เมื่อคีตาแห่งเทพสวรรค์เริ่มบรรเลง◆BL,YAOI (END)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 36,600 Views

  • 425 Comments

  • 2,886 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    210

    Overall
    36,600

ตอนที่ 10 : บทที่ 8 สองเท้า... เหยียบย่ำ... โลหิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    2 เม.ย. 58



 

 





บทที่ 8

สองเท้า... เหยียบย่ำ... โลหิต


 

 

            ภพสวรรค์มีทั้งหมดเก้าชั้น ตำหนักที่มีพื้นที่เมฆมากที่สุดถึงห้ากลุ่มเมฆ คือตำหนักหมื่นห้อง... ตำหนักที่มีกลุ่มเมฆสี่กลุ่มเมฆ คือตำหนักของรัชทายาทว่าที่องค์เทพสูงสุดองค์ถัดไป ส่วนตำหนักของเหล่าองค์ชาย องค์หญิงเทพระดับสูงที่เหลือจะมีเมฆสามกลุ่มเมฆ...

ข้าแอบลอบละอายใจ ตอนข้ามาถึงสถานศึกษายังเคยคิดว่าคับแคบมีก้อนเมฆกลุ่มเดียว แต่ตำหนักไรเซลที่ข้าวิ่งเล่นอยู่ทุกวันถึงกับมีเมฆสามกลุ่ม... นี่มันผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดเหตุใดข้าถึงไม่สังเกตได้เร็วกว่านี้ ต้องรอรู้ว่าไรเซลเป็นองค์ชายก่อนถึงจะสังเกตจุดแตกต่างอันยิ่งใหญ่นี้ได้

ท่านอาจารย์ยังคงบรรยายต่อไปถึงเรื่องต่างๆในสวรรค์ทับถมความละอายในใจข้า เช่นเรื่องที่ว่าเทพระดับห้าขึ้นไปจึงจะมีเทพสวรรค์ระดับสูงเป็นองค์รักษ์คู่กายได้... กลุ่มเมฆชั้นเก้าที่สูงสุดของสวรรค์เป็นที่ของเหล่าหน่อเชื้อกษัตริย์และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากตำหนักหมื่นห้อง

ข้าที่บินกลับจากสถานศึกษาไปยังกลุ่มเมฆชั้นสูงสุดทุกวันไม่เคยตระหนักถึงเรื่องนี้ซักนิด...

ผมสีทองและดวงตาสีทองเป็นสัญลักษณ์ของเหล่าผู้สืบสายเลือดตำหนักหมื่นห้อง ต่อให้มีเลือดอยู่เพียงเสี้ยวพวกเขาก็จะมีเอกลักษณ์เหล่านี้

เห็นทีต่อให้ไรเซลไม่บอกเรื่องเขาเป็นองค์ชายสี่กับข้า ในวันนี้ข้าไม่รู้ก็โง่เขลาเต็มทน

ยามที่องค์รัชทายาท องค์ชายลำดับที่หนึ่งกำเนิด ท้องฟ้าทั่วสวรรค์กลายเป็นสีขาว...เหล่าก้อนเมฆโดดเดี่ยวต่างหลีกหนีแสงสว่าง...มังกรสวรรค์สีทองกู่ร้องคำราม มังกรสีทองเป็นตัวแทนของบัลลังก์ นี่เป็นสัญญาณที่บอกกล่าวว่าองค์ชายที่เกิดมาจะต้องขึ้นเป็นองค์เทพสูงสุดองค์ถัดไป

แม่ทัพใหญ่สวรรค์องค์ก่อนยามเกิด ท้องฟ้าทั่วสวรรค์เป็นสีทองสว่าง... สายฟ้าแห่งสวรรค์ผ่าลงมาหกสิบสาย...เหล่าม้ามังกรสวรรค์ร้องกันระงม ยามนั้นแม่ทัพสวรรค์องค์นั้นใช้เวลาแค่หนึ่งพันปี ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ สร้างความดีความชอบแก่ภพสวรรค์ใหญ่หลวง คุ้มครองภพสวรรค์ให้สงบสุขจวบจนหมดบุญวาสนา

แม่ทัพใหญ่สวรรค์องค์ปัจจุบัน ยามเกิดท้องฟ้าทั่วสวรรค์เป็นสีแดงฉานคล้ายโลหิต...สายฟ้าแห่งสวรรค์ผ่าลงมาเจ็ดสิบสองสาย...อาวุธเทพของเทพสวรรค์ทุกองค์สั่นไหวเกิดเสียงดังกังวานทั่วภพสวรรค์

ชายชราเงียบกริบกวาดตามองทั่วห้องเหมือนจะพักให้หายใจ เทพสวรรค์สามสิบชีวิตในห้องก็ไม่มีผู้ใดส่งเสียง ทุกสายตาจดจ้องไปที่ผู้เล่าอย่างตกใจ...ประหลาดใจ...ชื่นชม...

นี่เป็นสัญญาณ ทารกสวรรค์ที่เกิดออกมายามนั้นในอนาคตต้องกลายเป็นแม่ทัพสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุด... สุดท้ายด้วยเวลาแค่สามร้อยปีเท่านั้น เทพสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ได้ผ่านด่านสายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าโดยที่แม้แต่อาการเดินเซก็ยังไม่ปรากฎ ขึ้นเป็นเทพสวรรค์ระดับเจ็ดดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งภพสวรรค์ พลังอำนาจมากที่สุดเท่าที่ภพสวรรค์เคยมีมา

ข้าถึงกับหายใจติดขัดตะลึงในความสามารถของแม่ทัพใหญ่สวรรค์ เสียงอุทานปนชื่นชมดังขึ้นอย่างไม่ปกปิดรอบห้องเรียนของสถานศึกษา แม้กระทั่งยามเล่าเรื่อง...ดวงตาของของท่านอาจารย์ก็ยังเป็นประกายเต็มไปด้วยความชื่นชมและความภูมิใจ

ท่านอาจารย์ปล่อยให้พวกเราชื่นชมพูดคุยกันซักพักค่อยกล่าวต่อ พวกเจ้ายังจำภาพนิมิตที่ได้เห็นยามเกิดใหม่ที่ตำหนักครรภ์ได้หรือไม่

ข้านึกย้อนไปยังตอนเกิด เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวที่ได้ยิน

 

เจ้าโง่!!!!! เจ้าฝ่าฝืนกฏสูงสุดของสวรรรค์ เจ้าต้องโทษทัณฑ์สูงสุด!!!!!!!’

 

การที่พวกเจ้าเงียบหมายความว่าพวกเจ้าสามารถจำได้ อย่างไรพวกเจ้าเทพสวรรค์จากตำหนักครรภ์ก็มีความจำที่ไม่ได้แย่อยู่แล้ว

ชายชรากวาดมือ กระดาษที่บันทึกตรากฏหมายแห่งภพสวรรค์ก็ปรากฏเบื้องหน้า

เทพพี่เลี้ยงที่อยู่ข้างพวกเจ้ายามเกิดคงบอกกล่าวกับเจ้าแล้วว่า ภาพนิมิตนั้นเป็นตัวอย่างของการฝ่าฝืนกฏสูงสุดของภพสวรรค์... พวกเจ้ามีใครสามารถเดาได้หรือไม่ว่ากฏข้อห้ามสูงสุดของสวรรค์คือสิ่งใด…”

ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้อง จิตใจของเหล่าเทพสวรรค์ต่างจมอยู่ในความคิดตัวเอง... กฏสูงสุดอย่างไรก็น่าจะไม่พ้นเป็นสังหารองค์เทพสูงสุดหรือรัชทายาท

บางทีในนิมิต เทพสวรรค์ที่จมกองเลือดที่ข้าเห็นอาจเป็นองค์เทพสูงสุด

ใช่ สังหารองค์เทพสูงสุดหรือเปล่าท่านอาจารย์

เทพสวรรค์องค์อื่นๆพยักหน้าเห็นด้วย แสดงว่าพวกเขาก็ต่างคิดตรงกันกับข้า ท่านอาจารย์ยกยิ้มบางๆแต่ในแววตากลับไม่ยิ้มตาม

กฎข้อห้ามสูงสุดของภพสววรค์คือ...ชุบชีวิต ฟื้นคืนดวงวิญญาณ... แม้กระทั่งองค์เทพสูงสุดก็ห้ามฟ่าฝืน อาวุธเทพของเราสามารถทำลายดวงวิญญาณได้ พวกเราย่อมสามารถฟื้นคืนดวงวิญญาณได้เช่นกัน...

ท่านอาจารย์หลับตาลงคล้ายหวนนึกถึงเรื่องที่ท่านเล่า ปากขยับกล่าววาจาต่อ ถึงแม้ว่าพวกเราจะล่วงรู้วิธีฟื้นวิญญาณแต่กลับไม่มีเทพสวรรค์องค์ไหนกระทำการฝ่าฝืนกฏสูงสุดของสวรรค์มาก่อน... ท้ายที่สุดเมื่อสองร้อยปีก่อนองค์เทพสูงสุดก็ได้ตรากฏอีกข้อ ห้ามมีการเผยแพร่เรื่องวิธีฟื้นคืนดวงวิญญาณอีกต่อไป“ 

พวกเราถอนหายใจด้วยความเสียดาย การที่ท่านอาจารย์กล่าวเช่นนี้แปลว่าเขาจะไม่สอนเรื่องนี้ให้

ท่านอาจารย์บทลงโทษของผู้ฝ่าฝืนคืออะไรเทพสวรรค์องค์นึงยกมือถาม

ชายชราครุ่นคิดซักพักจึงเอ่ยตอบ เรื่องนี้มีแต่องค์เทพสูงสุดที่ทราบ แต่ในทางแลกเปลี่ยนแล้วเมื่อเทพสวรรค์องค์ใดชุบดวงวิญญาณขึ้นมา...ด้วยโทษทัณฑ์ที่เท่าเทียมแล้วเทพสวรรค์องค์นั้นคงไม่มีอยู่อีกต่อไป

ใช้ดวงวิญญาณเจ้าเองแลกดวงวิญญาณของผู้อื่น ด้วยเหตุนี้กฏสูงสุดของสวรรค์จึงไม่เคยมีผู้ใดคิดฝ่าฝืนมาก่อน

ข้าครุ่นคิดแล้วไม่เข้าใจ จึงยกมือถามครั้งแรกของการเรียนในสถานศึกษา

นิมิตที่ข้าเห็นหมายความว่าเคยมีเทพสวรรค์ฝ่าฝืนแล้วเหตุใดท่านอาจารย์จึงบอกว่าไม่เคย เขาชุบชีวิตดวงวิญญาณไม่สำเร็จหรือ ข้าพูดจบเทพสวรรค์องค์อื่นๆก็ทำหน้างุนงง แม้กระทั่งท่านอาจารย์ยังทำสีหน้าประหลาดใจแต่แล้วฉับพลันดวงตานั่นเหมือนมีประกายวาบผ่าน

ท่านอาจารย์เดินตรงมายังข้า ฝ่ามือที่มีอายุยกขึ้นมา...นิ้วชี้แตะลงบนหน้าผาก ความร้อนขุมนึงแล่นผ่านเข้ามา... ข้าไม่ได้ขัดขืน ผ่านไปครู่นึงท่านอาจารย์ก้มมองข้าด้วยสายตาที่ยากจะหยั่งถึง

เด็กเอ๋ย... นิมิตที่เจ้าได้เห็นผิดพลาดแล้ว เรื่องนี้อย่าได้เอ่ยให้ใครฟังอีก

ผิดพลาด...? ข้ามองชายชราด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ

เป็นเช่นที่ข้ากล่าวในวันใกล้ๆนี้พวกเจ้าอาจได้รับสายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าเพื่อเลื่อนระดับ จงรักษาตัวให้ดีอย่าไปหาเรื่องให้ตัวเจ้าบาดเจ็บใดๆ สายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าอันตรายมากมันไม่เคยปล่อยให้เป้าหมายหลบซ่อน พวกเจ้าต้องยืนหยัดรับถึงแม้จะเจ็บปวดจนร่างแทบสลายก็อย่าได้ท้อถอย มีเทพสวรรค์นับไม่ถ้วนต้องดับสูญไปเพราะทนทานไม่ได้ ท่านอาจารย์โบกมือพัดกระดาษตรากฏแผ่นใหญ่หายไป ดวงตาที่แก่ชราแต่ยังคงดุดันคู่นั้นกวาดมองอย่างคาดโทษ ข้าหวังว่าเหตุการณ์นั้นจะไม่เกิดกับเทพสวรรค์ตำหนักครรภ์ พวกเราไม่เคยมีเทพสวรรรค์ที่ย่ำแย่ถึงปานนั้นมาก่อน

นี่ถือว่าเป็นคำขู่ใช่หรือไม่... ถึงแม้หลังจากความผิดหวังซ้ำๆตั้งแต่มาเรียนที่สถานศึกษาของข้าจะได้รับการเยียวยาเพราะเรื่องอาวุธเทพแข็งแกร่ง แต่ก็อดหวาดเสียวในใจไม่ได้

หากอาวุธเทพของข้าเป็นแค่ความโชคดีเล่า แท้จริงแล้วตัวข้าที่ไม่มีอาวุธเทพไร้พลังจริงๆจะต้องดับสูญไปหรือไม่... แบบนั้นข้าก็อาจไม่ได้พบเจอไรเซลกับคุลอาลอีก

ข้าเดินไปหน้าสถานศึกษาด้วยความคิดแง่ลบที่วุ่นวาย ปลอบตัวเองว่าตอนนี้ข้าแข็งแกร่งแล้ว ข้าอันดับดีที่สุดในสถานศึกษา แม้อาจรับสายทัณฑ์นั้นไม่ได้แต่คงไม่ถึงกับดับสูญ

ภาพยามที่กระดาษแผ่นนั้นไม่มอดไหม้...คำพูดที่กล่าวว่าข้าไร้พลัง ยังคงซ่อนตัวไว้ในส่วนลึกของความรู้สึกข้า ทำให้รู้สึกหวาดกลัวได้เสมอ...

เจ้าหยุดก่อนเท้าข้าชะงักเมื่อมีซุ่มเสียงดังขึ้นด้านหลัง คำพูดของไรเซลดังขึ้นในหัว

หากมีคนแปลกๆมาคุยกับเจ้าให้เจ้ารีบหนีเข้าใจหรือไม่ ห้ามตามคนแปลกหน้าไปเด็ดขาด

ข้าจึงไม่หันไปเตรียมกางปีกจะบินหนี เหมือนจะถูกรู้ทันคนด้านหลังที่ว่าบัดนี้เคลื่อนมาอยู่ด้านหน้า ข้าที่เตรียมจะหนีชะงักกึก... มองดูด้วยความตกใจ สายตาไล่ขึ้นสำรวจคนตรงหน้า...ผมสีทองสว่างยาวถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ให้ภาพลักษณ์เหมือนผู้คงแก่เรียน ดวงตาสีทองจ้องมองมา ใบหน้าครึ่งหน้าถูกปิดบังด้วยพัดสีดำที่กางอยู่

ไรเซลพี่น้องของท่านถือว่าเป็นคนแปลกหน้าหรือไม่กัน

ดวงตาสีทองคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าข้า ก่อนยกยิ้มเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล เจ้าชื่ออะไร

ท่านเป็นใคร...? ก่อนถามชื่อข้าไม่ควรแนะนำตัวก่อนหรือ ไม่ไปยุ่งกับเข้ายังคงดีกว่า เห็นเขาครุ่นคิดไม่ยอมตอบเสียทีข้าจึงตัดบท หากท่านไม่มีอะไรข้าขอตัว

ข้าไม่รอให้เขามาขวางหน้าได้อีก รีบสาวเท้าเดินไปอีกทาง

เจ้าเป็นเทพสวรรค์ของสถานศึกษาหรือ?

ญาติซักคนของไรเซลยังคงถามต่อ ข้าไม่สนใจเขากางปีกสีขาวบินจากมาทันที เหลือบตามองจากด้านบนเทพสวรรค์องค์นั้นยังยืนอยู่ที่เดิม จ้องมองมายังข้าราวกับรู้ว่าข้าจะต้องหันกลับมามอง

ความรู้สึกของข้ากรีดร้องว่าเขาอันตราย... เทพสวรรค์องค์นี้ไม่ไปยุ่งจะดีกว่า

 ไรเซลเป็นคนเตือนข้าเรื่องคนแปลกหน้า แสดงว่าเขาต้องรู้จักแน่... ไม่แน่ว่าเขาจะยอมบอกข้าหรือไม่ อย่างไรกลับไปก็ต้องเล่าเรื่องนี้ให้ฟังก่อน  ข้ายกมือที่เปียกชื้นจับสัมผัสหัวใจที่มันเต้นรัวอยู่ในอก เต้นถี่ราวกับจะบอกว่าให้หลีกหนีเทพสวรรค์องค์นั้นไปให้ไกล...

 
 

คุลอาล คราวนี้ก็ยังบังเอิญอีกหรือไม่ข้าเอ่ยถามพลางร่อนลงข้างๆคุลอาลที่มายืนรอหน้าตำหนักแล้วสาวเท้าเดินตามคุลอาลไป

เป็นเช่นเดิมท่านนาเรม ข้าถลึงตาให้แก่คำตอบของคุลอาล

วันนี้มีแขกมา ข้าพอจะเดาได้บ้างว่ามีแขกมา บนทางเดินที่ทอดยาวสู่ห้องทำงานของไรเซล มีเทพรับใช้วิ่งกันวุ่นวาย ทั้งยังมีเทพสวรรค์ที่ข้าไม่รู้จักยืนอยู่หน้าห้องด้วย

ใครหรือ?

องค์ชายใหญ่กับองค์ชายสอง ทั้งคู่เคยมาเยี่ยมท่านครั้งนึง  

ข้าพยักหน้าตอบ มองคุลอาลที่เคาะประตูเดินเข้าไปแจ้งข่าวก่อน ดูท่าการเล่าเรื่องที่สถานศึกษาคงต้องเลื่อนออกไป... คุลอาลเปิดประตูกว้างสบตาข้าเชิงให้เดินเข้ามาได้ ในห้องเหมือนมีไข่มุกเรืองแสงนับหมื่นเม็ดสว่างอยู่ เทพสวรรค์สีทองสามองค์ทำให้ข้ารู้สึกแสบตาจนเกินไปจริงๆ

โตแล้วดูใช้ได้ทีเดียวข้ามองสบตาคนผู้นึงที่อยู่ในห้อง ไรเซลกวักมือเรียกข้าให้เดินไปหา

นาเรม นี่พี่ใหญ่ฮาร์ฟเนลกับพี่รองจาซีน

นี่ควรจะเรียกพวกเขาว่าอะไร...? ข้าควรจะแนะนำตัวหรือไม่...? ถึงสมองจะขบคิดวุ่นวายแต่ข้าก็ยิ้มตามมารยาทให้พวกเขาไปก่อน องค์ชายใหญ่มองข้าด้วยสายตาเอ็นดู

ในเมื่อเป็นคนสนิทของไรเซล ก็เรียกว่าองค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองเถอะ

ข้าพยักหน้าให้ พวกเขาดูเร่งรีบทักทายเพียงเล็กน้อยก็หันไปมองไรเซล ดูท่าพวกเขาอาจจะอยากได้ความเป็นส่วนตัว ข้าจึงเดินหลีกไปที่โต้ะวาดภาพแต่มือกลับถูกไรเซลจับไว้ เขาดึงข้าลงมานั่งข้างๆ.... องค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองจึงได้มองพิจารณาข้าดูอีกที

เจ้าถือว่ามีวาสนานัก น้องชายข้าที่กำลังพักผ่อนอยู่ตำหนัก เงียบเหงาว่างพอดีไปพาเจ้ามาเลี้ยง มีเทพระดับสูงเลี้ยงดูเจ้าย่อมมีหนทางไปได้ดีกว่าเทพสวรรค์องค์อื่นแน่ องค์ชายใหญ่พูดขึ้นมา

น่าเสียดายที่เรื่องนี้ผู้คนบนภพสวรรค์กลับดูหมิ่น หาว่าไรเซลใช้เวลาพักผ่อนได้ดียิ่ง นำเด็กจากตำหนักครรภ์มาเลี้ยงไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไหร่น่าสงสาร... ดูสภาพเจ้าในตอนนี้ก็แข็งแรงดีไม่ใช่หรือไง เติบโตแล้วเจ้าต้องรีบไต่ระดับอย่าให้ใครมาดูหมิ่นน้องชายข้าอีก องค์ชายรองมีสีหน้าโกรธเคือง

ข้าเข้าใจแล้ว ไรเซลดีกับข้าตลอด

องค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองได้ยินดังนั้นจึงมีสีหน้าดีขึ้น ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด

ว่าไปแล้วที่มาในวันนี้เพราะเรื่องพระสนมโลเรีย

ใจของข้ากระตุกขึ้นมา ข้าหลุบตาลงทำเหมือนไม่อยากฟังเรื่องนี้แต่กลับตั้งใจฟังอย่างยิ่ง ไรเซลหันมามองข้าซักพักนึงครุ่นคิดว่าจะให้ข้าออกไปก่อนดีหรือไม่ แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจ

ทำเรื่องอะไรอีก?ไรเซลถามอย่างเย็นชา บรรยากาศรอบตัวพลันหนักอึ้ง...

หลังจากเจ้าปลดนางออก วันนี้องค์เทพแห่งตำหนักวังอสูร พ่อนางทำความดีความชอบ องค์เทพสูงสุดจึงจะประทานรางวัลองค์ชายใหญ่หยุดมองข้าเล็กน้อย พ่อของนางออกหน้าแทนว่า พระสนมโลเรียกับเจ้าเป็นการทะเลาะแง่งอนเท่านั้นเจ้าจึงมีโทสะ นางขอปรับปรุงตัวกลับไปง้อคืนดีกับเจ้า ขอองค์เทพสูงสุดส่งเสริมความรัก

 ขอองค์เทพสูงสุดส่งเสริมความรัก...

ในหัวของข้าสะท้อนแต่คำๆนี้โดยไม่มีเหตุผล ข้าต้องแอบสูดอากาศทิพย์เข้าไปหายใจเฮือกใหญ่ สติถึงจะสดใสทบทวนถึงสิ่งที่องค์ชายใหญ่พูดมาทั้งหมด คุลอาลบอกว่าพระสนมโลเรียเคยเป็นของ...ไรเซล พอนึกถึงตรงนี้ข้าก็เหมือนจะเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง

ความรัก... หึ กล่าวได้ดี

ถึงแม้จะคำที่เอ่ยออกมาจะเป็นคำชม แต่ผู้ได้ยินล้วนแต่หนาวสะท้าน...พลังอำนาจที่แผ่ออกมากดดันผู้คนให้รู้สึกหวาดกลัวยิ่ง อดสะดุ้งด้วยความตกใจไม่ได้... ไรเซลหันกลับมา ข้าสบตาเขา โชคดียังคงเป็นดวงตาคู่เดิมที่มองมา ทำให้อดถอนหายใจโล่งอกในใจไม่ได้

ข้ากลัว...กลัวดวงตาสีทองคู่นี้ในวันนั้นเหลือเกิน...ไม่ใช่ความกลัวที่ขาดเขลา แต่กลัวเพราะว่าข้าไม่รู้จัก ความคิดที่ว่ามีไรเซลที่ข้าไม่รู้จักแต่คนทั้งภพสวรรค์ต่างรู้จักน่ากลัวยิ่ง...

ให้ข้าอยู่กับนาเรมทั้งชีวิตยังดีกว่าน้ำเสียงของไรเซลกลับมาเป็นปกติอีกครั้งเหมือนต้องการปลอบโยน

ดูท่าคำร่ำลือที่ว่าองค์เทพไรเซลช่วงนี้อารมณ์ดียิ่งจะไม่ผิดเพี้ยน ข้าต้องขอบคุณเจ้าแล้วนาเรมองค์ชายรองยกยิ้มบางๆที่มุมปาก แน่นอนว่ามันงดงามราวกับรูปสลักเหมือนน้องชายไม่มีผิด

องค์ชายใหญ่ก็ยิ้มให้ข้าด้วยแล้วหันไปพูดกับไรเซลต่อ ดีที่วันนั้นข้ากลับมาจากธุระพอดี เลยคัดค้านไปเขาทำความดีความชอบข้าอยากประทานอย่างอื่นให้แทน ถือว่ายังรู้อะไรควรมิควรพ่อของนางเห็นแก่หน้าข้าไม่อยากผิดใจกับข้า

ขอบคุณพี่ใหญ่กับพี่รองมาก

เราเป็นพี่น้องกันเห็นเจ้าอารมณ์ดีแบบนี้ข้าก็ดีใจแล้ว เรื่องพระสนมโลเรียมีข้าอยู่ เวทีในตำหนักหมื่นห้องโจมตีเจ้าไม่ได้แน่นอนองค์ชายใหญ่กล่าวเสียงเข้มอย่างจริงใจ

ก็อก ก็อก

เสียงเคาะประตูขัดจังหวะบทสนทนาของเรา เป็นคุลอาลที่ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ เขาหันไปหาไรเซลโดยไม่รอคำอนุญาตอย่างที่เคย

พระสนมโลเรียกำลังมา เทพรับใช้หน้าตำหนักคงหยุดไม่ได้

เหลือบมองใบหน้าของไรเซลฉับพลันเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉย พอหันมาหาข้าใบหน้านั้นก็เปลี่ยนกลับเป็นไรเซลคนเดิม นาเรมเจ้าไปรอที่ห้องหนังสือก่อน” 

ข้าพยักหน้าอย่างว่าง่ายเดินตามคุลอาลออกไป แม้ใจจะอยากรู้แค่ไหนก็ตาม...

 
 

คุลอาลกลับไปที่ห้องทำงานของไรเซล ข้าลองถามข้อที่ข้าสงสัยแล้ว คุลอาลเป็นองค์รักษ์คู่กายของไรเซลจริงๆ ข้ากลับนึกว่าเขาเป็นพ่อบ้านหรือหัวหน้าคนรับใช้มาตลอด... ไรเซลใช้เขาแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ข้าไม่เห็นคุลอาลต่อสู้ซักครั้ง การใช้คนของเขาทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดจริงๆ

หนังสือในห้องหนังสือส่วนใหญ่ถูกข้าอ่านหมดแล้ว ตอนนี้ว่างถึงที่สุดข้าได้แต่เดินไปรอบๆห้องหนังสือหาเล่มที่ข้าไม่เคยเห็นแต่ซุกซ่อนอยู่ในหนังสือมากมาย

ผ่านหนังสือเล่มนึงสันปกเห็นแล้วค่อนข้างสะดุดตา พอหยิบออกกลับเป็นหนังสือเกี่ยวกับการหลอมยาธรรมดา ขณะที่ข้าจะวางที่เดิมก็สังเกตเห็นบางอย่าง เพราะหนังสือที่ข้าหยิบออกไปจึงทำให้เกิดช่องว่างขึ้นมา เผยให้เห็นว่าด้านหลังชั้นหนังสือมีภาพวาดนึงแขวนอยู่

ข้าไม่รอช้ารีบผลักชั้นหนังสือเลื่อนไปด้านข้าง...ภาพวาดภาพนึงปรากฎต่อสายตา

เทพสวรรค์ในภาพวาดเหมือนงานศิลปะชิ้นนึง ปีกสองคู่ขาวบริสุทธิ์กางออก ใบหน้าที่คล้ายใครซักคนดวงตาสีฟ้าที่ชวนให้ผู้คนลุ่มหลงมองไปยังเบื้องหน้า ในมือขวาถือหนังสืออยู่เล่มนึง... เทพสวรรค์ในรูปนี้ให้ความรู้สึกเหมือนสายน้ำเย็นผู้คนที่เห็นรู้สึกสบายตา...ปลอดโปร่ง ข้าพิจารณาใบหน้าของเขาพบว่า ถึงแม้จะไม่ได้งดงามหล่อเหลาหมดจดอย่างมากเหมือนไรเซล แต่กลับมีสเน่ห์บางอย่างดึงดูดทำให้ละสายตาไม่ได้

ตัวอักษรที่งดงามหนึ่งแถวถูกเขียนอยู่ด้านข้าง

แม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์

พออ่านตัวอักษรแล้วข้ารีบหันกลับไปมองใบหน้านั้นอีกทีด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม ความรู้สึกพุ่งพล่านเหมือนเจอคนที่ชื่นชมในใจ... นี่หรือแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ที่อาจารย์กล่าวถึง

หลังจากจดจำใบหน้านั้นจนพอใจแล้วข้าเก็บหนังสือทั้งหมดเข้าที่เดิม ตัดสินใจหยิบหนังสือหลอมยาเล่มนั้นไปอ่านแก้เบื่อ พออ่านไปก็พบว่าไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีเสียงดังขึ้นในห้อง

ท่านนาเรมแขกกลับไปหมดแล้ว

ข้าปิดหนังสือ หยิบถือไปด้วย เดินข้างๆคุลอาลไปห้องทำงานของไรเซล พลันนึกถึงภาพวาดในห้องหนังสือขึ้นมาจึงเอ่ยปาก ที่แท้แม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์งดงามมีสเน่ห์ดึงดูดผู้คนมาก

คุลอาลมองข้าอย่างแปลกใจ แม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์? ท่านพูดถึงสิ่งใด

ข้าหมายถึงภาพวาดที่แขวนไว้ในห้องหนังสือ หรือนั่นไม่ใช่ภาพวาดแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์กัน

อ้อ ท่านกล่าวถูกต้อง ช่างมีสเน่ห์ดึงดูดผู้คนทำให้คนรอบข้างสบายใจจริงๆนั่นละ

ข้าตาโตหันไปมองคุลอาลที่เดินข้างๆ เจ้ารู้จัก?

ข้าเคยพบเจอไม่กี่ครั้งเท่านั้น ทุกครั้งล้วนน่าประทับใจน้ำเสียงที่ออกมาชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ก่อนละสายตาไปมองด้านหน้า คุลอาลที่จะเดินไปเคาะประตูชะงักค้างเพราะมันถูกเปิดไว้อยู่แล้ว เขาหน้าเปลี่ยนสีทันที รีบวิ่งไปที่ห้องทำงานอย่างเร่งร้อน ข้าวิ่งตามเขาไปติดๆ

“!! องค์เทพไรเซลท่านเป็นอะไรหรือไม่คุลอาลวิ่งไปถึงหน้าประตูแล้ว เขาชะงักค้างจังหวะนึงแล้วรีบหันกลับมาหาข้าอย่างรวดเร็วสีหน้าซีดจนน่าใจหาย ท่านนาเรมอย่าเพิ่....

เจ้าจะพูดว่าอย่าเพิ่งมาใช่ไหม... ข้าต่อให้ในใจมองเข้าไปในห้อง มองไรเซลที่หันมามองข้าอย่างตกใจ...รวมถึงพระสนมโลเรียที่ข้าเคยเห็นแต่ด้านหลังด้วย

ข้าสบตากับพระสนมโลเรีย หญิงสาวเบิ่งตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา นางมองข้าตั้งแต่หัวจรดเท้า... สีหน้าซีดเผือดราวกับไม่มีเลือดไปเลี้ยง ดวงตานางเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก...ซักพักก็เปลี่ยนเป็นเจ็บปวดรวดร้าว ใบหน้าเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบต่างๆอย่างรวดเร็ว...จนสุดท้ายเสียงหวานที่หัวเราะอย่างเจ็บใจก็ออกมากจากปาก

เหล่าเทพสวรรค์ที่มาเยี่ยมท่านกล่าวกับข้าว่า ช่วงนี้ท่านดูอารมณ์ดีขึ้นอย่างยิ่งคงกล่าวไม่ผิดแล้ว

ไรเซลนิ่งเงียบ คุลอาลก็นิ่งเงียบ ข้ายิ่งแล้วใหญ่ไม่รู้จะทำอะไร...

ข้าหลงคิดว่าท่านที่หลงรักมนุษย์ผู้นั้นหัวปักหัวปำ คงจะอารมณ์ดีขึ้นเพราะมีใจให้ข้าบ้างแล้ว ท่าน...ท่าน...พระสนมโลเรียหัวเราะอย่างเจ็บแค้นปนสังเวชในตัวเองอีกครั้ง มุขสีขาวมากมายหล่นลงมาจากดวงตาสีทองคู่สวย ท่านรู้ไหมข้าดีใจถึงเพียงไหน ข้าถึงกับคุกเข่าขอร้องท่านพ่อเรื่องท่านอีกครั้ง... องค์เทพไรเซล!!!!”

สิ้นเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บแค้นเรียกชื่อไรเซลดังก้องตำหนัก สีหน้าของไรเซลเริ่มเย็นชาขึ้นไปทุกที พระสนมโรเลียชี้นิ้วชี้มาที่ข้า ดวงตากราดเกรี้ยวคู่นั้นมองข้าราวกับอยากจะทำลายให้ข้าหายไปจากตรงนี้

ผู้อื่นกล่าวเพราะท่านรู้สึกตำหนักเงียบเหงาจนเกินไปจึงได้นำเด็กมาเลี้ยง ที่แท้ท่านสายตาดียิ่ง เทพสวรรค์องค์นี้กลับหน้าตาคล้ายมนุษย์ที่ท่านหลงรักถึงเจ็ดแปดส่วน!!!!!!”

คุลอาล!!!” เหมือนไรเซลจะทนไม่ไหวอีกต่อไป คำรามเสียงต่ำ... บรรยากาศรอบตัวพลันให้ความรู้หนาวจนสะท้าน เขาทำสีหน้าเหมือนคนที่พร้อมจะฆ่าใครขึ้นทุกที

หญิงสาวที่ไม่รู้ไปกินหัวใจมังกรที่ไหนมาถึงได้กล้าหาญชาญชัย ไม่สนใจไรเซลที่ทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่านาง หรือท่านลักพาตัวเขามาจากภพไหนกันล่ะ!! ให้พลังเกิดใหม่เป็นเทพสวรรค์ลบความทรงจำเปลี่ยนเขาเป็นอีกคนแทนที่อีกคนอยู่ข้างกายท่าน!!!”

พระสนมโลเรียเชิญ!” คุลอาลก็ใจร้อนไม่แพ้กัน เขาไม่รอคำตอบใดๆ ก้าวเข้ามาหิ้วตัวพระสนมโลเรียที่ขัดขืนสุดชีวิตออกไป

ปล่อยข้า ข้ายังพูดไม่จบ!!” หญิงสาวขัดขืนทุกหนทางแต่สายตากลับมองข้าไม่วางตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ น้ำเสียงเกรี้ยวกราดตะโกนดังไปก้องทางเดิน ท่านหลอกตัวเอง! คนที่ท่านรักตายไปแล้วที่ท่านทำอยู่ท่านก็แค่กำลังหลอกตัวเองเท่านั้น!!!”

เจ้าอย่าได้ใจไปนัก เขาเห็นเจ้าเป็นแค่ตัวแทน ก็แค่ตัวแทนเท่านั้น!!!”

เสียงสะท้อนก้องทางเดินค่อยๆเงียบลงไป ข้ายืนอยู่ที่เดิมอย่างขยับตัวไม่ออก...

ลมหายใจที่สม่ำเสมอเริ่มขาดช่วง...

มือยกขึ้นมากุมหัวใจที่เจ็บปวดราวกับถูกมีดเป็นร้อยเล่มเสียบ...

มีหนังสือเล่มนึงกล่าวว่าเวลาที่คนเราเสียใจเพียงเล็กน้อยจะพ่นคำพูดออกมานับร้อยพัน ร้องไห้ราวกับจะเป็นจะตาย... แต่เวลาที่คนเราเสียใจเกินกว่าจะรับไหวนั้น คำพูดซักคำกลับไม่มีออกจากปากเหมือนไม่มีสิ่งใดว่ากล่าว น้ำตาซักหยดไม่มีไหลราวกับแห้งเหือดไป...

นั่นเป็นเพราะตัวของเราอยู่ตรงนี้ แต่ชีวิตของเรา หัวใจของเรากลับหายไปจากร่างเสียแล้ว...

 

หรือท่านลักพาตัวเขามาจากภพไหนกันล่ะ!! ให้พลังเกิดใหม่เป็นเทพสวรรค์ลบความทรงจำเปลี่ยนเขาเป็นอีกคนแทนที่อีกคนอยู่ข้างกายท่าน!!!’

เจ้าอย่าได้ใจไปนัก เขาเห็นเจ้าเป็นแค่ตัวแทน ก็แค่ตัวแทนเท่านั้น!!!’

 

ไรเซล... ท่านบอกข้า...ยิ้มให้ข้าอย่างอ่อนโยนที ...

             บอกข้าสิว่าคำพูดที่นางกล่าวมาเป็นเรื่องโกหก... 

 

        

 

 








บันทึกวันที่xx เดือนxx ปีxxxx

          บทเพลงที่เคยหยุดไป กลับบรรเลงขึ้นใหม่อีกครั้ง...รวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด

         

◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆


TALK

-        ยะ...ยังไงเราก็ไม่ค่อยชอบดราม่าเท่าไหร่ จะพยายามเขียนไม่ให้ดราม่าเกินไปนะคะ /พูดเสียงสั่น

-        ผ้ากำลังค่อยๆคลาย เศษด้ายเพียงเล็กน้อยถูกหยดไว้ทุกตอนค่ะ อาจจะสังเกตกันได้เดากันได้บ้างแล้ว

-        เรื่องนี้จบแฮปปี้นะคะบอกกันไว้ก่อน55 

-        ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้อย่างจริงจังนะคะ ชีวิตประจำวันของเราค่อนข้างเครียด(แล้วยังจะเขียนให้ดราม่าอีก) การได้มาเล่าเรื่องสองคนนี้ มาอ่านคอมเม้นท์ มาพูดคุยเหมือนยาเลี้ยงหัวใจเราดีค่ะ <3 ยังไงก็มาพูดคุยกันได้นะคะเพื่อไม่ให้ตำหนักไรเซลเงียบเหงาจนเกินไป  

PS. นี่ไม่ได้จบค้างเกินไปใช่ไหม UvU เปิดชื่อตอนมาก็เหยียบย่ำเลย5555






 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #416 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 00:50
    3 คำนะคุณไรท์ ไม่-เดา-แล้ว เฟร้ยยยยยยยย
    #416
    0
  2. #401 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:14
    นี้แอบคิดมาตลอดเลยว่าน้องนาเรมจะเทิร์นรุกเป็นเมะบ้าง แต่ไม่น่าจะใล่แล้วแหละ แม่ทัพสวรรค์นี้ใครอะไม่ใช่ไรเซลหรอ หรืออาจจะเป็นน้อง นี้ไม่เคยเห็นไรเซลบินเลยนะโทษนี้คิดว่าน่าจะเป็นนิมิตที่น้องเห็นอะทำให้ไรเซลบินไม่ได้
    #401
    0
  3. #371 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 20:11
    ต้องขอบคุณอดีตพระสนมทำให้เรารู้อดีตเร็วขึ้น แล้วมันจะผ่านไป
    #371
    0
  4. #355 Nm'mi (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 09:01
    พระสนมโลกีย์ เราอ่านเป็นชื่อนี้ตลอดเลย แหมไล่ตื๊อจนพระเอกรำคาญ เป็นสตรีสวย เลิศ เชิด หยิ่ง หาใหม่ได้ไม่ยาก อย่าลดตัวให้คนที่ไม่เห็นค่าเราจะดีกว่า มันน่าสมเพช ส่วนนาเรมพลังมาจากไรเซลแน่เลย ฝ่าฝืนกฎเทพสูงสุดชุบชีวิตนาเรมมาอยู่ภพสวรรค์ อดีตนาเรมเป็นใครกันถึงกลับทำให้ไรเซลรักได้มากขนาดนี้ แล้วนาเรมจะโดนกำจัดไหม เพราะดูแล้วเหมือนความผิดพลาดที่อยู่ผิดที่ผิดทาง
    #355
    0
  5. #313 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 00:51
    ไม่ชอบแบบนี้เลย ฮรืออออออออ
    #313
    0
  6. #271 marklmsg7 (@marklmsg7) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 18:38
    เอ้าา ยัยนี่นิ แกต้องการอะไรว่ะถึงอาจจะเป็นเรื่องจริงแต่คนนอกอย่าลแกสมควรมายุ่งป่ะ -___,-**
    #271
    0
  7. #254 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 13:20
    คนที่ไปเจอนาเรมที่โรงเรียนคือใคร แต่ก็คิดว่าไม่น่าไว้ใจแน่ๆ

    เรื่องราวต่างๆ ปมค่อยๆคลายออกทีละนิดพร้อมกับปมใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมา
    อ่านตอนนี้แล้วลุ้นระทึกมากจริงๆ ไหนจะเรื่องที่ความฝันของนาเรมผิกแปลกจากของคนอื่นอีก

    ยังไงก็ยังคิดเหมือนเดิมนะว่าความฝันนั้นต้องเกี่ยวข้องกับนาเรมแน่ๆ หรืออาจจะเป็นอดีตก่อนที่นาเรมจะตาย

    แล้วก็ๆๆ รูปของแม่ทัพใหญ่ในห้องสมุดคงจะไม่ได้มาเพียงเพื่อให้นาเรมชมว่างดงามหรอกใช่ไหมคะ
    #254
    0
  8. #202 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 11:04
    มาม่ามากกก
    #202
    0
  9. #195 nstthiya Buranachaitawee (@nattiyabu) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 14:37
    รักไรเซล สงสารไรเซล รักคุลอาล รักนาเรม สงสารปนเกลียดโรเลีย และรักไรท์ที่ซู๊ดดดดดดดดดด
    #195
    0
  10. #96 A.Iliad (@minerva_18) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 00:00
    เรื่องทั้งหมดคงจะเป็นแบบที่พระสนมพูดนั่นแหละเนอะ
    #96
    0
  11. #78 น้ำเขียว B1 (@---ww-ai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 09:38
    กรี๊ดดดดดดดด!! นี่มันเรื่องอะไรก๊านน!
    #78
    0
  12. #48 ,,,, (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 11:33
    เศร้าจัง
    #48
    0
  13. #47 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 19:18
    ม่ายยยยย .สติแตก TOT
    #47
    0
  14. #46 Michel (@lantias) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 13:51
    ค้าง...ครับไรท์ 
    เรื่องปมนี่ผมจะไม่เดา เราจะรอเฉลยเอา(ฮา)
    ปล.ติดใจเรื่องง้าวของนาเรม เรื่องหน้าเหมือนใครพอเดาได้ แต่เรื่องอาวุธไปเหมือนของใครนี่สิ ; v ;

     

    #46
    1
    • #46-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 10)
      3 เมษายน 2558 / 22:43
      ตอนนี้ไม่ต้องเดาแล้วค่ะ พระสนมนางชี้หน้าด่าเฉลยแล้ว555
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ!
      #46-1
  15. #45 Minhakim (@wisakimsung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 12:12
    สนุกมาก แต่ง่ต่อเรื่อยๆนะเป็นกำลังใจให้><
    #45
    1
    • #45-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 10)
      3 เมษายน 2558 / 22:40
      ขอบคุณค่า <3
      #45-1
  16. #44 ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 22:45
    ที่ห้ามนาเรม ตอนแรกเราก็คิดว่าคงจะมีภาพไม่ดีให้เห็น แบบอดีตพระสนมนัวเนีย (ชื่อจำยากจังค่ะ เป็นคนไม่สำคัญ(ในสายตาเรา)ก็อย่างนี้) จมกองเลือด
    แต่ผิดคาดแฮะ นัวเนียต้องการอัลไลลลลลลล เขาไม่รักแล้วยังพยายามอีก ถ้าสวยๆ เก๋ๆ ก็หาใหม่ได้ไม่ยากปะ ปักใจมากกกกกกก

    ปักใจอาจจะกระทบไรเซล(?) เรื่องมนุษย์คนที่ไรเซลรักกับนาเรมที่หน้าเหมือน หรืออะไรยังไงคะ XDXD 
    #44
    1
    • #44-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 10)
      3 เมษายน 2558 / 22:39
      นัวเนีย5555 ดีค่ะชื่อนี้เหมาะมากไรเซลแอบกระซิบบอก
      #44-1
  17. #43 Sireethorn Thapang (@plosive) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 22:28
    สู้เข้าไว้หนูน้อยนาเรม>.<
    #43
    0