ตอนที่ 17 : Chapter 16 : เลิกยุ่งกับฉันสักทีจะได้ไหมคะ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    16 ม.ค. 58

Chapter 16 : เลิกยุ่งกับฉันสักทีจะได้ไหมคะ...

               

                สองวันแล้วที่เธอเอาแต่หลบหน้าเขาแบบนี้.. ใช่ คุณอ่านไม่ผิดหรอก.. ฮวังมิยองกำลังหลบหน้าคิมแทยอน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าทำไม เพราะนับตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นผ่านไปมิยองก็เอาแต่หลบหน้าเขาตลอด..ไม่ใช่เพราะคิดไปเองแต่รู้ดีว่าเธอจงใจหลบหน้า.. คิดดูสิ โทรไปหาก็ไม่รับ..จะไปทานมื้อกลางวันด้วยกันเธอก็ไม่อยู่รอ แม้กระทั่งเจ้าอุนเซ ลูกของเรา(ใช้คำนี้ดีกว่าเพราะฉันไม่เคยมองเจ้าเหมียวนี่เป็นสัตว์เลยตั้งแต่เลี้ยงมันมา..เจ้าหนูนี่น่าเอ็นดูเหลือร้ายเลยล่ะ) เธอก็ยังพามันไปอยู่ที่อื่นโดยที่แทยอนก็ไม่รู้เลยว่าเธอพามันไปเลี้ยงไว้ที่ไหน

                คิมแทยอนคนนี้ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง..

                คนตัวเล็กถอนหายใจเบาและเอาแต่หยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาอีกคนอยู่อย่างนั้น สุดท้ายแล้ว..พอติดต่อไม่ได้แทยอนจึงวางมือถือลงกับโต๊ะและนั่งหลับตาเงียบๆเหมือนคนกำลังใช้สมองครุ่นคิดอย่างหนัก “เป็นอะไรไปนะทำไมถึงต้องหลบหน้ากันด้วย..”

                “มิยองยังไม่ยอมคุยกับแกอีกเหรอ” ควอนยูริที่นั่งอยู่ด้วยกันเอ่ยถาม และสีหน้าที่ค่อนข้างจะบูดบึ้งนิดๆของเพื่อนตัวเล็กทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที “แล้วแกได้เข้าไปคุยกับน้องเค้าบ้างหรือเปล่าล่ะ??”

                “พยายามแล้ว..แต่เธอเอาแต่หลบหน้าฉัน...”

คำตอบของเพื่อนสนิทตัวเล็กทำให้ยูริและยุนอาเหลือบมองกันเล็กน้อย “อยู่ๆก็หลบหน้ากันเลยเหรอ?แกไม่ได้ไปทำอะไรให้มิยองน้อยโกรธใช่ไหม??”

“....ไม่” แทยอนพ่นลมหายใจเบา ยกสองมือขึ้นประสานไว้ใต้คางมน สีหน้าของคนพูดน้อยดูกังวลเสียจนเพื่อนสนิททั้งสองสัมผัสได้ว่าแทยอนกำลังวุ่นวายใจแค่ไหน “..ฉันไม่ได้ทำอะไรให้เธอโกรธฉันมั่นใจ..”

..และยิ่งมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรก็ยิ่งกระวนกระวายว่าทำไมอยู่ๆถึงหลบหน้ากันแบบนี้..

ความเงียบกลับมาอีกครั้งเมื่อเสียงหวานนุ่มของแทยอนขาดหายไป คนตัวเล็กเอาแต่นั่งทำหน้าเครียดคล้ายกับกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเองส่วนเพื่อนสนิทร่างสูงอีกสองคนก็เอาแต่สื่อสารกันผ่านสายตาอย่างไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรต่อไปหรือจะช่วยยังไงดี ..ในที่สุดเสียงลากเก้าอี้ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัดใจแล้วคิมแทยอนก็สาวเท้าออกไปจากห้องสภานักเรียนไปโดยทิ้งสายตางุนงงของสองเพื่อนสนิทไว้ด้านหลัง..

................................................................................................................................................................................

                “มิยอง..เธอคิดดีแล้วเหรอที่อยู่ๆก็หลบหน้าพี่เขาแบบนั้นโดยที่ไม่ได้บอกพี่เขาอะไรเลย” ซงวิกตอเรียถามเพื่อนสาวขี้อายที่เอาแต่นั่งหน้าหมองเหม่อลอยมาสองวันแล้ว.. วิกตอเรียรู้เหตุผลดีที่มิยองต้องหลบหน้าแทยอนแบบนั้น มิยองแค่ไม่อยากให้แทยอนต้องมาเดือดร้อนเพราะมิยองอีกแล้ว..

เพราะแทยอนต้องคอยตามแก้ปัญหาให้มิยองมาตลอด และเพราะคำพูดของฮยอนอารวมถึงสายตาของคนรอบข้างที่คอยกดดันมิยองมาตลอดด้วยทำให้สาวน้อยขี้อายตัดสินใจหลบหน้าแทยอนเพียงเพราะไม่อยากทำให้แทยอนต้องมาเดือดร้อนเพราะมิยองอีก..ซึ่งตามความจริงแล้วมันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องเลยสักนิด..ไม่ใช่วิกตอเรียไม่พูดแต่เพราะรู้ว่าพูดไปมิยองก็ไม่ฟัง วิกตอเรียเลยจนปัญหาที่จะพูดเรื่องนี้..รวมถึงเลือกที่จะไม่เอ่ยชื่อแทยอนให้มิยองฟังอีกด้วย

“มิยอง..มีคนมาหาเธอแหน่ะ” เสียงของจองซูยอนทำให้คนที่เอาแต่นั่งเหม่อหันไปมองเพื่อนสาวด้วยความแปลกใจเล็กๆ ดวงตาหวานเลื่อนสายตามองไปตามทิศทางที่ซูยอนชี้ก็เบิ่งตากว้างด้วยความตระหนก ฮวังมิยองเม้มริมฝีปากแล้วก้มหน้าหลบสายตาที่กำลังมองตรงมาทางนี้ของเขา..

การปรากฏตัวของคิมแทยอนเรียกเสียงฮือฮาได้เช่นเคยราวกับเป็นเรื่องปกติไปแล้ว..แต่ไม่ใช่สำหรับมิยองที่กำลังก้มหน้ามองมือตัวเองเงียบๆแบบนี้.. เพราะแบบนี้ไงถึงตัดสินใจออกห่าง เพราะไม่ชอบสายตาสมเพชดูแคลนหรือกระทั่งสายตาเกลียดชังของเพื่อนผู้หญิงในห้อง.. โดยเฉพาะกลุ่มของฮยอนอาที่กำลังจ้องมองมาที่เธออย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ เด็กสาวขยับตัวอย่างอึดอัดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ.. จนกระทั่งเขาเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะของเธอ มิยองที่ไม่อาจทนความกดดันจากสายตาของคนรอบข้างและบรรยากาศที่ชวนอึดอัดนี้ได้อีกต่อไปจึงตัดสินใจลุกขึ้นยืนและเดินสวนร่างเล็กไปให้เร็วที่สุด..

“จะไปไหน...” เสียงหวานนุ่มของเขาเอ่ยถามเบาหวิว แบบที่บอกได้ชัดเจนเลยว่าเจ้าของเสียงกำลังรู้สึกแย่และไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา มือเล็กของเขาจับลำแขนบางของเธอไว้แต่กลับไม่ได้บีบแน่นเพราะกลัวว่าอีกคนจะเจ็บ “เธอเป็นอะไร..แล้วเมื่อไหร่..จะเลิกหลบหน้ากันเสียที..”

“...ปล่อยฉันเถอะค่ะ”

“ไม่..จนกว่าเธอจะตอบฉันว่าเธอเป็นอะไรไปถึงหลบหน้ากันแบบนี้” แทยอนตอบกลับเสียงเข้มแต่แววตาของเขาไม่ได้ดุดันอย่างน้ำเสียง มันกลับฉายชัดไปด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เขาออกแรงเพียงนิดร่างบอบบางก็ถูกดึงให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันอย่างรวดเร็ว “...ฉันทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่า..หรือ..เธอโกรธอะไรฉัน..เธอบอกฉันสิไม่ใช่เอาแต่เงียบไปหลบหน้ากันแบบนี้..”

“...............”

“ฮวังมิยอง..เราเคยคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอว่ามีอะไรเราจะบอกกัน..ไม่ใช่เอาแต่หลบหน้ากันแบบนี้”

“................”

คิมแทยอนถอนหายใจออกมาด้วยความอ่อนใจ ..ทุกทีเลย ทำไมมีอะไรถึงไม่ยอมบอกกันนะ ทำไมถึงเลือกที่จะเงียบทุกที..ทำไมต้องเป็นแบบนี้ตลอดเลยนะ “....มิยอง..ขอร้องล่ะ พูดอะไรออกมาสักหน่อยเถอะนะ” น้ำเสียงของเขาที่พูดออกมามันช่างอ่อนแรงเสียจนหัวใจคนฟังวูบไหวด้วยความเจ็บปวด “...พูดอะไรออกมาก็ได้..มิยอง..ฉันขอล่ะ”

“เลิกยุ่งกับฉันสักที..จะได้ไหมคะ...”

ถ้อยคำที่สวนตอบกลับมาทันใจทำให้หัวใจของแทยอนหยุดเต้นไปชั่วขณะ แทยอนตัวชาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก่อนที่ความเจ็บปวดจะแล่นริ้วเข้ามาเล่นงานในหัวใจจนปวดหนึบ ..เขาภาวนาว่าขอให้ตัวเองไม่ได้หูฝาดกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่.. คำพูดเหมือนไม่ได้ต้องการกันแล้วแบบนั้น.. แทยอนภาวนาว่าขอให้เขาหูฝาด..หรือ..ขอให้สิ่งที่เธอพูดออกมามันไม่ใช่ความจริง..

“..อะ..ไรนะ..”

“รุ่นพี่เลิกยุ่งกับฉันสักทีเถอะค่ะ ..ฉันเหนื่อยแล้ว..ทุกๆอย่าง..”

“...........”

“ต่อจากนี้เราอย่าเจอกันอีกเลยนะคะ..”

เสียงหวานแหบหยุดลงพร้อมกับคำที่ตัดเยื่อใยถูกเอ่ยออกจากริมฝีปากอิ่ม ..เพราะฮวังมิยองรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่อ่อนแรงจากมือของเขามันจึงง่ายเสียเหลือเกินในการที่เธอจะบิดแขนออกจากการเกาะกุมนั้น ..และถึงแม้มิยองจะไม่ได้หันหน้าไปมองแต่เธอก็รับรู้ได้..ว่าแววตาของเขาที่กำลังมองมานั้นแฝงไปด้วยความเจ็บปวดเพียงใด เด็กสาวสูดลมหายใจเพื่อสะกดกลั้นความเสียใจ ก้าวขาที่กำลังจะหมดแรงพาร่างของตัวเองเดินสวนเขาไปก่อนที่เธอจะห้ามน้ำตาของตัวเองไม่ให้ไหลออกมาไว้ไม่ทัน..

..เธอไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง..แต่เธอทำเพื่อเขา.. เพื่อคิมแทยอนที่เธอรัก..

 

พ้นร่างบอบบางของฮวังมิยองไป.. ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาสักคำ ทุกสายตาเพ่งมองไปที่ประธานนักเรียนคนดังที่ยืนนิ่งเหมือนคนไร้สติตั้งแต่เจอคำพูดตัดรอนจากเด็กสาวขี้อายที่กำลังเป็นข่าวว่าคบหากับคิมแทยอนอยู่อย่างนั้น..

มือเล็กทั้งสองข้างที่ทิ้งข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรงกำแน่นเหมือนพยายามสะกดกลั้นอะไรบางอย่าง คิมแทยอนกัดริมฝีปากจนห้อเลือด ความเจ็บปวดแล่นลามไปทั่วทั้งใจจนพาลให้ทั้งร่างเย็นเฉียบไร้ความรู้สึก ..คำว่า ทำไม บินว่อนในหัวอีกครั้งแต่เขากลับไม่ได้พูดอะไรนอกจากเอาแต่ยืนเงียบเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง ..เพราะไม่รู้จะทำยังไง ..จะระบายความอึดอัดใจ ความไม่เข้าใจนี้ยังไง.. แทยอนจึงเลือกที่จะสูดลมหายใจลึกแล้วลากขาออกจากห้องไปโดยไม่ได้พูดอะไร..ได้แต่ปล่อยให้ประโยคคำถามเดิมๆวิ่งวนในหัวซ้ำๆอยู่อย่างนั้น..

..แทยอนไม่เข้าใจ มันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เข้าใจเลย..

................................................................................................................................................................................

                ฮวังมิยองถอนหายใจออกมาแสนเบาเพื่อลดทอนความรู้สึกหน่วงในอก.. ภาพที่เธอพยายามเดินจากเขามาอย่างยากลำบากยังคงวนเวียนอยู่ในหัวสมอง ความเจ็บปวดและไม่เข้าใจในแววตาคู่นั้นของเขายังคงติดตา.. ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไรเสียหน่อยที่ต้องทำแบบนี้.. มันก็เจ็บเหมือนกันนะ แต่จะให้ทำยังไง.. มิยองก็แค่ทำเพื่อแทยอน ..เธอไม่อยากให้ใครมองแทยอนไม่ดี..ในเมื่อเธอไม่คู่ควรกับเขาเลย แทยอนอยู่สูงเกินไปที่จะลงมาเกลือกกลั้วกับคนธรรมดาแบบเธอ

                ลำพังแค่สายตากดดันและดูถูกของคนรอบข้างยามที่เธอเดินเคียงข้างกับเขามันไม่สำคัญมากพอที่จะทำให้เธอตัดสินใจเดินจากมา.. จริงอยู่เธออึดอัดกับสายตาเหล่านั้นแต่มันก็ไม่เท่ากับการที่แทยอนจะต้องโดนคำครหาของคนรอบข้างกดดันเขาไปด้วย.. มิยองแค่ไม่อยากให้แทยอนเป็นขี้ปากของใครต่อใคร เขาเหมาะสมกับสายตาชื่นชมเหมือนที่เป็นมามากกว่า..คิมแทยอนไม่สมควรที่จะได้รับคำนินทาจากใครๆเวลาที่เดินเคียงคู่กับเธอ..

                มันอาจจะเป็นเหตุผลที่ไร้สาระ.. แต่ใครกันเล่าจะยินยอมให้คนที่ตัวเองรักต้องถูกนินทา..

                “..เธอทำถูกแล้วมิยอง..ที่เธอทำน่ะถูกแล้วนะ” เธอได้แต่เฝ้าปลอบโยนตัวเองแบบนั้นว่าทำดีที่สุดแล้วแต่หยดน้ำตาที่เอ่อคลอดวงตาช่างขัดกับสิ่งที่กำลังพูดตอกย้ำกับตัวเองนัก ..ยิ่งภาพของแววตาคู่นั้นที่มองมาด้วยแววตาเจ็บปวดก็ยิ่งตอกย้ำให้หัวใจของเธอเต้นช้าลงเหมือนอ่อนแรง.. พูดไปแบบนั้นแทยอนคงไม่มาวุ่นวายกับเธออีกแล้ว.. เหงานะไม่ใช่ไม่เหงา.. ทั้งเหงาทั้งเจ็บที่ต้องตัดขาดกับเขาแบบนั้น..แต่เธอก็แค่ทำเพื่อแทยอน

                มันไม่ผิดใช่หรือเปล่า..

                “ขอโทษ...ขอโทษนะคะรุ่นพี่...” เสียงหวานแหบเจือสะอื้นด้วยความร้าวรานใจ “ขอโทษ..ฉันขอโทษนะคะที่ต้องพูดแบบนั้นออกไป..ขอโทษนะ” ดวงตาที่ยังคงจับจ้องภาพคู่บนหน้าจอโทรศัพท์พร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา พอคิดว่าจากนี้ไปจะไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเขาอีกต่อไปแล้วมันก็... จากนี้ไปแทยอนคงไม่มาให้เธอเห็นหน้าอีกแล้วสินะ เขาคงโกรธที่เธอไม่รักษาสัญญา.. สัญญาที่ว่าเธอจะเคียงข้างคิมแทยอนตลอดไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น..

                “..ขอโทษที่ผิดสัญญานะคะ รุ่นพี่..ฉันขอโทษนะคะ..ฮึก...”

                นานหลายสิบนาทีที่ฮวังมิยองยืนปรับอารมณ์ของตัวเองให้คืนกลับมาได้สำเร็จ เด็กสาวผ่อนลมหายใจ..พร่ำบอกตัวเองซ้ำๆว่าต้องเข้มแข็งแม้ไม่มีเขาอยู่เคียงข้างเธอก็ต้องเข้มแข็งเข้าไว้ เธอไขตู้ล็อกเกอร์เพื่อหยิบหนังสือเรียนสองสามเล่มเตรียมเรียนวิชาในช่วงบ่ายแต่หัวคิ้วเข้มกลับต้องมุ่นเข้าหากันอย่างงุนงงเมื่อไม่พบหนังสือเรียนที่จะใช้เรียนในคาบบ่ายสักเล่มเลย...

หนังสือเรียนหายไปไหนหมดเสียงหวานแหบพูดตะกุกตะกักระหว่างที่เจ้าของร่างบอบบางกำลังค้นตู้ล็อกเกอร์ใส่ของของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย ..มันจะหายไปได้ยังไงก็ในเมื่อเธอเก็บหนังสือไว้ในตู้นี้ทุกครั้งนี่นา บ้าจังเลยแล้วแบบนี้จะเอาที่ไหนเรียนล่ะ...

                “อะไรหายเหรอมิยอง?” เสียงแหลมๆของคนที่คอยหาเรื่องเธอมาตลอดเช่นฮยอนอาถาม เจ้าของชื่อหันไปมองอย่างแปลกใจกลับผงะเล็กน้อย ดวงตาหวานมองฮยอนอาพร้อมกับเพื่อนอีกสองคนด้วยแววตาหวาดหวั่นเล็กๆ ฮ ฮยอนอา..เธอมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ..

                สาวผมแดงเชิดหน้าขึ้น ก็ไม่ได้มีอะไรหรอกก็แค่จะเอาของมาคืน...ไม่ทันให้เธอได้เอ่ยปากถามอะไร หนังสือเรียนสามเล่มที่ถูกกรีดจากขาดวิ่นก็ถูกปาใส่ร่างบอบบางเต็มแรง “...พอดีฉันไปเจอมันนอนอยู่ในถังขยะเลยเอามาคืนน่ะ

                “หนังสือของฉัน...มิยองทรุดตัวเก็บหนังสือด้วยท่าทางอ่อนแรง ดวงตาไหววูบเหมือนคนที่กำลังจะร้องไห้เต็มที สองมือที่รวบเก็บหนังสือสั่นเทาด้วยความรู้สึกที่ทั้งแย่และหวาดหวั่น ทำไมต้องมาทำลายของกันด้วยล่ะคะเธอเอ่ยถามฮยอนอาเสียงสั่น ทั้งร่างสั่นระริก “..ไม่เห็นจะต้องทำลายข้าวของกันเลยนี่นา

                “ก็เพราะฉันเหม็นขี้หน้าเธอยังไงล่ะ บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับเจ้าชาย

                “แต่ฉันก็ไม่ได้ยุ่งกับรุ่นพี่แทยอนแล้วนี่คะ พวกเธอเองก็เห็น” มิยองเถียงกลับไปเสียงสั่น ..ก็ไม่ได้ยุ่งแล้วยังจะเอาอะไรจากเธออีกล่ะ “พวกเธอไม่อยากให้ฉันยุ่งกับเขา ฉันก็พูดไปแล้วไงคะว่าอย่ามาเจอกันอีก..ยังไม่พอใจอีกหรือไงกัน”

                “แค่นั้นมันยังไม่พอ!!” ฮยอนอาตวาดเสียงแหลม บีบคางของอีกคนแน่น แววตาที่จ้องมองกลับไปเต็มเปี่ยมไปด้วยความชิงชังแบบปิดไม่มิด “ตราบใดที่เธอยังอยู่ที่นี่เจ้าชายก็จะไม่มีวันเลิกสนใจเธอ!!สิ่งที่ฉันต้องการคือการที่เธอออกไปจากชีวิตของเจ้าชายถาวร!!ไม่ต้องมาเจอหน้ากันเลยตลอดชีวิตยิ่งดี!!เข้าใจมั้ย!!” สองมือผลักร่างบอบบางกระแทกตู้ล็อกเกอร์เต็มแรง “หวังว่ามันคงไม่ยากเกินไปที่คนสมองกลวงๆอย่างเธอจะเข้าใจนะ ฮวังมิยอง”

                “ฉันหวังว่าภายในสองสามวันนี้ฉันจะไม่เห็นหน้าเธออยู่ในโรงเรียนนี้อีกนะ ..เพราะถ้าครั้งต่อไปฉันยังเห็นเธออยู่กับเจ้าชายอีกล่ะก็มันจะไม่ใช่แค่หนังสือที่ถูกกรีดแต่จะเป็นหนังหน้าด้านๆของเธอเอง!!!

               

                เสียงฝีเท้าของพวกฮยอนอาเดินออกจากห้องล็อกเกอร์ไปแล้วเพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ฮวังมิยองจะต้องทำตัวเข้มแข็งอีกแล้ว เด็กสาวทรุดตัวนั่งกับเก้าอี้ตัวยาวแล้วซบใบหน้ากับฝ่ามือเพื่อตั้งต้นร้องไห้.. ความหวาดกลัวจากเรื่องเมื่อครู่กลับทับถมความรู้สึกเจ็บปวดที่ยังคงตกค้างทำให้คราวนี้เด็กสาวกลับส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างไม่คิดจะเก็บมันไว้อีกแล้ว.. ต่อให้มีคนอยู่ในนี้เธอก็จะไม่สนอีกแล้ว.. มันไม่ไหวแล้วจริงๆกับเรื่องราวที่ประดังเข้ามาพร้อมกันแบบนี้..

                ..ในช่วงเวลาแบบนี้..ถ้ามีอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเขาให้เธอได้พึ่งพิงก็คงจะดี.. แต่มิยองก็ทำได้แค่คิดเพียงเท่านั้น แทยอนจะมากอดเธอเอาไว้เหมือนเก่าได้อย่างไรในเมื่อเธอเองก็เป็นคนพูดว่าอย่ามายุ่ง..อย่ามาพบเจอกันอีก.. ไม่มีอีกแล้วอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขา.. ไม่มีอีกแล้วแววตาที่แสนอ่อนโยน..คำพูดและการกระทำที่แสนพิเศษที่เรามีให้กันเสมอ ..ฮวังมิยองคงไม่ได้เดินเคียงข้างคิมแทยอนอย่างที่สัญญาไว้อีกแล้ว..

..ในเมื่อทางเลือกของเธอได้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าเธอจะต้องไป..

เด็กสาวเอาแต่นั่งสะอึกสะอื้นและร้องไห้ออกมาโดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนได้เดินเข้ามาหาเธอเงียบๆ ฝ่ามืออุ่นดึงร่างบอบบางของเธอเข้าไปกอดไว้ในอ้อมแขนที่แสนคุ้นเคย ..กลิ่นน้ำหอมและไออุ่นจากเจ้าของอ้อมกอดทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร.. มันทั้งน่าแปลกและน่าประหลาดนักเพราะตั้งแต่วินาทีที่เธอถูกเขาดึงไปกอดความรู้สึกแย่ทั้งหมดทั้งมวลกลับค่อยๆจางหายไปช้าๆและถูกแทนที่ด้วยความอุ่นใจ ฝ่ามือที่คอยลูบผมเธอไม่ห่างทำให้ฮวังมิยองเลือกที่จะหลับตาลงในอ้อมกอดนั้น.. เธอไม่รู้.. ไม่รู้เลยว่าไออุ่นที่แสนคุ้นเคยนี้คือความจริงหรือความฝันกันแน่..แต่หากมันเป็นฝัน..เธอก็จะขอซึมซับไออุ่นนี้ให้มากที่สุดก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินจากเขาไป....

“เพราะแบบนี้ใช่ไหมที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป....” เสียงหวานนุ่มกระซิบคลอถามข้างกกหูของเด็กสาว ซุกหน้ากับไหล่ลาดพร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น “..ต้นเหตุมันเป็นเพราะฉัน..ฉันขอโทษนะ..แต่เธออย่าทำแบบนี้เลยนะ อย่าจากฉันไปเลย..อย่าเปลี่ยนไป..อย่าหลบหน้าฉันเลยนะ มิยอง...”

แต่เด็กสาวกลับขืนกายในอ้อมกอดอุ่น สองมือยันร่างของแทยอนออกเพื่อปลีกตัวจากวงแขนที่กอดเธอไว้แน่น เธอยกมือเช็ดน้ำตาตัวเองเล็กน้อยโดยที่ไม่ได้เอ่ยหรือพูดอะไรกลับไป มิยองเพียงแต่ย่อตัวก้มลงเก็บหนังสือเรียนของตัวเองที่มีสภาพยับเยินเงียบๆถึงแม้แทยอนจะพยายามช่วยเก็บแต่เธอก็เอาแต่ปัดป้องราวกับไม่อยากให้เขาเข้ามาวุ่นวาย

“มิยอง..เลิกทำแบบนี้ซะทีได้ไหม”

“รุ่นพี่อย่ามายุ่งกับฉันเลยค่ะ...”

“ฉันทำแบบนั้นไม่ได้..”

“ปล่อยฉันเถอะค่ะ ปล่อยฉันไป..”

“ฉันปล่อยเธอไปไม่ได้ ฮวังมิยอง...”

“ปล่อยฉัน!!

“ฉันไม่ปล่อย!!!” สองมือเล็กรวบร่างบอบบางที่พยายามดิ้นหนีเข้ามากอดแน่น แต่ยิ่งเขากอดแน่นเท่าไหร่มิยองก็ยิ่งพยายามดิ้นให้พ้นจากอ้อมกอดนี้มากเท่านั้น “เธอสัญญาแล้วไม่ใช่หรือไงว่าจะเคียงข้างฉันตลอดไป แล้วเธอจะผิดสัญญาอย่างนั้นหรือไง ฮวังมิยอง!!!” ถ้อยคำตัดพ้อปนต่อว่ากลายๆทำให้คนที่เอาแต่ดิ้นไม่ฟังเหตุผลหยุดนิ่งทันที มิยองยืนนิ่งกลั้นน้ำตาและเสียงสะอื้นจนแผ่นหลังบางสั่นริกเงียบๆไม่แม้แต่จะสบตาสายตัดพ้อของเขาแม้แต่น้อย “..ฉันมันเป็นคนที่ดีแต่พูดฉันรู้..ฉันมันแย่ที่ปกป้องเธอไม่ได้เลยฉันรู้ดี..แต่ฉันจะทำทุกอย่างให้ดียิ่งกว่านี้..จะปกป้องเธอให้ได้มากกว่านี้”

“...ขอเพียงแค่เธออย่าหลบหน้าฉัน อยู่ข้างๆฉันแบบนี้ตลอดไป..ตามที่เธอสัญญาไว้กับฉันได้ไหมมิยอง” ฝ่ามือเล็กเชยใบหน้าหวานให้ขึ้นมามองสบตา ทอดดวงตาสีเข้มที่เจือแววอ้อนวอนให้เธอใจอ่อน “อยู่ข้างๆฉันนะ...อย่าทิ้งฉันไป ..ฉันขอร้อง.....”

...รุ่นพี่ปล่อยฉันเถอะค่ะ.. ฮึก..ฉันทำให้รุ่นพี่เดือดร้อนมามากพอแล้ว รุ่นพี่ไม่ควรจะมาเดือดร้อนเพราะฉันอีก” เสียงหวานแหบของเธอเจือสะอื้น แต่ละถ้อยคำที่กล่าวออกมาจากริมฝีปากอิ่มชวนให้คนฟังปวดหัวใจนัก “รุ่นพี่อยู่ในที่ๆควรอยู่ดีแล้วละค่ะ ..รุ่นพี่ไม่ควรได้รับคำนินทาหรือคำพูดเสียๆหายๆจากคนรอบข้างเพราะฉัน”

“ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องเดือดร้อนเลยเวลาที่อยู่กับเธอมิยอง..เธอฟังฉันนะ”

“..........”

“ฉันมีความสุขทุกครั้งที่มีเธออยู่ข้างๆ ได้จับมือเธอ ได้ดูแลเอาใจใส่เธอ..ได้ปกป้องเธอ..ถึงแม้..” แทยอนหยุดเว้นช่วงไปเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น “ถึงแม้ว่าฉันจะปกป้องเธอได้บ้างไม่ได้บ้าง..ถึงแม้ฉันจะรู้อยู่แก่ใจว่าคนอื่นอาจจะปกป้องเธอได้มากกว่าฉันแต่ฉัน..”

“...ฉันจะพยายามมากกว่านี้..เพื่อที่จะปกป้องเธอมากกว่าที่เป็นอยู่..”

“เธอไม่จำเป็นต้องแคร์เลยว่าใครจะมองฉันยังไงเพราะสำหรับฉันแล้ว ไม่มีใครสำคัญกับฉันไปมากกว่าเธอ.. คนที่ฉันแคร์มีเพียงคนเดียวก็คือเธอ..เข้าใจไหมมิยอง” คิมแทยอนมองคนที่เอาแต่หลบสายตาเขาเงียบๆ เขากดปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอหางตาอย่างอ่อนโยน “..มองฉันสิ ฮวังมิยอง..มองสบตากับฉัน..แล้วบอกฉันว่าเธอไม่อยากอยู่เคียงข้างฉันแล้ว..บอกฉันว่าเธอไม่อยากให้ฉันปกป้อง ไม่อยากให้ฉันคอยดูแล..เธอรำคาญที่ฉันมาคอยวุ่นวายกับเธอแบบนี้ เธอเบื่อหน้าฉันไม่อยากเห็นหน้าคนที่ทำให้เธอเดือดร้อนเสมอแบบฉันอีก..”

“และถ้าเธอยืนยันว่าเธอไม่อยากเห็นหน้าฉัน..เธอรำคาญฉัน..ฉันจะเป็นคนไปจากเธออย่างที่เธอต้องการเอง”

ดวงหน้าหวานเงยหน้ามองเจ้าของคำพูดนั้นทันทีที่เสียงของเขาเงียบลงไปอีกครั้งราวกับจะรอคำตอบ ดวงตาหวานหลังกรอบแว่นที่ยังฉ่ำด้วยหยดน้ำตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มเพื่อค้นหาความจริงในแววตาคู่นั้น ..และสิ่งที่เธอพบมีเพียงแต่แววตาหนักแน่นเพื่อตอกย้ำในทุกคำพูดเจือด้วยแววตาเว้าวอนเพื่อให้เธอกลับไปยืนข้างเขาอีกครั้ง..

“ฉัน...ฉันจะอยู่ข้างๆ..อยู่ข้างๆรุ่นพี่ค่ะ....อืมม..ม..”

เสียงหวานแหบขาดหายไปเมื่อถูกริมฝีปากร้อนของแทยอนทาบทับลงมา ร่างของเธอถูกดันติดกับตู้ล็อกเกอร์ขณะที่แทยอนเบียดกายเข้ามาแนบชิด ฝ่ามือเล็กประคองพวงแก้มนวลเกลี่ยปลายนิ้วโป้งกับผิวนุ่มอย่างทะนุถนอมเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกมาเล็กๆ แว่นสายตาอันโตถูกถอดออกเบามือก่อนที่เขาจะประกบจูบร้อนลงมาอีกครั้ง สอดลิ้นเล็กเข้ากวาดหาความหวานอย่างใจร้อนและเอาแต่ใจให้สาสมกับความคิดถึงที่เราไม่ได้เคียงข้างกันสองวันเต็ม

ลิ้นเล็กที่รุกเร้าเข้ามาในโพรงปากกำลังดึงเอาลิ้นบางของเธอเข้าไปเกี่ยวกระหวัดอย่างเร่าร้อน ปลายลิ้นเลาะเล็มไปตามแนวฟันดูดดึงความหวานหอมจากริมฝีปากอิ่ม แทยอนเอียงหน้าเล็กน้อยเพื่อองศาที่เหมาะสมพร้อมบดจูบลงไปอย่างแนบแน่นกว่าครั้งใด ..รสจูบที่ทั้งหวานทั้งร้อนทำให้ขาทั้งสองข้างของมิยองถึงกับอ่อนแรงและเธอคงจะทรุดลงไปกองกับพื้นแล้วหากไม่มีวงแขนเล็กของเขาช่วยประคองเธอไว้ สองมือที่เคยวางนิ่งข้างลำตัวยกขึ้นสอดใต้วงแขนโอบกอดแผ่นหลังเล็กออกแรงยึดเนื้อผ้าหนาของสูทตัวหนาเพื่อเป็นที่พึ่ง เสียงหวานครางแผ่วในลำคอยามที่จูบของเราเริ่มดูดดื่มลึกซึ้งขึ้นจนเกิดเสียงสัมผัสระหว่างริมฝีปากสลับกับเสียงครางแผ่วในลำคอไม่หยุด และมันเป็นครั้งแรกจริงๆ..ที่คนขี้อายอย่างฮวังมิยองจะกล้ากระชับลิ้นตอบกลับไปอย่างเก้ๆกังๆเพื่อเพิ่มความหวานของจูบครั้งนี้ให้มากขึ้น

แต่ความเดียงสาและไม่ช่ำชองของเด็กสาวกลับทำให้พายุอารมณ์ที่กรุ่นในอกของแทยอนกลับทวีมากขึ้น ..มันทั้งน่ารักและน่าหลงใหลเสียจนแทยอนไม่อยากจะอดใจให้สัมผัสเธอมากกว่านี้เลยแม้แต่น้อย ฝ่ามือเล็กที่ประคองเอวคอดเลื่อนลงบีบเน้นหนักที่สะโพกกลมกลึงแม้จะมีเนื้อผ้าปกปิดแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกวูบวาบที่กำลังแล่นไปตามร่างกายของมิยองลดน้อยลงเลย แล้วยิ่งยามที่เขาละจูบออกเพื่อเปลี่ยนไปซุกไซ้ปลายจมูกเล็กแถวลำคอมิยองก็แทบจะคุมสติของตัวเองไว้ไม่ไหวแล้ว มือของเขาแหวกสาบเสื้อสูทออกคลายโบว์ที่ติดสูงจนชิดปกคอเสื้อเพื่อเริ่มปลดกระดุมเม็ดบนของเธอออก ริมฝีปากฝังบนต้นคอขาวหอมกรุ่นขบเม้มเบาๆให้อีกคนได้ไร้เรี่ยวแรงและทำได้แค่ยึดแผ่นหลังเขาไว้เป็นที่พึ่ง

“อ๊ะ...ร รุ่นพี่คะ..” มิยองสะดุ้งเล็กๆเมื่อริมฝีปากบางที่ซุกซนแถวลำคอขาวออกแรงดูดจนผิวงาช้างขึ้นเป็นสีช้ำเล็กๆ พวงแก้มของมิยองแดงปลั่งเมื่อรับรู้ได้ว่าคงจะมีรอยสีแดงช้ำเล็กๆบนลำคอของเธอแน่ๆ แทยอนโผเข้าบดเบียดริมฝีปากกับเธออีกครั้งกระซิบแผ่วทั้งที่ริมฝีปากยังแนบสนิทว่า ..เธอเป็นของฉัน เป็นของฉันซ้ำๆสลับกับกดริมฝีปากจูบย้ำ ฝ่ามือเล็กที่บีบเน้นสะโพกสวยคราแรกกลับเลื่อนลงต่ำลูบไล้ไปตามเรียวขา มิยองเอียงหน้าเล็กๆด้วยความเผลอไผลเพื่อให้เขาได้ซุกซนแถวซอกคอตามใจชอบเสียงครางเบาๆยังคงเล็ดลอดจากริมฝีปากอิ่มตามสัมผัสที่เน้นหนักบนลำคอ

กระทั่งเสียงปิดประตูของห้องล็อกเกอร์ได้ดังขึ้นทำให้เราที่กำลังอยู่ในห้วงอารมณ์เผลอไผลจนเกือบจะทำในสิ่งที่เกินเลยไปมากกว่านี้ต้องรีบดึงสติตัวเองกลับมาทันที แทยอนผละกายออกเล็กน้อยถอยออกมาสงบสติอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตัวเองเงียบๆก่อนจะรีบเดินไปดูต้นเสียงเมื่อครู่ เขาโผล่หน้าออกไปด้านนอกแต่กลับไม่เห็นอะไรนอกจากระเบียงทางเดินที่ว่างเปล่าเขาจึงเดินกลับไปหาเด็กที่สาวที่กำลังจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางเงียบๆทั้งที่พวงแก้มยังคงแดงโร่กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

“...ฉันขอโทษ..ที่เมื่อกี้ฉัน....”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ..ไม่เป็นไรจริงๆ” เสียงหวานของเธอตอบกลับมาเบาๆขณะติดกระดุมเสื้อเม็ดบนด้วยท่าทีลนลานเล็กๆกับความตื่นเต้นและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามในอก มิยองสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อแทยอนขยับตัวเข้ามาใกล้และลงมือจัดเสื้อผ้าของเธอให้เรียบร้อยดังเดิม

“..ไม่ต้องห่วงนะ..แล้วก็ไม่ต้องกลัวด้วย..ฉันจะจัดการกับพวกที่ทำให้เธอต้องร้องไห้เอง..”

“......ค่ะ”

“ฉันจะไปส่งเธอที่ห้องเรียนนะ ส่วนเรื่องหนังสือ..ฉันพอจะมีหนังสือของปีที่แล้วเก็บไว้อยู่บ้างเธอเอาของฉันไปใช้ก่อนก็แล้วกันน่าจะช่วยเธอได้เยอะเลยเพราะฉันโน้ตเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทเรียนไว้นิดหน่อย..” แทยอนกล่าวเสียงนุ่ม ทอดสายตามองคนที่เอาแต่ก้มหน้าซ่อนพวงแก้มแดงงุดๆ มือเล็กยกขึ้นจับเรือนผมนุ่มปัดไว้ด้านหลังทำให้เห็นรอยแดงบนต้นคอที่เขาเพิ่งทำไว้ชัดขึ้น มุมปากบางยกยิ้มเล็กๆด้วยความเอ็นดูก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างกกหูเสียงเบา “..ฉันคิดว่าเธอน่าจะรวบผมนะ คนอื่นจะได้เห็นรอยที่ฉันทำไว้..จะได้รู้ว่าเธอเป็นเจ้าหญิงของฉันห้ามมาวุ่นวายเด็ดขาด..ว่าอย่างนั้นไหม?”

“รุ่นพี่คะ!!!” มิยองส่งค้อนควับฟาดมือเข้าที่แขนเล็กเต็มแรง พวงแก้มของเธอยังคงแดงก่ำด้วยความขัดเขินกับคำพูดนั้นของเขา แต่คนถูกตีกลับอมยิ้มน่ารักตอบกลับมาให้แถมยังดึงเธอไปกอดเอาไว้แน่นราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสายตาค้อนๆที่ส่งมาเลยสักนิด แทยอนจูบหน้าผากมิยองกระซิบกล่าวทวงถามสัญญาใจอีกครั้งด้วยแววตาเว้าวอนเล็กๆให้เธอได้พยักหน้าตอบกลับไปอย่างง่ายดายว่าจะไม่มีวันผิดสัญญาอีกแล้ว..

“..สัญญาแล้วนะ มิยอง...”

“....ค่ะ สัญญาค่ะ..”

................................................................................................................................................................................

                ประตูห้องเรียนมัธยมสี่ห้องเอที่เปิดผางอย่างรวดเร็วทำให้เสียงจอแจในคราวแรกเงียบกริบ ดวงตาทุกคู่จ้องมองมายังคนตัวเล็กที่ยืนหน้าตึงด้วยแววตาแปลกใจก่อนจะออกปากซุบซิบกันยกใหญ่เมื่อเห็นคิมแทยอนเดินเคียงคู่มากับเด็กสาวขี้อายร่างบอบบางที่กำลังตกเป็นข่าวอยู่กับเจ้าตัวในขณะนี้.. เขาพยักพเยิดให้วิกตอเรียและซูยอนพามิยองไปนั่งที่ก่อนจะเดินลิ่วไปหาเด็กสาวผมแดงที่จ้องมองมิยองด้วยสายตามาดร้าย

                “..เธอ.. ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย..” เสียงหวานนุ่มที่ออกปากราวกับเป็นคำสั่งกลายๆทำให้ฮยอนอานั่งอึ้ง คิดเข้าข้างตัวเองไปต่างๆนาๆว่าแทยอนอาจจะเบื่อยัยแว่นนั่นแล้วหันมาสนใจตัวเองแทนก็เป็นได้ พอเห็นอีกฝ่ายเอาแต่นั่งมองเขาตาค้างแทยอนก็คว้าแขนของหล่อนไว้แล้วลากออกไปจากห้องเรียนท่ามกลางเสียงซุบซิบและสายตาเป็นกังวลของมิยอง..

                “พี่เหมันต์จะคุยอะไรกับยัยนั่นกันนะ มิยองน้อยรู้หรือเปล่า?” วิกตอเรียถามเพื่อนสาวซึ่งก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมานอกจากการส่ายหน้าน้อยๆ

                ฮวังมิยองเอาแต่เหม่อมองไปยังประตูห้องเรียนที่เปิดค้างไว้ ยกมือลูบต้นคอของตัวเองที่มีรอยช้ำจางๆของเขาฝากเอาไว้อย่างใจลอย ..เธอกำลังนึกกังวลว่าแทยอนจะว่าอะไรฮยอนอาหรือเปล่า..เพราะถ้าเกิดมีเรื่องกันจริงๆล่ะก็เท่ากับว่าแทยอนจะต้องเสียกลุ่มแฟนคลับของตัวเองไป..และเขาอาจจะพลาดตำแหน่งประธานนักเรียนที่กำลังจะมีโหวตอีกไม่นานนี้ก็ได้ไหนจะยังเรื่องอื่นๆที่ตามมาอีกหากแทยอนฟิวส์ขาดทำร้ายฮยอนอาขึ้นมาจริงๆ..

 

ร่างสมส่วนถูกผลักจนกระแทกกับกำแพงหลังจากถูกคนตัวเล็กที่ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนตั้งเยอะแยะลากมาคุยกันที่ดาดฟ้าของอาคาร คิมฮยอนอานิ่วหน้าด้วยความเจ็บช้อนสายตามองแทยอนที่ยืนหน้านิ่งด้วยสายตากึ่งตัดพ้อ หล่อนร้องออกมาเบาๆเมื่อแทยอนเอื้อมมือมาบีบแขนแน่น “โอ้ย จ เจ้าชาย..ฉันเจ็บนะคะ”

“เจ็บเป็นด้วยหรือไง..นึกว่าดีแต่ทำร้ายคนอื่นจนตัวเองด้านชาไปซะแล้ว” วาจาเผ็ดร้อนตอกกลับมาอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาของแทยอนเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธอย่างที่หาได้ยากจากคนที่เฉยชาต่อสิ่งรอบด้านเช่นเขา

“จ เจ้าชายพูดเรื่องอะไรคะ ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆนะ” ฮยอนอามีท่าทีเลิกลั่ก ความหวาดกลัวแปลกๆแล่นเข้ามาเกาะกุมจิตใจทันทีที่ได้สบสายตาแข็งกระด้างของคนตรงหน้า

“แน่ใจหรือไงว่าไม่รู้เรื่อง..ที่ผ่านมาเธอทำอะไรมิยองบ้างทำไมฉันจะไม่รู้”

“............”

“ฉันรู้ดีทุกอย่างในสิ่งที่เธอทำไว้กับคนของฉัน แต่ที่ฉันไม่เอาเรื่องเธอไม่ใช่เพราะสงสารหรือพิศวาสแต่เป็นเพราะฮวังมิยองขอเอาไว้ไม่ให้ฉันลงโทษพวกเธอ รู้เอาไว้ซะ!” แทยอนกล่าวเสียงกระด้างพอๆกับแววตาที่จ้องกลับไปด้วยความเดียดฉันท์ “นี่คือคำสั่ง.....ถ้าเธอไม่อยากเดือดร้อน เลิกยุ่งกับฮวังมิยองซะ”

“แล้วทำไมเจ้าชายจะต้องปกป้องมัน!!

“อย่าเรียกมิยองว่ามัน!!” เขาตวาดเสียงกร้าว ออกแรงผลักจนอีกคนกระแทกกับกำแพงด้วยท่าทางกรุ่นโกรธ คนตัวเล็กกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ นึกอยากผลักอีกคนแรงๆหรือทำอะไรก็ได้ให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บเหมือนที่หล่อนเคยทำให้มิยองต้องเจ็บช้ำนักแต่พอนึกถึงสายตาผิดหวังของเธอหากเขาทำอะไรรุนแรงกับอีกฝ่ายขึ้นมาแทยอนก็เลือกที่จะผ่อนลมหายใจช้าเพื่อระงับความโกรธแทน “...มิยองมีค่าเกินกว่าที่เธอจะเรียกเขาแบบนั้นได้...”

“รู้สึกจะปกป้องมันเหลือเกินนะคะ!!” ฮยอนอากระแทกเสียงถาม มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ถ้าเจ้าชายอยากจะให้ฉันเลิกยุ่งกับยัยมิยองนั่น..เจ้าชายก็คบกับฉันสิ..ถ้าเจ้าชายคบกับฉันฉันอาจจะเลิกแกล้งยัยนั่นก็ได้นะคะ”

แต่สิ่งที่ตอบกลับมากลับเป็นดวงตาที่เย็นชากว่าครั้งใด แทยอนหัวเราะแค่นในลำคอราวกับสิ่งที่หล่อนบอกคือเรื่องตลกฝืดๆเพียงเท่านั้น มือเล็กคลายมือที่บีบแขนของอีกคนออกและเช็ดมันกับเสื้อสูทตัวเองด้วยสีหน้ารังเกียจเหมือนกับฮยอนอาเป็นสิ่งสกปรกและการกระทำนั้นทำให้สาวผมแดงถึงกับหน้าชา ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเยาะก่อนจะพ่นคำพูดที่แฝงไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม..

“สายตาของฉันมีเอาไว้เพื่อมองฮวังมิยองเพียงคนเดียว..ถ้าไม่ใช่มิยองต่อให้มาคุกเข่าขอร้อง ฉันก็จะไม่มีวันชายตามอง..”

“ปกป้องกันขนาดนี้ไม่ยกตำแหน่งเจ้าหญิงของเหมันต์ให้เลยล่ะคะ!!

“เธอไม่จำเป็นต้องแนะนำหรอก..เพราะยังไงเจ้าหญิงของเหมันต์ที่ก็คือฮวังมิยองอยู่แล้ว.....”

“เจ้าชายชอบใจอะไรในตัวมันนักหนา!!ยัยนั่นมันก็แค่ผู้หญิงเฉิ่มเชยคนนึงเท่านั้น!!

“..ฉันชอบมิยองเพราะอะไรมันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะต้องบอก..” แทยอนตอบเสียงเย็น “แล้วก็อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับมิยองเป็นอันขาด..เพราะจิตใจสกปรกของเธอเทียบจิตใจที่งดงามของมิยองไม่ได้เลยสักนิด” ดวงตาสีเข้มปรายตามองฮยอนอาที่เอาแต่จ้องมองตอบกลับไปด้วยสายตาแค้นเคือง

“แล้วก็เลิกทำตัวต่ำๆไปหาเรื่องชาวบ้านเพราะฉันไม่ชายตามองเธอได้แล้วนะ เพราะนอกจากจะทำให้เธอดูน่าสมเพชแล้ว..มันยังจะทำให้ฉันรังเกียจจนไม่อยากเข้าใกล้เธอด้วย...”

“ทำตามที่ฉันบอก เลิกยุ่งกับเจ้าหญิงของฉันซะ..ไม่อย่างนั้นเตรียมลาออกจากที่นี่ได้เลย..”

................................................................................................................................................................................

                “นี่ๆ รู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เค้าพูดกันทั้งโรงเรียนเลยนะว่ามีคนเห็นเจ้าชายจูบกับเด็กม.สี่ที่เข้าใหม่ในห้องล็อกเกอร์!!

                “ใช่คนที่เป็นข่าวกับเจ้าชายเหมันต์หรือเปล่า?”

                “มีคนเดียวนั่นแหล่ะที่เจ้าชายตามติดขนาดนั้น..เห็นว่ากำลังนัวเนียกันได้ที่เลย..ไม่รู้ไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วนะ!!

                “ยัยนั่นคงจะอ่อยเจ้าชายล่ะสิ ไม่งั้นเจ้าชายไม่ชายตามองหรอก”

                “แต่เจ้าชายอาจจะชอบจริงๆก็ได้นะ ปกติเจ้าชายไม่เห็นจะสนใจใครเลยเพิ่งมาสนใจเด็กคนนั้นเป็นคนแรกนี่ล่ะ!!

               

                “ข่าวนั่นมันอะไรกัน!!ใครก็ได้อธิบายมาให้ฉันฟังซิ!!” ฮยอนอาตะคอกใส่เพื่อนสนิททั้งสองคนหลังจากที่หล่อนได้ยินนักเรียนทั้งโรงเรียนซุบซิบกันไม่หยุดปากเกี่ยวกับเรื่องนี้ขณะที่เดินกระแทกเท้ากลับห้องเรียน

                “ก็ตามที่เธอได้ยินนั่นแหล่ะ..มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งจะไปเอาของที่ห้องล็อกเกอร์แต่กลับได้เห็นฉากที่เจ้าชายจูบกับยัยแว่นนั่น แถมกำลังกอดกันนัวเนียเลยด้วยไม่รู้ว่าหลังจากนั้นทำอะไรกันบ้างหรือเปล่า” กายูนตอบเสียงเครียด ชักหน้าหงุดหงิดคิดแล้วทั้งโกรธทั้งแค้นฮวังมิยองนักที่ได้จูบกับคิมแทยอนแบบนั้น

                “นังนั่น!!จะมากเกินไปแล้วนะ!!” สาวผมแดงกัดฟันด้วยความคับแค้น “ฉันจะจัดการยังไงกับมันดี..จากนี้มันคงระวังตัวแจแถมเจ้าชายยังออกปากปกป้องมันแบบนั้นจะทำอะไรมันคงยาก”

                “ก็สั่งสอนมันสิ” จียูนโพล่งขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในกลุ่ม “ฉันรู้มาว่ายัยแว่นนั่นเลี้ยงลูกแมวอยู่ตัวหนึ่งที่สวนหลังโรงเรียน เราก็แค่ไปจับมันมาเป็นเหยื่อล่อมันสิ เราสามคนจะได้ลงไม้ลงมือกับยัยนั่นง่ายๆหน่อย”

                มุมปากของคิมฮยอนอายกยิ้มร้าย ดวงตาวาววับด้วยความเจ้าเล่ห์ก่อนจะออกคำสั่งกับเพื่อนทั้งสองคนให้จัดการตามแผนที่ตกลงกันไว้ ร่างสมส่วนเดินไปที่โต๊ะตัวเองควานหาบางอย่างในกระเป๋านักเรียน ความคมที่เงาวับของสิ่งของในมือสะท้อนบนดวงตาคมของเด็กสาวผมแดงก่อนที่หล่อนจะหัวเราะเสียงต่ำในลำคอราวกับกำลังพึงพอใจกับเรื่องสนุกๆที่กำลังจะเกิดในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้..

                ..ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวเองที่ไม่รู้จักเจียมกะลาหัว..มาวุ่นวายกับเจ้าชายของฉันแล้วล่ะนะ ฮวังมิยอง..

...............................................................................................................................................................................

                “อุนเซ...อุนเซคะ หนูอยู่ไหนคะลูก มี๊เอานมมาให้แล้วนะคะ” เสียงหวานแหบร้องเรียกชื่อเจ้าตัวเล็กขนฟูไม่ขาดปากขณะที่พาร่างบอบบางของตัวเองเดินหามันเสียทั่วแปลงดอกไม้หลังโรงเรียน

                ฮวังมิยองย่อตัวนั่งยองๆเมื่อเห็นลังกระดาษที่ว่างเปล่าของเจ้าตัวเล็ก คิ้วเข้มมุ่นเข้าหากันอย่างงุนงงขณะที่พยายามคิดว่าเจ้าหนูน้อยหายไปไหนกันนะ ..สงสัยอาจจะไปวิ่งเล่นซนแถวนี้ล่ะมั้งหรือไม่..แด๊ดดี้ตัวเล็กก็พาเจ้าหนูน้อยกลับห้องสภาไปแล้วโดยที่ไม่ได้บอกเธอก่อน..แต่ว่ารุ่นพี่แทยอนจะรู้ได้ยังไงว่าเธอเอาอุนเซมาไว้ที่นี่ก็ในเมื่อเธอไม่ได้บอกใครไว้เลยนี่..แต่ลองโทรไปถามคงไม่เสียหายหรอกมั้ง.. เด็กสาวหยิบไอโฟนขึ้นมาจากกระเป๋ากระโปรง สัมผัสหน้าจอสองสามครั้งเพื่อโทรหาปลายสาย

                “รุ่นพี่คะ..อุนเซอยู่กับรุ่นพี่หรือเปล่าคะ”

                “//ไม่นี่..ฉันยังไม่รู้เลยว่าเธอเอาเจ้าตัวเล็กไปซ่อนไว้ที่ไหน...//” แทยอนตอบกลับมา “//เจ้าตัวเล็กหายไปหรือ?//”

                “ใช่ค่ะ ฉันจะเอานมมาให้มันแต่อุนเซกลับหายไปไหนก็ไม่รู้...” มิยองตอบพอเห็นอีกฝ่ายเงียบไปก็รีบพูดเพื่อไม่ให้เขากังวลใจ “แต่ฉันคิดว่าเจ้าตัวเล็กคงไปวิ่งเล่นซนอยู่แถวนี้ล่ะมั้งคะ เดี๋ยวฉันจะลองเดินหาดูก่อนแล้วกันค่ะ..เดี๋ยวโทรกลับนะคะรุ่นพี่..”

                “//อื้ม เดี๋ยวฉันจัดการดูเอกสารชุดนี้เสร็จแล้วจะรีบไปช่วยหานะ..เธออยู่ที่ไหน//”

                “ฉันอยู่ที่แปลงดอกไม้หลังโรงเรียนค่ะ..”

                “//อีกสิบห้านาทีจะตามไปนะ..//”

                ฮวังมิยองรับคำเบาๆแล้ววางสายจากแทยอนไป เสียงกรอบแกรบจากด้านหลังกลับทำให้เด็กสาวรีบหันไปมองทันทีด้วยหวังในใจว่าอาจจะเป็นเจ้าตัวเล็กที่กลับมาจากการไปวิ่งเล่นซนที่ไหนสักที่ แต่ดวงตาหวานกลับต้องเบิ่งกว้างเมื่อร่างของสาวผมแดงเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมจนมิยองนึกหวาดหวั่น ..ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอตกใจไม่ใช่รอยยิ้มน่าเกลียดนั้นแต่เป็นเจ้าตัวเล็กขนฟูที่กำลังแหกปากร้องในมือของกายูนต่างหากที่ทำให้มิยองนึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ..

                ..หวาดกลัวว่าพวกนั้นจะทำอะไรรุนแรงกับอุนเซ..

 
 

                “ไง ฮวังมิยอง?ฉันว่าฉันจำได้นะว่าถ้าเธอยังจะมาวุ่นวายกับเจ้าชายอีกฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้” ฮยอนอายกยิ้มเย็นผิดกับดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง “อุตส่าห์ให้เวลาเธอสามวันในการไสหัวออกไปจากที่นี่..แต่ดูสิยังไม่ทันจะข้ามวันก็คิดจะลองดีกับฉันซะแล้ว....”

                “โอ๊ย!!จ เจ็บ...” มิยองร้อง น้ำตาคลอด้วยความกลัวเมื่อถูกมือของอีกฝ่ายพุ่งมากระชากเส้นผมสีดำสนิท ยิ่งเห็นอุนเซที่แหกปากร้องที่โดนมือของกายูนบีบตัวมันเสียแน่น ความหวาดกลัวก็ยิ่งแล่นริ้วไปทั่วจนร่างบอบบางสั่นระริกอย่างห้ามไม่ได้ สงสารเจ้าเหมียวน้อยจับใจนักยามที่เห็นมันเอาแต่แหกปากร้องและพยายามดิ้นให้หลุดจากอุ้งมือของคนที่คิดทำร้ายมัน “ฮยอนอาจะทำอะไรกับฉันก็ได้.. ฮึก ต แต่ปล่อยอุนเซไปเถอะนะ ..อย่าทำมัน..ฮึก มันเป็น..เป็นแค่ลูกแมวตัวเล็กๆ..ฮึก..อย่าทำมันนะ”

                “ไม่ต้องห่วงหรอกฉันทำเธอแน่แต่หลังจากที่เพื่อนของฉันลงมือกับเธอแล้วล่ะนะ หึ..”

                ร่างของเธอถูกผลักจนกระแทกกับกำแพงทันทีที่ฮยอนอาพูดจบ เจ้าแมวน้อยในมือถูกผลัดเปลี่ยนไปสู่มือของจียูนที่ยืนหัวเราะชอบใจ ใบหน้าหวานเชิดหน้าขึ้นยามที่ถูกจิกกระชากผมด้วยมือของกายูน ดวงตาหวานใต้กรอบแว่นสบสายตาชิงชังของอีกคน ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว “ระริกระรี้นักนะ หลงตัวเองเกินไปหรือเปล่าว่าเจ้าชายเค้าจะสนใจคนอย่างเธอน่ะ!!เค้าก็แค่สงสารเธอเท่านั้นละย่ะ หน้าตาน่าเกลียดทำอะไรไม่ได้เรื่องอย่างเธอคนอย่างเจ้าชายไม่ชายตามองหรอก อยู่ไปก็รกโลก!!ขอตบสักทีเถอะ” กายูนฟาดมือกับแก้มนวลเต็มแรงโดยไม่รอคำตอบ ความแสบลามไปทั่วซีกหน้าด้านซ้ายของมิยองความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทำให้เด็กสาวปล่อยน้ำตาไหลอาบแก้ม สะอึกสะอื้นด้วยความหวาดกลัวแต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือฝ่ามือที่ฟาดเข้าที่แก้มซีกขวาจนขึ้นรอยแดงครบห้านิ้ว

                ฮวังมิยองถูกผลักให้ล้มลงไปกับพื้น และเอาแต่นั่งร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวอย่างห้ามไม่อยู่ แว่นสายตาของเธอตกไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้นับตั้งแต่โดนตบไปทีแรกแต่ตอนนี้เธอไม่มีสติเหลือพอที่จะควานหามันเมื่อยามนี้ความหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองกำลังครอบงำจิตใจของเธออยู่.. ได้แต่ภาวนา..ให้ใครก็ได้ผ่านมาเห็นหรือมาช่วยแต่ที่ๆเธออยู่คือบริเวณหลังโรงเรียนที่ไม่มีคนเดินผ่านมานักทำให้เด็กสาวได้แต่ร้องไห้ออกมาด้วยความจนปัญญาและยอมรับว่าคงไม่มีใครผ่านมาช่วยเธอเป็นแน่..

                เสียงหวานแหบร้องออกมาด้วยความเจ็บอีกครั้งเมื่อถูกมือของอีกฝ่ายกระชากผมเต็มแรง ดูเหมือนเจ้าของมือจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่ปราศจากแว่นสายตาเช่นเคย “หึ..ถึงว่าทำไมเจ้าชายถึงได้หลงนังนี่นัก..จริงๆก็สวยเหมือนกันนี่” เสียงแหลมๆของฮยอนอากล่าวหลังจากพินิจใบหน้าของมิยองครู่หนึ่ง สาวผมแดงกระตุกยิ้มเหี้ยมขณะที่หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากระโปรง สิ่งที่อยู่ในมือทำให้ฮวังมิยองเบิ่งตากว้างด้วยความตระหนก คัตเตอร์ในมือถูกควงไปมาสองสามครั้ง ฮยอนอาหัวเราะสะใจเมื่อเห็นแววตาหวาดกลัวของอีกคน “งั้นมาลองดูสิว่าถ้าหน้าสวยๆของแกมีแผลเหวอะหวะแล้วเจ้าชายยังจะสนใจแกอยู่ไหม”

                “ม ไม่....ฮึก...”

                “.....กายูน มาจับมันซิ”

                “เดี๋ยวฉันขอซ้ำมันอีกซักทีนะฮยอนอา” กายูนจีบปากจีบคอพูดซึ่งได้รับรอยยิ้มเย็นๆของฮยอนอาตอบกลับมา

                ร่างบอบบางพยายามดิ้นให้หลุดจากวงแขนที่ล็อกไว้แน่น น้ำตาเม็ดเล็กเอ่อคลอรื้นและไหลอาบแก้มไม่หยุดด้วยความหวาดกลัวจับใจ สติที่พึงมีกระเจิดกระเจิงด้วยความหวาดหวั่น มิยองออกปากขอร้องแทบตายแต่กลับได้รอยยิ้มสะใจของอีกฝ่ายกลับมาแทน เด็กสาวร้องไห้สะอึกสะอื้นดวงตาเบิ่งกว้างมื่อมีดคัตเตอร์ในมือของสาวผมแดงยกขึ้นสูงเพื่อเตรียมตวัดกรีดเนื้อข้างแก้มขณะที่เจ้าตัวเล็กขนฟูเริ่มดิ้นให้หลุดจากพันธนาการยิ่งเห็นว่าเจ้านายจะถูกทำร้ายเจ้าตัวเล็กในอุ้งมือของจียูนก็ยิ่งดิ้นพล่าน

                แง้ววว!!!!!

                เสียงเจ้าตัวเล็กขู่ฟ่อ คิมอุนเซดิ้นพล่านจนหลุดจากอุ้งมือของคนที่จับมันไว้แน่น สองมือเล็กตะปบข่วนจนมือของจียูนเลือดซิบเป็นทางก่อนที่มันจะโดดเข้าชาร์จใส่ฮยอนอา มันทั้งตะปบ ทั้งข่วน ทั้งกัดทำให้คนที่จะทำร้ายเจ้านายมันเจ็บที่สุดเท่าที่ตัวเล็กๆของมันจะทำได้ กรงเล็บทั้งสิบจิกบนเส้นผมสีแดงแสบตา เล็บคมของมันตวัดข่วนบนใบหน้าสวยพร้อมฝังเขี้ยวคมๆจนใบหน้าสวยได้แผลเป็นทาง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บดังสวนกับเสียงขู่ฟ่อของเจ้าตัวเล็กที่บัดนี้พองขนของมันด้วยความโกรธแค้น!!

                “กริ๊ตตตตต!!!ไอ้แมวบ้า!!!

                “อุนเซ!!อย่าทำอย่างนั้น!!มี๊สั่งให้หนูหยุด อุนเซ!!

                “แก๊!!ไอ้สัตว์น่ารังเกียจ!!!” ฮยอนอากรีดร้องเสียงแหลมเมื่อมือที่ถือคัตเตอร์ถูกกัดด้วยเขี้ยวคมจนฝังเข้าไปในเนื้อจนคัตเตอร์ในมือหล่นตกบนพื้น “มัวยืนบื้อทำไมยะ!!ทำอะไรสักอย่างสิ!!!!

                “ไม่นะ!!!!อย่าทำร้ายมันนะ!!!อย่าทำมัน!!!!

                “เอาคัตเตอร์แทงมันซะยัยโง่!!!!!!

                “มันยังเด็กอยู่นะ อย่าทำมัน!!......” เสียงร้องห้ามขาดหาย ดวงตาหวานเบิ่งกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเจ้าตัวเล็กถูกคัตเตอร์เสียบเข้าที่ท้องจนเกือบมิดด้าม เหมือนเสียงหัวใจของฮวังมิยองหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็น ช่วงชีวิตสุดท้ายก่อนจะตายเจ้าสัตว์เลี้ยงที่แสนซื่อสัตว์ก็ยังพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายทำร้ายคนที่รังแกเจ้านายคิมอุนเซใช้แรงเฮือกสุดท้ายตวัดกรงเล็บข่วนหน้าฮยอนอาจนเลือดซึมก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะถูกเหวี่ยงกระแทกกับพื้นพร้อมๆกับที่มิยองกรีดร้องออกมาราวกับหัวใจกำลังจะแตกสลาย ขาทั้งสองอ่อนแรงจนทรุดนั่งลงกับพื้นร้องไห้ฟูมฟายมองเจ้าตัวเล็กที่พยายามคลานเข้ามาหาเธอ

                “อุนเซ ฮืออออ อุนเซ อย่าเป็นอะไรนะอุนเซ ฮึก..”

                คิมอุนเซร้องเรียกเจ้านายของมันด้วยเสียงแหบๆ ดวงตาคู่กลมของมันปรือตามองมิยองที่ถลาเข้ามาอุ้มมันแนบอก เด็กสาวไม่สนใจเลยว่าเลือดของเจ้าตัวน้อยจะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าเธอมากแค่ไหน ไม่สนใจเลยว่าสายตาของฮยอนอาจะมองเธอด้วยสายตาสมเพชหรือไม่..สิ่งที่เธอสนใจตอนนี้คือเจ้าตัวเล็กที่ชุ่มไปด้วยเลือดในอ้อมกอดของเธอ เจ้าตัวเล็กที่หายใจรวยริน เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจเมื่อเจ้าตัวเล็กพยายามซุกหัวเล็กๆของมันกับพวงแก้มของเธอ ลิ้นเล็กสากเลียซับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของเจ้านาย..

                ..แม้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต คิมอุนเซก็ยังรัก และรักภักดีกับเจ้านายของมันเสมอ..

“ไม่นะ อุนเซ!!!!อย่าตายนะ เดี๋ยวแด๊ดดี้ก็มาแล้ว หนูอย่าเพิ่งตายนะอุนเซ!!!มี๊จะพาหนูไปหาหมอนะ อย่าตายนะอุนเซ!!

“.....เมี้ยว...”

“อ อุนเซ......”

                สุดท้าย..เจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดของมิยองก็กระตุกเล็กๆ..ก่อนจะทิ้งตัวในวงแขนอุ่นเหมือนไร้เรี่ยวแรง.. พร้อมๆกับเสียงร้องไห้อย่างหมดความอดกลั้นของฮวังมิยอง ..คิมอุนเซจากไปอย่างสงบแล้ว..ในอ้อมแขนของหม่ามี้ผู้แสนใจดีที่เลี้ยงดูมันมาเสมอ..โดยที่แด๊ดดี้ของมันไม่อาจรู้เลยว่าเจ้าตัวเล็กที่แสนซนและขี้อ้อนได้จากคิมแทยอนและฮวังมิยองไปตลอดกาล..

                “ไม่นะอุนเซ!!!!!!!!!!!ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!

 

                ..ภาพที่เด็กสาวเอาแต่กอดศพลูกแมวขนสีส้มร้องไห้อาจทำให้คนที่มองอยู่สะเทือนใจ..แต่มันไม่ใช่กับผู้หญิงที่มีจิตใจสกปรกอย่างคิมฮยอนอา..

                “ตายซะได้ก็ดี!!!ไอ้แมวเฮงซวย บังอาจมาข่วนฉัน สมน้ำหน้า!!!!

                “....ฮึก อุนเซ.. อุนเซ.. ฮึก...โอ๊ย!!!!” เสียงหวานที่สะอื้นในคราวแรกร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อฝ่ามือของฮยอนอาขยุ้มเส้นผมสีดำของคนที่เอาแต่นั่งร้องไห้ฟูมฟาย กระชากผมให้มิยองเงยหน้ามอง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมราวกับคนจิตวิปริตปรากฏบนใบหน้าสวยของคิมฮยอนอาผิดกับกายูนและจียูนที่ยืนหน้าเสียหลังจากเห็นภาพที่เจ้าเหมียวอุนเซตายในอ้อมกอดของฮวังมิยอง

                ..อยากให้เขามา ..อยากให้เขามาหา มาปกป้อง มาอยู่ตรงนี้..รุ่นพี่แทยอน..พี่อยู่ไหน..ฉันอยากเจอพี่..ฉันอยากเจอพี่..

                “พี่คะ...ฮึก รุ่นพี่..รุ่นพี่อยู่ไหน..ฮึก ฉันอยากเจอพี่..”

                “ร้องเรียกให้ตายเจ้าชายก็ไม่มีวันได้ยินหรอกนังโง่!!!!!

                “รุ่นพี่แทยอน..ฮึก พี่คะ..มาหาฉันที..ได้โปรดมาหาฉัน...พี่อยู่ไหน ฮือ..”

                แต่เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของคนตรงหน้ากลับจุดไฟแค้นและความชิงชังให้ลุกโชน ใบหน้าของฮยอนอาแดงก่ำด้วยความโกรธถลึงตามองคนที่เอาแต่นั่งร้องไห้เรียกหาคิมแทยอนไม่หยุด เด็กสาวผมแดงกรีดร้องออกมาเหมือนคนบ้าและฟาดมือบนแก้มใสเต็มแรงจนมิยองหน้าหัน “อย่าบังอาจมาเรียกชื่อของเจ้าชายนะ!!!แกไม่คู่ควรที่จะเรียกชื่อของเจ้าชายแบบนั้น!!!!

                “ฮยอนอาพอแล้วน่า!!เราแค่จะสั่งสอนมันไม่ใช่หรือไง!!!” กายูนที่ดูเหมือนจะเข้าข้างฮยอนอาไปทุกเรื่องถลาเข้ามากอดแขนเพื่อนไว้เมื่อเห็นว่าฮยอนอานั้นโกรธจนเข้าขั้นคลั่งไปแล้ว กายูนเหลือบมองคัตเตอร์ในมือฮยอนอาด้วยท่าทางหวาดกลัว “เก็บมีดก่อนเถอะนะ...”

                “อย่ามาสะเออะออกคำสั่ง!!!!!” ฮยอนอาตวาดเสียงแหลม “พวกเธอสองคนมีหน้าที่ฟังคำสั่งของฉัน!!ไม่มีสิทธิมาออกความเห็น!!!!!อยากให้พ่อแม่เธอสองคนโดนเด้งออกจากบริษัทพ่อฉันหรือไง!!!” และคำขู่นั้นกลับทำให้กายูนและจียูนชะงักไปทันทีก่อนที่ทั้งคู่จะปล่อยฮยอนอาด้วยท่าทางลำบากใจ ใบหน้าสวยหันมองคนที่เอาแต่ร้องไห้เรียกชื่อแทยอนไม่หยุดด้วยสายตาชิงชัง

“แก!!ถ้าไม่มีแกสักคน!!เจ้าชายก็คงจะมองฉัน และคงจะไม่ปฏิเสธฉัน!!!ถ้าไม่มีแกสักคน ฮวังมิยอง!!!!!

                “รุ่นพี่...ฮึก ช่วยฉันด้วย ...” ริมฝีปากอิ่มร้องสะอึกสะอื้นเรียกเขาอย่างไร้จุดหมาย ถึงจะรู้ดีว่าแทยอนอาจไม่มีวันได้ยินแต่เธอก็ยังเรียกเขา..ขอให้เขาช่วยด้วยเพราะหวังลึกๆว่าเขาจะมาหาเธอ..เหมือนทุกครั้งที่มีปัญหา ร่างบอบบางกระทดถอยติดกำแพง ใบหน้าหวานซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวจับใจ.. ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าใบมีดคมๆนั้นกรีดบนเนื้อแก้มของเธอมันจะเจ็บสักแค่ไหน..และมันจะออกมาน่าเกลียดสักเพียงใด

“ร รุ่นพี่..ช่วยฉันด้วย พี่คะ..พี่อยู่ไหน พี่แทยอน..ฮึก....”

            “....ฉันกลัว...ฮึก...”

                คิมฮยอนอาแค่นหัวเราะในลำคออย่างพอใจเมื่อเห็นร่างบอบบางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากกระตุกยิ้มเย็นเยือกราวกับไม่รู้สึกรู้สาใดๆกับสิ่งที่กำลังจะทำ “ไหนดูสิว่ามีดคัตเตอร์คมๆนี่จะกรีดบนหนังหน้าด้านๆของเธอได้หรือเปล่า ...หึหึ” มีดคัตเตอร์ในมือถูกจับกระชับแน่นก่อนจะลงมือตวัดมือแทงลงไปอย่างรวดเร็ว!!!

 

                กริ๊ตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตต

 

        “มิยอง!!!!!!!!!!

        ฉึก!!!!!!

==========================================================================

               

 

© themy  butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #803 aren_tsw (@aren_tsw) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 21:28
    อุนเซ ฮืออออ //นอนร้องไห้เลย ตอนนี้ทำร้ายทาสแมวมาก
    #803
    0
  2. #780 Chompoo76 (@Chompoo76) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 02:07
    ไรท์ค่ะ สุดยอดมากค่ะ ฮากเลิฟซีนก้อหวานได้ใจเลยค่ะ ฉากโหด ทำเอาคนอ่านเสียวท้องเลยค่ะ บรื้ออออออ
    #780
    0
  3. #707 RuTTy sone (@niparutkidbuntao) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 21:49
    ฮยอนอาเสียสติไปแล้ว -_-
    #707
    0
  4. #605 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 12:47
    ไม่น่ะ !!! คัยโดนแทง
    #605
    0
  5. #199 coke (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:49
    ฮยอนอาโรคจิต -_- พี่เหมันต์มาช่วยมิยองเร็วๆ
    #199
    0
  6. #180 ฟรีไทร์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:38
    พี่เหมันต์มาช่วยฟานี่ให้ทันนะ

    ตอนนี้ทั้งปวดตับทั้งเขิน ฟินมาก

    สนุกๆ
    #180
    0
  7. #66 Puii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 21:15
    ฮยอนอาร้ายกาจจริงๆเลย พี่เหมันต์มาช่วยมิยองทันมั้ยนะลุ้นๆ
    #66
    0