ต่างกัน” ดวงตาสีนิลเสมองเด็กสาวในอ้อมแขนของแทยอนด้วยแววตาหนักแน่น แม้เธอจะก้มหน้าหลบตาแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงจ้องมองเธอเช่นนั้น

                “เพราะฉะนั้นฉันจะทำเพื่อน้องมิยองอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าน้องมิยองจะพูดออกมาเองว่าไม่เลือกฉัน..ถึงตอนนั้นฉันจะเดินจากไปโดยที่เธอไม่ต้องไล่ให้เสียเวลาเลยสักนิด คิมแทยอน!!

                ดวงตาสองคู่จ้องเขม็งราวกับกำลังฟาดฟันกันทางสายตา ใบหน้าของแทยอนเรียบตึงเหมือนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างไว้ในใจ “...ขอให้ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน” เสียงหวานนุ่มตอบกลับเสียงเย็นก่อนที่เขาจะช้อนร่างบอบบางของเธอขึ้นไว้ในอ้อมแขนทั้งสองข้างและเดินอุ้มเธอไปที่รถสปอร์ต กระทืบคันเร่งออกตัวด้วยความเร็วสูงเพื่อกลับไปส่งเธอที่บ้านโดยไม่ได้พูดอะไรเลยตลอดทาง..

................................................................................................................................................................................

                คิมแทยอนมาถึงบ้านฮวังตั้งแต่เช้าหลังจากรู้ข่าวจากยูอินนาว่ามิยองไข้ขึ้นสูงตั้งแต่เมื่อคืน.. รอยยิ้มบนใบหน้าหวานของเจ้าของบ้านยังคงมีให้เขาเช่นเคยผิดกับแทยอนนักที่รู้สึกกระดากอายเกินกว่าที่จะยิ้มบางตอบกลับไป

เมื่อวาน..หลังจากที่เขามาส่งเธอที่บ้าน อินนาก็พามิยองขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงมาหาเขาระหว่างที่ปล่อยให้เด็กสาวหลับพักผ่อนหลังจากทานยา เรื่องราวบางส่วนถูกถ่ายทอดจากปากของเขาในส่วนที่เขาพอรู้ ..อินนาเองก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะเขาคาดว่าหล่อนคงรู้จากปากของมิยองแล้วแต่สิ่งที่แทยอนกำลังหวาดกลัวคือถ้อยคำต่อว่าและแววตาผิดหวังที่ดูแลลูกสาวของหล่อนไม่ดีต่างหากแต่เรื่องราวกลับกลับตาลปัตรเมื่ออินนายังคงยิ้มให้เขาเหมือนเคยและบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขาเลย..จากนั้นแทยอนก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งร้องไห้เงียบๆในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของยูอินนา

..แม้แทยอนจะเข้มแข็งแค่ไหนแต่ในสายตาของอินนา เด็กสาวคนนี้ก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่มีมุมอ่อนแอ หล่อนจึงไม่ลังเลที่จะดึงเด็กสาวคนนี้มากอดไว้เพื่อให้เขาได้ระบายความวิตกกังวลและความรู้สึกหลายอย่างที่แบกรับมา.. อินนารู้ว่าแทยอนห่วงมิยองมากและพยายามที่จะดูแลลูกสาวของหล่อนอย่างเต็มที่แล้ว..ด้วยเหตุนี้ทำให้หล่อนไม่นึกโกรธเคืองใดๆในตัวเด็กสาวร่างเล็กคนนี้เลยแม้แต่น้อย..

“น้องกำลังนอนหลับอยู่ข้างบน แม่เพิ่งให้น้องทานยาลดไข้ไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี่เอง” อินนาพูดกับแทยอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขณะที่หล่อนหยิบกระเป๋าเอกสารขึ้นมา “แม่จะไม่อยู่สองสามวันเพราะต้องเคลียร์เคสด่วนกับวิจัยเล็กๆน้อยๆกับทีมแพทย์เพื่อนแม่ที่โรงพยาบาล..ยังไงช่วงที่แม่ไม่อยู่แม่ฝากแทยอนดูแลน้องด้วยนะลูก”

“....คุณน้า..ยังไว้ใจแทอยู่อีกเหรอคะทั้งๆที่เมื่อวานแท...”

“แทคือคนที่แม่ไว้ใจให้ดูแลน้องที่สุดนะ”

“แต่ว่า....”

“แม่รู้ว่าแทพยายามในส่วนของแทเต็มที่แล้ว..แล้วแม่เองก็เข้าใจว่าแทก็ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แม่รู้ว่าแทเป็นห่วงน้องนะเพราะแววตาของแทมันบอกแม่ทั้งหมดเพราะฉะนั้นแทไม่ต้องโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองหรอกนะ”

“....ทำไมถึงดีกับแทนักล่ะคะ” แทยอนถามเสียงค่อย หลุบสายตาต่ำเหมือนไม่กล้าสบตาในขณะที่หล่อนมองเขาด้วยแววตาอบอุ่นระคนเอ็นดู ฝ่ามือบางเอื้อมไปดึงร่างเล็กมากอดไว้แน่นลูบศีรษะของเด็กในอ้อมกอดเบามือ แทยอนหลับตาซึมซับความอ่อนโยนจากฝ่ามือบางของหล่อน.. อ้อมกอดนี้ชวนให้เขานึกถึงแม่และย้อนให้เขานึกไปถึงครั้งที่ยังเป็นเด็กน้อยให้แม่ของเขากอดปลอบยามที่ร้องไห้กลับมาบ้าน

“แม้ว่าเปลือกนอกของแทจะเย็นชาแต่แม่รู้ว่าแท้จริงแล้วแทเป็นเด็กที่มีจิตใจอ่อนโยนแค่ไหน..แม่สัมผัสได้ว่าแทจริงใจกับน้อง เป็นห่วงน้องและรักน้อง มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แม่เองก็รักแท...รักเหมือนลูกสาวอีกคนหนึ่ง..”

“..........”

“น้องเล่าให้แม่ฟังเสมอเรื่องแท..ทุกๆเรื่องที่น้องรู้แม่ก็รู้..เพราะฉะนั้นถ้าแทไม่สบายใจก็มาหาแม่นะลูก..แม่ยินดีรับฟังเสมอ..ถ้าแทอ่อนแอและต้องการใครสักคนคอยรับฟัง..นอกจากน้องแล้ว..แทก็ยังมีแม่นะลูก”

“....ขอบคุณนะคะ..” คนตัวเล็กพูดเสียงสั่นเครืออย่างตื้นตันใจ นานแล้วที่ไม่มีใครพูดอะไรแบบนี้..ตั้งแต่แม่ของเขาจากไปตลอดกาล สองมือยึดชายเสื้อของอินนาไว้แน่นและตั้งต้นสะอึกสะอื้นเล็กๆในอ้อมกอดของหล่อน “ขอบคุณมากนะคะที่เป็นห่วงแท..ไว้ใจแท.. ขอบคุณนะคะ คุณน้า...”

“จะดีมากถ้าลูกเรียกว่าแม่” อินนาพูดหยอกแล้วหัวเราะร่วนเมื่อแทยอนทำหน้าเจื่อนเล็กๆ หล่อนยีผมสีทองของเขาเบาๆ “แม่ล้อเล่นจ้ะ แทอยากเรียกอะไรก็เรียกเถอะเพราะไม่ว่ายังไงแทก็ยังเป็นเหมือนลูกสาวของแม่อีกคนอยู่ดีนะ” หล่อนผละกายออกเล็กน้อยและหันไปวุ่นวายกับการเตรียมตัวจะออกไปทำงาน “เอาล่ะเดี๋ยวแม่ต้องไปแล้วขืนไปสายหัวหน้างานจะบ่นเอา รายนั้นยิ่งเข้มงวดอยู่ด้วย” ใบหน้าสวยเบ้ไปเล็กๆเรียกเสียงหัวเราะของแทยอนได้ทันที “แม่ฝากน้องด้วยนะลูก อยากทานอะไรก็เปิดตู้เย็นเอาของสดออกมาทำได้ตามใจเลย..ส่วนเวลาทานยาของน้องแม่เขียนโน้ตไว้ให้วางบนโต๊ะหัวเตียงของน้องนะ”

“ถ้าจะให้ดีนอนที่นี่เลยแล้วกันเพราะเวลาน้องไข้ขึ้นจะได้มีคนเช็ดตัวให้...นอนกับน้องนั่นแหล่ะแต่ระวังติดหวัดน้องด้วยล่ะ ส่วนเรื่องทางบ้านแท..ให้แม่โทรไปบอกให้ไหม????”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ แทบอกไว้แล้ว” แทยอนพูดปด “คุณน้าเดินทางปลอดภัยนะคะ”

“จ้ะ ถ้ามีอะไรก็โทรหาแม่แล้วกันนะ” อินนากล่าวยิ้มๆแล้วโน้มลงไปหอมแก้มใสของคนตัวเล็กทันที “ฝากด้วยนะจ๊ะ แม่ไปทำงานก่อนนะแทยอน”

พวงแก้มของแทยอนแดงโร่ด้วยความขัดเขินกับสัมผัสนุ่มตรงข้างแก้ม เขาพยักหน้าน้อยๆและเดินไปส่งหล่อนถึงหน้าบ้าน มองตามท้ายรถออดี้คันงามแล่นหายไปจากซอยแล้วจึงจัดแจงลงกลอนเพื่อความปลอดภัย จากนั้นจึงเดินขึ้นไปชั้นสองเพื่อตรงไปยังห้องของฮวังมิยองที่ยังคงนอนหลับพักผ่อนในห้อง

 

                ประตูสีวอลนัตค่อยๆแง้มออกเบามือ คนตัวเล็กแทรกกายเข้าไปในห้องนอนของเด็กสาวกวาดตามองสำรวจรอบห้องสั้นๆแล้วแย้มยิ้มออกมาด้วยความขบขัน ห้องนอนขนาดกลางติดวอลเปเปอร์สีชมพูอ่อนตกแต่งด้วยของกระจุกกระจิกตามวัย สองขาของเขาเดินเข้าไปใกล้กับโต๊ะหนังสือสีชมพูและค่อยๆเริ่มจัดเก็บสมุดการบ้านและของต่างๆให้เข้าที่เข้าทางอย่างเป็นระเบียบแต่มือเล็กกลับต้องชะงักเมื่อเหลือบตาเห็นบางอย่างบนโต๊ะเขียนหนังสือของเด็กสาว..

                ริมฝีปากบางผลิยิ้มออกมาเล็กๆรู้สึกขัดเขินเมื่อเห็นรูปตัวเองในกรอบรูปนั้น อิริยาบถของเขาในรูปนั้นทำให้เจ้าตัวเดาได้ไม่ยากว่าจะต้องเป็นรูปแอบถ่ายจากกล้องของแฟนคลับคนหนึ่ง..หรือไม่ก็อาจจะเป็นฝีมือของกยูริเพื่อนสนิทของเขาก็ได้ โพสอิสใบเล็กที่มีลายมือน่ารักๆที่แทยอนจำได้ว่าเป็นลายมือของซูยอนทับไว้ใต้กรอบรูป ข้อความสั้นๆที่บอกเพียงว่า เอามาให้ตามคำขอ ทำให้แทยอนอมยิ้มบาง...

                “อยากได้รูปทำไมไม่มาขอกันล่ะ..เด็กน้อย” เขายิ้มอย่างเอ็นดู พอเหลือบไปเห็นกรอบรูปที่วางไว้ข้างกันก็หัวเราะน้อยๆออกมา “...เอารูปฉันมาตั้งคู่กับรูปตัวเองหรือเนี่ย” แต่ความสนใจของแทยอนกลับถูกเบนไปยังสมุดไดอารี่สีชมพูเล่มหนา ดูจากสภาพของมันน่าจะถูกเขียนไปได้เกือบครึ่งเล่มแล้ว มือเล็กหยิบมันขึ้นมาเปิดดูอย่างถือวิสาสะแล้วพวงแก้มต้องขึ้นสีเรื่อเมื่อเห็นรูปแอบถ่ายของเขาตอนอยู่ในชุดเทควันโดถูกตัดแปะไว้บนหน้าแรกของไดอารี่ ..แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเก้อเขินขึ้นมาจริงๆคือข้อความสั้นๆที่ถูกเขียนด้วยลายมือน่ารักของเจ้าของไดอารี่และรูปหัวใจสามดวงที่วาดหลังข้อความนั้น..

            เจ้าชายหิมะอุ่น..คนสำคัญของฉัน ขอบคุณมากนะคะที่ทำให้ฉันอุ่นใจได้เสมอ ♥♥♥

            ข้อความสั้นๆกับรูปวาดหัวใจด้านหลัง..แม้จะไม่ได้เป็นข้อความที่หวานซึ้งมากมายแต่กลับเรียกรอยยิ้มของคนพูดน้อยให้กว้างขึ้นได้ทันที ความรู้สึกตื้นตันใจแผ่ซ่านไปทั่วทั้งกาย..พร้อมกับเสียงหัวใจของเขาที่เริ่มเต้นแรง

..ไม่รู้เลย..แทยอนไม่เคยรู้เลยว่าเขาจะมีความสำคัญกับเธอถึงขนาดนี้ แม้จะมีคนมาชื่นชมเขามากมายแต่น่าแปลกที่แทยอนกลับไม่เคยสัมผัสถึงความจริงใจจากคนเหล่านั้นเลย เขารู้ดีว่าคนเหล่านั้นหลงใหลเพราะรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่า..เพราะความจริงแล้วคงไม่มีใครกล้าเข้าหาคนเย็นชาเช่นเขาหรอก..

..แต่สำหรับเด็กสาวธรรมดาอย่างฮวังมิยอง..เธอเป็นคนแรกและคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกถึงความจริงใจของเธอได้ไม่ว่าจะทั้งแววตา.. คำพูด..และการกระทำ มิยองทำให้แทยอนรู้สึกว่าตัวเอง มีค่า ทุกการกระทำของเธอทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ..

            ..เธอเห็นเขามีค่า..และเป็นคนสำคัญกับเธอขนาดนี้..แล้วเขาล่ะ??เขาได้ทำอะไรให้เธอบ้างหรือเปล่า ปากหรือก็บอกว่าจะปกป้องดูแลเธอแต่กลับทำอย่างที่พูดไม่ได้เลย..ยิ่งภาพที่ซีวอนช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำวิ่งเข้ามาในหัวก็ยิ่งตอกย้ำว่าเขามันไม่ได้เรื่อง..และไม่มีค่าพอที่จะเป็นคนสำคัญของเธอเลย..

   ใบหน้าใสหันมองคนที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงสีชมพูขนาดห้าฟุต ดวงตาของเขายังคงจ้องเธออย่างเงียบงันขณะที่สองขาของเขากลับเดินเข้าไปใกล้ขึ้น.. ริมเตียงนุ่มยวบลงตามน้ำหนักตัวของคนตัวเล็กยามที่สายตายังคงทอดมองเธออยู่.. เด็กสาวร่างบอบบางซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนา ท่าทางเหมือนเด็กน้อยของเธอทำให้เกิดความรู้สึกเอ็นดูได้อย่างไม่ยากนัก ฝ่ามือเล็กเอื้อมไปปัดปอยผมสีดำสนิทที่ปิดเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังหลับปุ๋ย เขาโน้มหน้าลง..บรรจงใช้ริมฝีปากจูบที่พวงแก้มนวลและได้แต่นั่งมองเธออยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่ได้ขยับไปไหนเลย...

 

ร่างบอบบางพลิกกายบนเตียงกว้าง.. เปลือกตาบางกระตุกเบาๆก่อนจะเปิดดวงตาหวานคู่สวยขึ้นมอง อาการปวดหัวตุบตั้งแต่เมื่อคืนดูเหมือนจะทุเลาลงเล็กน้อยหลังจากที่โดนแม่บังคับให้กินยาเข้าไป มิยองกระพริบตาเล็กๆเพื่อปรับระดับสายตาแต่ความอบอุ่นที่กำลังกอบกุมฝ่ามือของเธอเอาไว้จนชื้นทำให้เด็กสาวหันไปมอง เธอเบิ่งตากว้างด้วยความแปลกใจแล้วคว้าเอาแว่นสายตาขึ้นสวมเพื่อมองภาพตรงหน้าให้ชัดขึ้น ภาพของคนตัวเล็กเอนกายพิงหัวเตียงและหลับตานิ่งทำให้เธออมยิ้มออกมาด้วยความดีใจ.. ความชื้นจากฝ่ามือที่ถูกกอบกุมและเสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกเป็นจังหวะทำให้เธอเดาได้ว่าแทยอนคงจะมานั่งเฝ้าไข้เธอครู่ใหญ่แล้ว..

                “....ตื่นแล้วเหรอ...” เสียงหวานนุ่มกล่าวออกมาเบาๆก่อนที่เจ้าของเสียงจะลืมตามขึ้นมองเธอ ฝ่ามือเล็กทาบบนหน้าผากมนเพื่อวัดไข้ แล้วจึงคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ “...ไข้ลดลงไปตั้งเยอะ” เขาพูดแค่นั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากใช้ดวงตาสีเข้มจ้องมองเธอเงียบๆแต่บางอย่างในแววตาของเขากลับทำให้มิยองใจไม่ดี..

                ..มันสั่นระริกเหมือนกำลังจะร้องไห้ ดวงตาของเขาที่ทอดมองมาทั้งเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนทำให้เธอใจไม่ดีตามไปด้วย..

                “....ขอโทษ...ขอโทษนะมิยอง....”

                คำขอโทษแผ่วเบา..กับหยดน้ำตาเม็ดเล็กจะค่อยๆไหลลงมาจากดวงตาคู่กลมของเขา แทยอนปล่อยให้มันไหลลงมาเงียบๆโดยไม่สนใจที่จะปาดมันทิ้ง.. ในสายตาของฮวังมิยอง แทยอนยามนี้ช่างอ่อนแอนัก.. ความรู้สึกผิดที่ถ่ายทอดผ่านทางแววตาคู่นั้นทำให้มิยองไม่ลังเลที่จะยกมือขึ้นประคองใบหน้าใสของเขาเอาไว้ เด็กสาวขยับกายเข้าไปใกล้..เอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วเบาว่าร้องไห้ทำไมด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ..มิยองไม่ชอบเลยถ้าแทยอนจะร้องไห้.. แววตาปวดร้าวของเขาทำให้หัวใจเธอเจ็บปวดตามไปด้วย..

                ..หัวใจของฮวังมิยองกำลังเจ็บปวดที่ได้เห็นน้ำตาของคนที่เคยเข้มแข็งเสมอ..

                “ฉันขอโทษ..ที่ดูแลเธอได้ไม่ดีพอ...” เขาพูดเสียงสั่น ดวงตาสีเข้มเจือแววร้าวจนทำให้อีกคนน้ำตาคลอตามไปด้วย “...ฉันมันไม่ได้เรื่องที่ปล่อยให้เรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเธอตั้งหลายครั้งหลายหน..”

“ฉันมันแย่...ที่แม้กระทั่งคนๆเดียวก็ปกป้องเอาไว้ไม่ได้ ฉันมันไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง..ฉัน...”

“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ รุ่นพี่...” มิยองค้านเสียงเครือ เด็กสาวกลั้นสะอื้นเบาๆ “อย่าร้องไห้และอย่าโทษตัวเองแบบนั้นสิคะ ..ใครว่ารุ่นพี่ปกป้องฉันไม่ได้กันคะ ไม่จริงเลยนะ..ทุกครั้งที่ฉันมีปัญหารุ่นพี่ไม่ใช่หรือคะที่คอยตามมาช่วยเสมอ..แม้กระทั่งครั้งนี้...”

“ชเวซีวอนเป็นคนช่วยเธอ..ไม่ใช่ฉัน...” แทยอนกล่าว ก้มหน้าหลบสายตาสั่นระริกของเธอ “เขาเป็นคนช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำ เขาช่วยชีวิตเธอ..ไม่ใช่ฉัน..ฉัน....ฮึก...”

“ถึงเขาจะเป็นคนช่วยฉันไว้แต่ก็ไม่ได้แปลว่ารุ่นพี่ปกป้องฉันไม่ได้นี่คะ..อย่าร้อง..ฮึก อย่าร้องไห้สิคะรุ่นพี่..อย่าร้องไห้เลยนะคะ...ฉัน..” ร่างบอบบางโผเข้ากอดคนตัวเล็กที่ก้มหน้ากลั้นสะอื้นเอาไว้แน่น ซุกหน้ากับอกของเขาเพื่อซ่อนน้ำตา “..ครั้งนี้รุ่นพี่ซีวอนช่วยฉันไว้ก็จริง..แต่มันเทียบไม่ได้เลยนะกับการที่รุ่นพี่ตามดูแลฉันทุกเรื่อง คอยช่วยเหลือฉันตลอดแบบนี้...ใครกันคะที่มักจะคอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอเวลาที่เกิดปัญหา..ใครกันคะที่คอยเช็ดน้ำตาให้ฉันเวลาที่ฉันร้องไห้..ใครกันคะที่ดีกับฉันเสมอไม่ว่าจะเรื่องอะไร...”

“เป็นรุ่นพี่เองไม่ใช่หรือคะที่เคียงข้างฉันตลอดเวลา..เพราะฉะนั้นอย่าโทษตัวเองเลยนะคะ เพราะไม่ว่ายังไง..สำหรับฉันแล้วคนที่ดูแลฉันได้ดีที่สุด..คนที่ฉันรู้สึกอุ่นใจที่สุดเวลาได้อยู่ใกล้ๆ..ก็คือรุ่นพี่นะคะ คือรุ่นพี่คิมแทยอนคนนี้คนเดียวนะ...”

                “เพราะฉะนั้นได้โปรด..อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ รุ่นพี่แทยอน...”

                ร่างของเราสองคนนั่งกอดกันบนเตียงกว้างของเธอ ช่วยกันพูด ช่วยกันปลอบจนกระทั่งสภาวะจิตใจที่อ่อนแอของเรากลับเป็นปกติ แทยอนยังคงนั่งกอดมิยองและลูบผมเธอเบาๆอยู่อย่างนั้นส่วนฮวังมิยองเองก็เอาแต่กอดเขาแน่นและซุกหน้ากับอกอุ่นของเขาไม่ห่าง.. ดวงตาสีเข้มเหลือบมองนาฬิกาบนผนังห้องหลังจากที่เรานั่งกอดกันมาพักใหญ่ “...จะเที่ยงแล้ว..ทานข้าวต้มไหมเดี๋ยวฉันไปทำมาให้..”

                “ม ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวฉันไป......”

                “ไม่สบายอยู่....นอนพักดีกว่านะ” แทยอนกล่าวด้วยน้ำเสียงอาทร ลูบเรือนผมของเธอเบามือ สายตาที่ทอดมองมาช่างอบอุ่นและอ่อนโยนเสียจนทำให้คนมองใจสั่น เขาจูบบนกลุ่มผมนุ่มของเธอเบาๆก่อนจะเดินหายออกจากห้องไป คิมแทยอนหายไปหลายสิบนาทีจึงกลับมาพร้อมชามข้าวต้มร้อนๆหอมฉุย เขานั่งลงข้างเตียงอีกครั้งแล้วค่อยๆประคองเธอให้นั่งเอนตัวพิงกับหัวเตียง “...ฉันจะป้อนเธอเองนะ”

“ฉันทานเองได้ค่ะรุ่นพี่”

“...อย่าดื้อ อย่าซน นั่งเฉยๆเดี๋ยวฉันจะป้อนเธอเองนะเด็กดื้อ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

                “ฉันไม่ได้ดื้อนะคะ....” มิยองเถียงกลับไปเสียงอ่อย

                “ดื้อสิ..เธอน่ะดื้อที่สุดเลยรู้ไหม..ไข้ขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนก็ไม่โทรมาบอก นี่ถ้าแม่ของเธอไม่บอกฉัน..ฉันก็คงไม่รู้” แทยอนกล่าวน้ำเสียงเจือตำหนิ แล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มน้อยๆให้คนที่ก้มหน้างุดเหมือนเด็กหนีความผิด “ถ้าไม่อยากกลายเป็นเด็กดื้อให้ฉันต้องเหนื่อยใจล่ะก็..ต้องทำตามคำสั่งของฉัน รู้ไหม?”

                แต่ใบหน้าหวานที่ซีดเซียวของเด็กสาวกลับงอง้ำขึ้นมาเสียอย่างนั้นหลังจากเขาพูดจบ ดวงตาหวานใต้กรอบแว่นตวัดค้อน ก่อนจะสะบัดหน้าหนีทันใจ “...ถ้าเหนื่อยใจนักก็ไม่ต้องมาดูแลกันสิคะ จะกลับไปเลยก็ได้ค่ะ!!” น้ำเสียงสะบัดของเธอทำให้แทยอนยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูปนอ่อนใจ ..เคยมีคนบอกว่าคนป่วยมักจะงอแงและขี้งอนกว่าปกติ เขาเชื่อแล้วล่ะคราวนี้ สองมือวางชามข้าวต้มบนโต๊ะข้างเตียง ขยับกายเข้าไปใกล้กับเด็กสาวแล้วดึงร่างของเธอเข้ามาโอบกอบไว้หลวมๆ ประคองดวงหน้าหวานของเธอไว้ด้วยฝ่ามือเล็กข้างหนึ่งก่อนจะบดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างนุ่มนวล..

                มือที่วางทิ้งไว้ข้างกายในคราวแรกยกขึ้นจับต้นแขนเล็ก ขยุ้มแขนเสื้อเบาๆยามที่ริมฝีปากของเขาจูบเคล้นคลึงเชยชิมความหวานจากเรียวปากของเธอ มิยองครางในลำคอเล็กๆกับสัมผัสนุ่มที่กำลังกดย้ำซ้ำๆบนริมฝีปาก ขยับปากจูบตอบเบาๆด้วยความกล้าๆกลัวๆเช่นเคยผิดกับแทยอนที่บดเบียดเรียวปากลงมาอย่างช่ำชองนัก ฝ่ามือที่ทาบบนบ่าเล็กในคราวแรกดันไหล่ของเขาออกเล็กน้อยก่อนที่เธอจะขาดใจตายกับรสจูบนุ่มนวลนี้ ใบหน้าหวานก้มหน้างุดซุกหน้ากับอกของเขาเพื่อซ่อนพวงแก้มแดงก่ำ

                “....พอแล้วนะคะ...ฉันหิวแล้ว..” เสียงหวานแหบชวนฝันกระซิบเสียงสั่นเมื่อแทยอนทำท่าจะกดจูบบนพวงแก้มของเธอไม่พอ แต่เขายังจะซุกไซ้ปลายจมูกไล่ตามกลิ่นกายของเธอจากลำคอขาวอีกด้วย

                คิมแทยอนผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแสนเสียดายแล้วตัดใจหันไปหยิบชามข้าวต้มที่ยังคงอุ่นๆอยู่มาวางบนตัก บรรจงตักข้าวต้มหอมฉุยและเป่าให้มันหายร้อนก่อนจะค่อยๆป้อนคนป่วยที่อ้าปากงับข้าวต้มเข้าปากด้วยท่าทีขัดเขิน ข้าวต้มรสอร่อยโดยฝีมือคิมแทยอนค่อยๆพร่องลงไปจนหมดชาม คนตัวเล็กจึงหันไปจัดยาหลังมื้อกลางวันให้เธอทานแต่พอดวงตาหวานใต้กรอบแว่นเห็นเม็ดยาในถ้วยแก้วก็กลับเบ้หน้าเบือนหน้าหนีเหมือนไม่ยอมกินทันที

                “ทานยาสิ...”

                “ไม่เอา..ไม่อยากกิน..”

                “อย่าดื้อน่า...” แทยอนปรามเสียงดุแต่มิยองยังคงงอแงไม่กินท่าเดียว “..ถ้าดื้อ..พรุ่งนี้จะไม่มานะ” คำขู่ของเขาทำให้มิยองชะงักไปทันทีแต่แทนที่เด็กสาวจะยอมทานยาอย่างว่าง่าย.. เธอกลับเบือนหน้าหนีกันเสียอย่างนั้นและไม่วายบ่นหงุงหงิงออกมาว่าไม่อยากมาก็ไม่ต้องมาสิคะบ้างล่ะหรือถ้าลำบากรุ่นพี่นักก็กลับไปซะสิคะจะได้ไม่เสียเวลาบ้างล่ะให้แทยอนได้กลั้นยิ้มอย่างเอ็นดู..สุดท้ายเขาก็ต้องงัดคำขู่ว่าจะจูบปากเธอแรงๆ ทำให้เด็กสาวหันมาคว้ายาเข้าปากและดื่มน้ำตามอย่างรวดเร็วทันที

                “...ไม่อยากให้ฉันจูบขนาดนั้นเชียวหรือ” เสียงหวานนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจเล็กๆ ดวงตาสีเข้มมองคนที่มุดตัวเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่ม เห็นเธอยังคงนิ่งเงียบก็ถอนหายใจเบา “..เข้าใจแล้ว..เธอคงลำบากใจสินะที่ฉันเอาแต่ใจมากเกินไป..” สองมือเล็กหยิบแว่นสายตาที่วางไว้ข้างหมอนมาวางบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะขยับผ้าห่มให้เธอ ฝ่ามือลูบเรือนผมสีดำนุ่มมือ โน้มหน้าจูบขมับของเธอเบาๆ กระซิบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยเสียจนทำให้คนฟังใจหายวูบ “..ขอโทษนะที่ทำให้เธอลำบากใจเสมอ..ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำให้เธอลำบากใจแล้วล่ะนะ...”

                “ถ้าการที่ฉันมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆมันทำให้เธอลำบากใจ..ฉันก็จะไม่มาวุ่นวายกับเธออีกแล้ว..”

                “ม ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!!ฉันไม่ได้ลำบากใจนะคะ!!ฉันแค่....????” เด็กสาวขี้อายตวัดผ้าห่มลุกขึ้นพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก ..น้ำเสียงเศร้าสร้อยและถ้อยคำที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงตัดพ้อน้อยใจทำให้มิยองกระวนกระวายแต่ภาพของใบหน้าใสที่กำลังก้มหน้ากลั้นหัวเราะทำให้ฮวังมิยองทำหน้ายุ่งทันที เด็กสาวเบะปากแล้วระดมฟาดเขาไม่หยุดหลังจากรู้ตัวว่าโดนแกล้งอีกแล้ว “รุ่นพี่คนบ้า!!มาแกล้งกันอีกแล้ว นิสัยไม่ดีเลย!!

                “เปล่าแกล้งนะ ฉันแค่..............” ใบหน้าใสเงยหน้ามองเจ้าของฝ่ามือที่ระดมฟาดเข้ามาไม่หยุด ถ้อยคำที่เตรียมจะพูดกลับต้องถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กสาวตรงหน้า หัวใจที่เคยเต้นแรงเสมอยามที่ได้อยู่กับเธอเวลานี้กลับเต้นกระหน่ำราวกับเสียงรัวกลอง ดวงตายังคงจับจ้องใบหน้าของเธออย่างตกตะลึงและละสายตาไปไหนไม่ได้เลย..ราวกับถูกตรึงด้วยใบหน้าแสนหวานที่งดงามนั้น

                คิมแทยอนเคยจินตนาการว่าใบหน้าของเธอจะต้องงดงามแน่ๆหากปราศจากแว่นสายตาอันนั้น แต่เขาไม่คิดว่าเธอจะสวยน่ารักขนาดนี้.. แล้วยิ่งดวงตาของเธอ..มันหวานซึ้งเสียจนทำให้เขาแทบคลั่งได้ง่ายๆเลยล่ะ

                ..ฮวังมิยอง.. ถ้าเธอมีเวทมนต์และถ้าฉันโดนเธอสาป.. คำสาปที่เธอใช้กับฉันมันคงร้ายแรงที่สุดเลยใช่ไหม ที่ทำให้ฉันใจเต้นแรงแทบบ้าเวลาได้สบตากับเธอแบบนี้..

                ..เชื่อเถอะแค่ดวงตาหวานที่บดบังด้วยแว่นสายตายามปกติก็ยังสามารถทำให้หัวใจของแทยอนเต้นแรงแทบบ้าได้แล้ว แล้วยิ่งในยามนี้..ยามที่ดวงตาของเธอไร้แว่นสายตาอันโตมาบดบัง แทยอนแทบอยากจะดึงมาเธอจูบแรงๆด้วยความหลงใหลแทบคลั่งเลยด้วยซ้ำ..

                เธอจะรู้บ้างไหมนะฮวังมิยอง..ตอนที่ดวงตาของเธอบดบังด้วยแว่นสายตาหัวใจของฉันก็เต้นแรงแทบบ้าแล้ว..แต่ตอนนี้ไม่มีแม้แต่แว่นสายตามาบดบัง หัวใจของฉันมันเต้นแรงไม่หยุดเลย เธอจะได้ยินไหมนะ..เสียงหัวใจของฉันที่เต้นแรงแบบนี้ เธอจะรู้ไหมนะ..จะอ่านสายตาของฉันออกไหมว่าฉันอยากจูบเธอมากแค่ไหน อยากจูบเธอวันละหลายๆรอบ อยากจูบเธอซ้ำๆ ...จะรู้ไหมนะ มิยอง

 

                “รุ่นพี่..รุ่นพี่เป็นอะไรไปคะ”

                “..หน้าเธอตอนไม่ใส่แว่น..เธอ...”

                “อ๊า!!ย อย่ามองนะ” เด็กสาวร้องออกมาอย่างร้อนรนปิดหน้าตัวเองเป็นพัลวัน ฮวังมิยองก้มหน้าหลบสายตาที่จ้องมองมายกใหญ่ ..เธอไม่อยากให้เขาเห็นหน้าจริงๆของเธอเลย เพราะมิยองรู้ตัวเองดีว่าเธอไม่ใช่คนสวย ไม่ได้น่ารักเหมือนใครๆเธอจึงไม่อยากให้ใครเห็นหน้าจริงๆของเธอนัก..โดยเฉพาะแทยอน เขาจะว่าเธอน่าเกลียดหรือเปล่านะ เพราะเหตุนี้เองทำให้เธอหลบเลี่ยงเสมอยามที่ใครจะขอถอดแว่น “อย่ามองนะคะ..อย่ามองนะ”

                “ทำไม...”

                “ฉัน..ฉันไม่สวย ไม่น่ารัก..ฉันไม่อยากให้รุ่นพี่เห็น..ฉันน่าเกลียดจะตายไป”

                “น่าเกลียดที่ไหนกัน..” แทยอนกล่าวเสียงนุ่ม ยื่นฝ่ามืออุ่นไปดึงมือที่กำลังปกปิดใบหน้าสวยๆนั้นออก เขาขยับกายเข้าไปหาและดึงรั้งร่างบอบบางที่ยังคงอยู่ในชุดนอนเข้ามากอดเอาไว้ในวงแขนเล็ก ฝ่ามือเล็กลูบไล้ใบหน้าแสนหวานเบามือ ทอดสายตามองเครื่องหน้างดงามด้วยสายตาหลงใหลยิ่งกว่าครั้งใด “....เธอน่ารักออก..สวยจะตายไป..”

                “...รุ่นพี่อย่าพูดให้ฉันรู้สึกดีเลยค่ะ..ฉัน...”

                “เธอน่ารัก..น่ารักมาก..น่ารักเสียจนฉัน.....” เสียงหวานนุ่มเงียบไปอีกครั้งขณะที่วงแขนของเขากระชับกอดเธอเอาไว้แน่น ดวงตาสีเข้มของเขาฉายชัดถึงความหลงใหลในความสวยน่ารักของเด็กสาวตรงหน้า แทยอนเลื่อนสายตามองริมฝีปากอิ่มเอิบสีเรื่อ ..มันกำลังเผยอน้อยๆราวกับกำลังเชิญชวนให้เขาทาบจูบร้อนลงไป

..มันจะเป็นยังไงกันถ้าฉันจะทำให้ริมฝีปากของเธอเป็นสีช้ำจากจูบของฉัน..มันจะเป็นยังไงถ้าฉันเก็บเกี่ยวความหวานจากริมฝีปากเธอด้วยลิ้นของฉัน..แล้วมันจะเป็นยังไงถ้าริมฝีปากของฉันพรมจูบไปทั่วร่างของเธอ..

..เสียงของเธอตอนร้องเรียกชื่อฉันยามที่เราสองคนกอดก่ายกันแน่น..มันจะหวานสักแค่ไหนกัน สองแขนของเธอ..จะกอดฉันแน่นแค่ไหนกันนะถ้าฉันจะทำให้เธอมีความสุขจากสัมผัสของฉัน..แล้วรสชาติของเธอ..จะหวานสักแค่ไหนกันนะ..จะหวานเหมือนช็อกโกแลตหรือเปล่า หรือจะหวานกว่าน้ำตาลกันนะ ฮวังมิยอง..

ลมหายใจร้อนพ่นออกมาจากริมฝีปากแรงๆ แทยอนปล่อยเธอออกจากอ้อมกอด ใบหน้าของเขาแดงก่ำระหว่างที่ห่มผ้าให้เธอเงียบๆหลังจากจับให้มิยองนอนลง “...เธอควรจะพักผ่อนได้แล้วจะได้หายเร็วๆ” เขากล่าวเสียงเบา เหลือบสายตามองมือของเธอที่เอื้อมมายึดชายเสื้อของเขาเอาไว้แน่น “...ฉันจะอยู่กับเธอจนกว่าคุณน้าอินนาจะกลับมา...ตลอดทั้งสามวันฉันจะอยู่กับเธอ..ไม่ต้องห่วงนะ..ฉันไม่ทิ้งเธอไปไหนหรอก มิยอง...”

................................................................................................................................................................................

                วันนี้เป็นวันที่สองแล้วที่คิมแทยอนมาอยู่ดูแลคนป่วยที่บ้านไม่ห่างกาย.. ความจริงแล้วเมื่อคืนแทยอนก็นอนที่นี่นั่นแหล่ะแต่ไม่ได้นอนบนเตียงกับมิยองหรอกนะ ใครจะรู้ว่าคนอย่างคิมแทยอนจะยอมนอนพื้นด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากจะขึ้นไปนอนเบียดจนเธอนอนไม่สบาย..แต่เหนือสิ่งอื่นใดฮวังมิยองรู้ว่าแทยอนให้เกียรติเธอมากแค่ไหนที่จะไม่ขึ้นไปนอนบนเตียงกับเธอแม้เธอจะเอ่ยชวนให้เขามานอนด้วยกันนัยๆก็ตาม

                ..แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็ไม่เท่ากับท่าทีแปลกๆของเขาตลอดมานับตั้งแต่ที่แทยอนเห็นใบหน้าของเธอตอนที่ไร้แว่นสายตาเมื่อวาน แทยอนไม่แตะต้องตัวเธอเลยถ้าไม่จำเป็น.. ไม่มีกอด ไม่มีหอมแก้ม ไม่มีแม้กระทั่งจูบเบาๆที่ริมฝีปากเพื่อบอกราตรีสวัสดิ์เช่นที่เขาชอบทำ หนักกว่านั้น..เขาไม่สบตาเธอเลยถ้าไม่จำเป็น การกระทำแปลกๆของแทยอนทำให้มิยองรู้สึกแย่ในใจนิดๆจนพาลคิดไปว่าอาจเพราะแทยอนเห็นหน้าตาตอนถอดแว่นของเธอแล้วนึกรังเกียจหรือเปล่าถึงมีท่าทีแบบนั้น..

                แต่มิยองไม่รู้หรอกว่าแทยอนกำลัง หักห้ามใจ กับความรู้สึกแปลกๆในอกของเขาอยู่ต่างหาก

                “ไข้เธอเริ่มไม่มีแล้วล่ะนะ เย็นนี้ออกไปเดินยืดเส้นยืดสายหน่อยแล้วกันนอนทั้งวันแบบนี้คงเบื่อแย่” เสียงหวานนุ่มกล่าวกับเธอพร้อมรอยยิ้มบางๆที่มุมปากเช่นเคย

ดวงตาหวานใต้กรอบแว่นมองแทยอนกำลังเก็บปรอทวัดไข้ ..เหมือนเดิม..เขายังไม่สบตากับเธอเวลาพูดคุย..มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากมิยองจะรู้สึกน้อยใจขึ้นมาจนต้องเอ่ยถาม “รุ่นพี่เป็นอะไรไปคะ...”

“เปล่านี่ ไม่ได้เป็นอะไร” เขาตอบและแสร้งทำเป็นวุ่นวายกับการเก็บซองยาเข้าที่ให้เรียบร้อย

“แล้วทำไมรุ่นพี่ถึงหลบตาฉันล่ะคะ..ไม่มอง ไม่สนใจ ไม่อะไรกันเลยสักนิดเดียว” มิยองพูดออกไปด้วยความน้อยใจ อาจเพราะกำลังไม่สบายอยู่เลยทำให้อารมณ์อ่อนไหวจนกลายเป็นงี่เง่าได้กระมัง “หรือเป็นเพราะรุ่นพี่เห็นฉันตอนถอดแว่นหรือคะ หน้าตาฉันมันน่าเกลียดมากเลยเหรอรุ่นพี่ถึงไม่มองไม่สนใจกับแบบนี้!ถ้ารุ่นพี่จะต้องลำบากใจกับการดูแลฉันรุ่นพี่กลับบ้านไปก็ได้นะคะ ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ!!

“...คิดมากเกินไปแล้ว”

“หรือเพราะเรื่องที่รุ่นพี่ซีวอนช่วยฉันหรือคะ รุ่นพี่ถึงมีท่าทีห่างเหินแบบนี้!!ฉันบอกไปแล้วนี่คะว่าต่อให้รุ่นพี่ซีวอนจะช่วยฉันขึ้นมาจากน้ำจริงก็ไม่ได้แปลว่ารุ่นพี่จะดูแลฉันไม่ได้เสียหน่อย และต่อให้รุ่นพี่ซีวอนจะชอบฉันจริงๆอย่างที่เขาพูดก็ไม่ได้แปลว่าฉันอยากให้เขาดูแลเสียหน่อย!!ก็ในเมื่อคนที่ฉันอยากให้ดูแลนั่งอยู่ตรงหน้าฉันแล้วนี่ไงคะ!!

“....มิยอง..เธอพูดอะไรออกมาน่ะ”

“ฉัน...ฉันไม่อยากให้รุ่นพี่เป็นแบบนี้ ไม่อยากให้รุ่นพี่เย็นชาหรือห่างเหินกันแบบนี้...” น้ำตาเม็ดเล็กเริ่มเอ่อคลอดวงตาของเด็กสาว ความสงสัย ความไม่เข้าใจกับท่าทีแปลกๆของเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นอย่างอ่อนแรง “...รุ่นพี่รังเกียจฉันแล้วเหรอคะ...กลับมาเป็นรุ่นพี่แทยอนที่ดูแลฉันดีกว่าใครเหมือนเดิมไม่ได้เหรอคะ..”

“เธอไม่รู้อะไรเลยมิยอง...ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง” แทยอนถอนหายใจเบา ดวงตาสีเข้มที่หลุบต่ำช้อนตามองเธอด้วยแววตาสับสน ..แทยอนพยายามห้ามใจตัวเองแต่ยิ่งเห็นดวงตาหวานที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแบบนั้นเขาก็ยิ่งอยากดึงเธอมากอด ดึงเธอมาจูบอย่างใจนึกแต่เพราะรู้ดีว่าเขาไม่อาจห้ามความต้องการของตัวเองได้เลยหากจูบเธอขึ้นมาฉะนั้นทางเดียวที่ทำได้คือพยายามไม่แตะต้องตัวเธอหากไม่จำเป็นก็เท่านั้น

“ถ้าฉันไม่รู้อะไรรุ่นพี่ก็ช่วยบอกให้ฉันรู้สิคะว่ารุ่นพี่เป็นอะไรไป...” เสียงหวานถอดเสียงอ่อน มิยองก้มหน้าซ่อนน้ำตาและเสียงสะอื้นแต่สองมือของเด็กสาวกลับดึงมือของแทยอนไปกุมไว้ ออกแรงบีบแน่นเพื่อให้เขารู้.. ว่าเธอปรารถนาแทยอนคนเก่ามากแค่ไหน..แทยอนคนที่ดูแลเธอเสมอ แทยอนคนที่ชอบกอดเธอ จูบเธอคนนั้น

“ฉันกำลังจะเป็นบ้า.....”

คิมแทยอนพูดเพียงเท่านั้นก็เงียบไปและก่อนที่คนฟังจะเงยหน้ามอง ร่างบอบบางของเธอก็ถูกดึงเข้าไปกอดแน่น..แน่นอย่างที่แทยอนไม่เคยกอดเธอมาก่อนเลย แน่น..แต่กลับแฝงไปด้วยความอบอุ่นแบบที่เธอชอบ ฝ่ามือเล็กของเขาลูบเรือนผมสีดำสนิทนุ่มมือ สอดฝ่ามือใต้กลุ่มผมสีดำพร้อมกับทาบริมฝีปากจูบพวงแก้มนวลของเธอซ้ำๆเหมือนคนที่กำลังโหยหา “ฉัน...กำลังจะเป็นบ้า..ก็เพราะเธอ...” เสียงหวานนุ่มกระซิบแผ่วข้างกกหู ริมฝีปากบางกดเน้นหนักที่พวงแก้มอีกครั้งก่อนแทยอนจะผละกายออก และใช้ดวงตาสีโกโก้ของเขามองหน้าเธอเงียบๆ

..แต่ไม่รู้ว่าทำไม..ฮวังมิยองถึงรู้สึกว่าดวงตาของเขามันดูอบอุ่น..จนร้อนแรงนักนะ..

ฝ่ามือเล็กเลื่อนประคองดวงหน้าหวาน แทยอนค่อยๆใช้อีกมือบรรจงถอดแว่นสายตาที่เกะกะนั้นออกไป ดวงตาเป็นประกายหวานของเธอทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง และก่อนที่มิยองจะได้เอ่ยห้ามหรือถามอะไรออกไป คิมแทยอนก็โน้มใบหน้า..บดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างนุ่มนวล.. นุ่มนิ่ม..ชุ่มฉ่ำ..ก่อนจะกลายเป็นร้อนแรงขึ้นเล็กๆยามที่ริมฝีปากบางนั้นค่อยๆขบงับริมฝีปากล่างดูดดึงแสนเบาแต่มากพอที่จะทำให้ฮวังมิยองใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น

..จูบของแทยอนคราวนี้เต็มไปด้วยความโหยหาจนมิยองสัมผัสได้..

“อืมม อื้ม...รุ่นพี่คะ.....”

แทยอนยอมถอนริมฝีปากออกเมื่อมิยองครางเสียงแผ่วและดันไหล่ของเขาออกคล้ายจะบอกว่าเธอตามจูบร้อนของเขาไม่ทันแล้ว พวงแก้มนวลของเธอขึ้นสีเรื่ออย่างน่ารักในขณะที่ดวงตาหวานช้อนสายตามองเขาอย่างขัดเขิน  แทยอนคลอเคลียเรียวปากที่ตำแหน่งเดิมไม่ห่าง กดจูบเบาๆซ้ำๆอย่างทะนุถนอมนัก “เรียกฉันว่าพี่แทยอนสิ...” เสียงหวานนุ่มกระซิบกึ่งวอนขอแต่ริมฝีปากยังคงคลอเคลียกับความนุ่มนิ่มชุ่มชื้นของเรียวปากอิ่มอยู่อย่างนั้น

ดวงตาสีเข้มของเขานั้นแสนออดอ้อน..ออดอ้อนเสียจนหัวใจของอีกคนหวามไหว ยอมเอ่ยเรียกชื่อที่เขากำลังวอนขอออกไปแสนเบา..และสั่นเครือ ไม่ใช่สั่นเครือเพราะกำลังเสียใจแต่สั่นเครือเพราะกำลังเขินอย่างที่ไม่เคยเป็น..

“..พี่...พี่แทยอน...”

“เรียกอีกสิ...” กล่าวกระซิบก่อนจะกดจูบบนเรียวปากอิ่มแผ่วเบาอีกครั้ง

“....พี่แทยอน...คะ” เสียงหวานแหบเรียกชื่อเขาอีกครั้ง.. และหลังจากนั้นมิยองก็ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้อีกเพราะริมฝีปากของเธอกำลังถูกครอบครองด้วยจูบนุ่มนวลของเขา ร่างบอบบางเอนกายลงนอนกับเตียงนุ่มตามแรงผลักเบาๆ แทยอนทาบกายตามลง ..และริมฝีปากของเรากำลังบดเบียดคลอเคลียกันไม่ห่าง

“มิยอง.....” เสียงของเขา..กระซิบชื่อเธอเท่านั้นก็เงียบไปอีกครั้ง แทยอนบดเบียดริมฝีปากลงมาครั้งนี้ร้อนแรงกว่าเก่า สองมือเล็กสอดประสานกับนิ้วเรียวยาวของเธอกดมันไว้กับเตียงนุ่มฝ่ามืออีกข้างประคองพวงแก้มนวลที่ร้อนจัดเบามือ เรียวปากของเขาที่บดเบียดลงมาทำให้มิยองค่อยๆขยับริมฝีปากจูบตอบกลับไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ผลัดกันบดเบียดขบงับและดูดดึงแสนเบาและความเดียงสาของคนขี้อายกลับปลุกความต้องการบางอย่างของแทยอนให้ตื่นขึ้นมา ปลายลิ้นเล็กฉ่ำแตะไล้บนริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ จูบเลาะเล็มระคนออดอ้อนให้เธอเปิดปากรับลิ้นของเขาให้เข้าไปรุกล้ำภายใน

เสียงหวานแหบครางอื้ออึงในลำคอเมื่อเธอตัดสินใจเผยอปากให้เขารุกล้ำและเก็บกวาดรสหวานด้วยลิ้นของเขา เรียวลิ้นที่รุกล้ำเข้ามาทำให้เธอร้อนไปหมดทั้งตัว หัวใจของเธอเต้นอย่างบ้าคลั่งสอดประสานดังเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของเขา ฝ่ามือข้างที่ว่างยกขึ้นประคองท้ายทอยสอดนิ้วเรียวยาวทั้งห้าใต้กลุ่มผมสีทองสั้นระบ่าออกแรงขยุ้มด้วยความตื่นเต้นเมื่อลิ้นเล็กที่กำลังซุกซนในโพรงปากไล่สัมผัสไปตามแนวฟันและเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของเธออย่างนุ่มนวล

..มิยองรู้ว่าแทยอนกำลังจูบเธออย่างใจเย็น..สัมผัสได้จากความร้อนแรงยามที่เขาพลั้งเผลอ บางครั้งบางคราวที่แทยอนจูบอย่างดูดดื่มมากขึ้นเพียงแค่มิยองขยับกายและครางประท้วงเล็กๆเขาก็ผ่อนจูบเป็นนุ่มนวลเช่นเดิม..

ฝ่ามือเล็กที่เคยอุ่นจัด..บัดนี้ร้อนตามความร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นในจิตใจ แทยอนลากฝ่ามือแผ่วตามเรียวขาเสลาใต้กางเกงขาสั้นสบายๆที่เธอใส่ ริมฝีปากและเรียวลิ้นยังคงเก็บเกี่ยวความหวานจากริมฝีปากอิ่มอย่างไม่รู้หน่าย ..ราวกับคนที่กำลังหลงละเมอไปกับกลิ่นกายหอมของเนื้อสาว.. แทยอนไม่เคยหลงใหลอะไรเท่านี้มาก่อนแต่เธอ..ฮวังมิยองเป็นคนแรกที่ทำให้เขายั้งใจไว้ไม่อยู่ที่จะหลงใหลในตัวเธอ.. ทั้งจูบหวานละมุน ทั้งกลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวนุ่มที่ฝ่ามือกำลังสัมผัส

“ร รุ่นพี่...อย่าค่ะ..” แต่เสียงหวานของเธอกลับร้องห้ามเอาไว้หลังจากเบี่ยงจูบออกจากริมฝีปากที่เริ่มร้อนรุ่ม มิยองขืนกายในอ้อมกอดรวบรวมแรงที่เหลือน้อยหลังจากถูกสูบหายไปด้วยจูบร้อนผลักแทยอนออกห่างเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือที่เริ่มไล้จากเรียวขาขึ้นสูง..สอดฝ่ามือใต้เสื้อยืดพอดีตัวลูบผิวเนียนของหน้าท้องแบน และสัมผัสนั้นทำให้ฮวังมิยองปั่นป่วนและวาบหวามเสียจนกลัวว่าตัวเองจะหักห้ามใจกับสัมผัสของเขาไม่ได้..สุดท้ายเธออาจจะต้องยินยอมให้เขาเชยชมทั้งที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันแบบนี้..

แรงดันจากฝ่ามือบางทำให้แทยอนถอนจูบออกมาอย่างแสนเสียดาย แต่กระนั้นกลับทำให้เขาเรียกสติที่กำลังจะหลุดลอยและทำอะไรตามใจให้กลับมาอย่างทันท่วงที คนตัวเล็กผละกายที่ทาบทับออกห่างแต่สองแขนยังคงท้าวอยู่กับเตียงทำให้ระยะห่างของเราไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก ดวงตาของเขาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย..ทั้งสับสน ทั้งพยายามหักห้ามใจและเต็มไปด้วยคำขอโทษที่เผลอล่วงเกิน..

“...ขอโทษนะมิยอง...ฉัน...ฉัน...”

ใบหน้าหวานส่ายหน้าเล็กๆทั้งที่ใบหน้ายังคงแดงก่ำ ช้อนสายตามองเขา.. เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดแบบนั้นเธอก็อดที่จะรู้สึกแย่ตามด้วยไม่ได้ มิยองทาบฝ่ามือกับพวงแก้มใส “....ไม่เป็นไรหรอกค่ะ..ไม่เป็นไรจริงๆนะฉันไม่ได้โกรธอะไรรุ่นพี่เลยที่....” ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นอย่างครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “..ถ ถ้า..ถ้าจูบอย่างเดียว..ฉัน....”

มุมปากบางยกยิ้มเล็กๆกับคำตอบของเด็กสาว ดวงตาที่เศร้าหมองคราวแรกพราวระยิบเจ้าเล่ห์ “..พูดแบบนั้นแสดงว่าอนุญาต??” เสียงหวานนุ่มกระซิบข้างหูขณะเคลื่อนใบหน้าใสเข้าใกล้ สบตากันเพียงครู่เด็กสาวก็เป็นฝ่ายหลบตาก่อนเช่นเคย มิยองหลับตาปี๋เมื่อแทยอนค่อยๆเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ ..ท่าทางของเธอทำให้เขานึกเอ็นดูนัก.. ปลายจมูกเล็กก้มลงหอมแก้มนวลฟอดใหญ่แล้วตัดสินใจผละกายออก ขยับผ้าห่มให้เข้าที่เข้าทางและนั่งลูบหัวเธอเบาๆแทน

                “....เอ่อ คือ...”

                “...นอนพักผ่อนเถอะนะ” แทยอนยิ้มเอ็นดูคนที่นอนมองเขาตาแป๋ว ใบหน้าหวานที่ปราศจากแว่นตามุ่ยหน้าเล็กน้อยขยับปากอุบอิบว่าไม่อยากนอนบ้างล่ะ ไม่ง่วงบ้างล่ะจนแทยอนต้องออกปากบังคับว่าคนป่วยควรจะพักผ่อนมากๆจะได้หายไวๆ แต่เด็กน้อยก็ยังคงหน้าง้ำอยู่อย่างนั้น “...งั้นเอาอย่างนี้..ถ้าหายป่วยเมื่อไหร่จะพาไปเที่ยว”

                “...เที่ยวไหนคะ”

                “ที่ไหนก็ได้ที่เธออยากไป จะไปทานข้าว ดูหนังหรือสวนสนุก..ตามใจเธอเลย”

                “ฉันอยากไปอควาเรียม...”

                คิ้วบางของแทยอนเลิกขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบของเด็กสาว ถ้าเป็นเด็กคนอื่นคงจะเลือกไปส่วนสนุกหรือไม่ก็ดูหนังแต่เธอกลับบอกว่าอยากไปอควาเรียม.. ใบหน้าใสปรากฏรอยยิ้มน้อยๆก่อนที่เขาจะโน้มหน้าลงเพื่อกดจูบบนหน้ผากมนแทนคำสัญญา “...อื้ม ฉันจะพาเธอไปเที่ยวที่อควาเรียมตามที่เธอต้องการ..” ริมฝีปากบางยกยิ้มน่ารักเสียจนอีกคนเผลอใจเต้นแรงอีกครั้ง “...เพราะฉะนั้นอย่าดื้อนะรู้ไหม?”

                “...รีบนอนซะนะเด็กน้อย พักผ่อนเยอะๆจะได้หายไวๆ ..ถ้าเธอหายป่วยเมื่อไหร่ ฉันจะพาเธอไปเที่ยวอควาเรียมตามที่เธอต้องการเลยนะ..ฉันสัญญา..”

 

==========================================================================

© themy  butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #948 Tant (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 17:33
    ฟินเฟ่อฟังอลังการ
    #948
    0
  2. #778 Chompoo76 (@Chompoo76) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 21:26
    ฟินตัวแตกกกกก มิยอง ยอมพี่แทเถอะนะขอร้องงง สงสานพี่แทจุง อดทนไว้นะพี่ คิๆ
    #778
    0
  3. #768 Ce'ces Rizle (@aster-1) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 21:11
    นั่งฟิน ถ้าบิดตัวเป็นเกลียวได้คงทำไปแล้ว! ><
    #768
    0
  4. #754 Oor_BP19 (@Oor_BP19) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 13:47
    จะตายแล้วววววววววววววววววววววววววววววววววววรีดจะตายแล้ว  เขิลแปป~
    #754
    0
  5. #741 DevilJ (@DevilJ) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 20:41
    รีดใกล้ตายแล้วค่ะๆๆ
    #741
    0
  6. #603 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 11:34
    คนอ่านจะเป็นลม เฮือก !!!
    #603
    0
  7. #553 aueng (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2558 / 14:49
    บอกเลยไรท์ เขิลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #553
    0
  8. #517 my mixi_mum (@toonkidy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 21:35
    ตายๆๆๆๆๆ สำลักมาม่าเลยทีเดียว เขิลลลลลลลลลล
    #517
    0
  9. #197 coke (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:10
    เขิล >\<
    #197
    0
  10. #59 Puii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 14:57
    อ่าาา กำลังฟินเลยฟานี่หยุดทำไมเนี่ย อร้ายยยยเขินจะแย่แล้ว >
    #59
    0
  11. #6 Taeyeon_sone >//< (@abcsnsd123) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 18:44
    ฟานี่อา~ไม่น่าเลยอ่าา คนกำลังฟินอ่ะ สนุกมากๆเลย ติดตามคร้าบบบ >< 
    #6
    0