เมื่อคีตาแห่งเทพสวรรค์เริ่มบรรเลง◆BL,YAOI (END)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 36,520 Views

  • 424 Comments

  • 2,884 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    130

    Overall
    36,520

ตอนที่ 11 : บทที่ 9 จตุ... พาเรา... แนบชิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3772
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    7 เม.ย. 58












บทที่
9

จตุ... พาเรา... แนบชิด

 



 

            เคร้ง!

          ทวนสามแฉกในมือข้าถูกปัดกระเด็นออกไป สายตาข้าที่เพิ่งแจ่มใส่มองไปยังคู่ต่อสู้เบื้องหน้า ความรู้สึกเจ็บนิดๆบริเวณลำคอทำให้พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายเดือดดาลเพียงใด

            เจ้าเหม่อตอนสู้กับข้า!”

            เทพสวรรค์ของสถานศึกษาที่ต่อสู้กับข้าตะโกนออกมาอย่างเดือดดาล ท่านอาจารย์ยืนอยู่รอบนอก มองมาด้วยความตำหนิติเตียน ข้าถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม

             ข้าขอโทษ ขอข้าพักซักหน่อยเถอะ

            รอจนดาบที่จ่อคอตัวเองหายไป ข้าก็เก็บทวนสามแฉก เดินไปนั่งอยู่บริเวณใต้ต้นไม้... พลางครุ่นคิดถึงเรื่องที่ข้าคิดมาตลอดทั้งวัน

หรือท่านลักพาตัวเขามาจากภพไหนกันล่ะ!! ให้พลังเกิดใหม่เป็นเทพสวรรค์ลบความทรงจำเปลี่ยนเขาเป็นอีกคนแทนที่อีกคนอยู่ข้างกายท่าน!!!’

เจ้าอย่าได้ใจไปนัก เขาเห็นเจ้าเป็นแค่ตัวแทน ก็แค่ตัวแทนเท่านั้น!!!’

ตอนนั้นข้าที่ยืนนิ่งงัน ทั่วทั้งตัวรู้สึกหนักอึ้งกระทันหัน ดวงตาสะท้อนความสับสนและเสียใจออกมา ข้าเลื่อนสายตาไป...สบตากับเทพสวรรค์สีทอง...มองเขาอย่างคาดหวัง รอให้เขาเอ่ยปากบอกว่าพระสนมโลเรียโกหก คำพูดของนางเชื่อถือไม่ได้

ที่ข้าจำเรื่องในอดีตไม่ได้... ไม่ใช่เพราะท่านลบความทรงจำของข้า

ที่ท่านไม่ยอมบอกเรื่องของข้า... ไม่ใช่เพราะท่านลักพาตัวข้ามา

ที่ข้ายังอยู่ตรงนี้...เป็นนาเรมของท่าน เป็นเพราะข้าเป็นตัวข้า...ไม่ใช่เพราะเป็นตัวแทนของใคร

ไรเซลเดินตรงเข้ามา มองข้าเหมือนจะเข้ามากอดแต่ก็ลังเล ก่อนดวงตาสีทองที่สะท้อนความเสียใจจางๆจะเป็นฝ่ายหลบสายตาไปก่อน จนสุดท้ายแล้วไรเซลก็กล่าวกับข้าแค่คำเดียว

นาเรมอย่าใส่ใจคำพูดของคนนอก

ข้ารู้จักไรเซล หากมันเป็นเรื่องไม่จริงต่อให้เขาไม่บอกคนอื่นก็ต้องบอกข้า แสดงว่าเรื่องที่พระสนมโลเรียพูดคงไม่ใช่เรื่องเหลวไหลแล้ว... วันนั้นข้าจึงเข้านอนและตื่นเช้ามายังสถานศึกษาโดยที่ยังไม่ได้พูดอะไรกับไรเซลอีกแม้แต่คำเดียว

การนั่งเฉยๆมีแต่ทำให้ข้าคิดถึงเรื่องต่างๆมากขึ้น พอพักจนหายเหนื่อยแล้วข้าจึงลุกไปท้าเทพสวรรค์องค์อื่นต่อสู้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายตาตำหนิจากท่านอาจารย์หรือไม่...หลังจากรอบที่แล้วข้าก็ไม่เหม่อเลยอีกเลย

นับวันทวนสามแฉกของข้ายิ่งทรงพลังมากขึ้น ลูกเล่นของมันนอกจากยืดหดได้ข้าก็ยังไม่พบอย่างอื่น แต่แค่นี้มันก็ทรงพลังถึงขนาดกวาดอาวุธเทพดับเหมือนดับเปลวเทียนธรรมดา ท่านอาจารย์กล่าวว่ายามที่ข้าพบความสามารถอื่นๆของมัน แม้กระทั่งเทพสวรรค์ระดับสูงก็ต้องลำบากในการสู้กับข้าแล้ว            

ข้าแพ้แล้ว

ข้ายกทวนสามแฉกที่พาดอยู่บนลำคอคู่ต่อสู้ออกมา อีกฝ่ายยอมรับความพ่ายแพ้อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก การที่พวกเขาสู้กับข้าทุกวันๆโดยที่ไม่ได้ใกล้หนทางจะชนะข้าขึ้นเลยคงทำให้จิตใจห่อเหี่ยวพอสมควร ข้าสู้ต่อไปเรื่อยๆ ส่วนผลแพ้ชนะยังคงเป็นเช่นดังเดิม

            สุดท้ายในวันนี้เจ้าของสถิติชนะรวดอย่างต่อเนื่องมากที่สุดก็ยังคงเป็นข้า นึกดีใจกับความสำเร็จไม่ทันไรความคิดตามปกติที่ว่าข้าจะกลับไปเล่าให้ไรเซลฟัง ก็ทำให้อารมณ์ดิ่งลงมากลายเป็นเทพสวรรค์ที่ถอนหายใจวันละยี่สิบครั้งตามเดิม

            ข้าให้เวลาเจ้าภายในวันนี้ วันพรุ่งนี้เจ้าต้องกลับมาเป็นคนเดิม

            ประโยคสั้นๆของท่านอาจารย์พร้อมด้วยสายตาตำหนิติเตียนก่อนจะปล่อยข้ากลับตำหนักยังคงตามมา ข้าได้แต่พยักหน้าไม่สามารถรับปากท่านอาจารย์ได้ ตอนนี้แม้จะเอ่ยปากคุยกับไรเซลข้าก็ยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำ การกลับไปเป็นคนเดิมภายในวันพรุ่งนี้ช่างเป็นภาพลางเลือน

            หากข้าเป็นเด็กน้อยนาเรมคนเดิมคงจะไปกัดไรเซล พูดจาตามตรงๆระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมา น่าเสียดายที่การที่คนเราโตขึ้นทำให้ในบางครั้งเรื่องกลับยุ่งยากกว่าเดิม... การพูดตรงๆก็ไม่ทำให้สมใจแต่อย่างใด

            ในเมื่อท่านไม่บอกความจริงกับข้า ข้าก็จะไม่เอ่ยปากถามเพียงแต่เราก็ไม่ต้องคุยกันอีกเท่านั้น

            ความคิดเช่นนี้ทำให้อดว่าตัวเองในใจไม่ได้...ตอนเป็นเด็กน้อยกลับไม่รู้จักคำๆนี้ บัดนี้คำว่าทิฐิช่างดูสำคัญเหลือเกิน บางทีหากข้าจำอดีตได้อาจเติบโตขึ้นมากกว่านี้ อาจเป็นคนที่แก้ไขเรื่องราวต่างๆได้ง่ายกว่านี้

            โดยไม่รู้ตัวข้าก็เผลอโยนความผิดไปที่ไรเซลอีกครั้ง

            ไม่สิ... เดิมทีมันก็เป็นความผิดของเขาอยู่แล้ว ข้าอยู่ของข้าดีๆก็จำอดีตไม่ได้ ก่อนหน้านี้ไม่มีพลังโดยซักนิดถ้าไม่ได้ท่านอาจารย์ช่วยทำอะไรซักอย่างคงไม่เป็นเช่นตอนนี้... ขนาดพระสนมโลเรียก็ยังมาชี้หน้าด่าข้า พอนึกดูแล้วนี่เป็นเรื่องที่ไรเซลล้วนหามาให้ข้าทั้งสิ้น

เจ้าหยุดก่อน

ประโยคที่เหมือนเคยได้ยินเทพสวรรค์องค์นึงกล่าวกับข้ามาก่อนทำให้ข้าหยุดขยับปีกที่กำลังบินขึ้นสู่สวรรค์ชั้นบนสุด พอข้าหยุดบินปุ๊ปเทพสวรรค์ห้าองค์ก็มาล้อมรอบทันที

ข้าขมวดคิ้วมองด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ไปยังเบื้องหน้า พวกเจ้ามีอะไร

องค์เทพของเรามีธุระกับเจ้า ตามไปแต่โดยดีจะได้ไม่เจ็บตัว

ไม่ข้าตอบเสียงราบเรียบให้กับคำขู่

เช่นนั้นก็ได้ อย่าโวยวายทีหลังว่าเจ็บตัวล่ะ

แสงสีทองสว่างแวบพร้อมกันรอบตัวข้า เทพสวรรค์ห้าองค์ในมือมีอาวุธเทพเรียบร้อย ประกายคมของอาวุธเทพต่างทิ่มแทงมายังตรงกลาง...

ข้ายกยิ้มน้อยๆ มือขวายื่นออกไปยังเบื้องหน้า...แสงสว่างวาบล้อมรอบฝ่ามือจนแสบตา ลมทิพย์ที่ผ่านอย่างเชื่องช้ากลายเป็นลมที่รุนแรงขึ้นมา

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

พวกเขาต่างจ้องมองกันตะลึงตะลาน ข้าวางทวนสามแฉกที่เป็นสาเหตุให้อาวุธเทพในมือของทั้งห้าคนเบี่ยงออกไปคนละทางลงข้างๆตัว มองพวกเขาด้วยสายตาเรียบเฉย...

ถึงแม้มุมปากข้าจะยกยิ้มบางๆก็ตาม

มีปัญญาทำให้ข้าเจ็บตัวก็เข้ามา

สิ้นคำพูดของข้าเหมือนจะระลึกกันได้ว่าเกิดเหตุใดขึ้น พวกเขาค่อยๆเปลี่ยนสีหน้าเป็นเดือดดาลแล้วพุ่งตรงเข้ามา เสียงปีกหกคู่ดังพั่บๆอย่างต่อเนื่อง...เสียงอาวุธปะทะกันอย่างรุนแรงอย่างไม่มีผู้ใดยอมกัน

ข้าเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วกว่ามากนัก ทวนสามแฉกทรงพลังของข้าฟาดฟันทีก็ทำให้อาวุธเทพอีกฝ่ายสลายไปที ทะลุไปเฉือนเนื้อตัวของผู้ใช้เป็นบาดแผลทางยาว

ความเหนื่อยเริ่มสะสมเล็กน้อยแต่นั่นเทียบไม่ได้กับสภาพเทพสวรรค์ที่เข้ามาหาเรื่องข้า ถึงแม้อาวุธเทพที่สลายไปจะเรียกใหม่ได้เรื่อยๆแต่รอยแผลที่ยาวและลึกกำลังทำให้พวกเขาต่างหน้าตาซีดเซียว... ทันใดนั้นพลังเทพที่ทรงพลังมากสายนึงก็แล่นเข้ามา

กว่าข้าจะรู้สึกตัวก็ใกล้จนสายไปเสียแล้ว พลังเทพสีทองที่ทรงพลังล้อมรอบของบางอย่างที่คมกริบดุจมีดลอบโจมตีด้านหลังข้า เฉือนเนื้อบริเวณไหล่ขวาไปลึกจนรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือด...อากาศทิพย์ที่พัดผ่านรู้สึกได้ถึงความเย็นลงไปกระดูก ของเหลวสีแดงฉานไหลราวกับสายฝนผ่านไปยังปลายนิ้ว...หยดไปยังเบื้องล่าง

อึก! พวกเจ้า......

แขนข้างนึงขยับไม่ได้อีกต่อไป ข้ากัดฟันมองไปยังด้านหลังที่มีคนลอบกัดแต่ไม่เห็นตัวการ...จะว่าพวกเขาเล่นสกปรกก็ไม่ได้ ตั้งแต่ร่ำเรียนมาไรเซลหรือท่านอาจารย์ก็ไม่เคยสอนข้าว่าเทพสวรรค์ไม่นิยมเล่นสกปรกอย่างเช่นการลอบโจมตีแต่อย่างใด

เทพสวรรค์รอบๆค่อยได้ความมั่นใจกลับคืนมา พวกเขาบินมาล้อมข้าอย่างแน่นหนาอีกครั้ง ข้าหลับตาข่มความเจ็บใช้แขนข้างเดียวจับทวนสามแฉกของข้าให้แน่น...ลืมตามองอย่างเรียบเฉยไปยังเบื้องหน้า บอกพวกเขาว่าข้าจะไม่ยอมแพ้อย่างเด็ดขาด

เคร้ง!

ข้าปัดอาวุธเทพอันนึงที่พุ่งเข้ามาไว้ได้ หมุนเท้าหันหลังกลับทวนในมือยาวขึ้นราวกับงูที่กลืนกินไปทั่ว...ปลายทวนกระแทกผู้นึงกระเด็นออกไป ด้านคมถูกข้าดึงไปยังเบื้องหน้าไปยังเทพสวรรค์อีกองค์ การเคลื่อนไหวกระทบกระเทือนกับบาดแผลที่หัวไหล่จนตัวสั่นสะท้าน โลหิตสีแดงสาดกระเด็นเป็นวง

ข้าเบิกตากว้าง เมื่อรู้สึกถึงพลังเทพที่เคลื่อนที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายที่ทรงพลังอันเดียวกับที่ทิ้งบาดแผลไวบนหัวไหล่...ทวนสามแฉกถูกนำกลับมาตั้งไว้เบื้องหน้า ข้าจับทวนแน่นระบายความรู้สึกเจ็บปวดจากบาดแผลลงไปยังอาวุธเทพคู่กาย ก่อนหลับตารวบรวมสมาธิทั้งหมดป้องกันพลังเทพสายนั้น

โดนเทพสวรรค์อีกห้าองค์ทำร้ายอย่างน้อยข้าก็แค่บาดเจ็บสาหัส แต่มีดสั้นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเทพที่แข็งแกร่งอันนี้อาจทำให้ข้าไปรอเกิดใหม่ที่พิภพวิญญาณได้

พั่บ! เคร้ง! ฉึก!

ข้าลืมตาขึ้นมากลับไม่พบว่าตัวเองปะทะกับพลังเทพแต่อย่างใด มีเพียงปีกคู่นึงอยู่เบื้องหน้าเท่านั้น ปีกสีขาวสะบัดอย่างรุนแรง...กระบี่สีฟ้าอ่อนใสวาดผ่านอากาศเสียงดังเกิดเป็นพลังเทพสายนึงตัดฉับเข้ากลางตัวเทพสวรรค์รอบๆอย่างรุนแรง ข้าเห็นบาดแผลที่ค่อยๆฉีกขาดไปจนสิ้นสุดลำตัว...

เทพสวรรรค์ทั้งห้าองค์ค่อยๆร่วงลงสู่เบื้องล่าง คุลอาลกวาดตามองไปยังทิศทางด้านข้าง

หนีไปแล้ว

คุลอาล....”

 ข้าเรียกชื่อคุลอาลอย่างแผ่วเบา เก็บทวนสามแฉกกลับเข้าร่าง มือซ้ายค่อยๆลองแตะไปยังหัวไหล่ขวา...ของเหลวสีแดงไหลลอดนิ้วมือออกมา คุลอาลเข้ามาพยุงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

ท่านนาเรมรีบกลับก่อนเถอะ คุลอาลพยุงข้าบินกลับตำหนักด้วยความเร่งรีบ

พวกนั้นเป็นใคร...? เจ้ามาอยู่นี่แล้วไรเซลเล่า...

องค์เทพไรเซลดูแลตัวเองได้ ท่านไม่ต้องพูดแล้ว

คุลอาลพาข้าบินตรงไปถึงห้องทำงานของไรเซล ไม่หยุดอยู่หน้าตำหนักเหมือนเคย... ภพสวรรค์มีกฎว่าเวลาเทพสวรรค์ไปเยือนตำหนักอื่นๆนั้น พวกเขาไม่สิทธิ์บินเข้าไปยังตำหนักเลย ต้องเก็บปีกที่หน้าตำหนักและเดินเท้าเข้าไป มิเช่นนั้นจะถือว่าเป็นการบุกรุกเหล่าทหารของตำหนักหรือเทพรับใช้สามารถลงมือจู่โจมเพื่อป้องกันตัวเองได้ทันที

ไรเซล…..

ข้าเปิดปากพูดกับไรเซลเป็นคำแรกหลังจากเมื่อคืน ไรเซลไม่ตอบคำสีหน้านิ่งสนิทมีเพียงดวงตาเท่านั้นที่สั่นไหวระรัว...เขาดึงตัวข้ามานั่งอยู่บนโซฟา มือใหญ่ดึงมือข้าออกจากบาดแผล...ฉีกเสื้อบริเวณไหล่ของข้าออก หลังจากตรวจดูคร่าวๆข้าเหลือบเห็นคุลอาลมีสีหน้าโล่งใจขึ้น

ไรเซลล้วงมือเข้าไปในเสื้อด้านในหยิบเม็ดกลมๆสีทองใสออกมา มันถูกดันมาไว้เบื้องหน้า...ข้าอ้าปากกลืนยาที่เขาป้อนให้แต่โดยดี ความรู้สึกเหมือนมีสิ่งของไหลลงลำคอก่อนแตกกระจาย...พลังขุมนึงค่อยๆแผ่ขยายไปรอบๆร่างกาย ความร้อนส่วนใหญ่ไหลไปรวมกันที่บริเวณไหล่ขวาที่ข้าบาดเจ็บ

ไม่เป็นไรแล้วข้ารู้สึกถึงความร้อนจากฝ่ามือลูบผ่านบริเวณไหล่อย่างห่วงใย แต่ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว... ยาเม็ดที่ข้ากลืนลงไปนั้นน่าเหลือเชื่อจริงๆ เพียงครู่เดียวบาดแผลก็หายสนิท เหลือแต่พลังเทพยังไม่ฟื้นคืนเท่านั้น

ไรเซลปล่อยมือจากตัวข้าก่อนหันหน้าไปตวาดเสียงดัง คุลอาล!”

ตึง!

คุลอาลคุกเข่าลงบนพื้น ใบหน้าก้มต่ำจนไม่เห็นสีหน้าของเขา...แต่ข้าเห็นมือที่ตกลงข้างตัวสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ ข้าเดินเข้าไปบังหน้าคุลอาลไว้

ไรเซลท่านจะทำอะไร

นาเรมเจ้ากลับไปนั่ง!” สีหน้าของไรเซลเย็นชาจนน่ากลัว แม้กระทั่งเสียงดังใส่ข้าสีหน้าของเขาก็ยังไม่เปลี่ยนซักนิด สายตามองเลยไปจับจ้องคุลอาลที่คุกเข่าอยู่ด้านหลัง

คุลอาลมาช่วยข้า ท่านห้ามทำอะไรเขา

ข้าไม่รู้ว่าไรเซลมีสิทธิ์ทำอะไรกับคุลอาลบ้าง คุลอาลถึงกลัวเขาขนาดนั้น... ข้ามองไรเซลอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาสีทองมองไปยังไหล่ขวาของข้า ก่อนจะเบนกลับมา

ข้ารู้...รู้วิธีจะเอาชนะไรเซล เพียงแต่ที่แล้วมาข้าไม่ใช้เท่านั้น การกำจุดอ่อนไหวของเขาเอาไว้แล้วนำมาใช้ เป็นเรื่องที่ข้าไม่อยากกระทำที่สุด...

แขนสองข้างค่อยๆกางขึ้นมาด้านข้างเหมือนต้องการปกป้องคนด้านหลัง ข้ายกแขนขวาขึ้นมาจงใจทำให้มันสั่นระริกโดยไม่ต้องพยายามมากนัก ถึงบาดแผลจะหายดีแล้วแต่พลังเทพหรือพละกำลังยังไม่ฟื้นคืนมา

แล้วข้าก็เห็นใบหน้าที่เย็นชาของเขาแตกกระจาย...

ไรเซลรวบตัวข้าเข้าไปกอด เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูด้วยน้ำเสียงร้อนรน...อ้อนวอน...ห่วงใย...

พอ พอแล้ว...อย่าทำแบบนี้

ท่านบอกก่อนว่าจะไม่ทำอะไรคุลอาลแล้ว

ข้าไม่ทำอะไรเขาแล้ว เจ้าไปนั่งดีๆเถอะ

เห็นเขารับปากแล้วข้าจึงไม่ขัดขืน ยอมเดินตามที่มือใหญ่นั่นดึง...นั่งลงกับโซฟาตามเดิม ไรเซลทรุดตัวลงนั่งข้างๆ มือใหญ่ยังจับแขนข้าดึงไว้บังคับไม่ให้ข้าลุกขึ้นอีก

เล่ามาคุลอาล ข้าหันไปมองไรเซลอย่างทิ่มแทงที่เขาทำเสียงเย็นชาใส่คุลอาล

เรียนองค์เทพไรเซล ข้ากลับมายืนรอที่หน้าตำหนักตามปกติ แต่รอผ่านไปซักพักแล้วท่านนาเรมยังไม่กลับมา จึงบินกลับลงไปตาม...มือที่ตกลงข้างตัวของคุลอาลเริ่มกลับมาสั่นต่อ ท่านนาเรมกำลังโดนรุมทำร้ายโดยเทพสวรรค์ห้าองค์ มีพลังเทพที่ทรงพลังมากกำลังพุ่งเข้าหาตัว...ข้าสังหารเทพสวรรค์ห้าองค์นั้นไปแล้ว เพียงแต่เทพสวรรค์ที่เป็นเจ้าของบาดแผลกลับหนีไปได้

เป็นเวลานานที่ไรเซลไม่ขยับตัวเลยซักนิดเดียว คุลอาลก็ยังคงก้มหน้าลงต่ำอยู่แบบนั้น บรรยากาศในห้องกดดันมากจนรู้สึกหายใจติดขัด ข้าเหลือบมองไรเซลข้างๆตัว

ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ท่านก็อย่าทำหน้าแบบนั้นข้าพยายามคลี่คลายบรรยากาศ เอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อของไรเซล อีกอย่างถือว่าเป็นการฝึกฝีมือของข้า ถ้าไม่มีมีดสั้นอันนั้นข้าก็ถึงกับชนะเทพสวรรค์ที่มีระดับได้เลยนะ

การฝึกฝีมือที่ทำให้เจ้าเกือบไปรายงานตัวที่ภพวิญญาณ!”

ไรเซลเสียงดังใส่ข้าอีกแล้ว ช่วงนี้เหมือนมีเรื่องทำให้ไรเซลคนที่อ่อนโยนของข้าหายไปทุกที แต่สุดท้ายเขาก็ยกมือขึ้นมา ลูบใบหน้าของข้า...ระมัดระวังและแผ่วเบาราวกับกลัวว่ามันจะหายไป

ช่างเถอะ ไหนเจ้าเล่าเรื่องวันนี้มา

ข้าเล่าเรื่องในวันนี้ให้เขาฟัง ไรเซลดูเหมือนจะหายโมโหแล้ว เขาโบกมือไล่ให้คุลอาลที่สีหน้าไม่สู้ดีนักกลับไปยืนข้างประตูตามเดิม

ตั้งแต่พรุ่งนี้ข้าจะให้คุลอาลไปรับเจ้าสถานศึกษา

ไม่ข้าปฎิเสธทันที

นาเรม ไรเซลขมวดคิ้ว น้ำเสียงดุเล็กน้อย

ท่านไม่เล่าความจริงกับข้าไม่ว่า แต่อย่ามาปกป้องข้าราวกับไข่ในหิน... อีกหน่อยแม้กระทั่งสู้รบข้าก็สู้ไม่เป็น ท่านไม่อยู่ คุลอาลไม่อยู่ จะปกป้องตัวเองข้าก็ทำไม่ได้ ท่านอยากให้เป็นแบบนั้นจริงๆหรือไรเซล?

ไรเซลเงียบไม่ตอบคำข้า ดวงตาคู่สวยมองข้าอย่างชั่งใจ วันนี้เจ้าเกือบไม่ได้กลับมาตรงนี้แล้วถ้าคุลอาลไม่ไปตามเจ้า

นั่นเพราะว่าข้าทรนงในฝีมือเห็นพวกเขาน่าจะชนะได้ ข้าไม่คาดคิดว่าจะมีเทพสวรรค์ที่แข็งแกร่งอยู่ด้วย ถ้าพวกเขามาอีกข้าจะหลบหนีไม่สู้กับพวกเขาแล้ว

“……..”

ไรเซลแค่หลบหนีมาข้าทำได้ ท่านไม่มีสิทธิ์ให้ใครมาคอยตามข้า ข้าไม่ชอบ

“…….

องค์เทพไรเซล! งั้นท่านก็บอกมาว่าผู้คนที่ลอบโจมตีข้าเป็นใคร

ข้าไม่รู้แน่ชัด

งั้นข้าจะไม่ถามท่านเรื่องคนที่โจมตีภายหลัง เพียงแต่ห้ามให้คุลอาลมาคอยตามข้า

คนที่โจมตีเจ้าน่าจะอยู่ในขอบเขตที่เจ้ารับปากว่าจะไม่ถามในคราแรกด้วย

“......ไรเซลข้าไม่ชอบ รับปากข้าว่าท่านจะไม่ส่งคุลอาลไปคอยตาม

ไรเซลยังคงลังเลไม่เอ่ยตอบคำข้าในทันที ข้าจึงพูดสิ่งที่ข้าคาดคิดได้หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน และเข้ามาที่ห้องนี้อีกครั้ง

ท่านเคยกล่าวกับข้าว่า ภาพวาดในห้องเหล่านี้ท่านได้มาอย่างบังเอิญในภพมนุษย์...เพราะคนวาดไม่สามารถอยู่ดูมันได้แล้ว ที่แท้มนุษย์ที่ว่าคือคนที่ท่านรักตามที่พระสนมโลเรียพูดไว้หรือไม่

คำพูดของข้าจบลงคุลอาลก็มองข้าอย่างตกใจ ข้ามองไปที่ดวงตาคู่สวย ไรเซลยังคงสงบ... สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแปลง ข้าสูดหายใจ...หัวใจรู้สึกเจ็บแปลบๆขึ้นมาเมื่อนึกถึงสิ่งที่จะพูดต่อไป

ข้าจะไม่ถามท่านก็ได้ว่าท่านที่แท้ลบความทรงจำของข้าจริงหรือไม่...คนที่ทำร้ายข้าเป็นใคร พระสนมโลเรียเป็นใคร ท่านลักพาตัวข้ามาจริงหรือไม่...เพียงแต่อย่ากักขังข้า...บริเวณขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ข้าหายใจเอากาศทิพย์เฮือกใหญ่เข้าไปเพื่อควบคุมสติ

นาเรมเจ้า....

ข้าปัดมือที่พยายามจะมารวบตัวข้าให้หยุดพูดออกไป

ท่านมีสิทธิ์เพราะมันเป็นปากของท่าน ข้าจะไม่เอ่ยถามท่านอีกไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นทั้งนั้น...สัญญาที่ท่านจะเล่าให้ข้าฟังก็ไม่ต้องเล่าแล้ว...

ไรเซลไม่ยอมเห็นแก่อาการเจ็บตัวอีก เขาคว้าตัวข้าได้...มือใหญ่ดันศรีษะข้าให้พิงกับไหล่เขา ข้ายันเอาไว้จ้องดวงตาสีทองที่สั่นไหวคู่นั้น

นิ้วเรียวที่สางเข้ามากับผมสีน้ำตาลขยับเคลื่อนไหว ลูบเบาๆที่ท้ายทอยอย่างอ่อนโยน

ไม่ต้องพูดแล้วเจ้าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

ความอัดอั้นของข้าพังทลาย... ความน้อยใจเอ่อล้นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ข้ารู้จักไรเซล...เขาสัมผัสข้าอย่างอ่อนโยนแบบนี้ รอจนกว่าข้าจะใจอ่อนแล้วเรื่องนี้ก็จะจบไป

ถึงขนาดนี้แล้วนอกจากจะไม่ยอมเล่าความจริง เขาก็ยังไม่รับปากข้าด้วย

 ข้าผลักไรเซลออกไป ใช้สายตาที่โกรธเกรี้ยวจ้องมอง ข้าจะไม่ถามแม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นบทเรียน แม้กระทั่งว่านี่คือดอกไม้อะไร อาหารชนิดนี้คืออะไร... ไม่มาถามท่านให้รำคาญใจด้วยซ้ำว่าเรื่องที่ท่านเอาข้ามาเป็นตัวแทนของคนที่ท่านรักนั้นจริงหรือไม่.....

ข้าเอ่ยประโยคสุดท้ายออกไปด้วยเสียงแผ่วเบา... และเจ็บปวดอย่างมาก

 นาเรมข้าเอาความเป็นความตายของเจ้ามาเสี่ยงไม่ได้ ไรเซลหลับตาสีหน้าของเขาพยายามข่มใจที่จะพูดประโยคก่อนนี้ออกมา อีกอย่างเจ้าไม่ใช่ตัวแทนของใคร คำพูดเหลวไหลของโลเรียเจ้าไม่ต้องจำมาใส่ใจ

ท่าน...ท่าน! ข้าพูดถึงขนาดนี้ท่านก็ยังปฎิเสธเรื่องทั้งหมด แม้กระทั่งรับปากว่าจะไม่ให้คุลอาลตามข้าท่านก็ไม่ทำ!” ข้าพุ่งตัวเข้าหาไรเซล มือคว้าคอเสื้อขึ้นมามองเขาอย่างโกรธเคือง...และตัดพ้อ ท่านยอมให้ข้าไม่พูดคุยกับท่านมากกว่าเรื่องนี้หรือไรเซล...

ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบโดนติดตามหรือคุ้มครองโดยผู้ใด...นาเรมเจ้าไม่รู้ว่า...

ไม่รู้ว่าท่านร้อนรนเพียงใดเวลาข้าไม่กลับมาเสียทีงั้นหรือ ข้าพูดขัดขึ้นมา แต่นั่นมันเป็นความเอาแต่ใจของท่านคนเดียว ท่านทำเพื่อความสบายใจของท่านแต่ไม่ได้ถามข้าว่าชมชอบหรือไม่

ไรเซลหลบตาข้า ดวงตาสีทองของเขาเต็มไปด้วยความลังเล

ในเมื่อท่านยอมให้ข้าไม่พูดกับท่านก็แล้วไป ท่านจะให้คุลอาลตามข้ามันก็เรื่องของท่าน... ส่วนเรื่องที่ข้าจะหายไปไหนตอนนี้มันก็เรื่องของข้า!”

นาเรม!”

ข้าเมินเสียงร้อนรนของไรเซล ฉวยโอกาสวิ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว จนใจที่คุลอาลขวางหน้าประตูเอาไว้

คุลอาลหลบไป!” ข้าโกรธอย่างที่ควบคุมไม่ได้ แต่ไม่อยากทำร้ายคุลอาล

ท่านนาเรมข้าไม่มีวันยอมให้ท่านไปเสี่ยงอันตรายคุลอาลพูดอย่างแน่วแน่

เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าคุยกับไรเซลหรือไง... ไม่ให้ข้ารับรู้ความจริงไม่เป็นไร แต่ห้ามกักขังข้าไว้เหมือนไข่ในหิน พวกเจ้าต้องปล่อยให้ข้าเผชิญหน้ากับอันตรายกับโลกในภพสวรรค์บ้าง...ดวงตาของข้ามีน้ำตาคลอจนรู้สึกได้ ข้าสะกดกลั้นปล่อยให้พวกมันกลับลงตาไป ไม่งั้นข้าก็ไม่เอาแล้ว ฝากเจ้าไปบอกไรเซลให้ไปหาตัวแทนคนอื่น ข้าไม่อยู่กับเขาแล้ว

เจ้าไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เสียงไรเซลดังขึ้นมาจากด้านหลัง ร่างของข้าลอยหวือขึ้นจากพื้นก่อนจะถูกปล่อยลงบนโซฟา...ยังไม่ทันที่ข้าจะยันแขนลุกขึ้น ไรเซลก็คร่อมทับลงมาบนตัว...วงหน้าแสนสง่างามห่างเพียงแค่ลมหายใจ...

คุลอาลเจ้าออกไปเสียงทุ้มของไรเซลที่เอ่ยไล่คุลอาล เรียกสติข้ากลับคืนมา

ปล่อยข้าไปไรเซล! ท่านจะ....อื้อ…

ริมฝีปากร้อนของไรเซลประกบลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว มือใหญ่สอดเข้าไปที่ท้ายทอยบังคับให้ตอบรับรสชาติของเขา อีกมือรวบมือสองข้างของข้าไปไว้ด้านบน ลิ้นเรียวสอดเข้ามาในปากอย่างถือวิสาสะ รุกไล่จนความคิดของข้าแตกกระเจิง ปลายลิ้นดุนดันไปทั่วอย่างไม่รู้ว่าสิ่งใดคือพอ ช่วงชิงทั้งลมหายใจ...ทั้งเรี่ยวแรงทั้งหมด ปลุกปั่นอารมณ์อย่างอื่นให้สูงขึ้นแทน

แม้จะรุนแรงในตอนแรกแต่สุดท้ายรสชาติของไรเซลก็ยังคงอ่อนโยน...เนิ่นนาน...

จูบอันร้อนแรงถูกถอนออกไป ริมฝีปากนั่นก็ย้ายที่มาสัมผัสอย่างแผ่วเบาที่ข้างแก้ม เสียงทุ้มหวานอ่อนโยนกระซิบอยู่ข้างหูทำให้ใบหน้าร้อนผ่าว...

นาเรม....

ดวงตาคู่สวยสีทองที่สะกดจนลืมเลือนทุกอย่างมองลงมา...

ไรเซลปล่อยมือข้าเป็นอิสระ...จัดการรวบตัวข้าเข้าไปในวงแขนอันแข็งแกร่งแทน

จุมพิตอันแสนหวานทาบไปทั่วใบหน้า...

ถูกแล้วข้าลักพาตัวเจ้ามา…”

เจ้ากับมนุษย์ที่โลเรียพูดถึงเป็นคนเดียวกัน...

อายุขัยที่โลกมนุษย์ของเจ้าจบลงแล้ว ตัวข้าที่ดื้อดึงพาเจ้ามามอบพลังเทพให้เจ้า…”

ข้าปรือตาขึ้นมา...มองใบหน้างดงามนั่นอย่างเต็มตา

แสดงว่าข้า....”

            ว่ากล่าวยังไม่ทันจบปากก็ถูกปิดอีกครั้ง... ริมฝีปากนุ่มอุ่น...รสจูบที่ลึกล้ำ

            นางกล่าวถูกแล้ว เทพระดับสูงอย่างข้าไม่มีเหตุผลให้รับเด็กมาเลี้ยง ตำหนักข้าไม่ได้เงียบเหงา ข้ามีจุดประสงค์ตั้งแต่แรก ทีนี้ห้ามปากนี้ของเจ้าบอกว่าตัวเจ้าเป็นตัวแทนใครอีก...ห้ามบอกให้ข้าไปหาใหม่...ห้ามบอกว่าจะจากข้าไป

            ไรเซลยกยิ้มบางๆอย่างอ่อนโยน...ดวงตาสะท้อนความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง

            เสียงทุ้มกระซิบคำหวาน... จนแทบละลาย...

            ข้ารักเจ้านาเรม

 
 

            ลางสังหรณ์บอกข้าว่าเรื่องทุกอย่างไม่ได้มีแค่นี้...

            แต่เทพสวรรค์สีทองผู้ที่โอบกอดข้าอย่างโหยหาตรงหน้านี้...นัยน์ตาคู่สวยที่สะท้อนความรักอย่างลึกซึ้ง...น้ำเสียงอ้อนวอนยามที่กล่าวคำว่าอย่าจากไป

            ไรเซลผู้อ่อนโยนยามเลี้ยงดูข้า...ไรเซลผู้โกรธเกรี้ยวยามเป็นเรื่องของข้า...ไรเซลผู้เย็นชาก็เพราะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้า...รวมถึงความหวาน ทุกอย่างเขาเป็นผู้สอนให้

            โลกของข้ามีเพียงเขาตั้งแต่เริ่ม หากเขาอ้อนวอนไม่ให้จากไป ข้าจะจากไปได้อย่างไร...

           

 












 

บันทึกวันที่xx เดือนxx ปีxxxx

          ...ความรู้สึกที่ไม่รู้สิ่งใด ทั้งๆที่ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางมันแสนเจ็บปวด แต่ข้ามีความจำเป็นจริงๆ...

 

◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆

TALK

คุลอาล – “………………….สุดท้ายพวกเขาก็ลืมข้าอีกแล้ว

 

-        ตอนนี้ไม่มีสาระเท่าไหร่เลย สองคนนี้ทะเลาะกันยาวนานถึงสองตอน /ตีทั้งคู่

-        นาเรมนี่น่าสงสารจริงๆ สุดท้ายขนาดจะฟังเรื่องราวจากปากไรเซลยังเสียจูบอีกกว่าจะปล่อยเรื่องราวออกมาหน่อย กัดไรเซลได้นะคะ ฮา จะเห็นว่านาเรมวาดภาพเก่งตั้งแต่เด็กทั้งที่จำไม่ได้เหตุเพราะว่าในภพมนุษย์นาเรมก็มีฝีมือวาดภาพเก่งกาจอยู่แล้วนั่นเอง! (แถมยังเข้าใจอารมณ์ของผู้วาดอย่างลึกซึ้ง)

-        โลกตอนเริ่มนี่มีคุลอาลด้วยอีกคนนะ! (โดนลืมไปเช่นเคย)

-        ขอบคุณที่ติดตามกันค่ะ <3 See you next chapter. 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #417 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 02:59
    โถ่วววว พี่คุล น่าสงสารร
    #417
    0
  2. #372 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 20:33
    ค่อยๆ คลายอดีตมาแล้ว ไม่ดราม่าเยอะนะ ใจไม่ดี / คุลอาลโดนลืมตลอด กลับไปซบอกท่านปีศาจสิ
    #372
    0
  3. #337 Auiiza Zikzin (@skullauiiza) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 17:30
    คุลอาลน่าสงสารที่สุด55555
    #337
    0
  4. #314 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 01:16
    สุดท้ายพวกเขาก็ลืมข้าอีกแล้ว 555555555โอ้ยขำ สงสารนะ แต่ก็ขำ 555555
    #314
    0
  5. #284 BeMoreFriend (@mystory-gig) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 21:01
    คุลอาล อย่างน้อย เขาก็ไล่เจ้าออกจากห้องนะ 5555555
    #284
    0
  6. #255 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 14:28
    คือดราม่ามาทั้งตอน แต่มาขำเอาตอนคุลอาลถูกลืมเนี่ยแหละ 555

    ในที่สุดก็ได้รู้ความจริงแล้วนะนาเรม แม้ว่าจะยังไม่หมดก็เหอะ

    เอาตามจริงนะ เป็นคนที่ไม่ชอบดราม่ามาก แต่ที่อ่านมานี่ดราม่าไหม? ดราม่านะ แต่มันก็ลุ้นไปกับการแก้ปมมากกว่า ตอนนี้คืออ่านเจออะไรก็สงสัยไปหมดอ่ะ และเชื่อว่าทุกการกระทำทุกอน่างที่พี่เขียนล้วนแต่มีที่มาที่ไป อย่างในตอนนี้ คนที่เขามาทำร้ายนาเรม หากจะให้หาว่าเป็นใคร ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่คิดถึงคนที่เข้ามาหานาเรมที่โรงเรียนเมื่อวันก่อน

    อาจจะเดาถูกบ้างปิดบ้าง แต่ก็สนุกดีค่ะ ชอบเรื่องนี้นะคะ ชอบการเขียนด้วย ชอบพี่ด้วย ^^
    #255
    0
  7. #119 Undergrond (@blove237) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 15:06
    นาเรมน่าสงสารเกิน ความจริงทั้งหมดคืออะไรนะ
    #119
    0
  8. #97 A.Iliad (@minerva_18) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 00:59
    ใครจ้องจะทำร้ายนาเรมกัน ท่านไรเซลกว่าจะยอมบอก แต่ก็บอกแค่นิดเดียว
    #97
    0
  9. #61 จอมโจรปริศนา (@Red_kill) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 22:34
    ไรเซลใจร้ายยย เถื่อนอ่าาา แต่ชอบ555 

    แอบช้ำใจแทนเคะ ไม่รู้อะไรซักอย่างเลยอ่ะคุณลูก... โถ่ๆ เปลี่ยนเมะไหมลูก //โดนไรเซลฆ่าตาย...
    #61
    0
  10. #56 นิรกาฬ (@milmilksz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 เมษายน 2558 / 18:54
    มันนากระโดดถีบเจ้าไรเซลเสียจริงๆ ฮึ่มมม!!!
    #56
    0
  11. #55 ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 14:58
    ในที่สุดไรเซลก็ยอมบอก ถึงแม้ว่าจะบอกแบบกั๊กๆ ก็เถอะ แต่นาเรมก็ทนเงียบได้ไม่นานเหมือนกัน เราเห็นคุลอาลเสมอค่ะ ครั้งนี้โผล่มา 2.4826484618399 วินาทีใช่มั้ย XDXD
    #55
    1
    • #55-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 11)
      10 เมษายน 2558 / 23:01
      น้อยไปค่ะ น้อยไปแล้ว! ที่จริงคุลอาลโผล่มาตั้งสามวิต่างหาก!?
      #55-1
  12. #54 ..BBooKK.. (@horseaholic) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 02:05
    น้ำตาซึม สงสารนาเรมจะรู้ก้รู้ไม่หมดแถมโดนลวนลามอีก ส่วนไรเซลก้เป็นตาแก่หื่นกามเอาแต่ใจแถมชอบปิดบังอีกมันน่าตีก้นไหมหละ
    #54
    1
    • #54-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 11)
      10 เมษายน 2558 / 22:59
      ตาแก่หื่นกาม5555 ไรเซลบอกว่าสำหรับเทพสวรรค์ไม่ถือว่าแก่ซักหน่อย
      #54-1
  13. #53 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 02:00
    ... อ่านแล้วเขิน -////-
    #53
    0
  14. #52 เเมวนางฟ้า (@computor) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 01:54
    น่าสงสารคุลอาล5555
    #52
    0
  15. #51 betty (@betting-bet) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 01:27
    ฟินมากค่ะไรต์ สนุกมาก รอต่อนต่อไปนะค่ะสู้ๆ
    #51
    1
    • #51-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 11)
      10 เมษายน 2558 / 22:57
      ขอบคุณค่า <3
      #51-1
  16. #50 Meemza (@mydreem) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 21:17
    อยากรุแล้วสิว่าไรเซปิดบังไรไว้
    #50
    0
  17. #49 Ray (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 21:12
    ฟินอ่ะ อ้ายยย เขิล &#215;_&#215;

    อัพต่อ อัพต่อ
    #49
    0