ตอนที่ 49 : Chapter 48 Wendy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    31 ม.ค. 58

Chapter 48 Wendy

 

 

“พี่แทยอนเค้าเป็นของฉัน เป็นของฉันแค่คนเดียว .. และตราบใดที่หัวใจของพี่แทยอนยังอยู่ที่ฉัน ฉันจะไม่ยอมให้ใครแย่งพี่แทยอนไปจากฉันทั้งนั้น .. รวมไปถึงพี่ไอรีนด้วย .. ฉันจะพูดมันเป็นครั้งสุดท้าย และต่อจากนี้จะไม่พูดมันอีก ฉันหวังว่าพี่จะเข้าใจนะคะ”
 

                ความเงียบโรยตัวอีกครั้งเมื่อมิยองพูดสิ่งที่ต้องการจะพูดจบ .. ไอรีนมองหน้ามิยองนิ่ง .. เด็กคนนี้เป็นเด็กเรียบร้อย ขี้อาย .. และถ่อมตัวก็จริง แต่เวลาหึงเวลาเอาจริงนี่ก็เอาเรื่องเหมือนกันแฮะ ชัดเจนขนาดนี้ไม่ต้องกลัวว่าฮวังมิยองจะทำให้แทยอนเสียใจแล้วล่ะมั้ง .. หล่อนคิดแล้วยิ้มกับตัวเอง หญิงสาวเอียงคอเล็ก ๆ ส่งยิ้มให้คนอายุน้อยกว่าที่มีท่าทีหึงหวงไม่หาย


             “แทยอน .. อยู่แถวนั้นใช่มั้ย ? ได้ยินชัดแล้วใช่หรือเปล่าว่าแฟนเธอเค้าหึงเธอขนาดไหน ? ทีนี้ก็เลิกพึมพำให้ฉันฟังเสียทีนะว่าทำไมน้องมิยองไม่แสดงท่าทีว่าหึงหวงเธอบ้างเลย” ไอรีนตะโกนเรียกคนที่แอบฟังอยู่นอกห้องครัว แล้วหันมายิ้มให้มิยอง “น้องมิยองวางใจได้นะคะ เพราะพี่เองก็ไม่ได้คิดอะไรกับแทยอนเกินคำว่าเพื่อนเหมือนกัน”
 

ฮวังมิยองทำตาโตเมื่อคนที่เธอคิดว่าออกไปซื้อของข้างนอกตามที่เขาบอก เดินเข้ามาในห้องครัวพร้อมด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ที่เจือบนใบหน้ากระจ่างใสคมคายของเขา ไอรีนส่งยิ้มให้กับมิยองและเดินสวนกับคนพูดน้อยออกไปข้างนอกเพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน ร่างเล็กของคิมแทยอนเดินเข้ามาหามิยอง เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอที่กำลังจับต้นชนปลายไม่ถูกกับสิ่งที่เกิดขึ้น แทยอนไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้มกว้างอย่างน่ารักให้กับเธอ และดึงร่างของเธอเข้าไปกอด .. ปลายจมูกของเขากดเข้าที่พวงแก้มนวลของคนที่ยังมีท่าทีงุนงงฟอดใหญ่
 

“ม หมายความว่ายังไงกันคะ ? ไหนพี่แทงบอกว่าจะออกไปซื้อของ .. แล้วทำไม ...”
 

“ขอโทษที่โกหกนะคะ .. แต่มันเป็นแผนของยัยนั่นน่ะ” แทยอนตอบเสียงเบา สายตาของเขามีความรู้สึกผิดเจืออยู่เล็ก ๆ แต่สองแขนของเขายังตระคองกอดร่างบอบบางของเธอไว้ไม่ปล่อย เขาวางปลายคางไว้บนไหล่ลาดของคนรัก ส่งเสียงออดอ้อนเมื่อเห็นสีหน้าที่ยังงุนงงไม่หายของเธอ “มิยองอาจจะโกรธที่ฉันโกหกแบบนี้ .. ฉันจะไม่ห้าม .. แต่อย่าโกรธกันนานเลยนะคะ .. ฉันมีเหตุผลจริง ๆ นะที่ทำแบบนี้”
 

“เหตุผลอะไรคะ ?”
 

“ฉันแค่อยากให้มิยองแสดงออกมาว่าหึงกันบ้าง .. ฉันรู้ว่ามิยองไม่สบายใจเรื่องของฉันกับไอรีนแต่มิยองก็ไม่เคยพูดเลย .. ฉันแค่อยากให้มิยองพูดออกมาบ้าง แสดงออกมาบ้าง ..”

“มิยองไม่อยากทำแบบนั้น .. มิยองไม่อยากเป็นเด็กงี่เง่าในสายตาของพี่แทง .. แค่โดนพี่แทงว่าเมื่อวานมิยองก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว ..” มิยองพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง เธอพลิกตัวในอ้อมกอดหลวม ๆ ของเขา สองแขนบางสวมกอดร่างเล็ก ๆ ของเขาเอาไว้แน่น ซบแนบใบหน้ากับบ่าเล็กของเขา “.. มันเจ็บจริง ๆ นะคะ .. เมื่อวานน่ะ ..”
 

“ฉันรู้ .. ฉันรู้ค่ะ .. ฉันมันแย่เองที่เมื่อวานเผลออารมณ์ร้อนใส่มิยอง .. ฉันผิดไปแล้ว .. เพราะฉันเองที่ทำให้มิยองต้องคิดมาก .. เพราะฉันเองที่ทำให้มิยองไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา ต้องทนเก็บความอึดอัดนั้นไว้ .. ฉันไม่ดีเอง .. ยกโทษให้กันเถอะนะคะ เจ้าหญิงน้อย”
 

“มิยองไม่เคยโกรธพี่แทงเลยค่ะ .. เมื่อวานมิยองก็แค่เสียใจ .. และน้อยใจเท่านั้นเอง ..” น้ำเสียงของเธอนั้นอู้อี้ แต่ไม่ได้มาจากการร้องไห้ ในทางกลับกัน .. มันมาจากการที่มิยองเอาแต่ซบหน้ากับไหล่ของแทยอนมากกว่า เด็กสาวหลับตาพริ้ม รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ซบไหล่เล็ก ๆ ของเขา .. ไหล่ของแทยอนไม่ได้กว้างเหมือนไหล่ของชายชาตรี .. แต่เชื่อไหม ว่าไหล่ของแทยอนนั้นอบอุ่นและปลอดภัยที่สุดแล้วสำหรับเธอ “เพราะมิยองไม่อยากแสดงท่าทีงี่เง่าให้พี่แทงต้องลำบากใจ .. แต่มิยองก็ไม่อาจทนเก็บความหึงหวงนั้นไว้ได้เหมือนกันเวลาที่พี่แทงใกล้ชิดกับพี่ไอรีนแบบนั้น .. ขอโทษนะคะที่หึงหวงมากไปหน่อย”
 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ .. มิยองหึงเพราะมิยองรักฉัน ฉันไม่เคยโกรธเลยนะ .. เพราะฉันรู้ว่ามิยองรักฉันมาก .. ถึงหึงหวงฉันแบบนั้น ขอบคุณนะคะ” แทยอนกระซิบบอกคนในอ้อมกอดเสียงนุ่ม เขาจุมพิตที่ขมับของเธอเบา ๆ อย่างรักใคร่ “ต่อจากนี้ถ้าไม่ชอบหรือไม่พอใจ แสดงออกมา บอกฉันนะคะ .. อย่าเก็บไว้ให้ตัวเองไม่สบายใจเลยนะคะ เจ้าหญิงของฉัน” น้ำเสียงของแทยอนนั้นทุ้มละมุนน่าฟังขนาดไหน คงมีมิยองคนเดียวที่ได้ฟังอย่างชิดใกล้แบบนี้ “ฉันจะไม่บอกให้มิยองเลิกหึงหวงฉัน .. แต่ฉันอยากบอกให้มิยองเข้าใจ .. บอกให้มิยองรู้ .. ว่าฉันรักมิยองแค่คนเดียว .. รักมิยองแค่คนเดียวจริง ๆ .. และจะพูดให้มิยองฟังแบบนี้เรื่อยไป .. จนกว่ามิยองจะมั่นใจในตัวฉัน .. จะเลิกกังวลว่าฉันจะเบื่อมิยองสักวัน .. ฉันจะพูดให้มิยองฟังทุกครั้งที่มิยองต้องการ .. ฉันสัญญาค่ะ”
 

“ขอบคุณ .. ขอบคุณนะคะ...”
 

คิมแทยอนอมยิ้มกับตัวเองเมื่อเด็กสาวคนรักกอดเขาเอาไว้แน่น ฝ่ามือเล็กอุ่นจัดลูบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเบา ๆ สลับจูบบนเรือนผมของเธออย่างแสนรัก .. จะให้เขาไปรักใครได้อีก .. แค่เด็กสาวในอ้อมกอดนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา เพียงพอแล้วจริง ๆ .. ความรักของเขามีไว้เพื่อมิยองเพียงคนเดียวเท่านั้น .. มันเป็นสิ่งที่เขาสาบานกับตัวเองไว้ตั้งแต่วินาทีที่เขารู้ตัวว่าเขาตกหลุมรักเด็กสาวธรรมดา ๆ คนนี้ .. สองแขนเล็กคลายกอดจากร่างบอบบาง ประคองดวงหน้าหวานด้วยฝ่ามือเล็ก .. และส่งยิ้มให้เธอเมื่อฮวังมิยองยิ้มให้เขาจนตาปิด
 

“ไปค่ะ .. ไหนดูสิ เหลืออะไรอีกบ้างที่ยังไม่ได้ทำ .. ให้ฉันช่วยไหมคะ ?”
 

“อื้อ .. ไม่ต้องหรอกค่ะ .. มิยองไปตามพี่ไอรีนดีกว่า .. ขืนให้พี่แทงช่วยพี่ไอรีนไม่ต้องทำพอดี ..” มิยองส่งยิ้มน่ารักให้คนพี่ เธอขยับเข้าไปกอดแขนเล็กของแทยอน ซุกซบหน้ากับไหล่เล็กออดอ้อน “เดี๋ยวพี่แทงไปรอข้างนอกรอชิมฝีมือของเพื่อนพี่นะคะ .. แต่ก่อนอื่น ต้องตามพี่ไอรีนกลับมาก่อน .. มิยองเองก็อยากจะขอโทษพี่เค้าด้วยที่พูดจาไม่ดีออกไป ..” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหงอยเหงา ถึงแม้ความหวาดระแวงจะยังคงอยู่ไม่จางหายไปจากใจทั้งหมด แต่มิยองจะพยายามไม่คิดมาก ไม่ระแวงอีกแล้วเพื่อความสบายใจของแทยอน อีกอย่าง .. พี่ไอรีนก็พูดออกมาแล้วว่าไม่ได้คิดอะไรกับพี่แทยอนของเธอ เพราะฉะนั้นคงไม่มีเหตุผลอะไรที่มิยองจะต้องทำตัวก้าวร้าวใส่เพื่อนของคนรักอีกแล้ว
 

 
 

“ฉันขอโทษนะคะ .. พี่ไอรีน ...”
 

ไอรีนละสายตาจากรายการทีวีเมื่อร่างบอบบางของเด็กสาวเดินมาโค้งเก้าสิบองศาต่อหน้าหล่อนเพื่อขอโทษ น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดทำให้ไอรีนยิ้มบาง ๆ ออกมา “ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะพี่ไม่ได้โกรธอะไรน้องมิยองหรอกนะ” หล่อนกล่าวและรีบพูดดักคนอายุน้อยกว่าไว้ราวกับรู้ว่าอีกคนกำลังจะพูดอะไรออกมา “พี่เข้าใจค่ะว่าน้องมิยองรักแทยอนมากเลยแสดงท่าทีหึงหวงออกมา พี่เข้าใจที่น้องมิยองคิดนะ เข้าใจความรู้สึกของน้องมิยองด้วย พี่เองก็ต้องขอโทษด้วยเหมือนกันที่คิดพิเรนเล่นอะไรแบบนั้น ..”
 

“พี่ไอรีนไม่ต้องขอโทษฉันหรอกค่ะ ฉันสิที่ต้องขอโทษพี่ที่ก้าวร้าวใส่ทั้งที่พี่ไอรีนก็อายุมากกว่าฉันแท้ ๆ”
 

“ถ้าอย่างนั้นเราก็ถือว่าเจ๊ากันแล้วกันเนอะ” ไอรีนยิ้มกว้าง หล่อนผุดลุกขึ้นจากโซฟา เดินไปจับมือของมิยองไว้ “ถือว่าเรื่องเมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกันค่ะ .. ไปค่ะ น้องมิยองสอนพี่ทำคุกกี้ต่อเถอะ แล้วเดี๋ยวเราเอามาให้แทงชิมว่าผลงานชิ้นแรกของพี่ผ่านไหม”
 

“แต่พี่ไอรีนไม่โกรธ ...”
 

“พี่ไม่ได้โกรธน้องมิยองจริง ๆ ค่ะ .. เลิกคิดมากนะคะ”
 

“.... ค่ะ”
 

เสียงกดออดที่หน้าประตูบ้านกลับทำให้สองสาวหยุดชะงักฝีเท้า แทยอนเผลอขมวดคิ้วเล็ก ๆ อย่างนึกแปลกใจว่าใครกันหนอที่มาหาเขาในวันหยุดเช่นนี้ เพื่อน ๆ เขาที่ยองกวางหรือ ? ก็ไม่น่าจะใช่เพราะพวกนั้นสนิทกับเขาจนไม่จำเป็นต้องกดออดเสียด้วยซ้ำ ลู่หานหรือ ? ก็ไม่ใช่อีกนั่นล่ะ เพราะเด็กคนนั้นไม่ได้มาให้เขาเห็นหน้านานมากแล้ว เห็นว่าช่วงนี้มีเรื่องในครอบครัวให้วุ่นวาย .. แทยอนไม่ได้เจอกับลู่หานเลยนอกจากติดต่อกันทางโทรศัพท์เท่านั้น .. แล้วใครกันล่ะที่มาหาเขา ?
 

“เดี๋ยวฉันไปดูให้” ไอรีนอาสา ก่อนจะผละตัวจากมิยองเดินลิ่วไปเปิดประตูบ้านโดยไม่รอฟังคำตอบของเจ้าของบ้านเลยแม้แต่น้อย มือบางกำลูกบิดประตูและเปิดมันออก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อพบร่างของใครบางคนที่หล่อนไม่คิดว่าเขาจะมาหาหล่อนถึงที่นี่ยืนหน้างออยู่ที่หน้าประตูบ้านคิม
 

“ไง ?”
 

“อ โอลาฟ ??? มาได้ไงเนี่ย ?? แล้ว แล้วกลับมาจากค่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ ?? ทำไมไม่บอกกันล่ะจะได้ไปรับที่โซจัง”
 

“โทรไปไม่รับ .. จะให้บอกได้ยังไงว่าเค้ากลับจากค่ายแล้ว” เด็กสาวอายุอ่อนกว่าไอรีนพ่นลมหายใจเบา ๆ “ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย ?” ร่างบางของเด็กสาวก้าวเข้ามาในบ้าน พร้อมเอ่ยทักทายแทยอนอย่างคนที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว “หวัดดีค่ะพี่แทยอน”
 

“เดี๋ยว ๆ .. แล้วตัวรู้ได้ยังไงว่าเค้าอยู่ที่นี่”
 

“เค้าไปหาตัวที่หอพักเมื่อวาน ลุงยามบอกว่าตัวไม่ได้กลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว .. ก็เลยลองมาดูที่บ้านพี่แทยอนน่ะ แล้วก็เจอตัวจริง ๆ .. ไหนเล่ามาสิว่าทำไมถึงไม่กลับไปอยู่ที่หอ แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”
 

“คือ .. มันมีปัญหานิดหน่อยน่ะ”
 

“แล้วทำไมถึงไม่เล่าให้เค้าฟังล่ะ โทรศัพท์ตัวก็มีทำไมไม่รู้จักโทรมาหาเค้า ถ้าเค้าไม่ไปหาตัวที่หอ .. เค้าก็ไม่รู้เลยใช่มั้ยว่าตัวอยู่ที่ไหน ??” เด็กสาวต่อว่าคนอายุมากกว่าที่มีศักดิ์เป็นคนรักด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม คิ้วเข้มขมวดรั้นเข้าหากันบ่งบอกอารมณ์ที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มสุกใสเป็นประกายจ้องมองไอรีนที่ยืนคอตกนิ่ง “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ตลอดเลย มีปัญหาอะไรไม่เคยเล่าให้เค้าฟัง .. เรายังเป็นแฟนกันอยู่มั้ย รีน ?”
 

“เค้าขอโทษ .. ก็ช่วงนี้ตัวยุ่ง ๆ อ่ะ เค้าไม่อยากกวนนี่ .. ไหนจะเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยอีก”
 

“เค้าบอกรีนแล้วไม่ใช่เหรอว่ายังไงรีนก็สำคัญที่สุดสำหรับเค้า .. ปัญหาของรีนก็เหมือนปัญหาของเค้า..”
 

“ขอโทษ ....” ไอรีนพูดเสียงอ่อย หล่อนช้อนสายตามองคนรักที่อายุน้อยกว่า .. แต่มักจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่คอยดูแลหล่อนเสมอด้วยสายตารู้สึกผิด “อย่าโกรธกันเลยน้า เค้าผิดไปแล้วอ่ะ จะไม่ทำแล้ว”
 

“ไหนเล่ามาซิ ว่าทำไมถึงมาอยู่บ้านพี่แทยอน .. รีนปิดบังอะไรเค้าไว้บ้าง มีปัญหาอะไรบ้าง เล่ามาให้หมดเลย เดี๋ยวนี้”
 

“ฉันว่า .. เธอพาแฟนเธอเข้ามานั่งคุยกันในบ้านดี ๆ ก่อนดีมั้ย .. เดี๋ยวฉันกับมิยองจะไปจัดการที่เหลือในครัวต่อเอง” เสียงทุ้มของแทยอนเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศมาคุแปลก ๆ ระหว่างเพื่อนสนิทและคนรักของหล่อน คนตัวเล็กเปิดโอกาสให้เพื่อนสาวคนสนิทพาแฟนเด็กของหล่อนเข้ามาในบ้าน ก่อนที่เขาจะโอบเอวของมิยองและปลีกตัวเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อเปิดโอกาสให้ไอรีนได้คุยกับคนรักของตัวเองเสียที
 

 

“ใครเหรอคะ ? คนนั้น ..”
 

น้ำเสียงหวานชวนฝันของเด็กสาวคนรักทำให้แทยอนละสายตาจากไอรีนและแฟนเด็กของหล่อนที่กำลังนั่งคุยกันในห้องนั่งเล่น แทยอนหันมองมิยองที่มองไปในทิศทางเดียวกับเขาด้วยสายตาสงสัย เขายิ้มออกมาเล็ก ๆ และตอบเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน “แฟนของไอรีนค่ะ ชื่อ ซึงฮวาน โอลาฟของไอรีนไงคะ .. เค้าอายุเท่ามิยองเลยนะ เรียนอยู่ที่โซจังที่เดียวกับที่มิยองเคยเรียนเลยค่ะ”
 

“ดีจังค่ะ แบบนี้น่าจะเป็นเพื่อนกันได้”
 

“เป็นเพื่อนไม่ว่าหรอกค่ะ แต่อย่าไปทำตัวน่ารักใส่แล้วกันค่ะ”
 

“ทำตัวเป็นคนแก่ขี้หึงไปได้นะคะ พี่แทงเนี่ย” มิยองย่นจมูกใส่คนพี่ ไม่ลืมส่งสายตาค้อนให้อย่างน่ารัก เด็กสาวโอนอ่อนตามแรงดึงของเขาจนเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนเล็กเหมือนทุกครั้งที่เธอส่งสายตาค้อนและท่าทางแสนงอนไปให้ มิยองครางเสียงหงุงหงิงเมื่อพวงแก้มนวลถูกขโมยหอมไปอีกตามเคย “แก้มช้ำแล้วมั้งคะเนี่ย .. หอมจังเลย”
 

“ก็เจ้าหญิงน้อยชอบทำตัวน่ารัก ...”
 

“ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยค่ะ”
 

“เกี่ยวสิคะ .. แค่อยู่เฉย ๆ ก็น่ารักจะแย่แล้ว .. มาทำหน้างอ มาทำหน้าอ้อนแบบนี้ กะจะให้ฉันไปไหนไม่รอดเลยหรือยังไงคะ หืม ?”
 

“ไม่รู้ไม่ชี้ค่ะ งื้ออ” มิยองส่งเสียงงอแงอีกครั้งเมื่อคนตัวเล็กยื่นหน้ามาจูบหนัก ๆ ที่ริมฝีปากสักทีด้วยความหมั่นเขี้ยว พยายามหลบหลีกริมฝีปากมากที่พยายามจะฉวยโอกาสจูบเธอทั้งรอยยิ้ม มิยองหัวเราะคิกคักชอบใจเมื่อคนพี่กอดเธอแน่นขึ้นทั้งยังไล่ต้อนหอมแก้มจูบปากเธอไม่หยุด
 

“อะแฮ่ม ๆ”
 

เสียงกระแอมไอทำให้คนที่กำลังหยอกล้อกันไม่หยุดชะงักการกระทำทันที แทยอนค่อย ๆ คลายวงแขนที่โอบกอดร่างบอบบางของคนรักไว้ หันไปจ้องมองไอรีนที่ส่งยิ้มแปลก ๆ จนน่าหมั่นไส้ ส่วนมิยองก็เอาแต่ก้มหน้างุด จับผมทัดหูตัวเองแก้เขินที่มีคนมาเห็นฉากหยอกล้อเมื่อครู่ แม้ไอรีนจะเป็นเพื่อนของแทยอนก็เถอะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่ามิยองจะไม่อายเสียหน่อยนี่นา .. แล้วยิ่งแฟนของพี่ไอรีนที่กำลังยืนส่งยิ้มให้เธออีกล่ะ .. ไม่รู้จักกันแต่ดันมาเห็นเธอกับแทยอนเมื่อกี้ .. จะไม่ให้มิยองอายได้ยังไงกัน
 

“เคลียร์แล้วเหรอ ?”
 

“แน่นอนสิยะ ใครจะมาปล่อยให้ค้างคา ฉันกับโอลาฟน่ะนะ คุยกันนิดหน่อยก็เรียบร้อยแล้ว โอลาฟเชื่อฟังฉันจะตาย” ไอรีนส่งยิ้มจนน่าหมั่นไส้ ขยับเข้าไปควงแขนของเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างกัน
 

“เหรอ ?”
 

“เค้าล้อเล่นน่า เค้าเชื่อฟังตัวคนเดียวนะ” ไอรีนออเซาะคนที่อายุน้อยกว่า ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงที่ออดอ้อนเหล่านั้นทำให้แทยอนเผลอเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ .. ใช่ว่าจะไม่เคยเจอตอนที่สองคนนี้อยู่ด้วยกันนะ แต่แทยอนไม่เคยเห็นยัยตัวแสบไอรีนออดอ้อนและทำท่าทางออเซาะใส่ใครต่างหาก .. แทยอนไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าคนแบบหล่อนจะแสดงท่าทีออดอ้อนและยอมใครเป็นด้วย คงมีแค่แฟนของหล่อนเท่านั้นล่ะมั้งที่ได้รับสิทธินั้นไป .. ที่ว่ากันว่าคนเรามักจะแสดงท่าทีน่ารัก ๆ เหล่านั้นต่อหน้าคนรักของตัวเองคนเดียวก็ถ้าว่าจะจริง ..
 

“รู้แล้วละน่า” เด็กสาวคนรักของไอรีนฉีกแจกยิ้มแฉ่งให้คนที่โตกว่า ทั้งยังยื่นมือไปบีบจมูกหล่อนเบา ๆ ให้ไอรีนได้แกล้งทำหน้างอใส่อีกด้วย เด็กสาวหันมาสบสายตากับมิยองและไม่ลืมที่จะส่งยิ้มให้เป็นการผูกมิตร “สวัสดี .. เธอคงเป็นมิยองน้อยแฟนพี่แทยอนสินะ .. ฉันชื่อ ซน ซึงฮวาน .. เรียกฉันว่า เวนดี้ ก็ได้” มือขาวถูกยื่นออกมาตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มสดใสตามประสาคนยิ้มเก่งอย่างเจ้าตัว
 

“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” มิยองส่งยิ้มพร้อมยื่นมือไปจับมือของอีกคนมาเขย่าเบา ๆ เป็นการทักทาย “พี่แทงบอกว่าเวนดี้เรียนที่โซจังเหรอคะ ฉันก็เคยเรียนที่นั่นมาก่อนเหมือนกันค่ะ”
 

“อื้ม ไอรีนเล่าให้ฟังแล้วล่ะ .. ฉันจำเธอได้นะ .. เมื่อก่อนเธอใส่แว่นด้วยใช่ไหมล่ะ” เวนดี้ทำมือเป็นรูปแว่นแล้วทาบที่ตาตัวเอง ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ เมื่อมิยองเอียงคอทำหน้าสงสัย “เราเคยอยู่ชมรมเดียวกันน่ะ แต่ฉันเพิ่งจะมาเข้าชมรมดนตรีสากลเมื่อตอนเข้ามอหนึ่งนี่เอง .. แถมตอนนั้นฉันจะไม่ได้ผอมอย่างนี้หรอก ไม่แปลกใจเลยที่เธอจำฉันไม่ได้ ฉันอ้วนแล้วน่าเกลียดจะตายไป ฮะ ๆ”
 

“ใครว่าล่ะ โอลาฟจะเป็นยังไงก็น่ารักทั้งนั้นล่ะ ใครบอกตัวไม่น่ารักนะเค้าจะดีดปากให้เลย”
 

“จ้า ๆ .. บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำหน้างอ เดี๋ยวแก่เร็วนะ” เวนดี้หัวเราะและหยอกล้อไอรีนอย่างอารมณ์ดี
 

“ทำไม แก่แล้วจะไม่รักแล้วงั้นหรอ ? ไหนเคยบอกว่าเป็นไงก็จะรักไง”
 

“ก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่รักนี่ คิดไปเองตลอด”
 

“ก็ตัวอ่ะ!
 

“ไหนเมื่อกี้บอกว่าทำคุกกี้ไม่ใช่เหรอ ? เค้ารอกินคุกกี้ของรีนอยู่นะ”
 

สีหน้างอง้ำไม่พอใจคลายลงทันทีที่ได้ยินคนรักพูดเช่นนั้น รอยยิ้มกว้างจึงปรากฏบนใบหน้าสวยหมดจดของไอรีนอีกครั้ง “นั่นสินะ ~ งั้นตัวรอนี่นะ เค้าจะให้น้องมิยองสอนเค้าทำคุกกี้แล้วเอามาให้ตัวชิม ~” หล่อนพูดเสียงใสแล้วคว้ามือของฮวังมิยองเอาไว้ “ไปค่ะน้องมิยอง ไปทำคุกกี้กันเถอะ ปล่อยแทงอยู่กับโอลาฟนี่ล่ะ”
 

“อ่า .. ค่ะ ...” มิยองพยักหน้าหงึกเชื่อฟัง เธอหันไปส่งยิ้มน่ารักให้แทยอนที่ยืนมองอยู่ “พี่แทงไปรอข้างนอกกับเวนดี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะเอาคุกกี้มาให้ทาน”
 

“อือฮึ .. จะรอนะคะ” แทยอนยิ้มรับ ยื่นมือไปโคลงหัวทุยของคนรักเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู บรรยากาศเงียบเชียบกลับมาอีกครั้งเมื่อร่างของมิยองและไอรีนหายลับไปในห้องครัว แทยอนเอ่ยปากชวนให้คนที่อายุน้อยกว่านั่งด้วยสีหน้านิ่งขรึมเป็นนิสัย “ไปเข้าค่ายกับทางโรงเรียนเป็นไงบ้างล่ะ”
 

“ก็สนุกดีค่ะ เดี๋ยวต้องเตรียมตัวเข้าค่ายเก็บตัวเพื่อเตรียมสอบเข้าแล้ว .. ช่วงนี้เลยอยากทำกิจกรรมกับทางโรงเรียนเยอะหน่อย ฉันมันพวกเด็กกิจกรรมนี่คะ” เด็กสาวหัวเราะน้อย ๆ แล้วเริ่มเล่าประสบการณ์ในค่ายที่เพิ่งผ่านมาหมาด ๆ ให้ฟัง สีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขทำให้แทยอนหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ถึงจะไม่สนิทกันมากเท่าไหร่ แต่เวนดี้ก็เป็นคนดีทีเดียว เด็กสาวเป็นคนใจกว้างและมีเหตุผล มีความเป็นผู้ใหญ่พอดู .. จนบางทีก็อาจจะมากกว่าไอรีนเสียด้วยซ้ำ เพราะอย่างนี้สินะถึงคบกับไอรีนมาได้ตั้งเกือบสามปี
 

ไอรีนเคยเล่าให้ฟังว่าตอนที่คบกับเวนดี้แรก ๆ ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย ไม่ค่อยจะยอมกันเท่าไหร่แม้กระทั่งเรื่องเล็กเรื่องน้อย ตะโกนท้าให้เลิกกี่กันครั้ง .. ทั้งคู่ก็ไม่ได้นับมัน ด้วยเพราะไอรีนเป็นลูกสาวคนเดียวและเวนดี้เองก็เป็นลูกสาวคนเล็กของครอบครัว ทางครอบครัวก็มีฐานะทำให้โดนตามใจมาตั้งแต่เด็ก เลยติดนิสัยเอาแต่ใจเหล่านั้นมา พอได้มาคบกันต่างฝ่ายก็ต่างเอาแต่ใจใส่กันจนหลายอย่างมันแย่ไปหมด เลิกกันแล้วกลับมาคบกันหลายต่อหลายครั้งเหมือนกัน .. พอถึงจุดหนึ่ง .. ความอดทนและความเบื่อหน่ายในเรื่องนี้เกิดขึ้น เวนดี้จึงจับไอรีนมานั่งคุยกันดี ๆ พุดคุยกันด้วยเหตุผล ทั้งคู่จึงค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน ผลัดกันยอมผลัดกันเอาแต่ใจ .. ประคับประคองความรักกันเป็นเวลาเกือบสามปี .. โชคดีแค่ไหนที่ครอบครัวของพวกเราต่างยอมรับกันได้ที่เราสองคนคบกัน
 

แต่น่าแปลกเหมือนกันที่เวนดี้ต้องมาคอยตามใจ เอาใจไอรีนทั้งที่ตัวเองเด็กกว่าแท้ ๆ .. แต่ก็เอาเถอะ จากที่แทยอนดูแล้ว เวนดี้เป็นเด็กมองโลกในแง่ดี และอารมณ์ดีมาก .. เขารู้วิธีว่าจะต้องทำยังไงไอรีนถึงจะมีท่าทีที่อ่อนลง ดูจากเมื่อกี้สิ เพื่อนสาวของแทยอนหน้างออยู่ดี ๆ พอเวนดี้เอ่ยปากเอาใจเข้าหน่อย หน้าสวย ๆ นั่นก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างทันที แต่ไอรีนพูดเสมอว่าไม่ใช่แค่เวนดี้หรอกที่ยอมตามใจ ยอมอ่อนให้ไปเสียทุกอย่าง .. ไอรีนเองก็เป็นฝ่ายตามใจเวนดี้บ้างเหมือนกัน .. มันแล้วแต่ว่าเรื่องนั้นใครจะตามใจใคร .. ไอรีนเล่าว่าเวนดี้เป็นคนขี้หวง เวลาไม่พอใจก็จะหน้านิ่งใส่ พอเริ่มเรียกหล่อนว่า “รีน” เมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหล่ะ .. ที่ไอรีนรู้ดีว่าแฟนเด็กของหล่อนกำลังจะลากหล่อนเข้าดราม่าและตำหนิสารพัดแล้ว
 

.. แต่แทยอนคิดว่า ไปยึดคำพูดที่ยัยนั่นบอกว่าเวนดี้ขี้หวงฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก ไอรีนก็พอกัน แถมยิ่งกว่าเสียอีกมั้ง .. เล่นเช็กทั้งมือถือและพวกโปรแกรมโซเชียลของแฟนเด็กตัวเองแทบจะทุกครั้งที่เวนดี้มานอนค้างที่หอด้วยนั่นแหล่ะ ถ้าไม่เห็นกับตาแทยอนก็ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าไอรีนจะขี้หึงได้ขนาดนี้ ..
 

 

“พี่แทยอนอย่าบอกให้รีนรู้นะ ...” เวนดี้ลดเสียงจนกลายเป็นเสียงกระซิบ “ตอนนี้ฉันมีเรื่องหนักใจนิดหน่อยน่ะค่ะ .. เพื่อนมันเอาเบอร์มือถือของฉันไปให้เด็กผู้หญิงห้องเรียนข้าง ๆ .. แล้วแถมตอนไปเข้าค่ายยัยนั่นก็ตามฉันแจเลย .. ฉันไม่รู้จะปฏิเสธไปยังไง .. พี่แทยอนว่าฉันควรทำยังไงดีคะ”
 

“แล้วเธอไม่ได้บอกเค้าไปหรือไงว่าเธอมีแฟนแล้วน่ะ”
 

“บอกจนไม่รู้จะบอกยังไงแล้วพี่ .. นี่ฉันโกรธเพื่อนมากจนไม่ยอมรับโทรศัพท์มันมาสองวันแล้วเนี่ย .. ยัยนั่นก็กระหน่ำโทรมาหาฉันอีก .. ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ารีนรู้จะเกิดอะไรขึ้น”
 

“คุกกี้มาแล้ว~” เสียงเจื้อยแจ้วของไอรีนทำให้เวนดี้ตัดสินใจหยุดบทสนทนาไว้แค่นั้น เด็กสาวมองร่างสมส่วนที่ถือจานใส่คุกกี้ที่อบเสร็จสด ๆ ร้อน ๆ มาให้ รอยยิ้มกว้างถูกส่งให้ไอรีนที่ทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ “หอมน่าทานจังเลย ตัวทำเองเหรอ ?”
 

“อื้ม น้องมิยองสอนน่ะตัวลองชิมดูสิ นะๆๆ” ไอรีนอ้อนตาใส ไม่วายจะโผเข้ากอดเกี่ยวแขนของคนที่เด็กกว่า ดวงตาเป็นประกายวาววับลุ้นเมื่อเวนดี้หยิบคุกกี้อัลมอนต์ขึ้นมาพิจารณาเล็กน้อยก่อนจะกัดมันที่มุมหนึ่ง “อร่อยมั้ยคะ ?”
 

“อื้มม อร่อยที่สุดเลย แฟนเค้าเก่งที่สุดเลยล่ะค่ะ ^^
 

“ทำไมถึงปากหวานอย่างนี้นะแฟนเค้า”
 

เวนดี้หัวเราะชอบใจเมื่อไอรีนโน้มหน้าหอมแก้มฟอดใหญ่เป็นรางวัล คุกกี้ฝีมือของไอรีนถูกหยิบเข้าปากชิ้นแล้วชิ้นเล่า ยิ่งคุกกี้ในจานลดจำนวนลงเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่ารอยยิ้มของไอรีนจะกว้างขึ้นเท่านั้น แก้วชาสมุนไพรร้อน ๆ ถูกเจ้าตัวยกขึ้นดื่มเพื่อล้างปากเมื่อคุกกี้ชิ้นสุดท้ายในจานถูกส่งเข้าปากของเด็กสาวไป ไอรีนหยิบกระดาษขึ้นมาเศษคุกกี้ที่ติดอยู่ที่มุมปากของแฟนตัวเองอย่างใส่ใจ ไม่วายที่จะเอ่ยถามไถ่เจ้าตัวตอนที่ไปเข้าค่ายกับที่โรงเรียน ใบหน้าสวยหมดจดของนักศึกษาแพทย์ไอรีนเปล่งประกายแห่งความสุขออกมาแบบปิดไม่มิดยามที่ดวงตาคู่สวยของหล่อนนั้นเฝ้ามองสีหน้ามีความสุขของคนรักยามที่เจ้าตัวกำลังเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง
 

.. ไอรีนชอบมองหน้าเวนดี้ .. ยิ่งเวลาที่สีหน้าของเวนดี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ไอรีนยิ่งชอบ .. เพราะรอยยิ้มและแววตาของเวนดี้นั้นเหมือนกับแสงอาทิตย์ ทั้งสดใสจนทำให้โลกทั้งใบของหล่อนเต็มไปด้วยความสว่างสไว และเต็มไปด้วยความอบอุ่นเสียจนทำให้หัวใจของหล่อนอบอุ่นไปด้วย .. ไอรีนรักทุกอย่างที่เป็นเวนดี้ .. รักเสียจนมั่นใจว่าคงไม่มีใครทำให้หัวใจของตัวเองอัดแน่นไปด้วยความสุขเท่ากับคน ๆ นี้อีกแล้ว ..

 

“แล้วก็นะ .. คืนสุดท้ายมีนั่งล้อมวงรอบกองไฟด้วย .. เค้าเล่นกีตาร์และร้องเพลงที่ตัวเคยบอกว่าชอบน่ะ ทุกคนชอบใจกันใหญ่เลย อ้อ เค้าไม่ลืมที่จะบอกด้วยนะว่าปกติเค้าไม่ร้องเพลงนี้ให้ใครฟังหรอก น่าจากผู้หญิงที่ชื่อ ไอรีน แฟนเค้าเอง” เวนดี้เล่าด้วยน้ำเสียงร่าเริง หันมาส่งยิ้มกว้างให้คนอายุมากกว่าที่หน้าแดงไปเล็ก ๆ ก่อนจะหัวเราะชอบใจเมื่อโดนไอรีนฟาดไหล่แก้เขิน
 

ท่าทางหยอกล้อของคนสองคนทำให้มิยองที่มองอยู่เผลอยิ้มออกมา เด็กสาวหันไปมองแทยอนที่นั่งกอดอกอยู่ข้าง ๆ เสี้ยวหน้าด้านข้างของเขานั้นมีรอยยิ้มจาง ๆ ตามแบบของคนเคร่งขรึม สิ่งที่มิยองเห็นทำให้มิยองคิดว่า เวนดี้ก็เหมือนแทยอน .. นั่นคือความซื่อสัตย์และจริงใจในการแสดงให้คนรอบข้างรู้ว่าตัวเองมีเจ้าของและ ไม่รู้สึกอายที่จะบอกว่าตัวเองรักแฟนมากแค่ไหน นี่คือสิ่งที่มิยองสัมผัสได้ตลอดเวลาที่นั่งฟังเรื่องเล่าของเพื่อนใหม่คนนี้
 

เสียงเพลงที่ไม่คุ้นเคยทำให้บทสนทนาที่กำลังดำเนินไปหยุดชะงัก เด็กสาวร่างบางหันไปคว้ากระเป๋าและรีบควานหาเจ้าโทรศัพท์ต้นเสียงออกมาทันที รายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ร่องรอยความลำบากใจปรากฏบนใบหน้าของเวนดี้อย่างเห็นได้ชัด หางตากลมเหลือบไปเห็นสายตาของคนรักตัวเองกำลังจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ของเขาด้วยสีหน้าเรียบตึงแปลก ๆ .. โอเค .. แค่นั้นมันก็ทำให้เวนดี้รู้แล้วว่าไอรีนกำลังรู้สึกอะไรอยู่
 

“ใครโทรมา .. ชื่อไม่คุ้นนะ” ไอรีนถามเสียงเรียบ ชวนให้บรรยากาศร้อน ๆ หนาว ๆ พิกลนัก “ไม่รับหรือไง”
 

“เค้าไม่อยากรับอ่ะ ...” เวนดี้ตอบเสียงอ่อย ปลายนิ้วที่กำลังจะกดเงียบเสียงกลับต้องชะงักเมื่อไอรีนคว้าเอาโทรศัพท์ในมือไปรับเสียเอง เด็กสาวหลับตาแน่นเมื่อคาดการณ์ได้เลยว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
 

“สวัสดีค่ะ นั่นใครคะ .. ค่ะ แล้วมีธุระอะไรกับซึงฮวานหรอคะ ? .. อ๋อค่ะ .. ขอโทษที่ต้องเสียมารยาทนะคะ แต่ซึงฮวานเค้าไม่ว่างที่จะมารับสายน้องตลอดเวลาหรอกค่ะ เค้ามีแฟนต้องใส่ใจ ต้องดูแลนะคะ” ไอรีนกรอกเสียงโทนเดียวใส่โทรศัพท์ เหลือบสายตานิ่ง ๆ มองมาทางตัวต้นเหตุที่นั่งหน้าเจื่อน “อ้อ .. รู้ว่ามีแฟนอยู่แล้ว ? แต่ก็ยังจะมาตามตื๊อ ? โห ... น้องคะ มาหาพี่เถอะค่ะ มาเป็นกรณีศึกษาให้พี่ .. พี่อยากจะรู้ว่ามีดผ่าตัดของพี่มันจะกรีดหน้าน้องเข้ามั้ย .. ค่ะ .. ดีค่ะ งั้นต่อไปนี้ก็อย่ากรุณามาวุ่นวายนะคะ .. คือช่วยคิดนิดนึงว่าซึงฮวานไม่ใช่คนตัวเปล่า .. ค่ะ สวัสดีค่ะ”
 

เด็กสาวร่างบางส่งยิ้มเจื่อนให้คนอายุมากกว่าขณะที่ยื่นมือไปรับโทรศัพท์คืน ไอรีนสูดหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่คุกรุ่นในอก “ตามออกไปคุยข้างนอกด้วยนะ ..” หล่อนพูดเพียงแค่นั้นและลุกเดินออกไปยืนรอที่ระเบียงข้างบ้าน เวนดี้ถอนหายใจออกมาเบา ๆ เอ่ยปากขออนุญาตเจ้าของบ้านอย่างแทยอนและมิยองที่นั่งเงียบกริบ ก่อนจะเดินตามไอรีนออกไปข้างนอก ..
 

 

“มีอะไรจะอธิบายให้ฟังป่ะ คนที่โทรมาเมื่อกี้อ่ะ” ไอรีนเริ่มพูดหลังจากที่อดทนต่อความเงียบไม่ไหว เวนดี้ไม่ยอมพูดอะไรเลย .. ราวกับรอให้หล่อนเป็นคนเอ่ยปากถามออกไปอย่างนั้นแหล่ะ .. แล้วสุดท้ายไอรีนก็ต้องเป็นคนเอ่ยถามออกไปก่อนเอง “รีนไม่รู้นะว่าตัวไปทำยังไงให้ยัยเด็กนั่นได้เบอร์ตัวไปแล้วตามตัวแจแบบนี้ แต่รีนบอกเลยว่ารีนไม่ชอบอ่ะ .. ไม่ชอบเอามาก ๆ ด้วย .. คิดดูสิว่าตัวเองจะรู้สึกยังไงถ้าตัวเองเป็นรีนแล้วต้องมาพบว่าแฟนตัวเองมีคนอื่นมาโทรจีบตลอดแบบนี้”
 

“ซึลกิแกล้งน่ะ .. ยัยนั่นเอาเบอร์เค้าไปให้เด็กคนนั้น .. นี่เค้าก็โกรธจนไม่พูดกับซึลกิมาหลายวันแล้ว”
 

“แล้วตัวไม่ได้บอกหรือไงว่าตัวคบกับเค้าอยู่อ่ะ ยัยเด็กนั้นก็น่าจะรู้จักเค้าที่เคยเป็นดาวโรงเรียนนะ”
 

“เค้าบอกแล้ว .. แต่มันก็ ... อย่างที่เห็นนี่ล่ะ” เวนดี้ตอบเสียงอ่อย เขาไม่ชอบเวลาเลยเวลาที่ใบหน้าสวย ๆ นั้นเรียบตึงจนเข้าข่ายคำว่าเย็นชาแบบนั้น “แต่เค้าไม่รู้จะปฏิเสธไปยังไงนี่ .. คือตัวก็รู้ใช่มั้ยว่าเค้าเป็นคนพูดแรงอ่ะ เค้าไม่อยากให้คำพูดเค้าทำให้ใครรู้สึกแย่ ...”
 

“แล้วรีนล่ะ เวนดี้ .. ไม่คิดจะใส่ใจความรู้สึกของรีนบ้างเลยเหรอ ?” ไอรีนสวนกลับไปอย่างเหลืออด กี่ครั้งกี่หนแล้วที่แฟนของเธอไปทำให้คนอื่นตามแจแล้วไม่ปฏิเสธไปแบบนี้ มันไม่ใช่ครั้งแรกเลยนะตั้งแต่คบกันมาเกือบสามปี แต่ไอรีนเลือกที่จะเงียบมาตลอดเพราะไม่อยากทะเลาะกับเวนดี้ แล้วอีกอย่าง .. ก่อนหน้านี้เราก็อยู่ในสายตาของกันและกันตลอดเวลา .. พอมาตอนนี้ ตอนที่ไอรีนต้องแยกจากคนรัก .. มันยิ่งทำให้หัวใจหวาดระแวงไปหมด .. หล่อนไม่ได้ไม่เชื่อใจเวนดี้ .. แต่ไอรีนไม่เชื่อใจคนที่เข้ามาหาเวนดี้ต่างหาก “ยังรักยังแคร์กันอยู่มั้ย .. ซึงฮวาน ..”
 

“อย่าพูดอย่างนั้นสิ .. เค้ารักรีนที่สุด .. รีนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ...” เด็กสาวพูดเสียงเบา เอื้อมมือไปดึงมือคู่บางของคนรักมากุมไว้ ทอดสายตามองคนที่เอาแต่ก้มหน้าซ่อนดวงตาที่สั่นไหวด้วยแววตาที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน เวนดี้ดึงร่างสมส่วนของคนที่อายุมากกว่าเข้ามากอด แม้คนรักจะมีท่าทางขัดขึงในคราวแรก .. แต่กระนั้นเด็กสาวก็กอดหล่อนไว้แน่นมากพอที่หล่อนจะไม่สะบัดตัวออกจากอ้อมแขนของตัวเอง
 

“ก็เป็นแบบนี้ทุกที ... จะให้เค้าทำไงอ่ะ ... เค้าหวงตัวนะ ..”
 

“เค้ารู้ .. เค้ารู้นะว่าตัวไม่พอใจที่เค้าปฏิเสธใครไม่เป็น แถมยังใจดีกับคนอื่นไปทั่วแบบนี้ แต่ตัวรู้มั้ย .. ว่าเค้าไม่เคยมองใครนอกจากตัวเลยนะ จูฮยอน ..”
 

“ไม่รู้ ...”
 

“ไม่รู้ก็รู้ไว้นะ จุมม่า คิก~
 

“ย๊า !! เลิกเรียกว่าจุมม่าได้แล้ว แก่กว่าแค่ปีเดียวอย่ามาเทียบนะ”
 

“หายโกรธเค้าแล้วนะ ไหนยิ้มสิ” เวนดีส่งยิ้มให้คนที่ขยันส่งค้อนมาให้ไม่หยุด จับปลายคางของคนที่อายุมากกว่าให้เงยหน้ามามองประสานสายตากัน เด็กสาวยิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อริมฝีปากบางของคนรักขยับส่งยิ้ม นั่นเป็นสัญญานบอกว่าไอรีนได้หายโกรธตัวเองเรียบร้อยแล้ว “ป่ะ เข้าไปข้างในดีกว่าเนอะ เค้ามีเรื่องต้องคุยกับพี่แทยอนนิดหน่อยด้วยน่ะ แล้วก็ .. คืนนี้ขนของไปนอนบ้านเค้า”
 

“ไม่เอาอ่ะ เกรงใจแม่ตัว ..”
 

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า .. แม่เค้าเป็นคนชวนตัวมาอยู่ที่บ้านตั้งนานแล้วจำไม่ได้หรือไง ?” เวนดี้เอ่ยเสียงเข้มขรึม ใบหน้าที่เคยขี้เล่นเสมอนั้นฉายแววจริงจังแบบที่นาน ๆ จะเห็นสักครั้ง “เค้าจะไม่ยอมให้ตัวคลาดสายตาเค้าอีกแล้ว ไม่รู้ล่ะ เรื่องนี้ตัวต้องตามใจเค้า”
 

“ก็ได้ ....”
 

“น่ารักมาก ^^

 

 

“เค้าจะทะเลาะกันมั้ยคะ ..”
 

เสียงหวานของฮวังมิยองเอ่ยถามคนพี่หลังจากที่เวนดี้เดินตามไอรีนออกไปข้างนอกบ้าน ดวงตาหวานของเธอมีแววกังวลใจ .. มิยองไม่ชอบเห็นคนทะเลาะกันเลย .. ยิ่งเป็นคนรู้จักแล้วด้วย .. สีหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยความกังวลจนแทยอนต้องจับปลายคางให้เธอเงยหน้ามามองกัน แทยอนส่งยิ้มให้เธอคลายกังวลใจ “ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ..” เขาพูดเสียงนุ่มแล้วจูบลงที่ริมฝีปากเธอเบา ๆ เป็นการปลอบโยน วงแขนเล็กยกตัวมิยองมานั่งซ้อนบนตัก ซุกไซร้ปลายจมูกไปตามใบหู และพวงแก้มเบา ๆ “เดี๋ยวเค้าก็ดีกัน .. เจ้าหญิงน้อยอย่ากังวลไปเลยนะคะ”
 

“งือ .. แต่ว่า ...”
 

“เชื่อฉันสิคะ .. สองคนนั้นทะเลาะกันบ่อย .. แต่ก็กลับมาดีกันทุกครั้งนะ ไม่อย่างนั้นเค้าจะคบกันมาเกือบสามปีเหรอคะ หืม ?”
 

“ก็มิยองกังวลนี่คะ ...” เด็กสาวตอบเสียงอ้อมแอ้ม ครางฮือในลำคอเบา ๆ เมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากที่จูบลงบนต้นคอ สัมผัสชื้นยามที่แทยอนขบเม้มเบา ๆ บนผิวกายนุ่มของเธอแทบจะทำให้มิยองระทวยคาอ้อมกอดของเขาอยู่ร่ำไป มิยองขยับตัวดิ้นในอ้อมกอดของเขาเล็กน้อย เอ่ยปากห้ามคนที่จ้องแต่จะรังแกกันเสียงสั่น “ฮื้อ .. พี่แทง .. ไม่เอานะคะ ไม่ได้อยู่กันสองคนนะ”
 

“ถ้าอยู่กันสองคนฉันทำได้ใช่ไหม ?”
 

“... เคยห้ามกันได้มั้ยล่ะ ..” มิยองบ่นอุบอิบ พองแก้มป่องส่งสายตาเง้างอนให้คนพี่ที่เอาแต่หัวเราะขบขันอย่างเอ็นดู กายบอบบางเอนตัวพิง ซุกกายในอ้อมแขนอบอุ่นของเขา คลอเคลียเหมือนลูกแมวตัวน้อย ๆ ให้แทยอนได้ทั้งลูบผมทั้งจูบกระหม่อมอย่างแสนรัก .. แทยอนชอบให้เธออ้อน มิยองรู้ดี .. และแทยอนก็รู้ดีเหมือนว่ามิยองชอบให้เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนแบบนี้ .. เราต่างรู้ดีว่าเราชอบอะไรไม่ชอบอะไร ชอบให้อีกคนทำแบบไหน .. ชอบ .. เสียจนไม่อยากผละตัวออกจากกันเลยสักนิด
 

“อะแฮ่ม ๆ”
 

เสียงกระแอมไอทำให้คนสองคนที่กำลังนั่งกกกอดกันบนโซฟาหยุดชะงักการกระทำ มิยองผละหน้าออกจากบ่นเล็กของคนพี่ เด็กสาวจับผมทัดใบหูแก้เขิน ไม่วายก้มหน้างุด ๆ ทั้งซ่อนพวงแก้มแดงเรื่อและเพื่อหลบสายตาล้อเลียนของพี่ไอรีนและเวนดี้ที่เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นด้วย ส่วนคนพูดน้อยอย่างแทยอนกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรนอกจากมองเพื่อนด้วยสายตานิ่งเฉยจนกระทั่งหล่อนและแฟนเด็กทิ้งตัวนั่งลงกับโซฟาข้าง ๆ
 

“พี่แทยอน ฉันมีของมาให้พี่ด้วยค่ะ” เวนดี้พูดขึ้นทันทีที่ก้นแตะเบาะนุ่มของโซฟา เด็กสาวคว้าเอากระเป๋ามาค้นอะไรบางอย่างท่ามกลางสายตาแปลกใจของคนที่เหลือ “เอกสารสมัครสอบมหาวิทยาลัยยอนเซ คณะดนตรีไงที่พี่ฝากให้ฉันดูให้ไง”
 

“อ๋อ .. ขอบใจนะเวนดี้” คนตัวเล็กรับมาและยิ้มน้อย ๆ มือเล็กเปิดซองเอกสารสีน้ำตาลและหยิบเอกสารในนั้นออกมา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มไล่อ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษสีขาว มุมปากบางยกยิ้มเล็ก ๆ เมื่อคนในอ้อมกอดกระตุกชายเสื้อเขาเบา ๆ เป็นการเรียกร้องความสนใจ แทยอนผันดวงตาสีน้ำตาลมองคนน้องที่จ้องกลับมาตาแป๋ว “เอกสารสมัครสอบเข้าไงคะ ฉันเอามาเผื่อมิยองชุดหนึ่งด้วยค่ะ”
 

“เอามาเผื่อ ? หมายความว่ายังไงเหรอคะ ?”

 

                “ก็หมายความว่าฉันจะซิ่วแพทย์แล้วไปสอบเข้าดนตรีที่ยอนเซกับมิยองยังไงล่ะคะ”

 

                =======================================================================

 

Senior Talk :
 
พบกันอีกครั้ง O/ ในที่สุด โอลาฟ ของไอรีนก็โผล่มาแล้วววว *เสียงซาวด์ปรบมือ*
ตอนนี้ทุกคนได้เห็นความน่ารักของยัยตัวแสบไอรีนแล้วเนอะ ^^
เค้าอยู่กับแฟนแล้วน่ารักสุด ๆ เลยใช่มั้ยล่ะ เห็นมั้ยว่าไอรีนไม่ได้แสบตลอดเวลาซะหน่อย
เค้าก็มีมุมน่ารักของเค้าเหมือนกันล่ะเนอะ
 
ตอนหน้า .. ได้เวลาที่พี่เหมันต์จะเดินตามความฝันของตัวเองแล้ว
แน่นอนว่าความฝันนั้นก็มีมิยองน้อยอยู่ด้วยเช่นกัน ว่าแต่คุณพ่อจะจับได้มั้ยนะว่าลูกสาวกำลังจะทำอะไร
ติดตามฟิคเรื่องนี้ได้ทุกวันเสาร์ และเรื่อง The Triangle Prophecy ทุกวันพุธหรือพฤหัส นะฮับ


เจอกันวันเสาร์หน้านะ O/
 
© themy  butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #698 Rororun (@Rororun) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 16:25
    คู่ไอรีน&โอลาฟ น่ารักมากกกกๆๆ มุ้งมิ้งสุดๆๆ อ่านแล้วเขินนนน >\\<
    #698
    0
  2. #636 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 01:00
    พี่กิไปแกล้วซึงวานแบบนั้นทำไมคร่ 555
    #636
    0
  3. #488 coke (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 06:56
    พี่แทงนี่เดี๋ยวหอมเดี๋ยวจูบนะ >.,< น่ารักเขิลอ้าา

    คู่เวนรีนน่ารักมากก มุ้งมิ้งดี

    cokeky@hotmail.com
    #488
    0
  4. #236 Pandapink (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 06:56
    น่ารักทั้ง 2 คู่เรย
    #236
    0
  5. #189 sunbunnies (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:31
    โห้ยยยยยยยคู่เวนรีนนลนั่ลลั้กมากกกกกกกกก

    ชอบเวลาที่มิยองอ้อนแทยอนอ่าาาาาา

    sunbunnie.mn.@hotmail.com
    #189
    0
  6. #181 Taetae8558 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:43
    สนุกมาก_นี่ไล่ตามจนทันล่ะมาต่อไวๆน้า

    รบกวนขอncตอน23/อื่นๆด้วยขอบคุณมากก

    April2436koo@gmail.com
    #181
    0
  7. #178 Puii (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:34
    แหมมมม พี่แทงกับน้องมิยองอยู่กันสองคนทีไรเดี๋ยวมีกอดมีหอมมีจูบตลอดอ่ะ

    พี่แทจะเดินตามความฝันถ้าพ่อรู้จะเป็นยังไงล่ะเนี่ย
    #178
    0
  8. #174 Thek (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 23:44
    อล้วพ่อพี่แทงจะว่าไงหละนั่น อ๊อยย
    #174
    0
  9. #173 ศินีนารถ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 22:52
    พี่เหสู้ๆ เดิมตามความฝันตัวเองให้สำเร็จนะค่ะ มิยองขี้อ้อนจังนะ

    พี่เหจะเรียนมหาลัยเดียวกะมิยองทีนี่มีเวลาให้เจอกันตลอดแน่ๆ

    คู่ไอรินก็น่ารัก 5555

    ไรท์สู้ๆ
    #173
    0