ตอนที่ 61 : Chapter 59 Leave Alone

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 ก.ย. 58

          **รบกวนรีดเดอร์อ่านตรงทอร์คท้ายตอนด้วยนะคะ เค้าพูดเรื่องขอ NC ไว้ท้ายตอนอ่ะค่ะ ส่วนใครที่สนใจรูปเล่ม เค้าแนบลิ้งจองหนังสือและรายละเอียดไว้ที่หน้าแรกของฟิคเรียบร้อยแล้วค่ะ**



                        Chapter 59 Leave Alone 



                    “ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ เลยนะ แทนที่เขาจะมาช่วยเธอเลือกชุด มาติดต่อกับทางเวดดิ้งสตูดิโอกับเธอในฐานะเจ้าบ่าวแต่นี่กลับให้เธอมาคนเดียวแล้วไปทานข้าวกับครอบครัวนี่นะ?”

                ฮวังมิยองเงยหน้าจากนิตยสารในมือ มองซูยอนที่กอดอกบ่นกระปอดกระแปดด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์แล้วได้แต่ยิ้มอ่อน “ก็ช่วยไม่ได้นี่คะ..นานๆ พี่เขาจะมีเวลาว่าง ระหว่างฉันกับครอบครัวเขา เขาก็ต้องเลือกครอบครัวเขาก่อนอยู่ดี” เธอตอบแล้วกลับไปให้ความสนใจกับนิตยสารในมืออีกครั้งเพื่อเลี่ยงสบตากับดวงตาคมกริบของเพื่อนสนิท “อีกอย่างฉันแค่มาแก้ชุดเองค่ะ..พี่ซีวอนไม่จำเป็นต้องมาก็ได้”

                ดวงตาคู่คมจ้องมองเสี้ยวหน้าของเพื่อนสนิทที่กลับไปสนใจนิตยสารในมืออีกครั้ง ซูยอนทำเสียงขึ้นจมูกเล็กน้อยขณะที่เอาแต่จ้องมองมิยองพลิกหน้านิตยสารไปเรื่อยๆ ทำไมจะดูไม่ออกกัน..ว่าการที่มิยองเอาแต่สนใจหนังสือในมือทั้งที่ปกติแล้วเพื่อนของหล่อนไม่เคยสนใจหนังสือประเภทนี้สักนิดแบบนี้น่ะ มันคือการตั้งใจที่จะหลบสายตากัน เป็นเพื่อนกันมากี่ปีทำไมซูยอนจะดูไม่ออกว่ามิยองกำลังรู้สึกอะไรอยู่

                ..ความจริงแล้วน่ะ ซูยอนกับวิกตอเรียไม่สนใจหรอกว่ามิยองจะเลือกใครมาเป็นคู่ชีวิต อาจจะเป็นพี่แทยอนคนที่มิยองคบมาตั้งแต่มัธยมหรืออาจจะผู้ชายที่ดีสักคนที่ดูแลเพื่อนของหล่อนได้..ไม่ว่าจะเป็นใคร พวกหล่อนไม่สนใจเลย ในเมื่อซูยอนและวิกตอเรียเชื่อใจมิยอง..ว่าเพื่อนจะต้องเลือกคนที่ดีที่สุดให้กับตัวเองแน่ แต่สิ่งเดียวที่ซูยอนและวิกตอเรียต้องการ..คือความรู้สึกของมิยอง

                ..สิ่งที่ต้องการที่สุด คือ การได้เห็นมิยองมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองเลือก..

                ..ไม่ใช่การปั้นหน้าแสร้งทำเป็นมีความสุขกับสิ่งที่ผู้ใหญ่เลือกให้แบบนี้..          

“นี่มิยองน้อย..”  

“คะ?”

“เธอน่ะ..เธอจะมีความสุขจริงๆ อย่างนั้นเหรอ..ที่ตัดสินใจแบบนี้น่ะ” ซูยอนสวนกลับไปด้วยคำถามที่ทำให้คนฟังนิ่งเงียบ มิยองยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองกันอย่างที่คาดหวังไว้ เธอเพียงแต่พลิกหน้ากระดาษต่อเพื่อเบี่ยงประเด็น แต่คิดหรือยังไงว่าซูยอนจะยอม “มิยองน้อย..เงยหน้ามองฉันแล้วตอบมาว่าการที่เธอทำแบบนี้เธอจะมีความสุขอย่างนั้นเหรอ? แล้วอย่าคิดที่จะโกหกฉัน..เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปีทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเธอพูดจริงไม่จริง..”

“พี่ซีวอนเขาเป็นคนดี..เขาคงไม่ทำให้ฉันเสียใจหรอกค่ะ”

“เธอไม่เสียใจเพราะเธอผ่านจุดที่เสียใจที่สุดมาแล้วต่างหาก..เสียใจกับการตัดสินใจผิดพลาดของตัวเอง” ซูยอนตอบกลับไปด้วยสีหน้าจริงจัง “โอเค..ฉันยอมรับนะว่าพี่ซีวอนเป็นคนดี เป็นคนมั่นคงแล้วก็ให้เกียรติเธอมากแค่ไหน ก็ทึ่งเหมือนกันแหล่ะว่าเขาเปลี่ยนไปมาก และไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะมั่นคงกับเธอได้ขนาดนี้น่ะนะ..แต่ก็นะ..มันก็เท่านั้นหรือเปล่า?”

“......”

“พี่ซีวอนอาจจะเป็นคนดี เขาอาจจะไม่ทำให้เธอเสียใจก็จริง แต่มันไม่ได้แปลว่าเขาจะทำให้เธอมีความสุขนะมิยองอา..คนเราน่ะนะ ถ้ามีใครสักคนอยู่ในใจแล้วต่อให้มีคนที่ดีกว่านี้ร้อยพันเท่าเข้ามาทำดีกับเรามันก็มาแทนที่คนที่อยู่ในหัวใจเราไม่ได้หรอกนะ มิยองรู้อะไรไหมว่าที่ฉันกับวิกกี้มาเซ้าซี้เธอเรื่องเดิมซ้ำๆ น่ะ..พวกฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากเธอเลยสักนิดนะ นอกจากความสุขของเธอ ฉันแค่อยากให้เธอเลือกสิ่งที่ทำให้ชีวิตเธอต่อจากนี้มีความสุข ทำเพื่อตัวเองเหมือนที่คุณน้าอินนาคอยย้ำกับเธอบ่อยๆ ไง”

“...พี่ซีวอนเป็นคนดี..สักวันฉันอาจจะรักเขา..”

“อาจจะไม่ได้แปลว่าจะเป็นไปได้ที่รัก..มันแค่ อาจจะ ..ไม่ได้แปลว่าสักวันหนึ่งเธอจะรักเขา” ซูยอนถอนหายใจอย่างจนปัญญา มิยองน่ะดื้อ..ถ้าลองตัดสินใจอะไรไปแล้วพูดอะไรไปก็เท่านั้น “ฉันขอโทษด้วยที่เข้าไปยุ่มย่ามแต่ฉันแค่ไม่อยากให้เธอเสียใจ..สำหรับฉันและวิกกี้ เธอเป็นทั้งเพื่อนและน้องสาวที่ฉันเป็นห่วงมากกว่าอะไรทั้งนั้น ความสุขของเธอคือสิ่งที่พวกฉันต้องการ เธอก็รู้ใช่ไหม”

“ฉันรู้..ขอบคุณนะคะ..”

จองซูยอนได้แต่นั่งกอดอกมองร่างบอบบางของเพื่อนสนิทเดินตามพนักงานเข้าไปในห้องลองชุด รอยยิ้มที่หาดูได้ยากปรากฏบนใบหน้าสวยคมยามเมื่อเห็นว่ามิยองน้อยของหล่อน ทั้งสวยและน่ารักแค่ไหนยามที่ได้อยู่ในชุดเจ้าสาว.. รอยยิ้มบางที่ประดับใบหน้าหวานสวยขับให้หญิงสาวยิ่งดูดี.. แต่มันคือรอยยิ้มแห่งความสุขที่มาจากใจจริงๆ นะหรือ..

..เธอไม่มีทางจะมีความสุขในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เต็มใจจะเลือกหรอกที่รัก..ไม่มีทางมี..

..เพราะรอยยิ้มที่มาจากหัวใจของเธอมันหายไปตั้งแต่วันที่เธอต้องกล้ำกลืนทิ้งคนที่เธอรักสุดหัวใจไว้เบื้องหลังแล้วล่ะ..

               

                “เธอแน่ใจนะว่าไม่ให้ฉันขับรถไปส่งเธอที่หน้าบ้านจริงๆ” ซูยอนเอ่ยปากถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจเมื่อมิยองออกปากขอให้หล่อนส่งเธอแค่หน้าปากซอยบ้านแทนที่จะเข้าไปส่งเธอถึงหน้าบ้านคิม ดวงตาคมกริบมองใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างลังเลใจ “ฉันว่าฉันไปส่งเธอดีกว่า..”

                “ซูยอนมีนัดทานมื้อเย็นกับพี่ยูริไม่ใช่หรอคะ รีบไปเถอะ เดี๋ยวพี่เขาจะรอนานนะ”

                “โอ๊ย..ไปสายนิดหน่อยพี่ยูลไม่ว่าหรอกน่า รายนั้นกล้าบ่นกับฉันหรือเปล่าเถอะ” ซูยอนกลั้วหัวเราะเบาๆ ยืดตัวเล็กน้อยด้วยความภาคภูมิใจ คนทั้งบริษัทของคนรักน่ะรู้กันทั่วว่ายูริยอมหล่อนอย่างกับอะไร มันคือความภาคภูมิใจเล็กๆ น้อยๆ ของซูยอนเลยล่ะที่สามารถคุมคนกะล่อนพรรค์นั้นได้อยู่หมัด

                คำตอบของซูยอนเรียกเสียงหัวเราะขบขันของมิยองได้ทันที มิยองส่งยิ้มให้เพื่อนสนิท สิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้มิยองพอจะยิ้มออกมาได้ในช่วงเวลาที่อึดอัดใจเช่นนี้ก็คือความสุขของเพื่อน ดีจังเลยนะ..ที่ได้พูดถึงคนรักด้วยสีหน้ามีความสุขแบบนั้นแต่ก็ดีแล้ว..ซูยอนคบกับพี่ยูริมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ก่อนเรื่องของเธอกับพี่แทยอนจะเกิดขึ้นเสียอีก..ก็ไม่แปลกนักหรอกที่ทั้งสองคนจะลงเอยกันแบบนี้ แถมยังอยู่ในสายตาของครอบครัวของทั้งคู่มาตลอดด้วย

                ..แบบนั้นน่ะ..ดีจังเลยนะ..ได้ทำตามหัวใจตัวเองแบบนั้น..

                ฮวังมิยองผ่อนลมหายใจยาว รอยยิ้มบนใบหน้าหวานค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อยเมื่อภาพของใครบางคนปรากฏเข้าในหัว ภาพรอยยิ้มของเขาคนนั้น ภาพรอยยิ้มที่เรามักจะมีให้กันเสมอ ภาพที่เราอยู่เคียงข้างกันในวันวาน มิยองไม่ปฏิเสธหรอกว่ายังคิดถึงเขาอยู่ทุกนาที เธอไม่ได้กล่าวโทษว่าภาพเหล่านั้นคอยตามหลอกหลอนเธออยู่ทุกคืนวันทำให้เธอลืมเขาไม่ได้ เธอยินยอมให้ภาพความทรงจำเหล่านั้นเข้ามามีบทบาทในชีวิต ยินยอมให้ภาพความทรงจำเหล่านั้นเป็นตัวกระตุ้นให้เธอคิดถึงเขาคนนั้น ..เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้..

                ..ว่า เรายังคงมีกันและกันอยู่..

                ..แม้ว่าจะแค่ในความฝันก็ยังดี..

 

                “มิยองน้อย..ฉันมีอะไรจะบอก..”

เป็นอีกครั้งที่เสียงของซูยอนทำให้มิยองดึงสติตัวเองกลับมาจากภวังค์ ดวงตาคู่หวานกระพริบปริบเพื่อเรียกสติ มิยองรู้ดีว่าซูยอนจะพูดอะไร..เธอฟังคำพูดคำเตือนซ้ำๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มารอบที่ร้อยแล้วจากปากของเพื่อนสนิท แต่กระนั้น..เธอก็ยินดีที่จะฟัง ..มันไม่ใช่เรื่องที่น่ารำคาญอะไรเลย เพราะมิยองรู้ดีและรับรู้มาตลอดว่าเพื่อนเป็นห่วงความรู้สึกเธอมากแค่ไหน

“ฉันไม่อยากให้เธอแต่งงานกับพี่ซีวอนนั่น..ไม่ว่ากับใครก็ตามที่เธอไม่ได้รัก..ฉันไม่อยากให้เธอแต่งงานกับเขา ฉันไม่อยากเห็นเพื่อนฉันต้องทนอยู่กับคนที่เพื่อนของฉันไม่ได้รักไปตลอดชีวิต..มิยองน้อย การที่ต้องทนอยู่กับคนที่เราไม่ได้รักน่ะ มันไม่ได้ต่างจากการตายทั้งเป็นเลยนะ”

“ซูยอน..”

“ฉันยอมรับนะว่าฉันพูดจาซ้ำๆ ซากๆ จนบางทีมันก็อาจจะน่าเบื่อ แต่ที่ฉันพูดก็เพราะฉันเป็นห่วงความสุขของเธอ เธอรู้ใช่ไหม?” ซูยอนส่งสายตาเว้าวอน และมิยองเองก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองตอบกลับมาเงียบๆ ราวกับเธอรู้และเข้าใจเจตนาของเพื่อนดี “ทำเพื่อตัวเองบ้างเถอะนะ มิยองน้อย..เธอยกเลิกงานแต่งตอนนี้ยังทัน..มันยังทันถ้าเธอจะปรับความเข้าใจกับพี่แทยอน มันยังทัน..ถ้าเธอจะกลับไปหาคนที่เธอรักจริงๆ”

“มันยังทันนะ มิยองอา..ถ้าเธอจะกลับไปหาคนที่เธอรัก ไม่ใช่คนที่เธอพยายามหลอกตัวเองว่าจะรักเขาในสักวัน”

ฮวังมิยองได้แต่ทอดสายตามองเพื่อนสนิทด้วยสายตาเศร้าสร้อย..มันยังทัน ใช่.. มันอาจจะทัน เธออาจจะมีสิทธินั้น แต่เธอทำไม่ได้หรอก ซูยอนไม่เข้าใจ..ไม่ว่าใครๆ ก็ไม่มีทางเข้าใจ เหตุผลสำคัญที่เธอต้องกล้ำกลืนทำตามคำสั่งของคุณลุงซูฮยอนไม่ใช่เพราะแทยอนอย่างเดียว แต่มันเป็นเพราะครอบครัวของเธอ.. ทั้งคุณแม่ และทั้งตัวเธอติดหนี้บางอย่างเอาไว้ หนี้ที่ทั้งชีวิตเธอและแม่ก็ไม่มีวันชดใช้หมด

ชีวิตของแม่เธอ..ที่คิมซูฮยอนพยายามทำทุกทางเพื่อยื้อมันกลับมา.. แค่นั้นมันก็มากเกินพอที่ฮวังมิยองจะชดใช้มันไม่หมดแล้ว ซูฮยอนดีกับครอบครัวของเธอมาก.. เขาช่วยยื้อชีวิตของแม่ที่ประสบอุบัติเหตุอาการเข้าขั้นโคม่า ช่วยดูแลส่งเสียให้เธอได้ร่ำเรียนในช่วงที่แม่ของเธอต้องพักฟื้นร่างกายในโรงพยาบาล ซูฮยอนดูแลเธออย่างดีเหมือนเธอเป็นลูกสาวของเขาตลอดเวลาที่แม่รักษาตัว.. ถ้าไม่มีเขา ไม่มีคิมซูฮยอน..มิยองก็คงไม่ได้แม่กลับมา

เพราะแบบนี้มิยองจึงไม่สามารถต่อรองหรือเรียกร้องอะไรจากคิมซูฮยอนได้เลย..ไม่ใช่แค่เพราะคุณลุงเป็นพ่อของพี่แทยอน..ไม่ใช่แค่เพราะมิยองอยากจะทำให้ความฝันของคนที่เธอรักเป็นจริง ..แต่เพราะคุณลุงยังเป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวเธอ มีพระคุณกับแม่..มีพระคุณกับเธอ ..เพราะแบบนี้ทำให้หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอและไม่มีทางเลือกใดที่ดีไปกว่าการทำตามคำสั่งของคุณลุง

“ไม่ว่ายังไง..ฉันก็ปฏิเสธคำสั่งของคุณลุงไม่ได้หรอกค่ะ” มิยองพูดขึ้นในที่สุด “ครอบครัวของฉัน..ตัวฉัน..เป็นหนี้บุญคุณของคุณลุงอยู่..ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องชดใช้”

“เธอยังรักพี่แทยอนอยู่หรือเปล่า..ถ้าใช่..มันก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วที่เธอจะทิ้งทุกอย่างไว้และกลับไปหาเขานะ”

ฮวังมิยองเงียบไปอีกครั้งกับคำถามลุ่นๆ จากปากของเพื่อนสนิท ดวงตาคู่หวานหลุบต่ำไม่ยอมสบสายตาที่จ้องมองมาเหมือนกำลังอ่านใจกันอยู่ ใช่ว่าเธอหาคำตอบให้ซูยอนไม่ได้..ไม่ใช่ว่าหัวใจของเธอไม่มีเขาอยู่..ไม่ใช่ว่าลบเลือนภาพของเขาไปแล้ว แต่เพราะมิยองไม่อาจแน่ใจว่าตัวเองควรตอบในสิ่งที่ควรจะตอบ..หรือควรจะตอบตามเสียงหัวใจที่ร้องเรียกชื่อเขาอยู่ตลอดเวลากันแน่

“ฉัน...” น้ำเสียงหวานถูกกลืนลงคอ เรียวปากอิ่มเม้มแน่นอย่างลังเลใจ “มันไม่สำคัญหรอกค่ะว่าฉันยังรักพี่แทยอนอยู่หรือเปล่า เพราะไม่ว่ายังไงก็ตามแต่..ฉันเลือกแล้วค่ะ ต่อจากนี้ไปสิ่งเดียวที่ฉันทำได้คือการยอมรับการตัดสินใจของตัวเองเท่านั้นเองค่ะ” มิยองช้อนสายตามองเพื่อนที่ยังคงจ้องมองกันอยู่ ดวงตาคู่หวานไม่หลงเหลือประกายแห่งความสุขอีกแล้ว..สิ่งที่สะท้อนในดวงตาที่งดงามของมิยองทำให้ซูยอนที่มองสบตาอยู่ปวดใจนัก “ฉันเข้าใจถึงสิ่งที่ซูยอนและวิกกี้พยายามบอกฉันมาตลอด..ฉันรู้ว่าทั้งสองคนอยากให้ฉันมีความสุข แต่บางที..คนเราก็เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการไม่ได้เสมอไปหรอกค่ะ”

“เธอแน่ใจแล้วเหรอมิยอง..ว่าเธอจะมีความสุขจริงๆ กับการทางเลือกของเธอ”

“ฉันจะมีความสุขค่ะ..อาจจะไม่ใช่วันนี้ พรุ่งนี้..หรือปีนี้..แต่สักวัน.. ฉันอาจจะมีความสุข..”

“เธอจะรักพี่ซีวอนในสักวันอย่างนั้นเหรอ ?”

“ฉันอาจจะไม่มีวันรักพี่ซีวอนได้..แต่ไม่ได้แปลว่าสักวันฉันจะไม่มีความสุขนี่คะ”

ลมหายใจอุ่นระบายออกมาจากริมฝีปากบาง ซูยอนได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหัวใจ เคยบอกแล้วใช่ไหมว่ามิยองน่ะดื้อเหลือเกิน หากตัดสินใจอะไรแล้วต่อให้ชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่ แล้วอย่างนี้จะทำอะไรได้ล่ะ ..ไม่มีหรอก..มิยองตัดสินใจแล้วนี่นา ซูยอนก็ได้แต่ยอมรับการตัดสินใจของเพื่อนเท่านั้นเอง

“ขอโทษนะคะซูยอนอา..ที่ทำให้ผิดหวังในตัวฉัน”

“ฉันไม่เคยผิดหวังในตัวเธอเลย” ซูยอนพูด ยกยิ้มอ่อนให้อีกคนที่เอาแต่ทำหน้าเศร้า “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิมิยองน้อย..ฉันแค่อยากให้เธอมีความสุขกับสิ่งที่เธอเลือกก็เท่านั้นเอง และถ้าเธอตัดสินใจดีแล้วจริงๆ ฉันก็จะไม่ขัดใจเธอ เธอก็รู้นี่ จริงไหม?”

“......”

“ฉันไปก่อนดีกว่า เธอก็รีบกลับบ้านได้แล้วนะ ทางเข้าบ้านเธอไม่เปลี่ยวก็จริงแต่เธอเป็นผู้หญิงเดินคนเดียวมันอันตรายจะตายไปถึงมันจะยังไม่มืดเท่าไหร่ก็เถอะ กลับบ้านดีๆ นะ ถึงบ้านแล้วก็โทรหาฉันด้วยแล้วกัน”

“ซูยอนก็ขับรถดีๆ นะคะ”

“ไม่ต้องห่วงจ้ะ” ซูยอนยืนยันเสียงหนักแน่นให้มิยองเบาใจ เฝ้ามองเพื่อนสนิทที่กำลังจะเปิดประตูรถด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าท่อนแขนบางเอาไว้ก่อนที่มิยองจะลงจากรถไป ใบหน้าหวานหันมามองหน้ากันพร้อมกับสายตาสงสัยที่สะท้อนในดวงตาคู่สวย “ฉันมีอะไรอยากบอกเธอนิดหน่อยน่ะ..”

“คะ?”

“เธอจะโกหกคนทั้งโลกได้นะมิยองแต่คนเพียงคนเดียวที่เธอจะไม่มีทางโกหกได้ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน..ก็คือตัวเธอเอง”

 

คำพูดที่จองซูยอนทิ้งไว้ก่อนที่หล่อนจะขับรถจากไปวนเวียนอยู่ในสมองไม่หยุดเหมือนเสียงสะท้อนที่ดังก้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า มิยองไม่สามารถหยุดคิดถึงคำพูดและแววตาของเพื่อนสนิทได้เลย..กว่าจะรู้ตัว เธอก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านเสียแล้ว หญิงสาวเงยหน้ามองชั้นสองของบ้าน ห้องของเขายังคงปิดสนิท..นับตั้งแต่เราย้ายออกไปอยู่ด้วยกันแทยอนก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลย ..มีเพียงเธอคนเดียวที่กลับที่นี่.. สถานที่ที่เป็นเหมือนความทรงจำของเราอีกที่ ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า จุดเริ่มต้นของเรามันเกิดจากที่นี่ด้วย ความรักที่ปกปิดเป็นความลับมาตลอดหลายปี บทที่มันจะถูกเปิดเผยมันก็แตกเอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน

..ความลับไม่มีในโลก..มิยองรู้ดี..

“เฮ้อ..จะคิดถึงทำไมกันนะ ..ยังไงก็ไม่มีทางย้อนกลับไปได้อยู่แล้ว..พี่แทงเองก็..คงมีทางของเขาเอง..เลิกคิดถึงเขาได้ไหมฮวังมิยอง..เลิกคิดถึงความทรงจำเหล่านั้นสักที” มิยองได้แต่บ่นกับตัวเองด้วยประโยคเดิมๆ ซึ่งเป็นครั้งที่เท่าไหร่เธอเองก็ไม่รู้ เพราะความรักและความทรงจำที่ผ่านมามันมีค่า และหยั่งรากลึกลงในหัวใจ มันเลยเป็นสิ่งที่ยาก..หากจะลืมมันได้ลง

..ไม่มีทางลืมได้หรอก..เพราะรู้ดีว่ายังไงก็ตามแต่เธอไม่สามารถลืมเขาได้ ถึงได้ยินยอม..ปล่อยให้ภาพความทรงจำของเราเข้ามามีอิทธิพลกับหัวใจแบบนี้..

ร่างบอบบางเคลื่อนตัวเข้ามาในบ้าน ไม่ได้เฉลียวใจสักนิดตอนที่รู้ว่าประตูบ้านไม่ได้ล็อก อาจจะคุณแม่กระมังที่กลับมาในวันนี้ ..ส่วนคุณลุงซูฮยอนน่ะหรอ ไม่มีทางที่จะกลับมาบ้านหรอก วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไม่เคยกลับมาบ้านเลย หรือบางทีมิยองอาจจะคิดผิด..ไม่ใช่คุณแม่..แต่กลับเป็นใครที่เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ ..คนที่ยังอยู่ในทุกห้วงความคิดถึงของเธอ เจ้าของรอยยิ้มอบอุ่น และอ้อมกอดที่อ่อนโยน..ที่มิยองรักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“พี่แทง...”

“กลับมาแล้วเหรอ..” น้ำเสียงของเขานั้นนุ่มละมุนเหมือนเคย ดวงตาสีเข้มคู่นั้นยังคงอ่อนโยนเหมือนเก่า แม้ร่องรอยความเศร้าจางๆ ยังคงอยู่แต่สิ่งที่ปรากฏในดวงตาคู่นั้นกลับมีแสงแห่งความหวังอยู่ด้วย ซึ่งมิยองเองไม่อาจเข้าใจได้ว่ามันเกิดจากอะไร ร่างเล็กลุกจากโซฟาสีเบจตัวเก่าที่เราเคยนั่งกอดกันดูรายการทีวีในวันหยุดสมัยที่เราคบกันใหม่ๆ เขาเดินเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า สัมผัสต้นแขนทั้งสองข้างและค่อยๆ ดึงเธอเข้าไปกอดอย่างนุ่มนวล

ไออุ่นที่คุ้นเคย..และความรู้สึกปลอดภัยเหมือนทุกครั้งที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาทำให้มิยองน้ำตาซึม คิดถึงเหลือเกิน ..คิดถึงอ้อมกอดนี้แค่ไหน คงมีมิยองและแทยอนเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด มันอาจจะเป็นระยะไม่กี่เดือนที่เธอไม่ได้รับอ้อมกอดนี้จากเขา แต่สำหรับมิยองแล้ว..เธอรู้สึกนานกว่านั้น..เหมือนนานนับปี ความคิดถึงที่มีต่อเขามันมากเสียจนเธอเผลอปล่อยความรู้สึกมากมายออกมาผ่านน้ำตา มิยองกอดเขาไว้แน่น เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นกับบ่าเล็กที่ไม่ได้แม้จะกว้างใหญ่เท่าชายชาตรีแต่กลับให้ความรู้สึกปลอดภัยที่สุด

คิมแทยอนได้แต่กอดร่างบอบบางที่สั่นเทาตามแรงสะอื้นเงียบๆ เขาไม่ได้พูดปลอบประโลมใดๆ ราวกับตั้งใจจะซึมซับความคิดถึงที่มันกำลังโอบอ้อมเราสองคนเอาไว้ แทยอนจรดริมฝีปากจูบที่ขมับของเธอ กดย้ำหลายครั้งอย่างแผ่วเบา ไม่กล้าแม้แต่จะกอดเธอให้แน่นกว่านี้ตามที่ใจต้องการ เพราะกลัว..กลัวว่าหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ในอ้อมกอดของเขาจะเจ็บปวดไปมากกว่านี้..มิยองเจ็บปวดแค่ไหนกับสิ่งที่ผ่านมาเขาไม่รู้เลย

                ไม่รู้เลย..จนกระทั่งลู่หานเดินมาบอก ทุกอย่าง กับเขา

               

                แรงดิ้นเบาๆ ในอ้อมกอดทำให้แทยอนดึงตัวเองออกมาจากความคิด เขามองมิยองที่กำลังดิ้นขัดขืนกันก็คลายอ้อมกอดให้เบาลง แรงกอดที่ผ่อนลงทำให้มิยองถือโอกาสผลักตัวเองจากอ้อมกอดของเขา ดวงตาที่แดงช้ำจ้องมองเขาด้วยแววตาที่ทั้งขุ่นเคืองและสงสัย “ทำไมมองฉันแบบนั้น”

                “พี่มาที่นี่ทำไมคะ” มิยองถามพร้อมจ้องคนตัวเล็กเขม็ง ยิ่งแทยอนก้าวเข้ามาใกล้ เธอก็ยิ่งขยับหนี “ทำไมพี่ถึงมาที่นี่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าคุณลุงกลับมาเจอพี่” เธอยกมือเช็ดจมูกที่แดงจัดของตัวเอง แต่แทยอนกลับคว้ามือเธอเอาไว้ “ปล่อยนะคะ”

                “บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำแบบนั้น..จมูกแดงหมดเลยเห็นหรือเปล่า”

                “พี่จะกลับมาที่นี่ทำไม ทั้งที่ตัวเองก็มีอิสระแล้ว พี่อยู่ข้างนอก พี่มีอิสระมากกว่าอยู่ที่นี่ พี่ได้ทำในสิ่งที่พี่รัก พี่ได้เดินตามความฝันของพี่ พี่ก็รู้ไม่ใช่หรอคะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวพี่ถ้าหากคุณลุงรู้ว่าพี่กลับมาที่นี่..แล้วทำไมพี่ยังจะ...”

                “เพราะเหตุนี้ใช่ไหมเธอถึงบอกเลิกฉัน..”

                “พี่หมายความว่ายังไงคะ..”

                “เพราะแบบนี้ใช่ไหมมิยอง เธอถึงบอกเลิกฉันแล้วตกลงแต่งงานกับคนที่พ่อเลือกให้” แทยอนถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง สีหน้าของเขาสงบนิ่งแต่กระนั้นกลับไม่มีแววขุ่นเคืองใดๆ ในดวงตาคู่นั้นเลย แววตาของแทยอนไม่ได้ทำให้มิยองอึดอัดเหมือนแววตาของคนอื่นยามที่คนเหล่านั้นคาดคั้นความจริงจากเธอ แต่มันอันตรายต่อหัวใจที่พยายามจะเข้มแข็งของเธอมากกว่านั้น

                ความอ่อนโยนเดิมๆ ที่ในดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นของเขามันกำลังทำลายกำแพงที่เธอเพียรสร้าง

                “ฉันไม่รู้ว่าพี่กำลังพูดเรื่องอะไร และฉันก็ไม่สนใจด้วยค่ะ ตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องการจากพี่คือไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่คุณลุงจะกลับมาเจอพี่”

                “ฮวังมิยองของฉันกลายเป็นเด็กหัวแข็งตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ” แทยอนพูดยิ้มๆ ไม่ได้จะตำหนิแต่อย่างใด เหมือนจะหยอกกันเล่นเสียมากกว่า แต่นั่นกลับเรียกสีหน้าขุ่นเคืองจากเจ้าหญิงน้อยของเขาได้ไม่ยากเลย “แต่แบบนี้ก็น่ารักดี..น่ารักเสมอไม่ว่าเธอจะเป็นยังไง..เจ้าหญิงน้อยของฉัน”

                “อย่าเรียกฉันแบบนั้น..ฉันไม่ใช่...”

                “ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว”

                ประโยคที่สวนกลับไปทำให้มิยองนิ่งค้าง เหมือนทุกอย่างที่กำลังหมุนรอบตัวนั้นหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจเบาๆ ผสานกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นเป็นตัวบอกว่าเธอไม่ได้หูฝาด มิยองจ้องมองใบหน้าที่เจือรอยยิ้มมุมปากของเขา “เมื่อกี้..พี่บอกว่า..”

                “ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว..ทุกอย่าง..” แทยอนพูดย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ทั้งสาเหตุที่พ่อยอมให้ฉันเรียนในสิ่งที่ฉันต้องการได้ง่ายๆ ทั้งเรื่องที่พ่อตามใจตอนฉันบอกว่าจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ..ทั้งเรื่องที่พ่อส่งเงินให้ฉันมาทุกเดือนทั้งที่ก่อนหน้านี้พ่อประกาศกร้าวใส่ฉันว่าจะไม่ยอมส่งเสียฉันสักวอน..”

                “....”

                “ทั้งสาเหตุที่เธอบอกเลิกฉัน..สาเหตุที่เธอทำเหมือนเรื่องระหว่างเรามันไร้ค่า..ทั้งเรื่องที่บอกว่า...” น้ำเสียงของแทยอนสั่นเครือเมื่อนึกถึงคำพูดร้ายกาจในวันที่เธอเดินจากเขาไป “เธอไม่กล้าฝากอนาคตไว้กับฉันเพียงเพราะฉันเป็นผู้หญิงเหมือนกัน..ทั้งคำพูดร้ายกาจเหล่านั้นที่ทำให้ฉันเหมือนตายทั้งเป็น..ทั้งหมด..”

                “รวมถึงสาเหตุที่เธอยินยอมแต่งงานกับพี่ซีวอน..ทั้งที่เธอไม่ได้เต็มใจ”

                “พี่..พี่ไปรู้เรื่องทั้งหมดนั่นจากไหนคะ..ลู่หานใช่ไหม..หรือเวนดี้..หรือซูยอนกับวิกกี้..”

                “มันไม่สำคัญหรอกว่าฉันจะรู้มาจากใคร สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือฉันรู้เรื่องทั้งหมด..และสิ่งที่ฉันอยากรู้..เธอทำแบบนี้ทำไม..ยอมเสียสละอะไรตั้งมากมายเพื่อฉันทำไม ฮวังมิยอง”

                มิยองลอบกลืนก้อนสะอื้นที่ขึ้นมาจุกในลำคอด้วยความยากลำบาก กระบอกตาของเธอร้อนผ่าว..และความอ่อนแอที่เธอพยายามเก็บมันเอาไว้ก็ถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้งผ่านน้ำตา ความรู้สึกที่มันอัดอยู่ในอกมาตลอดหลายปีมันกำลังจะระเบิดออกมาเพราะคำถามของเขา ยอมเสียสละตั้งมากมายเพื่อเขาทำไมอย่างนั้นหรือ ทำไมถามแบบนั้น.. เพราะเธอรักเขามาก รักมากพอที่จะยอมเสียอะไรก็ได้เพื่อให้เขาทำตามความฝันของเขา

                “เธอทำแบบนั้นทำไม...”

                “เพราะฉันอยากให้พี่ได้ทำตามความฝันของพี่ไงคะ!” มิยองตะโกนตอบกลับไป เธอเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่เอาอีกแล้วจะไม่ทนเก็บความรู้สึกบ้าๆ นี่ไว้อีก..มันไม่มีประโยชน์อีกแล้วนับตั้งแต่แทยอนบอกกับเธอว่าเขารู้เรื่องทั้งหมด ตอนนี้มิยองไม่ต่างไปจากเด็กตัวเล็กๆ ทีร้องไห้เวลาถูกเพื่อนแกล้ง ความเข้มแข็งทั้งหมดที่พยายามสร้างนั้นพังทลายลงมาอย่างไม่มีเหลือเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเขา ..เหมือนทุกครั้งที่แทยอนมองเธอด้วยแววตาคู่นั้น แววตาที่พร้อมจะเข้าใจและให้อภัยกับสิ่งที่เธอทำ “พี่ก็รู้..ฮึก ว่าคุณลุงไม่มีวันยินยอมให้พี่ทำในสิ่งที่คุณลุงไม่เห็นดีด้วยแน่ ฮึก ..ฮือ ..พี่ก็รู้..ว่ามิยองทนไม่ได้ที่ต้องเห็นพี่เศร้าใจ..พี่ก็รู้..ว่ามิยองทนไม่เคยได้เลยที่ต้องเห็นพี่ทำในสิ่งที่พี่ไม่ได้รัก ...ฮึก..”

                “แต่เธอก็รู้..ว่าความฝันของฉันจะไร้ค่าหากไม่มีเธออยู่ข้างๆ ..” แทยอนตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาขยับตัวเข้าไปใกล้เธอ ปาดน้ำตาที่ไหลรินจากดวงตาคู่หวานที่ทำให้เขาหลงรักด้วยหลังมือ ..อย่างทนุถนอมและใส่ใจ “ฉันอาจจะไม่เคยบอกเธอ..สี่ปีที่ผ่านมาฉันเรียนด้วยทุนของมหาลัยมาตลอด..เพราะงั้นเงินที่พ่อส่งให้ฉันทุกเดือนมันก็แห้งตายอยู่ในบัญชีธนาคารนั่นล่ะ” เขาพูดติดตลกเพื่อให้มิยองหัวเราะ และมันก็ได้ผลเมื่อริมฝีปากอิ่มของเธอขยับยิ้มออกมาเล็กน้อย แทยอนส่งยิ้มอ่อนโยนให้คนที่เอาแต่ร้องไห้งอแงเหมือนเด็ก “ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าพ่อจะว่ายังไง..เพราะสักวัน..ฉันก็ต้องจากพ่อ..จากบ้านหลังนี้ไปเพื่อไปมีชีวิตของตัวเองเหมือนกัน..”

                “มิยองแค่คิดว่าไม่อยากให้พี่ลำบาก..พี่.. พี่ต้องเรียน ล และ..ทำงานไปด้วย..”

                “เจ้าหญิงน้อย..เธอลืมไปแล้วเหรอว่าตั้งแต่คุณแม่จากฉันไป..พอฉันโตพอที่จะทำงานได้ฉันก็ทำงานทุกอย่างเพื่อตัวเองมาตลอด เธอลืมไปแล้วเหรอว่าทุกสิ่งที่ฉันมีฉันหามาได้จากเงินตัวเองทั้งนั้น..ทั้งที่ฉันไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลยในเมื่อมรดกที่คุณแม่และญาติทางฝ่ายแม่ทิ้งไว้ให้ฉันทำให้ฉันมีเงินใช้ไปตลอดชีวิตทั้งที่ไม่ต้องออกไปทำงานก็ได้..แต่ฉันไม่ทำแบบนั้นเพราะฉันอยากให้พ่อเห็นว่าฉันยืนด้วยขาของตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร และฉันก็ไม่เคยเสียใจเลยที่ตัดสินใจแบบนั้น”

                “เพราะมันทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรอีกมากมายในขณะที่เด็กคนอื่นที่อายุเท่ากับฉันไม่เคยได้สัมผัสมัน”

                “แต่ว่า..”

                “ถ้าเธอห่วงเรื่องอนาคตของเรา กังวลเรื่องที่ฉันจะทำให้เธอลำบาก หรือ..ฉันจะไม่มีความมั่นคงในอนาคตล่ะก็ อย่ากังวลไปเลยนะ..ฉันมีความสามารถอยู่กับตัว ฉันไม่มีทางพาเธอไปลำบากแน่ อิตาลีเป็นประเทศแห่งดนตรี ฉันไม่มีวันอดตายแน่นอนถ้าฉันไปอยู่ที่นั่น และแน่นอน..เธอจะไม่มีวันลำบาก แต่ถ้าเธออยากจะอยู่ที่นี่ก็ไม่เป็นไร ฉันเลี้ยงดูเธอได้เหมือนกัน ค่ายเพลงมากมายต่างก็ติดต่อให้ฉันไปทำงานให้ ฉันได้ทำในสิ่งที่ฉันรัก ฉันได้อยู่กับเสียงดนตรี อาจจะไม่ได้เป็นนักร้องอาชีพเหมือนพวกไอดอลทั่วไป อาจจะแค่ทำงานเบื้องหลัง แต่รายได้ที่ฉันได้มันก็มากพอที่ฉันจะเลี้ยงเธอได้ทั้งชีวิต..ฉันอาจจะทำงานอย่างอื่นเพิ่ม เช่น วาดภาพขายผลงานให้พวกเศรษฐีที่พร้อมจะทุ่มเงินหลายแสนหลายล้านวอนเพื่อภาพของฉัน หรืออาจจะเริ่มต้นงานเขียนสักหนึ่งเรื่องและมันจะได้ตีพิมพ์ เห็นหรือเปล่า..ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน ฉันก็มีอนาคตให้เธอได้ฝากชีวิตไว้ได้ เธอจะไม่ต้องลำบากอีกต่อไปแล้ว..”

                “หรือถ้าเธอกลัวว่าฉันจะมัวแต่ทำงานจนไม่มีเวลาให้ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกนะ งานของฉันจะเข้าบริษัทแค่เดือนละสองถึงสามหนเท่านั้นเอง นอกจากนั้นเวลาทั้งหมดที่ฉันมีจะเป็นของเธอ เราจะทำอาหารทุกมื้อเพื่อทานด้วยกันเหมือนที่เคยเป็น เราจะไปเดทกันทุกครั้งที่เราต้องการ เราจะได้ทำทุกอย่างด้วยกันอย่างที่เราอยากจะทำ หากเธออยากจะทำงาน..ไม่เป็นไร ฉันจะไปรับไปส่งเธอทุกวัน อะไรที่ฉันเคยทำให้ฉันทำให้เธอได้อย่างสม่ำเสมอ ฉันจะไม่ทำให้เธอต้องเหงาหรือ..รู้สึกแย่ที่ฉันไม่มีเวลาให้ ..ฉันจะทำทุกอย่างเท่าที่เธอต้องการ ถ้าเธออยากได้อะไรฉันจะมาให้ จะดูแลเธอเหมือนที่เคยทำมาตลอด..”

                “หากเธออยากจะมีบ้านสักหลัง ฉันก็จะทำให้มันเป็นจริง แม้ว่าตอนแรกเราอาจจะต้องอยู่คอนโดหรือห้องชุดเหมือนตอนที่เราเรียนมหาลัย แต่ไม่ต้องกังวลหรอกนะ เพราะฉันจะตั้งใจทำงานจนมีเงินมากพอที่จะซื้อที่ดินติดริมทะเล และสร้างบ้านสักหลัง..บ้านของเรา..อย่างที่เธอต้องการมาตลอด” แทยอนให้คำมั่นสัญญา พูดเพื่อให้เธอมั่นใจว่าเธอจะไม่มีวันลำบากหรือผิดหวัง หรือเศร้าเสียใจ..หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เธอไม่มีความสุข เขาจะไม่มีวันทำแบบนั้น เขาจะทำให้เธอมีความสุขหากเธอหยุดทุกสิ่งอย่างที่กำลังเป็นไปและกลับมาหาเขา

                แต่ทว่า..สิ่งที่เราต้องการอาจจะไม่เป็นตามที่หวังเสมอไป..

                คำตอบที่มิยองให้เขา มีเพียงแค่ความเงียบและน้ำตา และนั่นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับคำตอบที่เขาต้องการ ความหวังเล็กๆ ที่มันเกิดขึ้นในใจนับตั้งแต่เขารู้ความจริงทั้งหมดถูกดับลงอย่างง่ายดายเหมือนกับเปลวเทียนที่ดับด้วยแรงลม.. หัวใจสั่นไหวด้วยความเจ็บปวด เหมือนน้ำเสียงของเขาเหือดแห้งหายไป..เหมือนลมหายใจและเรี่ยวแรงที่เคยมีอันตรธานหายไปเสียดื้อๆ รสชาติในลำคอของเขานั้นขมปร่าไม่ต่างจากกระบอกตาที่เริ่มร้อน แทยอนเม้มปากเพื่อกลืนก้อนสะอื้น ยากนักกว่าจะหาเสียงของตัวเองเจอหลังจากที่ความหวังสุดท้ายโดนทำลายอย่างไม่มีเหลือ

                “ทำไมล่ะ..ทั้งที่เราก็รักกันได้แล้ว..ทั้งที่...”

                “เพราะมิยองไม่อาจปฏิเสธคำสั่งของคุณลุงได้ค่ะ..” มิยองตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือไม่แพ้กัน เธอเองก็เสียใจ และเสียดาย..ทั้งที่ทางออกอยู่ตรงหน้าแล้ว อิสระของเธออยู่ตรงหน้า ทั้งที่มิยองสามารถเลือกจะทิ้งทุกอย่างเพื่อกลับไปหาเขาได้ แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังตอกย้ำความทรงจำ..ว่า ใคร เป็นคนคืนแม่..คืนทุกอย่างที่เกือบจะสูญเสียไปให้กับเธอ แค่นี้มันก็มากพอแล้วที่มิยองไม่อาจทำตามที่หัวใจของเธอกำลังเรียกร้องได้

                “เธอ..ไม่รักฉันแล้วอย่างนั้นเหรอ..หัวใจของเธอ..ไม่มีฉันอยู่แล้วอย่างนั้นเหรอ..”

                “ไม่..ฮึก..ไม่ใช่อย่างนั้น ..ฮึก ฮือ..”

                “ถ้าอย่างนั้น...”

                “มิยองทำตามที่ตัวเองต้องการไม่ได้อีกแล้วค่ะ..”

                “ทำไมล่ะมิยอง..” แทยอนถาม เฝ้ามองเธอด้วยแววตาเจ็บปวด ..เขาไม่เข้าใจเลย ทำไมกันล่ะ แค่เธอตอบตกลงว่าจะกลับมาหาเขา กลับมาเป็นเหมือนเดิม แทยอนก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง แต่ทำไมเธอถึงปฏิเสธมันเสียล่ะ สองมือเล็กที่สั่นเทาประคองไหล่ลาด เขาใช้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่กำลังสั่นไหวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่หวานที่เขาหลงรัก..ซึ่งบัดนี้มันเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา “เธอ..ยังรักฉันอยู่ไหม..”

                ทำนบน้ำตาดูเหมือนจะพังทลายลงมาทันทีที่เขาเอ่ยถามประโยคนั้นออกมา มิยองปล่อยเสียงร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ ไม่สนใจอีกแล้วว่าน้ำตาจะไหลออกมามากเท่าไหร่ เธอร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดกลั้น ริมฝีปากเปล่งเสียงสะอื้นออกมาพร้อมกับคำบอกรักมากมายเพื่อยืนยันกับเขาว่าหัวใจของเธอยังมีเขาอยู่เสมอ “มิยองรัก..รักพี่คนเดียว แค่คนเดียว..ฮึก ตลอดมา..ตั้งแต่วันที่เราเลิกกันไม่มีวันไหนเลยที่มิยองจะไม่คิดถึงพี่ ..พ พี่แทง..มิยองรักพี่..แต่..แต่มิยองไม่...”

                “มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีก...”

                ดวงตาคู่หวานที่หลุบต่ำเพื่อซ่อนหยดน้ำตาของความเสียใจช้อนสายตามองแทยอนที่มีแววตาปวดร้าวไม่แพ้กัน ริมฝีปากของมิยองสั่นระริก เธอหลุดสะอื้น..และปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาพร้อมกับโถมเข้าหาอ้อมกอดของแทยอน ..คนที่ทำให้เธออุ่นใจมากที่สุดไม่ว่าจะนานแค่ไหน เรื่องราวมากมายถูกถ่ายทอดออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นเป็นพักๆ ร่างของแทยอนนิ่งค้างเมื่อเธอเล่าเรื่องทั้งหมดจบลง ฝ่ามือเล็กสอดใต้เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มของเธอ แทยอนซบหน้ากับกลุ่มผมนุ่มของคนที่เขารักสุดใจ สะกดกลั้นเสียงสะอื้น..แสร้งทำตัวเป็นเข้มแข็งในขณะที่เธออ่อนแอ ทั้งที่หัวใจแทบจะแตกเป็นเสี่ยงเมื่อรู้ว่าไม่มีทางไหนเลยที่จะทำให้เธอหลีกเลี่ยงการแต่งงานนั้นได้

                ..ไม่มีเลย..

                “ไม่มีทางไหนเลยพี่แทง..ไม่มีเลยที่.. ฮึก..ที่งานแต่งงานจะถูกยกเลิก” มิยองสะอึกสะอื้นในอ้อมกอดของเขา “คุณลุง..คุณลุงคงไม่ยอมแน่ ..ทางเดียว ฮึก.. ทางเดียวที่ช่วยได้ พ พี่ซีวอน..”

                “พี่ซีวอนไม่มีวันปล่อยเธอ..เขารักเธอพอๆ กับที่ฉันรัก...” แทยอนตอบเสียงแผ่ว กดริมฝีปากจูบบนกระหม่อมของเธอเพื่อปลอบประโลมทั้งที่หัวใจของเขาก็แย่ไม่ต่างกัน

“ขอโทษนะคะ...มิยอง..ฮึก มิยองขอโทษ..”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกมิยอง..มันไม่ใช่ความผิดของเธอและไม่ใช่ความผิดของใคร..” เขากระซิบ น้ำเสียงของเขานั้นสั่นเครือราวกับจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ สองแขนเล็กคลายอ้อมกอดจากร่างบอบบางที่เอาแต่นั่งร้องไห้ แทยอนเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยนเหมือนเคย พร้อมปลอบประโลมเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่นทั้งที่น้ำตายังคงคลออยู่ในดวงตาของเขา “แต่ก่อนที่เรื่องของเราจะจบลงจริงๆ ..ก่อนที่เราจะไม่ได้เจอกันอีก..ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้องเธอ..”

สิ่งของบางอย่างถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าแจ็กเก็ตเบสบอลตัวเก่งของเขา สร้อยเงินเส้นบางที่มิยองคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทำไมจะไม่คุ้น..ทำไมจะจำไม่ได้ว่ามันคืออะไร ในเมื่อสร้อยคอเส้นนี้ประดับอยู่บนคอเธอมาตลอดเป็นระยะเวลาเกือบหกปี ..นับตั้งแต่เขา ..คิมแทยอน เจ้าชายแห่งฤดูหนาวแห่งสภานักเรียนประกาศต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนว่าเธอเป็นเจ้าหญิงเพียงคนเดียวของเขา พร้อมกับสวมสร้อยเส้นนี้ให้เธอด้วยตัวเอง แสงสะท้อนจากจี้เพชรรูปเกล็ดหิมะทำให้น้ำตาคลอรื้นออกมาอีกครั้ง มิยองช้อนสายตามองเขาอย่างไม่เข้าใจ

ทำไมกัน..ทำไมเขาถึงอยากให้เธอเก็บมันไว้..

ทั้งที่เธอเป็นคนคืนมันให้กับเขาด้วยตัวเองตั้งแต่วันที่เธอบอกเลิกเขา

ทั้งที่เขาก็รู้ว่าเส้นทางของเราไม่มีวันกลับมาบรรจบกันได้อีกแล้ว..

..แล้วทำไมแทยอนยังอยากจะให้เธอเก็บมันไว้อีก..

 

“เธอรู้ใช่ไหม..ว่าเกล็ดหิมะคือสัญลักษณ์ของฤดูหนาว..เช่นเดียวกับสร้อยเส้นนี้ที่เป็นตัวแทนของฉัน..” แทยอนพูด รอยยิ้มบางยังคงเจืออยู่บนใบหน้า ผิดกับแววตาที่ร้าวรานเต็มที “ฉันอยากให้เธอเก็บมันไว้..ตัวแทนของฉัน..เราอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันในโลกแห่งความเป็นจริง แต่สร้อยเส้นนี้จะเป็นตัวแทนของฉัน..เก็บมันเอาไว้นะ เธอจะได้รู้ว่าฉันอยู่กับเธอเสมอ..” สร้อยเส้นบางถูกบนลงบนฝ่ามือของหญิงสาว แทยอนกอบกุมมือเธอเอาไว้แน่น “ฉันไม่ขอร้องให้เธอสวมมันในวันแต่งงานหรอกนะ..แต่ถ้าเป็นไปได้..ฉันอยากให้เธอเก็บไว้กับตัวในวันนั้น..และถ้าเป็นไปได้..หลังจากวันแต่งงาน..ช่วยสวมมัน..ช่วยเก็บมันไว้ในตำแหน่งที่ใกล้หัวใจของเธอที่สุดจะได้ไหม..”

“..เพื่อที่เธอจะได้รู้สึก..ว่ายังมีฉันอยู่ในหัวใจของเธอเสมอ..”

“มิยองจะเก็บมันไว้ ..ฮึก..พี่คะ มิยองขอโทษ..ขอโทษที่..”

“ฉันรู้ว่าเราไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก..เธอกำลังจะเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน..มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก..อย่าโทษตัวเอง..” แทยอนกระซิบกล่าว แตะปลายนิ้วบนริมฝีปากของเธอพร้อมกับทอดสายตามองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน “ฉันอาจจะเสียใจที่เส้นทางของเราจะไม่มีวันกลับมาบรรจบกันได้อีก..แต่ถึงอย่างนั้น..แค่เธอบอกฉัน..แค่ฉันได้รู้ว่าเธอยังรักฉันอยู่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงมันก็เพียงพอที่จะเยียวยาความเจ็บปวดนี้ได้แล้วล่ะ..”

“มิยองรักพี่คนเดียว..รักแค่คนเดียว..ต่อให้ตัวมิยองจะอยู่กับใคร..แต่เขาจะไม่มีวันได้หัวใจของมิยองไป..เพราะหัวใจของมิยองเป็นของพี่..ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน..และจะเป็นอย่างนั้นจนกว่าลมหายใจของมิยองจะหมดลง..มิยองสัญญา”

“ฉันรู้....ขอบคุณนะ....” เขาพูดพร้อมส่งยิ้ม.. ยิ้มแบบเดิมที่เขาเคยมีให้เธอมาตลอด รอยยิ้มที่เคยมีให้กันในวันที่เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ ..รอยยิ้มแบบเดิมที่เคยมีให้กันในวันที่คำว่าเรายังคงอยู่ แม้กระทั่งวันนี้..วันที่เขารู้ว่าจะไม่มีวันได้เธอคืนมา ..แทยอนก็ยังคงยิ้ม ..และมองเธอด้วยแววตาคู่เดิม “ฉันรู้ว่าเธอรักฉันมากแค่ไหน..และฉันเองก็อยากให้เธอรู้ไว้ว่าฉันก็รักเธอมากไม่แพ้กัน..และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป..เหมือนกับเธอ..”

                “พ พี่แทง..”

                “แม้ว่าเราอาจจะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก..แม้ว่าฉัน แม้ว่าเธอ ..หรืออาจจะเป็นเราทั้งคู่ที่ต้องเจ็บปวด..แม้ว่าฉันจะต้องเดินเพียงลำพังโดยไม่มีเธออยู่ข้างกายกันเหมือนเก่า..แต่ไม่เป็นหรอก..เพราะฉันจะจดจำทุกอย่างเอาไว้”

“ทุกเศษเสี้ยวความทรงจำของเรา ฉันจะเก็บมันไว้ตลอดไป มันจะอยู่ในหัวใจของฉัน..ในความรู้สึกของฉัน..จนกว่าวันที่ผืนดินจะกลบหน้า..จนกว่าวันนั้น..ฉันจะไม่มีทางลืมว่าครั้งหนึ่งในชีวิตฉัน..ฉันได้มอบทุกอย่างที่รวมเป็นฉันให้ผู้หญิงคนหนึ่งไป..”

“ฉันรักเธอนะ ฮวังมิยอง..เจ้าหญิงน้อยของเหมันต์”

               

“ลาก่อนนะ....”

                หัวใจดวงน้อยไหววูบเมื่อแทยอนเอ่ยคำลาออกมาในที่สุด.. เขากำลังห่างออกไป.. เขากำลังจะไป.. อยากรั้งเอาไว้เหลือเกิน..เธอมีสิทธิเอ่ยปากรั้งเขาเอาไว้ได้ไหม เธอมีสิทธิไหมที่จะเอ่ยปากขอกอดเขา.. มีสิทธิแค่ไหนที่จะร้องขอให้เขาอยู่ด้วยกันในคืนนี้เป็นครั้งสุดท้าย มีสิทธิแค่ไหนที่จะขอร้องให้เขากอดเธอเอาไว้ทั้งคืนแบบที่เราเคยเป็น.. มิยองไม่รู้เลยว่าตัวเองมีสิทธิแค่ไหนที่จะขอร้องเขา แต่ถ้าหากเธอไม่รีบเอ่ยปากออกไปตอนนี้..

                มิยองจะไม่มีวันได้กอดเขาอีกแล้ว..

                “พ พี่....”

                ..เขาเดินห่างเธออกไปทุกที..

                ..รออะไรอยู่ฮวังมิยอง..โอกาสสุดท้ายของเธอ..

                ..คว้ามันเอาไว้..

                ร่างบอบบางผุดลุกจากโซฟาสีเบจ พุ่งตัวเข้าไปหาเขาที่กำลังเดินออกจากห้องนั่งเล่น สองขาของเธอสาวเท้าเร่งเร็วขึ้นจนเกือบจะเป็นวิ่งเมื่อแทยอนใกล้จะถึงหน้าประตูบ้านไปทุกที มือบางยื่นออกไปหมายจะคว้าแขนของเขาเอาไว้ สุดท้ายแล้วมิยองคว้าลำแขนเล็กของเขาไว้ ออกแรงกระชากให้เขาหันกลับมาหาก่อนที่เธอจะโถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาที่รอรับได้ทันพอดี ร่างเล็กของแทยอนเซเล็กน้อยตามแรงที่พุ่งเข้ามาหาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาลูบแผ่นหลังบนที่สั่นสะท้าน..ที่ไม่อาจรู้ได้ว่ามันมาจากการหายใจหรือการที่เธอร้องไห้กันแน่

                “พี่..พี่แทง..ได้โปรด..”

                “....”

                “คืนนี้..คืนนี้อยู่กับมิยองได้ไหมคะ..กอดมิยอง..จูบมิยอง..เหมือนที่เราเคยทำ..”

                “....”

                “ครั้งสุดท้าย..กอดมิยองให้แน่นที่สุดเท่าที่พี่อยากจะกอด..แค่คืนนี้..นะคะ..”

ร่างเล็กขยับเข้าไปใกล้.. สองฝ่ามือประคองดวงหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ปลายนิ้วโป้งปาดหยดน้ำตาเม็ดเล็กออกจากดวงตาคู่หวานที่บวมช้ำจากการร้องไห้ แทยอนส่งยิ้มและค่อยๆ บรรจงจูบลงบนเปลือกตาที่ปรือปิดสนิทแผ่วเบา เพื่อหวังจะบรรเทาความเสียใจที่ส่งผ่านดวงตาคู่นี้ได้สักนิดก็ยังดี ริมฝีปากบางเคลื่อนที่ลงต่ำจวบจนกระทั่งบรรจบลงบนตำแหน่งเดียวกัน แทยอนประทับจูบแผ่วเบาบนริมฝีปากอิ่มที่เผยอรอ ค่อยๆ บดเบียดมันอย่างนุ่มนวลที่สุด

มิยองขยับริมฝีปากตอบรับจูบที่นุ่มนวลของเขา จุมพิตหวานละมุนที่ส่งผ่านทางริมฝีปากช่วยปลอบประโลมหัวใจที่บอบช้ำของกันและกัน สองแขนของเขาตระคองกอดร่างของเธอเอาไว้ สองขาของมิยองก้าวถอยหลังตามจังหวะการก้าวของแทยอน .. จนกระทั่งแผ่นหลังบางสัมผัสได้ถึงความเย็นของผนังห้อง แทยอนเบียดกายแนบชิดขณะที่มิยองยกสองแขนขึ้นโอบรอบคอของเขาเอาไว้ ความนุ่มนวลในคราวแรกค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรุ่มร้อนที่เข้ามาแทนที่ เสียงริมฝีปาก เสียงหอบหายใจ และเสียงครางอื้ออึงในลำคอดังเคล้าคลอจนแทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงของใครกันแน่

เจ้าหญิงน้อยของแทยอนเอียงหน้าเพื่อเปิดช่องให้เขาทาบริมฝีปากที่ร้อนจัดลงบนลำคอ สัมผัสคุ้นเคยของเขาทำให้เธอร้อนไปทั้งกาย ..ฝ่ามือร้อนจัดของเขาเลื่อนลงต่ำประคองสะโพกมนออกแรงกดเน้นหนัก ความนุ่มนวลกำลังเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่ม เขาเหมือนหิมะที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นกองไฟแผดเผาเธอด้วยความรัก และความต้องการของเขา ..หรือไม่แล้ว..เราอาจจะกำลังแผดเผากันและกันให้มอดไหม้ไปทั้งคู่

“พ พี่... พี่คะ...”

“หืม...”

“ข้างบน..ข้างบนนะ..ไปข้างบน..ไปที่ห้องของมิยอง..ที่แรกที่เรา...”

น้ำเสียงหวานเงียบไป.. เธอสบสายตาที่มองมาของแทยอน สื่อสารกันผ่านสายตา.. แทยอนอมยิ้มเล็กน้อยขณะที่มิยองก้มหน้างุดเพื่อซ่อนพวงแก้มที่แดงก่ำ มือเล็กเอื้อมไปจัดเสื้อผ้าของเธอให้เข้าที่เข้าทาง เขายื่นหน้าเข้าไปจูบเธอเร็วๆ ที่ริมฝีปาก ก่อนจะใช้แขนเล็กช้อนร่างบอบบางของเธอขึ้นมา แทยอนมองสบสายตากับเธออีกครั้งถ่ายทอดทุกความรู้สึกให้กันท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสนิท ก่อนที่เขาจะพาร่างของเธอเดินหายขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านและจะไม่กลับลงมาจนกว่าวันใหม่จะมาเยือน..

 

 

“โอ๊ะโอ..ดูสิว่าเจอใคร..”

เสียงทักทายจากด้านหลังทำให้ชายหนุ่มที่ยืนก้มหน้านิ่งค้างอยู่หน้าประตูบ้านสะดุ้งสุดตัว ชเวซีวอนเงยหน้ามองเจ้าของเสียง สิ่งแรกที่เขาเห็นคือรอยยิ้มเหมือนจะเย้ยหยันกันบนใบหน้าสวยคมของจองซูยอน ซีวอนไม่ได้พูดอะไรนอกจากค่อยๆ ดึงประตูบ้านคิมปิดอย่างแผ่วเบา สองมือของเขาเย็นเชียบพอๆ กับร่างกายของเขาที่ชาไปตั้งแต่หัวจรดเท้าหลังจากที่ได้รับรู้ ได้เห็น และได้ฟังทุกสิ่งที่อย่างในเหตุการณ์เมื่อครู่

“เธอมาทำอะไรที่นี่...”

“มิยองลืมโทรศัพท์ไว้ที่ฉัน..เลยย้อนกลับมา” หญิงสาวตอบพร้อมชูโทรศัพท์มือถือของมิยองให้ชายหนุ่มดู “แล้วพี่มาทำอะไรที่นี่”

“ฉันติดต่อน้องมิยองไม่ได้..กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลยมาดูที่บ้าน..แล้วก็เจอว่าประตูบ้านไม่ได้ล็อก..ฉันก็เลย..”

“พี่ก็เลยถือวิสาสะเข้าบ้านหลังนี้ว่าอย่างนั้นสิ?” สีหน้าของซูยอนตึงไปทันทีที่ได้ยินคำตอบของชายหนุ่ม “ให้ตายเหอะ..ไม่คิดเลยนะว่าพี่จะไร้มารยาทแบบนี้”

“ฉันแค่กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับน้องมิยองหรือเปล่าต่างหาก ..แล้วฉันก็เห็น...”

“อ้อ ก็ดีแล้วนี่ที่ได้เห็นได้รับรู้ทุกอย่างที่พี่ควรจะได้รู้ เผื่อพี่จะตาสว่างและปลุกตัวเองขึ้นมาพบกับความเป็นจริงสักทีว่าเพื่อนฉันรักใคร”

“แต่ฉันกำลังจะเป็นสามีที่ถูกต้องของน้องมิยอง”

“สามีที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าว่าที่ภรรยาของเขาจะไม่มีวันรักเขาไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนน่ะหรอ?” ประโยคที่ย้อนกลับมาทำให้ชายหนุ่มสะอึก และมันยิ่งตอกย้ำว่าเขาจะไม่มีวันได้หัวใจของผู้หญิงที่ชื่อฮวังมิยองไปไม่ว่าจะนานแค่ไหน..และแม้ว่าจะเป็นวันที่เธอจากโลกใบนี้ไป..หัวใจของเธอก็ไม่มีวันเป็นของเขา “ลืมตาตื่นขึ้นมารับรู้ความจริงได้แล้วพี่ซีวอน มิยองน้อยไม่มีวันรักพี่ ไม่ว่าเธอจะมีชีวิตอยู่หรือแม้กระทั่งเธอจะจากโลกใบนี้ไป..ลมหายใจสุดท้ายของมิยองก็จะยังเป็นของพี่แทยอน พี่จะได้แค่ตัวของเพื่อนฉันไปเท่านั้นแหล่ะ แต่หัวใจน่ะ..”

“พี่จะไม่มีวันได้ไป ต่อให้พี่พยายามทำดีแทบตายก็ตาม”

“.......”

“คิดให้ดีนะพี่ซีวอน..พี่จะทนได้หรือเปล่าที่ต้องใช้ชีวิตกับผู้หญิงที่ไม่มีวันรักพี่..พี่จะทนได้หรอทั้งที่พี่ก็รู้ว่ามิยองไม่ได้รักพี่เลยแม้แต่น้อย..”

“ฉันเองก็รักน้องมิยองไม่แพ้แทยอน..”

“แล้วพี่จะทนเห็นคนที่พี่รัก..ไม่มีความสุขไปตลอดชีวิตได้หรอ..” ซูยอนย้อนถามด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันน่ะไม่มีปัญหาหรอกนะกับการแต่งงานของมิยองกับพี่..ถ้ามิยองรักพี่ล่ะก็ เพราะความปรารถนาของฉันมีเพียงอย่างเดียวคือความสุขของมิยอง..แค่ความสุขของเพื่อนเท่านั้นที่ฉันต้องการ แล้วพี่ล่ะ..ปากพี่บอกว่าพี่รัก แล้วพี่ได้ทำอะไรเพื่อคนที่พี่รักแล้วหรือยัง..ปล่อยมิยองไปเสียเถอะถ้าพี่รักเพื่อนของฉันจริงๆ ปล่อยให้เขากลับไปหาคนที่เขารักจริงๆ เสียเถอะ พี่ซีวอน..”

“...ฉัน”

“ฉันรู้ว่าพี่ไม่ใช่คนเลวร้าย..และฉันก็หวัง..ว่าพี่จะคิดได้..ปล่อยเพื่อนของฉันเป็นอิสระ วันแต่งงานที่จะเกิดขึ้นอีกสองวัน..มันคือโอกาสสุดท้ายที่มิยองจะได้เป็นอิสระ..”

“ฉันหวังว่าพี่จะไม่ใจร้ายกับเพื่อนฉันด้วยการกักขังเพื่อนฉันให้อยู่กับคนที่เขาจะไม่มีวันรักไปตลอดชีวิตหรอกนะ..พี่ซีวอน..”

 

                . . .

 

                ดวงตาคู่หวานของฮวังมิยองจ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองอยู่หน้ากระจกห้องแต่งตัว ..อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงพิธีจะเริ่มขึ้น ..แน่นอนว่าอิสระของเธอก็จะหมดลงด้วยเช่นกัน.. สำหรับหญิงสาวคนอื่น การแต่งงานกับชายหนุ่มที่ดีพร้อมอาจจะเป็นความปรารถนาสูงสุดของพวกเธอ แต่กับมิยองมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เธอไม่ได้รักเขา..ไม่ได้รักชายหนุ่มที่แสนดี ที่เพรียบพร้อมคนนั้นแม้ว่าเขากำลังจะกลายเป็นสามีของเธออีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงแล้วก็ตาม ..มันไม่ได้น่าอิจฉาเลยการแต่งงานในครั้งนี้ สำหรับเธอแล้วคนที่น่าอิจฉาคือคนที่สามารถเลือกคนรักได้ตามที่ใจต้องการต่างหาก

                มิยองลอบถอนหายใจ.. เธอเฝ้ามองใบหน้าของตัวเองที่ถูกบรรจงแต่งหน้าอ่อนๆ ให้เข้ากับชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ซูยอน วิกตอเรียและจูฮยอนที่มาช่วยเธอแต่งตัวบอกว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในงาน ..มันน่าดีใจนะว่าไหม ? แต่มิยองกลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีสีหน้ายังไงตอนได้รับคำชมจากเพื่อนสนิท แต่มิยองรู้ดีว่าเพื่อนสนิทของเธอทั้งสามคนเข้าใจเธอดี และมิยองก็รู้ดีว่าความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำชมเหล่านั้นคือความรู้สึกเศร้าใจ แต่เพียงต่างฝ่ายต่างห่วงความรู้สึกกันมากเกินกว่าที่จะพูดหรือแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเท่านั้นเอง

                ร่องรอยจางๆ ที่ปรากฏบนต้นคอขาวมันกลับเด่นชัดเมื่อเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบมัดเป็นมวยเก๋ด้านหลังซึ่งประดับผ้าคลุมหน้าลูกไม้ผืนบางที่ถูกถักทออย่างปราณีต ปลายนิ้วเรียวยาวแตะมันเบาๆ ที่ร่องรอยนั้น ..ร่องรอยสุดท้ายที่แทยอนทิ้งไว้หลังจากที่เขากอดเธอไว้ทั้งคืน คืนสุดท้ายที่เธอได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา ค่ำคืนสุดท้ายที่เธอได้จูบเขา ..ค่ำคืนสุดท้ายที่เราเป็นของกันและกัน ..มิยองรู้ดีว่าไม่นานมันอาจจะจางหายไป..ร่องรอยที่เขาทำไว้ครั้งสุดท้าย แต่สิ่งเดียวที่มันจะยังคงอยู่เสมอคือความรู้สึกที่มีให้เขา..มันไม่มีวันเปลี่ยนไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน

                คำมั่นสัญญาที่เราเคยให้ไว้ว่าหัวใจของเราจะเป็นของกันและกันจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหมดลงมันยังคงอยู่ ..แม้ว่าตัวเราจะไม่ได้อยู่เคียงข้างกัน..ไม่ได้เดินจับมือกันไปจนสุดปลายทางอย่างที่เราวาดฝัน แต่อย่างน้อย..เราต่างก็รู้ดีว่าหัวใจของเราเป็นของใคร..แค่นั้นมันน่าจะเพียงพอแล้วสำหรับเรา..

                ริมฝีปากที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีอ่อนยกยิ้มผืดเฝื่อน มิยองปิดเปลือกตา..ห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลเมื่อสายตาเธอสะดุดกับบางสิ่งที่ประดับอยู่บนลำคอระหงของตัวเอง ..จี้เพชรรูปเกล็ดหิมะกำลังส่องประกายเหมือนทุกครั้ง..เพียงแต่สิ่งที่ดูต่างออกไปคงจะเป็นประกายของมันที่หม่นหมองลง มิยองรีบคว้ากระดาษมาซับน้ำตาที่คลอรื้นทันทีเมื่อประตูห้องแต่งตัวถูกเปิดเข้ามาพร้อมร่างของยูอินนา แม่ของเธอเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม..

                ..และมิยองก็ไม่ได้ตาฝาดที่มองเห็นรอยยิ้มของแม่นั้นแสนเศร้า..

 

                “วันนี้ลูกสาวของคุณแม่สวยจังเลยค่ะ..สวยมากเลย”

                “ขอบคุณค่ะคุณแม่”

                ยูอินนาส่งยิ้มให้ลูกสาวผ่านเงาของกระจกบานใหญ่ วันนี้มิยองดูงดงามมากแค่ไหน..ทำไมยูอินนาจะไม่รู้สึก ..การเป็นเจ้าสาว การแต่งงานกับคนที่รัก..นับเป็นหนึ่งในความปรารถนาสูงสุดที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน แต่มันกลับไม่ใช่กับลูกสาวคนเดียวของยูอินนา ..มิยองน้อยของหล่อนไม่ได้รักผู้ชายคนนั้น..หล่อนรู้ดี ..ลูกสาวคนเดียว..นางฟ้าตัวน้อยๆ ของยูอินนาได้มอบหัวใจให้กับคิมแทยอนไปแล้ว.. และสิ่งที่น่าตลกคือ แทยอนเป็นลูกเลี้ยงของเธอ

                ..ทั้งคู่รักกันไม่ได้..

                “สร้อยสวยจังเลยนะคะ..พี่ซีวอนให้ลูกมาหรอคะ” อินนาเอ่ยถามเมื่อสายตาสะดุดกับสร้อยคอรูปเกล็ดหิมะที่พาดบนลำคอขาวของมิยอง แต่มิยองกลับส่ายหน้าปฏิเสธด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

                “ของพี่แทยอนค่ะ..เป็นสร้อยของพี่แทยอน..สร้อยที่พี่แทยอนสวมให้มิยองวันที่เขาบอกว่ามิยองเป็นเจ้าหญิงของพี่เขาต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน ..และเป็นเส้นเดียวกับที่มิยองคืนให้พี่เขาไปในวันที่มิยองบอก..เลิกเขา..” พูดถึงตรงนี้หัวใจของฮวังมิยองก็เจ็บปวดไปหมด เหตุการณ์วันนั้นมันเป็นเหมือนดั่งฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอไม่เลิก มิยองก้มหน้ามองสร้อย.. มุมปากอิ่มยกยิ้มบางเมื่อนึกถึงรอยยิ้มของแทยอน..คนที่เธอรัก “พี่เขามาหามิยองเมื่อวันก่อน..พร้อมกับมอบสร้อยเส้นนี้ให้มิยองอีกครั้ง..”

                “มิยองอา..”

                “..เขาขอให้มิยองใส่มันไว้..และมิยองเองก็ยินดีที่จะทำเช่นนั้น..อย่างน้อย..ถ้ามิยองใส่มันไว้..มิยองจะได้รู้สึกว่าพี่แทยอนอยู่กับมิยองเสมอ..” ดวงตาคู่หวานมองสบตากับยูอินนาที่เดินมายืนซ้อนหลังผ่านเงาสะท้อนของกระจากบานใหญ่ เห็นรอยยิ้มเศร้าๆ ของแม่..ก็อดถามออกไปไม่ได้ด้วยความกังวลใจ “คุณแม่ทำไมทำหน้าเศร้าแบบนั้นล่ะคะ มิยองจะได้เป็นเจ้าสาวแล้ว..ลูกสาวของคุณแม่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับผู้ชายที่เพียบพร้อม..คนที่ผู้ใหญ่เห็นว่าดี..คุณแม่ไม่ดีใจหรอคะ ?”

                “ลูกไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้..นางฟ้าตัวน้อยของแม่..ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย..” น้ำเสียงของยูอินนายามที่เอื้อนเอ่ยออกมานั้นสั่นเครือ แววตาของแม่วูบไหว ..ทั้งเจ็บปวด..และสงสารสุดใจ ทั้งที่รู้ดีกว่าลูกสาวคนเดียวนั้นรักกับใครอยู่ เพียงแต่ถ้ายูอินนามีสิทธิที่จะเอ่ยปากต้อต้านสักนิด ..เพียงแต่ถ้ายูอินนาไม่ได้เป็นหนี้ชีวิตของคิมซูฮยอน ..เพียงแต่ถ้าวันนั้นหล่อนไม่ได้ประสบอุบัติเหตุจนตัวเองอาการโคม่า เพียงแต่สิ่งที่เกิดในวันนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเลย เพียงแต่ถ้าสามีของหล่อนยังมีชีวิตอยู่.. และเพียงแต่..

                ..เพียงแต่ถ้าวันนั้นยูอินนาไม่ยอมตอบรับความช่วยเหลือของคิมซูฮยอน..

                ..เรื่องราวทั้งหมดคงไม่เป็นแบบนี้..

                ..มิยองคงได้รักกับแทยอน..

                ..ลูกสาวของหล่อนคงได้มีความสุขกับคนที่รัก..

                ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาจนยูอินนาจำต้องเบือนหน้าหนีเพื่อไม่ให้มิยองเห็นน้ำตา แต่กระนั้น..ลูกสาวของหล่อนเป็นคนที่รู้จักหล่อนดีที่สุด มิยองลุกขึ้นยืนและสวมกอดแม่ของเธอเอาไว้แน่น “คุณแม่อย่าร้องไห้ไปเลยนะคะ..มิยองตัดสินใจดีแล้ว..อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ มิยองไม่เป็นไร..”

                “แม่แค่อยากให้ลูกมีความสุขกับคนที่ลูกเลือกเอง..อยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตกับแทยอน..คนที่ลูกรักไปตลอดชีวิต..ลูกไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อแม่เลย มิยองอา..ไม่จำเป็นเลยสักนิด สิ่งที่แม่ปรารถนามากที่สุดคือการได้เห็นลูกสาวของแม่มีความสุข..แม่เคยบอกลูกเสมอว่าอยากให้ลูกทำเพื่อตัวเองบ้าง..แต่สุดท้าย..”

                “ความสุขของมิยองคือการได้เห็นคุณแม่มีความสุขค่ะ” มิยองพูดพลางซุกซบหน้ากับไหล่บางของผู้เป็นแม่ “การที่ได้เห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา..แต่งงานกับผู้ชายดีๆ สักคนคือความฝันของคุณแม่ทุกคนไม่ใช่หรือคะ..เพราะฉะนั้น อย่ากังวลไปเลยนะคะคุณแม่..”

                “มิยองจะมีความสุขค่ะ..”

               

                พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตามธรรมเนียมของศาสนาคริสต์ ท่ามกลางแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดี แต่ซีวอนกลับไม่รู้สึกยินดีตามไปด้วยเลย ร่องรอยความไม่สบายใจปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อเหล่าของชายหนุ่มตลอดเวลา คำพูดของจองซูยอนในวันนั้นยังดังก้องในหัวไม่หยุด รวมถึงสิ่งที่เขารับรู้.. ได้ยิน และได้เห็นในวันนั้นยังคอยตามหลอกหลอนเขามาตลอดสองวัน ..ซีวอนไม่สบายใจเลย เขาคิดเรื่องนี้มาตลอด เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีหรือเปล่า ..เขาควรจะเลือกทางไหน..

                ระหว่างยอมเห็นแก่ตัวทำตามใจตัวเอง กับ ยอมเฉือนหัวใจตัวเองเพื่อปล่อยให้เธอไปหาคนที่เธอรัก

                “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะพี่ซีวอน วันนี้เป็นเจ้าบ่าวไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงยียวนทำให้ชายหนุ่มดึงตัวเองออกจากภวังค์ เขามองเจ้าของเสียงตรงหน้า จองซูยอนควงคู่มากับควอนยูริ ..เพื่อนของแทยอน ..ศัตรูหัวใจเพียงคนเดียวของเขา ..และยังเป็นคนเดียวที่ได้หัวใจของฮวังมิยองไปครอบครอง “ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักและใฝ่ฝันมาตลอด พี่น่าจะดีใจกว่านี้นะ หรือกำลังรู้สึกผิดอยู่ล่ะ”

                “ซูยอนอา..ไม่เอาน่า..”

                “แต่เพื่อนฉันจะไม่มีวันมีความสุขหากต้องแต่งงานกับคนที่เพื่อนฉันไม่ได้รัก พี่ก็รู้ไม่ใช่หรอพี่ยูล..พี่จำสภาพพี่แทยอนในวันที่มิยองต้องบอกเลิกเขาเพื่อไปคบกับพี่ซีวอนตามคำสั่งของคุณลุงไม่ได้หรอ”

                “แต่เธอก็ไม่ควรที่จะ...”

                “หมายความว่ายังไงที่บอกว่าน้องมิยองตกลงคบกับฉันเพื่อทำตามคำสั่งของผู้อำนวยการคิม” ซีวอนถาม สีหน้าเครียดขึ้งขึ้นมาทันทีเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เขายังไม่รู้ ..สิ่งที่เขาสงสัยมาตลอดตั้งแต่เห็นทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อสองวันก่อนกำลังจะกระจ่างขึ้นในไม่ช้า เขาคิดสงสัยมาตลอดว่ามิยองตกลงคบกับเขาเพื่ออะไรในเมื่อเธอยังรักแทยอนอยู่ แต่เขาไม่คิดมาก่อนว่ามิยองจะตกลงคบกับเขาตามคำสั่งของใคร

                “อ้าว พี่ยังไม่รู้เหรอ เห็นวันนั้นไปยืนแอบฟังมิยองกับพี่แทยอนคุยกันนี่” ซูยอนแสร้งทำสีหน้าตกใจ คาดเดาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องไม่รู้ ชเวซีวอนเคยฟังอะไรใครที่ไหนกัน เวลาที่เขาตกหลุมรักใครขึ้นมา..หรืออยากจะได้อะไรขึ้นมาเขาไม่สนใจหรอกว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไง นึกว่านิสัยจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นทั้งหมด แต่ก็ไม่เลย..ท้ายสุดแล้วนายแพทย์ซีวอนก็ไม่ได้โตไปว่าชเวซีวอนกัปตันทีมฟุตบอลคนนั้นเท่าไหร่หรอก

                “ฉันไปถึง ..น้องมิยองก็บอกรักแทยอนแล้ว..”

                “ถ้าพี่ไม่รู้ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ พี่น่ะมันคนเห็นแก่ตัว..พี่รู้ตัวหรือเปล่าว่าความเห็นแก่ตัวของพี่กับพ่อพี่แทยอนน่ะทำร้ายใครมาบ้าง เคยรู้อะไรไหมว่ามิยองต้องเจ็บปวดแค่ไหน พี่แทยอนต้องทรมานแค่ไหนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไอ้ภาพสวยงามที่พี่เห็นอยู่น่ะมันแลกกับน้ำตาของใครมาเท่าไหร่แล้วบ้าง เพื่อนของฉันไม่ได้รักพี่..สักนิดก็ไม่เคย..แต่ที่เพื่อนของฉันยอมตกลงปลงใจกับพี่เพราะทำตามคำสั่งของคุณลุง มิยองยอมเสียอิสระของตัวเองเพื่อพี่แทยอนจะได้ทำตามความฝัน และที่มิยองยอมตกลงแต่งงานกับพี่เพราะต้องการจะทดแทนบุญคุณที่พ่อพี่แทยอนช่วยเอาไว้ต่างหาก”

                “.......”

                “ทีนี้ตาสว่างขึ้นหรือยัง คิดได้หรือยังว่าตัวเองจะต้องทำยังไง..ให้ตายเถอะ ฉันก็นึกว่าพี่จะมีสามัญสำนึกกว่านี้..นึกว่าพี่จะมีความเป็นลูกผู้ชายมากกว่านี้ ฉันเลยไม่อยากจะพูดอะไรมาก แต่สุดท้ายแล้วพี่ก็ยังไม่สนใจ พี่ก็ยังสนแต่ความต้องการของตัวเองฝ่ายเดียว ..รู้ขนาดนี้แล้วหวังว่าพี่จะตาสว่างขึ้นมาได้บ้างนะ และจะกรุณามากถ้าพี่ช่วยยกเลิกการแต่งงานตอนนี้!!

                “เสียงดังเอะอะอะไรกัน..พวกเธอคงไม่ได้ทะเลาะกันใช่ไหม?” คิมซูฮยอนถามขณะก้าวเข้ามาในวงสนทนา ดวงตาคมแบบเดียวกับแทยอนจ้องมองสีหน้าหงุดหงิดของซูยอน ไล่มามองสีหน้าเจื่อนๆ ของยูริและจบลงที่สีหน้าเครียดขึ้งของซีวอน “วันนี้เป็นวันมงคล..พวกเธอไม่ควรจะทะเลาะกันนะ..” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ก่อนจะกวาดสายตามองเหมือนกำลังหาใครบางคน “แล้ว..มากันแค่นี้หรือ?คนอื่นล่ะ?”

                ควอนยูริสบตากับซูยอนที่มีท่าทีฮึดฮัดเล็กน้อย พอจะเข้าใจว่าคำว่า “คนอื่น” ของซูฮยอนนั้นหมายถึงใคร ..ลูกสาวคนโตของคิมซูฮยอน ..ไม่สิ..เรียกว่า อดีต ลูกสาวน่าจะถูก “แทยอนไม่ได้มาหรอกค่ะ..เขาจะบินวันนี้แล้ว ไฟล์ทบ่ายโมง..ถ้าเสร็จจากงานที่นี่ยูลก็จะไปส่งเหมือนกัน..ถ้าแทยอนไม่ได้เลื่อนไฟล์ทให้เร็วขึ้นเสียก่อน..”

                “เขาได้บอกไหมว่าจะไปอยู่ที่นั่นนานเท่าไหร่..แล้วจะไปอยู่ยังไง..ทำงานอะไร”

                “คุณลุงสนใจด้วยหรอคะ ความเป็นไปของพี่แทยอนน่ะ..นึกว่าจะสนใจแต่ความต้องการของตัวเองเสียอีก”

                “ซูยอน!” ยูริเอ็ดคนรักเมื่อเห็นสายตาดุดันของซูฮยอนที่ปรายตามองมา ซูยอนส่งค้อนประหลับประเหลือกใส่แล้วเชิดหน้าหนีไปทางอื่น ยูริลอบถอนหายใจเบาๆ หวั่นกลัวเหลือเกินว่าแฟนของเขาจะระเบิดขึ้นมาก่อนงานแต่งจะเริ่ม ยุนอากับจูฮยอนไปไหนนะ ทำไมถึงไม่ยอมมาช่วยกันเลย “แทยอนไม่ได้บอกอะไรมากค่ะ..บอกแค่ว่าทางค่ายเพลงของที่นั่นติดต่อให้แทยอนเข้าไปสัมภาษณ์งานทันทีที่ถึงอิตาลี เปอร์เซ็นที่จะได้งานที่นั่นก็เกือบเต็มร้อย..เกียรตินิยมอันดับหนึ่งนี่นา..ใครๆ ก็อยากได้ตัวทั้งนั้นล่ะค่ะ ผลงานตอนเรียนก็ใช่ว่าจะกระจอกงอกง่อยเสียเมื่อไหร่ คุณลุงก็รู้นี่คะ”

                คิมซูฮยอนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมและไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก คล้ายกับจะลังเลว่าจะถามที่อยู่ของแทยอนดีหรือไม่ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก และมีท่าทีราวกับว่าไม่เคยเอ่ยปากถามเรื่องของแทยอนออกไปเลยแม้แต่น้อย ..บาดแผลจากหัวใจที่แทบแตกสลายที่เกิดขึ้นเมื่อสองสามวันก่อนยังคงติดตรึงอยู่ไม่หาย และมันคงไม่หายไปง่ายๆ เพียงแต่เขาเลือกที่จะไม่เอ่ยหรือแสดงออกไปให้ใครได้รู้ว่าเขากำลังรู้สึกอะไรอยู่ คำพูดอวดดีและสายตาแข็งกร้าวของแทยอนในวันนั้นเขายังจำได้ดี การกระทำในวันนั้นเหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายระหว่างเขาและลูกสาว ภาพที่แทยอนเดินหันหลังออกไปจากห้องทำงานทำให้ซูฮยอนรู้ว่าแทยอนจะไม่มีทางกลับมาหาเขาอีก

                ..ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว..ตอนนี้ความหวังของเขาอยู่ที่มิยองเพียงคนเดียว..

                ..หากมิยองทำลายมัน..หัวใจของซูฮยอนคงยิ่งกว่าแหลกสลาย..

                ..เขารักมิยองเหมือนลูกสาวอีกคน..

..ฮวังมิยองไม่ต่างอะไรกับที่พึ่งสุดท้ายที่ซูฮยอนเหลืออยู่..

 

“จะดีหรอวะที่แกไม่เข้าไปแสดงความยินดีหน่อย..”

คิมแทยอน ละสายตาจากภาพตรงหน้าหันไปมองคนตัวสูงที่ก้าวเข้ามายืนข้างกัน สายตาของยุนอาจ้องมองมาที่เขา แต่แทยอนเพียงแค่ยิ้มและส่ายหน้าปฏิเสธ เขาอาศัยใต้เงาไม้ใหญ่แอบมองภาพงานแต่งที่กำลังจะเริ่มอยู่ไกลๆ มาสักพักแล้ว “ฉันทนไม่ได้ แกก็น่าจะรู้” เขาตอบเสียงแผ่ว “อีกอย่างก็ใกล้จะถึงเวลาที่ฉันน่าจะเตรียมตัวไปสนามบินแล้ว..ถ้าฉันเข้าไปแสดงความยินดี..ฉันคงทำใจให้จากเธอมาไม่ได้แน่”

“แต่แกก็ยังลงทุนมางานแต่งของน้องมิยองให้ตัวเองเจ็บเล่นเนี่ยนะ เชื่อเลยว่ะ”

“ฉันแค่อยากเห็นมิยองในชุดเจ้าสาว..เธอสวยมากจริงๆ ..” แทยอนอมยิ้มเศร้า ก่อนจะหันไปมองจูฮยอนที่ยืนอยู่ข้างกายยุนอา “ขอบคุณนะจูฮยอนที่แอบพาฉันขึ้นไปหาเธอ..” คนตัวเล็กก้มมองเวลา “ได้เวลาแล้วล่ะ..ป่านนี้ไอรีน กับเวนดี้คงไปรอส่งฉันที่สนามบินแล้ว..ขอโทษทีนะยุน ที่ต้องขอยืมตัวน้องชายแกให้ไปส่งฉันหน่อย”

“หมอนั่นยินดีจะตายที่ได้ทำอะไรเพื่อพี่สาวที่เขารักอย่างแกน่ะ”

“ลู่หานไม่ได้คิดอะไรกับฉันหรอกน่า” แทยอนหัวเราะน้อยๆ กับคำประชดของเพื่อน

“แน่ใจหรอ ?” ยุนอาย้อนถามทำให้แทยอนเงียบไป เขาถอนหายใจเมื่อแทยอนหันกลับไปมองภาพเบื้องหน้าที่อยู่ไกลลิบอีกครั้ง “แกรู้ตัวไหมว่าแกยิ้มเยอะขึ้นนะ..แกอาจจะไม่ได้สังเกตุตัวเอง แต่แกดูอ่อนโยนมากจริงๆ ตั้งแต่ชีวิตแกมีผู้หญิงที่ชื่อฮวังมิยองเข้ามา ..บางครั้งฉันกับยูลก็คิดว่าฉันคงจะได้เพื่อนของฉันกลับมาแล้ว..แต่มันก็ตลกดีที่ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันคิด”

“รอยยิ้มของฉันเกิดจากมิยอง..ฉันคงยิ้มออกมาจากใจไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ..” แทยอนพูด “ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง”

“ช่างเหอะ..ต่อให้แกจะเลวร้ายกว่านี้ฉันก็คือเพื่อนแก..ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ..ติดต่อกลับมาหาบ้างนะ แล้วถ้าฉันเคลียร์งานที่บริษัทได้เรียบร้อยเมื่อไหร่จะบินไปหา” ยุนอาตบบ่าเล็กของเพื่อนเบาๆ ดวงตาหวานคมจ้องมองดวงตาสีน้ำตาลเข้มของแทยอนนิ่ง ก่อนจะดึงเจ้าตัวเล็กมากอด “ฉันรักแกนะแทงกู”

“ฉันก็รักแกเหมือนกัน ยุนอา..”

 

. . .

               

                ท่วงทำนองของบทเพลงจากแกรนด์เปียโนดังก้องกระหึ่มไปทั่วโบสถ์ยามเมื่อร่างบอบบางในชุดเจ้าสาวเดินควงแขนคิมซูฮยอนเข้ามา ฮวังมิยองในชุดเจ้าสาวงดงามเดินเข้ามาใกล้แท่นพิธีมากขึ้น ผ่านแขกเหรื่อที่ลุกขึ้นแสดงความยินดีผ่านรอยยิ้ม มิยองสบสายตากับจูฮยอนที่ยืนส่งยิ้มเคียงข้างกับยุนอา ถัดจากร่างสูงโปร่งของเซฮุนก็เป็นรุ่นพี่ยูริที่ยืนอยู่กับคุณแม่ ..รอยยิ้มของพวกเขานั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความยินดีจากใจเลยสักนิด ..ราวกับรอยยิ้มนั้นถูกปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อให้เธอสบายใจ ..เสียดายนักที่พี่ไอรีนกับเวนดี้ไม่ได้มางานนี้ด้วย ..เธอไม่โกรธหรอก คนที่สมควรจะโกรธคือพี่ไอรีนมากกว่าที่ทำให้เพื่อนสนิทของหล่อนเสียใจขนาดนั้น ส่วนเวนดี้เองก็คงจะตามใจพี่ไอรีนเหมือนเคย.. ส่วนลู่หาน..มิยองไม่ได้คาดหวังเลยว่าเขาจะมา เด็กหนุ่มคนนั้นคงเกลียดเธอเต็มหัวใจ..และมิยองเองก็เข้าใจเขาดี..

                มิยองถูกส่งตัวต่อให้ซีวอน ชายหนุ่มที่กำลังจะกลายเป็นสามีของเธออีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เสียงของบาทหลวงที่กำลังอ่านคำสอนของพระเจ้าในพระคัมภีร์เล่มหน้าไม่ได้เข้าหูมิยองเลยสักนิด ทุกความรู้สึกของเธอนั้นว่างเปล่า สิ่งเดียวที่ชัดเจนคือทุกสิ่งที่เป็นแทยอน ไม่ว่าจะน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาและรอยยิ้มของเขา อ้อมกอดของเขา รสจูบของเขา และชัดเจนที่สุดคือสัมผัสที่นุ่มนวลของแทยอนยามที่เขาสัมผัสตัวเธอ ทุกอย่างที่รวมเป็นแทยอนนั้นชัดเจนอยู่ในความทรงจำ มันไม่เคยเลือนหาย ไม่เคยจางหายไปเลยสักวินาทีเดียว ..มิยองคิดถึงแทยอนอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาที่เธอกำลังจะกลายเป็นของคนอื่น..

                ..มิยองก็ยังคงคิดถึงแต่เขา..

                “คู่บ่าวสาวที่รัก ท่านสองมาในโบสถ์นี้เพื่อขอพระเจ้าประทับตราศักดิ์ศิทธิ์ ปกป้องคุ้มครองความรักของท่าน ต่อศาสนาบริกรของศาสนจักร และต่อหน้าสัตบุรุษที่ชุมนุมกันอยู่ ณที่นี้ พระคริสตเจ้าทรงอวยพรความรักของท่านอย่างอุดมสมบูรณ์ และเพื่อช่วยให้ถือสัตย์ต่อกันตลอดไป และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ของการสมรส พระองค์จึงโปรดให้ท่านซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของพระองค์แล้วด้วยศีลล้างบาป เป็นผู้มั่งคั่งและเข้มแข็งด้วยศีลพิเศษที่จะรับอยู่นี้ ฉะนั้น ข้าพเจ้าจะขอถามเจตจำนงของท่านต่อหน้าพระศาสนจักร”

                 “ชเวซีวอน..คุณจะรับฮวังมิยองเป็นภรรยาของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเธอ ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเธอและให้เกียรติเธอชั่วชีวิตของคุณหรือไม่”

                คำถามของบาทหลวงที่เอ่ยปากถามออกมากลับทำให้ชเวซีวอนลังเลที่จะตอบ เขาเหลือบมองฮวังมิยองที่ก้มหน้าเหม่อลอย ..ดีแล้วอย่างนั้นเหรอ..แบบนี้.. น้องมิยองไม่มีทางมีความสุข..ถ้าจะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก ..ซึ่งก็คือเขา ..น้องมิยองไม่ได้รัก..ไม่มีวันจะรัก.. ซีวอนจมอยู่กับความคิดของตัวเองขณะที่ทั้งโบสถ์เงียบสนิทเพื่อรอคำตอบจากเขา ดวงตาสีนิลสะดุดกับจี้เพชรที่กำลังส่องประกายอยู่บนต้นคอของว่าที่เจ้าสาว เพียงแค่นั้น..มันเป็นคำตอบแล้วสำหรับทุกอย่าง

                “ชเวซีวอน..คุณจะรับฮวังมิยองเป็นภรรยาของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเธอ ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเธอและให้เกียรติเธอชั่วชีวิตของคุณหรือไม่” บาทหลวงถามย้ำอีกครั้งเมื่อซีวอนเงียบนานเกินไป

                ..เขาตัดสินใจแล้ว..

 

                “ไม่ครับ..”

                “ผมขอยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้..”

               

                “เพราะผมไม่อาจ..รับผู้หญิงที่ทั้งชั่วชีวิตจะไม่มีวันรักผมเป็นภรรยาได้ครับ”

 

                =======================================================================


                         Senior Talk : 

              มาแล้วค่ะ 5555 หายไปเกือบเดือนอีกแล้ว ตอนหน้าถึงตอนจบแล้วนะคะ คิดว่าหลายคนคงเตรียมเฮแล้วแหล่ะเนอะ มาลุ้นกันว่ามิยองจะไปทันพี่เหมันต์มั้ย แล้วเรื่องครอบครัว พ่อพี่เหมันต์จะจัดการยังไง .. ตอนหน้าเป็นตอนจบแล้ว จะมีบทส่งท้ายมาให้ก่อนเรื่องนี้จะจบลงอย่างเป็นทางการค่ะ ส่วนใครที่ขอ NC เค้าเคยแจ้งไปแล้วว่าจะไม่แจกแล้วค่ะเพราะเตรียมทำรูปเล่ม ต้องขออนุญาติสงวนสิทธิสำหรับคนที่สั่งซื้อหนังสือนะคะ ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยค่ะ 

             ใครที่สนใจรูปเล่มฟิคเรื่องนี้สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดการจองได้ในลิ้งแนบไว้ในหน้าแรกของฟิคเรื่องนี้นะคะ

            เค้าเปิดจองไว้ก่อนค่ะ เนื่องจากเค้ากำลังเขียนตอนพิเศษอยู่ ยังไม่ได้จัดหน้าเรียบร้อยเลยยังไม่สามารถคำนวนราคาที่แน่นอนได้ ส่วนแบบหนังสือตั้งใจทำเป็น BoxSet ให้เก็บสะสมกันพร้อมของแถมที่รับรองว่าคุ้มค่ากับราคาแน่นอนค่ะ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ชิงรางวัลด้วยนะ :) รายละเอียดอื่นๆ เดี๋ยวหากมีเพิ่มเติมแล้วจะอัพเดทให้ค่ะ ช่องทางการติดต่อของเค้าอยู่ในลิ้งค์จองฟิคที่แนบไปแล้วนะคะ มีข้อสงสัยสามารถถามกันมาได้ค่ะ

          เจอกันตอนจบเร็วๆ นี้พร้อมรายระเอียดหนังสือค่ะ :D

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #856 sinsun_ananya (@sinsun_ananya) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 00:46
    นายเปนคนดี ชเวซีวอน
    #856
    0
  2. #648 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 13:41
    ขอบคุณพี่ซีวอน ><
    #648
    0
  3. #554 aueng (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 13:16
    รักชีวอนก็คราวนี้แหละ
    #554
    0
  4. #541 minityss_ (@miniss) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 14:41
    กรี้ดดดด ~ ลุ้นแทบจะหยุดหายใจเลย โอ่ยยย ดีใจ 555555555 



    ไรท์กลับมาแล้วว นึกว่าจะหายไปเลยนะคะเนี่ย คิดถึงจริงๆ ฮี่ๆๆ^^



    มาต่อไวๆนะคะ'3'
    #541
    0
  5. #534 coke (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 22:52
    กรี๊ดดดด จะรักซีวอนก็ตอนนี้แหละ ทำดีลูกทำดี >\\\<

    นี่ร้องไห้น้ำตาแตกสงสารพี่แทงและน้องมิยอง ปวดตับมาก ฮือๆๆT^T
    #534
    0
  6. #533 ฟรีไทร์ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 18:42
    แทยอนกำลังจะไปแล้วมิยองรีบตามพี่แทงให้ทันนะ

    ซีวอนตัดสินใจนาทีสุดท้้ายเลยนะ ดีที่ซูยอนมาเตือนสติบอกความจริงกับซีวอนก่อน

    #533
    0
  7. #531 my mixi_mum (@toonkidy) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 11:31
    ชีวอนพี่แมนมากปรบมือ ส่วนแทยอนก็ขอฟานี่แต่งานนะ งานมโนมา
    #531
    0
  8. #530 BamKodsang (@BamKodsang) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 10:29
    เย้~~~~มาม่ากำลังจะผ่านไปแล้ว สงสารพี่แทกับมิยองอ่า ขอบคุณมากซีวอน หวังว่าคุณคิมจะเข้าใจนะ สู้ๆค่ะไรท์
    #530
    0
  9. #529 magic (@magic1412) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 02:07
    เย้ๆๆๆๆ กริสสสสส ชีวอน ช้านรักนายก็ตอนนี้แหละ เย้ๆ ยกเลิกงานแต่ง!!! มิยองน้อยรีบไปตาม พี่แทงเร็ววววว สาธุ!!! ขอให้ทันทีเถอะ!!! ลุ้นนน ยิ้งกว่าผลสอบ !!!
    #529
    0
  10. #528 gerre _888 (@gerre_888) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 01:53
    ในที่สุดซีวอนก้อตัดสินใจได้ ซูยอนเทอแน่มาก กดดันปล่อยเปนชุดเลย พี่แทจะไปแล้วเหรอ ฟานี่จะห้ามทันมั้ย บทสรุปจะเปนอย่างไร พ่อพี่แทจะยอมรับมั้ย จะจัดการปัญหาต่อจากนี้ยังไง
    #528
    0
  11. #527 Milk Manchusa (@lmilkt) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 21:21
    เป็นครั้งแรกที่รู้สึกรักซีวอนขึ้นมา55555 มาต่อเร็วๆนะไรท์~~
    #527
    0