ตอนที่ 62 : Last Chapter : Now .. and Forever

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 พ.ย. 58

 

“ผมขอยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้..”

               “เพราะผมไม่อาจ..รับผู้หญิงที่ทั้งชั่วชีวิตจะไม่มีวันรักผมเป็นภรรยาได้ครับ”

 

                บรรยากาศทั่วทั้งโบสถ์เงียบสนิทหลังจากซีวอนประกาศยกเลิกพิธีที่กำลังดำเนินอยู่ เสียงเพลงจากแกรนด์เปียโนเงียบลงไปและถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบเบาๆ ของแขกเหรื่อในงาน ซูยอนกับวิกตอเรียลอบยิ้มให้กันอยู่ข้างมิยองที่กำลังยืนตกตะลึง

                “ฮวังมิยอง..ไม่ได้เต็มใจที่จะแต่งงานกับผมตั้งแต่แรก..เธอไม่ได้รักผม..หัวใจของเธอไม่มีวันเป็นของผมไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แม้กระทั่งวันสุดท้ายที่ลมหายใจเธอหมดลง คนที่อยู่ในหัวใจมีเพียงคนเดียว.. นั่นคือ คิมแทยอน.. คนรักของเธอ..” ซีวอนเงยหน้ามองบาทหลวงที่กำลังยืนมองด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับยินดีที่จะฟังคำสารภาพมากมายจากเขา “คุณพ่อครับ..ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเป็นการทำลายพิธีอันศักดิ์สิทธิ์..แต่ผม..ผมไม่อาจทำเป็นเมินเฉยต่อความรู้สึกของเธอ..เพื่อความสุขของตัวเองได้หรอกครับ..ผมไม่อาจทำร้ายความรู้สึกของเธอได้..เพราะแบบนั้น..ผมจึงอยากจะขอยกเลิกงานแต่งงานระหว่างผมกับเธอ..”

ซีวอนหันไปเผชิญหน้ากับมิยอง ไม่มีร่องรอยเสียดายหรือลังเลใดๆ บนใบหน้าหล่อเหลาสักนิด มันเป็นสัญญาณบอกว่าชเวซีวอนจะไม่มีทางกลับคำที่ตัวเองเพิ่งลั่นออกไปแน่นอน “น้องมิยองครับ..พี่ขอโทษสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมา ทั้งความเห็นแก่ตัวทั้งหลายของพี่...”

“..ตอนนี้น้องมิยองเป็นอิสระแล้วนะ..ไปหาคนที่น้องมิยองรักเถอะครับ..กลับไปหาเขา..”

“คนที่เป็นเจ้าของหัวใจของน้องมิยองคนนั้น..”

 

“ไปหาแทยอนเถอะครับ..”

 

                ..ทำถูกแล้วล่ะ ชเวซีวอน..

                ..ยอมรับได้แล้วนะ..

..ว่าสุดท้ายแล้ว..คิมแทยอนก็ยังเป็นผู้ชนะ..ที่ได้หัวใจของฮวังมิยองไปครอบครอง..

 

 

“มิยอง..แทยอนเลื่อนไฟล์ทบินเป็นตอนบ่ายโมง ถ้าไปตอนนี้ยังทันนะ” เสียงของยูริดังมาจากที่ไหนสักแห่ง มิยองหันไปมองหน้าซีวอนเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มอ่อนโยนที่ชายหนุ่มส่งมาให้ทำให้มิยองอยากจะขอบคุณเขาสักล้านหน หัวใจของเธอปลอดโปร่งไปหมด..มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลย ..เหมือนโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นได้ถูกทำลายลง เหมือนพันธนาการที่เหนี่ยวรั้งเธอไว้ถูกทำลายเสียจนไม่เหลือชิ้นดี ตอนนี้เธอไม่สนใจอะไรแล้วทั้งนั้น ไม่สนใจแล้วว่าคนอื่นจะมองว่ายังไง จะพูดอะไรไหมต่อจากนี้ ไม่สนใจแล้ว

สิ่งเดียวที่เธอสนใจคือเธอต้องไปหาเขาตอนนี้ ..ต้องไปตอนนี้เท่านั้น สองมือหอบชายกระโปรงขึ้นก่อนจะออกวิ่งไปหายูริที่ยืนรอเธออยู่ก่อนแล้ว มิยองวิ่งตามแรงจูงของยูริออกไปนอกโบสถ์โดยทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง แม้ว่าเสียงของคิมซูฮยอนจะตะโกนเรียกเธอดังแค่ไหน มิยองก็ไม่สน สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือไปหาเขา

..ไปหาแทยอน..

 

“มิยอง!!มิยองกลับมาเดี๋ยวนี้!!ลุงสั่งให้หนูกลับมา!....”

“พอเถอะค่ะรุ่นพี่...”

“..ยูอินนา แต่เธอก็เห็น...”

“รุ่นพี่ทำร้ายพวกเด็กๆ มากพอแล้วนะคะ ถึงเวลาหรือยังที่จะปล่อยให้เขาเป็นอิสระ”

คำพูดทั้งหมดถูกกลืนลงคอรวมถึงความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่หายไปทันทีที่ได้ยินประโยคที่สวนกลับมาของยูอินนา คำพูดที่เหมือนหมัดลุ่นกระแทกเข้าที่ปลายคางทำให้ทุกความคิดทุกความรู้สึกหยุดลงทันใด ดวงตาคมเหม่อมองไปยังประตูโบสถ์ที่เปิดกว้าง “ซูจี.....” ซูฮยอนเพ้อเสียงแผ่ว เมื่อดวงตามองเห็นหญิงสาวที่เขารักมาตลอดชีวิตมองตอบกลับมาด้วยสายตาผิดหวัง ภาพของเธอมันชัดเจนเสียจนซูฮยอนอยากปักใจเชื่อว่าเธอยังไม่ตาย เพียงแต่ร่างนั้นเป็นเพียงเงารางๆ ที่ตอกย้ำให้เขารู้ว่าเธอจะไม่มีวันกลับมา

..คุณกำลังตำหนิผมอยู่ใช่ไหม..ที่ดูแลลูกของเราไม่ดีพอ..ผมทำร้ายหัวใจเขา ละเลยเขา..และผม..ก็เกือบจะขยี้หัวใจเขาจนแหลกคามือของผมอีก..

 

“ขอโทษ....”

“ผมขอโทษนะ ซูจี..”

                . . .

                “บ้าเอ๊ย ทำไมรถมันติดแบบนี้วะ” ยูริสบถด้วยความหงุดหงิด เขาเหลือบตามองเวลาก็ยิ่งหงุดหงิด ไม่รู้ว่ารถมันจะติดอะไรกันนักหนา คาอยู่ที่เดิมมาเกือบยี่สิบนาทีแล้ว และอีกไม่ถึงสิบห้านาทีแทยอนก็ต้องเข้าไปเช็กอินเพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่อิตาลี “คนมันจะเดินทางอะไรกันวันนี้เยอะแยะวะเนี่ย”

                มิยองมองรถยนตร์ที่ติดยาวอย่างกระวนกระวายใจ ..ทำไมต้องมาติดเวลาแบบนี้ด้วย ปกติที่สนามบินรถติดแบบนี้ประจำเลยหรือไงนะ.. เธอคิดอย่างไม่สบายใจ ชะเง้อมองเบื้องหน้าที่มีรถยนต์จอดยาวจนมองแทบไม่เห็นทางเบื้องหน้า ดวงตาคู่หวานเหลือบมองพี่ยูริ ดูเหมือนพี่เขาก็ร้อนใจไม่แพ้กัน ..แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าเธอเองก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าการจราจรจะติดขัดไปอีกนานเท่าไหร่ หากจะไปให้ทันคงต้องมีทางเดียว “พี่ยูริ พี่แทงต้องไปเช็กอินที่เกทไหนหรอคะ?”

                “เกทเจ็ดน่ะ ไฟล์ทบินเวลาบ่ายโมงครึ่ง แต่แทยอนต้องไปเช็กอินห้ามเกินบ่ายโมงไม่อย่างนั้นคงตกเครื่องแน่”

                “งั้นเจอกันข้างในนะคะ” มิยองพูดรวบรัดแล้วตัดสินใจเปิดประตูเจ้าเฟอรารี่สีแดงสดลูกรักของยูริก่อนจะพุ่งตัวออกไปทางกลางถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ที่ติดจนยาวเหยียด

                “ม มิยอง เฮ้!!” ยูริตะโกนลั่นรถ มองร่างบอบบางที่หอบชายกระโปรงชุดเจ้าสาววิ่งผ่านรถยนต์ที่จอดนิ่งสนิทแทรกกลุ่มคนที่หันมามองโดยไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้ว ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ..ไม่อยากจะเชื่อเลยแฮะว่าคนอย่างมิยองจะกล้าทำอะไรแบบนั้น เด็กสาวขี้อายคนนั้นได้หายไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้วสินะ ตอนนี้ที่เขาเห็นคือหญิงสาวที่กำลังวิ่งสุดชีวิตเพื่อไปหาเพื่อนของเขา ..เพื่อรั้งแทยอนเอาไว้ไม่ให้จากเธอไปไหน.. มุมปากหยักยกยิ้มและโคลงหัวเล็กๆ “อย่างนั้นก็คงไม่ต้องรีบหรอกมั้ง..ยังไงแทยอนก็ไม่ไปอยู่แล้วถ้าได้เจอมิยองล่ะก็”

 

                “ขอทางหน่อยค่ะ ขอโทษค่ะ ขอทางหน่อย!!” เสียงหวานตะโกนร้องขอโทษขอโพยผู้คนที่เดินไปมาตลอดทาง มิยองพาร่างของตัวเองเบียดเสียดกลุ่มคนที่แน่นขนัดสนามบิน ออกแรงวิ่งให้เร็วขึ้นเพื่อไปให้ทันเวลา เธอไม่สนใจอะไรทั้งนั้นว่าผู้คนมากมายจะมองเธอด้วยสายตาแบบไหน ..เขาอาจจะมองเธอเป็นตัวประหลาด และหันไปซุบซิบนินทาเธอ แต่มิยองไม่สนใจหรอก ไม่สนใจเลยสักนิด สิ่งเดียวที่เธอนสนใจก็คือเขา คือแทยอน.. เธอต้องไปหาเขาให้ทัน เพื่อหวังว่าเขาจะไม่จากเธอไป เพื่อว่าเขาจะได้อยู่กับเธอไปตลอดชีวิต ..ที่นี่

                ฮวังมิยองในชุดเจ้าสาวหอบหายใจ ชุดเจ้าสาวนี่เกะกะเหลือเกิน อยากจะฉีกทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดเผื่อจะทำให้เธอวิ่งไปหาเขาได้ไวขึ้น แต่มันไม่มีเวลาแล้ว อีกไม่ถึงสิบนาทีจะได้เวลาที่แทยอนต้องเข้าเกทหากไม่รีบวิ่งไปหาเขาตอนนี้มิยองคงไม่ได้เจอเขาอีกแน่ มิยองสูดหายใจลึก ไม่สนใจหัวใจที่เต้นตุบๆ และความรู้สึกเสียดแน่นในหน้าอกของตัวเองเลยสักนิด ดวงตาคู่หวานกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กไปพลางขณะที่กึ่งวิ่งกึ่งเดิน และรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานเมื่อเห็นแผ่นหลังเล็กที่คุ้นเคยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนมากมาย

                ..อีกนิดเดียว ฮวังมิยอง อดทนนะ.

                “ข ขอโทษนะคะ ขอทางหน่อย”

                ..อีกนิด..ได้โปรด..พี่แทงอย่าเพิ่งไปนะคะ..รอมิยองก่อน..

                “พ พี่แทง..”

                ..เสียงเธอทำไมถึงดังได้แค่นี้ล่ะมิยอง เรียกเขาสิ เรียกเขาไว้ เขาจะไปแล้วนะ..

                “พ พี่...”

                หัวใจดวงน้อยหล่นวูบเมื่อแทยอนกอดร่ำลาไอรีนที่กำลังร้องไห้ เขาหันไปกอดลู่หานและพูดอะไรสองสามคำ สีหน้าของเขานั้นแสนเศร้ายามที่จับกระเป๋าเดินทางใบโตเพื่อเตรียมตัว เขากำลังโบกมือลาคนที่มาส่งเขาในขณะที่มิยองยังไปไม่ถึงตัว ทั้งที่อีกนิดเดียวเท่านั้น

                ..ตะโกนเรียกเขาสิ มิยอง..เธออยากเสียเขาไปอย่างนั้นเหรอ..

                มิยองสูดลมหายใจลึก ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น..ไม่สนว่าใครจะมองว่าเธอบ้า หรือมองเธอเป็นตัวตลก ทุกโสตประสาทของเธอมีเป้าหมายเดียวก็คือเขา

                ..ตะโกนเรียกเขา..

                “คิมแทยอน!!หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!!

 

                ร่างเล็กชะงักฝีเท้าก่อนจะนิ่งค้างหลังจากที่ได้ยินชื่อของตัวเองดังลั่น.. น้ำเสียงนั้นคุ้นเหลือเกิน.. หัวใจที่หยุดเต้นไปเสี้ยววินาทีหลังจากได้ยินเสียงตะโกนนั้นกลับมาเต้นดังอีกครั้ง มันเต้นดังเสียจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกแล้วหากมันจะทำได้ ..หูเขาไม่ฝาดใช่ไหม.. แทยอนถามตัวเอง เขาไม่รู้เลยว่าริมฝีปากของเขากำลังยิ้มกว้าง เสียงฝีเท้าของเธอเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงตะโกนของเธอ แทยอนทิ้งกระเป๋าเดินทางแล้วหันหลังกลับไป

                ร่างบอบบางพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเขาอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาเห็นเพียงแค่กลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอ และสิ่งที่เขารับรู้ได้ชัดเจนที่สุดคืออ้อมแขนของเธอที่กำลังกอดรัดคอเขาแน่น เสียงของเธอสะอื้นเบาๆ อยู่ข้างหู เพียงแค่นั้นแทยอนก็ยอมทิ้งทั้งหมดเอาไว้ ไม่ว่าอนาคตการงานของเขา..ประเทศที่เขาใฝ่ฝันถึง..อิตาลี..เขาไม่สนใจแล้วในเมื่อแทยอนได้สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตกลับมา เธอกลับมาหาเขา ไม่ว่าจะเป็นไออุ่นที่คุ้นเคย..กลิ่นหอมของเธอ..ทั้งหมดที่เป็นเธอ..เขาไม่ได้ฝันไป

                ..เขาได้ฮวังมิยองกลับคืนมาแล้ว..

 

                “นึกว่าจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว..รู้ไหม มิยองอา..ฉันคิดว่าฉันจะไม่ได้เธอกลับมา..ขอบคุณพระเจ้า..” แทยอนกระซิบข้างหูของเธอเสียงสั่น ความรู้สึกมากมายตีตื้นขึ้นมาจนกลั่นออกมาเป็นน้ำตา แทยอนซบหน้ากับไหล่ลาดของเธอ กอดเธอแน่น ..แน่นเสียจนเขาคิดว่าหากเขากอดเธอไม่แน่นมากพอ แทยอนอาจจะเสียมิยองไปก็ได้ แรงกอดที่กระชับตอบกลับมาของเธอทำให้แทยอนรู้ว่าเขาไม่ได้ฝันไป

                ร่างบอบบางดันกายออกจากอ้อมแขนเล็ก เธอใช้ดวงตาคู่หวานที่เขาหลงรักไล่สายตามองเครื่องหน้าของเขา ริมฝีปากอิ่มขยับพึมพำชื่อของเขาซ้ำไปซ้ำมา สองมือของมิยองประคองดวงหน้ากระจ่างใสลูบผิวละเอียดด้วยปลายนิ้วโป้ง ก่อนจะดึงหน้าเขาเข้ามาใกล้พร้อมกับแนบริมฝีปากลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกความคิดถึง ทุกความโหยหา ทุกความรู้สึกที่มันอัดอั้นอยู่ในอกถูกถ่ายทอดผ่านริมฝีปากที่บดเบียดแนบแน่น เหมือนความรู้สึกหนักอึ้งทุกอย่างสลายไป..ยามที่เขาขยับริมฝีปากโต้ตอบกลับมา

                ..ทุกสัมผัสของเราที่โต้ตอบกัน..มันมากพอแล้วสำหรับทุกความรู้สึกที่อัดแน่นตอนนี้..เราได้บอกเล่าความรู้สึกมากมายผ่านริมฝีปากที่กำลังผลัดแลกจูบ เราไม่สนอะไรทั้งนั้นนอกจากคนที่อยู่ตรงหน้า เราจูบกันเหมือนกับว่าโลกใบนี้มีแค่เราสองคน ..เราจูบกันเหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เรายังหายใจอยู่ ตักตวงความสุขที่เคยเหือดหายไปชั่วระยะเวลาหนึ่งให้กลับมาเติมเต็มหัวใจเราอีกครั้ง ทำลายความรู้สึกหนักอึ้ง..ไม่สบายใจ..และความทุกข์ใจทั้งหลายที่เราแบกมันเอาไว้ลงไปด้วยริมฝีปากที่ผลัดกันบดเบียดเข้าหา..

                เราจูบกันจนกระทั่งรู้สึกว่าน่าจะเพียงพอในการชดเชยความสุขที่เสียไป.. มิยองถอนริมฝีปากออก ช้อนสายตามองดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่กำลังส่งสายตาออดอ้อนให้เขาได้ชิมความหวานต่ออีกหน่อย ก่อนจะทาบปลายนิ้วลงบนริมฝีปากคู่บางเมื่อเขาทำท่าจะยื่นหน้าเขามาขอจูบจากเธออีกครั้ง “พอก่อนนะคะ..” เธอพูดพร้อมกับพวงแก้มที่ซับสีเรื่อ เอียงหน้าซบไหล่เล็กของเขาขณะที่เรายังคงตระคองกอดกันไม่ห่าง “นึกว่าจะมาไม่ทันพี่แทงไปเสียแล้ว..ขอบคุณพระเจ้าเหลือเกินที่เมตตาให้มิยองไม่ต้องแต่งงานกับคนที่มิยองไม่ได้รัก..เพื่อให้มิยองได้กลับมาหาพี่แทงอีกครั้ง..”

                “..ฉันก็คิดว่าจะไม่ได้เธอคืนมาแล้ว..กลัวเสียด้วยซ้ำว่าพี่ซีวอนจะไม่ยอมปล่อยเธอกลับมาหาฉัน..”

                มิยองผละจากบ่าเล็กมามองหน้าเขาอีกครั้ง “..ที่รัก..” น้ำเสียงหวานกระซิบแผ่ว พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นพร้อมกับกลั้นหยดน้ำตาที่มันกำลังเอ่อคลอไม่ให้ไหลออกมา เวลาแบบนี้..ไม่ควรเลยที่จะร้องไห้ เรียวปากเม้มแน่นก่อนจะเอ่ยขอร้องเขา “อย่าทิ้งกันไปนะคะ..จากนี้มิยองจะอยู่กับพี่..ไม่ว่าจะที่ไหน มิยองก็จะไปกับพี่..แค่มีพี่แทง..แค่มีพี่แทงมิยองก็ไม่ต้องการอะไรแล้วค่ะ”

                “ฉันรู้..ฉันรู้ที่รัก” แทยอนส่งยิ้มอ่อนโยน สองแขนคลายกอดจากร่างบอบบางตรงหน้าเคลื่อนฝ่ามือมากอบกุมมือคู่บางของเธอเอาไว้ “ไม่ต้องกังวลไปนะ..จากนี้ไปฉันจะดูแลเธอเอง..”

                คำมั่นสัญญาพร้อมด้วยแววตาหนักแน่นจริงจังของเขาทำให้ฮวังมิยองยิ้มออกมาได้อีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มที่ถูกปั้นแต่งขึ้น แต่กลับเป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากหัวใจของเธอจริงๆ ..รอยยิ้ม..ที่มีเพียงแค่คิมแทยอนเท่านั้นที่จะทำให้มันเกิดขึ้นบนใบหน้าหวานได้ ..คิมแทยอน..ความสุขทั้งหมดของเธอ.. ถ้าไม่มีเขา ..มิยองคงไม่มีวันหาความสุขในชีวิตเจอเป็นแน่ ดวงตาคู่หวานโค้งปิดเป็นรูปจันทร์เสี้ยวพร้อมกับริมฝีปากอิ่มขยับยิ้มกว้างเมื่อแทยอนประทับริมฝีปากบนลงหลังมือของเธอ

                ..จากนี้ชีวิตของมิยองจะมีแค่แทยอนเท่านั้น..เธอเลือกแล้ว..เธอเลือกเขา เธอเลือกคิมแทยอน ..เธอเลือกอนาคตที่มีเขาอยู่ต่อให้จะมองไม่เห็นปลายทางก็ตาม แค่มีแทยอนอยู่ก็เพียงพอแล้ว..

                ..เท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับตลอดชีวิตของเธอต่อจากนี้..

                ..แค่มีแทยอนก็พอ..

 

                . . .

 

                “เธอชอบที่นี่ใช่ไหม?”

                เสียงนุ่มกระซิบถามขณะที่แทยอนขยับเข้ามากอดซ้อนจากด้านหลัง มิยองอมยิ้มรับพร้อมกับเอนตัวพิงร่างของเขา ทาบมือลงบนสองมือของเขาที่ประสานอยู่บนหน้าท้องของเธอ ..หลังจากที่แทยอนตัดสินใจทิ้งแผนการเดินทางไปอิตาลีไว้ เขาพาเธอมาที่นี่..ที่บ้านริมทะเลแห่งนี้พร้อมกับไอรีน เวนดี้ และลู่หาน ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีที่ไหนปลอดภัยสำหรับเราอีกแล้วนอกจากที่นี่ ..บ้านริมทะเลที่เราเคยมีความทรงจำที่ดีร่วมกัน.. ไม่ใช่แค่สำหรับเราสองคนเพียงเท่านั้น แต่เป็นความทรงจำที่ดีของพวกเราทั้งหมด

                มิยองทอดสายตามองหาดทรายสีขาวและท้องทะเลสีคราม ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง กลิ่นลมสดชื่นของทะเลทำให้สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความอิ่มเอม เหนือสิ่งอื่นใดคือการที่เธอได้อยู่ในอ้อมกอดของคนที่เธอรักสุดใจ ..และแน่นอนว่าเขาเองก็รักเธอมากไม่แพ้กัน ..ตอนนี้ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นว่าเส้นทางของเราสองคนจะเป็นอย่างไรต่อไป ..เราจะเดินไปทางไหน จะอยู่ที่นี่ หรือสักที่ที่ครอบครัวของเราจะไม่มีวันหาเจอ สิ่งเดียวที่เราสองคนคิด คืออยากซึมซับความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ อยากซึมซับความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

                “มากับฉันหน่อยได้ไหม..ฉันมีอะไรจะให้เธอดู..” แทยอนกระซิบถาม เขาจูบพวงแก้มนวลของเธอเบาๆ อย่างแสนรัก สองแขนที่ตระคองกอดนั้นคลายออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นจับจูงมือเธอให้เดินตามเขา

                สองขาก้าวเท้าตามแรงจูงของคนตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างกัน การปฏิบัติตัวที่เต็มไปด้วยความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ แม้ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ กระนั้นกลับทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา..แทยอนไม่เคยเดินนำเธอสักก้าว เขาไม่ได้ทำตัวเป็นผู้นำโดยการเดินนำหน้าเพื่อให้เธอเดินตาม แต่กลับจูงมือเธอให้เดินไปด้วยกัน ทีละก้าว..ทีละก้าว.. เหมือนเช่นตอนนี้ และมิยองก็หวัง..ว่าเราสองคนจะเดินจูงมือกันแบบนี้ในอนาคต..เรื่อยไป..

                “มิยองอา..” เขาเอ่ยชื่อเธอหลังจากหยุดเดินในที่สุด มือของเขายังกุมมือของเธอเงียบๆ ขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาทอดสายตามองท้องทะเลสีครามที่กว้างใหญ่จนมองไม่เห็นเส้นขอบฟ้า แทยอนหันหน้ามาส่งยิ้มให้เธอ รอยยิ้มที่ทำให้มิยองอบอุ่นหัวใจทุกครั้งที่ได้มอง “เธอเคยบอกฉัน..ว่าหากมีใครสักคนถือต้นไอวี่มามอบให้เธอ พร้อมกับขอให้เธอร่วมเดินทางไปกับเขาจนตลอดชั่วชีวิต..เธอยินดีที่จะรับมันมาอย่างไม่ลังเลน่ะ..เธอจำได้หรือเปล่า..”

                พวงแก้มนวลพลันซับสีเรื่อทันทีที่พอจะตีความในประโยคยาวๆ นั้นออก มิยองเหลือบตามองสบตากับเขา ไม่เพียงกี่วินาทีก็ต้องหลุบสายตาลงต่ำ ไม่รู้ทำไม..ดวงตาคู่นั้นถึงดูอ่อนหวานกว่าทุกครั้งกันนะ มิยองอาจจะขัดเขินทุกครั้งที่ได้สบตากับเขาแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานหลายปีก็ไม่ได้ช่วยให้อาการเก้อเขินนั้นลดลง แต่คราวนี้มันกลับไม่ใช่แบบนั้น..สถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ทำให้หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะแปลกๆ สองมือของเธอเย็นเฉียบแม้จะมีไออุ่นจากฝ่ามือของเขากอบกุมอยู่ก็ตาม

                “เธอจะเสียใจไหม..จะผิดหวังไหมหากฉันไม่มีต้นไอวี่สีขาวมามอบให้..”

                “ไม่..ไม่ค่ะ มิยอง...” คำพูดที่ละล่ำละลักตอบถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากถูกปิดด้วยจูบนุ่มนวลของเขา เหมือนเสียงทั้งหมดขาดหาย ..หัวใจของเธอหยุดเต้นเพียงเสี้ยววินาที..ก่อนจะกลับมาเต้นอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม ด้วยจังหวะที่แรงกว่าเดิม เหมือนเสียงรัวกลองที่ดังก้องอยู่ในอก จนมิยองเองก็ไม่แน่ใจว่ามันจะกระเด็นออกมาข้างนอกหรือเปล่า หน้าเธอร้อนไปหมดเลยยามที่ได้สบตากับเขา ..แววตาของเขาอ่อนโยนนัก อ่อนโยนและหวาน..เสียจนหัวใจเธอแทบละลาย มิยองไม่อาจสบสายตาหวานๆ คู่นั้นได้นานเลย..แต่ทว่า.. เธอก็ไม่อาจถอนสายตาออกมาจากดวงตาคู่นั้นของเขาได้เช่นกัน

                “ฉันรู้..ว่าความฝันของผู้หญิงทุกคนคือการแต่งงานกับคนที่พวกเธอรัก..แน่นอนว่าเธอเองก็เช่นกัน..มันเป็นวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตนี่เนอะ อยากให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดก็คงไม่แปลก..แต่ว่าฉันน่ะ..ไม่มีอะไรแบบนั้นให้เธอหรอกนะ..”

                แทยอนก้มหน้าอมยิ้มกับตัวเองเล็กๆ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ แววตาจริงจังของเขาทำให้หัวใจของมิยองทำงานอย่างหนัก ..รู้ดีว่าแทยอนจะพูดอะไร แต่เธอก็ยังอยากจะรอฟัง.. “ชอกียา...” น้ำเสียงของเขานั้นทุ้มละมุน เช่นเดียวกับแววตาที่อ่อนโยนเสียจนมิยองอยากจะรั้งเขามาจูบแรงๆ สักที “ขอโทษนะ..ที่ฉันไม่มีพิธีแต่งงานให้เธอ ไม่มีบาทหลวงและแขกเหรื่อมากมายมาเป็นพยานให้กับเรา..เธอเข้าใจฉันใช่ไหมว่าตอนนี้เราทำแบบนั้นยังไม่ได้..แต่ฉันไม่อยากรออีกแล้ว..”

                “พี่..”

                “ฉันอาจจะไม่มีโบสถ์สวยๆ ที่จัดงานให้เธอ..ไม่มีบาทหลวงมาทำพิธีเธอ..ไม่มีแขกเหรื่อ..ไม่มีดอกไม้..แต่ฉันมีท้องฟ้า ..ทะเล..และหาดทราย..” แทยอนกุมมือเธอไว้ด้วยมือข้างเดียว เขาหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง กล่องกำมะหยี่ขนาดกระทัดรัดอยู่บนฝ่ามือของเขา มันถูกเปิดออกและสิ่งที่อยู่ในนั้นก็ปรากฏแก่สายตาของเธอ “พร้อมกับแหวนวงนี้..ถ้าฉันมีเพียงเท่านี้..”

                “กับคำสาบานว่าฉันจะรักและซื่อสัตย์กับเธอไปจวบจนลมหายใจสุดท้ายของฉัน..”

                “เธอจะแต่งงานกับฉันไหม..”

                แทยอนกระแอมเล็กน้อยเพื่อเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง อยู่ๆ ก็เกิดประหม่าขึ้นมาเสียอย่างนั้น..ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แก้มของเขาร้อนผ่าว..ไม่ต้องส่องกระจกดูก็รู้ว่ามันกำลังแดงจัดแค่ไหน ..บางที..อาจจะกำลังแดงพอๆ กับแก้มของมิยองก็ได้ “คือ..มันอาจจะไม่ได้มีราคามากมาย..มันอาจจะไม่ใช่ของใหม่..แต่ว่า..” แหวนทองคำขาวสลักลวดลายสวยงามถูกหยิบขึ้นมาจากกล่อง แสงวูบวาบจากเพชรเม็ดเล็กส่องประกายต้องสายตาดึงดูดสายตา มันดูเก่า..แต่กระนั้นก็สวยงามมากและมิยองก็ชอบมันมากเช่นกัน ต่อให้เขาไม่บอกเธอก็รู้ว่าแหวนนี้เป็นของใคร “มันเป็นแหวนของแม่..แหวนที่พ่อขอแม่แต่งงาน..แม่ให้ฉันไว้ก่อนที่แม่จะจากฉันไป”

                “....”

                “และฉันคิดว่ามันเหมาะกับเธอที่สุด..เธอคือคนที่ฉันอยากให้รักษาและดูแลแหวนวงนี้..”

                “....”

                “แต่งงานกับฉันนะ..เจ้าหญิงของฉัน..”

                “ค่ะ..”

                ทันทีที่เสียงหวานนั้นรับคำ.. รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏบนใบหน้ากระจ่างใสของแทยอน แทยอนกำลังยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ยิ้มกว้างเสียจนเห็นลักยิ้มของเขา ..นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็น อาจจะนับตั้งแต่วันที่เธอเป็นคนบอกเลิกเขาเพื่อทำตามคำสั่งของคิมซูฮยอน แทยอนต้องทรมานแค่ไหน เธอต้องเจ็บปวดแค่ไหน..มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่รับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดหัวใจเหล่านั้นได้ดีที่สุด แต่ช่างเถอะ.. ความทรงจำที่เลวร้ายเหล่านั้นมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ณ เวลานี้..และต่อจากนี้..เส้นทางของเราจะมีแต่ความสุข เราจะมีกันและกัน ..เราจะอยู่ด้วยกัน..แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

                ดวงตาคู่หวานมองแหวนที่ค่อยๆ เคลื่อนบนนิ้วนาง เธอมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่พร่าเบลอ ..แต่มันกลับไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจเหมือนที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ มันคือหยดน้ำตาแห่งความสุข ความตื้นตันใจ..หรือความรู้สึกอะไรก็แล้วแต่ที่มันกำลังเกิดขึ้น ..มิยองกำลังมีความสุข.. เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาและโผเข้ากอดเขาแน่น เช่นเดียวกับที่อ้อมแขนของเขาโอบรัดเธอกลับเช่นกัน

                ..ท่ามกลางหาดทรายขาวและสายลมเย็น เราสองคนให้คำมั่น..ว่านับจากนี้..ทุกลมหายใจ..เราจะมีกันและกันเรื่อยไป สองมือของเราจะกุมประสาน ไม่ทอดทิ้งกันในวันที่เหนื่อยล้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่มีทางปล่อยมือกัน เราจะจับมือกันแน่นเพื่อก้าวเดินต่อไป..จวบจนลมหายใจสุดท้ายของเราจะหมดลง เราขอสัญญา..ขอให้ท้องทะเลสีคราม และท้องฟ้าที่กว้างใหญ่เป็นพยาน..

               

 

                “แล้วจากนี้จะเอายังไงต่อไปล่ะ ? จะกลับไปอยู่ที่โซลหรือยังไง ?” ไอรีนถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ หลังจากที่แทยอนและมิยองเดินจูงมือกันเข้ามาในบ้านพัก และบอกข่าวดีทุกคนได้ฟัง สีหน้าเคร่งเครียดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสะสวยของว่าที่แพทย์หญิงไอรีนทันที “ฉันโอเคนะที่แทงกับน้องมิยองตกลงปลงใจกันแล้ว แต่ปัญหาคือหลังจากนี้..เรื่องของพวกเธอสองคนจะเอายังไงต่อ..”

                “ที่แน่ๆ ฉันกลับไปอยู่บ้านไม่ได้แล้ว” แทยอนพูด พลางเอนแผ่นหลังพิงโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ ไม่มีท่าทีเดือดร้อนหรือกังวลใจใดๆ เลยบนสีหน้าของเขา แทยอนก็ยังคงเป็นแทยอนที่เยือกเย็นได้ทุกสถานการณ์ “อิตาลีก็ต้องชวดไป..แต่ฉันไม่สนหรอก ฉันอยู่ที่ไหนก็ได้แค่มีมิยองอยู่ด้วย..”

                “มิยองก็อยู่ที่ไหนก็ได้ค่ะ แค่มีพี่แทง..” มิยองส่งเสียงอ้อน เธอเอนหัวทุยซบบ่าเล็กพลางเบียดซุกตัวในวงแขนเล็กที่โอบกอดเธออยู่ ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มเก้อเขินเมื่อแทยอนเอียงหน้ามาจูบขมับเธอเบาๆ “จริงๆ นะคะ..แค่มีพี่แทงอยู่ด้วยแค่นั้นมิยองก็ไม่กลัวอะไรแล้วล่ะ”

                “ฉันรู้..ขอบคุณนะ..”

                “ช่วยเลิกหวานกันสักวินาทีแล้วมาคิดกันต่อก่อนไหมว่าจะเอายังไง” ไอรีนพูดแทรก ไม่วายกลอกตาไปมาด้วยความระอา ให้ตายเหอะตั้งแต่ตกลงปลงใจกันได้นี่มีวินาทีไหนไหมที่ไม่ขยันส่งความหวานให้กัน เห็นคนอื่นเป็นหัวหลักหัวตอหรือยังไงกันนะ ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ถ้าแถวนี้มีมดมีหวังได้โดนตอมกันหมด ไอรีนแอบค่อนขอดในใจแต่มีหรือที่คนอย่างแทยอนจะสน “ย๊า!!ช่วยฟังกันหน่อยสิยะ!!

                “ก็ได้..” แทยอนพ่นลมหายใจอย่างรำคาญใจ ยกมือขึ้นเสยเส้นผมสีบลอนด์ซีดสองสามครั้ง “ตอนนี้มีค่ายเพลงสองสามค่ายติดต่อให้ฉันเข้าไปสัมภาษณ์งานหลังจากที่พวกเขารู้ว่าฉันปฏิเสธทางอิตาลีไปเมื่อบ่าย..งานที่ทำก็เบื้องหลังทั่วๆ ไป แต่งเพลงบ้าง เรียบเรียงเพลงบ้าง ร้องไกด์บ้าง..ถือว่าฉันโชคดีที่ผลงานที่ฉันเคยทำไว้ตอนเรียนเข้าตาผู้บริหาร ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องเริ่มตั้งแต่ส่งเดโมเพลงเข้าไปเสนอเหมือนคนอื่นๆ ..”

                “แล้วยังไงต่อ เรื่องงานน่ะฉันไม่ห่วงเธอหรอกนะ แต่เรื่องที่อยู่อะไรแบบนี้จะว่าไง..กว่าเธอจะหาคอนโดหรือห้องชุดได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะ” ไอรีนถามด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะหันไปหาเด็กหนุ่มที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ “ลู่หานพอจะช่วยได้ไหม ..แบบหาห้องชุดใกล้ๆ กับที่ทำงานแทงอะไรแบบนี้”

                “หาไม่ยากหรอกครับ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าคุณลุงซูฮยอนจะหาตัวพี่สาวกับพี่มิยองเจอได้ง่ายหรือเปล่า” เด็กหนุ่มตอบ สีหน้าของเขานั้นเคร่งเครียดและเป็นกังวล ใช่..การจะหาห้องชุดมันไม่ได้ยากเกินความสามารถของลูกชายคนเล็กของนักธุรกิจเจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์หรอก แต่สิ่งที่เขากังวลคือคิมซูฮยอนจะออกตามหาแทยอนกับมิยองหรือเปล่า..การที่ซูฮยอนปล่อยแทยอนมาไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่กลับมาวุ่นวายกับแทยอนอีกนี่

                “พ่อไม่มีทางกลับมาวุ่นวายกับฉันหรอก เชื่อได้..ฉันรู้จักพ่อของฉันมาเกือบทั้งชีวิตแล้ว” แทยอนพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบที่เริ่มโรยตัว สายตาของเขาเหม่อลอยเมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์ล่าสุดระหว่างเขากับผู้เป็นพ่อ ฟางเส้นสุดท้ายที่นำไปสู่จุดแตกหักของความสัมพันธ์ แต่แล้ว..แรงกระตุกที่ชายเสื้อทำให้เขาดึงความคิดกลับมาอีกครั้งก่อนจะหันไปมองหน้าคนที่อยู่ในอ้อมกอด เห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยของคนรักก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “ฉันไม่เป็นไร..” เขาพูดเพื่อให้เธอวางใจ “ฉันยังไม่ได้บอกเธอใช่ไหมว่าฉันไม่ใช่ คิมแทยอน ลูกสาวคนเดียวของนายแพทย์คิมซูฮยอนอีกแล้ว”

                “ม หมายความว่ายังไงกันคะ” มิยองหันไปมองทุกคนที่ต่างก็เอาแต่นั่งเงียบเหมือนรู้เรื่องนี้กันอยู่แล้ว ใบหน้าหวานงอง้ำขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าตัวเองคงเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องนี้ ก่อนจะส่งกำปั้นน้อยๆ ทุบลงที่ไล่บางของคนที่เอาแต่นั่งส่งยิ้มให้เธอ “คนบ้า นิสัยไม่ดีเลย ทำไมพี่ไม่ยอมบอกมิยองคะ”

                “ฉันคิดว่ามันไม่เรื่องสำคัญอะไร..อีกอย่างตอนนั้นฉันก็คิดแต่อยากจะรั้งให้เธอกลับมาหาฉัน..ฉันก็เลยไม่ได้พูดมันออกมาให้เธอฟัง..อีกอย่าง ถึงฉันจะเสียใจนิดหน่อยแต่มันก็เทียบเท่าตอนที่ฉันรู้ว่าฉันจะเสียเธอไปไม่ได้หรอก”

                “แต่มันไม่เหมือนกันนี่คะ.. คุณลุงเป็นพ่อของพี่แทง..ส่วนมิยองเป็นใครก็ไม่รู้..”

                “ใช่ มันไม่เหมือนกัน..” แทยอนโน้มหน้าจุมพิตเบาๆ บนหน้าผากมนของคนรัก “มันอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเทียบกันแล้ว..เธอก็เป็นคนที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของฉันอยู่ดี เธอเข้ามาเปลี่ยนฉัน ทำให้คนที่ไม่เคยสนใจใคร ไม่เคยทำอะไรเพื่อใครได้รู้จักการทำเพื่อคนอื่น อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่อยู่รอบตัว แต่ฉันก็รู้จักการได้ทำอะไรเพื่อคนสำคัญ นั่นก็คือเธอ..เธอทำให้หัวใจที่เย็นชาของฉันกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง ..เธอทำให้ฉันนึกถึงความอบอุ่นและความอ่อนโยนที่จางหายไปนานนับตั้งแต่แม่จากฉันไป.. และที่สำคัญ..ฉันได้เรียนรู้คำว่ารัก..จากเธอ..”

                “เท่านี้มันก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอหากทุกวินาทีของฉันต่อจากนี้จะมีแค่เธอเท่านั้น..”

                “พี่แทง..”

                “แหวะ!! เน่า!! เลี่ยน!! โคตรเสี่ยว!!

                “มันคงจะดีถ้าเธอหัดรู้จักหุบปากเงียบๆ เสียบ้าง” แทยอนปรายตามองไอรีนที่ทำหน้าพะอืดพะอมกับคำพูดหวานๆ ที่เขาพูดกับมิยอง มือเล็กคว้าห่อมันฝรั่งทอดและปาใส่หน้าเพื่อนสนิท “เอาไปกินเงียบๆ ซะนะ ชอบไม่ใช่หรือไง”

                “ย๊า!!ไอ้คิมแทยอน ไอ้คนนิสัยเสีย!!

                “เวนดี้ ช่วยทำอะไรก็ได้ให้ยัยนี่หุบปากที”

                เวนดี้หัวเราะร่าชอบใจ ขานรับคำแทยอนที่ส่งสายตาดุดันมาให้ “รีนคะ ไม่เอานะ ไม่โวยวายนะ พี่แทยอนก็แค่แหย่เล่นนี่นา” พูดปลอบพลางดึงคนที่ทำหน้าฟึดฟัดเอาแต่ใจมากอดไว้ มือบางลูบเรือนผมสีเข้มปลอบใจไม่ห่าง “อย่าทำหน้ายุ่งสิคะ เดี๋ยวไม่สวยนะรู้ไหม”

                “ไม่สวยแล้วตัวจะไม่รักเค้าหรอ”

                “ไม่เกี่ยวกันสักหน่อยนี่นา” เวนดี้ยีผมคนอายุมากกว่าอย่างเอ็นดู “ตัวไปช่วยเค้าจัดของดีกว่าค่ะ ให้พี่แทยอนคุยกับลู่หานไปดีกว่าเนอะ มีอะไรต้องทำอีกเยอะแยะเลย อย่างเช่นจัดงานฉลองเล็กๆ น้อยๆ ให้คู่บ่าวสาวของเราในวันพรุ่งนี้”

                “ฮื้อ ก็ได้” ไอรีนทำหน้างอง้ำ ทำตัวออเซาะออดอ้อนคนรักไม่ห่างขณะที่ลุกตามแรงจูงของเวนดี้ไป แต่ไม่วายหันมาส่งสายตาคาดโทษใส่แทยอนที่ยกยิ้มมุมปากกวนประสาทไล่หลัง “ย๊า!!คิมแทยอน กวนประสาทนักนะ แบบนี้มันน่าจะฟาดสักทีไหม!!

                “ตัวก็..มาเถอะน่า..”

               

                “ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยที่ไม่มีเสียงแว้ดๆ แหกปากให้แสบแก้วหู” แทยอนพ่นลมหายใจหงุดหงิด หัวคิ้วบางที่รั้นเข้าหากันในคราวแรกคลายลงเมื่อมิยองจิ้มปลายนิ้วเข้าที่หน้าผากเบาๆ เขาเลิกคิ้วมองคนรักที่ส่งยิ้มหวานกลับมาเล็กน้อย ก่อนจะอมยิ้มเอ็นดู “อะไรคะ หืม?”

                มิยองส่ายหน้าดิกทั้งที่รอยยิ้มหวานยังคงไม่จางหายไปจากดวงหน้าหวานนั้น “อย่าทำคิ้วขมวดสิคะ เดี๋ยวหน้าผากย่นหมดนะ” เธอพูดแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจเมื่อเห็นคนพี่บึนปากใส่ แทยอนยิ้มกริ่มชอบใจที่เห็นรอยยิ้มตาปิดจนนึกอยากจะแกล้งแหย่ให้พวงแก้มนวลนั้นเปลี่ยนสี คนตัวเล็กยื่นหน้าเข้าไปใกล้เสียจนเหลือช่องว่างแค่กระดาษกั้น หรี่ตามองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “หน้าผากย่นแล้วจะไม่รักเหรอคะ?” เอ่ยถามเสียงเล็กเสียงน้อยจนคนฟังเลือกไม่ถูกว่าจะขำหรือจะเขินอายดี มิยองยู่ปากใส่ ยื่นมือไปบีบจมูกโด่งเป็นสันของเขาด้วยความหมั่นไส้ “ถ้าไม่รักแล้วจะยอมแต่งงานด้วยไหมล่ะคะ”

                คำตอบของมิยองทำให้แทยอนหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เขายื่นหน้าไปหอมแก้มของเธอฟอดใหญ่แทนรางวัลที่ตอบได้ถูกใจเขาเหลือเกิน “น่ารักจัง เจ้าสาวของใครก็ไม่รู้..งานฉลองไม่ต้องมีแล้ว เข้าห้องหอเลยได้ไหมคะ?”

                “ทะลึ่งแล้วนะคะ เจ้าชายเหมันต์!

                “โอ๊ย ฮ่าๆ เจ้าหญิงตีเหมันต์ทำไมคะ ไม่สงสารกันเหรอ?”

                “อยากจะสงสารอยู่หรอกค่ะ แต่มาทำสายตาเจ้าชู้ใส่กันแบบนั้นมันอดหมั่นไส้ไม่ได้” มิยองส่งค้อนให้แทยอนที่เอาแต่ส่งยิ้มล้อเลียนไม่หยุด เธอหยิกแขนขาวของคนพี่เบาๆ ให้พอรู้สึกจั๊กจี้ “เลิกเล่นได้แล้วนะคะ อายลู่หานเขา พี่ยังไม่ได้เล่าให้มิยองฟังเลยเรื่องของพี่กับคุณลุง อย่าเปลี่ยนเรื่องสิคะ”

                รอยยิ้มขบขันยังไม่จางหายไปจากใบหน้ากระจ่างใสของแทยอน คนตัวเล็กลูบตรงที่โดนหยิกปอยๆ ก่อนจะไหวไหล่เมื่อเห็นสายตาดุๆ (แม้ว่ามันจะไม่น่ากลัวก็ตาม) ของคนรัก “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ..วันที่ลู่หานมาบอกเรื่องทั้งหมดกับฉัน ฉันโกรธพ่อมากที่ทำอะไรไม่แคร์ความรู้สึกของทั้งมิยองและฉันเลย ฉันก็เลยรีบไปหาพ่อที่โรงพยาบาล..บุกเข้าไปหาถึงห้องทำงานนั่นแหล่ะค่ะ แล้วก็..อาละวาดนิดหน่อย โอ๊ย!!มิยองหยิกฉันทำไมคะ ฉันเจ็บนะ” แทยอนร้องลั่นเมื่อคนรักหยิกเข้าที่แขน แต่คราวนี้มันไม่ได้เกิดจากการหยอกเล่นเมื่อครั้งที่แล้ว “ม มิยองอา พอแล้วค่ะ ฉันเจ็บ ฉันขอโทษนะ” แทยอนโอดครวญเสียงอ่อยก่อนจะเอื้อมมือไปจับแขนเธอไว้ไม่ให้ทำร้ายเขาได้อีก

                “ก็เหมันต์นิสัยไม่ดีนี่คะ ทำไมเกเรแบบนี้นะ”

                “ก็ไม่มีเจ้าหญิงคอยห้าม คอยดูแลฉันนี่คะ..ปกติเวลาเหมันต์เกเร เจ้าหญิงก็จะคอยเตือนเสมอนี่นา..” แทยอนพูดเสียงอ่อย โผซบศีรษะเข้ากับไหล่ลาด ซุกซบคลอเคลียออดอ้อนให้อีกคนได้ใจอ่อน  “ยกโทษให้ฉันเถอะนะคะ เหมันต์คนนิสัยไม่ดีจะไม่เกเรให้เจ้าหญิงต้องหนักใจอีกแล้ว..วันนี้เป็นวันดีของเรานะคะ อย่าทะเลาะกันเลยนะ”

                ฮวังมิยองเหลือบมองคนเย็นชาที่ทำตัวไม่ต่างจากลูกแมวอ้อนเจ้าของแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจ มือบางเอื้อมไปสางเส้นผมสีบลอนด์ซีดของเขาให้เข้าทรง ก่อนจะสอดแขนโอบกอดร่างเล็กของเขาเอาไว้ “เล่าต่อสิคะ อาละวาดแล้วยังไงต่อ หืม?”

                “ฉันโกรธมากค่ะ..ยอมรับว่าต่อว่าพ่อไปหลายคำเลยล่ะ แต่ที่ทำให้พ่อโมโหจนออกปากตวาดใส่ฉันคงเป็นประโยคที่ฉันบอกว่า พ่อใจร้าย พ่อพรากคนที่ฉันรักไปจากฉันเพราะความเห็นแก่ตัวของพ่อ พ่อเป็นคนไม่มีหัวใจ..ฉันยอมรับว่าฉันอาจจะพูดแรงไป แต่ตอนนั้นหูมันอื้อด้วยความโกรธไปหมด พ่อเองก็ไม่ต่างกัน ทั้งฉันและพ่อต่างก็สาดอารมณ์โกรธใส่กัน พ่อตวาดฉัน ด่าฉันว่าฉันไม่รักดี เป็นลูกที่ไม่เอาไหน ทำให้พ่อผิดหวังได้ตลอด..ความจริงฉันน่าจะชินกับอารมณ์ร้ายกาจของพ่อ แต่ทำยังไงมันก็ไม่ชินเสียที หัวใจของฉันก็ยังคงเจ็บเหมือนเดิม..” แทยอนระบายยิ้มอ่อน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มทอประกายเศร้าเสียจนมิยองอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบผมสีบลอนด์ซีดของเขาแทนคำปลอบใจ “จนสุดท้ายพ่อคงทนไม่ไหว..ตะโกนใส่หน้าฉันว่า แกไม่น่าเป็นลูกของฉันเลยจริงๆ ..ฉันเข้าใจนะว่าพ่อคงโกรธมากที่ฉันไปโวยวายใส่พ่อแบบนั้น..แต่ตอนนั้นมันทั้งโกรธทั้งน้อยใจ..ฉันก็เลย....”

                ฮวังมิยองทอดสายตามองคนที่ก้มหน้ามองมือตัวเองด้วยความรู้สึกผิดอย่างเห็นใจ ร่างบอบบางกระชับวงแขนกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่น เธอเกยคางบนไหล่เล็กของเขา และสอดประสานนิ้วเรียวยาวกับนิ้วมือของเขา กุมกำชับฝ่ามือเล็กที่อุ่นจัดเอาไว้แน่น ..บางทีความรู้สึกที่เกิดขึ้นอาจทำให้เธอลืมไปว่าเราไม่ได้อยู่ในห้องนี้กันแค่สองคน มิยองจึงกล้าที่จะเข้าหาและแนบชิดแทยอนเช่นนี้ “เหมันต์คนเก่งพูดกับคุณลุงว่าอะไรคะ หืม? ..บอกเจ้าหญิงสิคะ..”

                “ฉันบอกว่า....” น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ เหมือนกับพยายามจะสะกดกลั้นความเสียใจไม่ให้แสดงความอ่อนแออออกมา แรงบีบที่ฝ่ามือทำให้หัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากวาจาร้ายกาจของผู้เป็นพ่อนั้นรู้สึกดีขึ้น อาจจะไม่ทั้งหมดแต่อย่างน้อยก็ทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้จมกับความเศร้าใจเพียงคนเดียว “ฉันบอกว่าถ้าฉันเป็นลูกที่พ่อภูมิใจไม่ได้..ฉันก็จะออกไปจากชีวิตพ่อและจะไม่กลับมาให้พ่อเห็นหน้าอีก..ฉันจะไปใช้ชีวิตของฉัน พ่อจะได้ไม่ต้องมาทุกข์ใจที่ฉันไม่สามารถทำตามที่พ่อต้องการได้ พ่อจะได้ไม่ต้องมานั่งผิดหวังในตัวฉันที่ฉันเป็นแบบที่พ่ออยากให้เป็นไม่ได้..จากนั้น..ฉันก็เดินออกมาจากห้องทำงานพ่อ..ไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะมองฉันด้วยสายตาแบบไหน..เพราะสิ่งเดียวที่ก้องอยู่ในหัวของฉันคือคำพูดของพ่อ..”

                “..อยากจะไปเป็นตายร้ายดีที่ไหนก็ไป..ต่อไปนี้แกไม่ใช่ลูกของฉัน ฉันไม่มีลูกชื่อแทยอน”

                ความเงียบโรยตัวอีกครั้งพร้อมกับบรรยากาศอึดอัดแปลกๆ ที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ แทยอนเป่าลมหายใจร้อนออกมาจากริมฝีปากแดง มิยองเฝ้ามองเสี้ยวหน้าของเขาเงียบๆ แม้จะไม่ได้แสดงความอ่อนแอหรือความโศกเศร้าเสียใจออกมาทางสีหน้า แต่แววตาของเขาทำให้เธอรู้ดีว่าแทยอนกำลังรู้สึกอะไรอยู่ กำลังเจ็บปวดมากแค่ไหน ..เหตุการณ์นั้นคงเหมือนบาดแผลที่กรีดเข้าที่กลางหัวใจที่บอบบางของเขาซ้ำไปซ้ำมา ..แทยอนตอนนี้ดูอ่อนแอเหลือเกิน อ่อนแอเสียจนมิยองอดที่จะอยากร้องไห้ตามไม่ได้ แต่หากเธอแสดงท่าทางอ่อนแอออกไปแล้วใครจะเป็นความเข้มแข็งให้เขากัน

                “ไม่เป็นไรนะคะ ..เจ้าหญิงเคารพการตัดสินใจของเหมันต์นะคะ เหมันต์ของเจ้าหญิงเก่งที่สุดในโลกอยู่แล้ว เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยอยู่แล้วสำหรับเหมันต์คนเก่งนี่เนอะ” มิยองส่งยิ้มหวานให้แทยอนที่หันหน้ามามองเธอด้วยสายตาสั่นไหว “เหมันต์คะ..อย่าห่วงไปเลยนะ จากนี้ไปเจ้าหญิงจะอยู่ข้างๆ เหมันต์เองนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไร ไม่ว่าต้องเจอกับอะไร..เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะคะ”

                “ขอบคุณนะคะ..ที่ทำให้ฉันรู้ว่าฉันเลือกรักคนไม่ผิด”

               

                “ขอโทษที่ขัดจังหวะอีกครั้งนะ” เสียงเจื้อยแจ้วที่แทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้แทยอนและมิยองผละออกจากกันเล็กน้อย ไอรีนกอดอกหรี่ตามองแก้มแดงๆ ที่หาดูได้ยากของคนเย็นชาแล้วยิ้มกริ่ม “พอดีฉันพอจะคิดหาทางของให้พวกเธอได้แล้วล่ะ ตอนที่พวกเธอสองคนไปยืนสวีทจนน้ำทะเลหวานฉันคุยกับเวนดี้และลู่หานเรื่องนี้อยู่ ตอนแรกมันก็ดูไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่เลยไม่ได้เสนอมันออกมา แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกไหนที่จะดีกว่านี้แล้ว” ไอรีนสะบัดผมยาวๆ ของตัวเองหนึ่งครั้ง ก่อนจะทิ้งตัวนั่งด้วยมาดนางพญาให้แทยอนได้เหลือบตามองอย่างหมั่นไส้ “อะไรยะ มองด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไงไม่ทราบ”

                “ก็แค่คิดว่าเธอน่าหมั่นไส้ดี..คิดว่าสวยนักหรือไงที่ทำท่าทางแบบนั้น”

                “นี่!!คนอุตส่าห์คิดแผนการดีๆ ออก ยังจะมาแขวะกันอีก ไม่แขวะกันสักวันจะนอนไม่หลับหรือยังไง?”

                คนตัวเล็กไหวไหล่แทนคำตอบ เขามองไอรีน เพื่อนสนิทด้วยแววตานิ่งสงบ “ว่ามาสิ แผนการอะไรของเธอ”

                “เธอบอกว่า..ถ้าพวกเธอสองคนกลับไป อาจจะถูกจับแยกกันอีกและน้องมิยองอาจจะถูกจับคู่กับใครอีกก็ได้..และพวกเธอจะไม่มีวันรักกันได้เลยถ้ากลับไปอยู่ที่บ้าน แล้วทำไม...”

                “......”

                “..ไม่หนีตามกันไปเสียล่ะ?”

                “อะไรนะ?/อะไรนะคะ??”

                “ก็ถ้ากลับไปอยู่ที่โซลไม่ปลอดภัยล่ะก็ หนีตามกันไปอยู่ไกลๆ เสียก็สิ้นเรื่อง” ไอรีนสะบัดผมอีกครั้ง กรีดกรายมือหยิบถ้วยชาขึ้นจิบในขณะที่เวนดี้เอาแต่นั่งกลั้นขำกับท่าทางของคนรักโดยที่ไอรีนไม่ได้สังเกตุเห็นเลยแม้แต่น้อย “แหม..ก็เธอบอกเองนี่ว่าที่โซลไม่ปลอดภัยเพราะคุณพ่อของแทงค่อนข้างที่จะกว้างขวางในโซล เพราะแบบนั้นฉันถึงเสนอให้เธอสองคนหนีตามกันไปอยู่ที่ไกลๆ เสียเลย..ยกตัวอย่างเช่นที่นี่”

                “แต่ที่นี่เป็นที่ดินของคุณลุงอิม พ่อของพี่ยุนอาและลู่หานนะคะ..แล้วคุณลุงอิมกับคุณลุงซูฮยอนก็เป็นเพื่อนกัน..ฉันคิดว่าคุณลุงอาจจะรู้..”

                “ก็ไม่แน่เสมอไปหรอกฮะ เตี่ยผมน่ะรักพี่สาวเหมือนลูกอีกคน แล้วท่านก็สนับสนุนให้พี่สาวรักกับพี่มิยองด้วย วันที่คุณลุงซูฮยอนมาคุยกับเตี่ยเรื่องการหมั้นหมายของผมกับพี่สาว เตี่ยดูลำบากใจและเลี่ยงที่จะพูดถึง สุดท้ายก็ให้ผมเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้เอง ..แน่นอนว่าผมปฏิเสธเพราะผมรู้ว่าพี่สาวรักพี่มิยอง” ลู่หานตอบเสียงเบาในท้ายประโยค เด็กหนุ่มนิ่งไปอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ “เพราะงั้นถ้าเตี่ยรู้เรื่องที่พี่สาวกับพี่มิยองมาอยู่ที่นี่ เตี่ยผมต้องช่วยปิดเรื่องนี้แน่นอนฮะ และผมก็มั่นใจว่ายุนยุนกับยูลแล้วก็ทุกคนจะช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับไม่ให้เล็ดลอดไปถึงหูคุณลุงแน่นอนฮะ”

                “งั้นฉันฝากนายหาบ้านเช่าให้ฉันสักหลังได้ไหม..หรือไม่ก็ห้องชุดสักห้อง ส่วนเรื่องงานฉันอาจจะขอคุยกับทางบริษัทว่าจะขอรับงานมาทำที่บ้านแทน ทำเป็นงานอิสระไป ฉันจะได้มีเวลามากพอที่จะทำงานอื่นควบไปด้วย แล้วอาจจะเข้าบริษัทตอนที่จำเป็นต้องเข้าไปคุยกับทีมงาน”

                “ไม่จำเป็นต้องหาหรอกฮะ พี่สาวกับพี่มิยองก็อยู่ที่นี่ไปเลยไงฮะ”

                “นายจะบ้าหรือไง นี่มันเป็นสมบัติของนาย นายจะมายกให้ฉันมันไม่มากไปหน่อยเหรอ”

                “ไม่มากไปหรอกฮะ ปกติผมก็ไม่ได้มาที่นี่อยู่แล้ว ทิ้งไว้ก็เสียของเปล่าๆ อีกอย่างที่นี่เป็นของผมโดยชอบธรรมผมจะยกให้พี่สาวหรือใครมันก็เป็นสิทธิของผมอยู่ดี”

                “แต่ว่า...”

                “ถือว่าเป็นของขวัญวันแต่งงานจากผม..ของขวัญชิ้นแรกและชิ้นสุดท้ายจากน้องชายของพี่ได้ไหมฮะ..” ลู่หานยิ้มกว้างให้แทยอนที่นั่งอึ้ง “รับไปเถอะฮะ พี่สาวบอกชอบที่นี่มากไม่ใช่หรอ พี่มิยองเองก็ชอบที่นี่ และพี่สาวก็บอกเองว่าอยากจะมีบ้านริมทะเลสักหลัง อยู่กับพี่มิยอง..งั้นก็อยู่ที่นี่เสียเลย..จากนี้ไป..บ้านหลังนี้เป็นของพี่กับพี่สาวมิยองนะฮะ”

                “ลู่หาน...”

                “ส่วนเรื่องเอกสารและโฉนดที่ดินไม่ต้องกังวลไปนะฮะ ผมจะให้ทนายที่บ้านเป็นคนจัดการเอง ลุงซูฮยอนหาพี่สาวไม่เจอแน่นอน เอาหัวผมเป็นประกันเลย..อ๊ะ??” คำพูดที่เหลือถูกกลืนลงคอไปเมื่อแทยอนโผเข้ากอดเขาแน่น เด็กหนุ่มมีท่าทางตกใจที่อยู่ๆ พี่สาวที่ไม่เคยกอดเขาเลยตั้งแต่เขาต้องเดินทางไปอยู่ที่จีนเมื่อหลายสิบปีก่อนกลับโผเข้ากอดเขาแน่น สองแขนของแทยอนกอดรัดคอของเด็กหนุ่ม ซบหน้ากับไหล่กว้างพึมพำขอบคุณซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น ลู่หายระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะยกมือลูบแผ่นหลังเล็กของพี่สาวเบามือ “อะไรกันเนี่ย พี่สาวกลายเป็นคนขี้แงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เขาพูดล้อเลียนเมื่อรู้สึกถึงเสียงสะอื้นเบาๆ ในคำขอบคุณมากมายเหล่านั้น “ไม่ร้องสิฮะ..พี่ควรดีใจและยิ้มมากกว่าร้องไห้..พี่สาวของผมออกจะเข้มแข็งขนาดนี้ จะมาร้องไห้ไม่ได้นะ”

                “ขอบคุณมากนะ..นายดีกับฉันมาตลอดเลย..คอยช่วยเหลือฉัน อยู่ข้างฉันมาตลอด..ฉันไม่รู้จะตอบแทนนายยังไงดี”

                “ไม่จำเป็นหรอกฮะ ผมยินดี แค่พี่สาวมีความสุขก็พอแล้วฮะ” ลู่หานยิ้ม ฝ่ามือกว้างยังคงลูบแผ่นหลังเล็กปลอบใจไม่ห่าง ..พี่สาวของเขา แค่พี่สาวของเขามีความสุขก็พอแล้ว ลู่หานไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากการได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เขารัก แค่ได้เห็นแทยอนมีความสุขกับคนที่แทยอนรัก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการตอบแทนจากแทยอน “อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิฮะ ยิ้มสิฮะ วันนี้วันดีของพี่สาวกับพี่มิยองไม่ใช่หรอ?”

                คนตัวเล็กผละกายจากอ้อมแขนแข็งแรงของเด็กหนุ่ม ฝ่ามือเล็กทาบลงบนใบหน้าใสของลู่หาน แทยอนกวาดสายตามองเงียบๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ ..โตขึ้นมาก..จากเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ชอบร้องไห้งอแงมาฟ้องเขาทุกครั้งที่โดนพี่ๆ ในกลุ่มแกล้งในวันวาน ตอนนี้โตขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ..แต่ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งเดียวที่ยังเหมือนเดิมเสมอคือความห่วงใยที่ส่งผ่านมาจากดวงตาคู่นี้มันยังเหมือนเดิม ลู่หานน้องชายที่แสนดี ที่คอยอยู่เคียงข้าง คอยช่วยเหลือและพร้อมจะเป็นเดือดเป็นร้อนเสมอเวลาที่เขาเสียใจ

                “ขอบคุณนะลู่หาน ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา..ทุกๆ อย่าง..นายเป็นน้องชายที่สำคัญที่สุดของฉันรู้ใช่ไหม”

                ลู่หานยกยิ้ม..หรืออาจจะเรียกว่าพยายามฝืนยิ้มเมื่อได้ยินว่าตัวเองเป็นได้แค่ไหนสำหรับผู้หญิงที่เขารักมาตลอด แม้จนถึงบัดนี้ความรู้สึกก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ..ทั้งที่มีโอกาสมากมายที่จะพูดความรู้สึกตัวเองให้แทยอนได้รับรู้ แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดมันออกไป เพียงเพราะรู้ว่าต่อให้พูดคำว่ารักไปกี่พันครั้ง แทยอนก็ไม่มีทางมองเขาไปมากกว่าคำว่า น้องชาย อยู่ดี..เพราะอย่างนั้น..ดีแล้วล่ะ..ไม่จำเป็นต้องรู้..แทยอนไม่จำเป็นต้องรู้แหล่ะดีแล้ว..

                ..ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันดีอยู่แล้ว..

                “ลู่หาน..เรื่องบ้าน..พี่อยากจะขอบคุณ..” เสียงหวานของมิยองพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มจริงใจ ไม่มีร่องรอยความหึงหวงใดๆ ในรอยยิ้มและแววตาคู่นั้นเลยสักนิด สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในดวงตาคู่หวานของฮวังมิยองคือความรู้สึกขอบคุณจากใจ “ขอบคุณมากนะคะ..ถ้ามีอะไรพอที่พี่จะตอบแทนได้...”

                “แค่พี่มิยองดูแลพี่สาวของผมให้ดีที่สุดก็พอแล้วครับ ผมต้องการแค่นั้นจริงๆ” ลู่หานยิ้มกว้าง “แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าเป็นบุญคุณอะไรหรอกครับ ผมเป็นเต็มใจจริงๆ นะฮะ”

                “ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

                “เอ้า หมดเวลาซาบซึ้งกันได้แล้ว ฉันว่าเราได้เวลาเตรียมตัวไปบ้านแทงได้แล้วล่ะ ไปเก็บของและเสื้อผ้าเท่าที่จำเป็น ฉันจะเฝ้ารถให้เอง” ไอรีนพูดรวบรับให้เสร็จสรรพ สีหน้าเป็นงานเป็นการขึ้นทันทีที่พูดถึงเรื่องสำคัญเช่นนี้ “แทง พ่อเธอคงไม่อยู่บ้านหรอกใช่ไหม?” หล่อนหันไปถามแทยอนซึ่งก็ได้คำตอบเป็นการพยักหน้าตอบกลับมาแทน ไอรีนยิ้มกริ่มชอบ “ดี แบบนั้นอะไรๆ จะได้ง่ายขึ้นหน่อย รีบเดินทางได้แล้วล่ะ กว่าจะถึงบ้านแทงคงสักสี่ทุ่มห้าทุ่มได้..แล้วจากนั้นเราค่อยกลับมาที่นี่เพื่อเตรียมตัว...”

                “เตรียมตัว???”

                “เตรียมตัวจัดปาร์ตี้ฉลองสละโสดให้แทงกับน้องมิยองในวันพรุ่งนี้ไงล่ะ

 

                . .

                .

 

                “พี่แทง..ทำแบบนี้จะดีจริงๆ เหรอคะ?” เสียงหวานชวนฝันกระซิบถามคนพี่ในความมืดมิด มิยองดึงชายเสื้อของแทยอนเบาๆ ขณะที่เดินตามเขาเข้าไปในบ้านคิมที่ปิดไฟมืดสนิท “อย่างน้อยก็น่าจะเปิดไฟ...”

                “ไม่ได้หรอก..ถึงฉันจะค่อนข้างมั่นใจว่าทั้งพ่อและคุณน้าอินนาจะหมกตัวอยู่กับงานที่โรงพยาบาลแต่อย่างน้อยเราก็ต้องรอบคอบไว้ก่อน ไม่ต้องห่วงนะ ฉันอยู่บ้านนี้ตั้งแต่จำความได้..ต่อให้หลับตาเดินยังได้เลย”

                มิยองครางรับเบาๆ แม้ทั้งบ้านจะมืดสนิทแต่มิยองก็ยังเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนของแทยอนได้อย่างชัดเจน หญิงสาวขยับตัวเข้าไปกอดแขนของเขาแน่น หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุดกับสิ่งที่กำลังจะทำ ..มันจะดูผิดหรือเปล่านะ จะดูเป็นลูกอกตัญญูไหมที่หนีตามคนรักไปแบบนี้..คุณแม่จะอยู่ได้ไหม จะเสียใจแค่ไหนกับการกระทำของเธอ มิยองไม่เคยดื้อกับคุณแม่เลย สองแม่ลูกอยู่ด้วยความเข้าใจกันมาตลอด แต่สิ่งที่เธอกำลังจะทำนั้นไม่ได้สร้างแค่คำถามทิ้งไว้ในใจของคุณแม่ แต่กลับสร้างบาดแผลที่ยากจะเลือนหายไว้ในใจของคุณแม่อีกด้วย .. มิยองผ่อนลมหายใจเบา และอาจเพราะบ้านมันคงเงียบเกินไปจนทำให้แทยอนได้ยินชัดเจน เขาเงียบไปครู่หนึ่งและหยุดเดิน..

                “เธอลำบากใจหรือเปล่าที่ต้องทำแบบนี้..ถ้าเธอลำบากใจ เรากลับก็ได้นะ..หรือไม่..ฉันปล่อยให้เธอกลับไปอยู่กับคุณน้าอินนาก็ได้” แทยอนถามเสียงเบา ไม่กล้าจะหันมามองหน้าเธอเพราะรู้ว่ามิยองกำลังลังเลอะไรบางอย่าง “เอาที่เธอสบายใจที่สุดนะมิยองอา เธอก็รู้ว่าสิ่งที่ฉันต้องการที่สุดคือความสุขและความสบายใจของเธอ..”

                ดวงตาคู่หวานเหลือบมองแทยอนที่ยืนหันหลังให้เธอ มือเล็กที่กุมมือเธอเอาไว้คลายลงเล็กน้อย ..ลังเลอะไรอยู่หรอมิยอง..เธอตัดสินใจแล้วนี่ว่าจะไปกับเขา ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนเธอก็ไม่กลัวไม่ใช่เหรอ..ขอแค่มีแทยอนอยู่ด้วย..เธอพูดเอง..และเธอเองก็ต้องการเช่นนั้นมาตลอดไม่ใช่หรอ..แล้วมัวลังเลอะไรอยู่.. มิยองถามตัวเองในใจ ก่อนจะตัดสินใจบางอย่างได้ เธอบีบมือของเขาแน่นแทนคำตอบว่าเธอจะไปกับเขาทุกหนแห่งไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม แม้จะไม่มีเสียงตอบรับจากมิยอง แต่แรงบีบที่มือก็ทำให้แทยอนยิ้มออกมา

                ..เธอตัดสินใจแล้ว และจะไม่มีวันลังเลกับมันอีก..

                ..เธอเลือกเขา..

                ..ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเธอก็เลือกเขาอยู่ดี..

 

                “ของครบใช้ไหม..เอาแค่ที่จำเป็นก็พอนะ ที่เหลือเราไปหาซื้อเอาได้” เสียงของแทยอนกระซิบบอกท่ามกลางความมืดมิดในห้องนอนของเธอ แทยอนไม่อยากเปิดไฟเพราะกลัวว่าคิมซูฮยอนหรือยูอินนาจะจับพวกเขาได้ หมายถึงหากความคิดของแทยอนผิดพลาดและผู้ใหญ่ทั้งสองกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้ แทยอนไม่อยากเสี่ยงไปดูที่ห้องนอนใหญ่ของบ้าน เขาตรงรี่เข้ามาในห้องนอนของเธอทันทีที่เท้าเหยียบบนพื้นไม้ของชั้นสอง

                “พี่ไม่เอาอะไรไปหรอคะ” มิยองกระซิบถามกลับมา

                “ไม่หรอก..ของๆ ฉันขนไปหมดตั้งแต่วันที่ทะเลาะกับพ่อแล้วล่ะ” แทยอนพูด เขาก้มมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ตัวเลขดิจิตอลที่ส่องแสงสะท้อนในความมืดทำให้แทยอนรู้ว่าพวกเรามาอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมสามสิบนาทีได้แล้ว “ถ้าของครบแล้วรีบไปกันเถอะ ป่านนี้ไอรีนบ่นใหญ่แล้ว”

                มิยองครางรับคำ เธอหันมามองห้องนี้เป็นครั้งสุดท้าย ..สถานที่แห่งความทรงจำทั้งทุกข์และสุขมันอัดแน่นไปหมด ไม่ว่าจะครั้งแรกตั้งแต่เธอเข้ามาอาศัยในบ้านหลังนี้ในฐานะลูกเลี้ยงของคิมซูฮยอน ลูกสาวคนเล็กของบ้านคิม น้องสาวของคิมแทยอนคนที่เธอรัก กี่ร้อยความทรงจำที่เธอต้องร้องไห้ และกี่พันความทรงจำที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแห่งความสุขยามที่มีเขาอยู่ด้วย คิดว่าต้องจากที่นี่ไปตลอดกาลก็ใจหาย แต่คงไม่เท่าแทยอนที่อยู่บ้านนี้มาตั้งแต่จำความได้ มิยองหันไปมองแทยอน ..เขาเป็นคนเข้มแข็งเสมอไม่ว่าจะเจอกับอะไร น้อยครั้งนักที่จะเห็นเขาอ่อนแอ ภายนอกที่ดูเฉยชาแต่มิยองรู้ว่าภายในใจแทยอนเองก็กำลังโหยหาและอาลัยบ้านหลังนี้เช่นกัน

                มือบางสอดมือในอุ้งมือเล็กที่อุ่นจัดของเขา มิยองขยับตัวเข้าไปแนบชิดกับแผ่นหลังเล็ก เธอจูบเขาที่ข้างแก้ม ผละใบหน้าออกมากระซิบบอกเขาชิดติดใบหูว่าเธอพร้อมแล้ว..พร้อมที่จะไปกับเขา ทุกที่ที่เขาจะไป ทุกเรื่องที่เขาต้องเผชิญ ทุกฝีก้าวบนเส้นทางที่ทอดยาวออกไป แม้ว่าจะมองเห็นจุดหมายไม่ชัดเจน มิยองก็พร้อมจะไปกับเขา เดินอยู่เคียงข้างเขา คอยพยุงเขาในวันที่เขาล้ม คอยเป็นกำลังใจในวันที่เขาท้อแท้หมดกำลังใจ คอยเป็นความเข้มแข็งในเวลาที่เขาอ่อนแอ และไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไร เธอจะไม่มีวันปล่อยแทยอนไว้เพียงลำพัง

                ..ต่อจากนี้..ทั้งชีวิตของเธอ..เธอมอบให้เขา..

                ..แค่เขาคนเดียว..

               

                เราสองคนพากันก้าวเดินอย่างระมัดระวังและเงียบเชียบท่ามกลางความมืด มือของเรายังคงกุมกันแน่นและจะไม่มีวันปล่อยมือจากกันไปง่ายๆ อีกแล้ว ..แทยอนกระซิบให้เธอเดินอย่างระมัดระวังตลอดทาง ไม่ลืมที่จะหันมาคอยประคองเธอทั้งที่มือของเขาก็ยังถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตของเธออยู่ เขาพาเธอเดินผ่านห้องทานอาหารที่เราเคยใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งทานข้าวกันสองคนเสมอ ยิ่งก้าวเดิน มือของเราก็ยิ่งจับกันแน่นขึ้น.. จนกระทั่งแทยอนหยุดฝีเท้าลงแบบไม่ได้บอกกล่าวกันก่อนทำให้มิยองชนเขาเต็มแรง และก่อนที่จะเอ่ยปากถาม หัวใจดวงน้อยของเธอกลับต้องหล่นวูบพร้อมกับความรู้สึกเย็นเยียบที่วิ่งขึ้นมาจากปลายเท้าแผ่ซ่านไปทุกโสตประสาทเมื่อเห็นต้นเหตุที่ทำให้แทยอนต้องหยุดเดินกระทันหันกำลังยืนรอเราสองคนอยู่ที่หน้าห้องนั่งเล่น

                “ค คุณแม่...” มิยองครางเสียงเบาหวิว หัวใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งเมื่อความกลัววิ่งเข้ามาในใจ กลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะถูกจับแยกกันอีก ไม่เอาแล้วนะ..มิยองไม่อยากจากแทยอนไปอีกแล้ว “ค คุณแม่..มิยอง..”

                “คิดไว้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึงสักวัน แต่ไม่คิดว่าจะเร็วแบบนี้” แพทย์หญิงยูอินนาพูด หล่อนพาร่างสมส่วนก้าวเข้ามาใกล้ ใช้ดวงตาที่เหมือนกับมิยองจ้องมองลูกสาวของตัวเองและแทยอนด้วยสายตาอ่านยาก “ทั้งสองคน...” หล่อนเปรยแล้วเงียบไป อินนาเลื่อนสายตามามองมิยองอีกครั้ง “คิดจะหนีตามกันไปหรือไง..”

                “.......”

                “ถามแล้วทำไมไม่ยอมตอบ..”

                “ค่ะ” แทยอนและมิยองประสานเสียงตอบพร้อมกัน ทั้งคู่หันมามองหน้ากันเล็กน้อยแล้วหันไปสบตากับอินนาอีกครั้ง มือของเราที่กุมกันอยู่แม้จะเย็นเฉียบแต่ก็จับกันแน่นพอที่จะไม่ยอมให้ใครมาแยกมันไปอีก แทยอนก้มหัวให้อินนาที่ยืนกอดอกเงียบๆ “ขอโทษนะคะที่แททำเหมือนไม่ให้เกียรติน้อง..แอบคบหากับน้องมาตลอดแล้วตอนนี้ยังจะพาน้องหนีไปด้วยกันอีก..แทขอโทษค่ะที่ทำเหมือนหยามหน้าคุณน้า..แต่ได้โปรด..ยกน้องให้แทได้ไหมคะ แทสัญญาว่าจะดูแลน้องให้ดีที่สุดเท่าที่แทจะทำได้”

                “เพราะฉะนั้น..ได้โปรด..ปล่อยเราไปเถอะนะคะ”

                “กล้าหาญมากนะแทยอนที่กล้ามาพูดแบบนี้ทั้งที่กำลังจะพาลูกสาวน้าหนีไปดื้อๆ ..ถ้าน้าไม่ปิดบ้านเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ น้าคงกลับมาแล้วพบว่าลูกสาวหนีตามเธอไปแล้วสินะ”

                “ขอโทษค่ะ แท..แทไม่รู้จะขอโทษยังไงให้สาสมกับสิ่งที่แททำไว้..แต่แทมีเพียงแค่คำขอโทษจากใจจริงและคำมั่นสัญญาว่าจะดูแลน้องเป็นอย่างดีเท่านั้นค่ะ”

                “คุณแม่คะ..มิยองรักพี่แทยอน..มิยองไม่อยากจากพี่แทยอนไปอีกแล้ว..มิยองจะไปกับพี่แทยอน ได้โปรด...” มิยองอ้อนวอนแม่เสียงเครือ แต่ยูอินนาก็ยังคงนิ่งเงียบ “คุณแม่เคยบอกว่าอยากให้มิยองทำเพื่อตัวเองบ้าง..นี่คือสิ่งที่มิยองกำลังทำเพื่อตัวเองอยู่ มิยองแค่อยากอยู่กับพี่แทง อยากรักกับพี่แทง..และถ้าอยู่ที่นี่สิ่งที่เราสองคนต้องการมันจะไม่มีวันเป็นความจริง..คุณแม่คะ มิยองขอโทษที่ทำตัวเป็นเด็กไม่ดี ขอโทษที่ทำตัวเป็นลูกอกตัญญู..แต่ได้โปรด..มิยองขาดพี่แทงไปไม่ได้..มิยองอยู่ไม่ได้...”

                “เอาล่ะ..พอได้แล้ว” ยูอินนาขัด มองสบตาแน่วแน่ของแทยอนและแววตาที่สั่นไหวเหมือนจะร้องไห้ของลูกสาวก็ถอนหายใจออกมา “แทยอน...” หล่อนหันไปมองหน้าแทยอนที่มองตอบกลับมาด้วยแววตาหนักแน่นจริงจัง “น้ามีลูกสาวอยู่คนเดียว..มิยองเป็นแก้วตาดวงใจของน้า เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของน้า..เป็นเพียงคนเดียวที่น้ายอมแลกทุกอย่างเพื่อความสุขของเขา..เพราะฉะนั้น..ดูแลมิยองให้ดีที่สุดเท่าที่แทยอนจะทำได้ รักมิยองให้มากที่สุดเท่าที่คนๆ หนึ่งจะทำได้ ..สัญญากับน้า..ว่าจะไม่ทำให้ความรักของน้าที่มีต่อมิยองต้องสูญเปล่า”

                “แทสัญญาค่ะ ..แทสัญญาว่าจะดูแลน้องให้ดีที่สุด”

                “มิยองอา..ลูกเป็นลูกสาวคนเดียวของแม่ แม่ไม่เคยผิดหวังในตัวลูกเลยไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ลูกเป็นทุกอย่างของแม่ เป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของแม่ แม่รู้ว่าลูกรักแทยอนมากแค่ไหน และแม่เองก็ไม่เคยเห็นด้วยเลยที่ลูกจะต้องแต่งงานกับคนที่ลูกไม่ได้รัก” อินนาทอดสายตามองลูกสาวคนเดียวด้วยสายตารักใคร่และภาคภูมิใจ หล่อนลูบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนของลูกสาวเบามือ “มิยองอา ..จำไว้นะลูก สิ่งเดียวที่แม่ต้องการจากลูกคือการที่ได้เห็นลูกมีความสุขกับอนาคตที่ลูกเลือกเอง และมีความสุขกับคนที่ลูกรัก แม่ไม่เคยเสียใจเลยที่ลูกเลือกที่จะรักแทยอน เพราะแม่รู้ว่าลูกสาวของแม่ไม่มีทางเลือกรักคนผิด ลูกสาวของแม่ได้เลือกคนที่ดีที่สุดแล้ว”

                “..คุณแม่..”

                “และจำไว้นะลูก แม่ภูมิใจในตัวลูกเสมอ..ลูกไม่เคยทำให้แม่ผิดหวังไม่ว่าจะเรื่องอะไร..เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลหรือรู้สึกผิดในสิ่งที่ลูกตัดสินใจ ลูกทำดีที่สุดแล้วนะ”

                “ขอบคุณ ..ฮึก ขอบคุณนะคะ คุณแม่”

                ยูอินนาดึงร่างของมิยองมากอดแน่นเป็นครั้งสุดท้าย หล่อนทั้งกอดทั้งหอมลูกสาวคนเดียวซ้ำๆ ราวกับรู้ดีว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้กอดลูกสาว อ้อมแขนของอินนาคลายออก หล่อนหันหน้ามามองแทยอนด้วยแววตารักใคร่เหมือนที่เคยมอบให้แทยอนมาตลอดตั้งแต่ที่พบกันครั้งแรก “มาหาน้ามาแทยอน มาให้น้ากอดหน่อย” หล่อนเอ่ยพร้อมผายมือรอ และแทยอนก็ไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปหาอ้อมกอดนั้น สองแขนที่โอบกอดตอบกลับมาทำให้แทยอนถึงกับน้ำตาซึม อ้อมกอดที่ทำให้เขานึกถึงอ้อมกอดของแม่ที่ตายจากไปแล้ว อ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นของคนเป็นแม่ คือสิ่งที่แทยอนโหยหามาตลอด และวันนี้เขาก็ได้รับมัน..แม้จะไม่ได้มาจากแม่ที่ให้กำเนิดเขามา แม้จะไม่สามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กหญิงแทยอนอีกครั้ง

                ..เด็กหญิงคิมแทยอนที่เคยมีแต่รอยยิ้ม..เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ถูกเติมเต็มความรักจากผู้เป็นแม่..

                “ดูแลมิยองแทนน้าด้วยนะลูก..น้ารักหนูเหมือนลูกสาวของน้าอีกคน แทยอนรู้ใช่ไหม?” อินนากระซิบกล่าวกับคนในอ้อมกอด แทยอนพยักหน้า..และพยายามบังคับน้ำตาไม่ให้ไหล “ชีวิตของลูกสาวน้าขึ้นอยู่กับแทยอนแล้วนะ..รักน้องให้มากๆ นะแทยอน..” หล่อนคลายกอดจากคนตัวเล็ก ก่อนจะวางบางอย่างลงบนมือของแทยอน “นี่เป็นของขวัญวันแต่งงานจากน้า รับมันไว้นะลูก..เอาไปใช้ตั้งตัว ต่อยอดอนาคตของทั้งสองคนนะ”

                “คุณน้า แต่มัน...” แทยอนตั้งท่าจะเอ่ยปฏิเสธเมื่อเห็นว่าของสิ่งนั้นคือบัตรเครดิตหนึ่งใบ แต่พอเห็นสายตาของหล่อน แทยอนก็ได้แต่กลืนคำปฏิเสธนั้นลงคอไป “ขอบคุณ..ขอบคุณมากนะคะ..สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา..”

                “...ดูแลตัวเองกันดีๆ นะ ทั้งแทยอนและมิยอง..”

                “ดูแลตัวเองเช่นกันนะคะ...”

คนตัวเล็กเงียบไปเพียงอึดใจ ก่อนจะพูดสรรพนามที่ทำให้คนอายุมากกว่ายิ้มออกมาอย่างดีใจ

                “คุณแม่อินนา..”

 

               

                ในห้องนอนใหญ่ที่ปิดมืด ยังคงมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองบางสิ่งอยู่เงียบๆ เสียงประตูที่เปิดเข้ามาพร้อมกับร่างสมส่วนของยูอินนาไม่ได้ทำให้อีกคนที่ยืนมองบางสิ่งจากทางหน้าต่างละสายตากลับไปมองเลยแม้แต่น้อย เสียงสลิปเปอร์ที่เสียดสีกับพื้นห้องหยุดลงเมื่อยูอินนาก้าวเข้ามายืนข้างกัน อินนามองตามสายตาของอีกคน แทยอนและมิยองกำลังเดินจูงมือกันหายเข้าไปในความมืดของท้องถนน ผ้าม่านถูกปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจจากเขา

                “ไม่คิดจะลงไปร่ำลาหน่อยเหรอคะ ทั้งที่ก็ทำได้”

                คิมซูฮยอน ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ซ่อนร่องรอยความของเจ็บปวดไว้ภายใต้ดวงตาที่เย็นชาอย่างแนบเนียน “เขาคงไม่อยากเจอหน้าคนที่ทำร้ายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่าไหร่” ซูฮยอนกล่าว “นกที่อยู่ในแต่กรงทอง หากวันหนึ่งมันบินหนีไปได้ มันก็ไม่อยากบินกลับมาเพื่อให้โดนกักขังอีกครั้งหรอก”

                “แต่อย่างน้อยพี่ก็น่าจะให้ฉันบอกแกว่าบัตรเครดิตใบนั้นเป็นของขวัญจากพี่ มากกว่าให้แกเข้าใจว่ามันคือของขวัญจากฉันนะคะ อย่างน้อยแทยอนน่าจะได้รู้ว่าพี่เองก็รักแก และเป็นห่วงแก ไม่อยากให้แกลำบากมากแค่ไหน”

                “ในสายตาของเขา ฉันคือพ่อใจร้ายที่ไม่มีหัวใจ เอาแต่ออกคำสั่งให้เขาทำตามความต้องการของฉัน..มันเป็นอย่างนั้นมาตลอดตั้งแต่ซูจีตาย..เขาไม่มีวันรับไปแน่ถ้ารู้ว่ามาจากฉัน” ซูฮยอนพูด น้ำเสียงของเขาแม้จะราบเรียบ แต่หากลองสังเกตุดูจะพบว่าหัวใจของคนเป็นพ่อกำลังเจ็บปวดมากแค่ไหน “หากจะหาต้นเหตุของเรื่องนี้..ก็คงไม่พ้นฉัน ที่เป็นคนทำให้เขาหนีจากฉันไป..หนีไปโดยไม่คิดจะย้อนกลับมา..มันก็สมควรแล้วกับสิ่งที่ฉันทำกับเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

                “ฉันไม่เคยถามแทยอนเลยสักครั้งว่าเขารู้สึกยังไง เขาอยากจะได้ไหมกับหลายสิ่งอย่างที่ฉันทำเพื่อเขา ความรักและความหวังดีถ้าให้แบบผิดวิธีมันก็ไม่ต่างอะไรจากการยัดเยียด ..ตั้งแต่ซูจีป่วย ฉันก็เหมือนคนตาบอดมาตลอด ..เอาแต่คิดจะทำตามที่ตัวเองต้องการทั้งที่ไม่เคยถามแทยอนเลยว่าแทยอนต้องการมันไหม ฉันแค่คิดว่า..หากฉันให้เงินเขาใช้ เขาจะได้เอาไปซื้อในสิ่งที่เขาอยากได้ แทยอนจะได้ไม่ต้องรู้สึกขาดอะไร..แต่จริงๆ แล้ว..ฉันไม่ทันได้คิดเลยว่าสิ่งที่เขาต้องการจากฉันมาตลอดไม่ใช่เงินทอง แต่คือความรัก ความเข้าใจจากฉันเท่านั้นเอง”

                “จะว่าไปฉันก็เห็นแก่ตัวจริงๆ นั่นแหล่ะ..อาจจะจริงก็ได้นะที่เขาบอกว่าฉันไม่มีหัวใจ คอยแต่จะบังคับให้แทยอนทำตามที่ฉันต้องการโดยเอาคำว่าหวังดีมาบังหน้า..ฉันอาจจะเป็นพ่อที่แย่จริงๆ ก็ได้..” ซูฮยอนรำพึงรำพันกับตัวเอง ดวงตาเย็นชาในคราวแรกนั้นเริ่มสั่นไหว “ขนาดวันที่แทยอนเดินจากฉันไปฉันยังไม่รู้ตัวสักนิดเลยว่าทำอะไรพลาดไปบ้าง..จนกระทั่ง..จนกระทั่งวันที่มิยองเดินจากไปอีกคน..มิยอง...ลูกสาวของเธอ..เด็กที่ฉันรักเหมือนลูก..วันนั้นฉันถึงได้รู้ว่าตัวเองทำอะไรพลาดไป..เพราะอย่างนั้นฉันจึงอยากจะแก้ตัวกับความผิดพลาดที่ฉันทำกับพวกเขาโดยการปล่อยเขาไป..เพื่อว่าแทยอนอาจจะอยากอภัยให้พ่อใจร้ายคนนี้ในสักวัน..”

                “..แต่บางที..มันอาจจะไม่มีโอกาสให้ฉันได้แก้ตัวอีกแล้วก็ได้..”

                . . .

                ท่ามกลางความสงบในยามเย็น เสียงของน้ำทะเลที่สาดเข้ากระทบฝั่งและสายลมสดชื่นของริมทะเลทำให้หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวที่กำลังยืนชมพระอาทิตย์ตกเงียบๆ ขยับรอยยิ้มออกมาน้อยๆ ราวกับความหนักอึ้งในหัวใจที่แบกมาตลอดได้ถูกปลดปล่อยให้ลอยไปกับสายลมอ่อนที่พัดผ่านตัวเธอ ภาพแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ที่ตัดกับสีฟ้าครามของท้องทะเลทำให้หัวใจของเธอสงบ ..และอิ่มเอมที่สุด เรื่องร้ายที่ผ่านมามันเป็นเหมือนฝันร้ายที่เธอต้องเผชิญ..ตอนนี้มันจบแล้ว..จากนี้ชีวิตของเธอจะมีแต่ความสุข..ร่วมกับเขา..

                “ทำไมถึงมายืนรับลมคนเดียวแบบนี้..เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะคะ”

เสียงนุ่มกระซิบอย่างห่วงใยที่ข้างหู พร้อมกับสัมผัสสากของผ้าคลุมผืนบางที่ถูกห่มลงบนไหล่ มิยองอมยิ้มกับตัวเอง พึมพำขอบคุณตอบกลับไปเบาๆ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ดีว่าเป็นใคร ร่างบอบบางถูกรั้งให้เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวเล็ก ไออุ่นจากตัวเขาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจตามไปด้วย หญิงสาวเอนกายพิงเขา..และยืนมองทะเลสีครามเบื้องหน้าด้วยกันเงียบๆ

“มิยองอา..”

“คะ?”

“ฉันไม่รู้ว่าหลังจากนี้เราจะเจออะไรอีกบ้าง..ไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอเรื่องดีหรือเรื่องร้าย..แต่เธอจะไม่ทิ้งฉันไปใช่ไหม?” แทยอนถามเสียงแผ่ว เกยคางมนกับไหล่ลาด เขาหลับตาลงและซุกซบหน้ากับลำคอของคนรัก “ฉันกลายเป็นคนที่แทบจะไม่มีอะไรแล้ว..ฉันมีแค่เธอนะ มิยองอา..”

“มิยองรู้ค่ะ..” เธอตอบ ปลายนิ้วเรียวยาวสอดใต้เส้นผมสีบลอนด์ซีดของเขา และหันไปจูบที่ขมับของแทยอนเบาๆ “มิยองเองก็มีแค่พี่แทงเหมือนกัน..มิยองไม่รู้นะคะว่าอะไรที่ทำให้พี่แทงกำลังคิดหรือกำลังกลัวอะไรอยู่..แต่อย่าลืมสิ เราแต่งงานกันแล้วนะ..ความฝันของเราเป็นจริงแล้ว..มิยองไม่มีวันทิ้งพี่แทงไปไหนแน่นอนค่ะ อย่ากังวลไปเลยนะ”

                “ขอบคุณนะ..” แทยอนพูด กี่ครั้งกี่หนแล้วที่พูดคำนี้กับเธอตั้งแต่มีเธอเข้ามาในชีวิต แทยอนไม่ได้นับมันหรอก และเขาก็ไม่สนใจด้วย ในเมื่อเขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ..ฮวังมิยอง..ผู้หญิงที่ไม่ว่าจะพูดคำว่ารักและคำว่าขอบคุณให้เธอฟังไปตลอดชีวิต แทยอนก็ไม่รู้ว่ามันจะเพียงพอไหมกับสิ่งที่เธอให้เขา และไม่ว่ามันจะเพียงพอกับความรักมากมายที่มิยองมีให้เขาหรือไม่ ช่างมันเถอะ..ก็ในเมื่อเขามีเวลาพูดขอบคุณ และบอกรักเธอไปตลอดชั่วชีวิตของเขาอยู่แล้วนี่นา

                ริมฝีปากแดงคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้กับหญิงสาวข้างกาย ..หญิงสาวธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษคนนี้..แต่น่าแปลกที่เธอได้หัวใจของเขาไปครอบครองอย่างง่ายดาย ..ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้สบตากันแล้ว ..คิมแทยอนรักฮวังมิยองมาตลอด ..และไม่มีวันใดเลยที่จะหยุดรักเธอได้ ..อาจจะฟังดูมากไปแต่แทยอนสาบานเลยว่านับตั้งแต่วินาทีแรกที่เราสบตากัน ..วินาทีแรกที่รู้ว่าเขารักผู้หญิงคนนี้ ..แทยอนรู้ดีว่าหัวใจของเขาจะไม่มีวันเต้นให้กับใครอีกแล้ว..

..นอกจากฮวังมิยอง ..หญิงสาวธรรมดาผู้เป็นดั่งหัวใจของเจ้าชายเหมันต์ผู้เย็นชา..

มิยอง ..หญิงสาวที่บอบบางและน่าทะนุถนอมราวกับกลีบดอกไม้ที่งดงาม ..ดอกไม้ที่ฤดูหนาวจะไม่มีวันทำร้าย แต่กลับจะคอยปกป้องตลอดไป..จนกว่าฤดูหนาวจะสิ้นสุดลง ..ตราบใดที่ลมหายใจของเหมันต์ยังคงอยู่ เกล็ดหิมะที่เหน็บหนาวนี้จะเป็นหิมะที่อบอุ่นของเธอตลอดไป

                “มิยองอา...”

                “คะ?” มิยองขานรับอีกครั้งเมื่อเขาเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มเกิดขึ้นอีกครั้งดวงหน้าหวานยามที่เขาจูบเบาๆ ที่ข้างแก้ม และกระซิบบางอย่าง..ที่ทำให้หัวใจของเธอพองโตและเต็มอิ่มไปด้วยความสุขเหมือนทุกครั้ง

               

“ชอกียา..นอมู ซารังแฮ” (ที่รัก ฉันรักเธอมากนะ)

 

                ..จำได้ไหม?สัญญามากมายที่เราได้ให้กันไว้..จำได้หรือเปล่าที่ฉันเคยบอกว่าเธอคือเจ้าหญิงของเหมันต์ตลอดไป..วันนี้ฉันรักษามันได้และฉันจะรักษาสัญญาที่ให้กับเธอไว้ตลอดไป..และฉันก็รู้..ว่าเธอจะรักษาสัญญาที่ให้กับฉันตลอดไปเช่นกัน..

 

                “พี่คะ..”

                “หืม??ว่าไงคะ?”

                “พี่จะรักและจะดูแลมิยองตลอดไปใช่ไหมคะ?”

                “ใช่..ตลอดไป..”

                “ตลอดไปนี่นานแค่ไหนหรอคะ?”

                “ก็จนกว่า...”

 

                “จนกว่าลมหายใจของฉันจะหมดลง....”

 


 ----------------------------------------------- THE END -------------------------------------------------

               

                Senior Talk :

                เดินทางมาถึงตอนจบแล้วค่ะ :D ฟิคเดินทางมาถึงตอนจบแล้ว.. จริงๆ ก็เรียกว่าตอนจบไม่ได้หรอกเพราะจะมีบทส่งท้ายอีก 55555 แต่เส้นทางความรักของแทยอนและมิยองได้บทสรุปแล้ว เค้าจะถือว่ามันคือตอนจบแล้วกันค่ะ ส่วนเส้นทางของแต่ละตัวละคร เค้าจะยกยอดไปอักในบทส่งท้ายนะคะ 

               เพลงที่ใส่ไว้ให้ อาจจะน่ารำคาญไปหน่อยที่เปิดมาแล้วเจอเพลง หรืออาจจะไม่เข้ากับเนื้อเรื่องในตอนนี้ แต่ก็อยากให้ฟังกันค่ะ ..บางท่วงทำนองมันอาจจะไม่เข้ากับบางฉาก แต่ท่วงทำนองเหล่านั้นก็ตอบโจทย์ตอนอวสานของเรื่องนี้ได้ดีเลยล่ะเนอะ สามเพลงที่เลือกมานี่เป็นเพลงที่เค้าเปิดวนตอนเขียนตอนนี้เองค่ะ ถึงคำแปลเพลงอาจจะไม่ตรงบ้าง แต่ก็ช่างมันเนอะ ทำนองของเพลงต่างหากที่สำคัญ 55555555555555

               ก็..ยังไม่อยากพูดลาพร้อมฟิคเรื่องนี้เลยค่ะ ก็ยกยอดไปบทส่งท้ายแล้วกัน (ยกยอดอีกแล้ว ถถถถถ) เอาเป็นว่าตอนนี้ฟิคเปิดจองแล้วนะคะ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ [Pre-Order] What Is Love รายละเอียดราคาและเหตุผลที่ตั้งราคาเท่านี้เราชี้แจงไว้หมดแล้วค่ะ

               ส่วนบทส่งท้ายพี่เหจะมาเมื่อไหร่ ..ก็คงไม่นานเหมือนที่แล้วๆ มาแล้วค่ะ 5555555555555555 เหตุผลที่หายไปนานก็เพราะไปปั่นสเปเชียลกับจัดหน้ามาเพราะจะได้คำนวนราคาถูกค่ะ Orz ตอนจัดหน้าเสร็จรู้สึกเป็นไทมาก จัดหน้าไปสัปหงกไปหลายรอบ 55555555555555555555555555555

               ปล. มาร่วมกันส่งท้ายความรู้สึกในแท็ก #ficwhatislove ในทวีตเตอร์กันเยอะๆ นะคะ เค้ารออ่านอยู่ :)
© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #947 WineQrd (@yoyoyochika) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 14:07
    ขอ nc ทุกตอนนเลยนะไรท์สนุกมากก~
    yoyo.yochika@gmail.com
    #947
    1
    • #947-1 KimZeenior (@senior27) (จากตอนที่ 62)
      21 พฤษภาคม 2560 / 22:23
      ไม่ส่ง NC แล้วนะคะ เพราะสงวนสิทธิให้กับคนที่ซื้อเล่มไปแล้วค่ะ
      #947-1
  2. #912 time (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:24
    สนุกมากคับไรท์ เจ้าชายกะเจ้าหญิง

    ขอncย้อนหลังทุกตอนเลยได้ไมไรท์

    taeny3132@hotmail.com
    #912
    0
  3. #649 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 14:13
    พ่อพี่แทยอนก็รุ้นิ ><
    #649
    0
  4. #571 magic (@magic1412) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 21:30
    เย้ๆๆๆๆๆๆๆ แฮปปี้ ><~
    #571
    0
  5. #570 BamKodsang (@BamKodsang) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 21:45
    น้ำตาไหลเลยอ่า ซาบซึ้งมาก สู้ๆนะคะไรท์
    #570
    0
  6. #569 coke (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 06:03
    น้ำตาไหลเลยอ่ะ ทั้งเศร้าเรื่องครอบครัวพี่แทง ทั้งดีใจที่ทั้งสองคนได้กลับมารักกัน

    ทำไมซูฮยอนไม่ออกมาหาพี่แทงนะ พี่แทงเค้าอยากได้ความรักจากพ่อจะตาย-3-
    #569
    0
  7. #567 povadee (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 19:35
    รบกวนขอNCทุกตอนเลยได้มั้ยคะ



    povadee@gmail.com
    #567
    0
  8. #563 Pinky Onex (@pinky1212) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 22:31
    ชอบมากๆๆคะ เขียนสไตล์นี้อีกนะคะ ขอบคุณที่เขียนออกมาให้อ่านกัน onexpinky@gmail.com
    #563
    0