ตอนที่ 21 : Chapter 20 จุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 ม.ค. 58

Chapter 20 จุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด

 

 

 
 

                ฝีเท้าเล็กเดินมุ่งหน้าไปยังห้องชมรมอย่างกระตือรือร้น รอยยิ้มบางเจือบนใบหน้าใสที่เคยเฉยชาเป็นนิจแต่นั่นมันเมื่อก่อนที่คิมแทยอนจะเจอเธอคนนั้น คนที่เป็นคนสำคัญของเขา ..และคนที่เขากำลังจะบอกคำๆนั้นในวันแรกของภาคเรียนที่สองนี้ ..เชื่อเถอะว่าแทยอนซ้อมบอกรักหน้ากระจกเป็นพันๆครั้งตลอดปิดเทอมเพื่อจะได้ไม่ประหม่าเวลาพูดกับฮวังมิยอง และเขายังอดใจไม่เจอเธอในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของปิดเทอมอีกด้วยเพราะเจ้าตัวตั้งใจไว้ว่าวันเปิดเทอมวันแรกนี้จะเป็นวันที่เขาจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับเธอในฐานะที่ชัดเจนขึ้น..
 

                ..และเขาจะเปลี่ยนคนใหม่เพื่อเธอ ..คิมแทยอนคนพูดน้อยจะแทนที่ด้วยคนที่คอยพูดคำหวานให้เธอได้ชื่นใจเสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรก็ตาม.. แทยอนคิดและยิ้มกับตัวเองอย่างสุขใจ พนันได้ว่ามิยองจะต้องดีใจแน่ๆที่เขาบอกรักและบางทีเธออาจจะดีใจจนแสดงตายิ้มที่งดงามของเธอออกมาให้เขาได้เห็นก็ได้ ..พอเราสองคนได้คบกันแทยอนจะบอกใครต่อใครว่าเธอเป็นคนรักของเขา เราจะไปเที่ยวทะเลด้วยกันในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือไม่ก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่บ้านของเธอ ช่วยกันทำอาหารและใช้ช่วงเวลาแสนหวานด้วยกัน ..แค่คิดแทยอนก็มีความสุขจะตายแล้วล่ะ~..

                ใครต่อใครที่เดินสวนกับเขาต่างมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจเมื่อแทยอนเอาแต่ยิ้มและฮัมเพลงอย่างมีความสุข แต่เขาไม่สนใจหรอกเพราะคนที่เขาสนใจมีเพียงคนเดียวคือเด็กสาวขี้อายแว่นหนาคนนั้น ฮวังมิยองผู้แสนเรียบร้อยและเดียงสาเหมือนดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ ..ดอกไม้ที่งดงามและบอบบางของเขา.. เธอน่ารัก เธอเดียงสาและอ่อนหวานเป็นที่สุด ..แทยอนอยากบอกเธอเหลือเกินว่าเขารักเธอมากแค่ไหนและวันนี้แหล่ะที่เขาจะบอกเธอว่ารักพร้อมกับขอเธอคบด้วย

                แต่ร่างเล็กกลับต้องชะงักและหยุดฝีเท้าอยู่กับที่เมื่อบรรยากาศในห้องชมรมเต็มไปด้วยเสียงจอแจ แม้จะเป็นปกติที่เป็นเช่นนี้แต่วันนี้ดูจะแปลกไปกว่าทุกวันเมื่อเหล่าทโมนทั้งหลายเอาแต่รุมล้อมใครบางคนเต็มไปหมด เสียงเซ็งแซ่ของเหล่าเด็กหนุ่มที่พยายามชวนเด็กสาวที่อยู่ในวงล้อมคุยดังเสียงจนพาลให้แทยอนหงุดหงิดเล็กๆแต่พอคิดได้ว่าวันนี้เป็นวันดีเขาจึงไล่ความหงุดหงิดนั้นไปแล้วสาวเท้าเข้าไปในห้อง

                “มิ........ยอง.......” เสียงหวานนุ่มเปล่งจากริมฝีปากบางถูกกลืนหายลงในลำคอยามที่มองเห็นเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนในวงล้อม ทันทีที่เขาเห็นเธอความรู้สึกผิดหวังแปลกๆก็เกิดขึ้นในใจของเขา ..เขายอมรับว่าเธอสวยเด่นที่สุดในงานปาร์ตี้เมื่อปลายเทอมที่แล้วและคำชมมากมายในวันนั้นทำให้เธอดีใจมากมายแค่ไหนแต่เขาไม่คิดนี่ว่าเธอจะกล้าเปลี่ยนตัวเองใหม่ทั้งหมดแบบนี้..เพราะคำชมจากพวกผู้ชายในวันงานนั้นหรือเปล่าที่ทำให้เธอตัดสินใจเปลี่ยนตัวเอง.. เพราะอยากเป็นที่ยอมรับของใครต่อใครและอยากเป็นที่รุมล้อมใช่ไหม.. แทยอนพยายามแล้วที่จะไม่มองในแง่ร้ายแต่มันอดไม่ได้จริงๆเมื่อเห็นเธอเปลี่ยนไปแบบนี้ ..เด็กสาวขี้อายที่มักจะมีท่าทางเคอะเขินและหวาดกลัวการถูกรุมล้อมคนนั้นหายไปไหน.. ยิ่งเห็นใบหน้าหวานยิ้มแย้มไม่หยุดเมื่อได้รับความสนใจจากคนมากมายก็ยิ่งตอกย้ำความคิดในแง่ร้ายที่ว่ามิยองเปลี่ยนตัวเองก็เพื่อที่จะให้ใครต่อใครยอมรับ

                “มัวแต่รุมล้อมอะไรกันอยู่ ทำไมไม่รู้จักไปซ้อม..”

                เด็กหนุ่มที่รุมล้อมร่างบอบบางอยู่รีบกรูออกไปประจำเครื่องดนตรีของตัวเองทันทีที่ได้ยินเสียงแข็งกร้าวจนติดเย็นชาของประธานชมรมคนใหม่ ต่างคนต่างก้มหน้ากันงุดๆอย่างพยายามที่จะไม่สบสายตาเย็นชาจนแข็งกระด้างของคนตัวเล็ก ปกติแทยอนเป็นคนที่เย็นชาจนไม่น่าเข้าใกล้ก็จริง..แต่ไม่รู้ทำว่าทำไมวันนี้บรรยากาศรอบตัวของคิมแทยอนถึงเย็นเยือกจนหนาวสันหลังแปลกๆแฮะ..

                “รุ่นพี่คะ” เสียงหวานของเธอเรียกให้แทยอนหันไปสนใจได้เสมอ แต่ฮวังมิยองกลับต้องชะงักไปกับดวงตาแข็งกระด้างของเขา นึกแปลกใจว่าเขาเป็นอะไรไปหนอปกติแทยอนไม่เคยมีท่าทีเย็นชาใส่เธอเช่นนี้แต่กระนั้นเด็กสาวกลับคิดไปว่าเขาอาจจะกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่และเธอเองก็เป็นคนเดียวที่ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นได้ มิยองจึงเดินไปดึงมือเล็กเข้ามาใกล้โดยไม่ได้รับรู้ถึงสีหน้าตึงเรียบของเขาเลยยามที่เขาปรายตามองหนุ่มน้อยหน้าใสที่นั่งเป็นเพื่อนเธอก่อนหน้านี้

                ดวงตาสีเข้มตวัดสายตามองนิชคุณที่ส่งยิ้มให้อย่างน่าหมั่นไส้แล้วหันมองใบหน้าหวานที่ส่งยิ้มร่าเริงให้เขา แทยอนเม้มปากกล้ำกลืนความผิดหวัง ความหวาดกลัวที่เคยเกิดขึ้นกลับมารบกวนจิตใจอีกครั้งเมื่อเห็นเธอเปลี่ยนไปแบบนี้ เขากำหมัดแน่นพยายามสะกดกลั้นความผิดหวังไว้แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ “ไปทำอะไรมา...”

                “คะ???” เธอเอียงคอมองกันอย่างใสซื่อ.. แต่เธอไม่รู้หรอกว่าทำให้แทยอนเจ็บปวดเพราะความผิดหวังมากแค่ไหน ความเจ็บปวดนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เขาก้าวเท้าเข้ามาให้ห้องและเห็นเธอที่ไม่ใช่คนเดิมแจกยิ้มหวานให้ผู้ชายมากมายที่เข้ามารุมล้อมเธอแล้ว มิยองเห็นแทยอนเอาแต่มองเธอเงียบๆก็พอจะเดาได้ว่าเขาหมายถึงอะไร เด็กสาวยิ้มเขินเธอเหลือบตามองเพื่อนหนุ่มคนสนิทเล็กๆเห็นอีกฝ่ายยิ้มให้กำลังใจตอบกลับมาก็พอจะใจชื้นขึ้นบ้าง

                “ฉันแค่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองนะค่ะ....”

            ..เธอก็แค่อยากจะเปลี่ยนเป็นคนที่มีความกล้า..กล้าที่จะบอกเขาว่าเธอทำเพื่อเขานะ เธอจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยขึ้น น่ารักขึ้นและเปลี่ยนนิสัยขี้อายของตัวเองก็เพื่อเขา..

                “ทำไม...”

                พวงแก้มนวลของเด็กสาวแดงก่ำก้มหน้างุดๆเพื่อซ่อนใบหน้าแดงๆของตัวเองไม่ให้เขาเห็น เพราะมัวแต่เขินจึงไม่ได้สังเกตน้ำเสียงที่เย็นชาของเขา มิยองอมยิ้มเขิน ฉันอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้นเพื่อใครบางคน..เพื่อให้เหมาะสมกับเขา..”

                “คนที่ฉันรัก”

                คิมแทยอนตัวชาวาบทันทีที่ได้ยิน หากจะเปรียบเหมือนกับโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้าก็คงไม่ผิดนัก มือไม้ของเขาเย็นและสั่น..มันไม่ได้สั่นเพราะความตื่นเต้นแต่มันสั่นเพราะความผิดหวังแล่นริ้วไปทั่งร่างเสียจนแทยอนรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างของตัวเองมันอ่อนแรงไปหมด เขาเกือบจะยืนไม่ไหวแล้วจริงๆแต่เพราะความทระนงในศักดิ์ศรีทำให้เขายืนหยัดนิ่งปล่อยให้สติของตัวเองว่างเปล่า ยิ่งเห็นเธอหันไปสบตากับนิชคุณที่ยิ้มตอบกลับมาก็เข้าใจคำตอบทั้งหมดโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องขอคำอธิบายเลยสักนิด..

                ..เข้าใจแล้ว..เข้าใจหมดทุกอย่าง..

                ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพื่อสะกดกลั้นเสียงสะอื้น กระบอกตาร้อนผ่าวและคิดว่าน้ำตาแห่งความผิดหวังและเจ็บปวดจะไหลออกมาในไม่ช้า แทยอนเงยหน้าขึ้นเพื่อกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เขาสูดลมหายใจลึกเพื่อตั้งสติเมื่อเธอเอื้อมมือมาจับแขนเขาพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงน่ารักแต่มันเป็นวัตถุชั้นดีที่กรีดให้หัวใจเขาเป็นแผลได้

                “รุ่นพี่คิดว่าฉัน..เป็นยังไงบ้างคะ... อ๊ะ??”

                ใบหน้าแสนหวานเงยหน้ามองเขาเมื่อแทยอนสะบัดมือให้หลุดจากการเกาะกุม ..แล้วฮวังมิยองก็ตัวชาวูบยามที่ได้สบสายตาคู่นั้น ..ดวงตาสีเข้มที่มักอบอุ่นเสมอเวลาทอดมองเธอยามนี้มันกลับเต็มไปด้วยความเย็นชาอย่างที่ไม่เคยได้รับ ..ไม่ทันจะได้ถามอะไรออกไป ความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากก็เกิดขึ้นทันทีที่ได้รับคำพูดและแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและกรุ่นโกรธจากเขา

                “นับตั้งแต่วินาทีที่ฉันเห็นเธอวันงานเต้นรำ ฉันย้ำกับตัวเองให้เชื่อใจเธอ..ฉันเคยเชื่อมาตลอดว่าเธอจะไม่เปลี่ยนไปเพราะหลงใหลในคำชมจอมปลอมพวกนั้น..แต่แล้ววันนี้..เธอทำให้ฉันคิดผิด...”

                “ฉัน..เกลียดคนผิดสัญญา..”

            เหมือนหัวใจถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นยามที่ได้ยินประโยคสั้นๆของเขา สองขาอ่อนแรงจนมิยองไม่สามารถยืนหยัดได้อีกและเธอคงจะล้มลงไปนั่งกับพื้นแล้วหากไม่มีมือของนิชคุณช่วยประคอง หยดน้ำตาเอ่อคลอดวงตาคู่หวานก่อนจะไหลอาบแก้มนวล ริมฝีปากสั่นระริก ..ราวกับเสียงถูกกลืนหายไปพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นริ้วเข้ามาแทน เหมือนกับทุกอย่างเคลื่อนไหวช้าลง..ไม่ใช่แค่ภาพที่เขาหันหลังเดินจากไปเพียงเท่านั้น ..แต่เป็นเสียงหัวใจของเธอด้วยที่เต้นช้าลงจนน่าใจหาย.. เหมือนกับสมองของเธอหยุดสั่งการไปกะทันหันเมื่อเขาสาดความเย็นชาใส่เธอด้วยแววตาคู่กลม..ไม่แม้แต่จะหาเสียงของตัวเองเจอ..นาทีนี้ฮวังมิยองทำได้แค่มองเขาเดินออกจากห้องไปโดยที่เธอไม่สามารถเอ่ยปากรั้งเขาไว้ได้เลย..

                ..ทำไมถึงเป็นแบบนี้...ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนเธอตั้งตัวไม่ทัน ..นี่เธอทำอะไรผิดอย่างนั้นเหรอ เขาโกรธอะไรเธอ..เธอผิดสัญญาอะไรเหรอ.. มิยองคิดกับตัวเองอย่างสับสนและปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเงียบๆ หัวใจเจ็บแปลบเมื่อนึกถึงสายตาเย็นชาคู่นั้น เธอไม่อาจเข้าใจได้เลยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เข้าใจว่าแทยอนเป็นอะไรไป.. เธอเคยรู้ใจแทยอนดีที่สุด เข้าใจเขาที่สุดว่าเขาคิดอะไรหรือรู้สึกอะไรอยู่..แต่ครั้งนี้เธอไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าแทยอนเป็นอะไร..

..ทั้งๆที่...

                ..ทั้งๆที่เธอเองก็แค่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมาะสมคู่ควรกับเขาก็เท่านั้นเอง...

................................................................................................................................................................................

                ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนทรมาน.. จากคนที่เคยเดินเคียงข้างกันเสมอ จากมือที่เคยจับกุมกันไม่ปล่อย จากโทรศัพท์ที่โทรหากันทุกคืน จากอ้อมกอดแสนอบอุ่นที่เคยโอบกอดและจากรอยยิ้มที่มีให้กันตลอดเวลาไม่ว่าจะไปไหนบัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า นับตั้งแต่วันนั้นภาพของแทยอนและมิยองที่ทุกคนเห็นจนชินตากลับไม่มีให้ได้เห็นอีกต่อไป ..ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทั้งสองคนเว้นแต่คนสนิทของทั้งคู่เพียงเท่านั้น แทยอนดูเหมือนจะทั้งโกรธทั้งผิดหวังที่คิดว่ามิยองเปลี่ยนไปเพราะอยากเป็นที่ชื่นชมของเด็กผู้ชายอยากเป็นจุดสนใจ ส่วนมิยองเอง..คิดว่าแทยอนโกรธเธอก็ไม่กล้าที่จะเข้าหาเพราะทุกครั้งที่พบกัน..สิ่งที่เธอได้รับไม่ใช่แววตาอ่อนโยนแต่เป็นแววตาเย็นชาและการกระทำที่ทำเหมือนว่าเราไม่เคยมีความผูกพันใดๆเกิดขึ้น..

                ทุกคนที่ใกล้ชิดต่างลงความเห็นกันว่าคิมแทยอนคนเย็นชาได้กลับมาอีกครั้งและดูเหมือนว่าจะมากกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำ วันๆเขาเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องดนตรีหรือไม่ก็ห้องสภานักเรียนจมอยู่กับงานเอกสารที่เขาเสนอว่าจะรับผิดชอบทำทั้งหมดและปฏิเสธไม่รับฟังอะไรทุกครั้งที่เพื่อนสนิททั้งสามพยายามจะถามหรืออธิบายเรื่องของฮวังมิยอง..

            ..ไม่อยากฟัง ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น..

            แม้ว่ายูริจะเอ่ยปากต่อว่าว่าเขามันหัวรั้นไม่ฟังใคร คิดเองเออเองทุกเรื่องแต่เขาก็ไม่สน แทยอนทำเหมือนคำต่อว่าของเพื่อนสนิทเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน ..แม้กระทั่งทำเป็นเมินเฉยใส่เธอทุกครั้งที่เดินสวนกัน ..ไม่ใส่ใจแววตาตัดพ้อที่ส่งมาจากดวงตาคู่หวานนั้นเลยแม้แต่น้อย ..ใครจะสน.. แทยอนเชื่อใจใครเขาปักใจเชื่อไปทั้งหมดแต่การที่เธอมาทำให้ความเชื่อใจของเขาต้องพังทลาย ..มาทำให้เขารู้สึกดีแล้วไปเลือกคนอื่นแบบนั้นเขาก็ทำใจที่จะพูดคุยได้ยากเหมือนกัน ..เพราะรู้ว่าตัวเองไม่สามารถหักห้ามใจไม่ให้คิดอะไรกับเธอได้เขาจึงพยายามวางตัวเฉยชาทำเป็นไม่สนใจเพื่อที่จะไม่ต้องมารับรู้ว่าเธอมีความสุขกับใครที่ไม่ใช่เขา

                แต่ถึงกระนั้น.. คิมแทยอนก็บังคับตัวเองให้ไม่แอบมองเธอไม่ได้เลยจริงๆ ..แม้ผลที่ได้รับกลับมาคือความเจ็บปวดหัวใจที่เห็นเธอไปเดินกับนิชคุณแทนที่จะเป็นเขา ..เห็นเธอยิ้มให้เด็กหนุ่มคนนั้น ..เห็นเธอหัวเราะเพราะเรื่องตลกของเด็กหนุ่มคนนั้น.. เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีเคยได้รับมันถูกแย่งไปจนไม่เหลืออะไร..

            ..มิยองไม่ได้รักเขา..เธอแค่รู้สึกดีแต่ไม่ได้แปลว่าเธอจะต้องรัก..

 

            แต่แทยอนไม่รู้หรอก...ว่าสิ่งที่เขาเห็นว่าเธอมีความสุขดี..มันคือการเสแสร้งแกล้งทำจากเธอทั้งนั้น เขาไม่รู้..ว่าภายใต้รอยยิ้มสดใสยามที่อยู่กับเพื่อนๆมันมีความปวดร้าวซ่อนอยู่ ..ไม่มีใครรู้ว่าเธอเจ็บปวดแค่ไหนที่อยู่ๆเขาก็ตีตัวออกห่างเธอไปแบบนี้..อยากถามแต่ก็ไม่กล้าพอเพราะแววตาเย็นชาคู่นั้นมันทำให้เธอไม่กล้าที่จะเข้าหา มิยองไม่อยากกวนใจเขาก็เท่านั้นแม้เพื่อนสนิทจะพยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เธอเองก็ไม่สามารถหาคำตอบดีๆกลับไปให้ได้เหมือนกันในเมื่อตัวเธอเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเธอไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจ...

                ...เพราะคนหนึ่งเอาแต่คิดไปเอง หัวรั้น ไม่ฟังใคร ..อีกคนก็ไม่มีความกล้าพอที่จะเข้าหาเพื่อถามว่าตัวเองทำอะไรผิด..แล้วมันจะมีทางออกไหนนอกจากความเจ็บปวดของทั้งคู่กันเล่า..

................................................................................................................................................................................

                โรงพยาบาลโซล

               

                เสียงพื้นรองเท้าหนังดังกระทบกับพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะไม่เร่งรีบเท่าใดนัก ร่างสูงสง่าในชุดกราวด์สีขาวสะอาดตาพยักหน้ารับคำทักทายของคนที่เดินสวนไปมา ใบหน้าเคร่งขรึมยังคงความหล่อเหลาเฉกเช่นสมัยยังหนุ่มแม้อายุจะย่างเข้าสี่สิบเศษแล้วก็ตาม นายแพทย์คิมซูฮยอนเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลโซลและควบตำแหน่งผู้อำนวยการคนปัจจุบันของสถานที่แห่งนี้มาได้หลายปีแล้ว ไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่าช่วงเวลาที่นายแพทย์ใหญ่ผู้มีหน้าตาหล่อเหลาเหมือนสมัยหนุ่มๆคนนี้เป็นผู้อำนวยการนั้นเป็นช่วงที่โรงพยาบาลโซลเฟื่องฟูที่สุด แม้ซูฮยอนจะมีท่าทีเคร่งขรึมจนน่ากลัวแต่เพราะฝีมือการผ่าตัดและมันสมองอันยอดเยี่ยมกลับเป็นสิ่งทดแทนที่ทำให้แพทย์ชั้นผู้น้อยและทุกคนในโรงพยาบาลแห่งนี้ให้ความเคารพและศรัทธาในตัวศัลยแพทย์ผู้นี้

                ฝ่ามือหนาผลักประตูห้องวิจัยที่เขาและลูกทีมมักจะขลุกอยู่ทั้งวัน ดวงตาคมหยุดอยู่ที่แผ่นหลังบางของหญิงสาวหนึ่งในลูกทีมของเขาและยังเป็นรุ่นน้องคนสนิทตั้งแต่สมัยที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เขาแตะฝ่ามือหนาลงบนไหล่ลาดของคนที่นั่งดูเอกสารบางอย่างแล้วยิ้มมุมปากเล็กเมื่อหล่อนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นเคย

                “เย็นนี้ว่างหรือเปล่า” ซูฮยอนเอ่ยถามด้วยเจตนาเจาะจงว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เขาไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายรอนานนักจึงพูดสวนกลับไปทันที “ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ ถ้ายังไงเย็นนี้แวะไปทานอะไรด้วยกันก่อนกลับนะ”

                “เอ่อ..ไม่คิดจะรอคำตอบสักหน่อยหรือไงคะเนี่ย”

                ความเงียบที่ตอบกลับมาทำให้ยูอินนาถอนใจและไหวไหล่เป็นการยอมรับคำสั่งนั้น ก่อนที่หล่อนจะหันกลับไปจัดการเอกสารงานวิจัยตรงหน้าต่อพร้อมขมุบขมิบปากบ่นพึมพำกับนิสัยจอมเผด็จการที่ไม่เคยเปลี่ยนไปของหัวหน้าทีม ความจริงแล้วหล่อนก็ได้แต่พึมพำและบ่นไปอย่างนั้นแหล่ะเพราะรู้ดีว่าถึงจะเผด็จการอย่างไร คิมซูฮยอนก็เป็นรุ่นพี่ที่ใจดีและเป็นที่พึ่งของหล่อนได้ทุกเรื่องเสมอ..

................................................................................................................................................................................

                ดวงตาคู่หวานจับจ้องร่างเล็กที่กำลังนั่งอยู่หน้าผืนผ้าใบสีขาว มองเขาคนนั้นที่กำลังใช้เวลาพักเที่ยงไปกับการทำการบ้านในห้องเรียนศิลปะเงียบๆ ..นี่เป็นวันที่สองแล้วที่ฮวังมิยองได้แต่แอบมองเขาอยู่ห่างๆแบบนี้ ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนสองขาของเธอก็จะแอบตามไปห่างๆเสมอเพื่อหวังว่าตัวเองจะมีความกล้าพอที่จะเดินเข้าไปทวงถามเขาว่าเขาเป็นอะไรไป ถามถึงเหตุผลที่อยู่ๆก็มีท่าทางเย็นชาใส่แบบนี้ ..แต่จนแล้วจนรอดด้วยความกล้าที่มีอยู่น้อยคิดทำให้มิยองต้องมาลงเอยกับการที่เอาแต่มองเขาห่างๆอยู่เรื่อยไป

                ..สุดท้ายก็เป็นเธอเองอีกนั่นแหล่ะที่ต้องมานั่งร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ และโหยหาความทรงจำดีๆที่เคยมีให้กันเสมอ ..แม้ว่ามันจะแสนสั้นแต่มิยองยอมรับว่าเธอรักมันที่สุด..

                ความทรงจำในช่วงเวลาที่เธอเคยเคียงข้างเขาฉายชัดเข้ามาในหัวทีละภาพ ภาพรอยยิ้มของเขาที่เคยยิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขา.. ทุกอย่างที่กำลังฉายชัดทำให้ความรู้สึกที่เปราะบางกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำตา มิยองยกมือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้ดังเล็ดลอด เธอได้แต่ยืนร้องไห้เงียบๆที่หน้าห้องเรียนศิลปะโดยที่ไม่อาจรู้ได้เลยว่าคนตัวเล็กกำลังมองเธอผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ..เพราะมิยองเอาแต่ยืนก้มหน้าร้องไห้เธอจึงไม่อาจเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย..

               

                หัวใจของคิมแทยอนกำลังเจ็บปวดกับภาพที่เห็น ..เคยเห็นเธอไปกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขาก็ว่าเจ็บปวดแล้วแต่การที่เขาทำได้แค่ยืนมองเธอร้องไห้โดยที่ไม่กล้าเข้าไปปลอบเหมือนเคยทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดยิ่งกว่า ..ด้วยทิฐิมากมายที่ฝังลึกในนิสัยและด้วยจิตใต้สำนึกที่ร้องเตือนว่าเขาไม่ควรที่จะไปวุ่นวายกับของของคนอื่นทำให้คิมแทยอนได้แต่ยืนมองเธอจากตรงนี้ก็เท่านั้น.. เขาไม่รู้ว่าเธอมาทำอะไรแถวนี้และไม่กล้าคิดว่าเธอมาตามหาเขา ..แต่นาทีนี้หัวใจของเขาเจ็บปวดจนระบมเหมือนโดนเข็มหลายพันเล่มทิ่มแทง เหมือนโดนปลายมีดคมกรีดลงบนบาดแผลที่ยังไม่หายดี ..มันทั้งเจ็บทั้งชาจนปลายนิ้วของเขาเย็นเยียบไปหมด..

                ..แต่จะให้เขาทำยังไง ให้เดินเข้าไปดึงเธอมากอด แล้วปลอบโยนเธออย่างที่เคยทำมานะเหรอ..ไม่หรอก เขาทำไม่ได้หรอก มิยองเป็นของคนอื่น..มิยองไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว..และเขาก็ไม่เลวพอที่จะหน้าด้านไปแย่งของใครเพราะต่อให้แย่งมาได้..

                ..หัวใจของเธอก็ไม่ใช่ของเขาอยู่ดี..

                ..ปล่อยให้เรื่องของเรามันจบแบบนี้แหล่ะดีแล้ว อย่างน้อยความรู้สึกที่กำลังเริ่มเติบโตจะได้หยุดลงง่ายกว่าและเจ็บน้อยกว่า เพราะถ้าเขาไม่ใจแข็งทำเย็นชาใส่เธอ ..เขาก็จะยิ่งหักห้ามใจไม่ให้รักเธอไม่ได้แล้วสุดท้ายคิมแทยอนคนนี้เองที่จะต้องเจ็บปวดแทบตายทุกครั้งที่เห็นเธอยิ้มมีความสุขให้คนอื่นที่ไม่ใช่เขา..

                ..ทำยังไงก็ได้..ไม่ให้เธอมายุ่งกับเขา ให้เธอโกรธจนเกลียดเขาไปเลยยิ่งดี..

                คิมแทยอนตั้งใจแบบนั้น..

 

                เสียงประตูห้องเรียนที่เปิดออกทำให้เด็กสาวหน้าหวานสะดุ้งและยกมือเช็ดน้ำตาลวกๆ มิยองไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้แทยอนเห็นเพราะรู้ดีว่าถึงร้องไห้ยังไงแทยอนก็ไม่สนใจเธออยู่ดี แม้เธอจะหวังให้เขากลับมาเหมือนเดิมสักเท่าไหร่ก็ตาม.. ใบหน้าหวานเงยหน้ามองเขาแล้วหัวใจก็พาลเย็นวูบเหมือนทุกครั้งที่ได้สบสายตาเย็นชาคู่นั้นของเขา แม้จะพบกับความเย็นชานั้นบ่อยแค่ไหนแต่หัวใจมันไม่ชินจริงๆ ..ในเมื่อความอ่อนโยนที่เขาเคยมีให้กลับฝังลึกจนยากที่จะลบเลือนแบบนั้น

                “พี่...”

                มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ตอบกลับมา ไม่มีรอยยิ้มอบอุ่น ไม่มีแววตาหรือน้ำเสียงที่อ่อนโยนใดๆเหมือนวันวาน ฮวังมิยองพยายามกลั้นก้อนสะอื้น ข่มความปวดร้าวที่เกิดขึ้น เธอเอื้อมมือเพื่อจะคว้าแขนเขาเอาไว้ไม่ให้เขาเดินหนีไปแต่วินาทีที่ดวงตาสีโกโก้ปรายตามองมาด้วยหางตาน้ำเสียงและเรี่ยวแรงก็พลันเหือดหายจนน่าแปลกใจ

                ..สุดท้ายแล้วฮวังมิยองก็ทำได้แค่ยืนมองเขาเดินจากไปด้วยดวงตาที่รื้นน้ำ..เหมือนทุกครั้ง..

                ..น่าสมเพชตัวเองจริงๆ..ที่ไม่มีความกล้าพอที่จะเอ่ยรั้งเขาเอาไว้เลย..

 

                ..หากเลือกได้..ฉันก็อยากจะเลือกให้ตัวเองเป็นคนที่มีความกล้ามากกว่านี้ เพราะอย่างน้อยฉันจะได้กล้าถามเขาว่าฉันทำอะไรผิดไปหรือ เขาถึงมีท่าทีเย็นชากับฉันแบบนี้ ..แต่เพราะฉันไม่มีความกล้ามากพอที่จะถามเขาเพราะทันทีที่ได้สบสายตาเย็นชาคู่นั้น ความกล้าที่มันมีอยู่น้อยนิดก็พลันหายไปจนไม่มีเหลือ..

                ..ฉันจึงทำได้แค่เฝ้าถามตัวเองซ้ำๆ ..ว่าฉันควรจะทำยังไงเพื่อไม่ให้หัวใจของตัวเองต้องเจ็บปวดเวลาที่ได้สบสายตาเย็นชาของเขาก็เท่านั้นเอง..

................................................................................................................................................................................

“พี่ซูฮยอนมีเรื่องสำคัญอะไรหรือเปล่าคะ หน้าตาพี่ดูเคร่งเครียดจังเลย” เสียงหวานของยูอินนาเอ่ยถามอีกคนระหว่างที่หล่อนและซูฮยอนกำลังใช้เวลาหลังเลิกงานไปกับมื้อเย็นที่ร้านอาหารอิตาเลียนไม่ไกลจากโรงพยาบาลเท่าไหร่นัก ดวงหน้าสวยแม้จะมีอายุย่างเข้าเลขสี่เงยหน้ามองใบหน้าคมคายของศัลยแพทย์หนุ่มใหญ่ที่นั่งจิบไวน์ราคาแพงเงียบๆ

                คิมซูฮยอนผ่อนลมหายใจเบา เขาหลับตาเพื่อตั้งสิตเรียบเรียงคำพูดในเรื่องสำคัญ “อินนาฉันอยากให้เธอตอบรับคำขอของฉันอย่างหนึ่ง” เหลือบตามองใบหน้าสวยที่เอียงคอตอบกลับมาเล็กน้อย “ฉันอยากให้เธอช่วยดูแลสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน ..ฉันไว้ใจเธอและฉันก็คิดว่าไม่มีใครอีกแล้วที่จะทำสิ่งนี้ได้ดีเท่าเธอ”

                “แต่งงานกับฉัน ..ยูอินนา...”

                “เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของฉัน ..มาดูแลลูกสาวของฉันแทนซูจี.. เขาถูกทิ้งไว้คนเดียวนานเกินไป..นานจนฉันกลัวว่าเขาคิดว่าเขาไม่เหลือใครอีกแล้ว..แล้วเขาจะเดินไปในทางที่ผิด” น้ำเสียงทุ้มเข้มของศัลแพทย์หนุ่มใหญ่สั่นเครือ แววตาคมที่เฉยชาเสมอกลับถูกทดแทนด้วยแววตาสั่นไหวเหมือนทั้งกังวลและหวาดกลัวในสิ่งที่กำลังพูดออกมาจับใจ “ฉันรู้ดีว่าฉันไม่สามารถเข้าไปทำหน้าที่นั้นได้อีกแล้วเพราะรอยร้าวมันมีมากเกินไป..เขาไม่ยอมฟังฉัน” ซูฮยอนเหลือบตามองหล่อนด้วยแววตาอ้อนวอน “เพราะฉะนั้น..ฉันถึงอยากให้เธอช่วย...”

                “แต่งงานกับฉันเถอะ”

            “................”

“นี่ไม่ใช่ประโยคคำสั่งของหัวหน้าแต่คือคำขอร้องจากรุ่นพี่ของเธอ”

                คำขอของเขาทำให้หล่อนนิ่งงัน.. อินนาอยากจะเอ่ยปากปฏิเสธเพราะสิ่งที่เขาขอนั้นมันเป็นเรื่องใหญ่เสียจนหล่อนคิดว่าหล่อนทำตามคำขอของเขาไม่ได้ แต่คิมซูฮยอนมีบุญคุณกับหล่อนมาก.. บางทีก็มากเสียจนหล่อนเอ่ยปฏิเสธคำขอในหลายๆเรื่องของเขาไม่ได้เลย.. ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำอย่างกำลังใช้ความคิดไตร่ตรอง ..เรื่องการแต่งงานเป็นเรื่องละเอียดอ่อน..และการที่จะเข้าไปให้ทำให้ลูกของซูฮยอนยอมรับและเปิดใจให้หล่อนได้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาแล้วไหนจะยังเรื่องมิยองลูกสาวของหล่อนอีกเล่า..

                ..เด็กสาวจะยอมรับได้ไหมหากอินนาจะแต่งงานใหม่..

                “..เราจะแต่งกันแค่ในนาม..จัดงานแบบเงียบๆที่มีแค่ครอบครัวของฉันกับเธอเท่านั้น..เธอไม่ต้องเป็นห่วง” เขากล่าวเมื่อเห็นท่าทางเป็นกังวลของหล่อน รอยยิ้มที่หาได้ยากบนใบหน้าหล่อเหลาส่งให้เพื่อคลายความกังวลใจ “ส่วนเรื่องของมิยอง..ฉันคิดว่าลูกสาวของเธอเข้าใจเธอดีนะอินนา..”

                ยูอินนาถอนหายใจบางก่อนจะตอบรับคำขอของซูฮยอนเสียงเบา ..หากเขาไม่ใช่รุ่นพี่ที่หล่อนเคารพ.. หากเขาไม่ใช่คนที่มีบุญคุณกับหล่อน..ไม่ใช่คนที่ช่วยยื้อชีวิตหล่อนไว้ในวันที่หล่อนประสบอุบัติเหตุ..สาบานได้วายูอินนาจะไม่มีวันยอมรับคำขอที่แสนละเอียดอ่อนนี้เลยสักนิดเดียว ..แต่เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาได้ให้กับหล่อน มันมีค่าเสียจนอินนาคิดว่าชดใช้เท่าไหร่ก็คงไม่พอ..ดังนั้นแล้วหากมีอะไรที่หล่อนสามารถตอบแทนเขาได้ หล่อนก็ยินดีที่จะทำ..

                ดวงตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของรุ่นพี่ด้วยแววตาครุ่นคิด พาลนึกถึงเด็กสาวร่างเล็กที่หล่อนนึกเอ็นดูอย่างคิมแทยอนนัก ..ดวงตาของเด็กคนนั้นกับซูฮยอนเหมือนกันเสียจนอินนาฉุกคิดในใจจนต้องเอ่ยถาม    “ลูกสาวพี่..ชื่ออะไรเหรอคะ”              

                “แทยอน...ลูกสาวของฉันชื่อ คิมแทยอน”

            ยูอินนาชะงักไปทันทีที่ได้ยินคำตอบ.. หล่อนเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ..ก็อาจจะแค่ชื่อที่เหมือนกัน..คนชื่อแทยอนมีเป็นร้อยคนในเกาหลี ..อีกอย่างหากลูกเลี้ยงที่หล่อนจะต้องเข้าไปดูแลเป็นคนเดียวกับคนที่มิยองรัก..มันคงไม่ดีแน่ๆเพราะถ้าเป็นแบบนั้น เด็กสองคนนั้นจะรักกันได้ยังไง..ยูอินนาไม่ปรารถนาให้ใครมาดูแลมิยองอีกแล้วนอกจากเด็กคิมคนนั้น..

                ..ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เป็นอย่างที่คิด อย่าให้สิ่งที่กังวลต้องเป็นจริงเลย..

 

                ใบหน้าแสนหวานเงยหน้าจากสมุดการบ้านยามที่ได้ยินเสียงทักทายที่คุ้นหู มิยองยันตัวลุกขึ้นจากโซฟาในห้องรับแขกเดินตรงเข้าไปสวมกอดร่างบางของผู้เป็นแม่ทันทีที่เห็นหน้า เก็บซ่อนสีหน้าทุกข์ใจของปัญหาที่กำลังเกิดและหาทางออกไม่ได้ไว้ภายใต้รอยยิ้มสดใสอย่างแนบเนียนเพียงเพราะไม่อยากให้แม่จะต้องกังวลใจไปกับเธอด้วย

                “เหนื่อยไหมคะคุณแม่” เสียงหวานของลูกสาวเอ่ยถามด้วยความใส่ใจเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่สิ่งที่แปลกไปคือรอยยิ้มที่ส่งมาให้กลับดูฝืดเฝื่อนราวกับจงใจปั้นยิ้มเพื่อปกปิดเรื่องอะไรบางอย่าง

                อินนาโอบร่างบอบบางของลูกสาวนั่งลงกับโซฟารับแขก ฝ่ามือเรียวลูบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเรื่อยไปจนพวงแก้มนวลของเด็กสาว “มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะลูก” เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงแต่กลับได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้ากลับมาแทน หล่อนถอนหายใจเล็กน้อย ..รู้ดีว่าลูกสาวต้องมีอะไรไม่สบายใจแต่หล่อนไม่อยากคาดคั้นนักเพราะรู้นิสัยลูกสาวดี ..หากไม่อยากบอกคาดคั้นไปก็เท่านั้นแต่เมื่อไหร่ที่มิยองพร้อมเด็กสาวจะเป็นคนพูดออกมาเอง..

                “มิยองอา..” ยูอินนาถอนหายใจเบาบาง หล่อนเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะพูดออกไปด้วยสีหน้าเป็นกังวลเล็กๆ “ถ้าแม่จะแต่งงานใหม่..ลูกจะว่าอะไรไหมคะ แม่เป็นห่วงความรู้สึกของลูก..กลัวว่าลูกจะคิดมากหรือไม่พอใจหากแม่จะแต่งงานใหม่อีกครั้ง”

                “ไม่หรอกค่ะแม่ ถ้าเป็นความสุขและความต้องการของแม่มิยองก็เคารพการตัดสินใจของแม่นะคะ” มิยองส่งยิ้มเพื่อให้คนเป็นแม่คลายกังวล “อีกอย่าง..มิยองก็คิดว่าเราอยู่กันสองคนมานานแล้วหากเราจะมีสมาชิกใหม่เพื่อให้ครอบครัวของเราสมบูรณ์ขึ้น มิยองก็คิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีนะคะ” เธอเอียงคอแล้วส่งยิ้มเล็กๆกลับไป “ว่าแต่..มิยองจะมีพี่หรือน้องกันนะ.. อยากรู้จังเลยค่ะ มิยองจะเข้ากันได้ดีกับเขาหรือเปล่านะ”

                “ลุงหมอมีลูกสาวที่อายุไล่เลี่ยกับลูกค่ะ อายุแก่กว่าลูกแค่ปีเดียวเอง..แม่คิดว่าลูกกับลูกสาวของลุงหมอต้องเข้ากันได้ดีแน่ๆค่ะ”

                “ดีจังค่ะ มิยองจะได้มีพี่สาวแล้ว” เด็กสาวยิ้มแป้น ความสุขระคนตื่นเต้นเล็กๆที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะมีพี่สาวทำให้เธอเลิกคิดถึงเรื่องที่กำลังกวนใจไปได้ชั่วขณะ ใบหน้าแสนหวานระบายยิ้มขณะวาดภาพที่เธอกำลังเดินควงแขนพี่สาวคนใหม่ไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่ตามประสาเด็กวัยรุ่นที่อายุไล่เลี่ยกัน หาอะไรสนุกๆทำด้วยกันหรือแม้กระทั่งนั่งทำการบ้านด้วยกัน

..เท่านี้เธอก็จะไม่ต้องเหงาในเวลาที่แม่ไม่อยู่รวมถึงจะได้ถือโอกาสหาคนเป็นที่ปรึกษาในเรื่องไม่สบายใจที่เธอกำลังเจออยู่ด้วย..เพียงแค่คิด..มิยองก็ตื่นเต้นจะแย่แล้ว ..เป็นลูกคนเดียวมาตั้งนาน เธอจะได้มีพี่สาวกับเค้าเสียทีนะ..

..ว่าแต่..พี่สาวคนใหม่ของเธอจะหน้าตาเป็นยังไงนะ อยากเห็นหน้าจัง..

                แต่เชื่อเถอะ หากมิยองได้เห็นหน้าพี่สาวคนใหม่ สิ่งที่เธอฝันต้องสลายไปในพริบตาแน่..เด็กสาวไม่อาจรู้ได้เลยว่าผลตอบรับเมื่อเธอได้พบหน้าพี่สาวคนใหม่นั้นจะทำให้เธอต้องแบกรับความเจ็บปวดไว้มากเลยทีเดียว..

................................................................................................................................................................................

                ดวงตาสีใกล้เคียงสองคู่มองสบตากันสลับกับมองไปยังคนตัวเล็กที่นั่งเปิดแฟ้มเอกสารเงียบๆ ตั้งแต่คิมแทยอนห่างเหินกับฮวังมิยองไปอะไรๆก็เปลี่ยนไปหมด เป็นที่แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บรรยากาศในห้องสภานักเรียนมาคุเสียจนน่ากลัวเลยล่ะ จากคนที่ใจเย็นกลับกลายเป็นคนที่หงุดหงิดง่ายมาก..มากเสียจนน่ากลัวเลยด้วย อะไรนิดหน่อยนี่ไม่ได้เลยโดนด่าจนแทบวิ่งหนีไม่ทัน ถ้าคนใจเย็นและไม่สนใจสิ่งรอบข้างจะกลายเป็นคนขี้หงุดหงิดแบบนี้ตั้งแต่เพื่อนเขามีปัญหากับฮวังมิยองล่ะก็.. ควอนยูริกับอิมยุนอายอมแลกทุกอย่างเพื่อให้สองคนนั้นกลับมาเป็นเหมือนเดิม

                ..แน่นอนพวกเขารู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เป็นปัญหาตอนนี้คือไอ้เตี้ยขี้เก๊กนี่มันไม่ยอมเปิดใจรับฟังเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับมิยองเลยสักนิด ขนาดจูฮยอนที่มันรักเหมือนน้องสาวจะเป็นจะตายมันยังไม่ยอมฟังเลย แล้วนับประสาอะไรกับเพื่อคู่หูแฝดนรกอย่างยูลยุนล่ะ??..

 

                โครม!!

                เสียงแฟ้มหนาที่กระแทกกับโต๊ะทำให้ยูริและยุนอาที่นั่งทำงานเงียบๆสะดุ้งโหยง เหลือบตามองกันเลิกลั่กและมองคนตัวเล็กที่นั่งตรวจเอกสารในแฟ้มเงียบๆและโยนแฟ้มงานลงกับโต๊ะโครมโครม ..ยูรินึกสงสารเด็กในชมรมขึ้นมาตงิดๆหากวันนี้ไอ้เจ้าบ้าแทยอนมันไปช่วยเขาฝึกซ้อมเด็กที่ถูกคัดตัวลงแข่งเทควันโดที่กำลังจะถึงนี้

                ..ไม่น่วมก็เละกันไปข้างที่ต้องเป็นกระสอบทรายให้แทยอนฝึกซ้อม..

                ..ไอ้บ้านี่เวลาหงุดหงิดทีไรชอบหาที่ระบายทุกที..

“วันนี้ฉันจะไปช่วยแกคุมเด็กในชมรมแกซ้อมนะ คิมหันต์” เสียงหวานนุ่มที่กล่าวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบทำให้ยูริถึงกับเหงื่อตก ถึงจะไม่กลัวเวลาเจ้านี่ส่งสายตาเยือกแข็งใส่หรือหงุดหงิดใส่ก็เถอะ แต่มันก็รู้สึกหวั่นๆไม่ได้ล่ะวะ!!

คนตัวสูงผิวคล้ำส่งเสียงหัวเราะแหยๆก่อนจะพูดกับเพื่อนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงประนีประนอม “อย่าเลยว่ะ เกรงใจแก..ช่วงนี้แกก็ยุ่งๆกับหลายเรื่องพักบ้างเหอะว่ะ” แต่แทยอนกลับไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งเงียบและเอ่ยถามถึงซูยอนราวกับจงใจเบี่ยงประเด็นไปเสียอย่างนั้น “เดี๋ยวนี้แฟนแกไม่มาที่นี่...เกิดอะไรขึ้นหรือไง”

“ก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันหรอก..แค่มายเจอยากจะอยู่กับเพื่อนมากกว่า”

“งั้นเหรอ..แล้วเพื่อนของซูยอนเป็นอะไรไปล่ะ” เปรยถามเสียงเรียบเหมือนว่าทำเป็นไม่สนใจ แต่สายตากลับจ้องอยู่ที่หน้าเดิมราวกับกำลังรอฟังคำตอบ ดวงตาสีโกโก้เหลือบมองเพื่อนสองคนที่สะกิดกันไปมาแล้วปิดแฟ้มเสียงดัง “ถาม..ไม่ได้ยินหรือไง”

“ก็เห็นว่าช่วงนี้ไม่ค่อยดีนิดหน่อย” ยุนอาตอบ “เหมือนคนไม่ค่อยสบายเท่าไหร่”

“หึ ..ฉันก็เห็นว่ามีความสุขดีกับนิกคุณอะไรนั่น”

“แต่ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ..บางทีนะเหมันต์แกน่าจะเปิดใจให้น้องเค้าได้เข้าหาแกหน่อยก็ดีนะ ฉันว่าแกกับน้องเค้าต้องมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันแน่ๆ เค้าอาจจะไม่ได้เป็นอะไรกับนิกคุณก็ได้”

“ใช่ๆ แกคิดมากเกินไปหรือเปล่า?ทิฐิที่ถืออยู่ก็วางมันลงบ้าเหอะ” ยูริพูดเสริมแต่คนตัวเล็กกลับเลือกที่จะหมุนเก้าอี้หนีและหลับตาลงเพื่อหลีกหนีสิ่งที่เพื่อนกำลังพูด แค่นั้นมันก็ชัดเจนพอที่ทำให้ทั้งคู่รู้ว่าไม่ควรจะเซ้าซี้อะไรแทยอนอีก สิ่งที่ยูริและยุนอาทำได้คือหันไปมองหน้ากันอีกครั้งแล้วถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญากับความหัวดื้อของเพื่อนสนิทร่างเล็กก็เท่านั้น..

 

เสียงสั่นครืดคราดจากโทรศัพท์มือถือทำให้คิมแทยอนเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาเหลือบสายตามองมันเล็กน้อยพร้อมกับความคาดหวังในใจว่าจะเป็น เธอที่โทรมาหาแต่กลับต้องพบกับความผิดหวังเมื่อพบว่ามันไม่ใช่ มุมปากบางกระตุกยิ้มแค่นอย่างสมเพชตัวเองที่หวังอะไรลมๆแล้งๆ ..ป่านนี้เธอไปมีความสุขกับนายนิกคุณอะไรนั่นแล้วไม่ใช่หรือไงแล้วยังจะหวังอะไรอีก.. คิดดูสิตั้งแต่คบกับหมอนั่นก็ไม่ยอมโผล่หน้ามาในห้องสภานักเรียนเพื่อมาช่วยงานเขาตามเหมือนเคย..ทิ้งไปหมด ทั้งหน้าที่และทิ้งเขาไปด้วย..คนแบบนี้ไม่น่าไปคิดถึงให้เจ็บปวดหัวใจเล่นเลยจริงๆ

มือเล็กคว้าไอโฟนขึ้นมาดูชื่อโทรเข้าก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย “ฮัลโหล.....” กรอกเสียงลงไปเมื่อได้ยินเสียงทักของปลายสาย ไม่บ่อยนักที่พ่อจะโทรมาหาเขาเมื่อไหร่ก็ตามที่โทรมาก็มักจะเป็นเรื่องสำคัญที่เขาต้องทำตามคำสั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ..ไม่เคยหรอกที่จะโทรมาหาเพราะคิดถึงหรือเป็นห่วง.. แทยอนนั่งเงียบฟังคำสั่งของพ่อแล้วยิ้มแค่นเมื่อสิ่งที่เขารับรู้ไม่ผิดไปจากการคาดเดาเลยสักนิด..

//แกเข้าใจที่ฉันพูดนะ เย็นนี้มาเจอกันที่ร้าน ..ถ้าแกเบี้ยวนัดฉันจะยึดรถแก//

“บังเอิญว่ารถคันที่แทใช้มันมาจากเงินที่แทหามาได้” แทยอนสวนกลับไปเสียงเย็น “แต่เห็นแก่พ่อที่ลงทุนโทรมาหาแท.. แทจะไปตามที่พ่อนัดก็แล้วกัน”

“//อย่ามาอวดดีกับฉัน!!ฉันไม่เคยสอนให้แกเป็นเด็กแบบนี้!!//”

“พ่อเคยมีเวลาสั่งสอนแทด้วยงั้นเหรอ แทจำไม่เห็นได้เลยว่าพ่อเคยทำแบบนั้น”

                “//คิมแทยอน!!//”

                “ตกลงว่าเย็นนี้แทจะไปเจอพ่อที่ร้านก็แล้วกัน..แค่นี้นะ แทยุ่งอยู่” คนตัวเล็กกดตัดสายทันทีที่พูดจบ เขายัดมือถือใส่กระเป๋านักเรียนลวกๆ พ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน

..พ่อโทรมาบอกว่าจะแต่งงานใหม่ซึ่งเขาคิดว่ามันน่าตลกดี เห็นว่าตัวเองไม่สามารถเอาเขาอยู่เลยคิดจะหาคนมาดูแลเขาสินะ น่าตลกเกินไปแล้ว..คนอย่างคิมแทยอนดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ทำอะไรด้วยตัวเองมาตลอดตั้งแต่เริ่มเข้ามัธยม เงินที่ใช้อยู่ทุกวันก็เป็นเงินที่เขาหามาเองทั้งนั้นคิดจะมาแสดงความรับผิดชอบเอาตอนนี้คิดว่ามันไม่สายไปแล้วหรือไง..

                ..หึ อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะถึงเขาจะยอมให้พ่อแต่งงานใหม่..แต่เขาไม่มีวันยอมรับผู้หญิงคนใหม่ของพ่อเป็นแม่แน่ๆ..ชีวิตนี้แม่ของคิมแทยอนมีเพียงคนเดียวคือ เบซูจี..แค่แม่ที่ให้กำเนิดและดูแลเขามาตั้งแต่เกิดเท่านั้นที่เขาจะยอมเรียกว่า แม่ ..ไม่ว่าใคร..ก็มาแทนแม่ของเขาไม่ได้ ..ไม่มีวัน..

................................................................................................................................................................................

                ดวงตาสีเข้มไล่ตามตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนหนังสือวรรณกรรมเล่มโปรดระหว่างฆ่าเวลารอการมาถึงของพ่อและคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านคิม แทยอนพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดเล็กๆเมื่อเห็นว่ามันเลยเวลานัดมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ..มันไม่มีความจำเป็นเลยจริงๆที่เขาต้องมานั่งรอคนที่ไม่เคยมาตามนัดได้ตรงเวลาอย่างพ่อ กี่ครั้งกี่หนที่นัดมาทานข้าวนอกบ้านพ่อไม่เคยมาตรงเวลาสักครั้งและครั้งนี้เองก็เช่นกัน

                แทยอนปิดหนังสือในมือ ยัดมันลงประเป๋าเป้ใบเก่งแล้วเปลี่ยนเป็นหยิบมือถือขึ้นมาเล่นแทน ปลายนิ้วกดปลดล็อคเครื่องแล้วกลับต้องชะงักกับภาพหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงเป็นรูปเดิมไม่เปลี่ยน รูปของเขาและใครอีกคนที่ฉีกยิ้มกว้างให้กล้อง ความแนบชิดในภาพทำให้เขาเผลอหวนนึกไปถึงช่วงเวลาที่ดีๆที่ผ่านมา เขาไม่ปฏิเสธหรอกว่าเขาคิดถึงคนในภาพมากแค่ไหน ..แทยอนคิดถึงมิยอง..คิดถึงรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และรสจูบแสนหวาน.. เขาคิดถึงทุกอย่างที่เป็นเธอเหลือเกิน..

                “มิยอง....ฉันคิดถึงเธอ...” พึมพำเสียงพร่า ความรู้สึกขมขื่นเสียใจทำให้ลำคอของเขาขมปร่าและมันกำลังจะกลั่นออกมาเป็นน้ำตาแห่งความคิดถึงเป็นแน่หากเขาไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่แสนคุ้นหูเสียก่อน แทยอนเม้มปากพยายามกลืนก้อนสะอื้นและปรับอารมณ์ให้เข้าสู่สภาวะปกติ

                เขาไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็น..โดยเฉพาะคนเป็นพ่อ..

 

                “มานานแล้วงั้นเหรอ”

สุ่มเสียงเย็นชาที่เอ่ยทักหลังจากประตูบานเลื่อนของห้องวีไอพีของภัตตาคารญี่ปุ่นเปิดออก แทยอนพยักหน้าส่งๆกลับไป สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอมือถือท่องโลกไซเบอร์ไปเรื่อยตามประสา ท่าทางของเขาทำให้คิมซูฮยอนพ่นลมหายใจออกมาด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่นัก

“ไม่คิดจะทักทายกันสักคำหรือยังไง”

“มาช้านะคะ คุณพ่อ..แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แทชินแล้วพ่อเองก็ไม่เคยมาตามเวลานัดสักครั้งนี่..ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็มีงานเยอะจนไม่มีเวลาแบบนี้แหล่ะ”

“แกจะมากวนประสาทฉันเพื่ออะไร ห๊ะ!!

“หึ...” คนตัวเล็กแค่นยิ้มแล้วไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากนั่งกดโทรศัพท์เล่น “แล้วภรรยาใหม่ล่ะ”

“กำลังตามมา” ซูฮยอนตอบเสียงเรียบหลังจากหันไปสั่งอาหารจากพนักงาน “ฉันตั้งใจจะจัดงานแบบเงียบๆแค่จดทะเบียนแล้วก็ทานอาหารด้วยกันตามประสาครอบครัว..ไม่อยากให้งานมันเอิกเกริกเท่าไหร่”

“น่าดีใจแทนภรรยาใหม่ของพ่อนะที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซลเจียดหาเวลามาทานข้าวตามประสาครอบครัวด้วย..นี่ถ้าคุณแม่ยังอยู่คุณแม่คงน้อยใจแย่ ภรรยาคนแรกไม่เคยเหลียวแลแต่ภรรยาใหม่กับหาเวลามาให้ได้..น่าตลกดี”

“คิมแทยอน!!!!

“แทรู้ชื่อตัวเองดีค่ะพ่อ..ไม่ต้องมาย้ำหรอกว่าแทชื่ออะไร” แทยอนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงยียวน ใบหน้าใสเหยียดยิ้มให้ผู้เป็นพ่อที่โกรธจนหน้าแดงก่ำ เขาแค่นเสียงในลำคอแล้วก้มหน้าสนใจบทสนทนาของตัวเองกับเพื่อนในโปรแกรมไลน์ต่อ

                “ฉันไม่อยากทะเลาะกับแกในวันดีๆแบบนี้เพราะฉะนั้นฉันขอเตือน..อย่าเสียมารยาทกับสมาชิกใหม่ของครอบครัว ทำตัวให้มันดีๆหน่อยเพราะเขาจะมาเป็นแม่ของแก”

                “แม่ของแทมีแค่คนเดียวคือ เบซูจี..คนอื่นอย่างหวังเลยว่าแทจะเรียกว่าแม่”

                “แก....”

                เสียงโทรศัพท์ทำให้บรรยากาศมาคุระหว่างแทยอนและซูฮยอนหยุดชะงักลง ศัลยแพทย์หนุ่มใหญ่ล้วงมือถือขึ้นรับเขาพูดกับปลายสายสองสามคำก่อนจะหันมาบอกแทยอนว่าจะออกไปรับว่าที่ภรรยาใหม่และลูกสาวพร้อมสั่งให้แทยอนทำตัวดีๆเวลาเจอหน้าอีกคน แต่คนตัวเล็กแค่เหลือบตามองด้วยแววตาเย็นชาหยิบหูฟังยัดใส่หูแล้วก้มลงสนใจสิ่งที่อยู่ในมือต่อ รอไม่ถึงสิบนาทีประตูห้องอาหารกลับถูกเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงพูดคุยเบาๆ แต่เพราะเสียงเพลงที่ดังก้องในหูทำให้เขาไม่ได้สังเกตว่าน้ำเสียงที่ได้ยินนั้นช่างคุ้นหูแค่ไหน

                ..ไม่ได้สังเกตแม้กระทั่งสายตาตกตะลึงของเด็กสาวอีกคนที่เดินเข้ามา..

                “คิมแทยอน!!เอาหูฟังออกซะ!!

                แทยอนแอบกลอกตากับน้ำเสียงกรุ่นโกรธของพ่อ เขาชักหูฟังออกด้วยความรำคาญก่อนจะเหลือบสายตามองแขกผู้มาใหม่ ..และใบหน้าที่แสนคุ้นเคยกลับทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ใบหน้าแสนหวานของเด็กสาวที่เขาเฝ้าคิดถึง.. เธอคนที่เขาเคยปรารถนาที่จะรักและตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่.. แม้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นของคนอื่นไปแล้วก็ตาม

                ..เจ้าหญิงเพียงหนึ่งเดียวของเหมันต์..

 

                “.....เธอ..”

                ====================================================================

© themy  butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #951 Tant (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 23:24
    หื้ออออออออ
    #951
    0
  2. #609 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 14:07
    ดราม่าเริ่มมา ปัญหาเก่ายังไม่จบ ปัญหาใหญ่มาอีกแล้วครับท่าน
    #609
    0
  3. #188 ฟรีไทร์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:39
    แทยอนทำไมชอบคิดเองเออเองคนเดียวตลอด

    สงสารมิยอง

    #188
    0
  4. #70 Puii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 08:11
    แทยอนทำไมเป็นคนรั้นแบบนี้ไม่ยอมฟังเหตุผลของมิยองเลยแล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะเข้าใจกันสักทีล่ะ
    #70
    0