ตอนที่ 60 : Chapter 58 ก้อนหินกับเม็ดทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ส.ค. 58

     


          เคยมีใครคนหนึ่งบอกไว้ว่า ..เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ.. แต่แทยอนไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่ามันจะผ่านไปเร็วขนาดนี้.. เหมือนเพิ่งจะเป็นเมื่อวานที่เราเพิ่งตกลงคบหากัน รอยยิ้มของเธอ อ้อมกอดของเธอ รอยจูบของเธอยังคงแจ่มชัดในสมองไม่มีทางลบเลือนออกไปง่ายๆ ทุกความทรงจำยังคงตราตรึง เสมือนความฝันที่แสนหวาน มันดีเสียจนแทยอนไม่คาดคิดมาก่อนว่าเราจะต้องเลิกกัน ..มันดีเสียจนแทยอนลืมนึกไปว่าไม่มีอะไรในโลกใบนี้ที่แน่นอน

จนกระทั่งเวลานี้ ..วินาทีที่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด .. นับตั้งแต่วันที่เธอเดินออกจากชีวิตของเขาไป.. นับตั้งแต่ความสัมพันธ์ที่เราร่วมกันรักษาและประคับประคองมันมาสิ้นสุดลง นับตั้งแต่วันที่ความฝันของเราพังทลายลงมากับตา.. แววตาคู่นั้นที่เปลี่ยนไป.. น้ำเสียงหวานที่เอ่ยตัดความสัมพันธ์กันอย่างไร้เยื่อใย นับตั้งแต่วันนั้น.. เหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา แทยอนรู้สึกเหมือนคนสูญเสียทุกอย่าง.. เหมือนคนไม่เหลืออะไรเลย ทั้งหมดที่รวมเป็นตัวเขามอบให้เธอแค่คนเดียว..ทุกสิ่งทุกอย่างที่รวมเป็นคิมแทยอนถูกมอบให้กับมิยองเพียงคนเดียว ..แทยอนมอบให้มิยองเป็นโลกทั้งใบของเขา..แต่เธอกลับ..

                ..ทิ้งมันไปอย่างง่ายดาย..

                กี่วันแล้วที่แทยอนเอาแต่จมอยู่กับกองน้ำตา.. จมอยู่กับตัวเอง เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แทยอนเองก็ไม่รู้.. หลายวันแล้วที่แทยอนไม่ยอมก้าวเท้าออกจากห้อง ห้องที่มีแต่ความทรงจำของเราอัดแน่นเต็มไปหมด ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตต่อไปยังไง..จะทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยังไง..ในเมื่อไม่ว่าจะมองไปทางไหน..

ก็มีแต่ภาพของเราเต็มไปหมดแบบนี้

               

                ฉันจะทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยังไง บอกฉันทีสิ..ฉันจะเข้มแข็งได้ยังไง

..เมื่อตอนนี้..แม้แต่แรงหายใจ..ฉันยังไม่มีเลย..

 

                . . .

 

                เป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้ข่าวคราวอะไรจากคิมแทยอนเพื่อนสนิท นักศึกษาแพทย์ไอรีนที่ตอนนี้เรียนอยู่ปีที่ 5 กำลังกระวนกระวายอย่างหนัก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแทยอนกันแน่.. อยู่ๆ ก็เงียบหายไปเลยตั้งแต่วันที่เขาโทรมาเล่าให้ฟังว่าโดนจับแยกกับมิยองเพราะโดนพ่อของเขาจับได้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับคนรัก.. หลังจากนั้นแทยอนก็หายเงียบไป ไอรีนโทรหาเท่าไหร่เขาก็ไม่รับ แม้กระทั่งกระหน่ำส่งคาเคาทอร์กหาไอ้คนขี้เก๊กนั่นก็ไม่ยอมตอบ..ไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน แทยอนกำลังทำตัวเหมือนมนุษย์ล่องหนโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีใครเป็นห่วงเขาบ้างหรือเปล่า

                ใช่ว่าไอรีนจะไม่ตามหาแทยอนจากมิยองหรอกนะ แต่เพราะโทรหาไปมิยองแล้วก็ได้ผลตอบรับที่ไม่ต่างกันนัก..มิยองไม่แม้แต่จะรับสายแถมพอถามเวนดี้เรื่องนี้เจ้าตัวก็ไม่ตอบอะไรนอกจากคำว่าไม่รู้และเลี่ยงไปพูดถึงเรื่องอื่นแทน ด้วยเหตุผลนี่เองทำให้ไอรีนต้องใช้วันหยุดที่แสนจะมีค่าของตัวเอง (เนื่องจากตารางเรียนที่แน่นเอี๊ยดจนแทบจะเป็นบ้าตายให้ได้) มาดักรอแฟนตัวดีถึงหน้าคณะ..เพื่อหวังจะได้เจอตัวต้นเหตุที่ทำให้หล่อนต้องมาปวดประสาทแบบนี้

                “อ้าว? รีน ตัวมาทำอะไรที่นี่ วันนี้ไม่มีเรียนทำไมไม่พักผ่อนอยู่ที่บ้านล่ะ” เวนดี้ร้องถามทันทีที่เดินลงมาจากอาคารเรียนพร้อมสาวน้อยหน้าตาน่ารัก (ที่ไอรีนจำได้ว่าชื่อไอยู) แต่กลับไม่พบวี่แววของคนที่ไอรีนอยากจะเจอทั้งสองคนแม้แต่น้อย

                แต่ไอรีนกลับไม่ได้ตอบอะไรนอกจากใช้ดวงตาสวยๆ คู่นั้นสอดส่องหาอะไรสักอย่าง..หรืออาจจะบางคน..ในกลุ่มนักศึกษาที่พากันทยอยเดินลงมาจากอาคารเรียน เวนดี้มุ่นคิ้วอย่างไม่ค่อยจะพอใจนักยามที่สายตาของนักศึกษาคนอื่นเลียบๆ เคียงๆ มองไอรีนขณะที่เดินผ่านไปมา ..ไม่ว่ายังไงก็ไม่ชอบจริงๆ นะที่เห็นคนอื่นมองแฟนตัวเองเหมือนอยากจะได้ไว้แบบนี้.. คิดแล้วก็พ่นลมหายใจแรงๆ ออกมาเฮือกหนึ่งก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของหล่อนไว้ ถามย้ำอีกครั้งถึงจุดประสงค์ที่คนขี้เซาแบบไอรีนมาหากันถึงที่นี่แทนที่จะนอนอยู่บ้านในวันหยุดแบบนี้

                “มาหาแทง..แทงไม่มาเรียนหรอ”

                “พี่แทยอนไม่มาเรียนเกือบอาทิตย์แล้วล่ะค่ะ” เป็นไอยูเองที่เลือกจะตอบคำถามนั้น ใบหน้าสะสวยแสดงสีหน้าหนักใจออกมาชัดเจน “ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไรไป..ไม่มีใครติดต่อได้เลย อยู่ๆ ก็เงียบหายไปเฉยๆ ทั้งที่ก็ใกล้จะถึงวันส่งผลงานเตรียมจบแล้วแท้ๆ”

                “แล้วมิยองล่ะ...มิยองไม่รู้เรื่องเลยเหรอการที่แทยอนหายไปแบบนี้”

                “มิยอง....”

                “เอ๊ะ นั่นน้องมิยองนี่... น้องมิยอง!!...”

ทว่า.. เสียงตะโกนเรียกคนที่คุ้นเคยดีกลับต้องเงียบไปเมื่อร่างบอบบางที่ไอรีนตั้งใจมาพบในคราวแรกนั้นเดินเร่งฝีเท้าเร็วๆ ผ่านไปโดยไม่หันมามองกันเลยสักนิด แต่สิ่งที่ทำให้ไอรีนแปลกใจยิ่งกว่าคือการที่เห็นมิยองเดินไปหาผู้ชายร่างสูงสง่าหน้าตาหล่อเหลา มิยองส่งยิ้มน้อยๆ ให้กับผู้ชายคนนั้นและสอดตัวเข้าไปนั่งในรถยนต์สัญชาติยุโรปคันหรู ก่อนจะขับออกจากรั้วมหาลัยไปจนลับสายตา ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้ไอรีนเริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูก

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร..ทำไมน้องมิยองต้องไปกับผู้ชายคนนั้น”

“เอ่อ...”

“ตัวรู้เรื่องใช่มั้ย ? บอกเค้ามาเดี๋ยวนี้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนั้น” ไอรีนถามเวนดี้ที่เลี่ยงไม่สบสายตาเสียงแข็ง สีหน้าหนักใจของแฟนเด็กทำให้คนฉลาดของหล่อนรู้ดีว่าเวนดี้จะต้องรู้เรื่องทั้งหมด..ทั้งเรื่องที่มิยองไปกับผู้ชายคนนั้น..และเรื่องที่แทยอนหายไปเงียบๆ แบบนี้ด้วย “เวนดี้..ตัวก็รู้นะว่าเค้าไม่ชอบอะไรที่มันไม่ชัดเจน”

“คือ...”

“เค้าบอกให้ตัวพูดออกมาให้หมดว่ารู้อะไรบ้าง! ซึงฮวาน!! พูดออกมาเดียวนี้! เกิดอะไรขึ้นกับแทยอน!” ไอรีนขึ้นเสียงถามจนเกือบจะกลายเป็นตวาด หล่อนโผเข้ากระชากคอเสื้อของแฟนตัวเองด้วยความหงุดหงิด ไม่ชอบเลย..ไม่ชอบที่จะต้องเป็นคนสุดท้ายที่มารู้เรื่องอะไรแบบนี้..ยิ่งเป็นเรื่องของเพื่อนสนิทตัวเองด้วยแล้ว ทั้งเป็นห่วงแทยอนที่หายไปแบบไม่บอกไม่กล่าว ทั้งหงุดหงิดที่เวนดี้ไม่บอกอะไรกันเลยสักนิดทั้งที่รู้เรื่องราวทั้งหมด

“โอเค ..โอเค..” เวนดี้ยกมือขึ้นแสดงท่าทียอมแพ้ ก่อนจะหันไปบอกไอยูที่มีหน้าตกใจว่าให้กลับไปก่อน “เราไปหาที่เงียบๆ คุยกันมั้ย? คือ..เรื่องมันยาวจริงๆ ..รีนต้องใจเย็นก่อนนะ..เรื่องนี้เราทำอะไรไม่ได้มากนักหรอก..”

 

“ขนาดเจ้าตัว..ยังไม่มีสิทธิที่จะทำอะไรได้เลยสักนิด..”

               

                นี่มันเรื่องบ้าอะไร..ทำไมทุกอย่างมันถึงกลายเป็นแบบนี้ได้..

                คำถามล้านแปดวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดตั้งแต่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของคนรัก แก้วมอคค่าเย็นถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ถูกแตะต้องแม้แต่น้อย ไอรีนกัดริมฝีปาก หัวคิ้วขมวดรั้นอย่างเคร่งเครียด.. เรื่องราวที่ได้รับรู้ผ่านปากของเวนดี้ทำให้ความกังวลใจที่มีอยู่แล้วเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าตัว ตอนนี้หล่อนไม่เป็นห่วงหรือกังวลอะไรนอกจากความรู้สึกของเพื่อนสนิท เพราะสาเหตุนี้ใช่ไหมเจ้าบ้าแทยอนถึงไม่ยอมติดต่อมาหรือรับสายเธอแม้แต่น้อย เพราะเขาต้องแบกรับความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกทิ้งโดยที่เขาไม่รู้อะไรเลย

                “แล้วตัวรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

                “ก็ตั้งแต่วันแรกที่พี่แทยอนไม่มาเรียนนั่นแหล่ะ” เวนดี้ตอบเสียงอ่อย รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้บอกคนรักทั้งที่เรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับแทยอน.. และเวนดี้ก็รู้ดีว่าไอรีนให้ความสำคัญกับแทยอนมากแค่ไหน เพื่อนสนิทหายไปแบบไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้คนรักจะมีท่าทีกระวนกระวายก็ไม่แปลก

                “แล้วทำไมตัวไม่บอกเค้า ทั้งที่ตัวก็น่าจะรู้ว่าถ้าเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้วแทยอนต้องแย่แน่ๆ” ไอรีนโวยวายใส่คนอายุน้อยกว่า มันน่าไหม มันน่าโมโหไหม..เก็บเรื่องนี้ไว้นานแค่ไหนแล้ว ถ้าไม่มาหากันถึงที่ ไม่เค้นเอาความจริงออกมาก็คงไม่บอกใช่ไหม “ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ ซนซึงฮวาน”

                “เค้าก็ไม่อยากเก็บไว้หรอกไอรีนถ้ามิยองไม่ขอร้องเอาไว้” เวนดี้ตอบ สีหน้าที่แสดงออกชัดเจนถึงความไม่สบายใจทำให้ท่าทางขุ่นเคืองในตอนแรกของไอรีนอ่อนลง คนอายุน้อยกว่าผ่อนลมหายใจเพื่อระบายความรู้สึกกังวลใจแม้จะรู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนักก็ตามที “มิยองน่ะ..เห็นดูมีความสุขดีแต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอก..ถึงภายนอกอาจจะดูไม่เป็นอะไร แต่ทุกครั้งที่เค้ามองตามิยองน่ะ..เค้าเจ็บปวดแทนเลยรู้ไหม..ไม่รู้จะช่วยยังไงดี..”

                “เรื่องนี้เราทำอะไรไม่ได้เลยงั้นเหรอ”

                “ไม่ได้เลย..” เวนดี้ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง มือบางยกขึ้นเสยเส้นผมสีบลอนด์ทองของตัวเองแล้วนั่งพิงพนักเก้าอี้แน่นิ่งไป “ขนาดเจ้าตัวยังไม่มีสิทธิอะไรเลยสักนิด..แล้วพวกเราจะช่วยเหลือได้ยังไง..ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอกรีน..ทางเดียวที่จะจบปัญหานี้ได้คือให้คุณพ่อของพี่แทยอนเปลี่ยนความคิดที่จะจับคู่..แต่เค้าว่าคงยาก..”

                คำตอบของเวนดี้ชักนำให้บรรยากาศของบทสนทนาระหว่างทั้งคู่กลับมาเงียบอีกครั้ง ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง.. ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้ว่าเราจะนั่งอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมก็ตาม.. แต่เสียงลากเก้าอี้ทำลายความเงียบนั้นลงเมื่อไอรีนตัดสินใจลุกขึ้น เวนดี้เงยหน้าสบตากับคนรักจ้องมองเข้าไปในแววตาคู่นั้นแทนคำถาม

                “เค้าจะไปหาแทยอน”

 

                ร่างสมส่วนของนักศึกษาแพทย์ไอรีนก้าวลงจากรถยนต์คันหรูทันทีที่เวนดี้ดับเครื่องยนต์ สมาร์ทโฟนถูกหยิบขึ้นมาใช้งานอีกครั้งหลังจากที่เจ้าของมันพยายามติดต่อปลายสายตลอดทาง แต่ดูเหมือนยิ่งติดต่อปลายสายมากเท่าไหร่ผลที่ได้รับกลับมาก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย แทยอนไม่รับสาย..ไม่แม้แต่จะมีสัญญาณอะไรตอบกลับมาเลยสักนิด แน่นอนว่าการกระทำของเพื่อนสนิททำให้หล่อนแทบจะเป็นบ้าให้ได้เพราะความเป็นห่วง

                “ไอ้บ้านี่ โทรศัพท์มีไว้วางทับกระดาษโน้ตเพลงหรือยังไง ทำไมไม่รู้จักรับนะ จะสำนึกบ้างไหมว่าทำให้ฉันเป็นห่วงจะบ้าตายอยู่แล้ว คอยดูนะถ้าเจอหน้าเมื่อไหร่แม่จะฟาดไม่ยั้งเลย”

                “เค้ากลัวว่าพี่แทยอนจะเป็นอะไรไปมากกว่า..” เวนดี้เปรยขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดระหว่างที่ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่ในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ “รู้สึกใจไม่ดียังไงก็ไม่รู้สิ..”

                “อย่าพูดอะไรบ้าๆ น่า...แทยอนไม่ใช่คนที่คิดอะไรสั้นๆ แบบนั้นสักหน่อย”

                “ตัวก็รู้ไม่ใช่เหรอว่ามิยองเป็นเหมือนโลกทั้งใบของพี่แทยอน..แล้วพอเรื่องมันเกิดขึ้นแบบนี้...”

                ความรู้สึกหวั่นกลัวค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในจิตใจหลังจากที่เวนดี้จบประโยคด้วยความเงียบ ไอรีนกำโทรศัพท์ในมือแน่นในขณะที่มือตัวเองกำลังเย็นเฉียบ ..กลัว..กลัวเหลือเกินว่าเพื่อนจะคิดสั้น แม้ว่าจะพยายามคิดในแง่ดีแค่ไหนว่าแทยอนไม่มีทางคิดอะไรตื้นๆ แบบนั้น..แต่ใจหนึ่งก็อดกลัวไม่ได้เลย..เพราะไอรีนรู้ดีเสมอว่ามิยองมีค่าและมีความหมายกับแทยอนมากแค่ไหน หล่อนรู้ว่าเพื่อนรักมิยองมากแค่ไหน..มิยองเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่แทยอนมี และพอทั้งคู่ต้องจบความสัมพันธ์กันแบบนี้..พอมิยองต้องจากแทยอนไปทั้งที่แทยอนไม่รู้อะไรเลยแบบนี้..มันก็อดทำให้ไอรีนคิดมากไม่ได้ว่าแทยอนจะมีสภาพเป็นยังไง..

                ..ไอรีนกลัวแทยอนจะเสียใจจนคิดอะไรตื้นๆ..

                ..มันคือสิ่งที่หล่อนกลัวมาตลอด..

 

                ประตูห้องพักถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วเมื่อไอรีนและเวนดี้มาถึง.. ภายในห้องพักนั้นเงียบสนิท.. มีเพียงเสียงหัวใจของไอรีนเท่านั้นที่เต้นดังกึกก้อง หญิงสาวสูดลมหายใจลึกปรับจังหวะลมหายใจให้เข้าสู่สภาวะปกติ พยายามควบคุมความคิดที่กำลังแตกกระเจิงให้เข้าที่ มันเงียบ.. บรรยากาศตอนนี้มันเงียบเกินไป.. เงียบเสียจนรู้สึกใจไม่ดีอย่างไรก็ไม่รู้..ความคิดบ้าๆ บางอย่างกำลังวิ่งวุ่นเข้ามาในหัว ..ไออุ่นจากมือนุ่มที่ขยับเข้ามากอบกุมกันไว้ทำให้หล่อนหันไปมองคนข้างกาย ..สีหน้าแปลกๆ ของคนรักทำให้ไอรีนรู้ได้ทันทีว่า

                ..เวนดี้ก็รู้สึกหวั่นกลัวกับความเงียบแปลกๆ เช่นเดียวกัน..

                “ตัว..เค้ารู้สึกใจไม่ดียังไงก็ไม่รู้” ไอรีนกระซิบแผ่วท่ามกลางความเงียบจากห้องชุด หญิงสาวช้อนสายตามองเวนดี้ที่มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน ไม่ต้องรอให้คนรักได้ตอบอะไรกลับมา ไอรีนพาร่างของตัวเองเดินนำเข้าไปในห้องพักที่เปิดประตูไว้เหมือนกับรอให้ใครบางคนเข้าไปอยู่แล้ว หล่อนกวาดสายตามองไปรอบห้อง.. ทุกสิ่งทุกอย่างยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไป.. มันยังเหมือนเดิม ของคู่ทุกชิ้นที่บ่งบอกถึงการ เคย มีตัวตนของใครอีกคนถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบในที่ของมัน ..พอมาเห็นแบบนี้..ก็ยิ่งนึกเป็นกังวล..

                ..แทยอนจมอยู่กับทุกสิ่งที่เคยเป็นความทรงจำของเขากับใครอีกคนมาตลอดตั้งแต่เกิดเรื่อง..คนตัวเล็กต้องเจ็บปวดแค่ไหนกับความจำเหล่านั้น..

                “พี่แทยอน!!

                เสียงเวนดี้ที่ร้องลั่นด้วยความตระหนกทำให้ไอรีนดึงสติกลับมาทันที หญิงสาวหมุนตัวกลับจากห้องนอนของเพื่อนสนิทและวิ่งไปยังต้นเสียงเมื่อครู่ และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาตรงหน้าทำให้หัวใจของไอรีนหยุดเต้นไปชั่วขณะ ร่างเล็กของแทยอนนอนนิ่งอยู่ในอ่างอาบน้ำที่ถูกเปิดจนล้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มปิดสนิทขณะที่แทยอนจมร่างของตัวเองอยู่ในน้ำที่อุ่นจัด มีเพียงฟองอากาศเล็กๆ ที่ผุดจากมุมปากบางเพียงอย่างเดียวที่ยังเป็นสัญญาณว่าเขายังมีชีวิตอยู่

ไอรีนพุ่งเข้าไปหาร่างที่นอนจมตัวเองอยู่ในอ่างอาบน้ำ คว้าเอาผ้าขนหนูที่แขวนอยู่บนราวแขวนผ้าในขณะที่เวนดี้ลากร่างของแทยอนขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ร่างเล็กถูกห่อด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ ทั้งคู่พาแทยอนที่หมดสติไปที่ห้องนอน ร่างเล็กถูกวางลงกับเตียงนุ่มอย่างแผ่วเบา ภาพที่เห็นเมื่อครู่มันติดตา..จนเวนดี้และไอรีนไม่อยากคิดเลยว่าหากทั้งคู่ไม่ตัดสินใจมาดูแทยอนวันนี้..คนตัวเล็กจะมีลมหายใจไปถึงวันพรุ่งนี้หรือเปล่า

“ไอ้บ้าแทยอน..ไอ้คนงี่เง่า” เสียงต่อว่าที่คล้ายกับจะตัดพ้อคนที่ยังไม่ได้สติดังออกมาจากปากของนักศึกษาแพทย์ที่ตอนนี้ใจเสียไปแล้ว ไอรีนเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อซ่อนน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาให้คนรักเห็น ..เพราะไม่อยากให้คนรักเป็นห่วงสภาพจิตใจที่กำลังอ่อนไหวในตอนนี้ ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจเช็ดตัวให้เพื่อนสนิทที่ยังคงไม่ได้สติอย่างตั้งใจเงียบๆ

 เวนดี้เหลือบมองคนรักที่มีสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ก็พอเข้าใจ ไม่ได้หึง..ไม่ได้หวาดระแวงกับท่าทีแบบนั้นของคนรักสักนิด เพราะเข้าใจดีว่าสำหรับไอรีนนั้นแทยอนเป็นเพื่อนที่สำคัญมากแค่ไหน อีกอย่าง..สภาพของแทยอนตอนนี้ทำให้คนที่มองอยู่สะเทือนใจได้ไม่น้อยเลย.. โดยเฉพาะไอรีนที่เป็นเพื่อนสนิทของเขา

คิมแทยอน คนที่เข้มแข็งและแบกรับอะไรไว้เกินกว่าที่บ่าเล็กๆ นั้นจะรับไหว คนที่เก็บซ่อนทุกอย่างไว้ ทุกความเจ็บปวด ทุกความกดดัน ทุกความเสียใจ..เพียงเพราะไม่อยากให้คนที่อยู่รอบตัวเขาจะต้องเป็นกังวล ..คนที่อาจจะดูเย็นชา..แต่ที่จริงแล้วเขาเป็นคนที่อ่อนโยนและใจดีที่สุด แม้จะแสดงออกไม่เก่ง แม้จะพูดไม่เก่ง..แต่ความจริงใจที่แสดงออกมาทางการกระทำและสายตาคู่นั้นทำให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวรักเขาได้ไม่ยาก ..เวนดี้ด้วยก็เช่นกัน ..สำหรับเวนดี้แล้ว แทยอนเป็นเหมือนบุคคลตัวอย่างที่ทำให้ตัวเวนดี้เองมีความพยายามที่จะไล่ตามความฝันของตัวเอง ..และเป็นบุคคลตัวเองที่ทำให้เขาอยากจะดูแลคนรักให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ ความรักของพี่แทยอนกับมิยองเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่และงดงาม..เพราะอย่างนี้.. เพราะเห็นกับตาว่าทั้งคู่รักกันมากแค่ไหน.. เพราะแบบนี้.. พอมาเห็นสภาพของแทยอนแบบนี้ หัวใจก็พาลวูบไหวจนอย่างจะร้องไห้

..สงสารทั้งคู่..ที่รักกันมาก..ที่ทำทุกอย่างเพื่อกันและกันมาตลอดต้องมามีบทสรุปความสัมพันธ์แบบนี้..

..สงสารทั้งคู่ที่จำเป็นต้องเลิกกันทั้งที่รักกันมากแค่ไหน..

..สงสารที่คนหนึ่งโดนทิ้งทั้งที่ไม่รู้อะไร และสงสารอีกคนที่จำเป็นต้องทิ้งเพื่ออนาคตของอีกคน..

..เห็นใจ.. อยากช่วย.. แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง..

..ขนาดคนที่ทำให้แทยอนต้องเป็นแบบนี้ยังไม่มีสิทธิเลือกอะไรให้ตัวเองได้เลยสักนิด..

 

“เดี๋ยวเค้า..ไปทำอะไรอุ่นๆ เตรียมไว้ก่อนดีกว่า..พี่แทยอนฟื้น..จะได้ทานได้เลย” เวนดี้พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก้อนสะอื้นถูกกลืนลงคอพร้อมกับเก็บซ่อนความรู้สึกหน่วงหัวใจไว้ไม่ให้แสดงออกมา ก่อนที่จะพาร่างตัวเองเดินออกจากไปห้องนอนและทิ้งไอรีนให้ดูแลแทยอนคนเดียว

เสียงฝีเท้าของเวนดี้เงียบไปแล้ว.. ชัดเจนแล้วว่ามีเพียงไอรีนและแทยอนที่ยังไม่ได้สติเท่านั้นที่อยู่ในห้องนี้ ดวงตาคู่สวยที่เริ่มร้อนผะผ่าวไล่มองสำรวจใบหน้าของเพื่อนสนิทที่ยังไม่รู้สึกตัว ..ใบหน้าใสของแทยอนหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ใต้ดวงตาบวมช้ำเหมือนผ่านการร้องไห้อย่างหนัก แทยอนซูบผอมลงมาก..สภาพของเขาใกล้คำว่าตรอมใจเข้าไปทุกที ไอรีนกลั้นน้ำตาขณะที่ใช้ผ้าขนหนูที่แห้งสนิทเช็ดไปตามเนื้อตัวที่เปียกปอนของเขา ..ไอ้บ้า ..เธอคิดบ้าอะไรอยู่ถึงไปนอนแช่น้ำอยู่ตั้งหลายชั่วโมงแบบนั้น..ถ้าฉันไปไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ..ถ้าฉันไม่มาหาเธอวันนี้.. คิดถึงตรงน้ำหยดน้ำตาก็ร่วงลงมาอาบแก้ม ไอรีนยกมือขึ้นเช็ดมันเงียบๆ ขณะที่ลงมือเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกคน เนื้อตัวของเขาอุ่นจัดจนเข้าใกล้คำว่าร้อน.. อาจจะเป็นเพราะเขาแช่ในน้ำอุ่นจัดนานเกินไป.. ไอรีนคิดแล้วผ่อนลมหายใจออกมา

..ฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่จะฟาดไม่ยั้ง โทษฐานที่ทำให้เป็นห่วงจนแทบบ้าแบบนี้..

 

เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ ..ตัวเขาหลับไปนานเท่าไหร่.. แทยอนก็ไม่อาจรู้.. รู้เพียงแต่ทันทีที่รู้สึกตัวขึ้นมา ร่างทั้งร่างก็พาลหนักอึ้งไปเสียหมด แม้กระทั่งดวงตาทั้งสองข้างก็หนักเสียจนลืมตาขึ้นมาได้ยากนัก ..ไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยสักนิด..ความฝันของเขามันดีเสียจนไม่อยากตื่นขึ้นมาพบกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเลย ภาพที่เราสองคนเดินกุมมือกันแน่น ภาพที่เราสองคนมอบรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขใจให้กันและกัน ..ภาพความฝันที่ยังคงมีเธอ ..ทั้งหมดนั้นมันดี ..ดีเสียจนแทยอนไม่อยากตื่นขึ้นมาพบกับความจริงที่โหดร้าย ไม่อยากตื่นขึ้นมาเจอกับสิ่งที่ตอกย้ำให้เขาได้รู้ว่า มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่กระนั้น..เจ้าร่างกายไม่รักดีกลับไม่ทำตามที่ใจต้องการ เปลือกตาบางกระตุกเบาๆ ยามที่คนตัวเล็กรู้สึกตัวก่อนจะค่อยๆ ปรือดวงตาสีน้ำตาลเข้ม แสงที่แยงสายตาทำให้แทยอนเผลอหรี่ตาเพื่อปรับโฟกัสของภาพ.. ก่อนที่เขาจะลืมตาตื่นอย่างเต็มตา

แทยอนนอนมองเพดานห้องนอน..ภาพความทรงจำเดิมๆ ไหลวนเข้ามาในสมองเหมือนภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำ หลับตาก็นึกถึงแต่เรื่องของเรา ลืมตาตื่นขึ้นมาก็ยังคงนึกถึงแต่เรื่องของเรา ..มันต่างกันก็เพียงแค่.. ในฝันฉันยังมีเธออยู่ข้างกาย ยังรับรู้ได้ว่าเธอยังรักกัน รอยยิ้มของเธอยังคงชัดเจน รอยจูบของเธอ ความอบอุ่นของเธอ ..ทุกสิ่งที่รวมเป็นเธอ..มันชัดเจนแม้กระทั่งในฝัน แต่มันน่าตลกตรงที่พอตื่นขึ้นมาเจอกับความเป็นจริง ..ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นและชัดเจนในความฝันมันเป็นสิ่งที่ เคย เกิดขึ้น ..มันเป็นอดีตไปแล้ว เธอไม่อยู่.. เธอหายไป ..เธอจากไปด้วยเหตุผลที่ฉันกลัวมันมาตลอด

ทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่ชัดเจน..ความทรงจำที่เราเคยทำร่วมกัน..

พอนึกถึงตรงนี้ ความรู้สึกเจ็บปวดเหมือนโดนปลายมีดกรีดเข้าที่หัวใจ ..ซ้ำรอยแผลเดิมที่ยังคงไม่หายดี..รอยแผลที่ยิ่งนานวันยิ่งอักเสบจนพาลให้หัวใจร้าวระบมก็ย้อนกลับมาทำร้ายเขาอีกครั้ง ..น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง..เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วตั้งแต่เธอทิ้งเขาไปแทยอนก็ไม่ได้นับ ..ไม่ได้ใส่ใจ..เขารู้แต่เพียงว่าน้ำตาอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยระบายความเจ็บปวดในหัวใจได้บ้าง..แม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดนี้ให้ลดลงในเร็ววันได้เลยก็ตามที

“ไง..ฟื้นแล้วเหรอ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้แทยอนเหลือบสายตาไปมอง เขากระพริบตาถี่เพื่อไล่น้ำตาไม่ให้คนที่ขยับตัวเข้ามาช่วยประคองให้เขาลุกขึ้นนั่งเห็น “ไงล่ะ”

“อืม”

“อืม..แค่ อืม เองเหรอ? ไม่คิดจะอธิบายอะไรให้ฟังเลยหรือยังไง ตื่นมาก็ทำหน้าซังกะตายแล้วตอบแค่ อืม”

“แล้วจะให้ฉันพูดอะไร..” แทยอนตอบเสียงแผ่ว น้ำเสียงของเขานั้นเบาเสียจนทำให้คนฟังรู้สึกใจหาย

“ก็พูดอะไรสักคำเกี่ยวกับเรื่องที่แทงกำลังเจออยู่ แล้วก็อธิบายเรื่องที่แทงจมตัวเองในอ่างอาบน้ำนั่นไง!!” ไอรีนตั้งต้นโวยวายใส่ ความอดทนของหล่อนหมดลงเมื่อเห็นสีหน้าซีดเซียวของเพื่อนสนิท ห่วงก็ห่วงมันจนจะบ้าตายแทนที่จะตื่นขึ้นมาพูดอะไรให้มันสร้างสรรค์หน่อย แต่กลับพูดแค่ อืม คำเดียวแบบนี้มันน่าไหม “คิดบ้าอะไรอยู่ จะฆ่าตัวตายหรือยังไง ทำไมคิดอะไรบ้าๆ แบบนั้น!!

“อะไรของเธอ โอ๊ย!! เป็นบ้าอะไรของเธอไอรีน??”

“แทงนั่นแหละที่บ้า ไอ้บ้า ไอ้บ้า ทำไมไม่รู้จักคิด ทำไมทำอะไรถึงไม่รู้จักคิด เสียแรงที่เคยสอบเข้าหมอด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง เสียแรงที่ทำอะไรก็เก่งไปหมดแต่ดันมาสิ้นคิดฆ่าตัวตาย ไอ้บ้า!!” ไอรีนโวยวายเสียงดัง โผเข้าทุบกำปั้นเข้าที่ไหล่ของคนตัวเล็กที่พยายามปัดป้อง ทั้งทุบทั้งตีด้วยความโกรธ ทั้งโกรธทั้งเสียใจที่เพื่อนทำอะไรสิ้นคิดแบบนั้น ไอรีนพยายามจะทำให้แทยอนเจ็บ พยายามตีเขาทุกทีที่หล่อนสามารถเข้าถึงเนื้อตัวเขาได้ อยากจะฟาด อยากจะตีให้ผิวขาวๆ ช้ำไปทั้งตัวเผื่อไอ้บ้าแทยอนจะคิดได้บ้าง “คนบ้าอะไรไปฆ่าตัวตายในอ่างอาบน้ำ อยากจะฆ่าตัวตายเป็นผีเฝ้าห้องน้ำจริงๆ ทำไมไม่เอามีดกรีดข้อมือไปเลยล่ะ!!!

“แล้วใครบอกเธอว่าฉันจะฆ่าตัวตาย ก่อนจะโวยวายอะไรช่วยเงียบแล้วฟังกันหน่อยได้ไหม!!” แทยอนสวนกลับไปเสียงดัง เขาคว้าเอามือที่กำลังระดมทุบตัวเขาไว้หยุดไว้แน่น ถลึงตามองไอรีนที่ยังคงโวยวายน้ำหูน้ำตาไหลไม่หยุด “มีสติหน่อย เบจูฮยอน!!

“มีอะไรกัน ??”

“เอาแฟนเธอไปสงบสติที เวนดี้” แทยอนออกปากสั่งทันทีที่เห็นเวนดี้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง คนตัวเล็กสบถสองสามคำขณะนวดไหล่ที่ปวดระบมจากการโดนเพื่อนสนิททุบ “พอฉันตื่นขึ้นมายัยนี่ก็โวยวายไม่หยุด..น่ารำคาญเสียจริง”

“ก็แทงจะฆ่าตัวตายนี่!!

“แล้วอะไรที่ทำให้เธอคิดว่าฉันจะฆ่าตัวตายไม่ทราบ”

“ก็เล่นนอนนิ่งอยู่ในอ่างอาบน้ำแบบนั้น จมมิดตั้งแต่หัวยันเท้าใครมาเจอแบบนั้นมันก็คิดว่าเธอคิดสั้นทั้งนั้นนั่นแหล่ะ” ไอรีนส่งค้อนทั้งที่ตายังแดงๆ จากการร้องไห้ หญิงสาวพยายามกลั้นเสียงสะอื้นแม้ว่าจะมีเวนดี้ลูบแขนปลอบป้อยๆ มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก “แล้วถ้าไม่ได้จะฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองจมน้ำในอ่างอาบน้ำไปได้ยังไงกัน?”

“ฉันแค่จะลุกมาแช่น้ำ..แล้วอยู่ๆ มันก็น็อกไปตอนไหนไม่รู้” แทยอนตอบ น้ำเสียงของเขายังคงเจือความหงุดหงิดจางๆ เขานิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง หัวคิ้วขมวดรั้นคล้ายกับกำลังครุ่นคิดถึงอาการของตัวเองที่แปลกๆ มาสองสามวันแล้ว “สภาพร่างกายอาจจะไม่ค่อยดี..”

                “เป็นไข้แน่ๆ ..เล่นไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยให้โทรมขนาดนี้ นี่คงกินแต่น้ำตาแทนข้าวสินะ”

                “ก็คงอย่างนั้น”

                “ไอกู..เธอนี่มันจริงๆ เลยให้ตายเถอะ” ไอรีนขมวดคิ้วใส่เพื่อนสนิทที่เอาแต่นั่งนิ่ง เอื้อมมือไปจับท่อนแขนเล็กพร้อมออกแรงกระชากเบาๆ ให้อีกคนเข้ามาใกล้ “มาวัดไข้” ปรอทวัดไข้ถูกยัดใส่ปากแทยอนที่ถลึงตามอง แต่มีหรือที่หล่อนจะใส่ใจ น่ากลัวตายล่ะทำตาพองใส่แบบนั้น ตัวก็เตี้ย อาการก็ไม่ค่อยดีแล้วยังจะซ่า มันน่าเอาหมอนฟาดใส่สักที “คายปรอทออกมาได้แล้ว” หญิงสาวทำตาโตเมื่อเห็นตัวเลขดิจิตอลบนปรอทวัดไข้ ไอรีนตวัดสายตาส่งค้อนอีกครั้ง “ไข้สูงขนาดนี้คิดยังไงไปนอนแช่น้ำในอ่างไม่ทราบยะ? แถมน้ำในอ่านก็ร้อนจะต้มตัวเองให้สุกหรือยังไง ห๊ะ คิมแทยอน”

                “ขี้บ่นชะมัด..น่ารำคาญ”

                “ย่าห์ !! เธอว่าผู้มีพระคุณของเธอได้ยังไงกัน!!

                “แล้วใครขอให้เธอมาช่วยฉันกันล่ะ”

                “ก็เพราะไม่อยากให้คนบ้าๆ แบบเธอต้องเป็นอะไรไปนะสิ!! เป็นห่วงนะรู้เอาไว้ด้วย!!” ไอรีนแหวกลับไปเสียงแหลม คำพูดที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย..แม้จะสวนทางกับสายตาที่เขม้นมองมาก็เถอะ แต่แทยอนก็รู้ได้ว่าไอรีนเป็นห่วงแค่ไหน เพราะอย่างนั้นเขาจึงนั่งเงียบไป ไอรีนพ่นลมหายใจเสียงดังก่อนจะเริ่มออกปากบ่นคนป่วยที่ไม่เจียมตัวอีกครั้ง “ความจริงเธอไม่ควรจะลงไปแช่น้ำทั้งที่ยังมีไข้ด้วยซ้ำ เคยเรียนหมอมายังไงเรื่องแค่นี้ทำไมไม่รู้”

                “ฉันไม่รู้นี่ว่าตัวเองจะมีไข้สูงขนาดนั้น..แค่คิดว่าไม่เป็นอะไรมาก”

                “นั่นเพราะเธอไม่สนใจจะดูแลตัวเองต่างหาก ได้ส่องกระจกดูตัวเองบ้างหรือเปล่าว่าโทรมลงไปขนาดไหน เธอทรมานตัวเองแบบนี้คิดว่าน้องมิยองจะกลับมาหาเธออย่างนั้นเหรอ อย่าคิดอะไรตื้นๆ ไปหน่อยเลย ต่อให้เธอปล่อยตัวเองแย่กว่านี้ คนที่เธอรอก็ไม่มีทางกลับมาหรอก ไม่มีทาง”

                “เธอจะไปรู้อะไร??เธอไม่ใช่ฉัน เธอไม่มีทางรู้หรอกว่าฉันรู้สึกยังไง” แทยอนสวนกลับไปเสียงดัง ดวงตาสีเข้มแดงกร่ำขึ้นมาอย่างที่เจ้าตัวก็ห้ามมันไม่ได้ น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ ความเจ็บปวดที่พยายามไม่นึกถึงมัน..ทุกอย่างที่พยายามปกปิดมันเอาไว้กำลังจะถูกปลดผนึกเพียงเพราะชื่อของเธอ แทยอนเบือนหน้าหนีสายตาที่จ้องมองมาของไอรีนและเวนดี้

                ..เพราะกลัวว่าเพื่อนที่รู้ทันกันไปเสียเกือบทุกเรื่องอย่างไอรีนจะเห็นน้ำตาของเขา..

                แทยอนก็แค่ไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็น

                ไม่ว่าใคร..ไม่ว่ากับใครก็ไม่อยากร้องไห้ให้เห็น..

                “ใช่ ฉันมันไม่รู้อะไร...” ไอรีนพูดขึ้นหลังจากปล่อยให้ความเงียบเข้ามาแทนบทสนทนาไปหลายนาที น้ำเสียงของหล่อนสั่นเครือ.. มันไม่ได้มาจากความเสียใจที่โดนเพื่อนตวาดใส่ แต่มันมาจากความเสียใจที่ตัวหล่อนไม่รู้อะไรเลย.. ไม่รู้เลยว่าแทยอนต้องจมอยู่กับความปวดร้าวเท่าไหร่ ทั้งที่เป็นห่วงแทบแย่..เป็นห่วงมาตลอด..ทั้งที่เราอยู่ข้างกันมานานมากพอที่จะไม่มีเรื่องไหนปิดบังกันอีก ..ทั้งที่เป็นไอรีนที่คอยอยู่ข้างแทยอนเสมอเวลาที่เขาเสียใจ แต่ครั้งนี้มันไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาเลือกที่จะเก็บความเจ็บปวดนั้นไว้คนเดียว เผชิญมันคนเดียว..แบบนั้นมันน่าปวดใจมากกว่าเป็นไหนๆ เลยใช่ไหมล่ะ?

                ..ไอรีนไม่อยากให้แทยอนต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดไม่ว่าจากใครก็ตาม..แล้วยิ่งมีเรื่องแบบนี้..ไอรีนรู้ดีว่าหัวใจของแทยอนตอนนี้เจ็บปวดมากแค่ไหนที่ต้องมองคนที่เขารัก..คนที่เป็นเหมือนโลกทั้งใบของเขาเดินจากเขาไปต่อหน้าต่อตา..ต้องเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องแสร้งทำเป็นเหมือนตัวเองเข้มแข็งทั้งที่หัวใจเจ็บปวดจะแย่..ไอรีนรู้..ไอรีนรู้ดีว่าแทยอนเจ็บปวดมากแค่ไหน หล่อนอาจจะไม่เข้าใจเขา แต่ไม่เข้าใจก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่รู้ว่าเขากำลังเจ็บปวดมากเท่าไหร่..

                ..เพราะรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน เพราะอย่างนั้นถึงไม่อยากให้เขาแบกรับความรู้สึกนั้นไว้คนเดียว ..อยากให้แบ่งมันมาบ้าง แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างที่คาดหวังแต่อย่างน้อยก็อยากให้เขารู้ว่ายังมีเพื่อนคนนี้ที่พร้อมจะร้องไห้ไปกับเขา พร้อมที่จะอยู่ข้างๆ เขาและกอดเขาเอาไว้ แม้อ้อมกอดจะไม่อุ่นเท่าอ้อมกอดของคนที่เขารักก็ตามที..

 

                ไอรีนวางมือลงบนหลังมือของเขา กุมมือที่สั่นเทาเพราะกำลังเก็บกลั้นความเสียใจนั้นเอาไว้แน่นโดยที่ดวงตาคู่สวยยังคงจับจ้องดวงตาที่เริ่มสั่นไหวของคนตัวเล็ก “ฉันน่ะ..ไม่เข้าใจความรู้สึกของแทยอนหรอกนะว่าแทยอนกำลังรู้สึกแย่แค่ไหน..ที่แทยอนพูดมาก็ถูก ฉันไม่ใช่แทยอนฉันไม่มีวันรู้เลยว่าแทยอนเจ็บปวดแค่ไหนแต่ฉันน่ะ..” น้ำเสียงของไอรีนนั้นเจือสะอื้นแต่กระนั้นฝ่ามือที่กอบกุมมือของแทยอนเอาไว้ก็ไม่ได้ปล่อยไปไหน “ฉันแค่อยากไม่อยากให้แทยอน..ไม่อยากเห็นเพื่อนของฉันต้องแบกรับทุกอย่างไว้แบบนี้อีกแล้ว..ฉันแค่อยากให้เธอแบ่งมันมาให้ฉันบ้าง..ฉันหวังแค่นั้นจริงๆ”

                “แทยอนอาจจะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะต้องมาเดือดร้อนอะไร เพราะฉันเป็นเพียงคนนอก แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ..เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอ”

                “เพื่อนกันต้องไม่ทิ้งกันในวันที่อีกคนอ่อนแอหรือรู้สึกแย่ไม่ใช่เหรอ แทยอนเป็นคนบอกฉันเองจำได้หรือเปล่า เวลาที่ฉันเสียใจ เวลาที่ฉันไม่สบายใจก็เป็นแทยอนที่คอยอยู่ข้างฉันแล้วตอนนี้แทยอนกำลังอ่อนแอ ทำไมฉันจะต้องทิ้งแทยอนให้อยู่คนเดียวด้วยล่ะ...”

                “ร้องมันออกมาเถอะนะ อยู่กับฉันแทยอนไม่จำเป็นต้องทำตัวเข็มแข็งตลอดเวลาก็ได้....” คำพูดที่เหลือเงียบหายไปทันทีที่คนตัวเล็กดึงตัวไอรีนเข้าไปกอด สองแขนเล็กๆ ของเขากอดรัดตัวหล่อนเอาไว้แน่นจนแทบจะหายใจไม่ออก แต่ไอรีนกลับไม่รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด ในทางกลับกันสิ่งที่หล่อนกำลังรู้สึกคือความเจ็บปวดของเขาผ่านเสียงสะอื้นและหยดน้ำตา

ไหล่ของไอรีนเปียกชื้นเพราะแทยอนกำลังร้องไห้ ..แทยอนคนเข้มแข็งของไอรีน แทยอนคนที่ไม่เคยอ่อนไหวไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามกำลังร้องไห้ ความรู้สึกที่แตกสลายของเขากำลังถ่ายทอดออกมาให้หล่อนได้รับรู้ไปด้วย ผ่านเสียงร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ ความเข้มแข็งที่พยายามสะกดกลั้นพังทลายลงทันทีที่ได้ยินคำพูดห่วงใยเหล่านั้น แทยอนร้องไห้ออกมา..ระบายความรู้สึกที่กำลังกระหน่ำใส่เขาออกมาจนหมด

เวลาเดินผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วที่แทยอนเอาแต่กอดไอรีนร้องไห้เขาเองก็ไม่ได้นับ เขาเอาแต่ร้องไห้ ระบายความรู้สึกที่มันอัดอั้นอยู่ในใจออกมาเท่าที่อยากจะทำ จนในที่สุด..เสียงร้องไห้ของเขาก็แผ่วเบาลง แทยอนคลายกอดจากเพื่อนสาวคนสนิท “เป็นอะไรไป..” แทยอนถามเสียงอู้อี้พลางปาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าด้วยหลังมือเมื่อเห็นว่าไอรีนจ้องเขากลับมาด้วยดวงตาที่บวมช้ำไม่แพ้กัน “ร้องไห้หรอ ? ร้องไห้ทำไม ? ยังกับเด็ก”

“ก่อนจะว่าฉันช่วยดูตัวเองก่อนไหม” ไอรีนสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงอู้อี้ไม่แพ้กัน หญิงสาวสูดน้ำมูกฟุดฟิด “ลำบากแค่ไหนรู้ไหมที่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรตอนเห็นเพื่อนตัวเองร้องไห้เนี่ย”

“แล้วใครใช้ให้เธอร้องไห้ตามฉันล่ะ”

“ก็เป็นห่วงได้ป่ะล่ะ สะเทือนใจได้ป่ะล่ะ..พอดีขึ้นแล้วปากดีเชียวนะ”

                แทยอนหัวเราะเบาๆ เมื่อได้เห็นสีหน้างอง้ำของเพื่อนสนิท เขาทอดสายตามองไอรีนที่กำลังนั่งให้เวนดี้เข้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ขณะที่ความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างกำลังเกิดขึ้นในหัวใจ..มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ชวนให้หัวใจเต้นรัวและอิ่มเอมเหมือนกับที่รู้สึกกับมิยอง ..มันใกล้เคียงกับความตื้นตัน.. อีกครั้ง.. อีกครั้งในเวลาที่เขาแย่.. ในเวลาที่เขาเสียใจเรื่องมิยอง.. แล้วมีเพื่อนคนนี้อยู่ข้างๆ ไอรีนมักจะมาในเวลาที่แทยอนต้องการเสมอ

                “ขอบใจ..” เสียงทุ้มขยับปากเอ่ยเสียงแผ่ว ริมฝีปากสีสดขยับส่งยิ้มบางให้ไอรีนที่ยิ้มตอบกลับมา “ขอบใจนะ..ที่มาอยู่กับฉันเวลาที่ฉันต้องการเสมอ..ขอบใจจริงๆ”

                ..บางที..การได้มีใครสักคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กอดคอร้องไห้ไปด้วยกันในวันที่อ่อนแอมันก็ไม่เลวเหมือนกัน..

 

                . . .

 

ฮวังมิยองเฝ้ามองเงาของตัวเองผ่านกระจก เธอมองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ไร้รอยยิ้มทั้งที่ความจริงแล้วเธอไม่ใช่คนที่ยิ้มยาก เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่หวานที่มองสะท้อนกลับมา มันดูเศร้าสร้อยและสิ้นหวัง ราวกับมีเรื่องราวมากมายที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้น อาจจะใช่.. มันยากแค่ไหนกับการที่ต้องฝืนยิ้มมีความสุขทั้งที่หัวใจของเธอกำลังร้องไห้ ยากแค่ไหนที่ต้องยอมเป็นคนใจร้ายในสายตาของเขา ยอมทำลายความฝันของเรา ยอมเป็นผู้หญิงไม่ดี ยอมเป็นคนโกหก ผิดคำสัญญาที่เราให้ไว้แก่กัน ใช่ .. มันยากที่ต้องเก็บซ่อนทุกอย่างภายใต้รอยยิ้ม แต่รู้อะไรไหมว่าสิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือการแสดงท่าทีเฉยชา เก็บซ่อนความรู้สึกคิดถึงโหยหาเวลาที่เราเจอหน้ากัน

หลายเดือนที่ผ่านมานี่..รู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนกับการที่ต้องพยายามซ่อนความรู้สึกที่มันกำลังตะโกนร้องเรียกชื่อเขาเวลาที่เราสบตากัน มันยากแค่ไหนกับการที่ต้องพยายามห้ามตัวเองไม่ให้หันไปเรียกเขาเวลาที่เราเดินสวนกัน ห้ามตัวเองไม่ให้วิ่งไปกอดเขา ห้ามตัวเองไม่ให้อยากจูบเขาเวลาที่แทยอนมองเธอด้วยสายตาคู่เดิม ..

มันยาก..ยากแค่ไหนกับการที่ต้องแกล้งแสดงออกไปว่าไม่ได้รักกันแล้ว..

 

เขายังคงเหมือนเดิม..แม้ว่าเราจะเลิกกันมาหลายเดือนแล้วก็ตาม.. เขายังเป็นคิมแทยอนคนเดิมที่เธอเคยรู้จัก แทยอนไม่ได้ทำให้เธอลำบากใจ ไม่ได้พยายามเข้าหาหรือทวงถามเหตุผลว่าทิ้งกันไปทำไม ยังรักกันอยู่หรือเปล่า..เขายังคงยิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มแบบเดิมที่เคยได้รับมาตลอด เขายังคงมองเธอด้วยแววตาคู่เดิมที่เคยมอง ความรู้สึกที่ชัดเจนในแววตาคู่นั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แต่กระนั้น.. รอยยิ้มอ่อนโยนของเขากลับไม่ได้ทำให้มิยองรู้สึกดีสักนิด..ตรงกันข้าม..ยิ่งแทยอนแสดงออกมาว่าไม่ได้โกรธเคืองหรือเกลียดอะไร..ยิ่งแววตาคู่สีน้ำตาลของเขายังคงมองเธอด้วยแววตารักใคร่เหมือนเรื่องที่เธอทำให้เขาเจ็บปวดนั้นไม่เคยเกิดขึ้น..ยิ่งเป็นแบบนั้นมันยิ่งทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวด..

..สู้ให้เขามองเธอด้วยสายตาเย็นชา ทำเหมือนไม่รู้จักเธอ..แสดงท่าทีว่าเกลียดเธอ ผิดหวังในตัวเธอ..

มิยองยังจะสบายใจเสียกว่า..

 

เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าทำให้หญิงสาวที่เอาแต่มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกตื่นจากภวังค์ เครื่องมือสื่อสารถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าถือใบเก่ง..ใบที่แทยอนเป็นคนซื้อให้ในวันเกิดเธอเมื่อปีที่แล้ว ปลายนิ้วปลดล็อกหน้าจอ ชั่ววินาทีที่ดวงตาคู่หวานปรากฏร่องรอยความเหนื่อยใจเมื่อเห็นข้อความจากพี่ซีวอน ..เขาคงชวนเธอไปทานข้าวเย็นเหมือนเคย.. มิยองถอนหายใจออกมาด้วยความอึดอัด ก่อนข้อความสั้นๆ จะถูกส่งตอบกลับไป เธอออกจากโปรแกรมแชทและสิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาของเธอคือภาพคู่ของเธอกับแทยอนที่ถ่ายด้วยกันครั้งแรกนับตั้งแต่เราตกลงคบหากันในฐานะคนรัก มันถูกตั้งเป็นภาพวอลเปเปอร์มาตั้งแต่วันแรก..จนวันนี้..มิยองก็ยังไม่คิดจะเปลี่ยนมัน.. ดวงตาคู่หวานเฝ้ามองรอยยิ้มของคนในภาพ รอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้าของเธอและแทยอน..มันฉายชัดจนเธอสัมผัสได้ว่าตอนนั้นเธอมีความสุขแค่ไหนที่ได้ยืนเคียงข้างเขาในฐานะคนรัก มิยองมีความสุขแค่ไหนที่พูดว่าเป็นคนรักของแทยอนได้เต็มปาก

..ภาพของเราทุกภาพยังคงอยู่..เธอยังคงเก็บมันไว้และไม่คิดจะลบมันเลยสักนิด..ไม่ใช่เพราะเสียดายแต่เป็นเพราะมิยองลบมันไม่ลง..เธอตัดใจลบทุกสิ่งทุกอย่างที่รวมเป็นความทรงจำของเราไม่ลง..ทุกวินาทีที่ได้อยู่ข้างเขามันเป็นความสุขที่เธอไม่เคยลืมเลย..รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยทำร่วมกันด้วย ..ทั้งรอยยิ้ม แววตา อ้อมกอด และรสจูบ..ทุกอย่างมันยังชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน..

..แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว..คนที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่แทยอน..แต่คือซีวอน ผู้ชายที่แสนดีคนนั้น..คนที่ดีพร้อมและเหมาะสมกับเธอ..

..ในสายตาของคนรอบข้าง..แต่ไม่ใช่กับเธอ..

พอคิดถึงตรงนี้มิยองก็ลอบถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ ก็จริงอยู่ที่ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่คบกันมา ซีวอนเป็นผู้ชายที่ดีมาก.. เขาเทคแคร์เธอทุกอย่าง ให้เกียรติเธอ และเอาใจใส่เธอทุกอย่างเท่าที่เขาจะทำได้..แม้ว่าอาชีพของเขาจะทำให้เขายุ่งจนหัวปั่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะไม่สละเวลาว่างอันน้อยนิดของเขาเพื่อมาเจอหน้าเธอ

..แต่แล้วมันยังไงล่ะ..

ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เขาทำเพื่อเธอมันไม่มีค่า..เพียงแต่มิยองรู้ดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มาจากซีวอนไม่สามารถเข้ามาแทนที่สิ่งที่ใครคนหนึ่งเคยทำให้เธอไว้ได้เลยแม้แต่เศษเสี้ยว..เพราะรู้ดีว่าตัวเองยังรักใครคนนั้นอยู่เต็มหัวใจ..และรู้ดีว่าคงไม่มีวันไหนจะเลิกรักเขาได้.. มิยองจึงไม่อาจรับความรักของใครเข้ามาได้อีกแม้ว่าเขาจะดีกว่าคนที่อยู่ในหัวใจของเธอร้อยเท่าพันเท่าก็ตาม

แต่มันก็เป็นได้เพียงแค่ความคิด..เพียงแค่ความทรงจำที่มีค่า..เพราะตอนนี้ เวลานี้..

เธอคือฮวังมิยอง คู่หมั้นของชเวซีวอน..

ไม่ใช่ฮวังมิยอง คนรักของคิมแทยอนอีกต่อไปแล้ว

ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่เธอตัดสินใจ..เธอควรจะยอมรับมันให้ได้ ควรอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับความเป็นจริง และเก็บความทรงจำระหว่างเธอและเขาไว้เป็นความทรงจำที่สวยงาม..

..มันควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือ..

 

                ร่างบอบบางหมุนตัวหันหลังให้กระจกเงา สาวเท้าเดินออกจากห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวเดินไปเจอซีวอนที่เดิม อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเขาคงจะมาถึง แต่แล้วฮวังมิยองกลับต้องชะงักฝีเท้าเมื่อดวงตาคู่หวานจ้องมองปลายรองเท้าผ้าใบสีมอมๆ ที่หยุดยืนตรงหน้าเธอ แปลกนักที่อยู่ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลทั้งที่ยังไม่เห็นหน้าเจ้าของรองเท้าผ้าใบที่หยุดยืนตรงหน้าเธอเลยสักนิด ราวกับมิยองรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นใคร..เพราะรู้ดีอยู่แล้วถึงไม่กล้าที่จะเงยหน้ามองเขา..เธอกลัว..กลัวว่าตัวเองจะห้ามใจโผเข้ากอดเขาไม่ไหว..กลัวว่าตัวเองจะไม่ใจแข็งพอที่จะแสร้งทำเย็นชาใส่เขา

                “มิยอง..” เสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคยทำให้หัวใจที่เต้นรัวสั่นไหว มิยองจ้องมองปลายเท้าของคนตรงหน้าด้วยแววตาวูบไหว หญิงสาวข่มความรู้สึกโหยหาที่กำลังตีตื้นขึ้นมาให้สงบลง เธอสูดหายใจลึกและตัดสินใจเงยหน้าสบตากับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ..

                ..แทยอนยังคงมองเธอด้วยสายตาคู่เดิม..และรอยยิ้มแบบเดิมๆ..

                “คะ..” มิยองขานรับเสียงสุภาพ ดวงตาคู่หวานสงบนิ่งยามจดจ้องใบหน้ากระจ่างของเขา แม้ใบหน้าจะเรียบเฉย แม้จะแสดงท่าทีเฉยชาเหมือนเรื่องระหว่างเราไม่เคยเกิดขึ้น แต่แทยอนจะรู้ไหมหนอ..ว่าแท้จริงแล้วฮวังมิยองคนนี้โหยหาเขามากแค่ไหน มิยองกำลังพยายามแค่ไหนที่จะไม่ให้หัวใจตัวเองอ่อนไหวยามที่เห็นสีหน้าซีดเซียวของเขา แทยอนของเธอผอมลงมาก..มิยองรู้.. สีหน้าของเขาเศร้าหมอง..แต่กระนั้นแทยอนก็ยังคงยิ้มให้เธอเหมือนทุกครั้ง

                “ยินดีด้วยกับงานหมั้นที่เพิ่งผ่านมา” แทยอนตอบด้วยเสียงผะแผ่ว เหมือนกำลังจะหมดแรงเสียให้ได้ แต่รอยยิ้มกลับไม่ได้เลือนหายไปไหน “ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดีในฐานะพี่สาว..ช่วงนี้ฉันกำลังยุ่งน่ะ”

                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

                “พ่อบอกว่าเธอกับเขาจะแต่งงานกันทันทีที่เรียนจบ..”

                “ค่ะ..”

                “ก็ดีแล้ว..เขาเป็นผู้ชายที่ดี..คงทำให้ความฝันของเธอเป็นจริงได้แน่” แทยอนยิ้มเฝื่อน ผิดกับดวงตาที่สั่นระริกเหมือนพร้อมจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ “เขาดูแลเธอดีใช่ไหม..แต่แหงอยู่แล้วเนอะ..เธอดูมีความสุขเวลาที่อยู่กับเขาขนาดนั้น..ดีแล้วล่ะ..เป็นแบบนั้นดีแล้ว..”

“.....”

                “ฉัน...” น้ำเสียงสั่นเครือของเขากลืนหายไปเมื่อแทยอนเงียบไป คนตัวเล็กเบือนหน้าหนีไปทางอื่นคล้ายพยายามซ่อนน้ำตาที่กำลังจะไหล อย่าเพิ่งไหลนะ..อย่าเพิ่งไหลออกมา.. อย่าทำให้มิยองลำบากใจนะแทยอน.. มือเล็กกำแน่นเพื่อข่มความปวดร้าวรุนแรงในอก “ฉันแค่มีอะไรอยากจะบอกเธอนิดหน่อย..ก่อนที่ฉันจะไป..”

                มิยองเม้มเรียวปากแน่น.. สะกดกลั้นความรู้สึกหน่วงในอก หัวใจเธอตกวูบเมื่อได้ยินคำว่า ก่อนที่ฉันจะไป ของเขา แทยอนจะไปไหนกัน..เขาจะไปไหน ไปอยู่ในที่ที่เธอจะไม่มีวันได้เจอเขาอีกใช่ไหม เราคงไม่มีวันได้เจอกันอีกใช่ไหม ..จะหนีหน้ากันไป..และจะไม่กลับมาพบกันอีกใช่ไหม..

                ..อย่าทำแบบนี้..

                หัวใจของเธอกำลังกู่ร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่มิยองกลับไม่อาจพูดอะไรออกไปได้..

                ..เธอไม่มีสิทธิ..

 

                “ฉันจะไปอิตาลี..”

คำตอบของเขากลับทำให้หัวใจของคนฟังแทบหยุดเต้น.. น่าตลกดี ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่หวั่นไหวหรือรู้สึกอะไรแล้วแท้ๆ แต่มิยองไม่สามารถทำมันได้เลยสักนิด หากความคิดเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควบคุมได้ยาก..หัวใจและความรู้สึกคงควบคุมยากยิ่งกว่า ..ไม่อยากนั้น..มิยองคงไม่รู้สึกโหวงเหวงในอกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากหัวใจไปแบบนี้

                “อิตาลี...”

                “ใช่..ฉันจะไปอยู่ที่นั่นสักพัก ไม่ได้เรียนต่อหรอกนะ..ก็แค่..อยากไปสัมผัสบรรยากาศของที่นั่น” น้ำเสียงของเขาพูดออกมาราวกับมันเป็นแค่เรื่องเล่าทั่วไป ..ผิดกับดวงตา..ที่กำลังสั่นไหว.. แทยอนใช้ความพยายามแค่ไหนในการกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาเพียงเพราะไม่อยากให้เธอต้องลำบากใจไปมากกว่านี้ “ที่นั่นเป็นเมืองแห่งศิลปะ..ฉันคิดว่าที่นั่นคงมีอะไรให้ฉันได้เรียนรู้อีกเยอะแยะเลย..มันน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีแน่..”

                “..ไปเมื่อไหร่คะ..”

                “หลังวันแต่งงานของเธอสองวัน..” เขาตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเหมือนเสียงทั้งหมดเหือดหายไปจากลำคอ “แต่ฉันคงไปร่วมงานแต่งของเธอไม่ได้หรอก..มีอะไรอีกมากมายที่ฉันต้องเตรียมตัว..” แทยอนก้มหน้ามองมือตัวเอง ไม่อยากสบตาคู่นั้นเลย..เขากลัว..กลัวว่าตัวเองจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว..แล้วจะทำให้เธอต้องลำบากใจอีก “ฉันเสียใจ..ที่ไปร่วมงานไม่ได้ทั้งที่เป็นวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตของน้องสาวฉันแท้ๆ ..ฉันนี่มันแย่จริงๆ เลยเนอะ”

                “นาน..ไปนานเท่าไหร่คะ..”

                “ไม่รู้สิ..อาจจะหนึ่งปี สองปี..หรืออาจจะไม่กลับมา..”

                “........”

                “ความจริง..ที่ฉันเลือกจะไปจากที่นี่เพราะฉันทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นเธอ..ในชุดเจ้าสาวกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน..ฉันรู้ว่ามันเป็นความคิดที่ขี้ขลาด..แต่ทำยังไงได้ล่ะ ก็ฉันรักเธอมากนี่..ใครจะไปทนเห็นคนที่ตัวเองรักไปแต่งงานกับคนอื่นได้..ฉันทำใจไม่ได้หรอก” แทยอนหัวเราะเฝื่อนๆ ทั้งที่ในหัวใจนั้นร้าวจนแทบระบม รอยยิ้มบางที่มุมปากของเขายังคงอยู่ “ฉันไม่รู้ว่านานเท่าไหร่กว่าจะทำใจได้เรื่องเธอ..อาจจะสองปี..สามปี..หรือตลอดจนชั่วชีวิตของฉัน..และฉันก็คิดว่าตราบใดที่ฉันยังอยู่ที่นี่ฉันคงห้ามให้ตัวเองแอบไปพบเธอ..แอบเฝ้ามองเธอสร้างครอบครัวกับใครคนนั้นไม่ได้แน่”

                “เพราะอย่างนั้น..นี่อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ฉันจะห้ามตัวเองไม่ให้เผลอไปกวนใจเธอได้”

“ฉันจะไม่สัญญาหรอกนะว่าจะไม่คิดถึงเธอ..จะไม่สัญญาว่าจะตัดใจจากเธอ..เพราะมันเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตฉัน..เป็นสิ่งที่ฉันรู้ดีว่าไม่สามารถทำมันได้แน่ แต่ฉันจะร้องไห้ให้น้อยที่สุด..ฉันจะเข้มแข็งและจะเป็นคนที่ทำให้เธอภูมิใจ..ที่ครั้งหนึ่ง..เธอเคยรักฉันให้ได้”

               

                .
                .

 

                ทำเป็นพูดดี..ทำเป็นปากเก่ง..ทำเป็นบอกว่าจะเข้มแข็ง.. แต่วินาทีที่เธอเดินสวนเขาไป วันที่ร่างของเธอเดินไปจนลับสายตาเขา แค่นั้นความพยายามที่เคยยืนหยัดก็หายไปหมด ร่างเล็กทรุดตัวนั่งลงกับพื้นอย่างคนที่ไร้เรี่ยวแรง น้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นมันไว้ไหลพรั่งพรูออกมาไม่หยุด แทยอนร้องไห้เบาๆ จนแผ่นหลังเล็กสะท้านไปตามแรงสะอื้น ..ไหนล่ะคนปากเก่งที่บอกว่าจะเข้มแข็ง จะเป็นคนที่ทำให้เธอภูมิใจที่เคยรักเขา ไหนล่ะ..

                ..สิ่งที่แทยอนเป็นตอนนี้ก็แค่ไอ้คนขี้แพ้ดีๆ เท่านั้นเอง..

                “แกมันคนน่าสมเพช..คิมแทยอน..”

 

                . . .

 

                “นี่มันอะไรกันฮะ พี่มิยอง!!!” เสียงตวาดกร้าวของเด็กหนุ่มทำให้หญิงสาวที่เอาแต่นั่งจมกับความคิดตัวเองสะดุ้งสุดตัว เสียงปึงปังดังมาจากประตูบ้านพร้อมกับเสียงตะโกนดังลั่นก่อนจะตามมาด้วยการปรากฏตัวของลู่หาน ใบหน้าหวานราวกับเด็กผู้หญิงของเด็กหนุ่มร่างสูงเต็มไปด้วยความเดือดดาลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลู่หานย่างสามขุมเข้ามาหามิยอง เอื้อมมือกระชากหนังสือตัวอย่างของชำร่วยที่เธอกำลังดูอยู่ขว้างทิ้งลงกับพื้น

                มันอาจจะดูไร้มารยาทมากกับการที่เดินเข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วยังจะมาทำพฤติกรรมแย่ๆ แบบนี้กับคนที่อายุมากกว่า แต่ลู่หานไม่สนหรอก!!

                “อะไรกันคะลู่หาน ?”

                “อะไรกัน ? พี่กล้าถามมาได้ยังไง ผมสิที่ต้องเป็นฝ่ายถามพี่ไม่ใช่พี่มาถามผม!!” ลู่หานตะคอกใส่ด้วยแรงโทสะ “เมื่อเช้าผมตื่นขึ้นมาเห็นไอ้นี่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่นบ้านผม!!ตอบผมมาว่ามันหมายความว่ายังไง!!” บัตรเชิญในซองกระดาษสีครีมอ่อนถูกชูขึ้นมาเพื่อให้มิยองที่มีท่าทีตกใจเห็น “ผมไม่สนหรอกนะว่าไอ้ชื่อที่อยู่บนการ์ดเชิญนี่มันเป็นใคร แต่ที่ผมอยากรู้ว่าทำไมมันถึงมีชื่อ ฮวังมิยอง เป็นชื่อเจ้าสาว!!ตอบผมมา!!

                “ลู่หาน นายใจเย็นๆ ก่อน..”

                “นายจะให้ฉันใจเย็นได้ยังไงเซฮุน!!นายไม่เห็นสภาพพี่สาวเหรอว่าเขากำลังแย่แค่ไหน!!” ลู่หานหันไปตวาดใส่เพื่อนที่พยายามจะเข้ามาพูดให้เขาใจเย็นลง น่าตลกเกินไปแล้ว!!เกิดเรื่องบ้าๆ นี่ขึ้นยังจะให้เขาใจเย็นลงได้อีกหรือยังไง

บัตรเชิญนั่นมีชื่อของฮวังมิยองเป็นชื่อเจ้าสาว และชื่อของไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้เป็นเจ้าบ่าว ทันทีที่เขาเห็นมันสิ่งแรกที่เขาทำคือตรงไปหาแทยอนที่ห้องชุดที่เขาอยู่ และสิ่งที่เขาพบมันทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็น พี่สาวของเขา..พี่สาวที่เขารักเอาแต่นั่งเหม่อมองภาพถ่ายในมือ พี่สาวของเขา.. แม้จะไม่มีน้ำตาให้ได้เห็นแต่สิ่งที่ปรากฏบนดวงตาสีน้ำตาลเข้มมันทำให้คนมองรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเสียอีก ..บางทีถ้าแทยอนร้องไห้ออกมามันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ ลู่หานไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างแทยอนและมิยอง ทำไมอยู่ๆ พี่มิยองถึงต้องไปแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่พี่สาวของเขา พี่สาวไม่ยอมบอกอะไรสักนิด..นอกจากนั่งเหม่อลอยเหมือนคนไร้วิญญาณ สิ่งที่เขาเห็นมันทำให้เขาต้องรีบมาหาต้นเหตุที่นี่ ..คนเดียวที่จะให้คำตอบกับเขาได้

“ตอบผมมาพี่มิยอง!!ว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่!!

“ก็ตามที่ลู่หานเห็นค่ะ..อีกสองเดือนพี่จะเข้าพิธีแต่งงานกับพี่ซีวอน..”

“ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่สนใจว่ามันเป็นใคร!!แล้วผมก็ไม่ได้อยากจะรู้ สิ่งเดียวที่ผมอยากรู้คือพี่ทำร้ายพี่สาวทำไม!!ถ้าไม่คิดจะจริงจังกับพี่สาวตั้งแต่แรก จะเข้ามาในชีวิตพี่สาวทำไม!!ถ้าพี่จะต้องแต่งงานกับคนอื่น พี่มิยองมาทำให้พี่สาวของผมต้องรักพี่มากมายขนาดนั้นทำไม!!

“ลู่หาน..พี่มีเหตุผล..”

“เหตุผลของคนเห็นแก่ตัวนะสิ!!” เด็กหนุ่มตะคอกใส่ ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยความกรุ่นโกรธ ไม่เคยเลย..ไม่เคยที่จะรู้สึกเกลียดหรือโมโหใครได้เท่านี้มาก่อน กี่ครั้งแล้วที่ลู่หานเห็นว่าผู้หญิงตรงหน้าดูแลพี่สาวของเขาไม่ดี กี่ครั้งแล้วที่ต้องเห็นพี่สาวของเขาเสียใจ กี่ครั้งแล้วที่ให้อภัย ยอมถอยออกมาเพื่อให้พี่สาวของเขามีความสุขกับคนที่เขาเลือก ..เพราะมั่นใจว่าแทยอนจะต้องเลือกรักคนไม่ผิด แต่แล้วนี่มันอะไร..มันหมายความว่ายังไง

..ทั้งๆ ที่..ทั้งๆ ที่..เขาอุตส่าห์ปฏิเสธการหมั้นหมายระหว่างเขากับพี่แทยอน เพื่อให้พี่แทยอนได้รักกับคนที่เขาเลือก..แต่นี่หรือคือสิ่งที่ฮวังมิยองตอบแทน..นี่หรือคือสิ่งที่พี่สาวของเขาควรจะได้รับ..

มันโคตรจะไม่ยุติธรรมเลย!!

 

“ถ้าผมรู้ว่าพี่จะทำให้คนที่ผมรักเสียใจแบบนี้ ผมจะไม่มีวันยอมถอยให้พี่แน่!!พี่รู้ไหมว่าผมเสียใจแค่ไหน เจ็บปวดแค่ไหนกับการที่จะต้องเล่นบทน้องชายที่แสนดียอมให้พี่สาวรักกับพี่!!ทั้งที่ผมเองก็รักและดูแลพี่สาวได้ดีไม่แพ้ใคร บางทีอาจจะดีกว่าพี่มิยองด้วยซ้ำ!!แต่ผมยอมถอย ผมยอมเป็นแค่น้องชายทั้งที่ใจผมมันไม่เคยต้องการเลยแม้แต่น้อย!!ผมยอมเจ็บเพียงเพราะอยากเห็นคนที่ผมรักมีความสุข!!

“แต่ดูสิ่งที่พี่ทำกับพี่สาวสิ!!ดูสิ่งที่พี่กำลังทำอยู่ พี่ทำร้ายหัวใจของพี่สาวได้โคตรเลือดเย็นเลย พี่มันคนใจร้าย!!ทั้งที่พี่ก็รู้ว่าพี่สาวรักพี่มากแค่ไหน ทั้งที่พี่ก็รู้ว่าทุกอย่างที่พี่สาวทำก็เพื่อพี่ เพื่ออนาคตของพี่กับพี่สาว พี่เคยรู้บ้างไหมว่าพี่สาวทำอะไรเพื่อพี่บ้าง!!พี่เคยมารับรู้บ้างหรือเปล่าว่าพี่สาววาดฝันอนาคตของพวกพี่ไว้ยังไงบ้าง!!เคยรู้อะไรบ้างไหม พี่เคยรู้อะไรบ้าง!!!

“ทำไมพี่จะไม่รู้!!!” มิยองสวนกลับไปด้วยเสียงที่ดังไม่แพ้กัน น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตลอดเวลาที่ได้ยินชื่อของเขาไหลพรั่งพรูอาบแก้ม ความอดทนทั้งหมดที่มิยองพยายามเก็บมันไว้..ความอดทนทุกอย่างที่เคยเก็บไว้ถูกทำลายเสียหมดตั้งแต่ได้ยินคำพูดต่อว่าว่าเธอไม่เคยรู้อะไรเลย ทำไมจะไม่รู้ล่ะ..ทำไมจะไม่รู้ เพราะรู้นี่ไงถึงได้เสียใจ เพราะรู้นี่ไงถึงเลิกรักเขาไม่ได้เสียที “ทำไมพี่จะไม่รู้ว่าพี่แทยอนทำอะไรเพื่อพี่บ้าง ทำไมพี่จะไม่รู้ว่าเขารักพี่แค่ไหน ทำไมพี่จะไม่รู้!!"

“พี่รู้แต่พี่ก็ยังจะทำร้ายพี่สาวเนี่ยนะ!!ผมล่ะเชื่อพี่เลย!!พี่มันคนใจร้าย!!

“แล้วลู่หานคิดว่าพี่ดีใจหรือไงที่ต้องจำใจทำร้ายคนที่พี่รักมากแบบนี้!คิดว่าพี่ไม่เจ็บปวดหรอ คิดว่าพี่ไม่เสียใจหรอ!!คิดว่าพี่เต็มใจหรือไงที่พี่จะต้องแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา!!ลู่หานบอกว่าพี่ใจร้าย พี่เห็นแก่ตัวแล้วลู่หานรู้อะไรบ้าง!!รู้หรือเปล่าว่าพี่จะต้องแลกอะไรบ้างเพื่อพี่แทยอนจะได้เรียนในสิ่งที่พี่เขารัก!!พี่ยอมแลกอิสระของพี่ทั้งชีวิตเพื่อความฝันของเขา ความฝันของเขากับคุณป้าซูจี!!

“พี่หมายความว่ายังไง..” ลู่หานมีสีหน้างุนงงเมื่อจับใจความในเสียงตะโกนปนสะอื้นของมิยอง เด็กหนุ่มจ้องมองมิยองที่เอาแต่ยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นปลดปล่อยทุกอย่างออกมา “พี่หมายความว่ายังไง..พี่จะบอกว่าการที่พี่ต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้มันไม่ได้เกิดจากความเต็มใจของพี่หรอ”

“พี่ไม่เคยคิดจะรักใครเลยนอกจากพี่แทยอน..ไม่เคยเลย..ไม่ใช่ว่าพี่ไม่รู้สึกอะไรที่ต้องยอมเป็นคนใจร้ายบอกเลิกเขาไปแบบนั้น ฮึก..พี่เสียใจ พี่ทำให้เขาเจ็บ พี่ทำลายความฝัน ทำลายคำสัญญา ทำลายทุกอย่าง..ทุกอย่างที่เราร่วมกันสร้างมาด้วยกัน..พี่ไม่อยากทำแบบนี้..แต่..แต่พี่ไม่มีทางเลือกเลย..”

                “คุณลุงไม่อยากให้พี่แทยอนเรียนดนตรี คุณลุงโกรธมากที่พี่แทยอนลาออกจากมหาวิทยาลัยโซล ทิ้งความต้องการของคุณลุง ทิ้งอนาคตที่ดีของตัวเองเพื่อไปเรียนในสิ่งที่พี่แทยอนรัก..คุณลุงไม่เคยสนับสนุนความฝันของพี่แทยอนเลย มันเป็นสิ่งไร้สาระ ไร้อนาคต เป็นสิ่งที่โง่เง่า..คุณลุงคิดแบบนั้น” มิยองเริ่มเล่าทุกอย่างด้วยน้ำเสียงที่เจือเสียงสะอื้น คราวแรกเธอตั้งใจว่าจะเก็บมันไว้เป็นความลับตลอดไป..ให้มันตายไปกับเธอ แต่นาทีนี้เธอทนไม่ไหว..เธอไม่อยากเก็บมันไว้อีกแล้ว มิยองแค่อยากระบายมันให้ใครสักคนฟังบ้าง..เรื่องราวทั้งหมด “พี่แทยอนบอกว่าพี่แทยอนรักดนตรีเหมือนที่คุณป้าซูจีรัก อาชีพศิลปินคือความฝันของเขากับคุณป้าซูจี..เพราะอย่างนั้น..พี่แทยอนถึงอยากเดินทางนี้ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้เขารู้ว่าคุณป้าซูจียังอยู่กับพี่แทยอนเสมอ..”

                “พี่แค่อยากให้พี่แทยอนได้ทำในสิ่งที่เขารัก..อยากมีส่วนช่วยให้เขาทำความฝันของเขากับคุณป้าซูจีเป็นความจริงพี่หวังแค่นั้น..ถ้า ฮึก.. ถ้าเพื่อความสุขของเขา ความฝันของเขา..อะไรก็ได้..พี่ยอมได้ทั้งนั้น เพราะอย่างนั้น..เพราะอย่างนั้นพี่ถึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้พี่แทยอนได้ทำตามความฝันของเขา..เพราะอย่างนั้น ฮึก..เพราะอย่างนั้นพี่ถึงไปขอร้องคุณลุง ขอร้อง..ให้คุณลุงสนับสนุน และยอมให้พี่แทยอนได้ทำในสิ่งที่เขารัก โดยการ..ยอมทำทุกอย่างที่คุณลุงสั่ง..”

                “พี่ยอมแลกอิสระชั่วชีวิตของพี่ก็เพื่อเขา..เพื่อความฝันของเขา พี่คนที่พี่รัก..พี่ไม่สนใจหรอกว่าตัวเองจะเจ็บปวดแค่ไหนกับชีวิตต่อจากนี้ ..พี่แค่อยากให้พี่แทยอนได้ทำตามความฝันของเขาเท่านั้นเอง..”

 

                “พี่รักเขามาก..และไม่คิดจะรักใครอีกนอกจากเขา หัวใจพี่อยู่ที่เขา แม้ว่าตัวพี่จะอยู่กับใคร..แต่หัวใจของพี่ก็ยังเป็นของคิมแทยอนคนเดียว..”

 

 

 

                “นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย..” ลู่หานครางเสียงแผ่ว แทบหมดเรี่ยวแรงหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของมิยอง เคยคิดมาก่อนเหมือนกันว่าความสัมพันธ์ของแทยอนกับมิยองจะไม่ได้ราบรื่นเหมือนในนิยายหรือจะเป็นไปตามที่ทั้งหลายคนคาดหวัง แต่ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงถึงขนาดนี้..พนันได้ว่าแทยอนไม่รู้.. และจะไม่มีทางรู้ เพราะไม่อย่างนั้นพี่สาวของเขาจะไม่มีทางอยู่ในสภาพนี้แน่..ถ้าพี่สาวรู้เรื่องทั้งหมดอย่างที่ลู่หานรู้ พี่สาวจะไม่มีวันปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

แต่คำถามคือ แทยอนควรจะรู้เรื่องนี้หรือเปล่า..ลู่หานได้แต่ถามตัวเอง เขาควรจะบอกแทยอนดีไหมกับความจริงที่แทยอนควรจะรู้..ถ้าแทยอนรู้ อย่างน้อยพี่สาวที่เขารักก็ไม่ต้องมานั่งซึมเศร้าเหมือนคนไร้วิญญาณ ถ้าแทยอนรู้เรื่องราวทั้งหมด แทยอนอาจจะทำอะไรบางอย่าง..หรืออาจจะทุกอย่างเพื่อไม่ให้ต้องเสียพี่มิยองไปก็ได้..

แต่ถ้าลู่หานไม่บอกล่ะ ?

ใช่ถ้าลู่หานไม่บอก..ถ้าเขาไม่บอก สิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดอาจจะเป็นจริงก็ได้ เด็กหนุ่มนิ่งไปอย่างครุ่นคิด ดวงตาสดใสเหม่อลอยราวกับเจ้าตัวกำลังจมอยู่ในมโนภาพของตัวเอง ลู่หานกำลังวาดภาพ..ภาพของตัวเขาเองที่ก้าวไปยืนแทนที่ผู้หญิงคนนั้น..ภาพที่ตัวเขาได้ยืนเคียงข้างผู้หญิงคนเดียวที่เขารักมาตลอด.. ภาพที่เขากำลังกุมมือคู่นั้นเอาไว้ ภาพที่เขาได้กอดร่างเล็กของพี่สาวเอาไว้ ..และภาพพี่สาวในชุดแต่งงาน..ที่ยืนเคียงข้างเขา

ถ้าเขาไม่บอก..ภาพเหล่านั้นอาจจะเป็นความจริงในสักวัน..

 

“ฉันรู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่นะลู่หาน” เสียงของเซฮุนดึงสติของลู่หานกลับมา ใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนสนิทนั้นเคร่งขรึมเหมือนทุกครั้งก็จริง แต่ลู่หานจับสังเกตได้ถึงประกายบางอย่างในแววตาเฉยชาคู่นั้น

“ฉันไม่ได้...”

“ความรักมันไม่ได้จำเป็นต้องได้ครอบครองเสมอไปหรอกนะ..บางครั้งความสุขที่เกิดขึ้นจากความรัก มันก็คือการได้มองคนที่เรารักมีความสุขก็พอแล้วไม่ใช่หรอ..นายเคยบอกฉันแบบนั้นเองนี่”

“ฉัน..”

“ฉันห้ามหรือสั่งนายไม่ได้หรอกนะ..แต่ฉันเชื่อว่านายหาทางออกให้เรื่องนี้ได้”

“.....”

 

“จะยอมเสียสละเพื่อความสุขของคนที่นายรัก..หรือจะเห็นแก่ตัวแต่ไม่มีวันที่จะได้เห็นรอยยิ้มนั้นอีก มันก็แล้วแต่นายจะเลือกแล้ว..”

 

               ===========================================================================


senior talk :

ดราม่ายังไม่จบ 555555 เดี๋ยวตอนหน้าก็จบแล้วน่าาา ใครที่น็อกไปตั้งแต่ตอนที่แล้ว หรืออาจจะตอนนี้อีกตอน ฮึบค่ะ ใกล้ถึงจุดจบฟิคแล้ว ฮึบแล้วเดินต่อไปด้วยกันจนจบเรื่องเนอะ 55555 อีก 2 ตอนเองงง อืม ที่มาช้าเกือบเดือนนี่ประเด็นหลักมันจะวนเวียนอยู่ที่ คิดไม่ออกนี่แหล่ะ 55555 มีเรื่องให้เครียดหลายเรื่องอ่ะช่วงนี้ 55555 เลยตัดสินใจพักๆ ไปค่ะ ก็ตอนนี้เริ่มเคลียร์ไปได้หลายเรื่องละ ก็จะพยายามมาให้เร็วขึ้นเนอะ

ก็..ฟิคเรื่องนี้ใกล้จบแล้วค่ะ แล้วใกล้เปิดจองแล้วด้วย ใครที่อยากได้เก็บเงินรอเลยค่ะ รายละเอียดและกระทู้พรีฟิคมาเร็วๆ นี้แน่ ส่วนเรื่องราคาตอนนี้ยังสรุปแน่นอนไม่ได้ เพราะทยอยเขียน ทยอยลง เอาเป็นว่าเก็บเงินไปก่อนเนอะเค้าจะคอยอัพเดทรายละเอียดเรื่อยๆ ค่ะ

ส่วนผลงานต่อจากนี้ของเค้า ถ้าเรื่องนี้จบเมื่อไหร่เค้าจะเปิดเรื่องใหม่ให้อ่านค่ะ รับรองว่าเป็นฟิคที่ไม่ทำร้ายตับไตคนอ่านแน่นอนเลยล่ะ 5555 อยากจะลองเขียนอะไรที่ไม่ดราม่าดูบ้างเนอะ ฟิคคลายเครียดทั้งคนอ่านทั้งคนเขียนแหล่ะค่ะ 555555555 


เค้าเห็นหลายคอมเม้นขอ NC กันมา.. แจ้งอีกครั้งว่า NC ไม่แจกแล้วนะคะ เพราะกำลังจะทำเล่ม ขออนุญาติสงวนสิทธิสำหรับรูปเล่มเนอะ :D

เจอกันตอนหน้าค่ะ :)

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #766 PPP TTJ (@zuperzun) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 02:30
    อ่านไป ร้องไห้ไป

    แต่คำถามคือ คุณแม่มิยองไปไหน???
    หายไปเลย ปล่อยให้ลูกสาวเจ็บแบบนี้ได้ไงทั้งที่รู้เรื่องมาตั้งแต่แรก
    พ่อแทยอนมีบุญคุณขนาดที่ยอมให้มากดขี้หัวใจลูกสาวตัวเองได้ขนาดนี้เลยหรอ
    พ่อแทยอนก็เป็น เอี้ยอะไรเนี่ย

    โอ้ยยย อินนนน อินอะไรเบอร์นี้
    #766
    0
  2. #647 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 13:13
    เจ็บปวด TT
    #647
    0
  3. #532 ฟรีไทร์ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 09:38
    เจ็บปวดมากอ่านไปน้ำตาไหลไป

    สงสารทุุกคน

    ลู่หานจะบอกความจริงกับแทยอนไหมนะลุ้น
    #532
    0
  4. #512 ann (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 10:37
    อ่านแล้วน้ำตาไหล เศร้าอะไรอย่างนี้ หวังว่าตอนจบจะแฮปปี้นะ
    #512
    0
  5. #511 gerre _888 (@gerre_888) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 03:56
    อ่านไป น้ำตาไหลลลลล ตับพัง เจ็บปวดไปกับแท มิยอง โห รีดน้ำตาทุกซ็อต พีค ทุกวรรค ลุ้นสุดๆ กลัวจิงๆตอนไอรีนกับเวนดี้ไปหาแท มันลุ้นมาก แทจะตัดสินใจอะไรกันแน่ในตอนนั้น สงสารมิยองสุดๆระเบิดออกมากเลย พ่อ พี่แทจะยอมรับความรักครั้งนี้ได้มั้ย
    #511
    0
  6. #510 jaja (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 02:30
    น้ำตาไหลเป็นโอ่งมันเจ็บมันเศร้าอะไรอย่างนี้
    #510
    0
  7. #509 magic (@magic1412) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 02:21
    อ๊ากกกกกกก จะขาดใจจจ ลู่ เธอ คือความหวังเดียวววนะ พ่อ พี่แท รักพี่แท แล้วหวังดียังไงเนี้ย สิ่งที่ทำอยู่นี่ คือดึง ลูกๆตัวเอง ลงนรก แท้ๆ
    #509
    0
  8. #508 mono (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 23:34
    อยากอ่านเป็นเล่มแล้ววว
    #508
    0
  9. #507 BT27 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 22:36
    ดราม่าาาาา อีกแล้ววววว สงสารทั้งคู่เลยอ่ะ
    #507
    0
  10. #506 Note (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 22:28
    รอ รวมเล่มอยู่นะ รอๆๆๆๆๆๆๆ
    #506
    0