ตอนที่ 27 : Chapter 26 : Heart Breaker

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    9 ธ.ค. 58

Chapter 26 : Heart Breaker

 

 

 

“พี่สาวครับ..ผมกลับมาทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพี่แล้วนะ”

 

“พี่สาวคือคนสำคัญของผม..ที่ผมอยากกลับมาอยู่โซล..ก็เพราะพี่สาวนะครับ”
 

พวงแก้มใสของคนพูดน้อยเริ่มซับสีเรื่อกับคำหวานของคนที่เป็นเหมือนน้องชาย ..อยู่ๆก็มาพูดอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนเยอะแยะ แทยอนเองก็เขินเป็นนะ..ถึงแม้แทยอนจะไม่ได้คิดอะไรกับน้องชายคนนี้แต่พอโดนแววตาใสซื่อและคำพูดหวานๆนั้นเข้าไป..แทยอนก็เขินเป็นบ้างล่ะน่า.. เรียวปากบางเม้มเบาๆแก้เขินแล้วเสสายตามองไปทางอื่นทันทีแต่พอหางตาเหลือบไปเห็นร่างบอบบางของใครบางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลหัวใจของแทยอนก็กระตุกวูบ ..สายตาตัดพ้อน้อยใจของมิยองทำให้แทยอนค่อยๆบิดมือจากการเกาะกุมของลู่หาน ..ไม่ว่าจะอะไรก็ตามที่เป็นมิยอง..มักมีอิทธิพลกับหัวใจของคิมแทยอนเสมอ..
 

                “ฉันมีเรื่องที่ต้องไปทำต่อ..ไว้เจอกันพรุ่งนี้แล้วกัน” แทยอนกล่าวแต่สายตากลับไม่ได้มองที่คู่สนทนา ฝ่ามือเล็กตบไหล่กว้างของเด็กหนุ่มเบาๆ “กลับบ้านดีๆ...” ล่ำลาเพียงเท่านั้นคนตัวเล็กก็คว้ากระเป๋าเป้แล้วรีบเร่งฝีเท้าตามร่างบอบบางที่เดินออกไปก่อนให้ทัน ทิ้งให้ลู่หานมองตามด้วยความสงสัย..
 

                ..ทำไมพี่สาวถึงดูร้อนรนนักนะ...
 

 

                “มิยอง..ฮวังมิยอง!!
 

                เสียงเรียกของคนตัวเล็กพร้อมกับแรงดึงที่ข้อมือทำให้เด็กสาวเจ้าของชื่อชะงักฝีเท้าทันที เธอก้มหน้าซ่อนอาการน้อยใจจากภาพเมื่อครู่ไว้ไม่ให้เขาได้เห็นซ้ำยังเบือนหน้าหนีจากฝ่ามือเล็กที่พยายามจะเชยคางให้เธอหันไปสบตากับเขาอีกด้วย ท่าทางแปลกๆของมิยองทำให้แทยอนร้อนใจนัก
 

                “เป็นอะไรไป..เธอเคืองอะไรฉันหรือเปล่า”
 

                “ฉันจะไปมีสิทธิอะไรเคืองพี่ล่ะคะ”
 

                “ทำไมถึงพูดแบบนั้น” เรียวคิ้วบางมุ่นเข้าหากันทันทีที่ได้ยินประโยคตัดพ้อนั่น ฝ่ามือเล็กจับปลายคางมนให้หันมามองหน้ากันในที่สุด แทยอนจ้องลึกในดวงตาคู่หวานยามที่เอ่ยถามย้ำอีกครั้งแต่เธอก็ยังไม่ยอมเอ่ยปากตอบเขาจึงถอนหายใจเมื่อพอจะเดาได้ว่ามิยองคงจะเข้าใจผิดเรื่องลู่หานเข้าแล้วแน่ๆ “...ไปหาที่คุยกัน” กล่าวพร้อมยกแขนโอบไหล่ลาดแม้จะมีปฏิกิริยาต่อต้านเล็กน้อยในคราวแรกแต่พอสบสายตาดุของเขามิยองก็ยอมเดินตามแรงโอบของเขาในที่สุด
 

                “ไม่รีบไปทานไอศกรีมต่อกับลู่หานหรือคะ”
 

                “ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องเลือกลู่หานก่อนเธอ”
 

                คำตอบพร้อมแววตาจริงจังของเขาทำให้พวงแก้มคนฟังแดงเรื่อ ฮวังมิยองหลุบสายตาลงต่ำแต่ปลายนิ้วของแทยอนที่ยังประคองใบหน้าของเธออยู่กลับดันปลายคางบังคับให้เธอเงยหน้าสบตากับเขาอีกครั้ง รอยยิ้มเล็กๆที่มิยองไม่รู้ว่าเป็นรอยยิ้มขบขันหรือเอ็นดูประดับบนใบหน้าใสคมคาย “อา..ฉันพอจะรู้เหตุผลที่ทำให้มิยองน้อยงอแงขึ้นมาแล้วล่ะ” สายตาเจ้าเล่ห์แปลกๆทำให้คนน้องถึงกับหน้าแดงหนักก่อนดวงตาหวานจะถลึงตามองใส่เจ้าของคำพูดทันที
 

                “หึงใช่มั้ยล่ะ”
 

                “เปล่านะคะ!!
 

                “แล้วที่ทำหน้างอแง ส่งสายตาตัดพ้อไหนจะคำพูดเหมือนน้อยอกน้อยใจแบบนั้นมันหมายความว่าไง หือ??”
 

                “ทำตอนไหนคะ พี่มั่วแล้ว!มิยองไม่เคยทำซะหน่อย!!
 

                คิมแทยอนหลุดขำเมื่อเห็นว่าอีกคนเอาแต่ทำตาโตใส่ปฏิเสธทั้งที่แก้มแดงก่ำแบบนั้น “โอเค ฉันไม่แกล้งแล้ว” พูดพร้อมกลั้วหัวเราะด้วยความเอ็นดู ฝ่ามือเล็กยกขึ้นยีเส้นผมสีน้ำตาลของคนน้องอย่างหมั่นเขี้ยวพอเห็นอีกคนยังไม่เลิกทำหน้างอง้ำก็ยกยิ้มอ่อน “ไม่แกล้งแล้วจริงๆ..เลิกทำหน้างอได้แล้วนะ”
 

                “ก็พี่อ่ะ..”
 

                “โอเค..งั้นเราไปซุปเปอร์มาเก็ตกัน..เดี๋ยวจะทำให้มื้อเย็นให้กินเป็นการไถ่โทษ”
 

                ข้อเสนอจากคนพูดน้อยทำให้มิยองตาวาววับขึ้นมาทันที น้อยครั้งจริงๆนะที่แทยอนออกปากว่าจะทำอาหารให้เธอกินแบบนี้ ร่างบอบบางโผเข้ากอดแขนเล็กยื่นหน้าไปทำสายตาเป็นประกายให้แทยอนที่เอาแต่ยิ้มเอ็นดูเอ่ยถามย้ำว่าจริงนะคะจะทำอาหารให้มิยองทานจริงๆเหรอพอได้รับคำตอบเป็นรอยยิ้มสดใสมิยองก็โผเข้ากอดแทยอนเต็มรักก่อนจะเดินเกาะแขนเขาพร้อมชวนคุยนั่นถามนี่ไปตลอดทางจนถึงโรงจอดรถโดยไม่ได้ทันเห็นสายตาสงสัยของเด็กหนุ่มลู่หานที่มองตามไปอย่างเงียบๆเลยแม้แต่น้อย..

               

 

                “เธอคงสงสัยเรื่องฉันกับลู่หานใช่ไหม” เสียงหวานนุ่มเอ่ยถามระหว่างที่เรากำลังใช้เวลามื้อเย็นด้วยกันกับอาหารฝีมือของเขา ฮวังมิยองเงยหน้าจากจานสปาเกตตีมีตบอลแสนอร่อยมองสบตากับดวงตาสีเข้มของเขาชั่ววินาทีก่อนจะก้มหน้าทานอาหารในจานต่อโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ส้อมในมือของแทยอนถูกวางลงก่อนเจ้าตัวจะเปลี่ยนเป็นนั่งประสานมือไว้ใต้คางเพื่อรอคำถามของคนน้องที่เอาแต่นั่งทานสปาเกตตีเงียบๆ “อยากรู้อะไรถามมาสิ”
 

                “.......”
 

                “โอเค..ถ้าไม่ถามฉันจะไม่พูดอะไรก็แล้วกัน”
 

                “ฉันจะฟังทุกอย่างที่พี่อยากพูด..เพราะฉะนั้นพี่อยากจะบอกอะไรฉันหรืออะไรที่ฉันรู้ได้เกี่ยวกับตัวพี่..พี่ก็พูดเถอะค่ะฉันจะฟัง”
 

                หางคิ้วบางกระตุกเล็กๆกับประโยคที่ฟังดูแปลกหูพิกล จะว่าประชดประชันหรือกวนประสาทก็ไม่น่าจะใช่..ตัดพ้อน้อยอกน้อยใจก็ยิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่..มันฟังดูแปลกๆนะนี่.. สุดท้ายแทยอนจึงยกมือเป็นเชิงว่ายอมแพ้และเป็นฝ่ายที่จะพูดออกมาเองมากกว่าที่จะรอเธอถาม “อย่างที่เคยบอกไป..สมัยเด็กๆลู่หานเคยอาศัยอยู่ข้างบ้านพอฉันอายุสักเจ็ดแปดขวบเขาก็ย้ายไปอยู่ที่จีนหลังจากแม่ของเขาเสียชีวิต..เขาเป็นน้องชายคนละแม่ของยุนอาน่ะ พวกเราสนิทกันมากเล่นด้วยกันและไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเลย..แต่เขาจะติดฉันมากกว่าใครเพราะฉันคอยปกป้องเขาจากการถูกเจ้าพวกนั้นแกล้งล่ะมั้ง”
 

                “แล้วเรื่องคำสัญญาที่ว่า....”
 

                “มันเป็นแค่คำสัญญาสมัยเด็กเท่านั้น..ตอนนั้นเรายังเด็กมากไม่ได้คิดอะไรมากมายหรอก อาจเพราะฉันคอยดูแลเขามาตลอดเขาเลย.....” แทยอนเงียบไปแล้วกระแอมไอเล็กน้อยแก้เก้อ “เขาเลยขอให้ฉันเป็นเจ้าสาวให้” ดวงตาสีเข้มเหลือบมองมิยองที่นั่งก้มหน้ามองจานแล้วรีบอธิบายเพื่อไม่อยากให้อีกคนเข้าใจผิด “สำหรับฉัน..เขาก็เป็นเหมือนน้องชาย..ฉันไม่คิดอะไรกับเขาไปมากกว่านั้น ..ส่วนลู่หานจะคิดอะไรกับฉันหรือเปล่าฉันไม่รู้..แต่ฉันคิดว่าคงไม่ ถึงแม้การกระทำของเขาจะบอกว่าคิดแต่สุดท้ายแล้วฉันคิดว่าเป็นเพราะเราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กมากกว่าที่ทำให้ลู่หานคิดว่าเขาชอบฉัน ..ระหว่างฉันกับเขาคือความผูกพันไม่ใช่ความรักหรือถ้าใช่มันก็เป็นความรักแบบพี่น้องมากกว่าคนรัก”
 

                ใบหน้าแสนหวานเงยหน้าขึ้นมามองเขาอีกครั้ง แววตาจริงจังหนักแน่นที่ทอดมองมาทำให้มิยองรู้ว่าแทยอนไม่ได้โกหก เขากำลังยืนยันว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับเด็กหนุ่มลู่หานคนนั้นมากไปกว่าคำว่าน้องชาย แน่นอนว่าสิ่งนี้ทำให้มิยองเชื่อใจเขาอย่างไม่มีข้อแม้ ..สุดท้ายเธอจึงเผยรอยยิ้มตาปิดออกไปเพื่อยืนยันว่าเธอไม่ได้คิดมากอะไรอีกแล้ว
 

                ..ก็ถ้าแทยอนไม่ได้คิดอะไรกับลู่หานก็น่าวางใจแล้วล่ะ เพราะตบมือข้างเดียวยังไงก็ไม่มีวันดังหรอกใช่ไหมล่ะ?..
 

                แต่รอยยิ้มตาปิดกลับต้องแปรเปลี่ยนเป็นมองค้อนอย่างหมั่นไส้ให้คนพี่ พวงแก้มนวลขึ้นสีแดงก่ำเหมือนลูกสตรอเบอร์รี่สุกยามที่ได้ยินประโยคถัดมาจากเขาพร้อมด้วยแววตาแสนกลที่ทำให้มิยองยอมแพ้และร้อนวูบไปทั้งกายมาไม่รู้ต่อกี่ครั้ง
 

                “คืนนี้จะไปนอนด้วย..เดี๋ยวเด็กแถวนี้จะนอนไม่หลับถ้าไม่ได้นอนในอ้อมกอดอุ่นๆของฉันเสียก่อน”

            ..........................................................................................................................................................
 

                “อ้าว มิยอง พี่เหมันต์ไม่มาด้วยเหรอ” เสียงเจื้อยแจ้วของวิกตอเรียกระซิบถามระหว่างที่กำลังใช้เวลาพักหลังอาหารมื้อเที่ยงมาค้นคว้าข้อมูลเพื่อเตรียมทำรายงานกลุ่มกันที่ห้องสมุด เจ้าของชื่อละสายตาจากรายชื่อหนังสือที่จะต้องหาข้อมูลมองเพื่อนสาวผมทองเล็กน้อยแล้วส่ายหน้าพรืด วิกตอเรียทิ้งตัวพิงเก้าอี้พร้อมยกยิ้มกริ่ม “ก็นึกว่าจะตามมาด้วยเห็นช่วงนี้ตัวกลับมาติดกันอีกแล้วนี่ หืม??”
 

                “พี่บอกว่าเดี๋ยวจะตามมา....” มิยองน้อยตอบแล้วก้มหน้างุดหนีสายตาเจ้าเล่ห์ของเพื่อนสาว “พอดีฉันขอให้พี่ช่วยเรื่องรายงาน..เลยบอกว่าจะตามมาหลังทำธุระเสร็จนะค่ะ”
 

                “ช่วงนี้พี่เหมันต์เอาแต่ตามมิยองน้อยต้อยๆเลยนี่นา แสดงว่ามีอะไรดีๆเกิดขึ้นที่ทริปทะเลนั่นสินะ”
 

                เจอคำถามไล่เบี้ยของซูยอนเข้าไปคนถูกถามถึงกับใบ้กิน ไม่มีคำตอบใดหลุดออกจากเรียวปากอิ่มนอกจากพวงแก้มแดงก่ำราวลูกสตรอเบอร์รี่สุกเท่านั้นที่เป็นคำตอบที่ดีที่สุดท้ายเพราะไม่อาจทนต่อสายตากรุ้มกริ่มของเพื่อนสาวทั้งสองได้ ร่างบอบบางของสาวน้อยหน้าหวานจึงรีบลุกจากที่นั่งเดินหนีไปโดยอ้างว่าจะไปหาหนังสือมาทำรายงานทิ้งให้เพื่อนทั้งสองนั่งหัวเราะคิกคักเพราะได้แกล้งคนขี้อายสมใจ
 

                “อ้าว มิยองไปไหนล่ะครับ” เสียงทุ้มคุ้นเคยของหนุ่มน้อยคนเดียวของกลุ่มเอ่ยถามขณะที่ทิ้งร่างสูงโปร่งของตัวเองนั่งลงข้างๆวิกตอเรีย “อาจารย์ปล่อยห้องผมช้ามาก เลยมาช้าไปหน่อย” นิชคุณรีบตอบเมื่อเห็นสายตาสงสัยของสาวน้อยผมทองที่กำลังอยู่ในสถานะ ดูๆกันอยู่ กับเขา
 

                วิกตอเรียเพียงแค่พยักหน้ากับคำตอบของเด็กหนุ่ม “มิยองไปหาหนังสือมาทำรายงานน่ะ นายไปช่วยเธอถือหนังสือก็แล้วกันฉันกับซูยอนจะหาข้อมูลจากหนังสือพวกนี้ต่อ” กล่าวแล้วพยักพเยิดไปทางกองหนังสือบนโต๊ะ ฝ่ามือบางฟาดเข้าที่ไหล่แกร่งเบาๆด้วยความหมั่นไส้เมื่ออีกคนทำหน้าทะเล้นตอบกลับมา นิชคุณหัวเราะชอบใจยามที่ได้เห็นสีหน้างอง้ำของสาวน้อยผมทองก่อนจะเดินไปช่วยเพื่อนสาวคนสนิทถือหนังสือตามคำสั่งของว่าที่แฟนสาว

               

                ดวงตาหวานไล่มองไปตามสันหนังสือสลับกับรายชื่อหนังสือที่จำเป็นต้องใช้จากกระดาษในมือ ..ต้องขอบคุณพี่แทยอนคนใจดีที่บอกรายชื่อหนังสือที่เธอจะต้องใช้ค้นคว้าเพื่อทำรายงานมาเสร็จสรรพหลังจากที่เธอเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขา ร่างบอบบางเขย่งเท้ายืดตัวเพื่อเอื้อมหยิบหนังสือเล่มหนาที่อยู่ในชั้นบนสุด เรียวปากอิ่มเม้มแน่นพร้อมคิ้วเข้มขมวดมุ่นเพราะไม่ว่าจะยืดกายเท่าไหร่ก็เอื้อมไม่ถึงเสียที ใบหน้าหวานกลับระบายยิ้มออกมาเมื่อเจ้าหนังสือที่เธอใช้เวลาดึงมันออกมาจากชั้นโผล่สันหนังสือหนาออกมาในระดับที่มิยองพอจะดึงมันออกมาได้แต่เพราะความซุ่มซ่ามเป็นทุนเดิมทำให้หนังสืออีกเล่มตกลงมากระแทกหัวเธอเสียจนมึน และฮวังมิยองคงจะโดนบรรณารักษ์แก่ๆเดินมาตำหนิโทษฐานทำเสียงดังในห้องสมุดแล้วหากไม่มีมือหนาของใครบางคนคว้าเอาหนังสือเล่มที่กระแทกหัวมิยองเอาไว้เสียก่อน
 

                “ซุ่มซ่ามจริงๆนะมิยองน้อยเนี่ย” เสียงทุ้มของเพื่อนหนุ่มคนสนิทตำหนิเธอเล็กน้อยที่ไม่ระวังตัวเองเอาเสียเลย นิชคุณส่ายหน้ากับความซุ่มซ่ามของเพื่อนสาวในขณะที่มิยองได้แต่ส่งยิ้มแหยให้ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเก็บหนังสือเล่มที่ร่วงลงมาเข้าที่เดิม ดวงตาสีนิลเหลือบตามองคนที่เอาแต่ยืนกุมหัวตัวเองป้อยๆพร้อมกับทำหน้างองุ้มก็ยกยิ้มเอ็นดูเล็กๆ “ว่าแต่เมื่อกี้เสียงดังดีจังเลยนะ..ดังโป๊กแหน่ะ ท่าทางมิยองจะหัวแข็งน่าดู”
 

                “นิกคุณเลิกแซวฉันเถอะค่ะ ก็รู้อยู่ว่าฉันซุ่มซ่ามยังจะแซวอยู่ได้”
 

                “ก็มันจริงนี่นา” เด็กหนุ่มทำหน้าล้อเลียนให้เพื่อนสาวหน้าหวานได้ฟาดมือลงบนไหล่กว้างสักที “เฮ้อ ซุ่มซ่ามแบบนี้จะไม่ให้ผมห่วงได้ยังไงเกิดเดินๆอยู่ไปสะดุดล้มหน้าทิ่มพื้นผมคงโดนรุ่นพี่แทยอนฆ่าตายโทษฐานดูแลน้องสาวสุดที่รักของเขาไม่ดี”
 

                “.....ไม่เกี่ยวกันเสียหน่อย” มิยองอุบอิบแล้วก้มหน้าหนีสายตาเจ่าเล่ห์ “..น้องสาวสุดที่รักอะไรกัน นิกคุณก็พูดไปเรื่อย”
 

                “เอ ถ้าไม่ใช่น้องสาวสุดที่รักแล้วจะเป็นอะไรล่ะครับ??? ...ที่รักเหรอ?อืมๆ ผมว่า ที่รัก น่าจะดีกว่าเนอะ เล่นกลับมาตัวติดกันเหมือนเดิมแล้วแบบนี้แถมเดี๋ยวๆก็แอบไปจูบกันบ้างล่ะไปกอดกันในที่ลับตาคนบ้างล่ะ ไม่เรียกที่รักแล้วจะเรียกว่าอะไรน๊า~” เอ่ยแซวก่อนจะหัวเราะคิกคักชอบใจเมื่อได้เห็นใบหน้าแสนหวานนั้นแดงซ่าน ไหนจะยังดวงตาค้อนที่ขยันส่งมาให้อีก?? แหม..มันไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอกนะดูน่ารักน่าแกล้งจะตายไป ..การที่ได้แกล้งแหย่เพื่อนสาวคนสนิทให้หน้าแดงเรื่องรุ่นพี่แทยอนนี่ล่ะ งานอดิเรกรองลงมาจากการไปแหย่วิกตอเรียของนิชคุณเขาล่ะ
 

                “นิกคุณ!!
 

                “ฮ่า ฮ่า โอเคครับ ผมไม่แซวแล้วก็ได้” รอยยิ้มกว้างแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มจางด้วยความเอ็นดู เด็กหนุ่มขยับเข้าไปใกล้เพื่อนสาวขี้อายก่อนจะยกมือหนาประคองใบหน้าของมิยองเอาไว้ส่วนอีกมือก็ปัดผมหน้าม้าของเธอขึ้นเพื่อสำรวจหาบาดแผลจากรอยกระแทกของสันหนังสือก่อนหน้านี้ “ไหนๆดูซิ มีแผลหรือเปล่า..” เรียวคิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยช้ำจางๆตรงไรผมสีน้ำตาลบริเวณหน้าผาก นิชคุณกดปลายนิ้วโป้งคลึงบริเวณที่ช้ำให้เธอเบาๆ “ช้ำนิดหน่อยนะแต่สองสามวันก็คงหาย ดีที่มิยองไว้ผมหน้าม้าเลยไม่มีใครเห็น” เขาส่งยิ้มกว้างให้คนขี้อายที่ยังส่งสายตาค้อนกลับมา “ไม่อย่างนั้นวิกกี้ตีผมตายแน่ที่ทำให้มิยองเจ็บตัว”
 

                “แหม นี่ห่วงฉันหรือห่วงจะโดนวิกกี้ตีคะเนี่ย”
 

                “ก็ห่วงทั้งนั้นแหล่ะครับ” นิชคุณตอบอย่างอารมณ์ดี “มิยองเป็นทั้งเพื่อนทั้งน้องสาวของผมไม่ห่วงก็เกินไปแล้ว” ร่างสูงก้มหน้าแล้วเป่าบนบริเวณที่เป็นรอยช้ำจางของเพื่อนสาวเบาๆ “เพี้ยง!หายไวๆครับน้องสาว ไม่อย่างนั้นพี่แทยอนเอาผมตายแน่ ฮ่าๆ”
 

                “นิกคุณเลิกแซวได้แล้วค่ะ!!มาช่วยฉันหาหนังสือเถอะเดี๋ยวพี่ก็จะมาแล้ว ฉันไม่อยากให้พี่เข้าใจผิดเรื่องฉันกับนิกคุณนะคะ” มิยองว่าพร้อมทำหน้าหมอง ก้มหน้าอุบอิบเบาๆกับตัวเอง “เข้าใจผิดทีไรใจร้ายกับฉันทุกที..ง้อตั้งนานกว่าจะหายงอน พี่บ้าอะไรขี้หึงเป็นที่หนึ่งแถมไม่ยอมฟังอะไรด้วย”
 

                “....แต่ยังไงมิยองน้อยก็รัก~”
 

                พวงแก้มนวลซับสีเรื่อทันทีที่ได้ยิน คนหน้าหวานส่งสายตาค้อนให้เพื่อนหนุ่มคนสนิทอีกครั้งก่อนจะใช้หนังสือเล่มหนาในมือยกขึ้นฟาดไหล่กว้างเต็มรักจนอีกคนได้ร้องโอดโอยออกมา เห็นสีหน้าเจ็บปวดปวดแบบนั้นรู้เลยว่าแกล้งทำ มันช่างตรงข้ามกับสายตาทะเล้นๆที่มองมาเหลือเกินนะ!! ดวงตาหวานถลึงตาใส่เพื่อนหนุ่มที่หัวเราะร่ากลับมายิ่งเห็นสายตาล้อเลียนนั่นก็ยิ่งหมั่นไส้ ..ทำไมนะถึงชอบแกล้งเธออยู่เรื่อย.. มิยองคิดในใจ ขยับปากบ่นอุบอิบแบบไร้เสียงแต่นิชคุณกลับแสร้งเงี่ยหูฟังใกล้ๆจนมิยองต้องฟาดฝ่ามือบนแผ่นหลังนั้นอีกสักที
 

                “ตีผมจังเลย เจ็บนะนี่” เด็กหนุ่มทำหน้างอรั้งข้อมือบางของเพื่อนสาวไว้ฉวยเอารายชื่อหนังสือในมือของมิยองมาถือก่อนจะอาศัยส่วนสูงของตัวเองชูมันไว้เหนือหัวเพื่อไม่ให้อีกคนเอื้อมถึง มิยองทำหน้างองุ้มเหมือนเด็กที่ถูกพี่ชายแย่งขนมพยายามยืดตัวคว้ารายชื่อหนังสือกลับมาแต่ก็เท่านั้น..ในเมื่ออีกคนตัวสูงขนาดนั้นมิยองจะเอื้อมถึงได้ยังไง สุดท้ายเด็กสาวจึงใช้สองมือผลักร่างสูงด้วยความหมั่นไส้พร้อมทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่ทำให้นิชคุณหน้าเหวอ
 

                “แกล้งดีนัก หารายชื่อหนังสือให้ด้วยละกันนะคะ!!
 

                “ฮ เฮ้!มิยองทำไมทำงี้ล่ะ ผมถูกกับหนังสือพวกนี้ซะเมื่อไหร่ล่ะ โธ่ T^T นิชคุณร้องโอดครวญกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามร่างบอบบางของเพื่อนสาวที่เดินลิ่วก่อนสองขาจะหยุดนิ่งกับที่เมื่อเห็นมิยองยืนเผชิญหน้ากับใครบางคนอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววงุนงงเล็กน้อยแล้วกลับต้องเข้าใจเมื่อเงยหน้าสบสายตาของคนตัวเล็กที่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
 

                ..และถ้าเขามองไม่ผิด ..แววตาที่มองมานั้นเย็นชาเสียจนนิชคุณอดขนลุกไม่ได้เลย.. ไม่รู้นะว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างมิยองและแทยอนแต่เขาเดาว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ..
 

                “พ พี่แทยอน” เสียงหวานชวนฝันของฮวังมิยองนั้นเบาหวิว ไม่ต้องเดาเลยว่าแทยอนคิดอะไรอยู่ เขาเข้าใจผิดไปเรียบร้อยแล้วแน่ๆเรื่องเธอกับนิชคุณ.. สายตาเขามันฟ้องเสียขนาดนั้น.. ดวงตาของเขา..มันเย็นชาเสียจนมิยองใจหายวูบ ใบหน้าใสนั้นเรียบตึงไร้อารมณ์เสียจนน่ากลัว..เหมือนแทยอนคนใจร้ายที่เคยทำร้ายเธอวันนั้นกำลังกลับมา แต่มิยองจะดูออกไหมว่าในสายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาคู่นั้นมันกำลังสั่นไหวด้วยความร้าวราน
 

                ไม่มีใครพูดอะไรออกมานอกจากยืนจ้องตากันเงียบๆท่ามกลางเสียงครางหึ่งของเครื่องปรับอากาศในห้องสมุด สุดท้าย..ก็เป็นคิมแทยอนอีกครั้งที่ตัดสินใจหมุนตัวจากไปโดยไม่ได้พูดอะไรเลย..ไม่แม้แต่จะฟังคำอธิบายของมิยองด้วยซ้ำ ..อีกครั้งที่แทยอนเดินจากไปด้วยความเข้าใจผิด..นั่นคือความคิดของมิยองและนิชคุณที่รู้ว่าความจริงคืออะไรแต่ไม่ใช่กับแทยอนที่เข้าใจผิดเรื่องมิยองกับนิชคุณมาตั้งแต่ต้น..
 

                “พี่คะ.. พี่!พี่รอมิยองก่อน!!
 

                “มิยอง...ไปตามตอนนี้รุ่นพี่แทยอนเขาก็ไม่ฟังหรอก” นิชคุณรั้งข้อมือของเพื่อนสาวเอาไว้แน่น ส่ายหน้าห้ามปรามเมื่อมิยองหันมองเขาด้วยดวงตาที่สั่นระริก “รุ่นพี่กำลังโมโหอย่าเพิ่งเข้าไปหาเลย..ผมว่ารอให้รุ่นพี่อารมณ์เย็นลงก่อนดีกว่าแล้วมิยองค่อยไปหารุ่นพี่ตอนบ่ายก็ได้ ห้องมิยองกับห้องรุ่นพี่มีคาบว่างตรงกันพอดีนี่นา”
 

                ฮวังมิยองไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยืนนิ่ง เธอเงยหน้ามองร่างเล็กที่เดินออกไปจากห้องสมุดด้วยแววตาเศร้าหมอง ..แทยอนเข้าใจผิดอีกแล้ว..คราวนี้จะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกันที่เธอและเขาจะกลับมาดีต่อกันอีก ..ทำไมแทยอนไม่เปิดใจรับฟังเธอบ้างเลย.. ทำไมกัน..
 

                ..มิยองต้องรู้สึกทรมานใจกับความรู้สึกนี้ไปอีกนานแค่ไหน..

               

...............................................................................................................................................
 

                บรรยากาศในห้องสภานักเรียนนั้นเงียบกริบราวป่าช้า มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่กำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่บกพร่อง.. น่าแปลกที่อากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศนั้นไม่สามารถทำให้หัวใจของคิมแทยอนลดความร้อนรุ่มลงได้เลย คนตัวเล็กเอาแต่เงียบตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยปากขอ(ย้ำว่าขอ)ยูริและยุนอาที่กำลังนั่งดูเอกสารบนโต๊ะว่าอยากจะอยู่เงียบๆคนเดียว สองแฝดทำท่าจะแย้งในคราวแรกกลับต้องเงียบและยอมเดินออกจากห้องไปเมื่อเห็นสีหน้าย่ำแย่ของเพื่อนตัวเล็ก ..แม้ว่าสีหน้าของแทยอนจะเรียบเฉยแต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานานทำให้ทั้งคู่รู้ทันทีว่าแทยอนกำลังรู้สึกแย่แค่ไหนทางที่ดีที่สุดคือปล่อยให้มันได้ใช้ความคิดกับตัวเองคนเดียวนั่นแหล่ะ..

                คนตัวเล็กตบฝ่ามือกับโต๊ะเสียงดังผ่อนลมหายใจเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังปะทุเหมือนภูเขาไฟที่รอวันระเบิด ..ไม่ง่ายเลยที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองให้เย็นลงได้ในเมื่อภาพที่เขาเห็นมาเมื่อไม่ถึงชั่วโมงวนเวียนเข้ามาในหัวให้หัวใจได้เจ็บช้ำไม่หยุด แฟ้มเอกสารที่วางเป็นระเบียบบนโต๊ะถูกกวาดเสียเละเพื่อระบายอารมณ์ แทยอนสบถเสียงดังก่อนจะทิ้งตัวนั่งกับเก้าอี้ยกมือขึ้นกุมศีรษะที่ปวดตุบเพราะความเครียด ..พยายามแล้วที่จะลบภาพแย่ๆนั่นออกจากสมองแต่มันก็ทำไม่ได้เลย..
 

                ทำไม..ทำไมคนแบบเขาจะต้องมาว้าวุ่นจนแทบคลั่งเมื่อนึกถึงภาพนั้น..ก็แค่ภาพที่นิชคุณกำลังจูบมิยอง..เท่านั้นเองจริงๆ..แม้จะเห็นแค่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ยืนชิดกับเธอแต่ความใกล้ชิดแบบนั้นมันเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากทั้งคู่กำลังยืนจูบกันอยู่ ..เชื่อเถอะเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาเสียด้วยซ้ำตอนที่เขาเห็น ..เหมือนเรี่ยวแรงเหือดหายไปหมด..เหมือนหัวใจแทบจะหยุดเต้น..
 

                “บ้าเอ๊ย!!” เสียงสบถดังลั่นพร้อมกับเสียงทุบโต๊ะดังปัง ความเสียใจและความเจ็บปวดที่กำลังแล่นริ้วกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำตา ทั้งที่พยายามลบออกไปจากสมองแต่มันยังวิ่งวนเข้ามาในหัวไม่หยุด.. ภาพความทรงจำของเขาและเธอที่ทะเลถูกทับด้วยภาพของนิชคุณและมิยอง.. แทยอนไม่น่าใจอ่อนเลยเขาน่าจะฝืนใจ..เป็นคนใจร้ายเพื่อไม่ให้เธอต้องมีอิทธิพลกับเขาอีก ..พอเขาใจอ่อนด้วยแล้วเป็นยังไง?ตัวเองต้องมานั่งเจ็บช้ำเพราะเห็นคู่รักแสดงความรักต่อกันแบบนี้นะหรือ
 

                ..มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด..ไม่เลย..

 
 

                เสียงเคาะประตูทำให้เขาปาดน้ำตาทิ้งหมุนเก้าอี้หันหลังให้กับโต๊ะทำงานและนิ่งเงียบเพื่อฟังเสียงฝีเท้าของแขกที่มาเยือน ..อาจจะเป็นจูฮยอนที่เอาเอกสารมาให้ แทยอนผ่อนลมหายใจเบาก่อนหัวใจจะกระตุกวูบเมื่อได้ยินน้ำเสียงแว่วหวานที่เรียกเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
 

                ..ฮวังมิยอง..
 

                ใบหน้าใสเรียบตึงขึ้นมาทันที ดวงตาสีเข้มแข็งกร้าวเพื่อซ่อนความอ่อนแอเอาไว้ก่อนที่เขาจะนิ่งฟังเสียงฝีเท้าของเธอที่กำลังเดินเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ ..ไม่อยากเห็นหน้าเธอตอนนี้ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่..ไม่อยากเห็น..ไม่อยากฟังคำอธิบาย..เขายังไม่พร้อม..เพราะรู้ดีว่าอารมณ์คุกรุ่นของตัวเองยังไม่ลดลงจึงไม่อยากทำร้าย..เพราะแทยอนมั่นใจว่าถ้าเห็นหน้าเธอหรือได้ยินเสียงตอนนี้หัวใจที่ร้าวรานต้องระบมแน่เพราะสมองมันคิดไปถึงภาพที่เห็น ..แล้วแทยอนก็จะทำตัวร้ายๆใส่เธออีก..
 

                “ออกไปซะ ฉันอยากอยู่คนเดียว”
 

                “พี่คะ..มิยองอธิบายได้นะ มิยองกับนิกคุณไม่ได้....”
 

                “ออกไป....”
 

                “พี่ฟังมิยองหน่อยนะคะ...ได้โปรด”
 

                “ฉันบอกให้ออกไป!!!!ไม่ได้ยินหรือยังไง หา!!!
 

เสียงตวาดกร้าวทำให้มิยองยืนนิ่งน้ำตาคลอ..ไม่เคยนึกกลัวแทยอนได้เท่าตอนนี้จริงๆ เขาอาจจะเคยอารมณ์ร้ายใส่เธอยามที่เข้าใจผิด..แต่แทยอนก็ไม่เคยอารมณ์ร้ายถึงกับไล่เธอไปให้พ้นหน้าแบบนี้.. แทยอนในตอนนี้น่ากลัวกว่าตอนที่เขาทำร้ายเธอในครั้งที่นิชคุณมาส่งเธอที่บ้านเสียอีก ..แต่กระนั้น..มิยองก็ยังยืนนิ่งไม่ไปไหน..เพราะอยากอธิบายในสิ่งที่เขากำลังเข้าใจผิด แทยอนเข้าใจผิดเธอมานานมากพอแล้วเรื่องนิชคุณ ..มันถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องอธิบายให้เขาฟัง..มันถึงเวลาที่เธอจะต้องบอกว่าเธอไม่ได้รักนิชคุณ ..ต้องบอกเขา..ว่าเธอรักคิมแทยอนมากแค่ไหน..
 

“หูหนวกหรือไงฮวังมิยอง!!ออกไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ!!
 

“แต่มิยองอยากให้พี่ฟังมิยองอธิบายก่อน...ฮึก..”
 

“อธิบาย???อธิบายเหรอ??จะให้ฉันฟังคำอธิบายหรือคำโกหกของเธอกันแน่!!” แทยอนตวาดเสียงกร้าว ดวงตาของเขาแดงก่ำ ..มันเต็มไปด้วยความเสียใจและโกรธแค้น “จะมาอธิบายให้มันเสียเวลาทำไมในเมื่อฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอกับมันยืนจูบกัน!!
 

“มิยองไม่ได้จูบกับนิกคุณนะคะ!!พี่กำลังเข้าใจมิยองผิดนะ!!มิยองไม่ได้คิดอะไรกับนิกคุณ”
 

“เธอกำลังเล่นตลกอะไรให้ฉันดูเหรอฮวังมิยอง!ฉันไม่ได้ตาบอดนะที่จะมองไม่เห็นน่ะ!!” ริมฝีปากกระตุกยิ้มแค่น ตอนนี้แทยอนแทบคุมอารมณ์กรุ่นโกรธของตัวเองไม่ได้แล้ว สองขาเล็กก้าวเข้าไปประชิดคว้าไหล่ลาดแล้วบีบแน่นจนใบหน้าหวานครางออกมาด้วยความเจ็บแต่เพราะกำลังโมโหจนเลือดขึ้นหน้าทำให้แทยอนไม่อาจรู้เลยว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ “เธอมันน่าไม่อาย!!เที่ยวไปยืนจูบกับผู้ชายแบบนั้นคงดีใจล่ะสิที่มีเด็กผู้ชายมาเดินตามเธอต้อยๆ!!ชอบล่ะสิ!!ใช่ไหมล่ะ!!!
 

“มิยองไม่....”
 

“จำไม่ได้หรือไงว่าตัวเองเป็นของใคร!เธอไม่มีสิทธิที่จะยุ่งกับใครตั้งแต่ที่เธอเป็นของฉันแล้วด้วยซ้ำฮวังมิยอง!!ฉันใจดีกับเธอมามาก กี่ครั้งแล้วที่ใจดีกับเธอมาตลอด!!กี่ครั้งที่ปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนกับไอ้นิกคุณนั่น!!เพราะหวังว่าเธอจะรู้ว่าเธอเป็นของๆใครรู้สถานะตัวเองว่าตัวเธอมีเจ้าของแล้ว!!แต่สุดท้ายแล้วกลับไปยืนให้ไอ้บ้านั่นมันจูบ!!ให้มันมาลบรอยของฉันและนั่นมันคือสิ่งที่ทำให้ฉันยอมไม่ได้!!

 ลมหายใจร้อนพ่นแรงตามแรงอารมณ์ที่กำลังปะทุของแทยอน ดวงตาแข็งกร้าวจ้องคนที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง ..ไร้เสียงสะอื้นจากคนน้องที่เอาแต่เงียบ ..หรือไม่..ก็อาจเพราะความกรุ่นโกรธที่พาลให้หูของแทยอนอื้ออึงเสียจนไม่อาจได้ยินเสียงสะอื้นของคนที่เขากำลังใส่อารมณ์ตอนนี้ “มองหน้าฉัน!!” ขึ้นเสียงกร้าวใส่คนน้องที่เอาแต่เงียบ ฝ่ามือเล็กเชยใบหน้าหวานแล้วบีบคางมนแน่นจนเธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บและปล่อยน้ำตาหยดลงมา “ร้องไห้ทำไม!!ทรมานมากหรือไงที่เห็นหน้าฉัน!ใช่สิฉันไม่ใช่ไอ้นิกคุณสุดที่รักของเธอนี่!!
 

                “.....หึ ทำตัวแบบนี้ยังไม่รู้สินะว่าตัวเองเป็นของๆใคร..ต้องให้ฉันเตือนความจำไหม หืม?”

“......ถ้าพี่ทำแล้วมีความสุขก็ทำเถอะค่ะ..” เสียงหวานตอบออกมาอย่างเบาหวิว แทยอนอาจพูดมาเพราะความสะใจและเขาอาจคิดว่ามิยองตอบออกมาเพราะต้องการเขาจนตัวสั่นแต่แทยอนไม่รู้หรอกว่าหัวใจของมิยองร้าวรานแค่ไหนกับคำพูดดูถูกเธอแต่ละประโยค
 

ดวงตาของแทยอนวาววับอย่างคนที่เหนือกว่า เพราะอารมณ์โกรธที่ไม่อาจฉุดให้มันเย็นลงได้อีกเลยทำให้เขาลืมไปว่าคนที่เขากำลังจะทำร้ายนั้นสำคัญกับเขามากแค่ไหน ..สิ่งที่ดังก้องอยู่ในหัวตอนนี้คือความคิดที่อยากจะเอาชนะใครต่อใครที่มาชอบมิยองเท่านั้น ..ฮวังมิยองที่เป็นที่ชื่นชอบของเด็กผู้ชาย..คนที่เด็กผู้ชายไม่กล้าจะคว้าเอาไว้..คือของๆเขา เป็นคนของเขา..ของคิมแทยอนเท่านั้น
 

“ฉันทำแน่..ฮวังมิยอง..จะทำให้สลักลึกลงไปในหัวใจเธอเลยว่าเธอเป็นของใคร..จะฝากรอยตีตราเอาไว้ทั่วทั้งตัวเธอ..เผื่อไอ้คนที่จ้องจะคว้าเธอจะได้รู้ว่าเธอมีเจ้าของแล้วก็คือฉัน!!

สิ้นเสียงเย็นชาที่เป็นดังประกาศิตนั้น แทยอนก็กึ่งลากเธอไปที่โซฟาตัวยาวแล้วผลักเธอล้มลงกับโซฟาก่อนที่เขาจะเคลื่อนกายเข้าทาบทับ อ้อมแขนเล็กรัดกายบางแน่นเหมือนกับไม่ปล่อยให้เธอได้ไปไหน ..ก่อนที่คิมแทยอนคนใจร้ายจะทำอย่างที่เขาพูดทุกอย่าง.. ฝากร่องรอยความเป็นเจ้าของและสัมผัสหนักหน่วงลงบนเรือนร่างบอบบางของคนน้องให้สลักไปถึงหัวใจว่าคนที่เป็นเจ้าของกายบอบบางนี้มีเพียงคนเดียวคือคิมแทยอน
 

น้ำเสียงครวญและกายบอบบางที่ตอบรับทำให้แทยอนกระหยิ่มใจ ..ไม่ว่าจะยังไงมิยองยังตอบรับสัมผัสของเขาเหมือนเดิม อ้อมแขนของเธอโอบรัดเขาเอาไว้แน่นไม่ปล่อย ใบหน้าแสนหวานชุ่มเหงื่อนั้นแดงเรื่อยามที่แทยอนฝากสัมผัสลงบนร่างกายของเธอ แม้ทุกอย่างจะเหมือนเดิมที่เรามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน..
 

..แต่แทยอนจะรู้ไหมว่านี่คือครั้งแรกที่หัวใจของมิยองกำลังร้องไห้กับบทรักของเรา..
 

..บางที..ครั้งนี้อาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายของมิยองก็ได้..

 
 

ดวงตาหวานปรือตามองคนตัวเล็กที่ผละกายออกห่างหลังจากที่ฝากสัมผัสสุดท้ายเอาไว้ ..สัมผัสที่ร้อนแรงแต่ไม่อ่อนโยนเหมือนครั้งก่อนถึงสามครั้งสามคราวทำให้ฮวังมิยองปวดตัวไปหมด แม้แต่แรงจะขยับยังไม่มี เธอได้แต่เงยหน้ามองแทยอนที่ติดกระดุมเสื้อเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไร..แต่ใครจะรู้หัวใจของเธอแทบจะพังแล้วด้วยซ้ำและก็เป็นเขาเองที่ทำให้มันแหลกคามือ
 

“หวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะทำให้เธอจำได้นะว่าเธอเป็นของใคร” แทยอนพูดออกมาอย่างเย็นชา ปรายตามองคนที่นอนนิ่ง ..เพราะความโกรธที่ยังหลงเหลือทำให้เขาพูดอะไรแย่ๆออกไปแทยอนรู้ดีว่าคำพูดของเขามันแย่เอามากๆแต่เพราะอารมณ์ที่ยังคงอยู่เหนือเหตุผลทำให้เขาไม่อาจห้ามวาจาร้ายๆที่พ่นออกไปได้สักนิด “...จำใส่สมองเอาไว้ฮวังมิยอง”
 

“เธอเป็นของฉัน”

ถ้อยคำร้ายกาจถูกส่งออกมาแผดเผาให้หัวใจของคนฟังแทบสลาย ..กี่ครั้งกี่หนที่มิยองพยายามอดทนมาตลอดเพราะว่ารักเขา ..กี่ครั้งกี่หนที่ยอมโดนเขาข่มเหงจิตใจ ยอมให้เขาได้ระบายความโกรธบนร่างกายของเธอเพียงเพราะหวังว่าเขาจะได้ลดทอนความโกรธลงบ้าง ..มิยองแค่หวังว่าแทยอนจะยอมฟังเธอบ้าง ..เห็นค่าเธอบ้าง..ไม่ใช่มองเธอเป็นสิ่งของที่จะระบายความโกรธหรือทำลายให้แหลกคามือเมื่อไหร่ก็ได้.. ทุกครั้งที่แทยอนทำร้ายเธอจะให้อภัยเขาเสมอเพียงเพื่อหวังว่าเขาจะยอมฟังเธอบ้างสักนิดก็ยังดี แต่สุดท้ายแล้ว..ทุกครั้งที่แทยอนเข้าใจเธอผิด..เขาไม่เคยฟังเธอเลยไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายแค่ไหนก็ตาม..
 

..ฟางเส้นสุดท้ายของเธอได้ขาดลงแล้ว..

..แทยอนไม่เคยเห็นเธอมีค่าในสายตาเขาเลย..เขามองเธอเป็นแค่ของเล่น..ของเล่นที่จะทำลายให้แหลกคามือเมื่อไหร่ก็ได้ ..หัวใจที่อยากผูกไว้กับเขากลับกลายเป็นสิ่งไร้ค่าเมื่อเขาเหยียบมันเสียแหลกคาเท้า..
 

“ครั้งสุดท้าย....”
 

“....เธอพูดอะไร” แทยอนเงยหน้ามองด้วยสายตาเย็นชาแต่หัวใจของเขากลับต้องกระตุกวูบเมื่อเห็นใบหน้าแสนหวานนั้นเปื้อนไปด้วยน้ำตา ..แต่แววตาของมิยองกลับว่างเปล่า..ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยใดๆให้เห็น
 

“นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะให้พี่ทำร้ายฉันแบบนี้ ..”
 

“............”
 

“ทั้งๆฉันเองก็มีหัวใจ..มีชีวิต มีความรู้สึก ฉันเจ็บเป็น ร้องไห้เป็น ไม่ใช่ตุ๊กตาไร้ชีวิตที่พี่จะย่ำยีฉันเท่าไหร่ก็ได้แต่ที่ไม่เคยพูด..ไม่เคยต่อต้าน ไม่เคยร้องไห้ ..ที่ยอมให้ทำร้าย..ที่ยอมทนฟังคำพูดร้ายๆเหล่านั้นเพราะฉันแค่หวัง....หวังว่าพี่จะยอมฟังฉันบ้าง..ที่ฉันยอมเป็นของพี่..เพราะหวังว่าพี่จะเห็นค่าฉันแต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ฉันหวังมันไม่เคยกลับคืนมาหาฉันเลย...ในสายตาพี่..ฉันเหมือนของเล่น..ของเล่นที่ไม่มีชีวิตไม่มีจิตใจ..”
 

                ประโยคตัดพ้อกับแววตาที่ว่างเปล่าของเธอทำให้หัวใจแทยอนกระตุกวูบก่อนความเจ็บปวดจะค่อยๆลามไปกัดกินทุกพื้นที่ของก้อนเนื้อที่กำลังเต้นอย่างอ่อนแรงลงทุกที น้ำเสียงหวานที่กำลังพูดเหมือนเป็นเรื่องทั่วๆไปกำลังกรีดหัวใจของเขาให้เป็นแผล..อย่างช้าๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มิยองแสดงออกมาตอนนี้ทำให้แทยอนรู้สึกผิด..ผิดที่ทำร้ายเธอไปแบบนั้น “....มิยอง .....ฉัน...” เอื้อมมือที่สั่นระริกจะเช็ดน้ำตาให้คนที่กำลังร้องไห้แต่กลับต้องชะงักเมื่อร่างบอบบางถอยห่างออกไปเหมือนไม่อยากจะให้เขาแตะต้อง
 

“รู้ไหมคะว่าที่ฉันยอมเพราะอะไร...” มิยองพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาโดยไม่คิดจะปาดมันทิ้ง “เหตุผลที่ฉันยังคงยอมพี่เสมอไม่ว่าพี่จะทำร้ายฉันกี่ครั้งพูดจาร้ายๆใส่ฉันกี่หน..เหตุผลเดียวที่ฉันคงยอมเสมอ”
 

“..ฉันรักพี่มากเกินกว่าที่จะโกรธหรือเกลียดพี่ลง..”

“แต่ตอนนี้.......ทุกอย่าง.....มันจบลงแล้ว.....”
 

“ฉัน....ไม่อยากจะรักคนที่ไม่เคยเห็นค่าความรักของฉันอีกแล้ว..”
 

“ในเมื่อพี่ไม่เคยเห็นค่าของฉันเลยแม้แต่น้อย..ฉันก็ไม่รู้จะรักพี่อีกต่อไปทำไม...”
 

                “ขอให้ทุกอย่างของเรา..จบลงตรงนี้เถอะนะคะ”

 
 

                “รุ่นพี่แทยอน.....”

               

 
 

                ประโยคนั้นของเธอเปรียบเหมือนคำลา..แววตาหนักแน่นของเธอบอกให้รู้ว่ามิยองไม่ได้ล้อเล่น ..เหมือนหูของเขามืดบอดไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ..เหมือนวิญญาณและความรู้สึกถูกกระชากออกไปจากตัวเมื่อมิยองหันมามองเขาด้วยแววตาไร้ความรู้สึก..เหมือนเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นหน้าเธอก่อนที่ร่างบอบบางจะเดินจากไปโดยไม่หันมามองเขาเลยแม้แต่น้อย..
 

                ..มิยองเดินจากไป..เธอไม่ใช่แค่เดินออกจากห้อง..แต่แทยอนรู้ดีว่าเธอกำลังเดินออกไปจากชีวิตเขา..
 

 

..โดยที่เอาหัวใจของเธอคืนกลับไปด้วย..
 

                ........................................................................................................................................................
 

                เท้าเล็กก้าวเข้ามาในตัวบ้านที่เงียบสนิท.. ความมืดที่โรยตัวทำให้แทยอนนึกกลัว.. กลัวว่าสิ่งที่คิดจะเป็นความจริง เรียวปากบางเม้มแน่น คนตัวเล็กรีบรุดขึ้นไปยังชั้นสองเปิดประตูห้องของมิยองด้วยใจที่เต้นระทึก มือไม้ของแทยอนเย็นเฉียบ ..กลัวเหลือเกิน.. กลัวว่ามิยองจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว.. ไม่อยู่กับเขาที่นี่.. แทยอนเดินสำรวจจนทั่วห้อง.. หัวใจของเขาเต้นช้าลงเรื่อยๆจนแทบจะกลายเป็นหยุดนิ่งเมื่อพบว่าเสื้อผ้าบางส่วนของมิยองหายไป..
 

                ร่างเล็กทรุดตัวนั่งกับปลายเตียงเหมือนคนหมดแรง ความเจ็บปวดที่เกิดจากการสูญเสียไม่เพียงแต่จะดึงเอาเรี่ยวแรงของเขาไปอย่างเดียวแต่มันเหมือนดึงเอาหัวใจของเขาไปด้วย แทยอนซุกหน้ากับฝ่ามือ สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นพลางก่นด่าตัวเองโทษตัวเองกับสิ่งร้ายๆที่ทำกับเธอลงไป ..ได้แต่ว่าตัวเองซ้ำๆกับการที่เอาอารมณ์เป็นใหญ่โดยไม่คิดถึงจิตใจของมิยองเลย น่าจะรู้..แทยอนน่าจะรู้ว่าที่มิยองยอมก็เพราะว่ารักเขา แทยอนน่าจะคิดถึงสิ่งที่เธอให้มาตลอดเวลาที่เรามีกันและกัน น่าจะคิดถึงสิ่งที่เธอทำให้ คิดถึงความเป็นจริง..ทุกสิ่งทุกอย่างที่แทยอนได้รับจากมิยองมันชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอเองก็คิดเหมือนกับเขา ..แต่แทยอนก็ไม่ทำ เขามันโง่ที่เอาแต่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เขามันงี่เง่าที่ไม่ยอมฟังอะไรจากเธอเลย.. แล้วตอนนี้จะแก้ไขอะไรได้ในเมื่อทุกอย่างมันจบลงแล้ว มิยองไม่รักเขาแล้ว..
 

                ..และเธอก็จากเขาไปแล้ว ..เธอหนีเขาไปโดยที่ไม่รู้ว่าจะไปตามหาเธอได้ที่ไหน..
 

..ไม่มีโอกาสให้แทยอนได้แก้ตัวอีกแล้ว..

 

 

ดวงตาหวานเอาแต่ทอดมองวิวด้านนอกระเบียงเงียบๆมาได้พักใหญ่แล้วตั้งแต่เธอมาถึงที่นี่.. บ้านของวิกตอเรียเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ ..มิยองจัดสินใจหอบเอาเสื้อผ้าบางส่วนมาอยู่บ้านของเพื่อนสาวสักพักเพื่อหลบเลี่ยงที่จะเจอหน้าคนๆนั้น ..มิยองยอมรับว่าเธอโกรธ..ทั้งโกรธทั้งเสียใจกับการที่แทยอนทำกับเธอเหมือนเธอเป็นสิ่งไร้ค่า ..ไม่มีค่าอะไรสำหรับเขาเลย.. มิยองเสียใจที่แทยอนไม่เห็นค่าความรักของเธอ ..มิยองอยากจะตัดใจจากคนใจร้ายคนนั้นแต่คำถามคือเธอจะทำได้ไหม? และแทบจะไม่ต้องเดาเลย..
 

มิยองทำไม่ได้หรอก ..มิยองตัดใจจากแทยอนคนใจร้ายคนนั้นไม่ได้ ..พยายามแล้ว..พยายามที่จะไม่นึกถึง..แต่ใบหน้าใสและรอยยิ้มของเขา รวมถึงภาพความทรงจำมากมายที่เราเคยผ่านด้วยกันมันวนเวียนเข้ามาในหัวไม่หยุดเลย ..แทยอนอาจจะทำตัวร้ายกับเธอไว้แต่เพราะสิ่งดีๆที่มันมีมากกว่ามันลบภาพคนใจร้ายออกไปหมด ..ไม่รู้ทำไม ทั้งที่สิ่งร้ายๆที่เขาทำไว้มันทำให้เธอเจ็บ.. แต่มิยองกลับจดจำแต่สิ่งดีๆที่เขามีให้
 

และเพราะรู้ว่าตัวเองไม่อาจจะตัดใจจากเขาได้ในเร็ววัน ..เธอจึงเลือกที่จะหลบเลี่ยงการใกล้ชิด การเจอหน้าหรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเขาไปชั่วคราว เพราะไม่อยากใจอ่อน..เพราะไม่อยากเจ็บ..เพราะอยากให้แทยอนรู้ ให้แทยอนสำนึกในสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาดไว้กับเธอ มิยองจึงเลือกที่จะหนีหน้าเขามาแบบนี้ ..คนที่รู้เรื่องมีแค่กลุ่มเพื่อนสนิทของเธอเท่านั้นและแน่นอนว่าเพื่อนๆของเธอเองก็ยินดีช่วยเต็มที่ เด็กสาวให้ข้อแก้ตัวกับอินนาแค่ว่าอยากจะมาอยู่กับเพื่อนสักพักแต่ไม่ยอมบอกเหตุผลซึ่งโชคดีที่แม่ของเธอไม่ใช่คนที่ชอบเซ้าซี้เท่าไหร่นัก มิยองจึงไม่รู้สึกลำบากใจที่จะบอกแม่ แต่มันก็น่าแปลกนะทั้งที่ตัดสินใจจะหนีมาแท้ๆแต่ทำไมเธอเอาแต่คิดถึงคนใจร้ายคนนั้นอย่างเดียวก็ไม่รู้.. แทยอนจะกินข้าวหรือยัง เขาจะเป็นยังไงบ้าง จะรู้สึกอะไรบ้างไหมถ้าเขากลับไปแล้วไม่เห็นเธออยู่ที่บ้านหลังนั้น
 

..แทยอนจะคิดถึงเธอบ้างไหมนะ..
 

 

“ยังไม่ง่วงหรอมิยองน้อย” เสียงใสจากเจ้าของห้องดึงให้มิยองหลุดจากภวังค์ทันที ใบหน้าหวานหันไปมองร่างสมส่วนของวิกตอเรียที่เดินเข้ามาหาพร้อมกับนมอุ่นในมือหนึ่งแก้ว หล่อนส่งแก้วนมให้มิยองแล้วยกมือลูบผมเพื่อนสาวหน้าหวานเบาๆ “ยังคิดมากอยู่อีกหรอ” เห็นมิยองส่ายหน้าและส่งยิ้มมาให้ก็ถอนใจ ..ทำไมจะไม่รู้ว่ามิยองแสร้งยิ้มและบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรเพื่อให้เพื่อนๆสบายใจ ..สบายใจที่ไหน?พลอยให้เป็นห่วงมากกว่าเก่าล่ะสิไม่ว่า “พูดจริงๆนะมิยองน้อย..เธอจะไม่ทำตามคำแนะนำของฉันก็ได้....”
 

“.........”
 

“ตัดใจจากคนแบบนั้นเถอะ..ในเมื่อเค้าไม่เห็นค่าเธอ..ก็ไม่จำเป็นต้องไปรักเค้าอีก พี่เหมันต์ทำร้ายเธอมามากแล้วฉันเองก็ทนเห็นเพื่อนของฉันโดนทำร้ายแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว”
 

“............”
 

“มีคนอีกมากมายที่พร้อมจะดูแลเธอ และฉันก็มั่นใจว่าเขาจะต้องดูแลเธอได้ดีกว่าพี่เหมันต์แน่ๆ...อย่างน้อยก็พี่ซีวอนคนหนึ่งล่ะที่รอเธออยู่” วิกตอเรียพูดไปตามที่คิด “ไม่ใช่ว่าฉันเชียร์พี่ซีวอนหรอกนะเพียงแต่ฉันไม่อยากเห็นเธอต้องมาร้องไห้เพราะคนคนเดียวอีก มิยองเข้าใจฉันใช่ไหม”

ฮวังมิยองนิ่งเงียบกับคำแนะนำของเพื่อนสาว เธอก้มหน้ามองแก้วนมอุ่นๆในมือ เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มบางเบา “พี่น่ะชอบดื่มนมก่อนนอนเพราะจะได้หลับสบาย..แถมยังบังคับให้ฉันดื่มด้วย..เขาจะกอดฉันไว้ด้วยอ้อมแขนอุ่นๆทุกคืน พี่ชอบทำให้ฉันนอนไม่หลับหากไม่ได้นอนกอดเขา..อ้อมกอดของพี่แทยอนอาจจะไม่ได้กว้างใหญ่แต่มันน่าแปลกที่ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่พี่กอดฉัน” เปลือกตาบางปิดลงเพื่อกลั้นไม่ให้หยดน้ำตารินไหล มิยองผันหน้ากลับไปมองท้องฟ้าที่มืดสนิทอีกครั้งเพราะอยากซ่อนน้ำตาไม่ให้เพื่อนเห็น “....สำหรับฉัน..อ้อมกอดของพี่น่ะเป็นเหมือนที่พักใจ..ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือท้อแท้แค่ไหนเพียงแค่พี่แทยอนกอดฉันไว้..มันก็ทำให้ฉันลืมเรื่องไม่ดีเหล่านั้นได้แล้วล่ะค่ะ..”
 

“.....มิยองน้อย..”
 

“ป่านนี้จะทำอะไรอยู่นะ พี่จะทานข้าวหรือยัง” มิยองเปรยเสียงเบา ดวงตาหวานทอประกายเศร้ายามที่นึกถึงคนใจร้ายคนนั้นก่อนจะเหลือบตามองเพื่อนสาวที่มองตอบกลับมา “ฉันรู้ว่าทุกคนเป็นห่วงฉัน..ทุกคนอยากให้ฉันเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่เขาเพราะไม่อยากเห็นฉันเจ็บปวดเพราะเขาอีกแต่ฉัน...ทำไม่ได้หรอกค่ะ ฉันรู้ดีว่าฉันตัดใจจากพี่แทยอนไม่ได้..ไม่สามารถทำได้เลย..ฉันรักพี่แทยอน..รักมากพอที่จะยอมให้อภัยเขา..ทุกๆอย่าง....”
 

“แต่สิ่งที่เขาทำกับเธอน่ะมัน....”
 

“.....ฉันรู้ค่ะว่าพี่เขาทำให้ฉันเจ็บปวดมากแค่ไหน..ฉันเองก็ไม่ได้ต้องการจะแก้แค้นเพราะฉันไม่เคยแค้นเขาเลย..อาจจะเคยโกรธ อาจจะเคยเสียใจกับการกระทำของเขาแต่ก็ไม่เคยเกลียด..ไม่เคยแค้น..ฉันเพียงแต่คิดว่าพี่เขาควรจะรู้สึกตัวว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไปบ้าง..ฉันเพียงแต่ต้องการให้เขาสำนึกผิดในสิ่งที่เขาทำลงไป อยากให้รู้ตัวพี่แทยอนจะได้ไม่ต้องทำแบบนี้อีก..อย่างน้อยก็กับคนที่เขาเลือก..ซึ่งอาจจะเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน”
 

“คนเรา..กว่าจะรู้ว่าสิ่งนั้นสำคัญมากแค่ไหนก็ในวันที่เสียมันไปแล้ว...ไม่ใช่เหรอคะ???”
 

                .......................................................................................................................................................
 

                นาฬิกาปลุกดิจิตอลที่กำลังแผดเสียงดังลั่นห้องกำลังปลุกให้เจ้าของห้องนอนสีฟ้าน้ำทะเลปรือตาที่หนักอึ้งตื่นขึ้นมาช้าๆ คิมแทยอนนอนมองเพดานเงียบๆหลังจากที่จัดการให้เจ้านาฬิกาเจ้าปัญหาเงียบเสียงไปแล้ว แขนเล็กถูกยกขึ้นก่ายหน้าผากขณะที่กำลังคิดทบทวนถึงเหตุการณ์เมื่อวาน.. รู้สึกอ้อมแขนนี้มันว่างเปล่าพิกลยามที่ไม่มีเธออยู่ในอ้อมแขน แทยอนไม่ได้คิดเอง..แต่เขากำลังรู้สึกว่าบ้านหลังนี้มันอ้างว้างนักเวลาที่เธอไม่อยู่ ..ไม่มีเสียงหวานชวนฝันกระซิบให้เขาตื่นนอนเหมือนทุกวัน.. ไม่มีรอยยิ้มตาปิดที่เขารักมันนักหนาต้อนรับเวลาที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเจอเธอเป็นคนแรก.. ไม่มีคนคอยจัดเตรียมชุดนักเรียนให้เวลาที่เขากำลังอาบน้ำ.. ทุกสิ่งทุกอย่างที่มิยองเคยทำให้วิ่งวนเข้ามาในหัวไม่หยุดพอวันนี้ที่ไม่มีเธออีกแล้ว..มันกลับตาลปัตรไปหมดเลยจริงๆ
 

                ..อ้างว้างยิ่งกว่าตอนก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาเสียอีก..
 

                ..พอจะมีทางไหนหรือเปล่าที่จะทำให้เธอกลับมา.. เขาคิดแล้วถอนหายใจ มือเล็กลูบใบหน้าใสเสยเส้นผมสีบรอนซ์ที่เริ่มยาวเลยบ่าไปแล้วลวกๆปลายนิ้วลูบเปลือกตาที่บวมช้ำจากการเสียน้ำตาให้กับความสูญเสียที่ได้รับ ..นี่เขาไม่ได้ร้องไห้หนักจนหลับไปแบบนี้นานเท่าไหร่แล้ว..อาจจะนับตั้งแต่แม่จากไปหรือเปล่านะ?.. ดวงตาสีเข้มเหลือบมองต้นไม้ต้นเล็กๆที่วางอยู่มุมห้อง ดอกกุหลาบสีขาวที่อยู่ในกระถางดอกไม้.. มันเป็นเพียงสีสันเดียวที่แตกต่างในห้องนี้..ซึ่งมันก็เหมือนกับเธอ..ที่เป็นสีสันเดียวในชีวิตของเขา..
 

                หากเปรียบเทียบเธอกับสีสัน.. มิยองก็คงเหมือนกับสีชมพูที่เข้ามาแต่งแต้มให้โลกสีเทาของเขาสดใสขึ้นแต่มันน่าตลกนักที่ในวันนี้โลกของเขากลับมาเป็นสีเดิมอีกครั้งเมื่อเธอเดินจากไป..
 

                สองขาเล็กพาร่างลุกจากเตียง.. เดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ มุมปากยกยิ้มแค่นอย่างสมเพชตัวเองในความโง่เขลา ..ภาพที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่คิมแทยอนที่เฉลียวฉลาดและเข้มแข็งอีกแล้ว..คนตรงหน้าคือเด็กหญิงคิมแทยอนที่โง่เง่าและอ่อนแอ.. ที่แม้กระทั่งผู้หญิงคนเดียวก็รักษาเอาไว้ไม่ได้
 

                ..คิมแทยอน..คนโง่เง่า..
 

 

                “ลู่หาน?????” เรียวคิ้วบางเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจที่เปิดประตูบ้านออกมาแล้วเห็นเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลากำลังยืนยิ้มแฉ่งมาให้ แทยอนทำหน้ายุ่งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรนอกจากเอาแต่ส่งยิ้มตอบมาให้สุดท้ายเขาต้องเอ่ยปากถามออกไปเสียเอง “...มีอะไรหรือเปล่า มาแต่เช้า”
 

                “ผมตั้งใจจะไปโรงเรียนพร้อมพี่สาวฮะ”
 

                “อ้อ...วันนี้ไม่ได้เอารถไปนะ อยากเดินมากกว่า”
 

                “ไม่เป็นไร งั้นผมจะเดินเป็นเพื่อนพี่สาวเอง”
 

                ดวงตาสีเข้มจ้องมองรอยยิ้มของเด็กหนุ่มอย่างชั่งใจก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ..มีเพื่อนเดินก็ดีเหมือนกัน.. คิดในใจแล้วหันไปล็อกประตูบ้านก่อนจะพยักหน้าให้เด็กหนุ่มเป็นสัญญาณให้ออกเดินทางได้แล้วไม่อย่างนั้นคงจะสายทั้งคู่ และมันคงไม่ดีแน่หากเขาซึ่งเป็นประธานนักเรียนจะไปสาย แทยอนออกเดินนำหน้าไปก่อนโดยไม่คิดจะรอน้องชายข้างบ้านที่ขอไปโรงเรียนด้วยกัน สายลมเอื่อยในยามเช้าขณะที่คนตัวเล็กเดินทอดน่องไปตามเส้นทางไม่ได้ทำให้ความรู้สึกว้าวุ่นใจลดน้อยลงไปเลย..แน่นอนว่ามันไม่ได้ทำให้สมองเขาโล่งเท่าไหร่ด้วย มันกลับยุ่งเหยิงไปหมดคิดหาสารพัดวิธีที่จะทำให้มิยองกลับมา ..แต่เพราะเป็นคนพูดไม่เก่ง..และไม่เคยรักใครมาก่อนนอกจากผู้เป็นแม่ แทยอนจึงไม่รู้จะทำอย่างไร..จะจัดการอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ดี
 

                ใบหน้าใสคมคายแหงนมองท้องฟ้าที่ปรอดโปร่งซึ่งต่างกับหัวใจที่กำลังขุ่นมัวของเขานัก.. ดวงตาสีเข้มจดจ้องก้อนเมฆสีขาวเงียบๆก่อนจะละสายตาจากมันแล้วก้าวเดินต่อไป.. เพราะความคิดที่กำลังตีกันยุ่งในหัวเลยทำให้เขาลืมไปแล้วว่าไม่ได้เดินอยู่คนเดียว ร่างสูงโปร่งของลู่หานที่เดินตามหลังมาเงียบๆเร่งฝีเท้าจนกลายเป็นเดินเคียงข้าง ฝ่ามือกว้างของเด็กหนุ่มฉวยเอากระเป๋านักเรียนในมือของพี่สาวตัวเล็กมาถือให้พร้อมส่งยิ้มสดใสเมื่ออีกคนหันมามองกันเล็กน้อย เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันยามที่สีหน้าเฉยชาของแทยอนหันกลับไปเหม่อลอยอีกครั้ง
 

                ..พี่สาวเป็นอะไรไปนะ ดูเหม่อลอยแปลกๆ..
 

                “พี่สาวเป็นอะไรไปฮะ มีอะไรไม่สบายใจบอกผมได้นะ” ลู่หานตัดสินใจเอ่ยถามออกไป เขาไม่เก็บมันไว้ให้เสียเวลาหรอกก็ในเมื่อแทยอนเป็นคนสำคัญของเขา เขาก็ควรที่จะเอาใจใส่เป็นธรรมดาสิจริงไหม? “เผื่อผมอาจจะช่วยพี่สาวได้ไงครับ”
 

                “นายช่วยฉันไม่ได้หรอก..ไม่มีใครช่วยฉันได้”
 

                “แต่ แต่ถึงผมจะช่วยพี่ไม่ได้อย่างน้อยมันก็ดีกว่าพี่สาวเก็บไว้คนเดียวนะฮะ ผมไม่อยากให้พี่สาวต้องกังวลใจนะ”
 

                ดวงหน้าอ่อนเยาว์หันมองคนที่สูงกว่าเล็กน้อย เรียวปากบางคลี่ยิ้มมุมปากเล็กๆพร้อมฝ่ามืออุ่นที่ตบบนบ่ากว้างของเขาเบาๆ “ขอบใจนะ..ที่เป็นห่วง” เจ้าตัวกล่าวแล้วกลับไปจมอยู่กับความคิดของตัวเองอีกครั้งทิ้งให้น้องชายข้างบ้านอย่างลู่หานได้แต่มองแผ่นหลังของแทยอนไปด้วยสายตาไม่เข้าใจ
 

                ..ทั้งที่คิดว่าน่าจะใกล้กันมากกว่าเดิมแท้ๆ..ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันแค่นี้..
 

                ..แต่ไม่รู้ทำไม..พี่สาวแทยอนเหมือนไกลออกไปทุกที..ไม่เหมือนพี่สาวแทยอนที่เคยรู้จักเลย..
 

                ..เกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวกันแน่???..
 

                .................................................................................................................................................
 

                “...มันต์...เหมันต์....”
 

                “..........”
 

                “ย่า!!คิมแทยอน แกได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่าวะ!!
 

                เจ้าของชื่อเพียงแค่เหลือบมองใบหน้าคมคายของควอนยูริเงียบๆหลังจากถูกเสียงตะโกนของเพื่อนดึงเขาให้ออกจากภวังค์ เรียวคิ้วบางเลิกขึ้นเชิงถามแต่กลับถูกคำถามจากเพื่อนสนิทย้อนกลับมาแทน “เกิดอะไรขึ้นระหว่างแกกับมิยองน้อย” แทยอนเมินหน้าหนีไปทางอื่นคล้ายจะบอกกลายๆว่าเขาไม่พร้อมที่จะบอกมันกับใครทั้งนั้น คนถามมีสีหน้าอ่อนใจเล็กน้อยเมื่อเพื่อนตัวเล็กเลือกที่จะเงียบ “แกมีอะไรแกบอกพวกฉันได้นะ เราเพื่อนกันไม่ใช่หรือไง”
 

                “ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
 

                “เฮ้อ....” เจ้าของฉายาเจ้าชายฤดูร้อนถอนหายใจเสียงดังเพื่อให้คนตัวเล็กรู้ว่ากำลังเป็นห่วงและกังวลในท่าทีแบบนั้นของเพื่อนแค่ไหน “ฉันเข้าใจนะว่าแกเป็นคนยังไง..ฉันรู้ว่าแกเป็นคนนิ่งจนถึงขั้นตายด้านเสียด้วยซ้ำแต่อย่าลืมสิว่าเราเป็นเพื่อนกันมากี่ปีแล้ว?ทำไมฉันจะดูไม่ออกว่าแกมีเรื่องกังวลใจอะไรอยู่”
 

                “มันไม่อยากบอกก็อย่าไปเซ้าซี้ถามมันเลย คิมหันต์” ยุนอาที่นั่งพิมพ์งานในแลปท็อปของตัวเองกล่าวโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอคอม ปลายนิ้วเรียวยาวดันกรอบแว่นตาสีดำเล็กน้อยแล้วรัวปลายนิ้วลงบนแป้นคีบอร์ดต่อ “แกก็รู้อยู่ว่าเหมันต์เป็นยังไงก็ยังจะไปเซ้าซี้มันอยู่ได้”
 

                “ทำงานของแกไปเหอะ วสันต์” ยูริกล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึงก่อนทิ้งกายลงที่เก้าอี้ของตัวเอง “เอาเถอะถ้าไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก..เพราะตอนนี้ฉันมีเรื่องจะขอให้แกช่วย” ดวงตาคมเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนพูดน้อย “สิ้นเดือนหน้าชมรมของฉันต้องส่งตัวแทนไปแข่งเทควันโด้เพื่อเข้าชิงการแข่งขันระดับจังหวัด..โรงเรียนที่เจอกับเราคือ โรงเรียนมัธยมปลายวอนกี(원기แปลว่า พละกำลัง, แข็งแรง)

                ใบหน้าหวานคมของเจ้าชายแห่งฤดูใบไม้ผลิละสายตาจากงานของตัวเองทันทีที่ได้ยินชื่อโรงเรียนจากยูริ “วอนกี???โรงเรียนคู่อริเราน่ะนะ???” เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นเข้าหากัน “รู้สึกว่างานโรงเรียนเมื่อสองปีก่อนจะมีสมาชิกจากชมรมเทควันโด้มาป่วนงานด้วยนี่??เห็นว่าเด็กชมรมแกโดนเล่นงานไปหลายคนเลย..”

                “ใช่ แล้วหลังจากนั้นไอ้พวกวอนกีก็ถูกเหมันต์ของเราล้มไปและได้ถ้วยรางวัลมาแทนพร้อมข้อแลกเปลี่ยนที่ว่าจะไม่มาสร้างความวุ่นวายที่นี่อีก พอปีที่แล้วเหมันต์ไม่ได้ลงแข่งมันก็เลยคิดจะมาหาเรื่องเพื่อมาทวงถ้วยคืน..แถมปีนี้ได้ข่าวมาว่ากัปตันทีมคนใหม่ร้ายใช่ย่อย....ดีไม่ดีวันงานโรงเรียนที่จะจัดต้นเดือนหน้ามันจะส่งคนมาป่วนด้วย” ควอนยูริหยุดพูดก่อนจะหันไปมองเพื่อนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่าง “เพราะฉะนั้น...เหมันต์ ฉันอยากให้แกช่วย..ปีนี้ลงแข่งในนามสมาชิกชมรมให้ที”

                “.....ฉันไม่อยากแข่ง” แทยอนตอบอย่างไม่จำเป็นต้องคิด เหลือบตามองคนตัวสูงที่อ้าปากพะงาบๆเล็กน้อย “เมื่อตอนนั้นก็บอกไปแล้วไงว่าครั้งสุดท้าย..ฉันจะไม่ลงไปแข่งขันชิงรางวัลอะไรนั่นอีกไม่ว่าจะการแข่งขันอะไรก็ตาม”

                “เฮ้ย แต่มันขึ้นอยู่กับศักดิ์ศรีของยองกวางเลยนะโว้ย แกเป็นประธานนักเรียนนะ!ไม่คิดจะปกป้องศักดิ์ศรีโรงเรียนหรือไง”

                “........”

                “โธ่ ไอ้เหมันต์ฉันไหว้ล่ะ ช่วยลงแข่งทีเถอะ แกก็รู้ว่าปีนี้เป็นปีสุดท้ายของพวกเรา..ฉันอยากจะทิ้งอะไรให้พวกเด็กๆในชมรมฉันมันภูมิใจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วแกก็เป็นความหวังเดียวด้วย...ถ้าฉันลงแข่งได้ฉันคงลงไปแล้ว..แกก็รู้ว่าซูยอนไม่อยากให้ฉันลงแข่งแถมไหนจะคุณพ่อคุณแม่อีก..แค่ฉันได้เล่นเทควันโด้และยังได้ดูแลชมรมนี้มันดีเท่าไหร่แล้ววะ”

                คิมแทยอนผ่อนลมหายใจด้วยความระอากับคำขอร้องของเพื่อนสนิท ..เดี๋ยวก็ได้ใจอ่อนอีกนั่นแหล่ะ.. คิดแล้วก็ได้แล้วยกมือขึ้นบีบขมับที่ปวดตุบๆเพราะมีเรื่องมากมายให้คิดมากเกินไป.. ไหนจะเรื่องมิยอง เรื่องงานโรงเรียน เรื่องเตรียมตัวเอนทรานซ์แล้วยังจะเรื่องลงแข่งตอบคำถามวิชาการระดับจังหวัดในปลายเทอมนี้อีก..มีเรื่องต้องให้เตรียมตัวเยอะแยะไปหมดเลยให้ตาย.. คนตัวเล็กเหลือบตามองยูริที่ถลามาเขย่าแขนพร้อมส่งสายตาอ้อนวอนกันสุดฤทธิ์ซึ่งจนแล้วจนรอดคนแข็งนอกแต่อ่อนในก็ต้องยอมเพื่อนด้วยคำตอบที่ยังไว้เชิงตัวเองอยู่

                “ขอคิดดูก่อนแล้วกัน”

                “โอ้ย แค่แกบอกว่าคิดดูก่อนมันก็เป็นบุญคุณกับฉันแล้วว่ะ”

                อิมยุนอาหัวเราะกับท่าทางของเพื่อนสนิททั้งสองก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นบ้าง “อ้อ งานโรงเรียนปีนี้ชมรมแกเตรียมการแสดงอะไรไว้ยังไงอย่าลืมส่งรายละเอียดมาด้วยนะเดี๋ยวฉันจะต้องทำเรื่องส่งให้คุณป๋าอีก”

                “...โซโล่เดี่ยว....ของฉัน” แทยอนตอบเสียงเรียบ คำตอบนั้นเรียกสายตาแปลกใจของคู่แฝดนรกทันที เท่าที่รู้จักกันมาแทยอนไม่ค่อยจะชอบดันตัวเองให้ทำพวกโซโล่เดี่ยวเท่าไหร่งานที่ผ่านๆมาไม่ดันให้คนอื่นขึ้นเวทีก็ต้องดูเอทกับนักร้องในชมรมร่ำไป แต่ปีนี้คิดอะไรนะ? คนตัวเล็กเห็นสีหน้าสงสัยของเพื่อนสนิทก็พูดต่อ “..พอดีเขียนเพลงใหม่..อยากให้ใครบางคนได้ฟัง”

                “แล้วเด็กในชมรมแก???”

                “พวกนั้นแทบจะเสนอชื่อฉันด้วยซ้ำ....เหอะ”

                “ฮ่าๆๆๆๆๆ มีประธานชมรมอย่างแกทั้งทีใครที่ไหนบ้างไม่อยากจะพรีเซ้นต์ ฉันถามแกหน่อย”

                แต่เสียงหัวเราะและบทสนทนากลับหยุดลงทันทีที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น ยุนอาเอ่ยปากอนุญาตให้คนนอกเข้ามาได้ก่อนบรรยากาศในห้องจนเงียบสนิทราวป่าช้าเมื่อร่างบอบบางของคนที่หายหน้าหายไปจากชีวิตของเพื่อนตัวเล็กก้าวเข้ามาในห้อง ..แน่นอนว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้แทยอนมีอาการเหม่อลอยแบบนี้ด้วย.. ยุนอาและยูริหันมองสีหน้าตื่นๆของเพื่อนตัวเล็ก ดูเหมือนแทยอนจะยังตั้งตัวไม่ทันที่คนที่เขาโหยหามาหลายวันมาปรากฏตัวอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้

                “...เธอ..ฮวังมิยอง..เธอหายไปอยู่ที่ไหนมา” เสียงหวานนุ่มเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว หัวใจเขากระตุกวูบเมื่อใบหน้าของเธอไม่มีรอยยิ้มอย่างเคย สิ่งที่หลงเหลือจากวันที่เธอเดินจากไปนั้นมีเพียงความเฉยชา ..และแววตาคู่นั้นกลับไม่ได้สะท้อนเพียงแต่ภาพเขาอีกต่อไป.. มันแทบจะไม่หลงเหลือความรักให้เขาอีกแล้ว..

                ..ทั้งๆที่เมื่อก่อนนี้น่ะ....

                “...ฉันพาน้องบัดดี้ของฉันมาให้พี่รู้จักค่ะ ...เผื่อว่าพี่ยังจะจำได้ว่าพี่เป็นพี่บัดดี้ฉัน”

                “เธอหายไปอยู่ที่ไหนมา..ทำไมไม่กลับไปอยู่บ้าน..ไปอยู่ที่ไหนมาไม่คิดจะบอกฉันสักคำเลยหรือไง”

                “...ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจำเป็นต้องบอกพี่นี่คะ” มิยองโต้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาจนคนฟังใจหายวูบ

                “พูดอะไรของเธอ...ไปอยู่ที่ไหนกับใครก็ไม่บอกสักคำ อยู่ๆก็หายหน้าไปแบบนี้ไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็น.....”

                “เราไม่ได้เป็นอะไรกันไปมากกว่าคำว่าพี่น้อง..แล้วฉันเองก็คิดว่ามันไม่ใช่กงการอะไรที่ฉันจะต้องไปรายงานพี่ทุกเรื่องจริงไหมคะ”

คำตอบที่ไร้เยื่อใยจากคนน้องทำให้แทยอนสะอึกและจุกจนพูดอะไรไม่ออก ความเย็นชาที่ได้รับไม่ว่าจากคำพูดเหล่านั้นหรือจะเป็นจากดวงตาหวานคู่นั้นทำให้คนตัวเล็กแต่เม้มปาก ..อับจนคำพูดใด มันรู้สึกแย่..แย่ไปหมดที่ได้รับความเย็นชาเหล่านั้นตอบแทนทั้งที่เขาก็เป็นห่วงเธอแทบจะบ้าตายที่อยู่ๆหายไปแบบนี้ แถมเหมือนยังจะหนีหน้ากันไปอีก ..พอมาถึงตอนนี้แทยอนรู้แล้วว่ามิยองรู้สึกยังไงยามที่เธอได้รับเพียงแต่ความเย็นชาจากเขา

ดวงตาหวานหลุบต่ำ.. ไม่อยากมองหน้าเขาเลย ..ไม่ใช่ว่ารังเกียจเพียงแต่มิยองรู้ดีว่าตัวเองไม่ใจแข็งพอที่จะทำเฉยชากับเขาได้นาน การที่ไม่มองหน้าเขาอาจเป็นทางที่ดีที่สุดก็ได้ที่ทำให้ตัวเองไม่ต้องใจอ่อนให้อภัยเขาก็ได้ ใบหน้าแสนหวานหันมองร่างสูงที่พามาด้วย ริมฝีปากอิ่มขยับส่งยิ้มน้อยๆเป็นการชักชวนให้คนที่ยืนรออยู่ข้างนอกเดินเข้ามา ..แสร้งทำเป็นไม่สนใจสายตาวูบไหวที่มองมายามที่เธอส่งยิ้มให้เด็กหนุ่มร่างสูง

“นาย....” เรียวคิ้วบางขมวดมุ่นเมื่อได้สบสายตากับดวงตาเฉยชาของเด็กหนุ่มตรงหน้า ดวงตาสีเข้มตวัดสายตามองมิยองที่ยังไม่ยอมสบตากับเขาเป็นเชิงถาม “พาหมอนี่มาทำไม”

“น้องเขาชื่อ โอเซฮุน ค่ะ...เป็นน้องบัดดี้ของฉันเอง..กรุณาเรียกชื่อของเขาด้วยนะคะ”

“ปกป้องกันจังเลยนะ แตะไม่ได้หรือไง” แทยอนเอ่ยถามเสียงประชดประชันขณะสายตาก็เอาแต่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ..หึ จับมือถือแขนกันแบบนั้นคงสนิทกันมาล่ะสิ.. คิดแล้วเม้มปากเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ขุ่นเคืองในใจเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้ ไม่ว่าจะท่าทีห่างเหินและสายตาเย็นชาที่มองมามันตอกย้ำให้เขารู้

..คิมแทยอนไม่มีสิทธิในตัวฮวังมิยองอีกต่อไปแล้ว..

คำว่า “กว่าจะรู้ว่าสิ่งนั้นสำคัญกับเรามากเพียงใดคือวันที่เราสูญเสียมันไปแล้ว” มันยังใช้ได้จริงเสมอไม่ว่ากับใครก็ตาม ..มันน่าตลกที่คนส่วนมากมักเอาอารมณ์เป็นที่ตั้งมากกว่าสติลืมคิดไปว่าสิ่งที่ทำมันจะมีผลอะไรตามมาบ้าง สุดท้ายแล้วมารู้ตัวก็ตอนเมื่อสาย ..เวลาไม่อาจย้อนกลับไปได้เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว..ผ่านไปแล้ว ไม่อาจจะกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก วันนี้แทยอนรู้ซึ้งถึงประโยคนี้ ..ถ้าวันนั้นแทยอนใจเย็นสักหน่อย รับฟังเธอบ้าง..เขาก็ไม่ต้องมาทุกข์ทรมานกับความเย็นชาที่เธอมอบให้แบบนี้..

..พอมาถึงตอนนี้แทยอนจะทำอะไรได้นอกจากข่มอารมณ์ไว้เพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิในตัวเธอเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป..หากเขาไม่ข่มอารมณ์ไว้..เผลอทำตัวแย่ๆออกไปอีก..คราวนี้มิยองอาจจะเกลียดเขาไปเลยก็ได้..แน่นอนว่าแทยอนไม่อยากให้เป็นแบบนั้น..

..จะมีใครที่ทนให้คนที่ตัวเองรักเกลียดได้เล่า? แทยอนคนหนึ่งล่ะที่ไม่..แค่ท่าทีห่างเหินของเธอก็ทำให้เขาเจ็บช้ำและรู้สึกผิดมากพอแล้ว..หากมิยองเอ่ยปากว่าเกลียดเขาออกมา..แทยอนคนไม่ต่างจากคนที่ตายทั้งเป็น..

..เพราะตอนนี้เขารู้ตัวแล้ว..ว่าเขารักเธอมากเหลือเกิน..

 
 

“ฉันตั้งใจพาเซฮุนมาเจอพี่เพราะคิดว่าเขาควรจะได้รู้จักสายรหัสของตัวเองสักหน่อย..” มิยองกล่าวด้วยเสียงเรียบเย็น ผิดกับหัวใจที่เริ่มร้อนรุ่มยามที่เห็นร่องรอยความเจ็บปวดในแววตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น เรียวปากอิ่มเม้มแน่นก่อนผ่อนลมหายใจเบาเพื่อระบายความรู้สึกร้าวรานในอก..และไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันที่ต้องทำเย็นชาใส่แบบนี้ “เย็นนี้ฉันกับน้องตั้งใจว่าจะไปทานเค้กที่ร้านตรงหัวมุมถนน..ถ้าพี่พอจะเจียดเวลามาได้..ก็เชิญค่ะ”

“........ฉันจะไป”

ฮวังมิยองไม่ได้มีท่าทีอะไรหลังจากได้ฟังคำตอบจากเขา เธอเบือนใบหน้าหวานไปมองเซฮุนที่ยืนสังเกตบรรยากาศแปลกๆของสายรหัสเขาเงียบๆ มือบางเอื้อมไปกระตุกชายแขนเสื้อของเด็กหนุ่มเบาๆ “ไปเถอะค่ะเซฮุน..เดี๋ยวพี่จะพาไปทัวร์โรงเรียนนะคะ” เด็กสาวหันไปยิ้มทักทายยูริและยุนอาที่ยืนเงียบตั้งแต่เธอเข้า ดวงตาหวานเหลือบมองแทยอนที่มองมาทางเธอเงียบๆก่อนจะหันหลังกลับ..โดยที่ไม่เอ่ยลาเขาสักคำ..ทิ้งให้แทยอนได้แต่มองตามเธอไปด้วยสายตาเจ็บปวดเพียงเท่านั้น

.....................................................................................................................................................

“หืม พี่ไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่าคนเงียบๆแบบเซฮุนจะชอบกินของหวานอะไรแบบนี้ด้วย” น้ำเสียงหวานชวนฝันกล่าวพร้อมกับแย้มรอยยิ้มสดใส ฮวังมิยองส่งยิ้มให้เซฮุนที่ยิ้มน้อยๆตอบกลับมาและหันไปยิ้มให้ลู่หาน(ที่ติดสอยห้อยตามแทยอนมาด้วย)ที่กำลังตักเครปเค้กเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย “ลู่หานชอบเครปเค้กเหรอคะ”

“ใช่ฮะ ...” เด็กหนุ่มยิ้มกว้างตอบกลับมา ดวงตาสีนิลใสเหล่มองเพื่อนหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย “อย่าว่าแต่มิยองนูน่าเลยฮะที่ไม่อยากจะเชื่อ ผมเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าเซฮุนจะชอบทานของหวาน ปกติพวกเด็กผู้ชายไม่ชอบกันหรอกฮะ”

“นายก็ชอบกินนี่” เซฮุนโต้กลับไปด้วยสีหน้าเฉยชา มือหนาจับช้อนเงินคันเล็กตักเค้กช็อกโกแลตที่ตกแต่งอย่าสวยงามเข้าปาก ใบหน้าหล่อเหลามีแววพึงใจเล็กๆกับรสชาติหวานละมุนปนขมนิดๆจากช็อกโกแลตที่กำลังละลายในปาก “เค้กที่นี่อร่อย..ขอบคุณพี่มิยองมากครับที่พามา..”

“เค้กช็อกโกแลตที่นี่อร่อยมากค่ะเพราะเจ้าของร้านใช้ช็อกโกแลตอย่างดีในการทำไม่ใช่แค่ผงโกโก้อย่างเดียว แค่ชิมคำเดียวก็รู้เลยค่ะว่าคนทำตั้งใจและใส่ใจกับเค้กแต่ละชิ้นมากแค่ไหน..หายากนะคะที่คนทำจะใส่ใจกับรายละเอียดของขนมเค้กแต่ละชิ้นแบบนี้..พวกเบเกอรี่น่ะเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนมากจริงๆถ้าไม่ใส่ใจ..ถ้าไม่ใจเย็นและถ้าไม่ละเอียดรอบคอบมากพอก็ทำออกมาไม่อร่อยหรอกค่ะ”

“มิยองนูน่ารู้เรื่องเค้กดีจังนะฮะ..เห็นพี่สาวแทยอนบอกว่ามิยองนูน่าชอบทำเค้กด้วยนี่ฮะ ไว้ทำให้ผมชิมบ้างได้มั้ยฮะ”

แววตาใสแป๋วกับน้ำเสียงออดอ้อนเล็กๆของลู่หานเรียกรอยยิ้มขัดเขินของฮวังมิยองได้ทันที เด็กสาวหน้าหวานยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เขินก้มหน้างุดแล้วพึมพำตอบกลับไปด้วยท่าทีถ่อมตน “ชอบทำค่ะแต่ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย..” ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นเพื่อส่งยิ้มบางให้ลู่หาน “ไว้ถ้ามีโอกาสพี่จะทำมาให้เซฮุนกับลู่หานชิมนะคะ”

“ว้าว งั้นผมจะตั้งใจรอเลยฮะ ผมว่า..มิยองนูน่าต้องทำออกมาอร่อยแน่ๆเลย ใช่มั้ยฮะพี่สาว”

คิมแทยอนที่เอาแต่นั่งเงียบมาตั้งแต่เดินเข้าร้านชะงักไปเล็กน้อยกับคำถามของน้องชายตัวสูง เขาหันไปมองหน้าเปื้อนยิ้มของลู่หานเล็กน้อยก่อนจะวางแก้วลาเต้เย็นแล้วตัดช็อกโกแลตฟองดูว์เป็นชิ้นเล็กๆเข้าปากแทนคำตอบ ..ไม่ใช่ว่าไม่อยากตอบแต่เพราะกำลังเรียบเรียงคำตอบดีๆเพื่อที่จะให้เจ้าของดวงตาหวานหันมามองกันต่างหาก.. หันมามองกันแค่สักนิดก็ยังดี แต่เพราะแทยอนเอาแต่เงียบคนถามอย่างลู่หานจึงคิดไปว่าแทยอนคงไม่อยากตอบอะไรนัก รอยยิ้มบนใบหน้าเด็กหนุ่มเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้รับปฏิกิริยาเฉยชาของพี่สาวร่างเล็ก

..แปลกจัง ปกติพี่สาวไม่เคยที่จะเฉยชาใส่เขาแบบนี้นี่นา..

“จะว่าไปแล้วเค้กร้านนี้อร่อยจริงๆด้วยนะฮะ” ลู่หานเปลี่ยนเรื่องเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ ใบหน้าหล่อเหลาหันมองแทยอนที่ยังคงนั่งตักเค้กเข้าปากเงียบๆแล้วเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เอ..พี่สาวชอบทานเค้กฟองดูว์เหรอฮะ?เท่าที่ผมจำได้พี่สาวไม่ค่อยชอบทานของหวานเท่าไหร่นี่นา ..สมัยก่อนพี่สาวโดนคุณน้างอนบ่อยๆนี่นาที่ไม่ยอมทานขนมพวกนี้ฝีมือคุณน้า”

“.....ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ..เพียงแต่ตอนนั้นคุณแม่ทำขนมไม่อร่อยเลยต่างหากเลยเข็ด..ไม่อยากจะกิน” แทยอนพึมพำตอบกลับมา เหลือบตามองมิยองที่กำลังเขี่ยเค้กนมสดเงียบๆ “แต่คนที่ทำให้ฉันกินของพวกนี้ได้..คือคนที่ทำช็อกโกแลตฟองดูว์รูปหัวใจมาให้ฉัน..และเค้กชิ้นนั้นก็เป็นเค้กที่อร่อยที่สุดที่ฉันเคยกินมา...”

“........”

“มิยองน่ะ...ทำขนมอร่อยมากจริงๆ....โดยเฉพาะช็อกโกแลตฟองดูว์...ฉันชอบมันมาก....”

คำชมของเขานั้นแสนเบาราวเสียงกระซิบ.. แต่เพราะบรรยากาศบนโต๊ะมันเงียบเหลือเกินทำให้คนที่กำลังก้มทานเค้กของตัวเองเงียบๆนั้นได้ยินชัดเจน ..มิยองรู้สึกถึงหัวใจที่กำลังเต้นรัวอย่างลิงโลด น่าอายนักที่เธอไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้พวงแก้มนวลแดงระเรื่อได้เลย มุมปากอิ่มกระตุกเล็กๆเหมือนจะยิ้มแต่เจ้าของกลับห้ามมันเอาไว้ไม่ให้แสดงอาการอะไรออกไปกับคำชมนั้น ใบหน้าแสนหวานเรียบตึงยามช้อนสายตามองเขาเล็กน้อย ..รู้สึกถึงสายตาที่กำลังจดจ้องกัน แววตาของเขานั้นหนักแน่น..บอกถึงความจริงใจในคำชมเมื่อครู่ มิยองหลบสายตาเขาแล้วแสร้งไม่สนใจด้วยการตักเค้กเข้าปากโดยไม่ได้เอ่ยปากขอบคุณออกไปสักคำ

ส้อมเงินคันเล็กถูกวางลงกับจานกระเบื้องสีขาวที่ถูกวาดด้วยลวดลายน่ารักๆ แทยอนถอนหายใจเบา ..รู้สึกท้อใจอย่างไรก็ไม่รู้กับปฏิกิริยาที่ได้รับกลับมาเช่นนั้น ..ท่าทีเฉยชาของมิยองพาลให้เขาทานอะไรไม่ลงอีกและคิดว่าเค้กนี่มันไม่อร่อยเอาเสียเลย คนตัวเล็กละความสนใจจากของหวานตรงหน้าอย่างสิ้นเชิงและเลือกที่จะเฝ้ามองท่าทางร่าเริงที่เขาไม่อาจได้รับจากเธออีกเงียบๆ..ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หนที่มิยองพยายามหลบสายตาแต่แทยอนก็เลือกที่จะมองเธอแบบนั้น..แม้จะถูกตอบแทนด้วยการโดนเมินซ้ำๆก็ตามที..

 

“กลับบ้านกัน...” เสียงหวานนุ่มของแทยอนรีบเอ่ยรั้งไว้หลังจากเดินออกมาจากร้าน คนตัวเล็กเอื้อมมือไปรั้งแขนบางของเธอเอาไว้เมื่อเห็นว่ามิยองทำท่าจะเดินหนีเขาท่าเดียว

เด็กสาวหน้าหวานชะงักกับแรงดึงเบาๆที่ต้นแขน ดวงตาหวานมองฝ่ามือเล็กอุ่นที่จับแขนเธอเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆบิดแขนออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างสุภาพ “ฉันมีบ้านให้กลับแล้วค่ะ..คงไม่จำเป็นที่จะต้องไปบ้านหลังนั้นอีก”

“แต่นั่นเป็นบ้านของเรา..เธอก็รู้” แทยอนพูดแย้งด้วยสีหน้าร้อนรนชัดเจน ..ไม่ว่าจะอย่างไรแทยอนก็จะไม่ยอมให้มิยองไปนอนที่ไหนที่ไม่ใช่บ้านของเราเป็นอันขาด เรียวปากบางเม้มเล็กๆก่อนจะเอ่ยอ้างถึงบุคคลที่มิยองน่าจะรั้งเธอเอาไว้ได้ขึ้นมา “แม่เธอคงจะไม่สบายใจหากรู้ว่าเธอไม่ยอมกลับไปนอนบ้าน..เพราะฉะนั้นกลับบ้านกับฉัน”

“แต่พี่เคยเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอคะว่าพี่ไม่ต้อนรับฉัน ไม่เคยเห็นฉันเป็นน้องสาว ไม่เคยเห็นฉันเป็นคนในครอบครัวแล้วพอฉันไป..พี่จะมายื้อฉันไว้ทำไมอีกคะ” มิยองโต้กลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ยิ่งนึกถึงถ้อยคำที่แสนร้ายกาจที่เขาเคยพูดเอาไว้มากมายก็ยิ่งเจ็บปวด เขาจะเอาอย่างไรกับเธออีกเล่า?ตอนที่เธออยู่กับเขาเขาก็ขับไสไล่ส่งเธอสารพัด ทำเหมือนเธอไม่มีค่าอะไรกับเขาเลยแต่พอตอนที่เธอตัดสินใจจะเดินจากไป ..หนีหายไปจากเขา แทยอนจะยื้อเธอไว้ทำไม

..มาเห็นค่ากันตอนนี้มันไม่สายไปหน่อยอย่างนั้นหรือ???..

“....ฉัน...”

“พอเถอะค่ะ..ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะไม่กลับไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นอีก ..พี่ไม่ต้องกังวลหรอกนะคะว่าเรื่องคุณแม่กับคุณพ่อเพราะฉันหาข้อแก้ต่างที่ไม่ให้พี่ต้องเดือดร้อนเอาไว้แล้วเพราะฉะนั้นพี่ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะว่าจะมีใครมาต่อว่าเรื่องที่พี่ทำร้ายฉันหรือเปล่า”

“ไม่ใช่อย่างนั้น..ฉันไม่ได้......”

“ฉันจะกลับแล้วค่ะ ฉันจะไปได้หรือยังคะ”

“งั้นฉันจะไปส่ง..”

“ไม่จำเป็นค่ะ ฉันกลับเองได้” มิยองตอบเสียงเย็นพร้อมแววตาเย็นชาที่สาดใส่ให้คนมองรู้สึกชาวาบ..ไร้เรี่ยวแรงที่จะยืนต่อไป

“และถ้าไม่เป็นการลำบากเกินไป..หลังจากนี้อย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉันอีกเลยนะคะ”

ดวงตาสีเข้มมองเธอด้วยแววตาร้าวราน เจ็บปวดไปถึงขั้วหัวใจ..เหมือนจะหยุดหายใจเสียให้ได้ยามที่ได้สบสายตาเย็นชาและรับรู้ถ้อยคำตัดรอนจากเธอ ..คนที่ไม่เคยเย็นชากับเขา คนที่ซื่อสัตย์และรักมั่นแต่เขาหายไปไหนกันหนอ..เขาเองใช่ไหมที่ทำให้เธอคนนั้นหายไป..เสียใจ..เสียใจเหลือเกินที่เป็นคนทำให้เธอเปลี่ยนไป..เสียใจที่เคยทำร้ายหัวใจของเธอ หัวใจที่เคยบริสุทธิ์ดังผ้าขาว เด็กสาวที่เรียบร้อยขี้อายคนนั้นเขาเป็นคนทำให้แปดเปื้อนเองกับมือ เพราะอารมณ์ที่มาเหนือเหตุผล..เขามันผิดเอง

..จะทำยังไง..ควรจะทำยังไงดีให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม..จะทำยังไงให้เรากลับมารักกันเช่นเดิม..

..แทยอนคนโง่คนนี้ควรจะทำยังไง..

..บอกทีสิ..มิยอง..บอกฉันที..ว่าฉันควรทำยังไงให้เธอกลับมารักฉันอีกครั้ง..

 

..ให้โอกาสฉันอีกครั้งไม่ได้เหรอ...ที่รัก..

 

================================================================

 

 

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #804 aren_tsw (@aren_tsw) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 11:12
    สงสารพี่แทนะ แต่ขอโทษนะค่ะหนูทีมมิยองน้อย สะใจเบาๆ
    #804
    0
  2. #787 Chompoo76 (@Chompoo76) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 13:33
    เป็นไงล่ะพี่แททททท แต่ว่าคนอ่านน้ำตาไหลแล้วน่าไรท์ ????
    #787
    0
  3. #615 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 16:00
    5555 ใจหนึงก็สงสาร ใจหนึ่งก็แอบสะใจ อิอิ
    #615
    0
  4. #225 ฟรีไทร์ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:15
    555ถึงคราวคิแทโดนมิยองเอาคืนบ้างแล้วสิ

    แอบสงสารคิมแทนิดนึง
    #225
    0
  5. #207 coke (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:55
    หึหึ รู้สึกยังล้ะ! -_-
    #207
    0
  6. #170 sunbunnies (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 20:14
    งื้ออออสงสารแทยอนอ่าาาาาาาาแต่ก็สมควรแล้วแหละที่โดนแบบนี้

    #หึหึ



    #170
    0
  7. #157 Lemonnowz2 (@now0821) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 18:42
    โดนมิยองทำคืน พี่เหมันต์รู้สึกหรือยัง !
    #157
    0
  8. #79 Puii (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 22:18
    อร้ายยยยตับพังไปหมดแล้ว เศร้าเกิ๊น เป็นไงล่ะแทยอนโดนเอาคืนบ้างเจ็บใช่มั้ยล่ะ
    #79
    0
  9. #52 Kaler04 (@unyamanee1988) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 16:13
    โดนสักบ้างแทยอน
    #52
    0
  10. #15 ศินีนารถ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 19:47
    เป็นไงละพี่เห โดนมั้ง

    แต่มิยองน้องให้โอกาศพี่เหอีกครั้งนะ
    #15
    0