ตอนที่ 54 : Chapter 52 ความทรงจำสีจาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    16 มี.ค. 58

Chapter 52 ความทรงจำสีจาง

 

 

              
ทุกสิ่งทุกอย่างดูน่าตื่นตาตื่นใจไปหมดในสายตาของฮวังมิยอง .. สถานที่ใหม่ การได้พบปะเพื่อนใหม่ ๆ และการได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝันดูเหมือนจะเป็นเรื่องแปลกใหม่ของเด็กสาวไปเสียหมด .. ไม่สิ .. ตอนนี้จะเรียกมิยองว่าเด็กสาวไม่ได้อีกแล้ว ก็ในเมื่อตอนนี้ฮวังมิยองไม่ใช่เด็กสาวมัธยมปลายอีกต่อไปแล้ว .. เธอกำลังก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย และย่างก้าวเข้าสู่คำว่าหญิงสาวแล้ว .. แต่คงมีสิ่งเดียวที่คงเดิม และแน่นอนว่ามิยองเองก็ยินดีที่จะให้เป็นเช่นนั้น .. นั่นคือข้างกายของเธอยังคงมีคิมแทยอน คนรักของเธออยู่เคียงข้าง .. และกำลังกอบกุมมือของเธอเอาไว้แน่น

               
“ตื่นเต้นจังเลยค่ะ” มิยองพูดเสียงใส แต่น้ำเสียงของเธอกลับมีความประหม่าเล็ก ๆ วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก .. จะมีอะไรให้เธอต้องเจอก็ไม่รู้ แต่มิยองก็ดีใจที่อย่างน้อยเธอยังมีแทยอนคอยอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่างไปไหน “ว่าแต่ทำไมเวนดี้ถึงมาช้าจัง .. พี่แทงลองโทรหาสิคะว่าถึงไหนแล้ว”

               
“ส่งข้อความมาว่าใกล้แล้วล่ะ” แทยอนตอบเสียงนุ่ม เขาอมยิ้มเมื่อเห็นว่ามิยองยังคงมองไปรอบ ๆ มหาวิทยาลัยอย่างตื่นเต้นไม่หาย .. มิยองของเขาเหมือนเด็กจริง ๆ ด้วยสินะ ท่าทางเหล่านั้นทำให้แทยอนได้แต่มองด้วยสายตาเอ็นดู ทุกอย่างที่เป็นเธอทำให้แทยอนอารมณ์ดีขึ้นได้เสมอ .. ถ้าไม่นับสายตาของพวกผู้ชายหน้าหม้อที่จ้องมิยองตาเป็นมันเหล่านั้นล่ะก็นะ

               
คนตัวเล็กพ่นลมหายใจแรง ๆ ด้วยความหงุดหงิด ยกแขนโอบไหล่ลาดของคนรักพร้อมกับรั้งร่างบอบบางของเธอเข้ามาแนบชิดในวงแขนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ เพราะการกระทำที่ปุบปับกับเสียงถอนหายใจแรงในตอนแรกทำให้มิยองละสายตาจากบรรยากาศรอบด้านกลับมาสนใจคนพี่ทันที สีหน้าเรียบเฉยจนคล้ายกับคำว่าบึ้งตึงทำให้มิยองแปลกใจจนอยากจะเอ่ยถาม .. หากแทยอนไม่ชิงตอบกลับมาเสียก่อนว่า หวง

               
คำเดียวสั้น ๆ .. แต่มีอิทธิพลกับหัวใจของเธอเสมอ .. แค่นั้นมันก็ทำให้มิยองเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้อารมณ์ดี ๆ ของแทยอนนั้นขุ่นมัวได้ทันที แต่แทยอนจะรู้ไหม ? ว่ามีผู้หญิงมากมายเหมือนกันที่จ้องมองแทยอนด้วยสายตาสนอกสนใจเช่นนี้ “ไม่ดูเลยนะคะว่าตัวเองก็มีคนมองเยอะพอกัน ..” มิยองมุ่ยปากเล็ก ๆ และส่งค้อนให้คนที่ยืนไม่รู้เรื่องรู้ราว

               
“แล้วยังไง ? เธอคิดว่าฉันจะสนใจคนอื่นนอกจากเธองั้นเหรอ ? ฝันไปเถอะ” แทยอนพูดเสียงเข้มขรึม พอ ๆ กับสีหน้าและแววตาที่จริงจังจนทำให้คนฟังหน้าเห่อร้อน “คนที่ฉันสนใจคือเธอ ก็น่าจะรู้นี่”

               
“.. ทราบค่ะ .. อย่าอารมณ์เสียสิคะ .. หน้าบึ้งตั้งแต่วันแรกเชียว เดี๋ยวก็ไม่มีเพื่อนหรอกค่ะ”

               
“ฉันมีเธอก็พอแล้ว”

               
“บ้า ..” ฮวังมิยองส่งค้อนให้คนรักวงโต พวงแก้มของเธอเห่อร้อนด้วยความเขินอาย .. ไม่เคยชินได้สักทีกับคำพูดตรง ๆ ลุ่น ๆ แต่ฟังแล้วหวานจับใจของเขา สายตาค้อน ๆ เปลี่ยนเป็นดวงตายิ้มทันทีที่เธอหันไปเจอร่างที่คุ้นตาของเพื่อนอีกคน เวนดี้วิ่งมาทักทายกันด้วยน้ำเสียงและรอยยิ้มสดใสเช่นเคย

               
“พี่แทยอน รีนฝากของมาให้น่ะ” เวนดี้พูดกับคนที่อายุมากกว่า ห่อขนมขนาดกระทัดรัดถูกหยิบขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายใบเก่งและยื่นให้คนตัวเล็กที่ยังคงจ้องมองมันด้วยสายตางุนงง “รีนทำคุกกี้ช็อกโกแลตมา แล้วฝากมาให้พี่ด้วย”

               
“ฝากขอบคุณด้วย .. แล้วก็ .. เดี๋ยวเย็นนี้จะโทรไปหา” แทยอนตอบพร้อมรอยยิ้มบางตามแบบของเจ้าตัว .. จะว่าไปก็แอบคิดถึงเพื่อนสนิทอยู่เหมือนกัน นี่ก็เปิดเทอมแล้ว จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ .. เขาเก็บถุงขนมที่เพื่อนสาวคนสนิทฝากมาให้ลงกระเป๋าเป้ เคลื่อนฝ่ามือเล็กไปกุมมือบอบบางของคนรักเอาไว้ กระตุกเบา ๆ เป็นเชิงเรียกให้รีบเดินตามมาเมื่อเห็นว่าคาบเรียนแรกของเทอมกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกในสิบนาที

 

 

               
คาบเรียนแรกของเทอมไม่ได้ถือว่าเลวร้ายหรือหนักหนาอะไรนักสำหรับแทยอนและมิยอง .. ในทางกลับกันนั้นมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับคนที่อยากจะเรียนด้านดนตรีมาตลอด การได้เรียนในสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ตัวเองสนใจนั้นมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริง ๆ ..

               
ดวงตาสีเข้มของแทยอนเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนรัก เสี้ยวหน้าหวานที่ดูตั้งอกตั้งใจกับการเรียนการสอนของอาจารย์ประจำวิชาทำให้เขาเผลอยิ้มออกมาได้อย่างไม่ยากเลย ลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนนิสัยของเจ้าตัวถูกจดลงบนสมุดสีชมพู ดูเหมือนเธอจะยังไม่รู้ว่ากำลังถูกแอบมองอยู่อย่างนั้นแหล่ะ ฮวังมิยองเป็นคนที่ตั้งใจ .. แม้เธอจะบอกว่าตัวเองหัวช้า เรียนอ่อน แต่เรื่องความตั้งใจ .. แทยอนรู้ดีว่าคนรักของเขามีมากไม่แพ้ใครเลย

               
มือเล็กหยิบปากกาที่วางอยู่นิ่ง ๆ หลังจากเบื่อหน่ายในการจดโน้ตสั้น ๆ ที่อาจารย์กำลังบรรยายทฤษฎีพื้นฐานไปด้วยขึ้นมา ความรู้สึกนึกอยากจะแหย่คนรักทำให้รอยยิ้มบางมุมปากเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที มือเล็กข้างที่ไม่ได้ใช้งานยกขึ้นเท้าคางขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลโกโก้ของเขายังคงทอดมองเสี้ยวหน้าตั้งใจของคนรัก .. ตั้งใจจะแกล้งจ้องมองจนเธอหันมาสบตากันนั่นแหล่ะ ไม่ต้องแหย่อะไรมากมายหรอก เดี๋ยวฮวังมิยองก็รู้สึกตัวและแสดงท่าทีประหม่าออกมาเอง แทยอนควงปากกาในมือไปพลาง ๆ รอยยิ้มกริ่มบนใบหน้าใสคมคายยังไม่ยอมจางหายไป

               
ดูเหมือนว่าแผนการป่วนคนรักของแทยอนจะได้ผลขึ้นมาแล้วล่ะ ดวงตาหวานที่เอาแต่จดจ้องจอโปรเจ็กเตอร์ในคราวแรกเริ่มแอบเหลือบมองคนพี่เป็นระยะ พวงแก้มนวลเริ่มซับสีเรื่อเล็ก ๆ เมื่อทุกครั้งที่หันไปเหลือบมองคนข้างกายก็จะพบกับสายตาคู่เดิมพร้อมกับรอยยิ้มละมุน สุดท้ายเพราะทนไม่ไหว .. มิยองละความสนใจจากบทเรียนแล้วหันมาส่งสายตาค้อนให้กับคนที่เอาแต่อมยิ้มและมองหน้าเธออยู่อย่างนั้น มือบางพลิกสมุดโน้ตสีหวานไปหน้าหลังสุด เขียนยุกยิกบนกระดาษหน้าสุดท้าย .. เธอฉีกมันก่อนจะส่งให้เขา

               
มองทำไมคะ ? ทำไมไม่ตั้งใจเรียน L

               
คำถามที่เขียนด้วยลายมือน่ารักเป็นระเบียบทำให้คนพูดน้อยหลุดขำออกมาเล็ก ๆ เขาหันไปมองคนที่กลับไปตั้งใจเรียนอีกครั้งแล้วเขียนข้อความตอบกลับไปด้วยลายมือที่เป็นระเบียบไม่แพ้กัน

               
ก็อยากมองแฟนนี่คะ ? มองไม่ได้หรอ ? ใจร้ายจังเลยนะ J

               
ผู้ใหญ่แถวนี้อยากเกเรทำไมล่ะคะ L

               
อ่า .. โดนว่าว่าเกเรซะแล้ว ทั้งที่แค่มองแฟนตัวเองแท้ ๆ เสียใจจังเลย L

               
ก็อยากไม่ตั้งใจเรียนทำไมล่ะคะ L

               
รักนะคะ J

               
ฮวังมิยองทำตาโตใส่กระดาษเมื่อเห็นคำตอบของเขา พวงแก้มของเธอเห่อร้อนจนไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะแดงมากแค่ไหน น่าแปลกที่คำว่ารักของแทยอนนั้นมีอิทธิพลอย่างรุนแรงกับหัวใจของเธอเสมอ .. แม้ว่ามันจะเป็นเพียงข้อความบนกระดาษ .. อาจเพราะเธอเองก็รับรู้ความรู้สึกของเขาผ่านตัวอักษรได้กระมัง หัวใจของเธอถึงเต้นแรงแบบนี้ .. มันไม่ต่างอะไรกับตอนที่เขาบอกรักเธอด้วยคำพูดและน้ำเสียงทุ้มละมุนนั้นเลยสักนิด

               
มิยองส่งสายตาค้อนให้คนที่เอาแต่กลั้นขำไม่หยุด .. ทั้งที่ตัวเองก็ไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มที่กำลังเกิดขึ้นได้เหมือนกัน เลยกลับกลายเป็นว่า แทยอนได้ทำให้คนที่ตั้งใจเรียนในคราวแรกละความสนใจจากบทเรียนแรกไปโดยสิ้นเชิง ..

               
เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่แทบจะทันทีทันใดที่ร่างของอาจารย์ประจำคลาสเดินออกจากห้องเรียน ฮวังมิยองยังคงเอาแต่เงียบ สีหน้ายังคงง้ำงอน .. ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากพูดคุยกับแทยอนสักคำตั้งแต่แทยอนแกล้งแหย่จนเธอไม่เป็นอันเรียนนั่นล่ะ .. ถึงแม้ว่าจะแอบเหลือบตามองเขาบ้าง .. แต่กระนั้นมิยองก็ยังวางฟอร์มไม่สนใจกันอยู่อย่างนั้นแม้ว่าแทยอนจะพยายามส่งยิ้มทะเล้น ๆ ให้เธอมากแค่ไหนก็เถอะ

               
.. มีอย่างที่ไหน .. เอาแต่แกล้งแหย่จนไม่เป็นอันเรียนเลย .. ถ้ามิยองไม่เข้าใจกับบทเรียน แทยอนจะต้องรับผิดชอบแน่ ๆ ..

               
“มิยองอ่า .. อย่าทำหน้างอสิคะ ..”

               
“เอ๊ะ ?? รุ่นพี่แทยอนจริง ๆ ด้วย
!!

               
น้ำเสียงสดใสที่ทักทายกันทำให้ประโยคที่เตรียมจะง้องอนคนรักนั้นหายไปทันที แทยอนหันมองยังต้นเสียงที่เดินตรงเข้ามาหาเขาพร้อมรอยยิ้มสดใสที่คุ้นเคย .. คุ้นเคยในความทรงจำเสียจนทำให้ความรู้สึกผิดที่ยังไม่จางหายดี ความรู้สึกผิดในครั้งนั้นได้ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกเสียจนตัวเขาเองก็คิดว่าคงจะลืมมันไปแล้วกลับมาอีกครั้ง .. ราวกับนานแสนนานที่ไม่ได้พบหน้า .. ครั้งสุดท้ายที่เห็นรอยยิ้มของเธอนั้นเมื่อไหร่กันนะ ? แทยอนเองก็จำมันไม่ได้แล้ว .. เขารู้แต่เพียงว่า ภาพของเด็กผู้หญิงอายุสิบห้าคนหนึ่งที่เดินร้องไห้จากไปยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ .. และต้นเหตุของน้ำตานั้นก็มาจากเขาเอง ..

               
“เธอ ...”

               
“ฉันไอยูไงคะ .. รุ่นพี่จำไม่ได้หรอ” ไอยูพูด รอยยิ้มสดใสนั้นยังคงมีให้เขาเหมือนครั้งก่อน “แต่จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้คาดหวังให้รุ่นพี่ต้องจำกันได้หรอกค่ะ .. รุ่นพี่สบายดีไหมคะ ?”

               
“ฉัน .. สบายดี .. แล้วเธอล่ะ”

               
“ฉันเองก็สบายดีเหมือนกันค่ะ .. ถึงแม้จะคิดถึงช่วงเวลาที่เคยใช้กับรุ่นพี่ที่ยองกวางบ้างก็ตาม”

               
คำพูดและรอยยิ้มจริงใจของหญิงสาวทำให้แทยอนเงียบไปอย่างไม่รู้จะเริ่มพูดอะไรต่อ .. ใช่ว่าจะจำหล่อนไม่ได้ .. แทยอนรู้ดีว่าพวกแฟนคลับของเจ้าชายเหมันต์แห่งยองกวางนั้นน่ากลัวแค่ไหน ทำไมแทยอนจะจำไม่ได้ว่าไอยูผู้น่าสงสารโดนแฟนคลับของเขาขับไล่ โดยที่เขาเองเอาแต่ยืนมอง .. ไม่แม้แต่จะเข้าไปช่วยทั้งที่เขาเองก็ทำได้ .. ความรู้สึกนั้นและภาพความทรงจำครั้งนั้นจึงไม่สามารถลบเลือนออกไปได้ง่าย ๆ .. แทยอนไม่คิดอะไรมากมายหรอกกับคำพูดนั้น .. แต่เขาคงจะลืมไปว่ากำลังมีใครบางคนกำลังคิดมากหรือเปล่า ?

               
ฮวังมิยองยืนมองแทยอนที่กำลังยืนสบสายตากับใครก็ไม่รู้ด้วยความแปลกใจ .. แถมยังคำพูดแปลก ๆ ของผู้หญิงคนนั้นอีก .. ความสงสัยที่กำลังเกิดทำให้ความขุ่นเคืองในคราวแรกนั้นหายไป .. มิยองขยับเข้าใกล้คนรัก ยื่นมือไปดึงชายเสื้อของแทยอนเบา ๆ ราวกับจะเรียกร้องให้หันมาสนใจกัน ดวงตาหวานเหลือบมองหญิงสาวอีกคนที่ส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้เธอแทนคำถาม .. แต่สิ่งที่แทยอนตอบกลับทำให้ความรู้สึกขุ่นเคืองในคราวแรกกลับมาอีกครั้ง

               
“มิยองไปรอฉันที่หน้าห้องเรียนกับเวนดี้ก่อนนะ ..”

               
“......”

               
“นะคะ เจ้าหญิง .. ฉันมีธุระสำคัญบางอย่างต้องคุยกับไอยูน่ะ”

               
มิยองเงียบไปเมื่อได้ยินคำขอของคนรัก เธอมองสบตากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขานิ่ง .. ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไร .. และแค่นั้นมันก็มากพอที่ทำให้แทยอนรู้ว่ามิยองกำลังเคืองเขามากแค่ไหน

               
“แฟนรุ่นพี่หรอคะ ..”

               
“อืม ..” แทยอนรับคำเบา ๆ “ความจริงฉันมีบางอย่างจะต้องพูดกับเธอให้ได้น่ะ .. ไม่อย่างนั้นมันต้องค้างคาในใจฉันไปอีกนานแน่ ..” เสียงทุ้มกล่าวเรื่อย ๆ ราวกับสิ่งที่เขากำลังจะพูดนั้นเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป “เรื่องของเธอวันนั้น .. ฉัน ..”

               
“.......”

               
“ฉันขอโทษ .. ที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องโดนกลั่นแกล้งจากยัยพวกนั้น .. ถ้าฉันมีความกล้าที่จะทำอะไรสักนิด .. เธอก็คงไม่ต้องลาออก .. ขอโทษนะ ..”

               
ไอยูยืนมองรุ่นพี่ที่เคยแอบหลงรัก .. และตอนนี้ก็ยังรู้สึกดีด้วยอยู่เงียบ ๆ หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรออกไปทันทีนอกจากส่งยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่บริสุทธิ์นั้นแทนคำตอบของหล่อนได้ดี .. ไอยูไม่เคยถือโทษโกรธแทยอนเลยแม้แต่น้อย .. มันไม่ใช่ความผิดของเขา และไม่ใช่ความผิดของใคร ในตอนนั้นไอยูเต็มใจที่จะรักแทยอน .. มันก็เท่ากับไอยูเต็มใจเช่นกันที่จะยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น .. แทยอนเป็นคนดี .. ท่าทางเย็นชาเหล่านั้นก็แค่เปลือกนอกที่เขาสร้างขึ้น ไอยูเข้าใจจิตใจของคนโลกส่วนตัวสูงเช่นเขาดี .. เพราะฉะนั้นแล้วมันไม่มีเหตุผลอะไรที่หล่อนจะต้องโกรธเขา

               
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่เคยโกรธรุ่นพี่เลยสักนิด .. ฉันรักรุ่นพี่ .. การที่ฉันยอมรับตัวเองว่ารักรุ่นพี่และพยายามเข้าหารุ่นพี่ .. พยายามเปิดใจรุ่นพี่ .. มันก็เท่ากับฉันยอมรับสิ่งที่กำลังจะตามมาแล้วค่ะ .. หากจะโทษใครสักคน ก็คงจะเป็นฉันที่อ่อนแอเกินไปจนยอมแพ้และเดินจากมาเสียก่อนล่ะค่ะ”

               
“เราเป็นเพื่อนกันได้ ...”

               
“ใช่ค่ะ เราเป็นเพื่อนกันได้ ..” ไอยูส่งยิ้มกว้าง เหลือบดวงตากลมโตมองร่างบอบบางของหญิงสาวที่แทยอนเรียกว่าเจ้าหญิงที่กำลังจ้องเขม็งมาทางนี้แล้วลอบขำในใจ “แล้วฉันเองก็อยากเป็นเพื่อนกับแฟนของรุ่นพี่ด้วยเช่นกันค่ะ”

               
“เธอรู้ ???”

               
“คำเรียก เจ้าหญิง ที่รุ่นพี่เรียกเธอคนนั้นเป็นคำตอบที่ดีที่สุดแล้วละค่ะ .. ฉันดีใจนะ .. ที่ในที่สุดรุ่นพี่ก็มีคนที่พร้อมจะเคียงข้างและรักในตัวตนของรุ่นพี่จริง ๆ .. ถึงแม้ว่าจะแอบเสียดายนิดหน่อยที่คน ๆ นั้นไม่ใช่ฉันก็เถอะ”

               
“.......”

               
“รุ่นพี่ .. อย่าคิดมากเรื่องฉันไปเลยนะคะ .. จริง ๆ ความรู้สึกที่ฉันมีให้รุ่นพี่มันก็ลดลงแล้วล่ะค่ะ ถึงมันจะไม่มากก็ตามที .. ก็รักแรกนี่นะ จะใช้เวลาลืมในระยะเวลาไม่กี่ปีก็ลำบากหน่อย แต่รุ่นพี่อย่ากังวลไปเลยค่ะ .. ฉันจะไม่ทำให้รุ่นพี่กับแฟนของรุ่นพี่ต้องลำบากใจแน่นอน เชื่อใจฉันได้เลย”

               

 

               
“มิยองอ่า .. อย่าโกรธกันเลยนะคะ .. พูดกับฉันหน่อยนะ ..”

               
“..........”

               
“มิยองอ่า ..”

               
“.... ฮึ”

               
คนตัวเล็กเปล่งเสียงหัวเราะน้อย ๆ ออกมาเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจแค่น ๆ ในลำคอของคนรัก .. ใช่ว่าแทยอนจะไม่รู้เสียหน่อยว่าสาเหตุที่ฮวังมิยองมีท่าทีปั้นปึ่งใส่เขานั้นคืออะไร .. และแทยอนก็รู้ดีด้วยว่าเธอไม่ได้งอนอะไรเป็นจริงเป็นจังนักหรอก ดูจากสีหน้างอ ๆ ซึ่งขัดกับดวงตาคู่หวานที่จะเอาแต่คอยเหลือบมองเขาว่าเมื่อไหร่จะไปง้อเธอเสียทีก็รู้แล้ว .. ว่าเธอก็แค่อยากหาเรื่องให้เขาได้ตามใจ ได้เอาใจ ได้ง้อเธอก็เท่านั้น .. เพราะเวลาที่มิยองงอนเขาแบบจริงจังน่ะ เป็นแบบนี้เสียที่ไหนกัน ? รายนั้นเวลางอนเขาจริงจังเมื่อไหร่อย่าหวังว่าจะส่งเสียงงอแงใส่เลย แค่หางตาก็ยังไม่เหลือบมอง .. จนแทยอนต้องงัดมุกเรียกร้องความสนใจนั้นแหล่ะถึงจะยอมวางฟอร์มแล้วหันมาสนใจกันได้ ..

 
.. เด็กสาว .. ไม่สิ .. ตอนนี้เด็กสาวผู้อ่อนหวานและงดงามเหมือนกลีบดอกไม้ได้เติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามแล้วต่างหาก มิยองส่งสายตาค้อนใส่เมื่อเห็นว่าแทยอนยังไม่ยอมเข้าไปง้องอนเธอเสียที เธอเชิดหน้าหนีและไม่วายพึมพำว่า ไม่อยากง้อก็ไม่ต้องง้อ ไม่เห็นจะสนใจเลยและคำบ่นงุบงิบอีกหลายต่อหลายคำให้คนพี่ที่ยืนมองอยู่ได้กลั้นขำด้วยความเอ็นดู

               
“นี่ .. เจ้าหญิงน้อยงอนอะไรฉันคะ ไหนบอกซิ หื้ม ??” มือเล็กแตะลำแขนบางของคนน้อง รั้งต้นแขนของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้เด็กน้อยขี้งอนของเขาต้องสะบัดหนี แทยอนก้าวประชิดตัว สอดลำแขนเล็กโอบล้อมเอวคอดของคนรัก .. และรั้งให้เธอเข้ามาใกล้กันอีกนิด ก่อนจะกระซิบถามคำถามเดิมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลเสียจนหัวใจของคนที่มีทีท่าปั้นปึ่งนั้นอ่อนยวบ “เหมันต์คนนิสัยไม่ดีทำอะไรให้เจ้าหญิงน้อยไม่พอใจหรือคะ ?”

               
“พี่แทงอ่ะ ..” น้ำเสียงหวานส่งเสียงหงุงหงิง เบือนหน้าหนีไม่ยอมสบสายตาหวาน ๆ ที่ส่งมาจากเขา “... ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันคะ ?”

               
“ว่าแล้วเชียวว่าต้องงอนเรื่องนี้ ขี้หึงจังนะ ... ฮึ” แทยอนลอบขำไม่ทันไรก็รีบยกมือยอมแพ้ทันทีที่อีกคนส่งสายตาค้อนขวับกลับมาให้ “เธอชื่อไอยู .. เป็นอดีตสมาชิกชมรมดนตรีสากล และเป็นนักร้องคู่กับฉันก่อนที่มิยองจะมาเข้าเรียนไงคะ .. ที่ฉันเล่าให้ฟังไงคะ จำได้ไหม ? ..”

              
ฮวังมิยองนิ่งไปราวกับพยายามนึก .. และเรื่องราวบางอย่างที่แทยอนเคยเล่าให้เธอฟังเมื่อนานมาแล้วก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในความทรงจำ “ใช่คนที่พี่แทงบอกว่าชอบพี่แทง .. แล้วพยายามเข้าหาพี่ แต่กลับโดนกลุ่มแฟนคลับของพี่กลั่นแกล้งจนต้องออกจากยองกวางหรอคะ ???”

               
“อือฮึ ฉันแค่ขอโทษเขา .. แค่ได้พูดในสิ่งที่ค้างคาใจกับเขา .. ตอนนี้ฉันพูดมันไปหมดแล้ว รวมถึงความรู้สึกผิดในตอนนั้นก็หายไปเช่นกัน .. ตอนนี้เราเป็นเพื่อนที่ดี .. ไอยูเองก็อยากรู้จักกับมิยองนะ”

               
“เอ๊ะ ?”

               
“เจ้าหญิงน้อยของฉันน่ารัก .. ใคร ๆ ก็อยากรู้จักทั้งนั้นละค่ะ .. ชักจะหวงขึ้นมาแล้วสิเนี่ย”

               
“ไม่เห็นจะเกี่ยวกับน่ารักไม่น่ารักเลยนี่คะ”

               
“เกี่ยวสิคะ ..เจ้าหญิงของเหมันต์น่ารักที่สุดเลยรู้ไหมคะ ? น่ารักจนไม่อยากให้ใครมองเลย”

               
“ฮื่อ ... ปล่อยเลยค่ะ คนมองเยอะแยะเลยเห็นไหม ?” เหมือนกับรู้ว่าตัวเองไม่มีทางสู้กับเขาได้ .. ไม่มีทางสู้ได้เลยเมื่อได้ยินคำหวานจากคนที่เย็นชาเช่นเขา มิยองจึงได้แต่ก้มหน้างุด เอียงหน้าหนีปลายจมูกเล็กที่วนเวียนแถวพวงแก้มหมายจะฉวยโอกาสกันเหมือนทุกครั้งที่เขาดึงเธอเข้าไปกอด และพึมพำบอกให้เขาปล่อย เอ่ยอ้างด้วยประโยคเดิม ๆ ว่าคนมองกันเยอะแยะ .. ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมิยองไม่รู้หรอกว่าเหล่านักศึกษาหลายร้อยชีวิตที่นั่งอยู่ในโรงอาหารแห่งนี้นั้นไม่ได้สนใจเธอและแทยอนเท่าไหร่ .. พวกเขาแค่หันมามองเพียงครู่แล้วจึงกลับไปจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำดังเดิมเพียงเท่านั้น

               
“ไหนคะ ? ไม่เห็นมีใครสนใจเราเลย” แทยอนยิ้มล้อเลียนคนที่เอาแต่ก้มหน้างุดซ่อนพวงแก้มแดงก่ำ เหมือนเขาจะลืมไปแล้วกระมังว่าที่ยืนอยู่ด้วยกันนั้นไม่ได้มีแค่เขากับมิยองเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเวนดี้รวมอยู่ด้วยอีกคน แต่ถึงกระนั้น .. ต่อให้จะมีใครหรือไม่มีใครอยู่ด้วย .. แทยอนก็ไม่สนใจอยู่ดี .. เพราะสุดท้ายแล้วคนเจ้าเล่ห์ก็จัดการฝังริมฝีปากแดงของตัวเองกับแก้มนุ่มของมิยองเข้าเต็มรัก ก่อนที่เขาจะยิ้มแป้นด้วยความพึงพอใจ

               
“พี่แทงคนบ้า .. ชอบฉวยโอกาส”

               
“ก็เจ้าหญิงน้อยน่ารักเองนี่คะ .. แถมไม่เห็นจะมีใครสนใจเราเลยเห็นไหมคะ ?”

 

               
“อะแฮ่ม .. แต่พอดีว่าฉันสนใจนะ”

               
น้ำเสียงทุ้มที่กล่าวจากปากของผู้ที่กล้าขัดจังหวะนั้นฟังแล้วคุ้นหูนัก ราวกับนานแสนนานแล้วที่ไม่ได้ยิน .. และใบหน้าหวานที่งอง้ำในคราวแรกแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างจนดวงตายิบหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยวทันทีที่รู้ว่าเจ้าของน้ำเสียงนั้นคือใคร


“พี่ชาย !!” มิยองผละกายจากอ้อมแขนเล็กที่คลายออกเมื่อร่างสูงของชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ หญิงสาวพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของชายหนุ่มที่เปรียบเสมือนพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง ใบหน้าหวานซุกอ้อนกับอกแกร่งของคนเป็นพี่ ฮวังมิยองแทบจะกลายเป็นน้องสาวตัวน้อยของชายหนุ่มทันที .. เหมือนทุกครั้งที่เจอหน้ากัน “น้องคิดถึงพี่ชายจังเลยค่ะ .. ตั้งแต่เข้ามหาลัยพี่ชายก็ไม่ได้มาหาน้องเลย .. น้อยใจนะคะ”

               
“ขอโทษนะคะ .. พอดีพี่ยุ่งกับเรื่องเรียนเลยไม่ได้โทรหามิยองของพี่เลย .. แต่พี่ก็ถามไถ่เรื่องของมิยองกับคุณน้าอินนาตลอดนะ” ชิมชางมิน อดีตประธานชมรมดนตรีสากลของโรงเรียนมัธยมยองกวาง พูดกับคนที่เอาแต่อ้อนกันด้วยความคิดถึง มือหนาลูบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนของน้องสาวด้วยความเอ็นดู ใบหน้าหล่อเหลาของชางมินนั้นไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เขายังคงดูหล่อเหลาและอ่อนโยนเสมอเมื่ออยู่กับนางฟ้าตัวน้อย ๆ ของเขา .. มีเพียงท่าทางที่ดูสง่าขึ้นกระมังที่ทำให้รู้ว่าชายหนุ่มขี้เล่นในวันนั้นได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้ว

               
ภาพตรงหน้าทำให้มุมปากของคนพูดน้อยที่ยืนมองอยู่เงียบ ๆ ยกยิ้มขึ้นเล็ก ๆ ขณะที่ดวงตาสีเข้มของเขาเอาแต่จับจ้องคนรักที่กอดอ้อนพี่ชายของเธอเสียยกใหญ่ .. ชิมชางมิน คนเพียงคนเดียวที่แทยอนนับถือ .. ไม่ใช่ในฐานะรุ่นพี่หรือฐานะอดีตประธานชมรม แต่กลับเป็นฐานะของคนที่มีความมุ่งมั่นและมีความรับผิดชอบอย่างดีเยี่ยม .. และชางมินเป็นผู้ชายคนเดียวที่เขาจะยอมเป็นรองเรื่องฮวังมิยอง .. เพราะรู้ดีว่าสำหรับมิยองแล้วญาติผู้พี่คนนี้ก็เหมือนพี่ชายแท้ ๆ ของเธอ ที่คอยดูแลและปกป้องคนรักของเขามาตั้งแต่เด็ก .. ตั้งแต่ก่อนที่ชางมินจะฝากหน้าที่นั้นให้กับเขา ..

               
.. เพราะชางมินได้ไว้วางใจให้เขาดูแลแก้วตาดวงใจของชายหนุ่ม .. แทยอนจึงทุ่มเททุกอย่างที่มีเพื่อที่จะรักและดูแลฮวังมิยองเท่าที่คนอย่างเขาจะทำได้ .. จนกระทั่งมันกลายเป็นความรักจนยากจะถอนตัวแบบนี้ ..

               

               
“ไง แทยอน เป็นยังไงบ้าง ?” ชางมินถามรุ่นน้องที่เคยสนิทสนมและร่วมงานด้วยกันเมื่อครั้งที่เรียนอยู่ยองกวาง หลังจากที่มิยองแนะนำให้พี่ชายรู้จักกับเพื่อนใหม่อย่างเวนดี้ .. ทั้งหมดก็พากันมาทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยนักโดยที่ชายหนุ่มเอ่ยปากอาสาจะเลี้ยง

               
“ก็ดี .. สบายดี .. แล้วประธาน .. พี่ล่ะ ?”

               
“ก็เรื่อย ๆ .. สถาปัตย์เรียนหนักพอ ๆ กับหมอ ..” ดวงตาคมกล้าจับจ้องการกระทำของแทยอนที่บริการมิยอง .. น้องสาวของเขา ทั้งสายตาและการเอาใจใส่ที่คนพุดน้อยเพียรเอาใจใส่มิยองไม่ขาดทำให้ชางมินพอจะเดาอะไรขึ้นมาได้บ้าง “คุณน้าอินนาเล่าเรื่องของเธอสองคนให้ฉันฟัง .. ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง .. แทยอนดูแลน้องสาวของฉันดีใช่ไหม ?”

               
“ไม่เคยมีครั้งไหนที่ฉันละเลยฮวังมิยอง”

               
“ก็ดีแล้ว .. ขอบใจที่ทำให้ฉันรู้ว่าฉันไว้ใจไม่ผิดคน” ชางมินกล่าว
รอยยิ้มพอใจปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มเมื่อได้สบสายตาจริงจังของอดีตรุ่นน้อง

               
“พี่แทง .. มิยองไม่ชอบอันนี้ ..” น้ำเสียงหวานของคนข้างกายร้องเรียกเขาเสียงอ่อย หัวหอมใหญ่ที่หั่นเป็นแว่นบางในจานสลัดถูกเขี่ยออกพร้อมกับดวงหน้าหวานที่ทำหน้ามุ่ยไม่ชอบใจ

               
“ฉันจะทานให้เองค่ะ” แทยอนยิ้มเอ็นดู พร้อมกับใช้ส้อมตักผักที่มิยองเขี่ยออกไว้มาทานเองจนหมด เขาพึมพำขอบคุณคนรักเมื่อเธอตักถั่วลันเตาจากจานเขาไปทานเอง เพียงเพราะรู้ว่าแทยอนแพ้ผักชนิดนี้ การกระทำใส่ใจแม้แต่ในเรื่องเล็กน้อยทำให้คนที่เฝ้ามองอยู่ระบายยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

               
.. นี่คือสิ่งที่ชิมชางมินคาดหวังเมื่อตัดสินใจฝากฝังน้องสาวหัวแก้วหัวแหวนไว้กับคน ๆ นี้ .. สำหรับชางมินแล้ว แทยอนก็เหมือนกับน้องสาวอีกคนเช่นเดียวกับมิยองนั่นแหล่ะ .. ตอนที่เขาจบมาใหม่ ๆ ก็นึกกังวลอยู่เหมือนกันว่า พอเขาไม่อยู่แล้วใครจะดูแลมิยองแทนเขา .. แล้วการที่เขาได้ฝากฝังมิยองไว้กับแทยอน .. แทยอนจะทำได้ดีไหม ? ถึงจะบอกว่าเชื่อใจแทยอนแค่ไหน แต่ลึก ๆ แล้วชางมินก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเขาเองก็กังวลใจ แต่พอได้มาเห็นกับตาตัวเองแล้ว ชิมชางมินก็ได้พบ ..

               
.. ว่าเขาไว้ใจไม่ผิดคน ..

 

               
บทสนทนายังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ ตลอดมื้ออาหาร เรื่องตลกที่ชางมินสรรหามาเล่าให้ฟังทำให้บรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น แม้กระทั่งเวนดี้ที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของกลุ่มก็กลับกลายเป็นเข้ากับชางมินได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ จนตอนนี้เวนดี้สามารถยิงมุกตลกใส่ชางมินและรับมุกของชายหนุ่มได้ดีอย่างรวดเร็ว เสียงพูดคุยอย่างออกรสเคล้าคลอกับเสียงหัวเราะจากมุกตลกของชางมินและการตบมุกของเวนดี้ทำให้เสียงหัวเราะไม่ขาดหายไปเลย แม้กระทั่งแทยนอที่พูดน้อยกว่าใครเพื่อนก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาหลายต่อหลายครั้ง

               
.. รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของแทยอนทำให้คนที่นั่งอยู่เคียงข้างเขาเผยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข .. แทยอนไม่ค่อยได้หัวเราะเลย .. แม้แต่ตอนที่อยู่กับเพื่อนของเขาก็ตาม .. ราวกับมีเรื่องมากมายให้แทยอนต้องแบกรับเอาไว้บนบ่าเล็ก ๆ ทั้งสองข้างของเขา .. เพราะฉะนั้น .. การที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเขานั้นเป็นสิ่งที่น่ายินดีนักสำหรับมิยอง .. หญิงสาวกำลังคาดหวังว่านับจากนี้ .. แทยอนไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนปัญหามากมายเอาไว้อีกแล้ว .. ชั่วชีวิตนับจากนี้ของเขา .. ฮวังมิยองจะเป็นคนระบายสีสันให้เอง .. รวมถึงคนรอบข้างที่ยื่นมือมาแต่งแต้มสีสันในชีวิตของเขาให้มีแต่ความสุขและเสียงหัวเราะ ..

               
.. ชีวิตของแทยอนที่มีแต่ความสุขและเสียงหัวเราะ .. นั่นคือเป้าหมายตลอดชีวิตของเธอ .. ฮวังมิยองจะเป็นรอยยิ้มและเป็นความสุขให้แทยอนเอง ..

 

 

               
“อ้าว ? เวนดี้จะกลับแล้วเหรอ ?” ชางมินเอ่ยปากถาม เมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนของเวนดี้หลังจากที่ทั้งหมดได้ฝากท้องกับร้านอาหารเมื่อครู่กันจนอิ่มท้อง

               
“อ๋อ ค่ะ .. พอดีวันนี้แฟนเลิกเร็วเลยจะรีบไปรับ .. มีธุระกันต่อนิดหน่อยค่ะ”

               
“จะไปเดทกันก็บอก” แทยอนลอยหน้าลอยตาพูด โดยที่น้ำเสียงนุ่มของเขาเจือความหมั่นไส้อยู่เล็ก ๆ คำพูดของแทยอนทำให้เวนดี้หัวเราะออกมาอย่างขบขัน .. ปากก็พูดไปงั้น แต่ใจจริงแล้วแทยอนคิดถึงไอรีนแค่ไหนทำไมเวนดี้จะไม่รู้ ตอนเรียนด้วยกันก็ตัวติดกันยิ่งกว่าอะไรดีจนทำให้เวนดี้นึกหวงแฟนสาวของตัวเองไปไม่รู้ตั้งกี่รอบ

               
“ฉันจะฝากบอกรีนให้นะคะว่าพี่แทยอนคิดถึง”

               
“ฉันไม่ได้คิดถึงยัยนั่น” แทยอนพูดเสียงนิ่งขรึม ช่างขัดกับพวงแก้มที่ขึ้นสีเรื่อเล็ก ๆ นัก “บอกยัยนั่นด้วยว่าก่อนนอนให้โทรหากันหน่อย”

               
“ฉันจะบอกให้นะคะ ฮ่า ฮ่า” หญิงสาวหัวเราะร่าชอบอกชอบใจกับท่าทางฟอร์มจัดของคนตัวเล็ก เวนดี้หันไปโค้งลาชายหนุ่มรุ่นพี่ บอกลาแทยอนและมิยองก่อนจะเร่งฝีเท้ากลับไปที่ลานจอดรถในมหาวิทยาลัยเพื่อไปรับไอรีนตามที่นัดกันไว้

               
“ลำบากหน่อยนะ .. เธอสองคนน่ะ ทั้งที่รักกันแท้ ๆ แต่กลับต้องมาปิดบังความสัมพันธ์แบบนี้ อึดอัดบ้างไหม ?” ชางมินเปิดประเด็นหลังจากที่พ้นร่างของเวนดี้ไปได้ไม่เท่าไหร่ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นกังวลและเห็นใจ ชางมินรับรู้เรื่องราวของทั้งคู่ผ่านอินนามาตลอด .. ถึงแม้เขาจะไม่ได้ติดต่อกับมิยองก็จริง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าชางมินจะไม่เคยถามไถ่ความเป็นไปของมิยองเสียเมื่อไหร่ .. ฉะนั้นแล้ว .. พอรู้เรื่องทั้งหมดมาตลอด ชายหนุ่มเลยนึกกังวลและเห็นใจเด็กทั้งสองคนลึก ๆ .. ทั้งที่ก็รักกันขนาดนี้แต่ทำไมฟ้าถึงกลั่นแกล้งทั้งคู่นักก็ไม่รู้

               
แทยอนไม่ได้ตอบอะไรออกมานอกจากเงียบ .. และฮวังมิยองก็เช่นกัน สีหน้าหนักใจของทั้งคู่นั้นทำให้เจ้าของคำถามเช่นชางมินรับรู้ถึงคำตอบได้โดยที่ทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องตอบอะไรเลย เรื่องราวของทั้งคู่ถูกถ่ายทอดจากปากของคุณน้าอินนา แม่ของมิยองทุกครั้งที่เขาโทรไปถามไถ่ความเป็นไปของน้องสาว และมันก็ยิ่งทำให้เขาแน่ใจเมื่อเห็นสีหน้าของทั้งคู่เมื่อเขาเอ่ยถามออกไป

               
.. คงจะอึดอัดกันมากสินะ ..

               
มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงยากนะ .. พวกเธอจะทำยังไงต่อไปล่ะ ความลับไม่มีใครโลกนะ

               
ตอนนี้เรามาอยู่ด้วยกันสองคนค่ะพี่ชาย .. อย่างน้อยก็มีเวลาตั้งสามสี่ปี .. มิยองอยากใช้เวลากับพี่แทงให้เต็มที่ก่อน .. พอหลังจากนั้น .. ก็ค่อยคิดแล้วกันค่ะ.. มิยองตอบเสียงอ่อย หลุบสายตาลงต่ำคล้ายจะไม่ยอมสบสายตากับชายหนุ่มที่เป็นเหมือนพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง .. เพราะเธอไม่กล้ารับปาก .. เพราะมิยองรู้สึกไม่มั่นใจ .. ว่าเธอจะได้ใช้เวลากับแทยอนได้อีกนานแค่ไหน .. จะเก็บรักษาความลับระหว่างได้อีกนานเท่าใด ..

               
.. เพราะไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง มิยองถึงไม่อาจตอบได้ว่าจะเป็นอย่างไรหากผ่านพ้นช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยไปแล้ว .. เพราะมันจะเท่ากับว่า .. เวลาที่เหลือของเธอและเขาก็น้อยลงเช่นกัน ..

               
.. แต่แทยอนไม่รู้หรอกว่ามิยองกำลังกังวลเรื่องนี้ .. ไม่สิ ต้องบอกว่าเขาไม่เคยรู้เสียมากกว่า .. มิยองไม่พร้อมจริง ๆ ที่จะพูดเรื่องนี้กับเขา .. เพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้เขาเข้าใจถึงเหตุผล .. มิยองไม่รู้เลย ..

 

               
แต่ทว่า .. สัมผัสเบา ๆ จากมือเล็กที่อุ่นจัดของเขาทำให้มิยองละสายตาจากพื้นคอนกรีต เงยดวงหน้าหวานหมดจดเมื่อคนตัวเล็กที่เคลื่อนฝ่ามือมากอบกุมมือกันเงียบ ๆ .. ริมฝีปากแดงของเขาเผยยิ้ม .. มันเป็นยิ้มที่มิยองเห็นแล้วรู้สึกอุ่นใจได้เสมอ ราวกับว่าเรื่องร้ายทั้งหลายแหล่ที่เธอกำลังเจอ .. หรืออาจจะต้องเจอมันไม่มีผลอะไรกับเธอเลย และไม่จำเป็นที่มิยองจะต้องเก็บมาคิดกังวลเลยสักนิด คล้ายกับว่าเธอไม่ต้องกลัวอะไรแล้วหากได้เห็นรอยยิ้มของเขา รอยยิ้มอ่อนโยนที่ปลุกปลอบหัวใจที่อ้อนล้าให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่ .. รอยยิ้มที่ทำให้มิยองรู้สึกปลอดภัยทุกครั้ง .. รอยยิ้มที่มิยองรู้ว่าจะไม่มีใครได้รับมันไปนอกจากเธอ ..

               
.. นอกจากฮวังมิยองแค่คนเดียว ..

               
ฉันไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา .. และฉันก็รู้ดีว่าความลับไม่มีใครโลก .. แต่ฉันกับมิยองอยากจะขอใช้เวลาที่เรามีกันและกันตอนนี้ให้คุ้มค่าที่สุดเหมือนเป็นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่ด้วยกัน .. ฉันเชื่อว่าความรักและความผูกพันของเราสองคนจะแข็งแกร่งพอที่จะทำให้เราผ่านมันไปด้วยกันได้ .. แทยอนพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา ราวกับว่ากำลังพูดเรื่องราวทั่วไป .. แต่แววตาสีน้ำตาลเข้มที่หนักแน่นจริงจังนั้นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยืนยันได้ดีว่าแทยอนไม่ได้พูดเพื่อให้ชางมินไว้วางใจ .. ไม่ได้พูดให้มิยองสบายใจ แต่เขาพูดเพราะเขามั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น

               
.. ความรักของเราจะทำให้เราผ่านทุกอย่างไปได้ด้วยดี ..


.. อาจจะเหนื่อยล้า อาจจะร้องไห้เสียน้ำตา อาจจะต้องเจ็บปวดกับอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ แต่แทยอนก็เชื่อ .. ว่าหากเราจับมือกันแน่นแบบนี้ .. หากเราอยู่เคียงข้างกัน .. เส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามเหล่านั้นก็จะไม่มีผลอะไร .. และจะไม่มีอะไรทำลายความรักของเราได้แน่นอน ..

 


พี่ชางมินได้โปรดเชื่อใจฉัน .. ฉันจะไม่มีวันทำให้น้องสาวของพี่ต้องเจ็บปวดเพราะฉันจะขอรับมันไว้ .. มิยองจะไม่มีวันเสียใจที่เลือกวางหัวใจไว้ที่ฉัน .. และพี่จะไม่มีทางผิดหวังที่เชื่อใจฉัน ..


ฉันสัญญา

               

                ============================
 

Senior Talk :
 

หายไปสองอาทิตย์ ฮือออออออออออ ยอมรับผิดแต่โดยดี .. ใกล้ถึงจุดพีคแล้ว .. มันเลยไม่รู้จะรวบปัญหาที่กระจาดกระายมารวมกันได้ยังไง
 
การสื่อออกมามันเลยค่อนข้างยาก บวกกับหัวสมองที่ขาวโพลน มันเลยเป็นประการละฉะนี้ -/\-
 
.. ตอนหน้าเดี๋ยวเพื่อนชายของมิยองจะโผล่มาเป็นตอนสุดท้ายแล้วจะหายไปเลยฮับ หายไปแบบหายไปเลยยยยยยยยยย
 
ที่พี่ชางมินและไอยูโผล่มาตอนเกือบจบมันมีเหตุผลน่ะ เหตุผลอะไรมารออ่านไปด้วยกันนะ \O/

 
พูดคุยกันได้ที่ http://ask.fm/SeniorSatvinit

และติดตามความเคลื่อนไหวของฟิคได้ที่ https://www.facebook.com/locksmith.the.project?ref=hl


รักษาสุขภาพกันด้วยนะทุกคน <3

© themy  butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #641 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 11:26
    มีความสุขแต่ก็แอบหน่วง ~ Tt
    #641
    0
  2. #332 Pandapink (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 20:21
    เฮ้อ. เมื่อไหร่ดราม่าจะสิ้นสุด และมีแต่เรื่องดี ๆ สักที อ่านไปก้ลุ้นไปว่าอย่าเพิ่งดราม่าอีกได้มั้ย
    #332
    0
  3. #331 กัลยา มีพวก (@2527yamee) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 13:22
    ใกล้จะได้ร้องไห้อีกแล้วใช่ไหมไรท์ รอติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #331
    0
  4. #330 กัลยา มีพวก (@2527yamee) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 13:19
    ใกล้จะได้ร้องไห้อีกแล้วใช่ไหมไรท์ รอติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #330
    0
  5. #329 ฟรีไทร์ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 11:07
    แทงกับน้องมิยองน่ารักกันมากๆๆ

    เตรียมตับเตรียมใจไว้แล้ว ตับพังแน่นอน
    #329
    0
  6. #326 Puii (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 06:58
    ไรท์กลับมาแล้วดีใจมากกกก พี่แทงน่ารักอ่ะอบอุ่นหวานกับน้องมิยองตลอดเวลาเลยนะ อร้ายยยยยยยยย

    #326
    0
  7. #325 ZkullS (@sundewz_ss) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 01:56
    -เพื่อนชาย ?? ย๊าาาาาาาาาาาาา นายยังไม่ไปไหนอีกหรอ ครั้งที่แล้วก็เกือบจะแย่ละ กลับมาครั้งนี้นี่ต้องต้มน้ำรอมั้ยพี่ซี 

    -พี่ชางมินกับไอยู มาเป็นกาวมั้ย ?? เพราะเจ้าชายกะเพื่อนสนิทก็เรียนกันคนละที่แล้ว ย้ายที่ใหม่น่าจะมีตัวละครที่มาไว้เป็นเพื่อนคู่คิดจะได้โยงไปเรื่อยๆได้ใช่ป่ะ ??

    อาาาา เดาไปเรื่อย ช่างเหอะเนอะ ดีใจที่กลับมาอัพซักที พี่ซีอาจหายไปนานแต่เราไม่เหงาเพราะแอบไปอ่านฟิคไวท์เดย์มา หุหุหุหุ พูดมากไปละ ยังงัยรออ่านเสมอนะฮะ ขอให้สมองขาวโพลนจงหายไป เพี้ยงงงงง
    #325
    0
  8. #324 ศินีนารถ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 01:09
    อย่าบอกว่ามิยองจะทิ้งพี่แทงไปไหนนะ กลัวดราม่ามาก่อนจบนะ

    ไรท์สู้ๆนะค่ะ
    #324
    0
  9. #323 gerre _888 (@gerre_888) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 00:48
    เตรียมตัวรอรับอาการปวดจิตตับพังกับดราม่าอยู่ค่ะไรท์
    #323
    0
  10. #322 TaeNy_SS (@pompam_ss) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 00:38
    โอ้เย้!! ไรท์กลับมาแล้ววววววว คิดถึงไรท์มากกก^0^
    #322
    0