ตอนที่ 18 : Chapter 17 : ฮวังมิยอง..เจ้าหญิงของเหมันต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1723
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    16 ม.ค. 58

Chapter 17 : ฮวังมิยอง..เจ้าหญิงของเหมันต์

 

                มิยอง!!!!!!!!!!

                ฉึก!!!!!!

                ทันทีที่ใบมีดคัตเตอร์ในมือของฮยอนอาเสียบเข้าเนื้อทุกอย่างก็เงียบสงัด นัยน์ตาทุกคู่พลันเบิ่งกว้างเมื่อเห็นภาพของใครบางคนวิ่งเข้าไปกอดร่างบอบบางไว้แนบอกและใช้ไหล่ของตัวเองรับใบมีดนั้นแทนอย่างรวดเร็ว เสียงตะโกนเรียกชื่อคนตัวเล็กดังก้องด้วยความตกใจยามที่ดวงตาจ้องมองภาพเบื้องหน้าอย่างตื่นตะลึง

                “เจ้าชาย!!!!

            “เฮ้ย!!ไอ้แท!!!!!!!!!

                ความเจ็บบนไหล่ด้านขวายามที่ใบมีดเสียบลงบนเนื้อของตัวเองทำให้แทยอนกัดฟันด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าใสที่มีเหงื่อผุดพรายเพราะความชาจากบาดแผลที่เลือดเริ่มซึมออกมาจนเลอะเสื้อสูทตัวหนาก้มมองร่างบอบบางที่กอดเอาไว้แนบอก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนตื่นตะลึงกับการปรากฏตัวของเขาทำให้แทยอนนึกเป็นห่วง “...ไม่เป็นอะไรนะ...” แต่ดวงตาสีเข้มกลับเบิ่งกว้างเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นแก้มนวลทั้งสองข้างขึ้นรอยแดงจนครบห้านิ้วมุมปากอิ่มที่เขาชอบมีเลือดซึมออกมาเล็กๆ

                วินาทีนั้นราวกับหัวใจแทบหยุดเต้นที่เห็นเธอโดนทำร้าย.. ดวงตาของเขาเลื่อนลอยขณะที่ฝ่ามือไล้ไปตามพวงแก้มนวลที่มีรอยฝ่ามือแดงจนสังเกตุเห็นชัด แทยอนรับรู้ถึงอาการสั่นของมือตัวเอง..มันไม่ใช่สั่นเพราะตกใจหรือหวาดกลัว..แต่มันกำลังสั่นเพราะความโกรธกำลังปะทุ ยิ่งเห็นดวงตาคู่งามทอด้วยหยาดน้ำตาหัวใจของเขาก็แทบขาด เหมือนพายุลูกเล็กๆกำลังก่อตัวช้าๆในร่างกายของเขา ความโกรธแค้น ขุ่นเคืองกำลังแล่นริ้วราวกับหากมีอะไรมากระทบสักเพียงนิดเส้นความอดทนที่มีอยู่จะขาดลงทันที พายุอารมณ์ที่แล่นไปทั่วร่างทำให้หูของเขาอื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงของคนรอบด้าน..หรือแม้แต่เสียงของเธอ ตาสีเข้มของแทยอนจ้องมองริมฝีปากของเธอที่กำลังขยับเหมือนจะพูดอะไร..

                ...อุนเซ...

                หัวใจของคิมแทยอนกระตุกอีกครั้งวูบอีกครั้งเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในอ้อมกอดของเธอ เหมือนกับถูกน้ำเย็นสาดจนเปียกทั่วทั้งร่างเมื่อสายตามองเห็นลูกแมวขนฟูนอนนิ่งเหมือนไร้ชีวิตในอ้อมแขนนั้น เลือดสีแดงเข้มเปรอะทั่วกลุ่มขนฟูสีส้มของมันและบาดแผลขนาดใหญ่ตรงท้อง..ภาพบางอย่างในอดีตแล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็วและมันกำลังทำให้เส้นบางๆที่มีอยู่ขาดผึง!!

                ไวเท่าที่ใครจะมองได้ทันคิมแทยอนผละกายออกห่างจากคนขี้อายสองมือกระชากร่างสมส่วนของฮยอนอากระแทกกับกำแพงอิฐก่อนจะพุ่งไปบีบคอหล่อนด้วยความโกรธ ใบหน้าใสแดงก่ำเป็นริ้วดวงตาสีเข้มแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็น แทยอนกดนิ้วโป้งลงบนคอหอยของหล่อนเต็มแรงเขาไม่สนใจเลยว่าอีกคนจะหายใจออกหรือเปล่าจะสำลักอากาศหรือไม่เพราะตอนนี้ความโกรธของเขามันมีมากจนตัวเขาเองก็ยังควบคุมมันไม่ได้ ไม่ต่างอะไรจากคนบ้าที่กำลังจะคลั่งด้วยความโกรธเลยสักนิด!!

                “เธอ...” เสียงหวานนุ่มคำรามต่ำในลำคอ จ้องมองคนที่กำลังอ้าปากพะงาบๆกอบเอาอากาศหายใจด้วยสายตาเคียดแค้น

“อยากตายใช่มั้ย ห๊ะ!!!!!!!!!!

                “จ เจ้า...ช ชาย...”

                “อยากตายนักรึไง!!!!!!!บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ายุ่งกับฮวังมิยอง!!!!!!!!!!!!

                “......ป ปล่อย...”

                “เธอฆ่าลูกของฉันกับมิยอง!!!!!!!เธอทำร้ายมิยองเธอตบมิยอง!!!!!!!!!!!!!ฉันจะฆ่าเธอ!!!!!!!!!!

            เสียงตวาดของเขาทำให้คนที่เหลือสะดุ้งด้วยความตกใจ กายูนและจียูนตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวในขณะที่ยุนอาและยูริหน้าซีดเผือดกันทั้งคู่ ..ไม่เคยเลยที่จะเห็นแทยอนเป็นแบบนี้..นี่เป็นครั้งแรกจริงๆที่คนตัวเล็กโกรธจัดจนคุมตัวเองไม่อยู่ ..เหมือนกับเห็นปีศาจในร่างของเด็กสาวตัวเล็กคนนี้..ราวกับคนๆนี้ไม่ใช่คิมแทยอนที่ทุกคนรู้จัก

                “คนอย่างเธอ!!!!อยู่ไปก็รกโลก!!!ฉันจะจัดการเธอ!!!ให้สาสมกับที่เธอทำกับมิยองและอุนเซ!!!!!” แทยอนตะคอกด้วยความเดือดดาล ฝ่ามือข้างหนึ่งละจากการบีบคออีกคนตบเข้าที่ใบหน้าสวยเต็มแรง คนตัวเล็กตบหน้าฮยอนอาอย่างไร้ความปราณีแม้แต่กระทั่งริมฝีปากของหล่อนจะมีเลือดซึมออกมาเขาก็ไม่สน เขาจะเอาคืนให้สาสมกับที่หล่อนทำให้อุนเซต้องตาย..ให้สาสมกับที่ทำให้ฮวังมิยอง..คนที่สำคัญยิ่งกว่าใครต้องเจ็บตัว

                สีหน้าและท่าทางที่เต็มไปด้วยความโกรธของคิมแทยอนเหมือนดังพายุลูกใหญ่ทำให้ทุกคนตกตะลึง ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขาออกมาห้ามหรือออกปากรั้งไว้แม้แต่น้อยแม้กระทั่งเพื่อนของฮยอนอาเช่นกายูนและจียูนที่ยืนตัวสั่น ภาพของแทยอนที่เต็มไปด้วยความโกรธจนเข้าขั้นคลุ้มคลั่งในยามนี้ลบภาพประธานนักเรียนที่เคยเย็นชาต่อทุกสถานการณ์ไปจนไม่เหลือ

                “เฮ้ย!!ไอ้แท หยุดเถอะน่า แกใจเย็นๆสิวะ เดี๋ยวเด็กนั่นก็ตายหรอก!!” ควอนยูริที่ได้สติก่อนใครรีบวิ่งเข้าไปรั้งแขนของเพื่อนตัวเล็กเมื่อเห็นว่าสีหน้าของฮยอนอาเริ่มไร้สีเลือดและมีท่าทางเหมือนจะสำลักอากาศ“ไอ้ยุนมาช่วยกันหน่อยสิวะ!!!

                “อย่ามายุ่งกับฉัน!!!ฉันจะฆ่ายัยนี่!!!” คนตัวเล็กสลัดแขนที่โดนล็อกไว้ออกด้วยแรงที่มากกว่า ตวัดดวงตาแข็งกระด้างมองฮยอนอาที่ไอสำลักอากาศและมีรอยมือแดงเป็นปื้นบนลำคอ สองมือออกแรงผลักจนอีกคนกระแทกกับกำแพง “ยัยผู้หญิงใจสกปรก!!!แม้แต่ลูกแมวก็ยังฆ่ามันได้ลงคอ!!!ยัยคนวิปริต!!!!

                “ไอ้แท!!แกหยุดสิวะ แกทำแบบนี้อุนเซของแกก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาหรอกนะ” ยุนอาตะโกนพร้อมพยายามดึงเพื่อนตัวเล็กไว้ไม่ให้พุ่งเข้าไปบีบคอเด็กสาวผมแดงอีกครั้งแต่แทนที่จะทำให้เพื่อนตัวเล็กสงบสติลงกลับทำให้แทยอนกลับสะบัดแขนตัวเองให้หลุดจากวงแขนเพรียวของเขา

คิมแทยอนหันขวับมาผลักเพื่อนทั้งสองคนล้มลงไปกับพื้น จ้องมองสาวผมแดงด้วยสายตาแข็งกระด้างเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ทั้งร่างของแทยอนสั่นเทิ้มเพราะแรงโทสะยิ่งเห็นหน้าความรู้สึกเกลียดชังยิ่งพุ่งพล่าน.. มันมากเสียจนอยากจะลงไม้ลงมือทำอะไรก็ได้ให้มันสาสมกับที่หล่อนทำกับฮวังมิยอง..และให้มันสาสมกับที่หล่อนฆ่าอุนเซอย่างเลือดเย็น ความรู้สึกโศกเศร้าที่ต้องเสียเจ้าอุนเซไปกำลังปะปนกับความรู้สึกโกรธแค้นทำให้เขาเกิดคลั่งจนอยากจะฆ่าฮยอนอาได้ไม่ยากเสียสักนิด

สองขาเล็กที่ถูกตรึงอยู่กับที่ก้าวประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เสียงของแทยอนคำรามต่ำอย่างโกรธแค้นยามที่สายตาหันไปเห็นมิยองที่กำลังร้องไห้..รวมถึงศพของเจ้าหนูน้อยอุนเซในอ้อมกอดของเธอ สองมือเล็กกระชากคอเสื้อของร่างสมส่วนเข้ามาใกล้ใช้สายตาเย็นชาจนแข็งกร้าวจ้องมองอีกคนด้วยแววตาชิงชังจับใจ

“..แม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตเล็กๆยังกล้าที่จะทำร้าย...หัวใจของเธอมันทำด้วยอะไร..” เขากล่าวเสียงต่ำ สองมือเกร็งแน่นจนเส้นเลือดขึ้น สีหน้าที่เย็นชาระคนโกรธแค้นทำให้คิมฮยอนอาตัวสั่นด้วยความกลัว “..ฉันไม่เคยอยากจะฆ่าใครเท่าเธอมาก่อนเลยจริงๆ...”

“ไอ้แทยอน!!พอได้แล้วน่า แกใจเย็นๆบ้างได้ไหมเล่า!!” ยูริวิ่งเข้ามาหาพยายามดึงแขนแทยอนที่จับปกคอเสื้อของสาวผมแดงแน่นแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือแววตาแข็งกระด้างและแรงผลักจนล้มลงไปกับพื้นอีกครั้ง ท่าทางของเพื่อนตัวเล็กทำให้ควอนยูริรู้ได้ไม่ยากว่าเพื่อนของกำลังโกรธจนแทบจะฆ่าคนได้..

..และถ้าลองแทยอนเป็นแบบนี้แล้ว แม้แต่เขาและยุนอาก็จะห้ามไม่อยู่เลยสักนิด..

“ไอ้คิมแทยอน!!!แกไม่มีสิทธิจะลงไม้ลงมือกับใครเพราะเรื่องส่วนตัวนะเว้ย!!สงบสติอารมณ์ของตัวเองหน่อยสิวะ!!!” ยุนอาตะโกนเพื่อดึงสติของเพื่อนกลับมาแต่ดูเหมือนว่ามันจะไร้ประโยชน์เมื่อคิมแทยอนยามที่ถูกความโกรธเข้าครอบงำจนไม่ฟังใครอีกแล้ว ใบหน้าหวานคมซีดเผือด ยุนอาพยายามคิดหาทางออกที่ดีที่สุดเท่าที่เขาควรจะทำได้

..ถ้าเขาและยูริไม่สามารถเอาแทยอนอยู่ได้ในตอนนี้..คนที่น่าจะเอาแทยอนอยู่ได้อาจมีเพียงคนเดียว..

ดวงตาใสจ้องมองฮวังมิยองที่กำลังนั่งร้องไห้กอดศพเจ้าหนูอุนเซช่วงเวลาสั้นๆก่อนจะหันไปมองยูริ เพียงครู่เดียวที่สบตากับเพื่อนตัวสูงอิมยุนอาก็รู้ได้เลยว่าควอนยูริคงมีความคิดไม่ต่างกันเท่าไหร่ ..แต่คำถามคือสิ่งที่แทยอนจะยอมสงบลงเพราะผู้หญิงคนเดียวได้หรือเปล่า.. บางทีมันอาจจะต้องเสี่ยงเพราะไม่อย่างนั้นเพื่อนของเขาคงได้ฆ่าฮยอนอาตายคามือแน่ๆ แต่ถ้าเกิดว่าสิ่งที่คิดมันไม่ได้เป็นไปตามนั้น.. ถ้ามิยองเอาแทยอนไม่อยู่ล่ะ..

อิมยุนอาละสายตาจากเพื่อนตัวสูงมองไปทางมิยอง แต่ดวงตาใสกลับต้องเบิ่งกว้างด้วยความตกใจเมื่อเด็กสาวขี้อายวิ่งเข้าไปกอดแทยอนที่กำลังบีบคอฮยอนอาเอาไว้แน่น สองขายาวที่ก้าวออกไปเพื่อดึงตัวมิยองออกห่างจากคนตัวเล็กที่กำลังจะคลั่งกลับหยุดชะงักเมื่อยูริยกมือขึ้นห้าม ดวงตาสีนิลคู่คมถูกส่งมาห้ามปรามและให้ยืนดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเงียบๆ..

..ไม่ใช่ว่าไม่ห่วงเด็กคนนั้น..แต่ยูริรู้ดีว่ามิยองจะเป็นคนเดียวที่ห้ามแทยอนได้ในเวลาแบบนี้..ฮวังมิยองอาจไม่ใช่คนที่พิเศษมาจากไหนก็จริง..แต่เด็กคนนั้นก็เป็นคนที่สำคัญกับแทยอนยิ่งกว่าอะไร..

 

                ชั่ววินาทีที่วงแขนบางโอบกอดรอบเอวและความอบอุ่นที่แสนคุ้นเคยเข้ากอดประชิดตัว.. ราวกับพายุขนาดย่อมที่กำลังก่อตัวอยู่ในร่างกายจนเกิดเป็นความโกรธจนถึงเข้าขั้นคลั่งกลับเริ่มสงบลงอย่างง่ายดาย.. น่าแปลกนักที่ความอบอุ่นจากวงแขนบางที่แสนคุ้นเคยของเธอจะสามารถทำให้พายุอารมณ์ของเขาสงบลงได้ แทยอนหอบหายใจแรง..พยายามข่มอารมณ์คุกรุ่นในตัวให้หยุดนิ่งลงเพียงเพราะไม่อยากเผลอทำร้ายคนที่กำลังกอดเขาอยู่แม้แต่ปลายเล็บ เปลือกตาบางปิดลงเป็นระยะเวลาสั้นๆก่อนจะลืมตาขึ้นและก้มลงมองฝ่ามือบางที่กอดประสานบนหน้าท้อง มือเล็กทาบลงบนมือของเธอลงน้ำหนักบีบเบาๆเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นเล็กๆของเธอ..

                “มิยอง...”

                “ฮึก.. รุ่นพี่คะ อย่าทำร้ายใคร..ฉันขอร้องนะคะ..ฮึก..อย่าทำร้ายใครเลยนะ..”

                “..........”

                “ไม่ว่ายังไง..อุนเซก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมา...ฮึก” เสียงหวานแหบสะอื้นปานจะขาดใจยามที่เอ่ยถึงเจ้าตัวเล็กขนฟูตัวนั้น ใบหน้าหวานซุกกับไหล่เล็กของแทยอนเพื่อซ่อนน้ำตา สองมือกำชายเสื้อของแทยอนแน่น “...ฉัน..ฉันเสียอุนเซไปแล้ว..ฉันไม่อยากเสียรุ่นพี่ไปอีกคน..ฉ ฉันไม่อยากให้รุ่นพี่ทำร้ายใคร..ฉัน  ..ฮึก..ฉันไม่อยากเห็นรุ่นพี่ต้องโดนลงโทษเพราะฉะนั้น..อย่า..ย อย่าทำร้ายใครเลยนะคะ....พี่แทยอน...”

                คิมแทยอนไม่ได้พูดหรือตอบรับอะไรนักนอกจากหันไปดึงเธอมากอดเอาไว้แน่น ดวงตาสีเข้มเลื่อนลอยเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่แต่กลับเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ใบหน้าใสหันมองยุนอาด้วยแววตาเยือกเย็นหลังจากทิ้งสายตาที่ฮยอนอาในระยะเวลาสั้นๆ..

                “อิมยุนอา.....” เสียงหวานนุ่มเกริ่นเสียงเย็น “ฟังฉันให้ดี..”

                “ฉันขอสั่งในฐานะของประธานนักเรียนที่กุมอำนาจปกครองนักเรียนของมัธยมยองกวาง..พรุ่งนี้ฉันต้องไม่เห็นหน้าสามคนนี้ในโรงเรียนนี้อีก..และทุกโรงเรียนในเกาหลีใต้..จะต้องไม่มีชื่อของคิมฮยอนอา!!!!” ดวงตาสีเข้มแข็งกระด้างตวัดสายตามองยุนอาที่ยืนนิ่ง “หวังว่ามันคงไม่เกินความสามารถของทายาทคนเดียวในเครืออิมกรุ๊ปหรอกนะ..”

                “และเรื่องต้องเรียบร้อยในสามวันเท่านั้น”

อิมยุนอายกยิ้มบางให้เพื่อนตัวเล็กราวกับจะบอกให้วางใจ “ไม่ต้องห่วง..ทุกอย่างจะเป็นไปตามบัญชาของท่านประธานนักเรียน”

               

                คิมแทยอนและฮวังมิยองตัดสินใจใช้พื้นที่เล็กๆใกล้แปลงดอกไม้หลังโรงเรียนเป็นหลุมศพของคิมอุนเซ คนตัวเล็กผู้เงียบขรึมไม่พูดอะไรสักคำแม้แต่น้อยหลังจากเอ่ยปากตัดสินโทษฮยอนอาและเพื่อนอีกสองคน เขาเดินไปอุ้มศพลูกแมวไว้ในอ้อมแขนแล้วใช้เสื้อสูทของตัวเองห่อมันอย่างทะนุถนอมส่งให้มิยอง คนตัวเล็กลงมือขุดหลุมในบริเวณที่เป็นดินนุ่มๆด้วยตัวเองก่อนจะยืนมองมิยองวางศพของอุนเซที่ห่อด้วยเสื้อสูทของเขาลงในหลุมขนาดเล็กใช้สองมือกอบเอาดินสีน้ำตาลนุ่มมือกลบลงไปด้วยน้ำตาที่ไหลรินไม่หยุด เสียงสะอึกสะอื้นของเด็กสาวยังคงอยู่และดังขึ้นทุกครั้งที่สองมือค่อยๆกอบดินนุ่ม..

                สองมือที่เปื้อนดินยกขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลไม่หยุด ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้เฝ้ามองหลุมศพเล็กๆตรงหน้า.. ราวกับสิ่งที่อดกลั้นมาตลอดกลับพังทลายลงเมื่อตระหนักได้ว่าคิมอุนเซ..เจ้าลูกแมวขี้อ้อนตัวน้อยไม่ได้อยู่กับเธออีกแล้ว ฮวังมิยองปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาอย่างหมดความอดกลั้นสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ เสียงร้องไห้ของเธอพาลให้คนที่ยืนอยู่ด้วยสลดหดหู่กันไปหมด

สองตาของคิมแทยอนทอดสายตามองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า..ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพื่อสะกดกลั้นความเสียใจ.. เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของเธอกับความสูญเสียที่เพิ่งได้รับทำให้หัวใจของเขาปวดร้าว ภาพความทรงจำเมื่อปีก่อนย้อนกลับเข้ามาในหัวซ้อนทับกับภาพหลุมศพของลูกแมวน้อยคิมอุนเซก่อนที่เขาจะหันไปรวบตัวคนขี้อายเข้ามากอดแน่นซุกหน้ากับกลุ่มผมสีดำสนิทบรรจงลูบเรือนผมนุ่มด้วยฝ่ามือเล็ก ริมฝีปากของเขาสั่นสะริก..หลุดเอาเสียงสะอื้นเล็กๆของตัวเองออกมา สองแขนกระชับกอดมิยองเอาไว้แน่นและปล่อยให้น้ำตาของตัวเองไหลออกมาอย่างไม่คิดที่จะปาดมันทิ้งแต่อย่างใด..

..ร้องไห้ออกมาเสียให้หมด..ปลดปล่อยน้ำตาให้รินไหลออกมา..ร้องไห้ให้กับความสูญเสียสิ่งสำคัญอีกหนึ่งสิ่ง..เพื่อวันพรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องร้องไห้อีกเป็นครั้งที่สอง..ทำใจยอมรับกับความสูญเสียครั้งนี้และก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็ง..

................................................................................................................................................................................

                “ฉันว่าแกไปให้อาจารย์ที่ห้องพยาบาลล้างแผลก่อนเถอะ..อย่างน้อยจะได้วางใจว่าแผลมันไม่ได้หนักหนาสาหัสมาก” ควอนยูริพูดกล่อมเพื่อนตัวเล็กที่เดินกุมมือมิยองเงียบๆ

                ใบหน้าใสเงยหน้ามองเพื่อนเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองเด็กสาวข้างกายที่ยังคงเอาแต่สะอื้นเล็กๆแม้ว่าเสียงร้องไห้จะเงียบหายไปแล้ว มือเล็กที่กุมมือของเด็กสาวผมดำข้างกายบีบแน่นแทนคำตอบ ยูริยิ้มออกมาเล็กๆกับสิ่งที่เพื่อนกำลังสื่อสาร

“อื้อ งั้นก็ไปกันหมดนี่แหล่ะ..ฉันเองก็ไม่อยากให้แกกับมิยองน้อยต้องห่างกันนักหรอก”

               

                “ดีนะที่บาดแผลไม่ลึกเท่าไหร่..พยายามอย่าให้โดนน้ำหรือไปกระทบมันมากๆคิดว่าไม่เกินสองอาทิตย์น่าจะหายเป็นปกติ..แต่ยังไงก็ต้องทำความสะอาดแผลด้วยล่ะรู้ไหมคิมแทยอน” เสียงแจ้วๆของอาจารย์ฮโยยอน.. อาจารย์ประจำห้องพยาบาลพูดกับคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งเงียบ เมื่อเห็นว่าไร้การตอบรับใดๆนอกจากเหลือบสายตามองตอบกลับมาเล็กน้อยแล้วอาจารย์สาวผมทองก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับนิสัยพูดน้อยของลูกศิษย์

                “เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น..เธอจะตีตัวออกห่างจากแทยอนอีกหรือเปล่า หืม?มิยอง??” ควอนยูริกระซิบถามเด็กสาวที่นั่งมองแทยอนอยู่ในห้องพยาบาล ใบหน้าหวานที่ยังเลอะคราบน้ำตาหันมามองกันเล็กๆก่อนจะหันกลับไปมองยังทิศทางเดิมทำให้เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ “..ฉันรู้ว่าเธอเสียใจกับการจากไปของอุนเซ..และจริงอยู่ที่ว่าสาเหตุอาจเป็นเพราะเธออยู่ใกล้แทยอนมากเกินไป..แต่รู้อะไรไหม..แทยอนเองก็เสียใจไม่ต่างกันหรอกนะ...”

                “ฉันจะบอกอะไรให้....” ยุนอาที่นั่งขนาบข้างกับเธอเปรยขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนที่มุมปาก “..คิมแทยอนไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครนอกจากเธอ..ถึงเจ้านั่นจะปกป้องเธอไม่ได้เรื่องจนบางครั้งก็กลายเป็นดีแต่พูด..แต่เธอรู้ไหมว่าแทยอนไม่เคยพยายามที่จะปกป้องใครเท่าเธอมาก่อนเลย..เธอสอนให้คนเฉยชาอย่างมันอยากจะปกป้องใครสักคนด้วยตัวเองมันเอง..เธอสอนให้คนเฉยชาได้รู้จักการให้และการเอาใจใส่ความรู้สึกของคนอื่น..อาจจะไม่ได้ทุกคนที่อยู่รอบข้างแต่อย่างน้อย..มันก็ใส่ใจความรู้สึกของเธอ..ถือว่าเป็นข้อดีนะว่าไหม?”

                “............”

                “รู้ไหมว่าทำไมแทยอนถึงคลั่งขนาดนั้นตอนที่เห็นเธอร้องไห้..ทำไมแทยอนถึงแทบจะฆ่ายัยพวกนั้นให้ตายคามือตอนที่เห็นลูกแมวตัวนั้นตาย...” ยูริยิ้มออกมาเล็กๆเมื่อมิยองส่ายหน้าแทนคำตอบ เขาผ่อนลมหายใจบางเบา “เมื่อไม่นานมานี้..น่าจะปีที่แล้วได้..แทยอนเคยเลี้ยงลูกหมาไว้ตัวหนึ่ง แทยอนรักมันมาก..มากขนาดที่ว่าเอามาเลี้ยงไว้บนห้องสภาเหมือนเจ้าลูกแมวตัวนั้นเลยล่ะ” เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงอดีตที่ผ่านมาไม่นาน “...นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสิบปีที่ฉันเห็นแทยอนยิ้มและหัวเราะ ..คิมแทยอนมีความสุขมากที่ได้อยู่กับเจ้าลูกหมาตัวนั้น...”

                “แน่ล่ะว่าความสุขอยู่กับเราได้ไม่นาน...เพียงแต่ว่า..มันเร็วไปหน่อยเท่านั้นกับคนที่เคยสูญเสียสิ่งสำคัญเท่าชีวิตอย่างคิมแทยอน” ยุนอาเล่าบ้าง ใบหน้าหวานคมดูเศร้าหมองขณะที่นึกย้อนไปถึงโศกนาฏกรรมครั้งนั้น “เจ้าลูกหมาตัวนั้นไม่ได้โดนยาเบื่อตายอย่างที่แทยอนเล่าหรือที่ใครต่อใครรู้..แต่มันโดนรถชนตายก่อนวันปิดภาคเรียนทั้งที่ความจริงแล้ว..คนที่ควรจะโดนรถชนน่าจะเป็นแทยอนมากกว่า.....”

                ดวงตาหวานที่บวมช้ำจากการร้องไห้หลังกรอบแว่นหนาเหลือบสายตามองเสี้ยวหน้าเศร้าสร้อยของยุนอาเมื่อพอจะเดาอะไรบางอย่างได้ “หรือว่า....”

                “อย่างที่เธอเข้าใจนั่นแหล่ะมิยองน้อย..ลูกหมาตัวนั้นเอาตัวพุ่งเข้าชนแทยอนให้พ้นจากรัศมีของรถยนต์ที่แล่นมาด้วยความเร็วสูง..จนมันเองที่โดนชนจนตายคาที่”

                “.............”

                “ลูกหมาตัวนั้นเอาชีวิตของมันเข้าแลกเพื่อปกป้องเจ้าของและรถที่ชนลูกหมาตัวนั้นเป็นรถที่บ้านของยัยฮยอนอานั่นแหล่ะแล้วรู้ไหมว่าแทนที่ยัยเด็กนั่นจะลงมาดูหรือรับผิดชอบกลับสั่งให้คนขับรถขับผ่านไปไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย..เพราะฉะนั้นมันคงไม่แปลกหรอกที่แทยอนมันจะโกรธจนควบคุมตัวเองไม่อยู่แบบวันนี้..เห็นมันเย็นชาแบบนี้แต่มันอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้มากนะ..โดยเฉพาะเรื่องสัตว์เลี้ยงที่ตายเพราะปกป้องเจ้าของน่ะ”

                อิมยุนอายืดกายเล็กน้อยหลังจากยูริเล่าเรื่องทั้งหมดจบ ดวงตาใสเหลือบมองเด็กสาวที่นั่งก้มหน้ามองมือตัวเองเล็กน้อย “บอกตามตรงนะมิยอง..ที่มันคลั่งจนคุมตัวเองไม่ได้วันนี้น่ะไม่ได้เพราะการตายของอุนเซอย่างเดียวหรอกแต่มันเป็นเพราะแทยอนมันเห็นเธอโดนทำร้ายด้วย..เผื่อเธอจะไม่รู้..แทยอนมันแพ้น้ำตาของเธอนะ...” มุมปากยกยิ้มเล็กๆเมื่อเห็นพวงแก้มของเด็กสาวเริ่มขึ้นสีเรื่อ “แทยอนมันเป็นห่วงเธอมาก..มันไม่ได้ดีแต่ปากแต่มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ..”

                “ฉันจำได้ๆหลายครั้งหลายหนที่ไอ้แทยอนมันแทบคลั่งเพราะมิยองน้อยไม่คุยกับมันหรือหลบหน้ามัน” ยูริหัวเราะน้อยๆอย่างเอ็นดูปนขบขัน “ให้ตายเถอะ..เป็นครั้งแรกจริงๆที่เห็นคนเย็นชาแบบมันหงุดหงิดงุ่นง่านแบบนี้ นึกแล้วตลกเป็นบ้า ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะเงียบหายไปเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเอ็นดูส่งให้เด็กสาวที่นั่งข้างๆ “แต่ถึงอย่างนั้น......”

                “เธอมีค่ากับแทยอนมากนะ ฮวังมิยอง...”

                “...........”

                “แล้วฉันก็รู้ว่าแทยอนก็มีค่ากับเธอมากเหมือนกัน...เพราะฉะนั้นมันไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องตีตัวออกห่างจากมันใช่ไหมล่ะ?เพราะถ้าไม่อย่างนั้นเธออาจจะต้องทนรำคาญที่เห็นมันเอาแต่เดินตามตื๊อเธอไปเรื่อยๆจนกว่าเธอจะยอมคุยกับมันก็ได้...”

                “ถือว่าเป็นคำขอจากฉันสองคนก็ได้นะ..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..อย่าปล่อยมือแทยอนเพราะเธอเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้มันยิ้มได้จากหัวใจ..และเป็นเพียงคนเดียวที่ค้ำจุณคิมแทยอนได้..”

................................................................................................................................................................................

                รถสปอร์ตสีดำเปิดประทุนคันเก่งจอดเทียบหน้าบ้านฮวังในเย็นวันเดียวกัน ฮวังมิยองที่เอาแต่นั่งเงียบมาตั้งแต่ออกจากโรงเรียนเหลือบมองแทยอนเล็กน้อยเห็นเขาไม่ได้พูดอะไรสักคำก็ยิ่งประหม่า อาจเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้เราไม่ได้คุยกันสักคำและเพราะการที่ไม่ได้คุยกันทำให้บรรยากาศที่วนอยู่รอบตัวเรามีแต่ความอึดอัดเช่นนี้ก็เป็นได้..

                “....วันนี้แม่เธอไม่อยู่..ยังไงก็ล็อกบ้านดีๆนะ...” เสียงหวานนุ่มที่พูดขึ้นก่อนทำให้เด็กสาวสะดุ้งเบาๆด้วยความตกใจ ใบหน้าใสของแทยอนเอาแต่มองตรงไปข้างหน้าไม่หันมาเหลียวแลแม้แต่น้อยทำให้เธอไม่อาจเดาได้เลยว่าแทยอนกำลังคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่ตอนนี้

                ร่างบอบบางขยับตัวอย่างอึดอัดไม่รู้ว่าจะพูดว่าเริ่มพูดอย่างไรดีว่าอยากให้อยู่ด้วยกันคืนนี้.. อยากให้แทยอนมานอนเป็นเพื่อนเหมือนวันที่ยูอินนาไม่อยู่.. ฮวังมิยองมีแทยอนอยู่ข้างๆจนเป็นความเคยชินไปแล้วหากจะต้องอยู่คนเดียวในบ้านคืนนี้เธอคงจะกลัว.. ดวงตาหวานเหลือบมองคนตัวเล็กก่อนจะยื่นมือไปคว้ามือเขามากุมเบาๆซึ่งการกระทำนี้เรียกสีหน้าแปลกใจของเขาได้ทันที

                “ค คือ...”

                “........”

                “เข้าบ้านก่อนไหมคะ..ฉันจะทำแผลให้....” แม้จะไม่ใช่คำถามที่ตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจนักแต่คำชวนกลายๆแบบนั้นก็ทำให้แทยอนพอจะเข้าถึงเจตนาที่เธอตั้งใจจะสื่อ มุมปากบางยกยิ้มน้อยๆเหมือนกำลังเอ็นดูเมื่อเห็นพวงแก้มนวลของเธอเป็นสีก่ำ

                “ทำแผลอย่างเดียวเหรอ...”

                “เอ่อ....” มิยองอึกอักด้วยความเคอะเขิน จะพูดว่าอยากให้นอนเป็นเพื่อนคืนนี้ก็ไม่กล้าและดูเหมือนว่าเขาพยายามจะไล่ต้อนเธอให้พูดออกมาด้วย

                “....จริงๆแล้วเรื่องทำแผลไม่จำเป็นก็ได้..ไม่ได้ลึกอะไรมากมายเท่าไหร่..”

                “ต แต่ว่า...ฉัน...”

                “อยากให้อยู่เป็นเพื่อนทำไมถึงไม่พูดออกมาตรงๆล่ะ”

                ดวงตาหวานเหลือบมองค้อนสีหน้าของเด็กสาวง้ำงอเสียจนคนมองอยากจับมาจูบแก้มแรงๆสักที ไม่ทันที่จะได้ทำอย่างที่ใจคิดฝ่ามือบางของคนขี้อายก็ฟาดเข้าที่ไหล่เต็มแรงจนคนขี้แกล้งร้องลั่น ..นับว่าดีที่เป็นข้างซ้ายเพราะถ้าเป็นข้างขวาล่ะไม่อยากจะคิดเลยว่าแผลมันจะระบมแค่ไหน.. ฮวังมิยองทำตาโตทันทีที่รู้ว่าตัวเองเผลอลงมือกับเขาไป เด็กสาวมีท่าทีเลิกลั่กเมื่อเห็นแทยอนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

                “ข ขอโทษค่ะ..เจ็บมากไหมคะ ขอโทษนะคะฉันขอโทษค่ะ...”

                ดวงตาสีเข้มมองเด็กสาวด้วยแววตาระคนขบขันกับท่าทางละล่ำละลักนั้น มือเล็กดึงร่างบอบบางเข้ามาจูบเบาๆที่ริมฝีปากกดเน้นย้ำเพียงครู่จึงละออกมามองสบตา พวงแก้มที่ซับสีเรื่อของเด็กสาวทำให้แทยอนอดไม่ไหวที่จะกดจูบบนผิวนวลของพวงแก้มอีกสักที “..แค่นี้ก็หายแล้ว..”

                “คนบ้า..ฉวยโอกาสอยู่เรื่อยเลย..”

               

                ใบหน้าของฮวังมิยองเห่อร้อนไปหมดเมื่อแทยอนปลดกระดุมเสื้อนอนแล้วร่นคอเสื้อเปิดไหล่ขาวให้เธอทำแผลให้หลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้ว ผิวสีน้ำนมของเขาเนียนละเอียดราวกับผิวของเด็กทารก มันขาวเสียจนมิยองนึกสงสัยว่ามันจะเรืองแสงในที่มืดได้หรือเปล่านะแต่เด็กสาวกลับต้องสลัดความคิดไร้สาระนั้นออกไปเพื่อควบคุมมือตัวเองไม่ให้สั่นขณะที่ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เพื่อเริ่มล้างแผลให้เขา บาดแผลไม่ลึกจริงๆอย่างที่เขาบอกแต่มันก็น่ากลัวอยู่สำหรับเธอ มิยองเม้มปากด้วยความเคร่งเครียดเหมือนกลัวว่าเขาจะเจ็บและค่อยๆบรรจงทำความสะอาดปากแผล ดูเหมือนแทยอนจะสะดุ้งไปเล็กๆเมื่อความเย็นจากแอลกอฮอล์เริ่มเปลี่ยนเป็นความแสบเล็กๆยามที่มันโดนแผล เธอนับถือเขานักที่ไม่ร้องออกมาสักแอะเพราะถ้าเป็นเธอล่ะก็คงจะร้องงอแงออกมาแล้วล่ะ

                “เจ็บก็บอกนะคะ”

                “อืม...” แทยอนครางรับสั้นๆและนั่งนิ่งให้มิยองเป่าแผลบนไหล่ขวาให้ ดวงตาสีเข้มเหลือบมองเธอเล็กน้อย เห็นสีหน้าตั้งอกตั้งใจก็คลี่ยิ้มออกมาบางๆด้วยความเอ็นดู “ดูตั้งใจจังเลยนะ...”

                “ก็ทำแผลให้รุ่นพี่นี่คะ....”

                “เมื่อไหร่จะเลิกเรียกว่ารุ่นพี่ซะที”

                ดวงตาหวานไร้แว่นสายตาเหลือบมองหน้ามุ่ยๆของเขาเล็กน้อย เห็นสีหน้ายุ่งๆเหมือนเด็กโดนขัดใจก็นึกขำนักเพราะน้อยครั้งจริงๆที่แทยอนจะทำหน้างอให้เห็นแบบนี้ แต่มิยองทำหน้านิ่งไม่รู้ไม่ชี้และทำเป็นไม่เห็นสีหน้ามุ่ยๆของเขาเสียอย่างนั้น

                “ก็รุ่นพี่เป็นรุ่นพี่..ฉันก็ต้องเรียกว่ารุ่นพี่สิคะ..”

                “แต่ฉันไม่อยากให้เธอเรียกว่ารุ่นพี่..” เขาพูดเสียงเบา พวงแก้มใสเริ่มแดงเรื่อเล็กๆเหมือนกำลังขัดเขิน ดวงตาสีเข้มเหลือบมองเธอเพียงครู่จึงหันกลับมา แทยอนก้มหน้าเพื่อซ่อนพวงแก้มที่ซับสีเรื่อของตัวเองขณะที่ตัดสินใจพูดสิ่งที่กำลังคิดในตอนนี้ออกไป “..ฉัน...ถ้าเป็นไปได้..ฉันอยากให้เธอเรียกฉันว่า แทงกู มากกว่า...”

                ฮวังมิยองเพียงแค่เหลือบตามองกลับมาในระยะสั้นๆก่อนจะหันไปสนใจบาดแผลบนไหล่ขวาของเขาต่อโดยที่เธอไม่ได้พูดอะไรแม้แต่น้อย ..แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าคำพูดเมื่อครู่ของเขาทำให้เธอใจสั่นอีกแล้วในเมื่อแก้มที่แดงเรื่อของเธอกำลังฟ้องขนาดนั้นว่าเธอเขินอายแค่ไหน..

                “...ฉันอยากให้เราสองคนสนิทสนมกันอีกนิด..ฉันคิดว่า..คำว่ารุ่นพี่มันอาจจะทำให้เราห่างเหินกันมากเกินไป”

“.....ฉันไม่คิดว่าเราสองคนห่างเหินกันสักหน่อยนี่คะ..”

                “แต่ถึงอย่างนั้น..ฉันก็อยากให้เธอเลิกเรียกฉันว่ารุ่นพี่ซะทีนี่นา”

                ใบหน้าแสนหวานมองเสี้ยวหน้าของแทยอนเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มยิ้มน้อยๆให้แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยียวนเล็กๆ “..รุ่นพี่แทยอนเป็นรุ่นพี่ของฉัน..ถ้าไม่ให้เรียกว่ารุ่นพี่จะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะ”

                “อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่รุ่นพี่..อย่างน้อยถ้าเธอไม่อยากเรียกชื่อก็เรียกว่าพี่เฉยๆก็ได้..”

                “ค่ะ พี่เฉยๆ”

                คิมแทยอนทำหน้ายุ่งทันทีที่รับรู้ถึงเจตนาเหมือนจะกวนประสาทกันแบบนั้น เขาหันมองคนที่ละมือจากการทำแผลและเปลี่ยนเป็นนั่งยิ้มทะเล้นให้ด้วยสายตาขุ่นเคืองเล็กๆเหมือนเด็กที่โดนขัดใจ “เฮ้ ตั้งใจจะกวนประสาทกันหรือไง” ถามเสียงขุ่นแล้วโผเข้าไปรวบร่างบอบบางมากอดไว้ด้วยอ้อมแขนเล็กจ้องดวงตาหวานตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ “ไม่คิดว่าเธอจะกวนประสาทเป็นกับเขาด้วย”

                “รุ่นพี่ยังกวนประสาทฉันออกไปบ่อยไปนี่คะ ทำไมฉันจะกวนบ้างไม่ได้ล่ะคะ”

                “ชักปากเก่งแล้วนะเธอเนี่ย..” แทยอนพูดเสียงขุ่นแต่ใบหน้าของเขากลับปรากฏรอยยิ้มเอ็นดู ยิ่งเห็นเธอลอยหน้าลอยตาเหมือนจงใจจะยั่วโมโหกันแบบนั้นก็นึกอยากจะจับมาจูบปากแรงๆสักทีนักแต่เขายังอดใจไว้ไม่ทำตอนนี้เพราะรู้ดีว่าเธอกำลังสร้างบรรยากาศไม่ให้เราสองคนต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนเกินไปกับเรื่องร้ายแรงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเย็น..และอีกอย่าง..แทยอนก็ไม่อยากให้คนที่กำลังพูดแจ้วๆกวนประสาทเขาแบบนี้ต้องเงียบกริบหน้าแดงก่ำเพราะเขาจูบลงโทษเท่าไหร่นัก

                ..ถึงแทยอนจะชอบมิยองที่ขี้อายมากแค่ไหนแต่เขาปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามิยองที่กำลังลอยหน้าลอยตาพูดจาต่อปากต่อคำกับเขาคนนี้ก็น่ารักไม่หยอกเลย..

                ปลายนิ้วเล็กจับม้วนเส้นผมสีดำสนิทของเธอเล่นเลื่อนฝ่ามือเสยผมที่เกะกะดวงหน้าหวาน กวาดสายตามองเครื่องหน้างดงามของคนในอ้อมแขนก่อนริมฝีปากบางจะยกยิ้มอบอุ่นออกมาเหมือนเคย “ฉันอยากให้เธอเลิกเรียกฉันว่ารุ่นพี่จริงๆนะมิยอง..ไม่จำเป็นต้องเรียกชื่อก็ได้..แต่เลิกเรียกว่ารุ่นพี่ได้ไหมมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้..ฉันไม่ชอบเลย..”

                “............”

                “ฉันอยากให้เราสนิทสนมกันมากกว่านี้..” เสียงหวานนุ่มกระซิบกึ่งวอนขอ แววตาของเขาดูเว้าวอนเสียจนคนถูกมองใจสั่นไหว ใบหน้าใสที่เคลื่อนเข้ามาใกล้เสียจนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นของกันและกัน ..ใกล้เสียจนมิยองมั่นใจว่าหากเขาหรือเธอขยับเพียงนิด..ริมฝีปากของเราก็จะแนบกันสนิท..

                “รุ่นพี่หมายความว่ายังไงเหรอคะ..”

                “ฉันหมายถึง.....” ดวงตาสีเข้มหลบสายตาเหมือนกำลังซ่อนความประหม่าไม่ให้เธอเห็น แทยอนเม้มปากราวกับกำลังเรียบเรียงคำพูด หัวใจของเขากำลังเต้นแรงกับสิ่งที่กำลังคิด..มันเป็นการยากจริงๆที่ตั้งใจจะพูดอะไรหวานๆให้เธอชื่นใจเขาไม่ได้หมายถึงคำว่ารักหรืออะไรหรอกนะแต่เขาหมายถึงอะไรก็ได้ที่มันหวานหูและหนักแน่นพอที่จะทำให้เธอชื่นใจ..แค่อะไรก็ได้..ที่จะสามารถทำให้เธอพอใจและสื่อถึงสิ่งที่หัวใจของเขากำลังร่ำร้องอยู่ตอนนี้ “ฉันรู้ว่าเราสองคนสนิทสนมกันอยู่แล้วและอาจจะมากกว่าคู่พี่น้องคู่อื่นๆ”

“...บางทีอาจจะใกล้เคียงคู่ของยูริและซูยอนหรือแม้กระทั่งคู่ของยุนอาและจูฮยอนแต่เราสองคนอาจจะยังไม่สนิทสนมกันถึงขนาดสองคู่นั่น..แต่ฉันคิดว่าเธอรู้ว่ามันมากกว่าพี่น้องคู่อื่นๆอยู่แล้ว...และฉันก็..อยากให้เราสนิทสนมกันมากกว่านี้..ฉันจึงคิดว่าเธอน่าจะเลิกเรียกฉันว่ารุ่นพี่และเรียกฉันด้วยชื่ออื่นแทน อย่างน้อยเราสองคนจะได้ดูสนิทสนมขึ้นน่ะ”

“แล้วเราไม่สนิทกันตรงไหนเหรอคะ..รุ่นพี่อยากให้เราสนิทกันแค่ไหนล่ะคะ”

“คือเธอรู้ใช่ไหมมิยอง..สำหรับฉันเธอคือคนสำคัญ..เธอไม่ใช่แค่รุ่นน้องธรรมดาแต่มันมากกว่านั้น..เธอมีค่าต่อความรู้สึกของฉันมากแค่ไหน” แทยอนกล่าว สีหน้าของเขาดูว้าวุ่นใจนักกับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะบอก “คือ..เธอก็รู้ว่าฉันเป็นคนพูดไม่เก่ง..พูดหวานๆเหมือนใครไม่เป็น..แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่อยากให้เราสนิทสนมกันมากกว่านี้หรอกนะ”

“ตอนนี้ฉันว่าเราก็สนิทสนมกันดีไม่ใช่เหรอคะ..อาจจะมากกว่าคู่พี่น้องคู่อื่นด้วยซ้ำ” มิยองพยายามไล่ต้อนเขาอย่างใจเย็น ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าไอ้คำพูดที่มีแต่น้ำเนื้อไม่มีของเขาน่ะมันหมายความว่ายังไงแต่เธอก็แค่อยากได้ยินอะไรที่มันตอกย้ำถึงความชัดเจนระหว่างเราก็เท่านั้น “...ฉันเป็นคนหัวช้ารุ่นพี่เองก็รู้ไม่ใช่หรือคะ..ถ้ารุ่นพี่อย่างให้ฉันเข้าใจในสิ่งที่รุ่นพี่พยายามบอก..ฉันว่าอย่างน้อยรุ่นพี่น่าจะพูดอะไรให้มันชัดเจนเลยดีกว่าค่ะ พูดออกมาตรงๆเลยค่ะว่ารุ่นพี่อยากให้เราสองคนสนิทกันมากแค่ไหนฉันจะได้วางตัวถูก”

“คือ...” เขาถอนหายใจแรง “โธ่..มิยองเธอก็รู้ว่าฉันพูดไม่เก่ง..” มือเล็กยกขึ้นเสยเส้นผมสีบรอนซ์ทองของตัวเอง “โอเค...บอกตรงๆว่าฉันไม่ค่อยพอใจนักหรอกนะที่มีผู้ชายบางคนมายิ้มให้เธอหรือทำตัวสนิทสนมกับเธอโดยเฉพาะกับซีวอนและนายนิกคุณอะไรนั่น..ฉันไม่ชอบเลย ฉันไม่ชอบ..ไม่พอใจ..ฉันหวงเธอเธอรู้ใช่ไหม?”

“แล้วทำไมรุ่นพี่ต้องหวงฉันด้วยล่ะคะในเมื่อฉันเองก็เป็นแค่รุ่นน้องบัดดี้ของรุ่นพี่เท่านั้น”

“ก ก็แม่เธอฝากเธอให้ฉันดูแล..ไหนจะยังพี่ชางมินอีก..”

“แค่นั้นเองเหรอคะ”

คนตัวเล็กก้มหน้าหลบสายตาที่จ้องมองมาของเธอ ยิ่งสบสายตาก็ยิ่งกดดัน..เหมือนจะพูดแต่มันก็พูดไม่ออก เหมือนมันจุกอยู่ที่ลำคอเอ่ยออกมาไม่ได้อย่างที่ใจคิด..บางทีแทยอนอาจจะไม่มีความกล้ามากพอที่จะพูดออกไปจึงได้แต่นั่งเงียบและหลบสายตากันแบบนี้.. เสียงถอนหายใจจากฮวังมิยองทำลายความเงียบที่กำลังโรยตัวทำให้แทยอนรู้ดีว่าเธอกำลังเหนื่อยใจ..

“...เดี๋ยวฉันเอาอุปกรณ์ทำแผลไปเก็บก่อนนะคะ..รุ่นพี่นอนก่อนเลยก็ได้ค่ะ”

“เดี๋ยว....” แทยอนร้องห้ามพลางเอื้อมมือไปคว้ามือเธอเอาไว้แน่น ดวงตาสีเข้มที่มองกลับไปทั้งขอร้องและอ้อนวอนไม่ให้เธอหนีไปไหนทั้งที่เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องแบบนี้ เขาเม้มปากแน่น..จะพูดก็พูดไม่ออกไม่รู้จะพูดยังไง “ฉัน..ฉันพูดไม่เก่ง..เธอรู้ใช่ไหม..” เสียงหวานนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆไม่เหมือนคิมแทยอนที่เคยเฉียบขาดต่อทุกเรื่องเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าใสเงยหน้ามองร่างบอบบางในชุดนอนเงียบๆ “ถ้าอย่างนั้น..ฉันจะแสดงให้เธอรู้ได้ไหม...”

ไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามออกไปเสียงหวานแหบหวีดกลับต้องร้องออกมาเมื่อถูกมือเล็กดึงลงไปนั่งบนตัก วงแขนเล็กสวมกอดรอบเอวคอดดึงร่างบอบบางเข้ามาแนบชิด แทยอนทอดสายตามองคนอายุน้อยกว่าด้วยแววตาอบอุ่นเหลือเกิน..อบอุ่นเสียจนหัวใจของเธออบอุ่นตามไปด้วย ปลายนิ้วเล็กจับปอยผมสีดำสนิททัดใบหูที่เริ่มแดงก่ำยามที่เขาขยับหน้าเข้าไปใกล้..ชั่ววินาทีที่สบตา..แทยอนก็โน้มใบหน้าประกบจูบที่ริมฝีปากอิ่มอย่างนุ่มนวล..

ริมฝีปากที่กำลังบดเบียด..และรสจูบหวานหอมที่แสนคุ้นเคย.. กำลังทำให้เราตกอยู่ในความลุ่มหลงเหมือนภวังค์แห่งความฝัน ผลัดกันดื่มด่ำรสหวานจากจูบอย่างโหยหา สองแขนของเรากอดก่ายกันจนร่างกายแนบชิดและปลดปล่อยความรู้สึกของเราผ่านทางริมฝีปากที่เริ่มบดเบียดกันอย่างนุ่มนวล มือข้างหนึ่งของมิยองลูบผ่านบ่าเล็กขึ้นไปเหนี่ยวรั้งคอของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ด้านล่างคนที่เคยขี้อายบัดนี้กล้าที่จะกดจูบแนบแน่นสอดลิ้นบางกระชับโต้ตอบกลับไป แทยอนเอียงหน้าในองศาที่เหมาะสมเพื่อตอบรับริมฝีปากที่กำลังขยับจูบในจังหวะที่นุ่มนวล..

“อื้ม....แฮ่ก..” ฮวังมิยองหอบหายใจสั้นๆหลังจากเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกมาก่อน พวงแก้มของเธอแดงก่ำจนเกือบเป็นสีสตรอเบอร์รี่สุก ดวงตาหวานไร้แว่นสายตาจับจ้องใบหน้าของคนที่นอนหอบหายใจอยู่เบื้องล่างนิ่ง ยิ่งเลื่อนสายตามองสภาพของเราตอนนี้พวงแก้มที่แดงอยู่แล้วก็ยิ่งขึ้นสีเสียจนเธอรับรู้ได้ถึงความร้อนจัดบนผิวแก้มของตัวเองอย่างชัดเจน เด็กสาวรีบขยับตัวออกห่างเมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังนั่งคร่อมแทยอนอยู่ “เอ่อ..ฉัน ฉันขอโทษนะคะ...”

“..อืม.. ไม่เป็นไร...” เขาตอบเสียงเบาในแบบที่เธอรู้ได้ทันทีว่าแทยอนเองกำลังเขินอายไม่แพ้กัน คนตัวเล็กยันตัวขึ้นนั่งและเริ่มจัดเสื้อผ้าที่ยับย่นให้เข้าที่เข้าทาง มือเล็กที่กำลังจะติดกระดุมเสื้อนอนของตัวเองกลับต้องชะงักเมื่อมิยองเอื้อมมือมาทำให้เสียเองแทยอนจึงได้แต่นั่งเงียบๆและมองดูมือสั่นๆของเธอติดกระดุมเสื้อนอนให้เขาเท่านั้น

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ..”

“ไม่หรอก ฉันไม่ได้ติดกระดุมเสื้อนอนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

                คำตอบของเขาทำให้เด็กสาวเหลือบสายตามองเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบไหล่ขวาในตำแหน่งที่เพิ่งจะทำแผลให้เขาเมื่อครู่ “โดนแผลหรือเปล่าคะ” เห็นแทยอนส่ายหน้าตอบกลับมาก็ระบายยิ้มอย่างโล่งใจเล็กๆ “ดึกแล้ว..ฉันว่าเรานอนกันดีไหมคะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะตื่นไม่ไหวเอานะคะ...”

                “....มิยอง...” สัมผัสที่ต้นแขนทำให้เด็กสาวชะงักไปเล็กน้อย มิยองเอียงหน้ามองเขาแทนคำถาม ดวงตาสีใกล้เคียงประสานสายตากันนิ่งก่อนที่เขาจะเริ่มพูดออกมาหลังจากใช้เวลาเรียบเรียงคำพูดอยู่ครู่ใหญ่ “เหตุผลที่ฉันมาคอยอยู่ใกล้ๆเธอตลอดเวลา..เหตุผลที่ฉันไม่อยากให้ใครต่อใครมาเข้าใกล้..เหตุผลที่ฉันอยากดูแลเธอ..ทุกอย่างฉันพูดผ่านจูบเมื่อกี้ไปแล้วนะ รู้ใช่ไหม..”

                “ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ต้องการความแน่นอนหรอกนะคะ...รุ่นพี่...”

                แทยอนชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดของเด็กสาว.. นึกสงสัยและทบทวนเงียบๆว่าเธอต้องการจะพูดสื่ออะไรหรือเปล่า ..บางทีฮวังมิยองอาจกำลังพูดต้อนเพื่อให้เขาบอกอะไรบางอย่างออกมาเพื่อว่าสิ่งที่เราสองคนเป็นอยู่จะได้ชัดเจนขึ้นอีกนิดแต่แทยอนก็ยังคงเป็นคิมแทยอนที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย..แถมปากหนักเสียเหลือเกิน อะไรที่ควรพูดกลับเลือกที่จะเมินมันไปเสียอย่างนั้นทำให้เด็กสาวที่กำลังคาดหวังอะไรบางอย่างจากเขาได้แต่ยิ้มบางกับตัวเองอย่างเศร้าหมองและเฝ้ารอต่อไปเผื่อว่าจะได้ยินคำๆนั้นจากเขาในสักวัน

                ..แม้จะท้อไปบ้าง..แต่ช่างเถอะ..สักวันเขาอาจจะพูดเองก็ได้..ไม่เป็นไรหรอก..

                มิยองรอได้อยู่แล้ว..

................................................................................................................................................................................

                นับเป็นภาพที่แปลกตานักกับการที่นักเรียนทั้งโรงเรียนเห็นประธานนักเรียนร่างเล็กมาร่วมยืนรวมกับกลุ่มสภานักเรียนด้วยทั้งที่ปกติแล้วคนรักสันโดษเช่นคิมแทยอนไม่เคยโผล่มาในช่วงเวลาของการรวมแถวในช่วงเช้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว.. อ้อ เว้นแต่วันปิดภาคเรียนน่ะนะ และภาพของสภานักเรียนทั้งสามที่กำลังยืนพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเรียกสายตาแปลกใจของเหล่านักเรียนได้เป็นสายตาเดียวแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งวุ่นวายนักด้วยเพราะเป็นเรื่องของภายในสภานั่นเอง..

                “แน่ใจเหรอเหมันต์กับสิ่งที่แกตัดสินใจจะทำน่ะ” ยุนอาพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล

                “แน่ใจ”

                “แต่สิ่งที่แกจะทำมันมีผลต่อการคัดเลือกสภานักเรียนในเทอมหน้านะเว้ย” ยูริกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรนไม่แพ้กัน แต่ทว่าคำพูดและน้ำเสียงนั้นกลับไม่ทำให้สิ่งที่แทยอนเพิ่งตัดสินใจลงไปสั่นคลอนได้เลยแม้แต่น้อย คนตัวเล็กหันมามองหน้าคมคายของเพื่อนเล็กน้อยก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น

                “ฉันคิดมาตลอดว่าเหตุผลที่ฉันถูกเลือกให้เป็นประธานนักเรียนเพราะทุกคนคิดว่าฉันเหมาะสมกับตำแหน่งนี้และศรัทธาในตัวฉัน บางที..สิ่งที่ฉันกำลังจะทำอาจจะเป็นบทพิสูจน์ก็ได้ว่าความคิดที่ฉันยึดถือมาตลอดตั้งแต่ได้ตำแหน่งประธานนักเรียนมาจะเป็นจริงแค่ไหน...”

                “เพราะถ้าฉันได้ตำแหน่งประธานนักเรียนมาเพราะหน้าตาของฉันไม่ใช่ด้วยความคิดความสามารถ..ฉันก็ไม่ภูมิใจหรอกนะ คิมหันต์”

               

                ร่างเล็กที่กำลังก้าวขึ้นไปบนเวทีหยุดลงตรงหน้าแท่นไมโครโฟนเรียกเสียงฮือฮาของนักเรียนทั้งโรงเรียนได้ทันที คิมแทยอนขยับมันในจังหวะที่เหมาะสมเล็กน้อย เขาใช้ดวงตาสีเข้มกวาดมองทั่วๆก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อขอสัญญาณ ราวกับสั่งได้ดังใจเมื่อเสียงฮือฮาที่ดังเซ็งแซ่ในคราวแรกเงียบกริบมีเพียงความเงียบที่โรยตัวและดวงตาทุกคู่จ้องมองมาที่เขาเพื่อตั้งใจฟัง

                “...นานแล้วที่ฉันไม่ได้มองเห็นทุกคนจากมุมนี้ ฉันรู้ว่าฉันทำหน้าที่ประธานนักเรียนไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ฉันก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่าฉันไม่เคยทำให้ทุกคนผิดหวังที่เลือกฉัน...ความจริงแล้ว..วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญบางอย่างที่อยากจะพูดให้ทุกคนได้รับรู้อย่างพร้อมเพรียงกัน...” แทยอนกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาที่กวาดตามองนักเรียนทุกคนนิ่งสงบก่อนจะเบนสายตาจับจ้องที่ร่างบอบบางของมิยองที่ยืนรวมอยู่ในแถว

                “ฮวังมิยอง..กรุณาขึ้นมาหาฉันบนนี้ด้วย”

                เด็กสาวเจ้าของชื่อสะดุ้งโหยงและก้มหน้างุดเมื่อสายตาของทุกคนพุ่งมาที่เธอเป็นจุดเดียว ฮวังมิยองส่ายหน้าดิกเมื่อแทยอนกล่าวย้ำในประโยคเดิมอีกครั้งจนกระทั่งคนตัวเล็กต้องออกคำสั่งให้ยูริและยุนอาที่ยืนอยู่ข้างๆพาตัวเธอขึ้นมาบนเวที เด็กสาวขี้อายที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำและเอาแต่ก้มหน้าจนแทบจะมุดลงไปกับพื้นอยู่แล้วจึงยอมเดินมาหยุดเคียงข้างเขาด้วยอาการที่ดูปราดเดียวก็รู้ได้เลยว่าเธอทั้งกลัวและประหม่ามากแค่ไหนที่ต้องตกเป็นเป้าหมายสายตาของนักเรียนนับพันเช่นนี้

                แต่ฝ่ามือเล็กที่แสนอบอุ่นของใครบางคนที่เลื่อนมากุมมือเธอเบาๆทำให้ร่างกายที่สั่นระริกด้วยความประหม่าหยุดนิ่งในทันที มือของเขาที่กำลังบีบแน่นเพื่อตอกย้ำให้เธอรู้ว่ายังมีเขาอยู่ข้างๆคอยจับมือแบบนี้เรื่อยไปทำให้ความหวาดกลัวเล็กๆกลับสงบลงได้

                “ฉันคิดว่าทุกคนคงเคยได้ยินข่าวลือมาบ้างเรื่องที่ฉันตามติดเด็กนักเรียนเข้าใหม่คนหนึ่งอยู่..และคงสงสัยในความสัมพันธ์ของฉันกับเธอคนนั้น..สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เด็กนักเรียนหญิงคนนั้นโดนกลุ่มที่เรียกตัวว่าเป็นแฟนคลับของฉันกลั่นแกล้งสารพัด ทั้งโดนน้ำสาด ทั้งขังในห้องน้ำ ขโมยรองเท้ากีฬา...” เสียงหวานนุ่มพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาทันทีพอกล่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ฮวังมิยองโดนกลั่นแกล้งมาตลอด บรรยากาศรอบด้านเริ่มหนาวเยือกเมื่อทั้งสีหน้าและแววตาของเจ้าชายหิมะเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นจนน่ากลัวแต่กระนั้น..มือของคิมแทยอนก็ยังกุมมือของฮวังมิยองไว้ไม่ปล่อย “แน่นอน..ฉันจะไม่โกรธอะไรเลยถ้ากลุ่มแฟนคลับกลุ่มนั้นไม่กลั่นแกล้งจนถึงขนาดเอาชีวิตเด็กนักเรียนหญิงคนนั้น..เธอโดนผลักตกน้ำทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น เธอโดนข่มขู่ขับไล่ให้ออกไปจากโรงเรียนนี้..และหนักที่สุด”

                “เธอคงจะโดนกรีดหน้าจนเสียโฉมไปแล้วถ้าฉันไปช่วยไว้ไม่ทัน”

                “ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอ..มันทำให้ฉันคิดว่าฉันควรจะออกมาทำอะไรเพื่อเธอเสียที..ไม่ใช่ในฐานะนักเรียนที่เข้าใหม่ ไม่ใช่ฐานะน้องบัดดี้หรือไม่ใช่ในฐานะรุ่นน้องที่ฉันให้ความสนิทที่สุด”

                “แต่ที่ฉันออกมาปกป้อง..เป็นเพราะเธออยู่ในฐานะเจ้าหญิงของเหมันต์”

            ฮวังมิยองหันมองเสี้ยวหน้าของคนข้างกายทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ท่ามกลางความตื่นตะลึงกับสิ่งที่ได้รับรู้ไปเมื่อครู่ร่างบอบบางของเธอก็ถูกรวบตัวเข้าไปกอดไว้ด้วยอ้อมแขนเล็กอบอุ่นที่แสนคุ้นเคยของเขา มิยองตัวแข็งทื่อหูก็พลันมืดบอดไม่รับรู้เสียงเซ็งแซ่ของนักเรียนทั้งโรงเรียน ..ราวกับประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกตัดออกไปหมดเพราะตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ..รวมอยู่ที่คิมแทยอนทั้งหมด

                “ขอให้ทุกคนรับรู้โดยทั่วกัน ..ตั้งแต่นี้ต่อไป..ไม่ว่าใครก็ตามห้ามมาแตะต้องฮวังมิยองหรือพูดถึงเธอในทางที่ไม่ดีเด็ดขาด เพราะฮวังมิยองไม่ใช่เด็กนักเรียนธรรมดา..”

                “แต่เธอเป็นเจ้าหญิงเพียงหนึ่งเดียวที่เหมาะสมและคู่ควรกับเจ้าชายแห่งฤดูหนาว..เป็นเจ้าหญิงของเหมันต์และจะเป็นหนึ่งในสภานักเรียนในฐานะเลขานุการส่วนตัวของฉัน และเธอจะดำรงตำแหน่งนี้เรื่อยไปจนกว่าเธอจะเรียนจบจากที่นี่..ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันกล่าวไปถือเป็นคำขาดไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น!!

                สิ้นเสียงกังวานนั้น คิมแทยอนก็จัดการปลดสร้อยประจำตัวออกมาดึงมิยองที่กำลังยืนอึ้งเข้ามาใกล้เพื่อบรรจงสวมสร้อยรูปเกล็ดหิมะให้เธอ ประกายวูบวาบจากเพชรที่ฝังบนตัวจี้เกล็ดหิมะสะท้อนกับแสงอาทิตย์เป็นการตอกย้ำให้นักเรียนทุกคนที่อยู่ในที่นี้รับรู้กันถ้วนหน้า วงแขนเล็กที่โอบประคองเอวคอดดึงเธอเข้ามาใกล้เสยผมที่ตกลงมาเกะกะดวงหน้าหวานด้วยฝ่ามือเล็ก แทยอนทอดสายตามองเธอด้วยแววตาอ่อนโยนสั้นๆก่อนจะโน้มหน้าจูบบนหน้าผากมนของมิยองเนิ่นนาน

                “......จูบนี้..จะเป็นการยืนยันว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันพูดไปจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง...”

==========================================================================

© themy  butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #949 Tant (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 23:37
    โอ้โห้ววคุณคิมเล่นใหญ่มากค่ะ...... มิยองหนูเขินไหมค่ะลูก
    #949
    0
  2. #781 Chompoo76 (@Chompoo76) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 02:52
    โอ้ยยย ตอนนี้ สลบไปเลยค่ะ กริ๊ดหนักมากกกกกกกกกก
    #781
    0
  3. #769 Ce'ces Rizle (@aster-1) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 22:45
    นิพพานแล้วคะ....
    #769
    0
  4. #606 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 13:06
    กรี๊ดดดดคิมแทยอน แบบนี้ยังกล้าประกาศ แต่แค่บอกรักทำเป็นอาย
    #606
    0
  5. #200 coke (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:20
    ปนะกาศทั้งโรงเรียน -//////-
    #200
    0
  6. #182 ฟรีไทร์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:06
    แทยอนทำไมไม่ยอมบอกรักมิยองสักทึ

    บอกให้ชัดเจนไปเลย
    #182
    0