ตอนที่ 43 : Chapter 42 Change

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 ธ.ค. 58

Chapter 42 Change

 

 

 

                วันเวลาผ่านไปจนเข้าเดือนที่สองของการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ตารางชีวิตของแทยอนอัดแน่นไปด้วยการเรียนและกิจกรรมรับน้องที่คณะ.. แน่นอนว่าตารางชีวิตที่วุ่นวายของเขาทำให้มหาวิทยาลัยกำลังจะกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเขาไปเสียแล้ว การเรียนที่หนักหนาและกิจกรรมมากมายของคณะกำลังกัดกินคำว่า เวลาส่วนตัว ของแทยอนเข้าไปทุกที ..นั่นรวมถึงเวลาที่ควรจะเป็นของมิยองด้วยเช่นกัน ทั้งการเรียนและกิจกรรมมากมายที่แทยอนต้องเจอทำให้เวลาที่เคยให้มิยองนั้นลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว ..จนบางทีมันก็เร็วเกินไปจนใครบางคนก็ตั้งตัวไม่ทัน ..แน่นอนว่าคน ๆ นั้นคือเด็กสาวที่ชื่อ ฮวังมิยอง
 

                ดวงตาหวานหลุบมองข้อความในโปรแกรมแชทที่เพิ่งส่งมาไม่ถึงห้านาที ..เขาบอกเธอด้วยประโยคเดิม ๆ ที่เธอเจอมาตลอดหลายสัปดาห์ เขาเริ่มต้นด้วยคำขอโทษและตบท้ายด้วยการที่เขาบอกว่า เขามารับเธอไม่ได้เหมือนเคย ส่วนเหตุผลนะหรือ? ..มันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าเขาติดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย ..กิจกรรมรับน้องนั่นน่ะ และยิ่งคนตัวเล็กดันโดนเพื่อนสาวตัวดีอย่างไอรีนส่งชื่อลงประกวด ดาวคณะ แล้วด้วย.. เวลาที่มีให้เธอน้อยอยู่แล้วก็ดันน้อยลงเข้าไปอีก
 

                มิยองพยายามที่จะเข้าใจ..และทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเวลาที่มีให้กันมันจะต้องลดน้อยลง ..ทั้งที่ปากบอกว่ารับได้และเข้าใจเขา ..แต่เอาเข้าจริงมันก็อดน้อยใจเขาไม่ได้.. คนที่เคยอยู่ข้างเธอตลอด คอยดูแลเธอไม่ห่างกายแต่วันนี้มันกลับลดหายไปอย่างรวดเร็ว จากที่เคยนอนดึกดื่นเพื่อรอเขากลับมา จากที่เคยนอนไม่หลับถ้าไม่มีเขานอนกอด ตอนนี้มิยองแทบจะชินเสียแล้วกับการที่ได้เจอหน้าแทยอนน้อยลงไปทุกที ..จากที่เช้าแทยอนจะเป็นคนมาส่ง ตกเย็นเขาก็มารับ จากนั้นก็ใช้เวลาหลังเลิกเรียนไปเดทกันบ้าง ทานข้าวเย็นด้วยกัน ไปดูหนังด้วยกัน ตอนนี้กลายเป็นว่ามิยองได้เจอเขาแค่ตอนเช้า ตอนเย็นถ้าไม่กลับบ้านเองก็เพื่อนหนุ่มคนสนิทอย่างหนุ่มน้อยสัญชาติไทยไปส่งที่บ้าน(แน่นอนว่าวิกตอเรียเป็นคนบังคับ) ส่วนเดทหลังเลิกเรียนนะหรือ เลิกคิดไปได้เลย มันแทบไม่มีเลยล่ะหลังจากที่แทยอนวุ่นวายกับตารางชีวิตมหาวิทยาลัยของเขา
 

                ..รักนะ ไม่ใช่ไม่รัก พยายามจะเข้าใจ..แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะน้อยใจเขา..ในเมื่ออะไรที่เคยได้รับ วันนี้กลับลดน้อยลงจนแทบจะไม่มี.. มันไม่แปลกใช่ไหมที่มิยองอยากจะน้อยใจเขาบ้าง..

               
 

                ร่างบอบบางของฮวังมิยองก้าวเดินอย่างเหม่อลอยไปตามเส้นทาง วันนี้เป็นอีกวันที่เด็กสาวจำต้องกลับคนเดียวเพราะคนที่ควรจะมารับกลับติดกิจกรรมบางอย่างที่มหาวิทยาลัย ส่วนเพื่อน ๆ ของเธอก็มีธุระส่วนตัวกันหมด ไม่อย่างนั้นมิยองก็คงจะมีเพื่อนร่วมทางกลับบ้านแล้วไม่ต้องมาเดินเปล่าเปลี่ยวให้รู้สึกเหงาคนเดียวแบบนี้หรอก เครื่องมือสื่อสารถูกหยิบยกขึ้นมาดูเป็นรอบที่เท่าไหร่เธอเองก็ไม่ได้นับ การรอคอยข้อความจากเขามันกลายเป็นเรื่องเคยชินไปแล้วสำหรับเธอ เด็กสาวถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อไร้ซึ่งข้อความใด ๆ จากแทยอน ..ข้อความสุดท้ายที่เขาส่งมาคือ ขอโทษที่ไปรับไม่ได้ ..แต่เอาเถอะ อย่างน้อยมีสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกได้ว่าแทยอนยังเป็นห่วงกันอยู่คือข้อความต่อท้ายที่บอกให้เธอรายงานเขาทันทีที่กลับถึงบ้าน
 

                ไอโฟนเครื่องบางถูกเก็บใส่กระเป๋ากระโปรงอีกครั้ง ฮวังมิยองกระชับกระเป๋านักเรียนและออกเดินด้วยท่วงท่าเชื่องช้า หัวสมองก็คิดถึงเรื่องมื้อเย็นไปด้วย ..เด็กสาวพยายามคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเผลอไปนึกถึงเขาและน้อยใจขึ้นมาอีก ..เพราะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะต้องทำความเข้าใจ แต่เพราะกำลังปล่อยความคิดไปกับอะไรเรื่อยเปื่อยเด็กสาวจึงไม่ทันเฉลียวใจว่าเธอกำลังถูกจ้องมองด้วยแววตาไม่น่าไว้ใจวางใจจากกลุ่มวัยรุ่นต่างโรงเรียนตั้งแต่เธอเดินออกมาจากรั้วโรงเรียนแล้ว..

               
 

                “พี่มิยองครับ” เสียงทุ้มพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงที่ก้าวเข้ามาเดินประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหล่าของหนุ่มน้อยที่เคยมาป้วนเปี้ยนใกล้ ๆ ทำให้มิยองส่งยิ้มทักทายออกไปอย่างง่ายดาย แต่เด็กสาวกลับต้องแปลกใจที่ไร้เสียงใด ๆ ตอบรับกลับมาจากเด็กหนุ่มนอกจากใบหน้าเคร่งขรึมเพียงเท่านั้น และก่อนที่เธอจะพูดอะไรออกไป ร่างสูงก็ชิงเอ่ยปากขอโทษและถือวิสาสะจับที่ลำแขนบางของรุ่นพี่สาวเสียอย่างนั้น
 

                “เอ่อ...”

                “ขอโทษนะครับที่เสียมารยาท..แต่ผมเห็นไอ้พวกนั้นมันตามพี่มาตั้งแต่ที่ยองกวางแล้ว”              เด็กหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “อย่าหันไปครับเดี๋ยวมันจะรู้ตัว..พี่เงยหน้ามองข้างหน้าดีกว่า” ซูโฮรีบพูดทันทีเมื่อเห็นว่ามิยองกำลังจะหันไปมองด้านหลังด้วยสีหน้าตื่นกลัว เด็กหนุ่มแนะนำให้เธอเงยหน้ามองจากเงาสะท้อนของกระจกที่ร้านขายเครื่องเขียนเบื้องหน้าแทน และเมื่อใบหน้าหวานทำตามคำแนะนำของรุ่นน้องก็เห็นเงาสะท้อนของกลุ่มวัยรุ่นสองสามคนที่ยืนทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ห่าง ๆ ..พอเห็นแบบนั้นความกลัวก็แล่นเข้ามาในจิตใจทันที
 

                “พวกเขาเป็นใครกันคะ..”
 

                “ไม่น่าจะเป็นเด็กโรงเรียนเราหรอกครับ.. จริง ๆ แล้วพี่มิยองไม่ควรจะเดินคนเดียวตอนเย็น ๆ นะครับ..มันอันตราย” ซูโฮกล่าว ก่อนจะเงียบไปอย่างลังเลใจ ความจริงแล้วเขารู้มาสักพักแล้วว่ารุ่นพี่ที่เขาชอบต้องกลับบ้านคนเดียวทุกวันเพราะพี่เหมันต์ติดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย ..พอรู้แบบนั้นเขาก็ได้แต่แอบตามมาส่งพี่สาวคนนี้เงียบ ๆ ได้สักพักหนึ่งแล้ว พอเห็นกลับคนเดียวทุกวันและยิ่งเห็นว่ามีกลุ่มวัยรุ่นเดินตามพี่สาวคนนี้มาตั้งแต่พ้นประตูรั้วยองกวางก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง อยากจะเอ่ยปากขอไปส่งเพราะเป็นห่วงที่รุ่นพี่หน้าหวานที่เขาชอบจะเป็นอันตราย แต่มันจะเป็นการละลาบละล้วงเกินไปไหมนะ แล้วมันจะน่าเกลียดเกินไปหรือเปล่า ..พี่มิยองมีแฟนอยู่แล้วนี่นา “เอ่อ..พี่มิยองครับ”
 

                “คะ?”
 

                “ถ้าไม่เป็นการมากเกินไป...ผมขออาสามาส่งพี่มิยองทุกวันได้ไหมครับ”
 

                “..........”
 

                “ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรือจะมาทำลายความสัมพันธ์ของพี่กับพี่เหมันต์นะครับ ..ผมแค่เป็นห่วงที่เห็นพี่กลับบ้านคนเดียวแบบนี้ทุกวันแล้วพี่เองก็เป็นผู้หญิงด้วย ...เอ่อ...” เด็กหนุ่มละล่ำละลักอธิบายเหตุผลเมื่อเห็นว่ารุ่นพี่มิยองเงียบไป ยิ่งเห็นใบหน้าหวานนั้นก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไรก็รู้สึกใจเสียจนพาลคิดไปว่าพี่เขาจะรังเกียจตัวเองหรือเปล่า “คือ..ผมแค่เป็นห่วงพี่มิยองจริง ๆ ....ถ้าไม่เป็นการมากเกินไป..ให้ผมเป็นคนอยู่กับพี่เวลาที่พี่เหมันต์ไม่อยู่ได้ไหมครับ..อย่างน้อย..พี่จะได้ไม่ต้องเหงาและเดินกลับบ้านคนเดียวแบบนี้...”
 

                “ซูโฮรู้ใช่ไหมคะว่าพี่มีพี่แทงอยู่แล้ว...”
 

                “ผมรู้..ผมรู้ครับ ..ผมก็แค่เป็นห่วงพี่ ไม่อยากให้พี่ต้องไปไหนมาไหนคนเดียว..คือถ้าพี่ลำบากใจ..ก็ทำเป็นไม่เห็นผมก็ได้นะครับ ..แต่อย่างน้อยให้ผมได้ตามเฝ้ามองพี่ห่าง ๆ แบบนี้ ได้เห็นพี่กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยและถ้าเมื่อไหร่ที่พี่เหมันต์กลับมายืนเคียงข้างพี่..ผมจะไม่มาให้พี่ลำบากใจแน่นอนครับ”
 

                ใบหน้าหวานเงยหน้ามองร่างสูงเงียบ ๆ ไร้คำพูดใดอาจเพราะไม่รู้ว่าจะตอบรับความหวังดีนั้นยังไงก็เป็นได้ ..เธอเข้าใจในความหวังดีของเขา เข้าใจในความเป็นห่วงของเขา ..อยากจะปฏิเสธเพราะเกรงใจแต่แววตาจริงจังแน่วแน่ของเด็กหนุ่มทำให้ฮวังมิยองพูดอะไรไม่ออก ..ถ้ามิยองจะยอมให้รุ่นน้องคนนี้เดินกลับบ้านพร้อมเธอทุกวัน ..ยอมให้เขามาแทนเวลาที่แทยอนไม่อยู่ ..แม้เพียงแค่ชั่วคราว..จะไม่เป็นไรใช่ไหม ..ไม่ได้จะนอกใจ..ไม่ได้จะปันใจให้เด็กหนุ่ม แต่แค่อยากมีเพื่อนไว้คอยไปไหนมาไหนกับเธอเวลาที่เพื่อนสนิทหรือแทยอนไม่ว่างก็เท่านั้นเอง

                “ถ้า..แค่เป็นเพื่อน..ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...”
 

                คำตอบของฮวังมิยองทำให้ซูโฮยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ..เขาไม่ได้ต้องการเข้ามาแย่งเธอไปจากแทยอน ..แต่เขาแค่ไม่อยากเห็นใบหน้าหวานนั้นต้องเศร้าหมอง หรือไม่อยากให้พี่สาวคนนี้ตกอยู่ในอันตราย ..ซูโฮแค่อยากวางใจว่าพี่สาวคนนี้จะปลอดภัยหากมีเขาอยู่ด้วยก็เท่านั้นเอง..
 

                ..มันเป็นเพียงแค่ความรัก..ที่มีแต่ความหวังดีและอยากเห็นคนที่เขารักมีความสุข ..แต่ซูโฮไม่รู้หรอก..ว่าคนที่ทำให้คนที่เขารักต้องหัวใจแทบสลาย..มันมีต้นเหตุมาจากเขาเอง..                                                                                                                                                                                                

               

 

                “มิยองน้อยเดี๋ยววันนี้พี่ยูลจะมารับ.. วันนี้กลับบ้านกับฉันนะ เดี๋ยวฉันจะไปส่งที่บ้าน” เสียงเจื้อยแจ้วของซูยอนพูดกับเพื่อนสาวขี้อายทันทีที่คาบเรียนสุดท้ายของวันสิ้นสุดลง แต่กลับต้องแปลกใจเมื่อมิยองส่งยิ้มมาให้ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างสุภาพ “อ้าว มิยองน้อยมีธุระที่ไหนหรอ”
 

                “ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ..พอดีวันนี้ร้านเค้กที่ฉันชอบมีเมนูใหม่มา เลยอยากไปลองชิมดูค่ะ”
 

                “งั้นให้ฉันกับวิกกี้ไปเป็นเพื่อนไหม เดี๋ยวพี่ยูลมาเราก็ไปพร้อมกันจะได้ไปส่งมิยองน้อยที่บ้านด้วย”
 

                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันมีเพื่อนไปด้วยแล้วล่ะค่ะ” มิยองอมยิ้มน้อย ๆ ขณะหยิบหนังสือเรียนใส่กระเป๋าไปด้วย เด็กสาวหยิบโทรศัพท์ออกมาดู เห็นข้อความแจ้งเตือนของใครบอกคนที่บอกว่าเขารอเธออยู่หน้าห้องเรียนก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “เดี๋ยวฉันไปก่อนนะคะ”
 

                “ไปกับใครหรอ? พี่เหมันต์มารับหรอ”
 

                ดูเหมือนว่ามิยองจะมีท่าทางชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหวานเลี่ยงไม่สบตากับเพื่อนสาวเหมือนกำลังปิดบังอะไรสักอย่างก่อนมิยองจะตอบอ้อมแอ้มกลับมาว่าไม่ใช่ ..ยังไม่ทันที่ซูยอนหรือวิกตอเรียจะถามอีกครั้งว่ามิยองไปธุระที่ไหนกับใคร เด็กสาวขี้อายก็ชิงเอ่ยลาเพื่อนทั้งสองคนและรีบเดินออกไปจากห้องทันทีโดยไม่รอคำลาจากเพื่อนสนิททั้งสองคนเลยสักนิด และปฏิกิริยาแปลกประหลาดของฮวังมิยองก็ทำให้ซูยอนและวิกตอเรียหันมามองหน้ากันในทันที
 

                “มิยองดูแปลก ๆ ไปหรือเปล่า...”
 

                “นั่นสิ..ดูเหมือนมีอะไรปิดบังเราอยู่นะ ..ตอนถามถึงพี่เหมันต์ก็ดูลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ ....” วิกตอเรียพูด ..ก่อนสีหน้าครุ่นคิดจะกลายเป็นสีหน้ากังวลเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าคนที่ไปไหนมาไหนกับมิยองบ่อย ๆ คือใคร “..ซูยอน..เธอจำเด็กผู้ชายหน้าตาหล่อ ๆ คนนึงที่ชอบมาป้วนเปี้ยนใกล้ ๆ มิยองตั้งแต่ปีที่แล้วได้ไหม”
 

                “อ่า ..ที่ชื่อ ซูโฮ อยู่ชมรมถ่ายภาพอะไรนั่นหรือเปล่า”
 

                “ถ้าฉันจะบอกว่าฉันเห็นมิยองไปไหนมาไหนกับเด็กคนนั้นบ่อย ๆ ล่ะ ..เธอจะว่ายังไง...” วิกตอเรียถาม ขณะที่หันไปสบตาเพื่อนสาวคนสนิทที่มีสีหน้ากังวลไม่แพ้กัน “เมื่ออาทิตย์ที่แล้วฉันเห็นมิยองกลับบ้านกับเด็กคนนั้นบ่อย ๆ พอถามมิยอง..มิยองน้อยก็ตอบว่าน้องเขาบ้านอยู่ทางเดียวกันเลยอาสากลับเป็นเพื่อน ..และเมื่อสามวันก่อนฉันเห็นมิยองไปทานเค้กกับเด็กคนนั้น ...แถมหมู่นี้มิยองก็ดูไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าไหร่ด้วยเวลาพูดถึงพี่เหมันต์..”
 

                “จะบอกว่ามิยองน้อยของพวกเราชอบเด็กคนนั้นหรอ?”
 

                “ฉันไม่รู้ ..แต่ภาวนาว่าขออย่าให้ความเหงาเปลี่ยนความรู้สึกของมิยองน้อยก็พอแล้ว..เพราะถ้าเพื่อนของเราหวั่นไหวกับเด็กคนนั้นขึ้นมา แล้วพี่เหมันต์รู้.....คนที่เจ็บที่สุดจะไม่ใช่ใครนอกจากเพื่อนของเราเอง.. ซูยอนก็รู้นิสัยของพี่เหมันต์ดีไม่ใช่หรอ..ว่าถ้าเกิดเขาหันหลังให้ใครแล้วจะเป็นยังไง..”
 

                “....ฉันไม่ได้จะแช่งหรอกนะวิกกี้...แล้วก็ไม่ได้กังวลไปเองด้วย.. แต่ทำไม...ฉันถึงรู้สึกว่ามันจะต้องเกิดอะไรที่ไม่ดีกับความสัมพันธ์ของพี่เหมันต์กับเพื่อนของเรายังไงก็ไม่รู้สิ..”

 

 

                “พี่มิยองครับ ลองเล่นเกมไหมครับ..” เด็กหนุ่มร่างสูงชักชวนให้เด็กสาวลองเล่นเกมตู้ ขณะที่ทั้งคู่ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเดินเล่นกันในห้างเพื่อฆ่าเวลา ..เห็นพี่มิยองบ่น ๆ ว่ายังไม่อยากกลับบ้านเพราะกลับไปก็ไม่เจอใคร ซูโฮจึงไม่ลังเลที่จะชวนพี่เขามาเดินเล่นที่ห้างนี่เพื่อฆ่าเวลา และเกมเซนเตอร์ก็เป็นตัวเลือกแรกที่เด็กหนุ่มพาเธอมา ดวงตากลมมองท่าทางตื่นเต้นของรุ่นพี่ก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “ท่าทางพี่จะไม่เคยมาสินะครับ”
 

                “ค่ะ ปกติพี่ไม่ค่อยได้มาที่แบบนี้หรอกค่ะ ถ้ามาห้างก็ไม่มาทานข้าวก็ดูหนัง ช็อปปิ้งอะไรแบบนั้น” มิยองตอบเสียงใสขณะที่กวาดตามองตู้เกมอย่างตื่นเต้น เด็กสาวทำตาโตเมื่อเห็นตุ๊กตาโตโตโร่ที่เธอชอบกองรวมกันกับตุ๊กตาในตู้เกม “อ๊ะ โตโตโร่..น่ารักจัง”
 

                “ผมเอามาให้ดีไหมครับ ถ้าพี่มิยองอยากได้” ซูโฮอาสาด้วยท่าทางกระตือรือร้น “เห็นแบบนี้ผมเซียนเกมเลยนะครับ ไม่เชื่อเดี๋ยวผมพิสูจน์ให้พี่ดูก็ได้นะ”
 

                ฮวังมิยองหัวเราะน้อย ๆ เมื่อเด็กหนุ่มเดินลิ่วเข้าไปหาตู้เกมตรงหน้าหลังจากที่ร่างสูงแลกเหรียญเสร็จสรรพ ท่าทางว่าที่รุ่นน้องร่างสูงอวดว่าเป็นเซียนเกมท่าจะจริงเมื่อซูโฮบังคับคีมหนีบให้ไปตามทิศทางที่ตัวเองต้องการด้วยท่าทางคล่องแคล่ว และสุดท้ายเจ้าโตโตโร่ที่เธอเล็งไว้ก็มาอยู่ในมือของเธอด้วยฝีมือของเด็กหนุ่ม
 

                “เก่งจังเลยค่ะ ขอบคุณมากนะ”
 

                “พี่ชอบก็ดีใจแล้วครับ” ซูโฮเกาท้ายทอยแก้เขิน เห็นรอยยิ้มหวานตาปิดที่พี่สาวมิยองส่งให้ หัวใจของเขาก็พาลจะพองโตไปหมด “เราจะไปที่ไหนต่อดีครับ หรือพี่อยากกลับบ้านแล้ว”
 

                “เดินเล่นก่อนก็ได้ค่ะ”
 

                “ตามใจพี่เลยครับ พี่สาวคนสวย ^^

 

  ****************

               

                รถสปอร์ตสีดำที่คุ้นตาดีสำหรับนักเรียนยองกวางจอดเทียบหน้าประตูโรงเรียน ร่างเล็กของแทยอนก้าวลงมาจากรถเพื่อเดินอ้อมไปเปิดประตูให้เด็กสาวคนรักเหมือนเคย ครั้นจะหยิบกระเป๋าจากมือของเธอ เด็กสาวคนรักก็รั้งไว้เสียก่อน “พี่แทงไม่ต้องไปส่งมิยองหรอกค่ะ เดี๋ยวพี่จะเข้าเรียนสายนะคะ” เธอเอ่ยปากห้ามไว้เมื่อแทยอนอ้าปากว่าจะไปส่ง
 

                “ไม่ไปส่งได้ยังไง ..ฉันไม่อยากเห็นเธอเดินเข้าโรงเรียนคนเดียวนี่นา”
 

                “ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ เดี๋ยวเพื่อนมารับ.. พี่รีบไปได้แล้วล่ะค่ะ วันนี้เข้าแลปด้วยนี่คะ”
 

                “อืม... ไปเองได้แน่นะมิยองอา..”
 

                “ได้แน่นอนค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ” มิยองส่งยิ้มหวานเพื่อให้คนพี่ได้คลายกังวล พอเห็นสีหน้าง้ำงอของเขาก็ยื่นหน้าไปกดปลายจมูกกับพวงแก้มใสของเขาทันที “เลิกทำหน้างอได้แล้วนะคะ แล้วเจอกันค่ะ”
 

                “..ตอนเย็นฉันจะมารับนะ วันนี้ฉันเลิกเร็ว..ไม่ต้องทำกิจกรรม”
 

                “พี่เลิกเร็วพี่ก็พักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวมิยองกลับเองได้”
 

                “ฉันปล่อยให้เธอกลับคนเดียวมาหลายวันแล้วนะมิยอง.. ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเวลาว่างของฉัน ฉันยกให้เธอทั้งหมด ..แล้วที่ผ่านมาฉันรู้ตัวว่าฉันไม่มีเวลาให้เธอเท่าที่ควรเลย ..เพราะฉะนั้นให้ฉันใช้เวลาว่างที่ฉันมีทั้งหมดชดเชยให้เธอด้วยเถอะนะ...” แทยอนทอดสายตาอ่อนโยนแก่คนน้องที่ยืนนิ่ง มือเล็กยกขึ้นจับปอยผมทัดหลังหูให้เธออย่างใส่ใจ “ฉันไม่อยากให้เธอน้อยใจ..หรือคิดว่าฉันไม่เหมือนเดิม..ฉันอยากให้เธอรู้..ว่าถึงแม้ฉันจะไม่มีเวลามาดูแลเธอเท่าเก่า แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ฉันจะละเลยเธอ...เธอเข้าใจฉันใช่ไหม มิยองอา....”
 

                “.....ค่ะ พี่แทง”
 

                “ตั้งใจเรียนนะคะ เจ้าหญิงน้อย..เย็นนี้จะมารับนะ แล้วเราไปซื้อของมาทำมื้อเย็นอร่อย ๆ ด้วยกัน”
 

                “..........”
 

                “...ฉันรักเธอนะ มิยองน้อย..รักเธอมากกว่าที่เธอรู้....”
 

                “.......ฉันรู้ค่ะ ..ฉันเองก็เหมือนกัน”

 
 

                “มิยองน้อย..ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันแล้วล่ะ” วิกตอเรียโพล่งขึ้นมาทันทีที่เห็นร่างบอบบางของเพื่อนสาวขี้อายเดินเข้าห้องเรียนโดยมีร่างสูงของเด็กหนุ่มรุ่นน้องเดินมาส่งดังเช่นทุกวัน หล่อนรีบเดินไปดึงมือของเพื่อนสาวไว้แน่น ตวัดดวงตาจ้องมองกับเด็กหนุ่มร่างสูง แววตาไม่เป็นมิตรของหล่อนทำให้ซูโฮที่ตั้งใจแค่เดินมาส่งมิยองนั้นหน้าเจื่อนไปทันที เด็กหนุ่มก้มหัวให้วิกตอเรียเล็กน้อยและหันไปโบกมือลามิยองก่อนเขาจะเลี่ยงจากไป “มานั่งนี่เลยที่รัก พวกเรามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ”
 

                “มีอะไรหรอคะ ทำไมดูหน้าทั้งสองคนเครียด ๆ กันจัง”
 

                “มิยองฉันถามตรง ๆ นะ ..เธอกับซูโฮน่ะ ยังไงกันแน่” ซูยอนโพล่งถามขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง
 

                “ก็เป็นพี่น้องกันเท่านั้นค่ะ ..ซูโฮแค่มาอยู่เป็นเพื่อนฉันเท่านั้นเองค่ะ” มิยองตอบ ดวงตาหวานเหลือบมองเพื่อนสองคนไปมา ริมฝีปากอิ่มวาดยิ้มขณะที่กำลังเล่าถึงเรื่องราวมากมายของเธอกับเด็กหนุ่มรุ่นน้อง สีหน้าเปล่งประกายของเธอทำให้คนมองอย่างวิกตอเรียและซูยอนหนักใจทันที
 

                “มิยองอา..เธอ..ชอบเด็กคนนั้นเหรอ??”
 

                คำถามของเพื่อนสนิททำให้คนที่กำลังเล่าหยุดชะงัก ดวงตาหวานไหววูบก่อนเธอจะรีบเสสายตาหลบมองไปทางอื่นทันที “ฉันไม่ได้ชอบหรอกค่ะ...ฉันมีพี่แทงอยู่แล้วนี่คะ..จะชอบคนอื่นได้ยังไง” เสียงหวานอ้อมแอ้มตอบกลับมา แม้จะเอ่ยปฏิเสธออกไปแต่วิกตอเรียและซูยอนก็ยังคงจดจ้องเธอ ...ด้วยแววตาเหมือนกำลังไม่เชื่อกันอยู่อย่างไรอย่างนั้น แต่กระนั้นมิยองเองก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ..
 

                “คิดดี ๆ นะมิยอง..ฉันไม่รู้นะว่าเธอกำลังคิดอะไร หรือรู้สึกอะไรอยู่ ..ฉันเข้าใจเธอนะว่าเธอน้อยใจพี่เหมันต์แค่ไหนที่เขาไม่มีเวลาให้ ..และฉันจะไม่โกรธถ้าเธอจะไปไหนมาไหนกับใครที่ไม่ใช่พวกฉัน แต่อย่างน้อย..คิดถึงพี่เหมันต์ให้มาก ๆ ได้ไหม พี่เหมันต์เขารักเธอมาก เธอเองก็รู้..กว่าพวกเธอจะได้คบกัน กว่าจะได้รักกัน ..พวกเธอผ่านอะไรมามากมายไม่ใช่หรอ..อย่าให้คำว่า ไม่มีเวลา มาทำลายความรัก ความเชื่อใจของกันและกันเลยนะ”
 

                “แต่ฉันไม่ได้....”
 

                “กลับไปคิด ..และทบทวนหัวใจของตัวเองซะว่าตอนนี้มีใครกำลังจะมาแทนที่คนที่อยู่ในหัวใจเธอหรือเปล่า เธอยังเหมือนเดิมกับพี่เหมันต์ไหม ..อย่าปล่อยให้มันค้างคาเลยนะ อะไรที่เธอควรจะเคลียร์ให้มันจบไปได้ก็ควรจะรีบเคลียร์ซะ ตีขอบเขตให้ตัวเอง และคนที่เข้ามาบ้าง ว่าเค้าเป็นคนที่เข้ามาทำหน้าที่แทนชั่วคราวเท่านั้น ..บางทีเราก็ต้องเลือกเป็นคนใจร้ายบ้าง เห็นแก่ตัวบ้าง ..ความใจดีใช้กับทุกเรื่องมากไม่ได้หรอกนะมิยองน้อย”
 

                “.........”
 

                “ถ้าไม่อยากต้องเสียใจภายหลัง ..ไม่อยากต้องเสียคนสำคัญไป.. อย่าปล่อยให้อะไร ๆ มันค้างคา ..อย่าปล่อยใจตัวเองมากเกินไป..และนึกถึงคนที่สำคัญของเธอให้มาก ๆ นะ...พวกฉันเตือนเธอได้เท่านี้จริง ๆ ...”

*********************
 

                ฮวังมิยองกำลังนอนไม่หลับ... มีความคิดบางอย่างที่กำลังกวนใจเธออยู่จนเด็กสาวไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ ..และเรื่องนั้นก็ไม่พ้นเรื่องที่เพื่อนสนิททั้งสองคนของเธอคุยกับเธอเมื่อเช้า หลังจากที่วิกตอเรียและซูยอนเตือนเธอแบบนั้นพวกเราก็ไม่ได้พูดอะไรอีกราวกับว่าการพูดคุยเมื่อเช้านั้นไม่ได้เกิดขึ้น แต่แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้ามันมีอิทธิพลกับความคิดของเธอไม่น้อยเลยทีเดียว ..จนบางที..มิยองก็อดสับสนกับตัวเองไม่ได้ว่าเธอกำลังรู้สึกอะไรกับซูโฮหรือเปล่า ..มิยองไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันคืออะไรกันแน่ เด็กหนุ่มเข้ามาในช่วงเวลาที่เธอกำลังเหงา ..เข้ามาทำในสิ่งที่แทยอนเคยทำให้เธอ ..ความรู้สึกที่เคยขาดหายนั้นถูกเติมเต็ม แม้จะไม่มากเหมือนตอนที่อยู่กับแทยอน แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ถูกทิ้งไว้จนสูญเปล่า..
 

                การที่ซูโฮเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเธอตอนนี้มันทำให้มิยองไม่รู้สึกเหงา ..เธอหัวเราะได้ ยิ้มได้เหมือนตอนที่อยู่กับแทยอน ถึงแม้มิยองจะคอยเตือนตัวเองเสมอว่า เขาแค่เข้ามาเพื่อไม่ให้เธอต้องเหงา ..และถ้าวันหนึ่งแทยอนกลับมา ที่ว่างข้างกายเธอจะเป็นของแทยอนเช่นเดิม ..แต่สุดท้ายแล้วเธอก็อดจะยอมรับกับตัวเองไม่ได้ว่า การที่ได้อยู่กับรุ่นน้องคนนี้ทำให้เธอเผลอลืมเจ้าชายเหมันต์คนที่เธอรักไปเหมือนกัน...
 

 

                เตียงนุ่มฝั่งที่ว่างอยู่ยวบลงตามน้ำหนักตัวของผู้มาใหม่ กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยทำให้มิยองเดาได้ไม่ยากเลย ไหนจะแรงสวมกอดแผ่วเบาจากอ้อมแขนเล็กนั้นอีก ..ไออุ่นที่คุ้นเคยของแทยอนที่มิยองชอบ.. และสัมผัสแผ่วเบาจากริมฝีปากบางที่กำลังกดจูบอย่างทะนุถนอมตรงขมับ ทุกสัมผัสที่เขามอบให้เต็มไปด้วยความรักใคร่เหมือนทุกครั้ง ..น่าแปลกที่ครั้งนี้มิยองกลับไม่รู้สึกพึงพอใจกับมันมากเหมือนเคย ..แต่มันกลับมีความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจแทรกแซงเข้ามาด้วย ..ราวกับหัวใจของเธอกำลังรู้สึกผิดแปลก ๆ กับเขา..
 

                “ยังไม่นอนเหรอคะ...” น้ำเสียงนุ่มละมุนของเขากระซิบข้างหู พร้อมประทับจูบเบา ๆ ที่พวงแก้ม ร่างบอบบางของมิยองถูกพลิกกายให้หันกลับไปหาเขา ดวงตาสีเข้มของเขายังเต็มไปด้วยความรักเหมือนทุกครั้งที่เธอสบสายตา
 

                “ทำไมกลับดึกจังคะ..แล้วทานอะไรมาหรือยัง”
 

                “เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอโทษนะที่ช่วงนี้กลับดึกทุกวันเลย..เหงาหรือเปล่าคะ”
 

                คำถามเรียบง่าย ..แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ..มิยองไม่เคยบอกแทยอนเรื่องที่มีซูโฮเป็นเพื่อนที่พาไปไหนมาไหนแทนเขา และการที่เธอปิดบังเขาในเรื่องนี้ทำให้ความรู้สึกผิดเข้ามาเกาะกุมหัวใจของเธอทันที “....ไม่หรอกค่ะ.. มิยองมีเพื่อน ๆ อยู่ด้วย...” เป็นครั้งแรกที่ฮวังมิยองพูดโกหกกับคนที่เธอรัก และดูเหมือนว่าแทยอนเองก็เชื่อเช่นกัน
 

                “อดทนอีกหน่อยนะคะ..รอฉันหน่อยนะ กิจกรรมรับน้องใกล้จบแล้ว..ฉันจะมีเวลาให้มิยองมากขึ้นนะคะ”
 

                “.......ค่ะ”
 

                “...คิดถึงมิยองจัง..เราไม่ได้กอดกันมานานเท่าไหร่แล้วนะ ..”
 

..น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ..และออดอ้อน บอกให้เธอรู้ว่าแทยอนอยากจะกอดเธอมากแค่ไหน ..เขาต้องการเธอมากแค่ไหน.. และคิดถึงเธอมากแค่ไหน..
 

สัมผัสที่เกิดขึ้นที่ริมฝีปากนั้นเต็มไปด้วยความรัก..และทะนุถนอมเธอสุดใจไม่เปลี่ยนแปลง จูบที่กำลังบดเบียดลงมาซ้ำ ๆ กำลังเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน และหวานละมุนอย่างที่มิยองคุ้นชิด เปลือกตาบางของเธอปรือปิด ปล่อยหัวใจและความรู้สึกไปตามอารมณ์ที่แทยอนกำลังสรรสร้างและนำพา เรียวปากของเขาละจูบจากริมฝีปาก.. วกไปวนเวียนจูบตามกกหู ไล่ต่ำลงมาตามพวงแก้มอย่างทะนุถนอม ฝ่ามือเล็กแสนซุกซนของเขาลูบไล้ไปตามสะโพกผายสอดใต้ชายเสื้อนอนรุกคืบขึ้นไปกอบกุมทรวงอกที่ไร้สิ่งปกปิด ..แต่ใบหน้าของใครบางคนที่ลอยเข้ามาในห้วงความคิดทำให้มิยองรีบขืนกายออกทันที สองแขนบางที่กอดก่ายแผ่นหลังเล็กเปลี่ยนเป็นดันร่างของเขาให้ออกห่าง

“อย่าค่ะ..”
 

“ฉันคิดถึงมิยองนะ..คิดถึงจะบ้าตายอยู่แล้ว” แทยอนกระซิบออดอ้อน สองแขนรวบร่างบอบบางเข้ามากอด ซุกไซ้ริมฝีปากกับซอกคอหอมกรุ่นของเด็กสาวคนรัก อ้อมกอดกระชับแน่นยามที่เธอขยับตัวขัดขืน เพราะคิดถึงมากเกินไปเลยทำให้แทยอนไม่ทันได้สังเกตถึงปฏิกิริยาที่แปลกไปของคนรักเลยแม้แต่น้อย
 

“พี่คะ..ไม่เอา...” ร่างบอบบางขืนกายในวงแขนเล็กที่กอดกระชับแน่น แม้จะบอกปัดไปแล้วแต่ทำไมถึงไม่ฟังกันเลยนะ ทำไมถึงทั้งดื้อทั้งเอาแต่ใจแบบนี้..ซูโฮยังไม่เคยเอาแต่ใจให้เธอลำบากใจเลยแม้แต่น้อย สองแขนผลักร่างเล็กออกห่างพร้อมขึ้นเสียงตวาด “ฉันบอกว่าไม่ก็คือไม่ไงคะ!!ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลยล่ะ!!
 

                น้ำเสียงหวานที่ตวาดตอบกลับมาพร้อมกับแรงผลักทำให้แทยอนนิ่งเงียบ ..ดวงตาสีเข้มเฝ้ามองคนรักที่มีท่าทีแปลกไป ..ความไม่เข้าใจวิ่งวุ่นในหัวไม่หยุดก่อนมันจะแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกหน่วงหัวใจอย่างที่เขาก็อธิบายมันออกมาไม่ถูก แทยอนเม้มริมฝีปากจ้องมองมิยองที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน ..ไม่มีแม้แต่คำถามใดนอกจากดวงตาสีเข้มที่จ้องมองเธอด้วยแววตาไม่เข้าใจ
 

“มิยองไม่อยากทำ..วันนี้..” เด็กสาวตอบเสียงเบา เลี่ยงที่จะสบตากับคนรักแต่เลือกที่จะดึงผ้าห่มผืนหนากลับมาคลุมกายของตัวเองแทน แต่เท่านั้นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับคำตอบที่แทยอนอยากได้ คนตัวเล็กพ่นลมหายใจ..พยายามทำความเข้าใจว่าคนรักของเขาคงจะเหนื่อย คิมแทยอนไม่ได้พูดอะไรหลังจากนั้น ..เขาเพียงแค่ขยับผ้าห่มคลุมให้เธอ และทิ้งคำราตรีสวัสดิ์ด้วยจูบเบา ๆ ที่หน้าผากเหมือนทุกคืน ..ก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าจากในตู้และเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่ได้พูดอะไรเลย
 

 

ร่างบอบบางขยับกายขึ้นนั่งเมื่อร่างของแทยอนเงียบหายเข้าไปในห้องน้ำ เด็กสาวถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ ความรู้สึกสับสนเกาะกุมหัวใจจนกลายมาเป็นความรู้สึกผิด เธอซุกหน้ากับฝ่ามือของตัวเอง ..ชั่วขณะหนึ่งที่เธอหลับตา..ชั่วขณะหนึ่งที่เธอกำลังปล่อยอารมณ์ไปกับสัมผัสของเขาเหมือนทุกครั้ง ใบหน้าของใครบางคนกลับลอยเข้ามาในหัว..และชั่วขณะหนึ่ง มิยองเผลอเอาแทยอนไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ..คนที่กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเธอแทนเขา
 

..ซูโฮ..
 

“ไม่หรอก...คงไม่ใช่แบบนั้น..” เธอพึมพำกับตัวเองอย่างสับสน ..มิยองไม่รู้เลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของตัวเอง ..ช่วงเวลาที่เธอรู้สึกเหงาเพราะคนรักไม่มีเวลาให้ ใครคนหนึ่งก็เข้ามาแทนที่ ...เวลาที่รู้สึกขาดหาย ใครคนหนึ่งกำลังเข้ามาเต็มช่วงเวลาเหล่านั้นให้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ..เด็กหนุ่มคนนั้นเข้ามาในช่วงเวลาที่เธอเหงา เข้ามาเป็นเสียงหัวเราะ เป็นรอยยิ้มในเวลาที่แทยอนไม่อยู่
 

..ถามว่ารักแทยอนไหม มิยองก็รัก..แต่สำหรับซูโฮ เธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับเขา แค่หวั่นไหว แค่เป็นคนคั่นเวลา แค่เป็นน้องที่แก้เหงา ..หรือความรู้สึกกำลังเปลี่ยนไปในทิศทางใด มิยองไม่รู้เลย เพราะไม่เคยเป็นแบบนี้มิยองเลยไม่อาจรู้เลยว่าตัวเองควรจะต้องทำอย่างไร ..สิ่งเดียวที่ช่วยเธอได้ดีที่สุดคือ เวลา เท่านั้นเอง..
 

***************************
 

                ดวงตาสีเข้มเอาแต่จ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาตั้งแต่เช้า ..ดูเหมือนว่านักศึกษาแพทย์คิมแทยอนจะไม่มีสมาธิกับการเรียนวันนี้เลยสักนิด ..แม้ใบหน้าใสของเขาจะเรียบเฉยแต่เพราะอยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลาทำให้ ไอรีน รู้ได้ไม่ยากว่าเพื่อนตัวเล็กของหล่อนคงกำลังมีเรื่องไม่สบายใจอยู่เป็นแน่..
 

                “เป็นอะไรไปเหรอ..ฉันเห็นเธอเอาแต่จ้องมือถือมาตั้งแต่เช้าแล้ว..ทะเลาะกับน้องมิยองหรอ??”
 

                “เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก”
 

                “แทง..เราเป็นเพื่อนกันนะ เธอบอกฉันได้ทุกเรื่อง เธอก็รู้..” ไอรีนกระซิบบอกเพื่อนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง “มีปัญหาอะไรก็บอกฉันสิ อย่าเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว เราเคยตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ”
 

                น้ำเสียงและแววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอย่างชัดเจนทำให้แทยอนผันสายตาไปสบตากับเพื่อนสาว ลมหายใจอุ่นถูกพ่นออกมาเบาบางเพื่อระบายความรู้สึกกระวนกระวายแปลก ๆ ในอก “...บางทีฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้แต่ว่า...” ร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะยอมเปิดปากระบายความรู้สึกบางอย่างออกมา “ฉันมีความรู้สึกว่าช่วงนี้มิยองแปลก ๆ ไปยังไงก็ไม่รู้..”
 

                “ยังไงล่ะ อะไรที่ว่าแปลกไปบ้าง”
 

                “ดูเขาไม่ค่อยจะกระตือรือร้นจะโทรหาฉันเลย ..จากที่เคยส่งข้อความหากันตลอด บอกตลอดว่าจะไปไหนมาไหน ตอนนี้เขาโทรมาแทบจะนับครั้งได้..และถ้าฉันไม่ได้คิดไปเอง.. มิยองเลี่ยงที่จะสบตากับฉัน แถมเมื่อคืนก่อน..มิยองก็..” แทยอนเงียบไปอย่างลังเล “ไม่ยอมให้ฉันกอดเหมือนเคย ..มิยองไม่เคยตวาดหรืออารมณ์เสียใส่ฉัน ..แต่เมื่อคืน...”
 

                “...................”

                “บางทีฉันก็อดคิดไม่ได้ว่ามิยองกำลังมีใครหรือเปล่าตอนที่ฉันไม่มีเวลาให้..”

                “...............”
 

                “ฉันไม่ได้อยากจะคิดมากนะไอรีน..แต่การที่มิยองแปลกไปแบบนี้มันอดทำให้ฉันรู้สึกกระวนกระวายไม่ได้เลยจริง ๆ ...มีใครกำลังทำให้หัวใจของมิยองต้องเปลี่ยนไปจากฉันหรือเปล่านะ..”
 

                “ถ้าอย่างนั้นแทงต้องให้เวลาน้องเขานะ ..ช่วงเวลาที่ห่างกันน่ะมันไม่แปลกหรอกหากเราจะเผลอไปรู้สึกอะไรกับใครที่เข้ามา ฉันเองก็เคยเป็น ทะเลาะกับโอลาฟตั้งกี่ครั้งกี่หนกับเรื่องแบบนี้ เกือบจะเลิกกันตั้งหลายครั้ง แต่สุดท้ายแล้วเราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต่างคนต่างให้เวลากันและกันเพื่อทบทวนตัวเอง ..ถ้าน้องเขาสับสน แทงก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากให้เวลาน้องเขา..น้องเขายังเด็ก..แทงเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม”
 

                “ฉันเข้าใจ..แต่ฉัน....ฉันกลัว..ฉันกลัวว่ามิยองจะไม่รักฉัน กลัวการที่จะต้องทนมองมิยองไปจับมือกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน..การที่ต้องทนเห็นและมารับรู้ว่ามิยองไม่ใช่ของฉันอีกต่อไปแล้วมันเป็นสิ่งที่ฉันกลัวที่สุด..”
 

                “ฉันรู้..ฉันเข้าใจ..ฉันเข้าใจว่าแทงรักน้องเขามากแค่ไหน และฉันก็มั่นใจด้วยว่าน้องเขาก็รักแทงมากเหมือนกัน น้องมิยองรักแทงมากนะ..รักมากพอที่จะไม่ไปรักคนอื่น” ไอรีนพูด เอื้อมมือไปกุมมือของเพื่อนตัวเล็กเอาไว้แน่น “แต่สิ่งที่น้องเขากำลังเจอ..มันทำให้น้องเขาสับสน เพราะเป็นช่วงเวลาที่แทงกับน้องเขาห่างกัน..แต่ถ้าแทงลองให้เวลาเขา ให้น้องเขาอยู่กับตัวเอง ฉันเชื่อว่าน้องเขาจะเข้าใจคำตอบนั้น”
 

                “.......”
 

                “สิ่งที่แทงต้องทำคืออย่าคิดอะไรมาก อย่าระแวง เพราะถ้ายิ่งคิดมากก็จะยิ่งระแวง พอระแวงแล้วก็จะกลายเป็นคำว่าไม่เชื่อใจ..เข้าใจใช่ไหม?”
 

                “อืม...”
 

                “แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนะแทง..ขอให้แทงจำไว้ว่าแทงยังมีฉัน ..มีเพื่อนคนนี้ที่จะคอยอยู่ข้าง ๆ แทงเสมอ..แทยอนยังมีไอรีนอยู่ข้าง ๆ .....โอเคมั้ย????”
 

                คิมแทยอนหันหน้าไปมองเจ้าของคำพูดด้วยความรู้สึกหลากหลาย ..รอยยิ้มและแววตาที่จริงใจของเพื่อนสาวทำให้ริมฝีปากบางเผลอยิ้มตามออกมา ความกังวลในก่อนหน้านี้ถูกลบให้หายไปด้วยฝ่ามือบางอบอุ่นที่กำลังกุมมือเขาอยู่ แทยอนหลุบตามองมือที่ถูกกุมไว้ก่อนจะขยับมือตัวเองออกมาจากการเกาะกุม แล้วเปลี่ยนเป็นสอดประสานนิ้วมือของตัวเองกับฝ่ามือของหญิงสาวข้างกาย สองมือของเขาและไอรีนกอบกุมกันแนบแน่นสื่อความหมายว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา แทยอนก็ยังมีเพื่อนคนนี้อยู่ข้าง ๆ เสมอ..
 

                “เลิกคิดมากได้ยัง??”
 

                “อื้ม ขอบใจนะ..”
 

                “ยิ้มได้แล้วสินะ..แทงเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าเยอะเลยล่ะ รู้หรือเปล่า”
 

                “.......ฮึ ..พูดแบบนั้นไม่กลัวเพื่อนในห้องเก็บไปแซวหรือไง” แทยอนย้อนถามพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก

                แต่ไอรีนกลับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ และดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อนอะไรมากมาย ..เห็นรอยยิ้มกวน ๆ ของคนพูดน้อยแล้วเข้าใจถึงสิ่งที่อีกคนกำลังสื่อทันที ..ก็นั่นแหล่ะ ด้วยความที่ไอรีนและแทยอนสนิทกันมาก นั่งเรียนก็นั่งด้วยกัน ไปกินข้าวด้วยกัน มาเรียนพร้อมกัน กลับบ้านพร้อมกันทำให้เพื่อนร่วมคลาสที่ชื่นชมทั้งคู่อยู่แล้วจับคู่ทั้งสองกันเสีย ถามว่าไอรีนเครียดหรือจริงจังไหม ก็ไม่..หล่อนเห็นเป็นเรื่องตลกมากกว่า เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าแทยอนและตัวเองไม่มีทางคิดอะไรกันนอกจากคำว่าเพื่อน ..แต่คำถามคือเพื่อนในห้องรู้ไหม ..ก็ไม่.. ด้วยความที่ว่าทั้งหล่อนและแทยอนต่างไม่เปิดปากพูดเรื่องแฟนเลย และคงเห็นว่าแทยอนเองก็ไม่ยอมให้ความสนิทกับใครนอกจากตัวหล่อน เลยทำให้เพื่อน ๆ ต่างจับคู่ตัวหล่อนกับแทยอนจนกลายเป็นว่าคิดว่า เราสองคนเป็นแฟนกันเสียอย่างนั้น ..เอาเถอะ มองเป็นเรื่องโจ๊กก็แล้วกัน ..ดีเสียอีก แทยอนจะได้เป็นไม้กันหมาให้กับพวกผู้ชายต่างคณะหน้าหม้อที่มาตามจีบหล่อน และหล่อนก็ช่วยเป็นไม้กันหมาให้ผู้หญิงที่จ้องจะจับแทยอนให้น้องมิยองด้วยเสียเลย
 

                ..เห็นไหม?? วินวินกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหล่ะ เพราะฉะนั้นใครจะคิดอะไรก็ปล่อยเขาไปเถอะ..
 

 

                “นี่ ๆ สองคนนั้นน่ะ เผลอไม่ได้เลยนะ นั่งสวีทกันตลอดเลย”
 

                เสียงแซวของเพื่อนในห้องทำให้ไอรีนหัวเราะคิกคัก ไม่ต่างกับคนตัวเล็กที่ยิ้มออกมาอย่างปลง ๆ ..นั่นปะไร ผิดคำพูดของแทยอนเสียที่ไหน.. สองมือที่กุมกันไว้ปล่อยมือจากกันทันที ก่อนที่เราทั้งคู่จะต่างคนต่างเก็บสมุดเล็กเชอร์ใส่กระเป๋าเมื่อร่างสูงของอาจารย์ประจำวิชาเดินออกจากคลาสไปแล้ว
 

                “สวีทกันที่ไหนเล่า?ก็คุยกันปกตินั่นแหล่ะ”
 

                “ไม่ต้องมาแก้ตัวหรอก..เพื่อนที่ไหนคุยกันหงุงหงิงอยู่สองคนแถมยังนั่งจับมือกันไม่ปล่อยอีก”
 

                “...ก็เพื่อนแบบนี้แหล่ะ” ไอรีนตอบเสียงใส หยิบกระเป๋าขึ้นสะพายบ่า “แต่พูดไปเดี๋ยวพวกเธอก็ไม่เชื่อกันอีกว่าฉันกับแทงเป็นเพื่อนกัน..” หล่อนหัวเราะคิกคัก ก่อนหันไปหยิบเสื้อกันหนาวให้คนตัวเล็กที่กำลังเก็บของฝากถือ “แทงฝากของไว้ก่อนสิ ฉันจะไปห้องพักอาจารย์ก่อน แล้วเจอกันที่โรงอาหารนะ”
 

                “ก็บอกว่าจะไปเป็นเพื่อน..จะคุยเรื่องรายงานไม่ใช่หรอไง”
 

                “ก็ใช่..เดี๋ยวฉันไปคุยเอง แทงก็ไปจองที่ก่อนสิ เอาเหมือนเดิมนะ”
 

                “มันงานคู่ของฉันกับเธอ ..ส่วนเรื่องอื่น ถ้าโรงอาหารมันเต็มเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปกินข้าวนอกมหาลัยเอาก็ได้” แทยอนตอบเสียงเรียบ มองท่าทีครุ่นคิดของเพื่อนสาวแล้วผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความรำคาญเล็ก ๆ เขาถือวิสาสะดึงสมุดเล็กเชอร์และแฟ้มที่อัดแน่นไปด้วยชีทวิชาต่าง ๆ จากมือของไอรีนมาถือไว้เอง “จะไปคุยก็รีบไป มัวแต่ยืนคิดเสียเวลาจะตาย” บ่นอีกเล็กน้อยแล้วเอื้อมมือไปผลักหัวเพื่อนสาวให้เจ้าหล่อนได้โวยวายใส่เล่น ก่อนจะเดินลิ่วออกไปยืนรอที่หน้าห้องแทน
 

                “ไอ้แทงบ้า..ทำไมชอบทำร้ายร่างกายเรื่อยเลยนะ” ไอรีนบ่นหงุงหงิงพร้อมลูบหัวตัวเองป้อย ๆ หล่อนหันไปเอ่ยลากับเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ด้วยสองสามคำ ก่อนจะพาร่างสมส่วนของตัวเองไปสมทบกับแทยอนที่ยืนรอหน้าห้อง ทุ่มเถียงกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ..จบลงที่เสียงหัวเราะและเดินเข้าไปควงแขนแทยอนเดินเหมือนทุกครั้งท่ามกลางสายตาสงสัยของเพื่อนรวมคลาสที่เฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ ...
 

                ..แล้วแบบนี้จะไม่ให้เพื่อนร่วมคลาสสงสัยในความสัมพันธ์ของแทยอนกับไอรีนได้หรือยังไง??..
 


               

               

               

 

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #796 Chompoo76 (@Chompoo76) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 16:32
    มิยองงงงง ทำไมเธอทำแบบนี้ อินจัด 55555
    #796
    0
  2. #748 DevilJ (@DevilJ) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 13:52
    มิยองอย่านะ
    #748
    0
  3. #630 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 23:07
    มิยองอย่านอกใจแทเลยน่ะ

    แทรีนน่ารัก ถ้าฟานี่นอกใจเปลี่ยนมาเป็นพี่เบก็ได้น่ะ ยอม! >< [เอ๊ะ! อ่านนิยายแทนี่อยู่น่ะ5555]

    แต่อย่าดีกว่าสงสารซึลวาน อิอิ
    #630
    0
  4. #344 magic (@magic1412) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 23:04
    โอ้ยยย!! ไม่น๊ะะ มิยองงน้อย อย่านอกใจพี่แทงน๊าาา พี่แทงก็เชื่อใจมิยองน้อยน๊าาา
    #344
    0
  5. #258 ฟรีไทร์ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:34
    มิยองทำไมทำกับแทงอย่างนี้

    เจอแบบนี้พี่แทงจะทำไงต่ออะ
    #258
    0
  6. #129 Kaler04 (@unyamanee1988) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 19:35
    อ๊ายยยย ฟานี่ จะดราม่าไม่ค่ะไรท์
    #129
    0
  7. #124 Puii (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 16:05
    ทำไมมิยองทำกับพี่แทงแบบนี้เนี่ยถ้าพี่แทงรู้แล้วปล่อยมือมิยองไปคนที่เสียใจก็คือมิยองเองนั่นแหละ
    #124
    0
  8. #68 Miwz Dechapathumwon (@miwzz00) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 00:41
    รู้สึกเศร้าไปเลยเรื่องเป็นแบบนี้ เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นะครับ
    #68
    0
  9. #67 wrkhtfc (@fsc24htfc) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 23:08
    ไรท์ทำร้ายรีดคนนี้มากอ่ะ ทำไมทำแบบนี้ล่ะ ถ้าแทรู้จะเสียใจแค่ไหนห๊าาาา รีดจะเอาระเบิดไปวางบ้านไรท์ละนะ อ่านละสะเทือนใจ งื้ออออ
    #67
    0
  10. #65 กัลยา มีพวก (@2527yamee) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 21:05
    มันเจ็บแบบหน่วงๆ สงสารพี่เหของเรา มิยองน้อยหวั่นไหวเกินไปไหม คิดถึงตอนอยู่ด้วยกันเยอะๆสิ โดนพ่อกีดกันยังไม่เจ็บเท่าแฟนนอกใจนะ คิดทบทวนดีๆนะมิยองน้อย เอาใจช่วยสุดๆ อินมาก น้ำตามาเลย
    #65
    0
  11. #64 beeaime (@beeaime) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 20:21
    ทำไมมิยองเป็นแบบนี้เนี่ย ไรท์เตอร์หาแฟนใหม่ให้พี่แทงเลย



    หนูไม่ชอบกินมาม่า
    #64
    0
  12. #63 ศินีนารถ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 19:40
    มิยองๆ เดี๋ยวเถอะ เชียร์แทรีน เลย แต่ไอรีนมีแฟนแล้วอ่า

    #63
    0
  13. #58 F_Fone (@fonefunfair) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 13:52
    ไม่เอาน้า มิยองน้อย  สงสารพี่เหมันต์  อย่าเผลอใจเชียวนะ  แบบนี้ทีแต่เจ็บและเสียใจ
    #58
    0