ตอนที่ 50 : Chapter 49 Dream

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    9 ก.พ. 58

Chapter 49 Dream

 

 

 
 

 


ก็หมายความว่าฉันจะซิ่วแพทย์แล้วไปสอบเข้าดนตรีที่ยอนเซกับมิยองยังไงล่ะคะ


คำตอบที่เอ่ยออกมาจากริมฝีปากบาง พร้อมกับแย้มยิ้มอ่อนโยนนั้นไม่สามารถทำให้ความสงสัยคลายไปจากใจของคนฟังได้ .. ไม่ใช่แค่มิยองเท่านั้น .. มันรวมไปถึงไอรีนที่ไม่เคยรู้เรื่องอะไรมาก่อนด้วยเหมือนกัน และดูเหมือนว่าคนตกตะลึงกับคำตอบของแทยอนที่สุดคงไม่ใช่มิยอง เด็กสาวคนรักของเขาเสียแล้ว แต่กลับเป็นไอรีนเพื่อนสนิทของเขาเสียมากกว่า


“หมายความว่าไงอ่ะแทง ..” ไอรีนพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัดใจ ดวงตาคู่สวยจ้องมองเสี้ยวหน้าของคนพูดน้อยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “ที่แทงบอกว่าจะซิ่วแพทย์ไปเรียนที่อื่นอ่ะ”


“ฉันคิดเรื่องนั้นมาตั้งนานแล้ว” แทยอนตอบ เขามองสบตากับเพื่อนสนิทของเขานิ่ง “ฉันเคยเล่าให้เธอฟังแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าฉันไม่ได้มาเรียนหมอเพราะความต้องการของตัวเอง แต่เป็นเพราะความตั้งใจของพ่อ”


“แต่ฉันไม่คิดว่าแทงจะซิ่วนี่ !! ทำไมล่ะแทง .. เรียนแพทย์มันไม่ดีตรงไหนเหรอ ? มันไม่ได้ยากเกินไปที่แทงจะเรียนมันนี่ แทงอาจจะเรียนหนักก็ไม่เห็นเป็นไรเลย พวกเราก็ช่วยกันติว ช่วยกันเรียนได้ไม่ใช่หรอ ? แล้ว แล้วทำไมแทงต้องซิ่วด้วยล่ะ”


“มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันชอบ ..”


“แต่แทงก็มาเรียนนี่ .. ฉันนึกว่าแทงจะชอบซะอีก”


คิมแทยอนพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ เขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้ไอรีนฟัง ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน ความจริงแล้วแทยอนไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมากมายด้วยซ้ำ เขาเลือกที่จะเงียบมันไป และไม่บอกเหตุผลกับหล่อนไปก็ได้ แต่เพราะไอรีนเป็นเพื่อนที่แทยอนแคร์ความรู้สึกมาก และการที่เขาไม่บอกเหตุผลอะไรเลยมันคงเป็นสิ่งที่ใจร้ายกับไอรีนมากแน่ ๆ “ฉันแค่มาเรียนตามข้อตกลงของพ่อ”


“ถ้าแทงไป .. ฉันจะอยู่กับใคร .. จะเรียนกับใคร .. จะกินข้าวกับใครล่ะ .. แทงไม่เป็นห่วงฉันเลยเหรอ”


น้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาที่สั่นไหวของเพื่อนสนิททำให้แทยอนหลุบสายตาหนีด้วยความลำบากใจ ดวงตาหวานมองสีหน้าเคร่งเครียดของคนพี่ สลับกับสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ของไอรีน เธฮยื่นมือบางแตะที่ต้นแขนเล็กของเขา กระซิบบอกเขาเสียงเบา “พี่คุยกับพี่ไอรีนดี ๆ นะคะ .. เดี๋ยวมิยองมานะ” มิยองหันไปมองเวนดี้ที่มีสีหน้าไม่สบายใจเช่นกัน “ไปเอาคุกกี้เป็นเพื่อนฉันหน่อยนะคะ เวนดี้”


“อ๋อ .. ได้ ได้สิ”


แทยอนมองตามร่างบอบบางของฮวังมิยองที่หายเข้าไปในครัวกับเวนดี้ เขาจึงพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้งอย่างบางเบา ไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายตรงไหนก่อนดี .. ไอรีนบทจะยอมรับก็ยอมรับและเข้าใจกันง่าย ๆ แต่บทที่จะไม่ฟัง ไม่ยอมรับ หล่อนก็หัวรั้นเหลือเกิน “ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าสิ่งที่ฉันชอบคืออะไร และที่ฉันมาเรียนที่นี่เพราะอะไร .. ไอรีน ในความคิดของฉัน ฉันไม่เคยมีความคิดที่จะเรียนสายแพทย์อยู่เลย แต่ที่ฉันต้องทำก็เพราะพ่อของฉันเขาบังคับให้ฉันเรียน แล้วถ้าเธอเป็นฉัน .. เธอจะยอมเสียเวลาเรียนในสิ่งที่เธอไม่ชอบและไม่เต็มใจจะเรียนมันตั้งหกปีเลยอย่างนั้นเหรอ ?”


“แค่หกปีเองแทยอน .. แค่หกปีเอง .. แล้วหลังจากนั้นแทงจะเรียนดนตรีแบบที่แทงชอบก็ได้ไม่ใช่เหรอ ?”


“ฉันจะไม่ยอมเสียเวลาตั้งห้าหกปีเพื่อเรียนในสิ่งที่ฉันไม่ชอบหรอก ไอรีน”


น้ำเสียงแข็งกระด้างในประโยคสุดท้ายของแทยอนทำให้หญิงสาวนิ่งไป .. จนปัญหาที่จะเรียกร้องให้แทยอนเลิกล้มความคิดที่จะเรียนต่อเป็นเพื่อนเธอ ไอรีนไม่รู้จะพูดยังไง ไม่รู้จะเกลี้ยกล่อมยังไงให้แทยอนล้มเลิกความคิดของเขาเสีย เพราะแววตาหนักแน่นที่ฉายชัดในดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มักจะนิ่งสงบเสมอนั้นชัดเจนเสียจนทำให้ไอรีนเข้าใจดีว่า ต่อให้หล่อนขอร้อง หรือ ชักแม่น้ำทั้งห้ามาเกลี้ยกล่อมเขา แทยอนก็คงไม่เปลี่ยนใจหรือเปลี่ยนเจตนารมณ์ของตัวเองอยู่ดี


“อย่ากังวลเลยไอรีน .. เรียนคนละที่ ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ได้เจอกันเลยไม่ใช่เหรอ ..” แทยอนทอดเสียงเบา เสียดายเหมือนกันนะที่จะต้องจากเพื่อนที่แสนดีคนนี้ไป เสียดายที่ไม่ได้เรียนด้วยกัน เสียดายที่ไม่ได้ใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยร่วมกันอีกแล้ว แต่ถึงกระนั้น .. ต่างคนต่างความฝัน พวกเราเดินกันคนละเส้นทาง การที่จะต้องปล่อยมือจากกันในฐานะเพื่อนเพื่อเดินไปตามเส้นทางของตัวเองไม่ได้แปลว่า มิตรภาพของเราสองคนจะต้องขาดสะบั้นไปเสียหน่อย


.. ไม่ว่าอย่างไร .. ไอรีนก็คือเพื่อนที่ดี ที่คอยเตือนสติ และให้คำปรึกษาสำหรับแทยอน .. ส่วนแทยอนเอง .. ก็เป็นเพื่อนที่คอยดูแล คอยเป็นห่วงเป็นใย และคอยปกป้องไอรีนเสมอ ..

 


“แล้วแทงจะเอายังไง .. คุณพ่อของแทงจะยอมเหรอถ้าแทงจะซิ่วแพทย์เพื่อไปเรียนดนตรีน่ะ” ไอรีนถามขึ้นท่ามกลางความเงียบหลังจากที่มิยองและเวนดี้เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมจานใส่คุกกี้ชุดใหม่ “ไม่รู้สิ .. ถ้าแทงบอกว่าคุณพ่อของแทงไม่สนับสนุนในสิ่งที่แทงชอบ ฉันว่ามันก็คง .... จะยากนะ”


แทยอนนิ่งเงียบไปกับคำถามของเพื่อนสนิท เขาปิดเปลือกตาบางจนได้ยินเสียงของสมองเต้นตุบ ๆ ด้วยความเครียด .. เป็นครั้งแรกที่แทยอนหาคำตอบที่จะได้ผลเต็มร้อยแบบที่เขาคาดหวังไม่ได้ แทยอนไม่รู้ .. ไม่อาจรู้ได้เลยว่า หาก คิมซูฮยอน ผู้เป็นบิดาของเขารู้เรื่องนี้ แทยอนจะทำยังไง .. พ่อของเขาคงไม่ยอมแน่ ๆ ไม่ยอม .. และไม่มีวันยอม เขารู้ดีอยู่แก่ใจ บางทีเรื่องนี้อาจจะหนักหนาพอ ๆ กับเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับมิยองที่ถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างดีก็ได้ .. แทยอนได้แต่หวังว่า หากผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ ความลับของเราสองคนที่เขาและมิยองเก็บรักษา .. จะไม่มีวันรู้ถึงหูของคิมซูฮยอน


ดวงตาคู่หวานเฝ้ามองเสี้ยวหน้าที่เรียบตึงของเขา น้อยครั้งนักที่แทยอนจะแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาอย่างชัดเจนเช่นนี้ .. แทยอนที่มักจะมีรอยยิ้มน้อย ๆ เสมอเวลาที่อยู่กับเธอ คนที่มักจะพูดจาหวาน ๆ และเอาแต่จะคอยรังแก คอยเอาเปรียบกันตลอดเวลา .. คนที่ทำให้หัวใจของฮวังมิยองพองโตเสมอเมื่อได้อยู่ใกล้กำลังดำดิ่งเข้าสู่ความเคร่งเครียดแบบที่มิยองเองก็ไม่เคยเห็น แล้วกระนั้น .. เธอจะทำอะไรได้บ้าง .. เจ้าหญิงน้อยของเขาคนนี้จะทำอะไรได้บ้างไหมนะ เพื่อให้แทยอนหายกังวลใจ เมื่อก่อนมิยองอาจจะมีสิทธิได้แค่มองเขาด้วยสายตาเป็นห่วงในครั้งที่เรายังไม่ได้ตกลงคบหากันจริงจัง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว .. มิยองเป็นคนรักของแทยอน ฉะนั้น .. หากมีเรื่องไหนที่แทยอนไม่สบายใจ เธอก็ควรจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นไม่ใช่เหรอ ?


ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้งในห้องนั่งเล่น .. แต่ครั้งนี้มันกลับน่าอึดอัดใจเสียมากกว่า ไอรีนและเวนดี้หันมาสบตากันเล็กน้อย .. ทั้งคู่สื่อสารกันทางสายตา .. และมีความเห็นตรงกันว่าเวลาเช่นนี้ทั้งคู่ควรจะปล่อยให้แทยอนและมิยองอยู่กันตามลำพังมากกว่า “เอ่อ .. ฉันขอไปเก็บของก่อนละกัน .. ตั้งแต่คืนนี้จะไปนอนบ้านโอลาฟน่ะ” หล่อนพูดจบก็จูงมือแฟนเด็กของตัวเองขึ้นไปยังห้องของแทยอนซึ่งอยู่ชั้นสองของบ้าน ทิ้งให้มิยองและแทยอนอยู่กันตามลำพังเพื่อที่ทั้งคู่จะได้เปิดใจอะไรคุยกันได้มากกว่าการที่มีพวกเธออยู่ด้วย


 “ไอรีนพูดถูก .. พ่อคงไม่ยอมรับถ้าฉันซิ่วแพทย์ไปเรียนดนตรี” แทยอนพูดหลังจากที่ปล่อยให้ความเงียบนั้นคลุมบรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นร่วมหลายสิบนาที “ใช่ว่าฉันจะไม่ได้คิดเรื่องนี้มาก่อนหรอกนะ .. แต่ฉันกำลังกังวลว่าฉันจะรับมือยังไงถ้าพ่อรู้ขึ้นมา .. ฉันไม่อยากปิดเรื่องนี้ ..”


“นี่คือสิ่งที่ทำให้ช่วงนี้พี่ดูกังวลมาตลอดใช่ไหมคะ ?”


แทยอนไม่ได้ตอบอะไรกลับไป .. เขาเพียงแต่เหลือบสายตามองคนรักที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เฝ้ามองฝ่ามือบอบบางที่เคลื่อนมากอบกุมมือของเขาเอาไว้ เธอบีบมือเขา .. ราวกับจะย้ำให้แทยอนรู้ .. ว่าแทยอนยังมีเธออยู่ข้าง ๆ เสมอ และได้แต่คาดหวังว่าแทยอนจะพูดอะไรออกมาบ้าง .. ระบายเรื่องที่หนักใจให้เธอได้ฟังบ้างเพียงเท่านั้น


“พี่รู้ไหมคะว่าช่วงนี้น่ะ .. เวลาที่พี่หลับพี่มักจะขมวดคิ้วเสมอ .. แถมนอนกัดฟันด้วย ..” เด็กสาวกล่าวกับเขาพร้อมรอยยิ้มน้อย ๆ ที่เจือมุมปากอิ่มสีชมพู เธอคลายมือที่กอบกุมไว้ออก พลิกฝ่ามือเล็กให้หงายขึ้นแล้วลูบเบา ๆ ไปตามอุ้งมืออุ่นเมื่อแทยอนมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “มิยองนอนกอดพี่ทุกคืน .. ได้ยินแม้กระทั่งลมหายใจของพี่ เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของพี่ .. แค่ปฏิกิริยาที่แปลกไปของพี่ มิยองก็รู้แล้วล่ะค่ะ”


“........”


“แต่มิยองจะไม่ถามจนกว่าพี่แทงจะพร้อม .. และบอกมิยองเอง .. มิยองน่ะ .. มองพี่มาตลอดนะคะ เห็นพี่แทงเครียด .. ในขณะที่มิยองช่วยอะไรพี่แทงไม่ได้เลย .. มันทำให้หัวใจของมิยองเจ็บยังไงก็ไม่รู้สิ ..” ดวงหน้าหวานที่งดงามนั้นเจือรอยยิ้มแสนเศร้า เธอหลุบตาต่ำมองอุ้งมือของแทยอนที่เธอกำลังกอบกุมเอาไว้ พยายามเก็บซ่อนความเศร้าใจไม่ให้เขาได้เห็น “แต่มิยองรู้ดีว่าพี่แทงเป็นคนยังไง .. มิยองถึงไม่อยากจะถามเซ้าซี้ให้พี่ต้องรำคาญใจ .. แต่มิยองแค่อยากให้พี่รู้ .. ว่าถึงแม้มิยองช่วยพี่แก้ไขปัญหาไม่ได้ ..”


“.........”


“แต่อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าการที่พี่ต้องเก็บมันไว้คนเดียวไม่ใช่หรือคะ ?” มิยองผันสายตากลับมาสบตากับคนที่เอาแต่นั่งเงียบฟังเธอพูด เด็กสาวขยับกายเข้าไปใกล้ แล้วเอนศีรษะทุยซบเข้าที่ไหล่เล็กของเขา “มิยองอาจจะสงสัยในสิ่งที่พี่กำลังทำหรือตัดสินใจ .. แต่มิยองจะไม่ถามหรอกค่ะ .. มิยองเคารพในทุกการตัดสินใจของพี่แทงนะคะ”


“รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงตัดสินใจทำแบบนี้”


“....คะ ?”


“จำได้ไหมว่าฉันเคยบอกเธอว่าอะไร ...” แทยอนเอ่ยถามเสียงแผ่ว ดวงตาทั้งสองข้างยังคงจดจ้องที่ดวงหน้าหวานของเด็กสาวคนรักไม่ยอมละสายตา “ฉันอยากดูแลเธอ .. อยากดูแลเธอในทุกวัน .. ทุกเวลา .. อยากจะอยู่กับเธอ .. อยากให้ทุกความทรงจำของเธอ ทุกวินาทีของเธอมีแค่ฉัน มีแค่เรา .. มันไม่ใช่แค่ตอนนี้ .. แต่จะเป็นจากนี้และเรื่อยไป ..”


“ฉันรู้ว่าคำว่าตลอดไปมันไม่มีจริงหรอกนะ .. แต่ฉันให้สัญญากับเธอ .. ว่าตราบใดที่ฉันยังอยู่ ยังหายใจ .. ทุกลมหายใจของฉันจะมีเธอเพียงคนเดียว ..”

***************************************************************


“นี่มันหมายความว่ายังไง !!! คิมแทยอน !!!!!


เสียงตวาดกร้าวดังลั่นห้องทำงานของพ่อหลังจากที่แทยอนตัดสินใจมาหาผู้เป็นบิดาที่โรงพยาบาล .. ที่ทำงานของศัลยแพทย์หนุ่มใหญ่ คิมซูฮยอน .. และเป็นสถานที่ที่แทยอนไม่คิดจะมาเหยียบมันอีกหลังจากที่แม่ของเขาได้เสียชีวิตลง หลังจากที่ใช้เวลาตัดสินใจอยู่หลายสัปดาห์ แทยอนตัดสินใจมาหาพ่อที่นี่ และบอกเรื่องราวที่เขาต้องการพูดกับพ่อทั้งหมด .. และผลมันก็ไม่ได้ต่างจากที่แทยอนคาดเดาเอาไว้นัก


ใบหน้าที่ยังคงความหล่อเหลาแม้จะมีริ้วรอยตามอายุนั้นเครียดขึ้งจนเห็นเส้นเลือดที่เต้นตุบ ๆ ตรงขมับ ความโกรธที่แล่นริ้วไปทั่วร่างทำให้แผ่นหลังของชายวัยกลางคนสั่นเทิ้ม ใบหน้าแดงกล่ำด้วยความโกรธ .. โกรธอย่างชนิดที่ว่าแทยอนไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีครั้งไหนไหมที่พ่อจะโกรธแทยอนได้มากเท่านี้


“ตอบฉันมาสิ !! ว่าแกคิดอะไรอยู่ ห๊ะ !! แทยอน !! แกคิดอะไรของแกอยู่ !!!!


“แทแค่อยากทำสิ่งที่แทรัก .. แทตั้งใจมาบอกพ่อเพียงเท่านี้ ..”


“แกยังเห็นฉันเป็นพ่อแกอยู่อีกหรือไง !!! ทำอะไรโดยพลการแบบนี้แกยังเห็นหัวฉันอยู่อีกงั้นเหรอ !!!!” ซูฮยอนตวดกร้าวจนไม่ได้สนใจเลยว่าจะมีใครแอบฝังตอนที่เขาทะเลาะกับลูกสาวอยู่หรือเปล่า เขาไม่แคร์อะไรแล้วเมื่อตอนนี้ความโกรธ ความสับสนมันตีรวนในสมองจนเขาไม่ได้คิดเรื่องอื่นนอกจากลูกสาวตัวดีที่ยืนทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปอยู่ตรงหน้านี้ “แกเอาอะไรคิด ห๊ะ !! แทยอน แกมีสมองหรือเปล่า !!! ตอบฉันมาสิ !!!


“แทคิดดีแล้ว..”


“คิดดีแล้วงั้นเหรอ ? หึ ! สิ้นคิดล่ะสิไม่ว่า ซิ่วแพทย์ไปเรียนดนตรี !! แกเอาอนาคตของแกไปเสี่ยงกับอาชีพที่ไม่มั่นคงแบบนั้นได้ยังไง !! คนมีสมองเขาไม่คิดอะไรโง่ ๆ แบบแกหรอก !!!


เอกสารบนโต๊ะทำงานของนายแพทย์คิมซูฮยอนถูกเจ้าของโต๊ะปัดทิ้งเพื่อระบายอารมณ์ ซูฮยอนตบโต๊ะจนเสียงดังลั่นห้อง ดวงตาสีน้ำตาลคมเย็นชาตวัดสายตามองคนตัวเล็กที่ยืนนิ่ง ใบหน้าใสที่ไร้อารมณ์นั้นกลับกระตุ้นต่อมความโกรธให้ลุกโชน อาจจะด้วยโทสะที่พุ่งขึ้นสูงจนบดบังสติที่มีอยู่ มือกร้านคว้าเอาซองสีน้ำตาลที่เจ้าลูกตัวดีเอามาให้แล้วปามันใส่หน้าของลูกสาวเต็มแรง ใบหน้าใสของแทยอนสะบัดเล็ก ๆ ไปตามแรงกระทบ .. ทั้งห้องเงียบสนิท .. มีเพียงเสียงลมหายใจที่กรุ่นโกรธของคิมซูฮยอนและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังแผ่ว ๆ เพียงเท่านั้น


สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้ตัวของแทยอนชาวูบตั้งแต่หัวจรดเท้า แรงกระทบมันอาจจะไม่มากพอที่จะสร้างความเจ็บปวดทางร่างกายให้กับเขา แต่ถ้าถามถึงความเจ็บปวดทางด้านจิตใจ .. มันมีมากกว่านั้นหลายเท่านัก หัวใจของแทยอนปวดหนึบมากกว่าครั้งใด ๆ ที่ทะเลาะกับพ่อ .. แม้จะทะเลาะกันมาตลอดตั้งแต่แม่ตายจากไป แต่พ่อก็ไม่เคยปาอะไรใส่หน้าแทยอนแบบครั้งนี้ สองมือที่ชื้นเหงื่อนั้นกำหมัดแน่น เขาตวัดสายตามองพ่ออย่างแข็งกร้าวเย็นชา


“ใช่สิ !! แทมันโง่ !! โง่ที่ทิ้งอนาคตที่มั่นคงไปหาอนาคตที่ไม่แน่นอนแบบนั้น !!” แทยอนตะคอกใส่พ่อเสียงดังลั่นห้องอย่างหมดความอดทน กระบอกตาร้อนผ่าวจนกลัวว่าจะมีหยดน้ำตาไหลออกมา หยดน้ำตาที่แทยอนไม่มีวันจะให้พ่อได้เห็นมัน น้ำตาของเขาควรจะมีไว้ให้กับคนที่รักเขา เห็นค่าของเขาอย่างแม่และมิยองก็พอแล้ว “แต่อย่างน้อยแทก็ไม่เคยเอาแต่บ้างานจนละเลยแม่แบบนี้ !!! ถ้าแทเป็นพ่อ แทจะไม่ปล่อยให้แม่ต้องตาย !!!!


เพี๊ยะ !!!


ฝ่ามือกร้านกระทบกับฝบแก้มใสจนใบหน้าของแทยอนนั้นหันไปตามแรงส่งของฝ่ามือ ซูฮยอนมองฝ่ามือที่สั่นระริกของตัวเองอย่างตกตะลึง รอยแดงที่ปรากฏบนครบห้านิ้วบนผิวขาวจัดของลูกสาวคนเดียวนั้นชัดเจนจนความรู้สึกผิดวิ่งเข้ามาเกาะกุมหัวใจอย่างรวดเร็ว หัวสมองมึนงงจนไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดใด ๆ ออกมาได้ คำขอโทษแล่นมาจุกอยู่ที่คอ .. แต่กระนั้น สิ่งที่ซูฮยอนเลือกจะทำคือยืนหันหลังให้ลูกสาวที่ยืนนิ่ง ไม่ใส่ใจแม้กระทั่งเลือดสีแดงที่ซึมมุมปากสีสดของลูกสาวตัวเอง


“ถ้าอยากจะเรียนดนตรีบ้า ๆ นั่นมันก็เรื่องของแก .. แต่จำใส่สมองกลวง ๆ ของแกเอาไว้ ....”


“แกจะไม่ได้เงินค่าเรียนจากฉันแม้แต่สตางค์แดงเดียว !!!

 


ร่างบอบบางของฮวังมิยองเร่งฝีเท้าลงมาจากตึกเรียนทันทีที่เสียงออดของคาบเรียนสุดท้ายดังขึ้น วันนี้มิยองแทบจะควบคุมจิตใจของตัวเองให้อยู่กับบทเรียนไม่ได้เลย หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความกังวลไปหมดตั้งแต่แทยอนส่งข้อความมาบอกว่าเขาจะไปพบกับพ่อของเขาเพื่อบอกเรื่องที่เขาจะซิ่วแพทย์และไปเรียนดนตรี มิยองไม่มั่นใจหรอกว่าทุกอย่างจะลงเอยด้วยดีอย่างที่เธอคาดหวัง ในเมื่อเด็กสาวรู้ดีว่าพ่อของคนรักอยากให้เขาเรียนแพทย์มากแค่ไหน และทันทีที่แทยอนส่งข้อความมาบอกเธออีกครั้งว่าเขามารอรับเธอที่หน้าโรงเรียน เด็กสาวก็เอ่ยลากับกลุ่มเพื่อนสนิทแล้วเร่งฝีเท้าวิ่งมาหาคนที่กำลังรอคอยเธออยู่ด้วยความเป็นห่วงทันที


มิยองกวาดสายตามองหารถสปอร์ตสีดำที่คุ้นตาของเขา มันจอดนิ่งอยู่ในที่เดิมของมันเหมือนทุกครั้งที่เขามารอรับ เพียงครั้งนี้มันอาจจะมีบางอย่างที่แปลกตาไป .. นั่นคือไม่มีร่างของคนตัวเล็กที่ยืนพิงรถรอเธอ ไม่มีภาพของเขาที่เดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มน้อย ๆ บนใบหน้ากระจ่างใส .. ไม่มีคำเอ่ยปากอาสาถือกระเป๋าให้เหมือนทุกวัน สองขาเสลาผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง .. มิยองเดินเข้าไปหาแทยอนที่เอาแต่เหม่อมองอย่างไร้จุดหมายในรถ

               
ไร้คำถามใด .. ไร้คำทักทาย แม้กระทั่งตอนที่เธอสอดตัวเข้าไปนั่งในรถสปอร์ตคันเก่งของเขา แทยอนอยู่ในชุดลำลองเหมือนตอนที่เขามักใส่ไปไหนมาไหนข้างนอกกับเธอ ชุดของเขาไม่ได้เรียบร้อยมากพอ .. นั่นทำให้มิยองรู้ได้ทันทีว่าแทยอนคงไม่ได้ไปเรียนวันนี้ ไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามออกไปอย่างที่ใจนึก เสียงเครื่องยนต์ก็ครางกระหึ่มก่อนรถสปอร์ตจะกระชากตัวแล่นให้พ้นจากรั้วโรงเรียนด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ .. แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่ทำให้เธอรู้ว่าคนรักของเธอไม่ได้อยู่ในอารมณ์ปกติเท่าไหร่นัก ขอบตาของแทยอนแดงก่ำเหมือนคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แทยอนแอบร้องไห้โดยไม่มีเธออยู่ด้วยใช่ไหม ? ทำไมถึงต้องแอบไปร้องไห้คนเดียว .. ทำไมแทยอนถึงไม่โทรมาหาเธอทันทีที่เขากลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว .. ทั้ง ๆ ที่มิยองอยากจะอยู่ในทุกช่วงเวลาของเขา อยากให้เขาร้องไห้กับเธอ .. แต่แทยอนคงเลือกที่จะเก็บทุกอย่างไว้ .. แอบร้องไห้ไม่ให้เธอเห็นเพียงเพราะไม่อยากให้เธอต้องมาเป็นกังวลไปด้วย

               
.. ไม่ยุติธรรมเลยนะ .. พี่แทยอนคนดื้อ ..

               
.. ไม่ยุติธรรมเลยจริง ๆ ..

 

               
เสื้อแจ็คเก็ตเบสบอลตัวเก่งของเขาถูกทอดทิ้งและเขวี้ยงลงบนเตียงกว้างทันทีที่คนตัวเล็กเดินเข้ามาถึงในห้องของตัวเอง ตั้งแต่เขาไปรับเธอที่โรงเรียน ขับรถแล่นไปตามถนนสายเดิม ๆ จนกระทั่งเขามาหยุดที่ห้องนอนของตัวเอง .. ไม่มีบทสนทนาหรือคำทักทายใดออกมาจากริมฝีปากสีสดของเขา นั่นทำให้มิยองที่เดินตามมาห่าง ๆ นั้นยิ่งกังวลหนักขึ้น แทยอนยกมือขึ้นเสยผมสีน้ำตาลเข้มของตัวเอง เขาพ่นลมหายใจเพื่อระบายความรู้สึกที่มันอัดอยู่ในอก .. ทุกสีหน้า ทุกการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของเธอตลอดเวลา

               
“เจ้าหญิงน้อย ...” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเธอเสียงเบา แทยอนมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ .. มันหลากหลายเสียจนมิยองไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ สองแขนเล็กอ้ารอเป็นการเชื้อเชิญให้เธอโผตัวเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา เด็กสาวเดินเข้าไปหาเขาอย่างไม่มีลังเล และไม่ทันที่เธอจะเอนกายเข้าสู่อ้อมกอดของคนที่อ้าแขนรอที่ปลายเตียง แทยอนก็ดึงร่างบอบบางของเธอขึ้นมานั่งตัก เขาจับมือเธอมากุมไว้และเอาแต่จ้องมองฝ่ามือของเธออยู่อย่างนั้น .. ลมหายใจอุ่นถูกพ่นยาวอีกครั้งก่อนที่เขาจะเริ่มพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “เหนื่อยจัง ... เจ็บด้วย .. มันเจ็บไปหมดเลย .. ไม่รู้ว่าทำไมมันเจ็บแบบนี้”

               
“ฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลยจริง ๆ ...”

               
ฮวังมิยองไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งมองเจ้าของตักอุ่นที่เอาแต่ก้มหน้ามองมือเธออย่างเดียว ฝ่ามือบางคอยลูบเรือนผมสีเข้มของเขาเบามือเป็นการปลอบโยน ร่างบอบบางยอมโอนอ่อนตามแรงดึงเมื่อสองแขนเล็กรั้งตัวเธอเข้าไปแนบชิด .. และสวมกอดรอบเอวคอดของเธอแน่น .. คำถามมากมายถูกกลืนลงคอไปเมื่อแทยอนซบหน้าลงที่ไหล่ .. สีหน้าเหนื่อยล้าและเคร่งเครียดจัดทำให้มิยองไม่อยากจะถามอะไรออกไปจนกว่าแทยอนจะรู้สึกดีขึ้น


“พ่อจะไม่สนับสนุนในสิ่งที่ฉันเลือก .. ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรจากเขา .. เพียงแต่ .. ฉันแค่อยากให้เขาได้รับรู้ .. อาชีพศิลปินมันคือความฝันของฉัน .. ความฝันของฉันกับแม่ ..”


“แม่บอกว่าฉันเหมาะที่จะเป็นนักดนตรี .. เธอรู้ใช่ไหม ? ว่าดนตรี และศิลปะคือสิ่งที่ฉันรัก .. แม้กระทั่งวินาทีสุดท้ายที่ลมหายใจของแม่ยังอยู่ .. แม้กระทั่งรอยยิ้มสุดท้าย .. คำพูดสุดท้ายที่คุณแม่พูดกับฉันก่อนที่ท่านจะตาย ..”


“แทงกูอา .. แม่ไม่เคยบังคับให้ลูกจะต้องทำในสิ่งที่แม่อยากให้ลูกเป็น .. แต่แม่ดีใจ .. ที่ลูกรักในเสียงดนตรีเหมือนที่แม่รัก .. แม่รักดนตรี .. เท่ากับที่แม่รักลูก แม่รักดนตรี .. เท่ากับที่แม่รักพ่อ .. และแม่ก็หวังว่า .. ลูกจะรักดนตรีให้เท่ากับคนที่ลูกรักด้วยเหมือนกัน” น้ำเสียงนุ่มของเขานั้นสั่นเล็ก ๆ ในตอนท้าย .. มิยองรู้ดีว่าแทยอนกำลังพยายามแค่ไหนที่จะบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น แต่ถึงกระนั้น .. เด็กสาวก็รับรู้ได้ถึงความรวดร้าวในน้ำเสียงนั้นอยู่ดี


มิยองกำชับกอดคนที่ตัวเล็กกว่าไว้ด้วยสองแขนบาง เธอกดปลายจมูกกับพวงแก้มใสของเขา .. ซ้ำไป .. ซ้ำมา .. เพื่อปลอบโยนเขา .. เพื่อบอกเขาโดยไร้คำพูดใด .. ว่าเธอพร้อมจะรับฟัง .. และพร้อมที่จะเข้าใจเขาเสมอไม่ว่าจะเจออะไร .. ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม เด็กสาวลูบฝ่ามือบางไปตามเรือนผมสีเข้มของเจ้าชายเหมันต์ .. ที่ตอนนี้ดูสับสนและอ่อนแอนัก


“ฉันหวัง .. ฉันหวังว่าเขาจะรักฉันเหมือนที่เขารักงานของเขาบ้าง .. ฉันหวังมาตลอดว่าพ่อรักรักฉันบ้าง .. หวังความรักเพียงเศษเสี้ยวจากเขา .. ฉันหวังแบบนั้นมาตลอด .. แต่วันนี้ .. วันนี้เขาทำให้ฉันรู้ ..” น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่น .. ขณะที่อ้อมแขนของเขาก็กอดรัดเธอแน่นขึ้น


“พ่อไม่เคยรักฉันเลย .. สักนิดก็ไม่เคย ..”


ความเปียกชื้นที่หัวไหล่ของเธอทำให้มิยองรู้ได้ทันทีเลยว่าแทยอนกำลังกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ แผ่นหลังของเขาสั่นสะท้าน ไหล่เล็กที่มักจะผึ่งผายเสมอตกลู่ ท่าทางของแทยอนแย่เสียจนมิยองต้องรีบกระชับอ้อมกอดของเธอให้แน่นขึ้น เสียงสะอื้นเล็ก ๆ ดังมาจากคนที่เคยเข้มแข็งเสมอ มันอาจจะแสนเบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน .. แต่อานุภาพของมันร้ายแรงเสียจนแทบกรีดหัวใจของเธอให้เป็นริ้วได้เช่นกัน มิยองเคยอยากให้เขาร้องไห้กับเธอ .. เพียงเพราะหวังว่าตัวเองจะเป็นความเข้มแข็งให้เขาได้บ้าง .. แต่พอได้มาเห็นแทยอนร้องไห้แบบนี้ .. ได้กอดคนที่ไม่เคยอ่อนแอให้เธอเห็นแบบนี้ .. ได้ฟังเสียงสะอึกสะอื้นของแทยอนแบบนี้ .. มันทำให้มิยองได้รู้ ..


.. ว่ามันยากนักที่จะทำตัวเข้มแข็งเพื่อเป็นที่พึ่งให้เขา ..


สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มิยองคิด .. ว่าตลอดมาที่คบหากัน .. ในวันที่แทยอนต้องทำตัวเข้มแข็งเป็นที่พึ่งให้เธอที่เอาแต่ร้องไห้ เขาต้องพยายามแค่ไหนกันนะที่ต้องทนกล้ำกลืนความเจ็บปวดไว้ภายในใจเพื่อคอยเป็นที่พึ่งให้กับเธอ .. ทั้ง ๆ ที่ .. ทั้ง ๆ ที่การที่ต้องพยายามทำตัวเข้มแข็งนั่งกอดใครอีกคนที่เอาแต่ร้องไห้เสียใจเอาไว้นั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย .. การที่เห็นคนรักเอาแต่ร้องไห้โดยที่ไม่สามารถแบ่งเบาความเจ็บปวดนั้นได้ มันทำให้หัวใจทรมานแค่ไหน .. ถ้าไม่ได้สัมผัสมันด้วยตนเองก็คงไม่รู้


“ฉันก็แต่อยากจะทำอะไรตามที่ฉันอยากจะทำบ้าง อยากเลือกอนาคตด้วยตัวเองบ้าง .. ฉัน .. ฉันก็แค่อยากจะมีเส้นทางเป็นของตัวเอง .. อยากจะทำในสิ่งที่ฉันวาดฝันไว้กับแม่ .. เพราะอย่างน้อย .. อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉัน .. ทำให้ฉันรู้ .. ว่า ว่าแม่ยังอยู่กับฉัน ..”


เสียงของเขาที่บอกเล่าทุกอย่างภายในใจนั้นเจือสะอื้น มันรวดร้าวและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเจ้าของน้ำเสียงนั้น มันชวนให้ปวดใจเสียจนมิยองแทบเผลอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ สองแขนกอดกระชับคนตัวเล็กแน่น แน่นเสียจนไม่กลัวว่าแทยอนจะหายใจออกหรือไม่ .. มิยองแค่อยากจะทำทุกอย่างเพื่อให้แทยอนได้รู้ .. อย่างน้อย .. แทยอนไม่ได้ตัวคนเดียวบนโลก แทยอนยังมีเธอที่พร้อมจะเคียงข้างเสมอ


ฮวังมิยองนิ่งฟังเขาระบายทุกอย่าง .. ทุกอย่างที่แทยอนอยากจะพูด .. ทุกอย่างที่อัดอยู่ในใจของแทยอนมาตลอด แทยอนไม่เคยพูดถึงปัญหาของตัวเองกับพ่อให้เธอได้ฟังเลย เขาไม่เคยพูดว่าเขาต้องการอะไรจากผู้เป็นพ่อ เขาไม่เคยเล่า หรือ เอ่ยถึงบาดแผลลึกในใจของเขาให้ใครได้ฟัง แม้กระทั่งเธอด้วย .. ทุกครั้งที่เหนื่อยล้า แทยอนมักจะหลบไปอยู่คนเดียว .. และเก็บทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้กับตัว แม้ว่ามิยองอยากจะรู้ .. อยากจะให้เขาระบายมันออกมาบ้าง แต่คนรักของเธอกลับไม่เคยระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมาให้เธอได้ฟังเลยสักครั้งเดียว พี่แทยอนของเธอเข้มแข็ง และมีแต่รอยยิ้มให้มิยองเสมอมา .. ทั้งที่ในใจนั้นมีแผลตกสะเก็ดมากมายแค่ไหน .. ไม่มีใครรู้เลย


.. เจ้าชายเหมันต์ที่มีเปลือกนอกเย็นชา และเข้มแข็ง .. แต่ใครเล่าจะรู้ว่าภายในหัวใจนั้นก็ไม่ต่างจากแก้วที่มีแต่รอยขีดข่วน .. ที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อหากมีอะไรมากระทบกระทั่งมัน ..


“ไม่เป็นไรนะคะ .. มิยองเข้าใจพี่แทงนะ ..”


น้ำเสียงแว่วหวานของเธอนั้นสั่นเครือ .. คล้ายกับกำลังใช้พยายามอย่างมากที่ควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องไห้ออกมาเป็นเพื่อนเขา มิยองคลายวงแขนที่โอบกอดร่างเล็กเอาไว้ ใช่ฝ่ามือประคองใบหน้าของเขาให้เงยขึ้นมาจากไหล่ของเธอ แต่แล้วบางสิ่งที่ปรากฏบนใบหน้าใสของเขากลับทำให้เด็กสาวแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว .. ดวงตาที่เต็มไปด้วยม่านน้ำตาจ้องมองรอยแดงทั้งห้านิ้วบนฝบแก้มข้างซ้ายของเขา หยดน้ำตาลไหลลงอาบแก้มเมื่อเธอเหลือบไปเห็นแผลเล็ก ๆ ที่มุมปากของแทยอน .. มิยองไม่เอ่ยถามว่าเขาได้มันมาจากไหนเพราะอาการทุกอย่างของแทยอนมันให้คำตอบเธอได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว


.. เขาโดนพ่อตัวเองตบหน้า .. มันเป็นความเจ็บปวดร้ายแรงที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ภายนอกอย่างเดียว แต่มันทำให้หัวใจที่เปราะบางของแทยอนแทบแตกสลายอีกด้วย ..


“เจ็บมั้ยคะ .. พี่เจ็บมั้ย ..”


เธอเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น มิยองไม่ได้หมายถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นบนผิวกายของเขา .. แต่เธอกำลังหมายถึงหัวใจของแทยอน .. เขารู้ดี .. ว่าคำถามของมิยองหมายถึงอะไร แทยอนแนบฝ่ามือของตัวเองจับมือนุ่มที่ประคองแก้มใสของเขา เปลือกตาบางปรือปิด ซึมซับความอ่อนโยน .. ยามที่เธอเกลี่ยนิ้วโป้งไปตามผิวแก้มนุ่ม ความแสบยิบตามที่ฝ่ามือกร้านของพ่อฟาดลงมามันอาจจะหายไปนานแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงเหลือความเจ็บปวดที่ทำให้หัวใจดวงน้อยของเขาร้าวราน สัมผัสนุ่มจากริมฝีปากของเธอแตะลงบนพวงแก้มของเขา เธอจูบไล้วนไปตามรอยแดงบนผิวเนียนละเอียดของเขา คลอเคลียสัมผัสแผ่วเบาที่มุมปาก จูบซับบนบาดแผลที่แตกเบา ๆ เพียงเพราะหวังว่ามันจะทำให้ความเจ็บปวดของเขาได้ทุเลาลงบ้าง


“ไม่เป็นไรนะคะ .. ไม่เจ็บนะ พี่แทงไม่เจ็บนะ ..”


“ฉันไม่เจ็บ .. ฉันไม่เจ็บแล้ว .. อย่าร้องไห้เลยนะ” แทยอนกล้ำกลืนเสียงสะอื้นของตัวเอง ยื่นหน้าเข้าไปจูบซับน้ำตาให้คนน้องที่เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด


“อย่าแอบไปร้องไห้คนเดียวนะคะ .. แบบที่ผ่านมา .. ไม่เอาแล้วนะ พี่แทงมีมิยองอยู่ด้วย .. มาร้องไห้กับมิยองนะ .. เราร้องไห้ไปด้วยกันนะคะ ..”


“ไม่แล้วที่รัก .. ฉันจะไม่แอบไปร้องไห้คนเดียวอีกแล้ว ขอโทษนะ”


“ฮึก .. มิยองไม่อยาก .. ไม่อยากเห็นพี่ต้องแอบร้องไห้คนเดียว” เด็กสาวสะอึกสะอื้นหนัก เธอไม่อาจเก็บความอ่อนแอไว้ได้อีกแล้ว “มิยองไม่อยากให้พี่ต้องแบกรับทุกอย่างคนเดียว .. ฮึก แบ่งมันมาบ้างได้มั้ยคะ .. แบ่งความเจ็บปวดมาให้มิยองบ้างได้มั้ย ..”


“มิยองอา ..”


“ได้โปรดนะคะ .. อย่าแบกรับอะไรไว้ด้วยตัวคนเดียวอีกเลยนะ .. มิยองทนไม่ไหว .. มิยองทนไม่ไหว ฮึก .. ทนไม่ไหวที่ต้องเห็นพี่ .. คนที่มิยองรัก .. ต้อง ต้องทรมานแบบนี้ .. พี่แทงยังมีมิยองอยู่ข้าง ๆ เสมอนะคะ .. อย่าลืมสิ”


ความอ่อนแอที่พยายามกลั้นมันไว้ถูกปล่อยออกมาผ่านหยดน้ำตา แทยอนร้องไห้เงียบ ๆ .. ในขณะที่มิยองเองก็ร้องไห้ด้วยความทรมานใจเช่นกัน .. มิยองคงเจ็บปวดไม่แพ้กันกับเขา ฝ่ามืออุ่นจับที่ต้นแขนของเธอ .. แทยอนดึงมิยองมากอดไว้แน่น .. แน่นที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ซบหน้ากับไหล่ลาดของเธอ ปล่อยน้ำตาให้ไหลซึมผ่านเสื้อนักเรียนของเด็กสาวคนรัก .. มันเป็นครั้งแรกที่เราร้องไห้ไปด้วยกัน และมันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย .. อ้อมกอดที่แนบแน่นของเราสองคนเป็นเหมือนดั่งคำสัญญาว่าต่อจากนี้ไปเราจะไม่เก็บซ่อนความเจ็บปวดไว้คนเดียวอีก .. เราจะแบ่งเบาความเจ็บปวดเช่นเดียวกันกับแบ่งเบาความสุขให้กัน


.. เราจะไม่มีวันทอดทิ้งกันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ..


อ้อมกอดที่รัดแน่นจากอ้อมแขนบาง .. ความอบอุ่นที่คุ้นเคยที่ทำให้หัวใจของเขาสงบได้เสมอ .. กลิ่นหอมอ่อนจากเรือนผมสีน้ำตาลของเธอ .. และกลิ่นกายหอมที่ไม่เหมือนใครของมิยองคล้ายกับกำลังตอกย้ำให้เขาได้รู้ว่าแทยอนไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ .. ยังมีมือหนึ่งที่คอยจับเขาไว้ .. มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ยินดีตามเขาไปทุกที่อย่างไม่มีข้อแม้ใด .. และผู้หญิงคนนั้นก็คือเธอ


.. เธออาจจะไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีพร้อม .. อาจจะมีอะไรมากมายที่ไม่เหมาะสมกับเขา .. อาจจะมีมาก .. ที่ดูแล้วไม่คู่ควร .. อาจจะมีมากที่ต่างกัน .. แต่สิ่งที่เธอมีก็คือความเข้าใจ และความรักที่พร้อมจะให้เขาเสมอเมื่อเขาต้องการ .. แค่นั้นมันก็เกินพอแล้วสำหรับคนธรรมดาคนหนึ่งที่โหยหาความอบอุ่นที่แท้จริงมาตลอดเช่นเขา


“มิยองอา .. ต่อจากนี้ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันบ้าง .. ความฝันของฉันมันอาจจะยากลำบากกว่าใครเขา แต่เธอจะอยู่ข้าง ๆ ฉันใช่ไหม ?”


“เส้นทางที่ฉันกำลังจะเดิน .. มันคือความฝันของฉัน .. ความฝันที่มีเธออยู่ด้วย .. สัญญาได้ไหมฮวังมิยอง .. ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น .. อย่าเดินออกไปจากโลกของฉันเลยนะ”


“เพราะความฝันของฉันจะไม่มีค่าอะไรเลยถ้าไม่มีเธอ ...”

 

 

==========================================

© themy  butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #637 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 01:12
    สงสารพี่แทแบบสุดๆ คุนพ่อมีเหตุผลอะรัยน้อ ~ ทำไมไม่ให้พี่แทร้องเพลง
    #637
    0
  2. #489 coke (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 07:16
    มิยองอยู่ข้างๆพี่แทนะ อย่าทิ้งเขา T^T ปวดตับ มาก
    #489
    0
  3. #327 ฟรีไทร์ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 10:48
    สงสารแทยอนจัง มิยองอย่าทิ้งแทยอนนะอย่าทิ้งกัน

    #327
    0
  4. #244 Pinkmonster (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:44
    นี่แค่เรื่องเรียน แล้วถ้ารู้ว่าทั้ง 2 คนคบกัน มันจะดราม่าขนาดไหนว่ะเนี้ย ไม่อยากจะคิด
    #244
    0
  5. #243 wrkhtfc (@fsc24htfc) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:13
    เศร้าตามแทนี่เลย ไรท์หายไปนาน กลับมาทีทำรีดเศร้า ร้องไห้ตามเลยอ่ะ
    #243
    0
  6. #241 F_Fone (@fonefunfair) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:21
    น้ำตาไหล บีบหัวใจสุดๆ 
    มิยองอย่าทิ้งพี่เหมันต์น้า


    #241
    0
  7. #232 ศินีนารถ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:36
    มิยองอาอยู่ข้างๆพี่แทงนะ อยู่คอยปลอบกันร้องไห้ด้วยกันนะ อยู่เป็นความหวังให้กันนะ

    พ่อพี่แทงใจร้ายอะ นี่อ่านไปสูบน้ำมูกไปน้ำตาแตกสงสารพี่แทงอา

    พี่เหมิยองสู้ๆ

    ไรท์สู้ๆ
    #232
    0
  8. #231 Thek (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:12
    หืมมม น้ำตาไหลเลย
    #231
    0
  9. #230 Puii (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:02
    สงสารแทยอนพ่อก็ใจร้ายกับลูกเกินไปแล้วนะก็แค่อยากทำตามความฝันผิดด้วยหรอไม่สนับสนุนลูกแล้วยังตบหน้าลูกอีก ไม่เป็นไรนะพี่แทงยังมีน้องมิยองคอยอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้เสมอเลย
    #230
    0