ตอนที่ 9 : Chapter 8 : เขาไม่ใช่ ฮวังอุนเซ..แต่เขาชื่อ คิมอุนเซ ต่างหาก..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    2 ส.ค. 58

Chapter 8 : เขาไม่ใช่ ฮวังอุนเซ..แต่เขาชื่อ คิมอุนเซ ต่างหาก..

                                   


พี่เหมันต์ไม่ชอบสัตว์ทุกชนิดน่ะ....


เสียงของเพื่อนสาวยังคงก้องอยู่ในหูตั้งแต่เพื่อนสนิททั้งสองมาส่งเธอที่หน้าห้องสภานักเรียนและแยกตัวจากไป ฮวังมิยองได้แต่นั่งมองมือของตัวเองเงียบๆตั้งแต่มาถึงห้องสภานักเรียนที่ไร้วี่แววของคนที่เธอกำลังคอย.. คำถามคือคนที่มักจะคอยเธอเสมออย่างคิมแทยอนหายไปไหนกันนะ?ปกติเขามักจะมานั่งรอเธอในห้องนี้เสมอแต่นี่เป็นครั้งแรกที่มิยองต้องมาเป็นฝ่ายรอเขา ..แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่เหนือบ่ากว่าแรงเท่าไหร่หรอก


ดวงตาหวานใต้กรอบแว่นสายตากวาดตามองสำรวจห้องสภานักเรียนด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น โซฟาที่เธอนั่งตั้งอยู่กลางห้อง.. ถ้าเงยหน้ามองจากมุมนี้ตรงไปจะเห็นโต๊ะที่แทบไม่ต้องเดาว่าต้องเป็นโต๊ะของคิมแทยอนเป็นแน่เพราะเป็นโต๊ะที่มีแฟ้มเอกสารที่ประทับด้วยตราของโรงเรียนน้อยที่สุดถ้าเทียบกับโต๊ะอีกสามตัวในห้อง ..และจากคำบอกเล่าของเพื่อนสนิททั้งสองคนที่เคยบอกไว้ว่าแทยอนไม่ค่อยเข้ามาวุ่นวายในห้องนี้เท่าไหร่นักนอกจากจะมีงานสำคัญจริงๆเลยทำให้เธอค่อนข้างมั่นใจเล็กน้อย


มองเยื้องไปทางซ้ายเป็นโต๊ะที่เต็มไปด้วยกองเอกสารวางระเกะระกะปะปนด้วยของที่มิยองคิดว่ามันไม่ได้จำเป็นต่องานในสภาเท่าไหร่อย่างเช่นหนังสือการ์ตูนกองพะเนินและถุงขนมเปล่าๆสองสามถุง ..โต๊ะที่รกที่สุดตัวนี้น่าจะเป็นของรุ่นพี่ควอนยูริ..มิยองเดาเอาจากความน่าจะเป็นของอุปนิสัยของรุ่นพี่ผิวสีน้ำผึ้งคนนั้นน่ะนะ


ด้านขวาจากโต๊ะของแทยอนมีโต๊ะสองตัวตั้งชิดกัน ตัวหนึ่งเต็มไปด้วยกองเอกสารตั้งเป็นระเบียบกว่าโต๊ะของยูริ แม็กบุ๊ครุ่นใหม่ตั้งอยู่กลางโต๊ะข้างกันเป็นหูฟังรุ่นล่าสุดของมอนสเตอร์บีทส์ที่ราคาแพงระยับ..น่าจะเป็นโต๊ะของรุ่นพี่ยุนอา ส่วนโต๊ะตัวสุดท้ายที่ตั้งชิดกันเป็นโต๊ะที่มีสิ่งของต่างๆถูกเก็บเป็นระเบียบ..ไม่มีแฟ้มเอกสารใดเลยเนื่องด้วยเจ้าของถูกผู้อำนวยการโรงเรียนไหว้วานให้ไปทำธุระที่ต่างประเทศตลอดเทอมนี้.. โต๊ะของเจ้าหญิงแห่งยองกวาง ซอจูฮยอน..


สองขาเรียวเดินเข้าไปด้อมๆมองๆโต๊ะที่ตั้งอยู่กลางห้อง ดวงตาหวานใต้กรอบแว่นมองดูสิ่งของบนโต๊ะอย่างสนอกสนใจก่อนริมฝีปากอิ่มจะฉีกระบายยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นบางอย่างที่น่าสนใจบนโต๊ะของแทยอน เธอหยิบกรอบรูปที่ตั้งเด่นขึ้นมาดู ภาพของเพื่อนรักสี่คนในสมัยประถม ..ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่แต่คิมแทยอนยังเป็นคนที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มเสมอสินะ.. เธอคิดในใจยิ้มๆ


ใบหน้ากระจ่างใสกับเรือนผมยาวประบ่าสีน้ำตาลเข้มตามธรรมชาติแต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของมิยองที่สุดคือดวงตากลมสีโกโก้ที่เปล่งประกายสดใสและรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวครบทุกซี่ เด็กหญิงคิมแทยอนในวัยประถมสองยืนฉีกยิ้มกว้างอยู่กลางกลุ่มและถูกขนาบข้างด้วยยุนอาและยูริ..ส่วนเด็กหญิงตัวสูงหน้าคมข้างยุนอานั้นกลับไม่คุ้นหน้าเธอนักแต่กระนั้นก็ไม่อาจดึงความสนใจของเธอไปจากเด็กหญิงคิมแทยอนในภาพนี้ได้เลย


“รุ่นพี่ยิ้มแล้วน่ารักจริงๆด้วย...” เสียงหวานพึมพำกับตัวเองยิ้มๆ “ถ้าฉันอยากเห็นรุ่นพี่ยิ้มให้มากๆเวลาอยู่กับฉัน..จะเป็นการขอที่มากเกินไปหรือเปล่าคะ” ปลายนิ้วเรียวยาวแตะบนภาพแผ่วเบาก่อนจะวางมันลงที่เดิม ใบหน้าแสนหวานดูเบิกบานทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นภาพที่อยู่ข้างกัน “คุณแม่ของรุ่นพี่นี่นา..เห็นรูปที่สุสานว่าสวยแล้วพอมาเห็นในภาพใกล้ๆแบบนี้สวยจริงๆด้วยนะ..” ฮวังมิยองพูดทั้งที่มีรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้า “ดวงตาของรุ่นพี่เหมือนคุณแม่เลย..”


“...ท่านต้องเป็นคนที่ใจดีมากแน่ๆ...”


“ใช่..คุณแม่ท่านใจดีมากจริงๆ....” เสียงหวานนุ่มแสนคุ้นหูและแรงกดทับบางไหล่ลาดทำให้ฮวังมิยองสะดุ้งเล็กน้อย คนขี้อายรีบวางกรอบรูปไว้ที่เดิมก่อนจะเอียงหน้ามองใบหน้าใสที่เกยบนไหล่ลาดของตัวเอง “ร รุ่นพี่???มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ???” เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเล็กๆแต่แทยอนกลับเลือกที่จะยังไม่ตอบตอนนี้ เขาสอดวงแขนเล็กโอบรอบเอวคอดประสานมือบนหน้าท้องของเด็กสาวขี้อาย ปิดเปลือกตาบางลงเพื่อซึมซับร่างกายที่นุ่มนิ่มและอบอุ่นเงียบๆ


“อยู่แบบนี้สักแป๊บหนึ่งนะ...”


เสียงกระซิบกึ่งวอนขอเล็กๆทำให้ร่างบอบบางล้มเลิกความคิดที่จะผละกายออกห่างทันที ฮวังมิยองได้แต่ยืนให้แทยอนกอดเธอแบบนั้นโดยไม่ได้พูดหรือห้ามปรามอะไร แม้แต่ตอนที่เขาซบหน้ากับไหล่ลาดเธอก็ไม่ได้ออกปากถาม.. มิยองไม่อาจรู้ได้เลยว่าแทยอนเป็นอะไร..เขาอาจจะมีเรื่องกลุ้มใจบางอย่างและแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่เธอไม่มีสิทธิจะรู้แต่กระนั้นมิยองก็ไม่อยากให้เขาเก็บมันหรือแบกรับมันไว้คนเดียว..


..ก็บอกไปแล้ว...มิยองอยากเห็นแทยอนยิ้มมากกว่า..ในเวลาที่อยู่กับเธอ.


“รุ่นพี่คะ..ฉันรู้ว่ามันอาจจะเป็นการเสียมารยาท..หรือก้าวก่ายเรื่องของรุ่นพี่มากเกินไป..แต่ว่า...” ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นอย่างชั่งใจเล็กน้อยก่อนเธอจะทาบมือบางบนมือที่ประสานบนหน้าท้อง มิยองเอียงใบหน้ามองคนที่กำลังซบหน้ากับไหล่..ระยะห่างของเราตอนนี้มันมีเพียงแค่ลมหายใจพัดผ่านเท่านั้น ตามปกติแล้วมิยองอาจจะเขินอายที่ได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้..แต่ในเวลาที่แทยอนดูเหนื่อยล้าเช่นนี้เธอคิดว่าความเขินอายนั้นไม่ใช่สิ่งที่เธอจะต้องไปใส่ใจ “..ถ้า..ถ้าไม่รังเกียจ..รุ่นพี่แทยอน..เล่าให้ฉันฟังได้ไหมคะ..เพราะอย่างน้อย..รุ่นพี่จะได้ไม่ต้องเก็บมันไว้คนเดียวอีก...”


วงแขนที่โอบรัดเอวคอดไว้ในคราวแรกคลายหลวม..ก่อนร่างบอบบางจะถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ฝ่ามืออุ่นเลื่อนจับท่อนแขนบางของเด็กสาวขี้อายหมุนร่างของเธอให้หันมาหากัน ดวงตาหวานใต้กรอบแว่นสายตาไหววูบเมื่อเห็นแววตาสั่นไหวของคนที่ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใดเสมอ ..แววตาสั่นไหวเหมือนกำลังมีบางเรื่องที่รบกวนจิตใจและสีหน้าที่ดูเหมือนกำลังเหนื่อยล้า ดวงหน้าของเธอถูกประคองด้วยฝ่ามือเล็กของเขา..เรายืนสบตากันเนิ่นนานไร้คำพูดใด..


“มิยอง..” เสียงหวานนุ่มครางชื่อเด็กสาวเสียงพร่า ดวงตาคู่กลมเป็นประกายเจ็บปวดชั่วครู่ก่อนที่ฮวังมิยองจะได้ถามอะไรร่างของเธอก็ถูกคิมแทยอนดึงเข้าไปกอดเอาไว้แน่น เขาซุกหน้ากับบ่าลาดอีกครั้งพร้อมกอดกระชับร่างบอบบางของเธอแน่นขึ้นโดยไม่ได้พูดอะไร..ถึงอย่างนั้นก็ทำให้เธอรู้ว่าแทยอนคงมีเรื่องบางอย่างที่กำลังรบกวนจิตใจของเขาอยู่เป็นแน่..เพราะไม่บ่อยนักที่เขาจะมีสีหน้าเหนื่อยล้าเช่นนี้


อาจเพราะแทยอนกำลังดูเหนื่อยล้าและอ่อนแอ.. อาจเพราะอ้อมกอดที่กระชับแน่นเหมือนหาที่พึ่งพิงหรืออาจเพราะแผ่นหลังเล็กที่กำลังสั่นสะท้านเพราะเขากำลังเก็บกลั้นความอ่อนแอในหัวใจทำให้นาทีนี้ฮวังมิยองไม่ลังเลเลยที่จะยกสองแขนโอบกอดเขาตอบกลับไปเช่นกัน..


ถ้าแทยอนเหนื่อย..เธอจะเป็นที่พึ่งให้ ถ้าแทยอนอ่อนแอ..เธอจะเป็นความเข้มแข็งให้เขาเอง


“แบ่งมันมาให้ฉันเถอะค่ะ..ความเหนื่อยล้าหรือเรื่องกังวลใจที่รุ่นพี่กำลังเผชิญอยู่ แบ่งมันมาให้ฉัน..อย่าเก็บมันไว้คนเดียวเพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...”


“รุ่นพี่ยังคงมีฉันที่ยินดีจะเคียงข้างรุ่นพี่..ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม..”

 


นานเกือบห้านาทีได้ที่แทยอนเอาแต่เงียบหลังจากปล่อยมิยองให้เป็นอิสระอีกครั้ง ฝ่ายมิยองเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไรนอกจากมองคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งนิ่ง..จะถามก็ไม่กล้าถามเพราะกลัวเขาจะรำคาญเอา จนกระทั่งคนตัวเล็กที่นั่งนิ่งมาได้หลายนาทีเริ่มขยับตัวและละลายตาจากมือเล็กเพื่อเงยหน้ามองเธอ ดวงตากลมยังคงวูบไหวเหมือนกับเหนื่อยล้าเรื่องอะไรบางอย่าง.. ริมฝีปากบางของแทยอนเม้มแน่นเหมือนชั่งใจก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้น


“ฉันทะเลาะกับเขามาอีกแล้ว..” แทยอนถอนหายใจแรงเพื่อระบายความรู้สึกอ่อนล้าในใจ “ด้วยเรื่องเดิมๆ..เขาบังคับให้ฉันเป็นหมอแต่ฉันรู้ว่าฉันเกิดมาเพื่อเป็นศิลปิน..ฉันรักเสียงเพลง ฉันรักศิลปะ..แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจ” ฝ่ามือเล็กยกขึ้นเสยผมสีน้ำตาลของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเอนกายพิงโซฟาสีเข้ม “..เมื่อไหร่ที่ฉันจะมีอิสระในการเลือกทางเดินของตัวเองสักทีนะ...”


“เหนื่อยจัง...”


ไหล่ลาดข้างซ้ายหนักอึ้งไปทันทีที่แทยอนทิ้งศีรษะเอนซบลงมา ใบหน้าหวานหันมองศีรษะทุยที่ซบบนไหล่ด้วยแววตาห่วงใย ..คิมแทยอนตอนนี้มีแต่ความเหนื่อยล้า เขาดูอ่อนแรงเหมือนไม่อยากทำอะไรเลย..เธอควรจะทำยังไงดีนะเขาถึงจะหายเหนื่อย ..มิยองคนนี้ทำอะไรเพื่อแทยอนได้บ้างไหมนะ?


ไร้คำพูดใด..มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่หมุนวนรอบตัวของเราทั้งคู่ ฝ่ามือบางของฮวังมิยองค่อยๆทาบลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มของแทยอนลูบเรือนผมนุ่มของเขาเบามือ สัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนจากฝ่ามือของเธอทำให้คนพูดน้อยปิดเปลือกตาบางลงซึมซับความอ่อนโยนจากฝ่ามือที่กำลังลูบผมเขาเบาๆ ..นึกย้อนกลับไปว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครลูบผมเขาอย่างอ่อนโยนแบบนี้เวลาที่เขาเหนื่อยล้าจากเรื่องอะไรก็ตาม.. ฝ่ามือของเธอที่กำลังลูบผมของเขาทำให้ความวิตกกังวลในใจเริ่มคลายลงทีละน้อย..


น่าแปลกดีเหมือนกันทั้งที่เด็กสาวขี้อายคนนี้ไม่ใช่คนในครอบครัว ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน..หรือแม้กระทั่งไม่ใช่คนที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยแต่เธอกลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาอุ่นใจได้เสมอเวลาอยู่ด้วยกัน.. ฮวังมิยองทำให้แทยอนผ่อนคลายและมอบความอบอุ่นเพื่อปัดเป่าความเหนื่อยล้าในหัวใจให้หมดไป..


คิมแทยอนนั่งนิ่งให้เธอลูบผมเขาอย่างนั้นครู่ใหญ่จนกระทั่งหัวใจที่หนักอึ้งเพราะเรื่องบางอย่างที่รบกวนจิตใจเริ่มจางหายไป เขายืดกายและทอดมองเธอพร้อมด้วยรอยยิ้มน้อยๆแบบที่แทยอนมักจะมีให้มิยองเสมอยามที่เราอยู่ด้วยกัน ดวงตากลมสบสายตากับเธอนิ่งงันก่อนจะเอื้อมมือไปกอบกุมมือบางของเธอเอาไว้สอดประสานนิ้วเรียวเล็กของตัวเองเพื่อให้ช่องว่างระหว่างมือของเราแนบแน่นขึ้น “ขอบใจนะ..ที่อยู่ข้างกันแบบนี้...ขอบใจนะมิยอง..” แต่เธอไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่งยิ้มน้อยๆตอบกลับมาแต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่ทำให้รอยยิ้มของแทยอนได้กว้างขึ้นกว่าเดิม..


เราสองคนสบตากันเนิ่นนาน..จนเวลาเดินไปกี่วินาทีแล้วเราก็ไม่ได้นับมัน..เรารู้แต่เพียงว่าเรานั่งสบตากันเงียบๆโดยมือของเรายังจับกันไว้แน่น ความเงียบที่โรยตัวและความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นในหัวใจทำให้คิมแทยอนขยับกายเข้าไปใกล้.. ในขณะที่อะไรบางอย่างกำลังสั่งให้ฮวังมิยองปิดเปลือกตาของตัวเองลง เธอกำลังคาดเดาไว้ว่าแทยอนกำลังจะทำอะไร..เธออ่านดวงตาสีโกโก้ที่กำลังจับจ้องที่ริมฝีปากของเธอออก


..แทยอนกำลังจะจูบเธอ..


เปลือกตาบางปรือปิด..ซุกซ่อนดวงตาหวานคู่งามใต้แพขนตา ฮวังมิยองได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นโครมคราม..เป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่อยู่กับแทยอนและครั้งนี้มันกลับเต้นแรงกว่าครั้งใดที่ผ่านมา มือที่ถูกเขากอบกุมอยู่เผลอบีบมือแน่นด้วยความตื่นเต้นยามที่เธอรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่คลอเคลียเข้ามาใกล้ขึ้น ..จนกระทั่ง..


..ริมฝีปากของเธอสัมผัสถึงความนุ่มนิ่มจากริมฝีปากของเขา.. ความนุ่มนิ่มเหมือนมาร์ชเมโลที่ชอบทาน..ตามมาด้วยความชุ่มฉ่ำที่เหมือนเยลลี่ของโปรด.. สารภาพตามตรงว่าฮวังมิยองไม่เคยคาดหวังถึงสัมผัสนุ่มนวลที่พาลให้หัวใจเต้นแรงเช่นจูบ อาจเพราะรู้ตัวดีว่าคงไม่มีใครที่ไหนมาตกหลุมรักเด็กสาวเฉิ่มเชยแบบเธอแต่ตอนนี้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทำให้เธอรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้ฝันไปเพราะริมฝีปากที่กำลังทาบทับลงมานั้นกำลังกดเน้นย้ำเบาๆซ้ำๆนานหลายวินาที..ก่อนจะละออกห่างอย่างแสนเสียดาย..


ดวงตาหวานปรือมองดวงหน้าใสเบื้องหน้า พวงแก้มของแทยอนกำลังแดงก่ำอย่างที่เธอไม่เคยได้เห็นแต่แววตาที่ทอดมองมายังคงความอบอุ่นและอ่อนโยนแบบที่เธอได้รับเสมอ ..เราสองคนตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งหลังจากที่เขาถอนริมฝีปากออกไป เอาแต่นั่งจ้องตากันในระยะประชิด และเป็นแทยอนที่ผละกายออกห่างเอนหลังพิงโซฟาเงียบๆไม่แม้แต่จะเหลือบตามองฮวังมิยองที่นั่งแข็งทื่อหน้าแดงก่ำไม่แพ้กัน


คิมแทยอนกำลังเขิน..สังเกตได้จากพวงแก้มใสที่แดงก่ำจนดูน่ารักนั้น


“แฮ่ม..เอ่อ...ฉันว่าเรามาดูการบ้านของเธอกันดีกว่านะ...” เสียงหวานนุ่มกระแอมไอแก้เก้อทำทีเป็นวุ่นวายกับสมุดการบ้านที่วางไว้บนโต๊ะตั้งแต่แรก เหมือนว่าแทยอนพยายามจะตั้งสติที่กระเจิดกระเจิงเพราะความนุ่มนิ่มจากเรียวปากอิ่มที่เขาเพิ่งสัมผัสไปเมื่อครู่ คิมแทยอนยกมือเล็กของตัวเองขึ้นมายีผมเล็กน้อย ..บ้าจังเมื่อกี้ฉันทำอะไรลงไปนะ.. เขาคิดอย่างวุ่นวายใจสาบานได้เลยว่าหัวใจของเขากำลังเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ..ยิ่งตอนที่เขาสัมผัสกับริมฝีปากนุ่มๆของเธอมันก็ยิ่งเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งสุดๆ และตอนนี้มันก็ยังเต้นโครมครามไม่หยุดเลย คนตัวเล็กสูดลมหายใจลึกสองสามครั้งก่อนจะกลับมาทำสีหน้านิ่งเฉยเหมือนเก่าตวัดดวงตาสีเข้มมองมิยองที่ยังคงนั่งนิ่ง “เธอเคยบอกว่าวันนี้มันเทส..คะแนนเป็นยังไงบ้างล่ะ??”


“เอ่อ...”


หัวคิ้วบางย่นเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นรอยเปื้อนเป็นด่างดวงบทเสื้อสูทสีเทาของเด็กสาว เขาเอื้อมมือไปจับชายเสื้อสูทของคนที่กำลังอ้ำอึ้ง ความเปียกชื้นบนเนื้อผ้าทำให้แทยอนเอ่ยปากถามทันใจ “เสื้อไปโดนอะไรมา ทำไมถึงเลอะแบบนี้???” มือเล็กถลกชายเสื้อสูทขึ้นแล้วนิ่งไปอย่างครุ่นคิดเมื่อเห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนเป็นดวง “ไปเลอะอะไรมามิยอง??”  ยิ่งเห็นอีกคนก้มหน้างุดไม่ตอบก็พอจะคาดเดาถึงอะไรบางอย่างได้ทันที “พวกแฟนคลับฉันหรือเปล่า...”


“ป เปล่าค่ะ!!ฉันซุ่มซ่ามเอง..” มิยองรีบตอบทันที เธอส่ายหน้าพัลวันเมื่อแทยอนยังคงจ้องเธอด้วยสายตาคาดคั้น “จริงๆนะคะรุ่นพี่..ฉันซุ่มซ่ามเดินไปชนคนอื่นเค้าน้ำแดงเลยหกใส่เสื้อ..จนเปียกไปหมดเลย” ตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะเบาๆเหมือนจะหัวเราะให้กับความซุ่มซ่ามของตัวเอง


คิมแทยอนมองหน้าเด็กสาวตรงหน้านิ่ง..ทำไมจะไม่รู้ว่าเธอกำลังโกหกเขาอยู่..ทำไมจะไม่รู้ว่าเธอกำลังปกปิดไม่ให้เขารู้ว่าตัวเองถูกแฟนคลับของเขาเล่นงานมา แทยอนรู้ว่ามิยองไม่อยากให้เขาไปเดือดร้อนเพราะเธอถึงเขาจะหงุดหงิดแค่ไหนแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปนอกจากเดินหายเข้าไปในห้องเล็กๆในห้องสภานักเรียนที่มิยองคิดว่าแทยอนน่าจะอยู่ในห้องนั้นก่อนที่เธอจะมาถึงก่อนที่แทยอนจะออกมาพร้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวหนึ่งตัวในมือ


“เอาไปเปลี่ยนสิ..เธอคงไม่อยากใส่เสื้อเปียกๆเพื่อให้ตัวเองเป็นหวัดหรอกใช่ไหม” เขาพูดเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีงุนงง “เสื้อฉันเอง..เธอน่าจะใส่ได้นะ”


“ต แต่ตัวรุ่นพี่เล็ก..ก กว่าฉัน..”


“เธอน่าจะรู้เอาไว้..ฉันไม่ชอบใส่เสื้อพอดีตัว เสื้อนักเรียนของฉันมักจะใหญ่กว่าไซส์หนึ่งเสมอ” แทยอนระบายยิ้มน้อยๆออกแรงดันร่างบอบบางให้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อในห้องที่เขาเพิ่งจะออกมาเมื่อครู่ นั่งรอได้ไม่เท่าไหร่ร่างบอบบางก็เดินออกมาพ้อมเสื้อเชิ้ตตัวใหม่เธอก้มหน้างุดๆเดินเข้ามาหาพอจะเอื้อมมือไปหยิบเสื้อสูทที่พาดบนโต๊ะก็โดนมือเล็กของเขารั้งเอาไว้เสียก่อน มิยองมองหน้าเขาด้วยสายตาแทนคำถาม “ร รุ่นพี่??จะทำอะไรคะ???” ร้องถามอย่างร้อนรนเมื่อเห็นแทยอนถอดเสื้อสูทของตัวเองออก


“เอาไปใส่ซะสิ..เธอคงไม่อยากโดนอาจารย์ฝ่ายปกครองหักคะแนนจิตพิสัยข้อหาเครื่องแบบไม่ครบหรือไม่เรียบร้อยใช่ไหมล่ะ?” เขาตอบแล้วฉวยเอาเสื้อสูทของเธอมาสวมเสียเอง “ฉันช่วยเธอไม่ได้หรอกนะถ้าโดนหักคะแนนขึ้นมาเพราะเรื่องนี้มันไม่ได้อยู่ใต้การปกครองของฉัน” ริมฝีปากบางแย้มยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องมองกลับมาด้วยแววตากังวล แทยอนเอื้อมมือไปลูบผมเธอเบาๆ “ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่า..อย่าลืมสิว่าอาจารย์ที่นี่ทำอะไรสภานักเรียนไม่ได้”


“ส่วนเสื้อสูทของเธอ..ฉันจะใส่มันเองแล้วจะเอาไปซักให้ด้วย พรุ่งนี้ค่อยมาแลกคืนก็แล้วกัน”


“อ เอ๋???ต แต่ว่า....”


“เรามาดูคะแนนเทสของเธอกันเถอะ..” แทยอนพูดตัดบท เขาหยิบใบคะแนนสอบของลูกศิษย์จำเป็นขึ้นมาดู ดวงตากลมมองคะแนนบนหัวข้อสอบแล้วไล่กวาดมองคำตอบบนกระดาษด้วยสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยในขณะที่มิยองยืนนิ่งเป็นหุ่นหลับตาแน่นคล้ายจะรอลุ้นว่าเขากำลังจะพูดอะไร แล้วสีหน้าของเธอก็เบิกบานขึ้นมาทันทีที่แทยอนพูดว่าไม่เลวเลยนี่พร้อมรอยยิ้มเล็กๆ “จากสิบเจ็ดขึ้นมาเป็นยี่สิบห้า..เพิ่มขึ้นมาตั้งแปดคะแนน..เก่งนี่..”


“...ค่อยยังชั่วหน่อย..”


ได้ยินเสียงบ่นพึมพำพร้อมเสียงถอนหายใจยาวของคนขี้อาย ประธานนักเรียนคนเก่งก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู “หืม?ทำไมถึงบอกว่าค่อยยังชั่วล่ะ??” ถามพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนอีกคนย่นคอหนี “ก...ก็ฉันกลัวว่าคะแนนมันจะออกมาไม่ดีแล้วรุ่นพี่จะว่าเอานี่คะ...” “ฉันจะไปว่าอะไรเธอล่ะ” มือเล็กลูบหัวของคนที่อายุน้อยกว่าเบามือ “ฉันไม่ว่าเธอหรอก...แต่จะตีก้นเธอมากกว่า ...หึ” หัวเราะเล็กๆในลำคอแล้วดีดหน้าผากเธอไปสักทีด้วยความเอ็นดู


“อ๊า!!รุ่นพี่ T^T....” มิยองโวยวายแล้วยกมือลูบหน้าผากป้อยๆ เธอทำหน้าหงอยไปทันทีที่ได้ยินว่าแทยอนจะตีเธอ “ร รุ่นพี่...จะตีฉันจริงๆเหรอคะ....”


ดวงตาสีเข้มเหลือบมองคนที่ทำหน้าตาปรอยหน้าจ๋อยแล้วหลุดหัวเราะเบาๆให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าโดนแกล้งอีกแล้วและผลก็คือสายตาค้อนๆถูกส่งกลับมาให้คิมแทยอนแบบทันใจ คนหน้าหวานทำเสียงขึ้นจมูกก่อนสะบัดหน้าหนีด้วยท่าทางง้ำงอน...แน่นอนว่าท่าทางเช่นนั้นเรียกคะแนนความเอ็นดูจากคนมองได้มากโขเลยล่ะ “งอนอีกแล้ว..ขี้งอนจังเลยนะเธอเนี่ย...”


“ถ้ารุ่นพี่ไม่อยากง้อก็อย่ามาง้อกันสิคะ...”


“หืม..เดี๋ยวนี้พูดเก่งขึ้นแฮะ ..รู้จักต่อปากต่อคำเสียด้วย” เสียงหวานนุ่มพูดราวกับเอ็นดู แทยอนทอดมองเด็กสาวที่หันหน้าหนีด้วยแววตาอ่อนโยน มุมปากบางยกยิ้มเล็กๆแล้วเอ่ยถ้อยคำตำหนิออกไป “ไม่น่ารักเลยนะ...”


เชื่อเถอะว่าถ้ามิยองสังเกตสักนิดเธอจะรู้ได้เลยว่าแทยอนเจตนาจะแหย่เธอเล่นเท่านั้น แต่เพราะคนขี้อายแถมขี้งอนไม่ได้สังเกตจึงคิดไปเองว่าแทยอนคงจะไม่ชอบใจกับการที่เธอต่อปากต่อคำไปแบบนั้น แต่แล้วยังไงล่ะ??


“ไม่น่ารักก็ไม่น่ารักสิ ไม่ต้องมาสนใจกันสิ..ถ้าฉันไม่น่ารักแล้วรุ่นพี่ก็เลิกมาสนใจฉันสิคะ!!


คำพูดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความน้อยใจทำให้แทยอนยิ้มบาง ..ดูพูดเข้าสิ งอนกันอย่างกับเป็นแฟนกันอย่างนั้นแล้วจะง้อยังไงดีล่ะเนี่ย.. เขาคิดในใจ แทยอนถอนหายใจออกมาเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะเริ่มพูดหรือเริ่มง้อเธอยังไง ..ก็เกิดมาไม่เคยง้อใคร..แต่ก็ช่างเถอะ มิยองคือคนที่จะมาเป็นเจ้าหญิงของเรานี่นะ ง้อหน่อยก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอกมั้ง.. ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้กันส่งสองแขนไปสวมกอดเธออีกครั้ง “นี่...ฉันไม่ได้บอกเลยนะว่าเธอไม่น่ารัก..” กระซิบข้างกกหูเสียงนุ่มเจือแววง้องอนหน่อยๆ


“ก็รุ่นพี่พูดว่าไม่น่ารัก...”


“แต่ก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะเลิกสนใจเธอนี่นา...”


“.........”


“ฉันก็แค่พูดเล่น..หายงอนเถอะนะ” น้ำเสียงหวานนุ่มที่กระซิบกล่าวของเขานั้นกึ่งวอนขอ ..น้ำเสียงหวานนุ่มของคิมแทยอนไม่ว่าใครก็ต้องอ่อนระทวยยิ่งยามที่กระซิบแผ่วด้วยน้ำเสียงที่เจือออดอ้อนหรือวอนขอก็สามารถทำให้คนฟังละลายกลายเป็นเนยเหลวได้ทันที.. พูดโอเว่อไปเหรอ??ไม่หรอกเพราะตอนนี้ฮวังมิยองกำลังเป็นแบบที่พูดมาเลยด้วยซ้ำ เด็กสาวขี้อายกำลังระทวยเพราะน้ำเสียงนุ่มหูของเขา หัวใจของเธอหวามไหวยามที่ลมหายใจร้อนเป่ากระทบกกหู


และยังไม่ทันที่เธอจะได้ทันตั้งตัวร่างบอบบางก็ถูกจับให้หันกลับไปอีกครั้ง ฝ่ามือเล็กของแทยอนประคองใบหน้าหวานไล้ไปตามพวงแก้มนวลที่ขึ้นสีเรื่อด้วยหลังมือ ดวงตาของเขาทอดมองมาอย่างอ่อนโยนเช่นทุกครั้ง


“จำเอาไว้นะฮวังมิยอง..ไม่มีวันไหนที่ฉันจะเลิกสนใจเธอ..ไม่มีเลย”


“เพราะไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน..แต่สองตาของฉันจะมีไว้เพื่อมองเธอคนเดียวเท่านั้น..”


ถ้อยคำหวานถูกเปล่งจากริมฝีปากสีสดของแทยอน ..คำหวานที่มาจากหัวใจของเขานั้นไร้การปั้นแต่งใดๆมันจึงไม่แปลกที่คนฟังจะคิดมันหวานหูเสียจนทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง คิดดูแล้วกัน..คิมแทยอนน่ะไม่ใช่คนช่างพูดหรือพูดอะไรหวานๆซึ้งๆไม่เป็นแต่ยามที่เขาพูดบางอย่างออกมาจากหัวใจก็ทำให้หัวใจของคนฟังเต้นแรงแทบบ้าได้เหมือนกันนะ..อย่างที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้ไง..


“อืม..ว่าแต่เธอจะขออะไรเป็นรางวัลล่ะที่เทสครั้งนี้ทำคะแนนได้ดีกว่าเดิม”


“เอ๋??” ดวงตาหวานหลังกรอบแว่นกระพริบปริบเหมือนคนที่ยังตั้งตัวไม่ทัน ..เมื่อกี้เพิ่งจะเป็นแทยอนคนน่ารักที่พูดอะไรหวานๆให้หัวใจของเราเต้นแรงอยู่เลยแล้วทำไมตอนนี้เขาเปลี่ยนอารมณ์ไวจัง.. มิยองเอียงคอเล็กน้อยอย่างครุ่นคิดเมื่อแทยอนย้ำถามอีกครั้งด้วยแววตาจริงจัง “เอ่อ...” ได้แต่อึกอักคล้ายกับไม่กล้าขอในสิ่งที่ตัวเองต้องการ


..จะกล้าได้ยังไงก็ซูยอนบอกว่ารุ่นพี่ไม่ชอบสัตว์ทุกชนิดนี่นาแต่จะปล่อยเจ้าหนูน้อยไว้ตัวเดียวแบบนั้นก็น่าสงสารจะแย่แล้วที่ๆพอจะเลี้ยงได้ก็มีแต่ที่นี่..เอายังไงดีล่ะฮวังมิยอง..


“ว่าไง??อยากได้อะไรเป็นรางวัล??”


ดวงตาหวานช้อนสายตามองแทยอนเล็กน้อย “ค คือ...ติดเอาไว้ก่อนได้ไหมคะฉันยังนึกไม่ออกเลยว่าอยากได้อะไร..”


“อืม..เอางั้นก็ได้” แทยอนทิ้งกายลงกับโซฟาสีเข้มอีกครั้ง “แล้ววันนี้จะให้สอนวิชาอะไรล่ะ???”

 

................................................................................................................................................................................

               
ซ่า
!!!!

              
“ว๊าย
!!

              
เสียงหวานแหบหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจยามที่ถูกน้ำเย็นสาดจนเปียกไปทั้งตัวระหว่างที่ร่างบอบบางเดินขึ้นบันไดของอาคาร ใบหน้าแสนหวานเงยหน้ามองไปด้านบนแต่กลับไร้ร่องรอยของเจ้าของผลงาน ฮวังมิยองก้มหน้ามองสภาพที่เปียกปอนของตัวเองเงียบๆก่อนจะถอนหายใจเบาคล้ายจะชินชากับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกๆวัน..

               
ใช่แล้ว..คุณอ่านไม่ผิดหรอก..เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นทุวันจนมิยองชินชาแล้วล่ะ ตอนนี้ก็เกือบอาทิตย์ได้แล้วละมั้ง..แถมน้ำที่สาดมาก็เกือบครบทุกน้ำแล้วด้วยจะเอาน้ำอะไรล่ะ โคล่า น้ำแดง น้ำเขียว น้ำส้ม น้ำผลไม้หรือแม้กระทั่งน้ำจากก๊อกในห้องน้ำก็โดนมาแล้วแถมแต่ละครั้งที่โดนก็เป็นเวลาที่ซ้ำๆกันในสถานที่เดิมๆด้วยล่ะ ..ก็ทุกครั้งที่เธอกลับจากการหอบเอาสุมดการบ้านของเพื่อนๆในห้องไปส่งให้อาจารย์ที่ห้องพักครูนั่นแหล่ะ ตั้งแต่หัวหน้าห้องซอฮยอนไม่อยู่หน้าที่นี้ก็ตกเป็นของ ฮอ กายูน รองหัวหน้าห้อง..และควบตำแหน่งลูกสมุนของฮยอนอา หล่อนเลยจัดการโบ้ยงานให้คนที่ไม่มีปากมีเสียงอย่างมิยองทำแทน..บวกกับเหตุการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นซ้ำๆหลายครั้งเลยลงล็อก..

               
มิยองรู้ว่าใครเป็นตัวการแต่เพราะไม่อยากมีเรื่องหรือมีปัญหาเลยไม่ได้พูดอะไร แม้ว่าสองเพื่อนสนิทจะบอกให้เธอไปบอกเรื่องนี้กับแทยอนก็เหอะนะแต่มิยองก็ไม่ได้พูดเสียที ช่วงนี้แทยอนกำลังวุ่นวายกับงานในสภานักเรียนนี่นา เธอก็แค่ไม่อยากให้เขามาเดือดร้อนหรือต้องมากังวลกับเรื่องของเธอเพิ่มก็เท่านั้น


..แม้ว่าทุกครั้งจะไปหาเขาด้วยสภาพเปียกปอนแบบนี้จะทำให้แทยอนสงสัยก็เถอะ..

 


ประตูห้องสภานักเรียนเปิดออกเบามือก่อนที่ฮวังมิยองจะโผล่หัวเข้าไปดูลาดเลา เห็นในห้องไม่มีใครอยู่ก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ..รุ่นพี่คงจะยังมาไม่ถึงมั้ง แต่ก็ดีแล้วเพราะอย่างน้อยจะได้ไม่ต้องคิดหาคำโกหกว่าเธอไปเจออะไรมา.. เด็กสาวคิดในใจแล้วก้าวยาวๆตรงไปยังห้องเก็บของ ด้วยความที่มาทุกวันทำให้ห้องสภานักเรียนแทบจะกลายเป็นที่ประจำของเธอไปแล้วเพราะฉะนั้นมันก็คงไม่แปลกหากเธอจะเข้าๆออกๆห้องนี้เมื่อไหร่ก็ได้


ก็แทยอนเป็นคนอนุญาตเธอเองนี่นา


ร่างบอบบางสาวเท้าเข้าไปยังห้องเก็บของก้มตัวไปดึงเอากล่องกระดาษเล็กๆออกมาจากชั้นไม้ที่อัดแน่นไปด้วยเอกสารเก่าที่ไม่ได้ใช้ ดวงตาหวานหลังกรอบแว่นวาดยิ้มส่งให้เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กในกล่องกระดาษ ฮวังมิยองยิ้มทักทายเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กขนฟูที่กำลังเอาหัวเล็กๆของมันคลอเคลียฝ่ามือของเธอไม่เลิก ..แน่ล่ะ เธอเอาเจ้าหนูนี่มาเลี้ยงไว้ในห้องนี้สองวันแล้ว ด้วยความที่เป็นห่วงว่าเจ้าหนูนี่จะไม่มีที่อยู่เพราะถ้าเลี้ยงไว้ที่สวนหลังโรงเรียนต้องไม่ปลอดภัยแน่ๆ ส่วนสาเหตุที่ต้องแอบเลี้ยงก็เพราะคำพูดของซูยอนที่บอกว่าแทยอนไม่ชอบสัตว์มันยังรบกวนจิตใจเธอไม่เลิกนะสิ


..ไม่ได้ตั้งใจจะแอบนะ แต่มิยองแค่หาเหตุผลดีๆไปบอกเขาไม่ได้มากกว่า..


“อ่า...คงหิวสินะคะ ฉันเอานมมาให้ด้วยนะ” คนขี้อายพูดกับเจ้าตัวเล็กอย่างเอ็นดู เทน้ำนมสีขาวใส่ถ้วยพลาสติกเล็กๆให้เจ้าหนูได้ดื่มจนอิ่มท้อง สองมืออุ้มเจ้าตัวเล็กแนบอกเปล่งเสียงหัวเราะคิกคักเมื่อเจ้าตัวเล็กเลียหน้าของเธอด้วยลิ้นสีชมพูซ้ำยังเอาหัวเล็กๆคลอเคลียหน้าเธอไม่เลิก “อ๊า..จักจี้นะคะ คิกคิก..” มิยองหัวเราะน้อยๆเหมือนชอบอกชอบใจที่เจ้าตัวเล็กในมือเอาแต่คลอเคลียเธอไม่หยุด “เอ..ฉันยังไม่ได้ตั้งชื่อให้เธอเลยนี่นา...”


“มิยอง..เธอมาทำอะไรในนี้น่ะ???”


เสียงหวานนุ่มที่เอ่ยทักทำให้เจ้าของชื่อสะดุ้งสุดตัว เธอจับเจ้าตัวเล็กยัดใส่ในเสื้อสูทอย่างรวดเร็วดันกล่องกระดาษและชามพลาสติกเข้าที่เข้าทางก่อนจะหันไปยิ้มให้แทยอนที่ยืนมองเธอด้วยสีหน้าแปลกใจที่หน้าประตูห้องเก็บของ “เอ่อ..รุ่นพี่...”


“เธอมาทำอะไรในนี้?”


“ค คือฉัน....”


ใบหน้าใสเอียงคอมองเด็กสาวขี้อายเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีอึกอักนั้น คิมแทยอนรู้สึกแปลกใจนักว่าเธอมาทำอะไรในห้องเก็บของเก่าๆนี่..หรือว่าจะมาเอาเสื้อ คิดได้ดังนั้นก็เอ่ยถามออกไป “..เธอไปทำอะไรมา..ทำไมตัวถึงมอมแมมแบบนี้...” แทยอนถอนหายใจแรงแล้วก้าวเข้ามาสำรวจเสื้อที่เปียกชื้นของเด็กสาว “โดนแกล้งมาอีกแล้วหรือ...”


ไม่มีอะไรค่ะ...ไม่มีอะไรจริงๆ


“...........”


“รุ่นพี่อย่าห่วงเลยนะคะ..ฉันก็แค่ซุ่มซ่าม...”


“คราวนี้จะหาข้อแก้ตัวอะไรอีกล่ะ..เดินไปชนคนอื่นจนน้ำหกใส่..หรือว่าเดินสะดุดขาตัวเองในห้องน้ำจนมือไปคว้าก๊อกน้ำแล้วดันไปเปิดมันน้ำก็เลยฉีดใส่ตัวเธอจนเปียก..” แทยอนสวนตอบกลับไปเสียงเรียบ แววตาอ่านยากของเขาทำให้ฮวังมิยองพูดอะไรไม่ออก เธอได้แต่ก้มหน้างุดเลี่ยงที่จะสบสายตากับเขา แทยอนถอนหายใจกลับมาเสียงดังเหมือนกำลังระงับอารมณ์หงุดหงิด.. เขาเหลือบตามองเธอที่เอาแต่ก้มหน้า “...ฉันไม่ได้รำคาญหรือหงุดหงิดเธอนะ...”


“....ค่ะ”


“ฉันแค่...” พูดได้เท่านั้นก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “ช่างเถอะ....” แทยอนยกมือยีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของตัวเองก่อนจะช้อนสายตามองคนที่เอาแต่ก้มหน้าหนีด้วยแววตาอ่อนใจ เพราะฉันอีกแล้วใช่ไหมที่ทำให้เธอต้องโดนแกล้งแบบนี้...


พอได้ยินน้ำเสียงเหมือนกำลังรู้สึกผิดแบบนั้นมิยองก็รีบเงยหน้ามองเขา “ม ไม่ใช่นะคะ..มันไม่ใช่ความผิดของรุ่นพี่เลย..ฉัน...” ละล่ำละลักพูดเพื่อไม่ให้แววตาสีเข้มคู่นั้นต้องหม่นหมองไปมากกว่านี้ สีหน้าของแทยอนมันฟ้องว่าเขากำลังรู้สึกแย่มากที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องเดือดร้อน “ฉัน..ที่ฉันไม่บอกรุ่นพี่เพราะช่วงนี้รุ่นพี่มีเรื่องให้วุ่นวายมากพอแล้ว..ฉันแค่ไม่อยากเอาเรื่องไร้สาระแบบนี้ไปรบกวนจิตใจของรุ่นพี่อีกก็เท่านั้นเองค่ะ...ขอโทษนะคะ...”


“ก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรือไงว่ามีอะไรให้บอก...”

             
“....ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ..ฉันทนได้..”

            
 “ให้ฉันได้ปกป้องเธอเถอะนะ มิยอง..”

               
น้ำเสียงหวานนุ่มที่กล่าวออกมานั้นนุ่มนวลและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหนักแน่นแสดงถึงเจตนาว่าเขาต้องการเช่นนั้นจริงๆและไม่ได้พูดเพื่อเอาใจเธอแต่อย่างใด..มันจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าถ้อยคำเหล่านั้นจะทำให้พวงแก้มนวลของเด็กสาวขึ้นสี ดวงตาหวานช้อนสายตามองคิมแทยอนที่ยืนมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มเล็กๆยามที่ฝ่ามือของเขาลูบหัวเธอเบาๆ “...จากนี้ฉันจะตามไปดูแลเธอทุกฝีก้าว..”

               
“แล้วงานในสภา....”

               
“ฉันจัดการแบ่งให้พวกนั้นทำ..” เขาหมายถึงยุนอาและยูริเพื่อนสนิททั้งสองคน “เจ้าสองคนนั้นขี้เกียจจนเคยตัวแล้วตั้งแต่ฉันเข้ามาจัดการงานในสภาแทนจูฮยอนชั่วคราว” ดวงตาสีเข้มทอดสายตามองคนหน้าหวานที่มองตอบกลับมาแล้วยิ้มบาง “และตอนนี้เธอควรจะถอดเสื้อสูทนั่นออกซะแล้วไปเอาเสื้อในตู้ของฉันไปเปลี่ยน” ใบหน้าใสพยักพเยิดไปทางตู้ล็อกเกอร์ของตัวเอง “เปลี่ยนให้เรียบร้อยซะถ้าไม่อยากเป็นหวัด..ฉันจะไปรอข้างนอก..”

                
**เมี๊ยว~~**

              
เสียงเล็กๆที่ร้องออกมาทำให้ฝีเท้าของคนที่กำลังจะเดินออกจากห้องชะงักไป มิยองหันหลังขวับพยายามกดหัวเจ้าหนูน้อยที่พยายามจะโผล่พ้นสาบเสื้อสูทให้กลับไปอยู่ที่เดิม “เสียงอะไรน่ะ????” แทยอนถามพยายามมองซ้ายมองขวาหาต้นตอของเสียงเมื่อครู่ในขณะที่มิยองหน้าซีดเผือด

           
..หวา เจ้าหนูน้อยอย่าเพิ่งโผล่หัวออกมาตอนนี้สิ..

           
เมี๊ยว
~~

               
“ว หวา..เจ้าหนู...”

               
“มิยอง..เธอได้ยินเสียงอะไร....” เสียงหวานนุ่มพูดได้เท่านั้นก็เงียบไปเมื่อดวงตาสีเข้มเห็นหัวเล็กๆของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยโผล่หัวฟูๆของมันออกมาจากสาบเสื้อสูทของคนขี้อาย ลูกแมวตัวเท่าฝ่ามือโผล่หน้าออกมามองแทยอนตาแป๋ว ขนสีส้มอมเหลืองฟูนุ่มก่อนที่ปากเล็กๆจะส่งเสียงร้องแง๊วๆไม่หยุด แทยอนละสายตาจากเจ้าตัวเล็กมองใบหน้าหวานที่เบ้หน้าจะร้องไห้แล้วเอ่ยถามด้วยท่าทางที่เหมือนจะยังตั้งสติไม่ทัน “นี่...นี่มัน..อะไรกัน???”

               
“เจ้าลูกแมวนี่มันมาได้ยังไง????”

 

               
ในห้องสภานักเรียนที่เปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำมีร่างบอบบางของฮวังมิยองกำลังก้มหน้างุดมีเจ้าเหมียวตัวเล็กนั่งเลียขนฟูของตัวเองบนตักในขณะที่แทยอนเอาแต่นั่งกอดอกนิ่งๆมาได้ร่วมห้านาทีแล้ว.. ใบหน้าหวานเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าเฉยชาของแทยอนแล้วอยากจะร้องไห้นัก ..รุ่นพี่ต้องโกรธแน่ๆเลย..ทำยังไงดี 
T^T.. คิดอย่างกระวนกระวายใจก่อนจะสะดุ้งเล็กๆเมื่อคิมแทยอนเริ่มขยับตัว

               
“...ไหนอธิบายมาสิว่าเจ้าตัวนี้มาอยู่ในห้องเก็บของได้ยังไง..”

               
“ค คือฉัน....ฉัน...”

               
ดวงตาสีเข้มมองท่าทางเงอะงะของเด็กสาวก็ถอนหายใจบาง แทยอนมีสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยก่อนจะถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลง ..เท่านั้นมันก็มากพอที่จะทำให้ฮวังมิยองมีท่าทางผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย “เอ่อ..คือเจ้าตัวนี้มันโดนแม่ทิ้ง..ฉันเจอมันที่แปลงดอกไม้หลังโรงเรียน..ฉันเลยเลี้ยงมันเอาไว้” เธออธิบายด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ “แต่ฉันคิดว่าถ้าเลี้ยงมันไว้ที่หลังโรงเรียนต่อไปมันอาจจะเป็นอันตรายหากมีคนไปเจอแล้วไปแกล้งมันเข้า..พอจะเอาไปเลี้ยงที่บ้านคุณแม่ก็แพ้ขนแมว..ฉันก็เลย..แอบเอามาเลี้ยงที่นี่ได้สองวันแล้วค่ะ...”

               
“มิน่าเมื่อเช้าถึงได้ยินเสียงกุกกักในห้องเก็บของ..” เสียงหวานนุ่มพูดอย่างไม่ได้เจาะจงจะว่าหรือตำหนิ เป็นเพียงคำพูดลอยๆเท่านั้น คิมแทยอนขยับกายอีกครั้งแล้วเอื้อมมือไปอุ้มลูกแมวจากตักของเธอเข้ามาไว้ในอ้อมแขน “แล้วทำไมถึงไม่บอกว่าจะเลี้ยง..ทำไมต้องหลบๆซ่อนๆ...” เอ่ยถามอีกคนที่เอาแต่นั่งทำหน้ามึนงงที่เห็นเขาอุ้มลูกแมวไปเล่น

               
“ก็ซูยอนบอกว่ารุ่นพี่ไม่ชอบสัตว์ทุกชนิด...”

               
“ก็เลยกลัวว่าฉันจะว่างั้นสิ???” เขาถามแล้วส่ายหัวน้อยๆ “ฉันจะไปว่าอะไรเธอ..ถ้าอยากเลี้ยงก็เลี้ยงสิฉันไม่ได้ว่าแต่อย่างน้อยก็บอกฉัน..ฉันจะได้ช่วยเธอเลี้ยง” เสียงหวานนุ่มพูดต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงปราศจากแววตำหนิ ฝ่ามือเล็กลูบหัวของเจ้าตัวเล็กที่คลอเคลียฝ่ามือเขาไม่หยุด “อีกอย่าง..ฉันก็ไม่ได้ไม่ชอบสัตว์นะ เมื่อก่อนนี้ฉันเคยเลี้ยงลูกหมาไว้ในโรงเรียนเหมือนกันแต่ภารโรงเขาไม่รู้ว่าฉันเลี้ยงเลยวางยาเบื่อมัน..จากนั้นมาฉันก็เลยพยายามไม่ยุ่งกับสัตว์อีกเพราะทำใจไม่ได้หากมันโดนทำร้ายหรือวางยาเบื่อเหมือนลูกหมาตัวนั้น...”

               
“...แสดงว่า..ที่คนอื่นบอกว่ารุ่นพี่ไม่ชอบสัตว์...”

               
“พวกเขาเข้าใจผิดต่างหาก...ฉันก็เหมือนเธอนั่นแหล่ะ เอาลูกหมาตัวนั้นไปเลี้ยงที่บ้านไม่ได้เพราะเขาไม่ชอบกลิ่นของลูกหมาลูกแมว..” แทยอนพูดแล้วยิ้มออกมาเล็กๆเมื่อจับเจ้าตัวเล็กหงายท้องแล้วจี๋พุงมันไม่หยุด “พวกสัตว์น่ะน่ารักจะตายไป..มันซื่อสัตว์กับเจ้าของมันมากนะ..ยอมตายแทนเจ้าของได้เลยด้วยซ้ำ” ดวงตาสีเข้มหม่นลงเล็กน้อยขณะที่มือเล็กเปลี่ยนเป็นเกาคางของแมวน้อยเบาๆ “...มันรู้ว่าใครหวังดีหรือหวังร้าย..พวกมันรับรู้ได้ว่าใครที่รักหรือไม่รักมัน..เนอะ??เจ้าตัวเล็ก”

               
ฮวังมิยองได้แต่มองแทยอนที่เล่นกับลูกแมวโดยไม่ได้พูดอะไร.. เธอไม่เคยรู้เลยว่าเขาจะมีมุมอ่อนโยนแบบนี้แม้แต่กับสัตว์ตัวเล็กๆพอได้เห็นแล้วก็ห้ามรอยยิ้มเอาไว้ไม่ได้ นั่งมองได้ไม่นานก็สะดุ้งอีกครั้งเมื่อแทยอนหันมาถามชื่อของมันจากเธอ “เอ่อ..ฉันยังไม่ได้ตั้งชื่อหรอกค่ะ..”

               
“งั้นเรามาตั้งชื่อมันกันเถอะ..”

               
“เอ่อ.....”

               
“มีชื่อที่คิดไว้หรือยังล่ะ..”

               
“อ อุนเซ....” เสียงหวานแหบกล่าวออกมาเสียงเบา “อุนเซ..ที่แปลว่า..โชคชะตา..” มิยองก้มหน้าขณะที่พวงแก้มเรื่อด้วยความขัดเขินเมื่อแทยอนเอาแต่จ้องหน้ากันไม่หยุดแบบนั้น “..เหมือนเป็นโชคชะตาที่ทำให้มันมาเจอกับฉัน..แล้วก็..ทำให้รุ่นพี่กับฉัน..เลี้ยงมันด้วยกัน...ค่ะ” พูดจบแล้วพวงแก้มที่ขึ้นสีเรื่อในคราวแรกกลับแดงปลั่งราวลูกสตรอเบอร์รี่สุกให้แทยอนได้ยิ้มเอ็นดูออกมานิดๆ

               
“เจ้าตัวเล็ก...” เขาหันไปยิ้มให้ลูกแมวที่จ้องเขาตาแป๋วร้องแง๊วๆไม่หยุด “ต่อจากนี้ไปเธอชื่ออุนเซนะ..ชอบใช่ไหมล่ะ” ใบหน้าใสหันมองเด็กสาวขี้อายที่รับเอาลูกแมวกลับไปอุ้มไว้ในอ้อมแขน “เป็นชื่อที่ดีนะ...”

               
“ค่ะ...อุนเซ...ฮวังอุนเซ...”

               
“ผิดแล้ว....”

               
“เอ๋???”

               
“เขาไม่ใช่ฮวังอุนเซ..แต่เขาชื่อ คิมอุนเซ ต่างหาก...”

               
“รู้ใช่ไหมว่าฉันหมายความว่าอะไร..ฮวังมิยอง...”

               
..ค่ะ (
.///.)..

 

               
“อ่า..เรื่องมันเป็นแบบนี้เองเหรอเนี่ย..” เสียงหวานใสของซูยอนพูดขึ้นหลังจากที่ฮวังมิยองเพิ่งจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ใบหน้าสวยคมพยักหน้าแล้วเอ่ยถามต่อ “ตกลงว่าตอนนี้เธอเลี้ยงมันไว้ในห้องสภาตลอดเลยเหรอ??”

               
“ก็..ทำนองนั้นล่ะค่ะ..รุ่นพี่เองก็ช่วยเลี้ยงด้วย..มันยังเด็กอยู่เลยไม่กล้าปล่อยมันให้ไปเพ่นพ่านในโรงเรียน..รุ่นพี่บอกว่าให้มันโตอีกนิดค่อยปล่อยมันไปไหนมาไหนแล้วก่อนจะกลับบ้านก็เอามันมานอนในห้องสภา..” มิยองตอบเพื่อนสาวคนสนิทขณะที่หยิบสมุดและปากกาออกจากกระเป๋านักเรียน “ว่าแต่..วันนี้เราจะไปห้องประชุมใหญ่กันทำไมหรือคะ???”

               
“อ๋อ..วันนี้เราต้องเข้าอบรมความรู้เรื่องจริยศาสตร์น่ะ..ที่โรงเรียนจะจัดอบอมทุกสองเดือน”

               
“แถมยังได้อบรมร่วมกับพวกรุ่น...โอ๊ย
!!หยิกมาได้ เจ็บนะ” วิกตอเรียที่กำลังจะอ้าปากตอบกลับร้องลั่นและหันไปโวยวายกับซูยอนที่ส่งสายตามาให้ สาวผมทองเบ้ปากเล็กน้อยแล้วพยักหน้ารับรู้

               
“มีอะไรกันเหรอคะ???”

               
“เอ่อ..ไม่มีอะไรหรอก..ฉันว่าเราไปกันเหอะเดี๋ยวจะจองที่นั่งดีๆไม่ทันนะ วิทยากรคนนี้สอนสนุกมากเลย”

               
“อ เอ่อ...ค่ะ..”

 

               
“ทางนี้ๆมิยอง..” จองซูยอนลากเพื่อนสาวขี้อายเข้ามาในห้องประชุมขนาดใหญ่ เก้าอี้สีแดงแถวยาวถูกสร้างไล่ระดับเป็นขั้นบันไดขึ้นไปจนท้ายห้อง แล้วจูงมือลัดเลาะไปที่แถวที่ห้าจากแถวหน้าสุดที่มีกลุ่มคนสองสามคนจับจองที่อยู่แล้ว.. และดวงตาหวานใต้กรอบแว่นกลับต้องเบิ่งกว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นหน้าของคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

               
“ร รุ่นพี่
!!!

 

=========================================================================             

© themy�butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

963 ความคิดเห็น

  1. #753 Oor_BP19 (@Oor_BP19) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 17:41
    อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของชีวิตทั้งคู่จังเลย~               



    แทนี่ๆๆ~
    #753
    0
  2. #596 petcharin_love95 (@petcharin_love95) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 00:22
    อบอุ่นสุดๆ ><
    #596
    0
  3. #146 ฟรีไทร์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 05:14
    แทยอนอบอุ่นจังเลย

    มิยองโดนแกล้งอีกแล้ว
    #146
    0
  4. #120 coke (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 15:09
    >///////////
    #120
    0
  5. #51 Puii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 16:06
    มิยองโดนแกล้งขนาดนี้ยังจะไม่บอกพี่เหมันต์อีก แต่พี่เหมันต์ช่างอบอุ่นจริงๆ >\\
    #51
    0