เมื่อคีตาแห่งเทพสวรรค์เริ่มบรรเลง◆BL,YAOI (END)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 36,489 Views

  • 424 Comments

  • 2,880 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    99

    Overall
    36,489

ตอนที่ 12 : บทที่ 10 ไม่อาจ... รับซึ่ง... สิ่งใด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    19 เม.ย. 58









บทที่ 10

ไม่อาจ... รับซึ่ง... สิ่งใด

 

 

 

            หากว่าบนภพนี้จะมีเทพสวรรค์ที่งดงามและสว่างไสวแม้กระทั่งในยามเช้าของพิภพสวรรค์ที่ไม่เคยหม่นแสงแล้วเทพสวรรค์องค์นั้นคงจะมีนามว่าไรเซล องค์ชายลำดับที่สี่แห่งภพสวรรค์

            ถึงจะจำนิสัยตัวเองในอดีตไม่ได้แต่อย่างน้อยข้ามั่นใจว่าต้องมีนิสัยใจอ่อนรวมอยู่ด้วย

            พอตื่นมาเจอไรเซลที่ดูท่าทางจะมีความสุขเป็นอย่างมากแล้ว หวนนึกถึงเมื่อคืนข้าก็ได้แต่ตำหนิตัวเองว่าใจอ่อน ข้าเสียโอกาสในการเค้นหาความจริงไปอย่างน่าเสียดาย

            นอกจากจะไม่ได้สิ่งใดแลกเปลี่ยนกลับมาแล้วยังเสียริมฝีปากตัวเองให้เขาไปอีกด้วย

            เป็นอะไรไปนาเรม ทำไมมองข้าแบบนั้น

            ข้าเบือนหน้าจากไรเซลกลับมามองคุลอาลที่กำลังตรวจสอบบาดแผลตรงไหล่แทน คุลอาลเอ่ยชมเชยสรรพคุณของยาอย่างยกย่อง ก่อนจะสอนข้าอย่างไม่ลืมหน้าที่ว่ายาชนิดนี้เรียกว่า ลูกกลอนพลังเทพ ถือเป็นยารักษาแถมยังเพิ่มพูนพลังมากมาย หากหลุดลอดเข้าไปในพิภพอื่นก็จะเกิดการแย่งชิงกันวุ่นวาย แต่สำหรับเทพสวรรค์แล้วลูกกลอนก็คือการนำพลังเทพมาอัดรวมกันเป็นก้อนในยามฉุกเฉินเท่านั้น ยิ่งพลังเทพมากเท่าใดลูกกลอนก็จะยิ่งสีใส

            นึกถึงเรื่องที่คุลอาลคุกเข่าดูหวาดกลัวอย่างมากเมื่อวานข้าก็อดเอ่ยถามไม่ได้

            เมื่อวานเจ้าปลอดภัยใช่ไหม คุลอาลมองข้าอย่างเห็นใจแล้วพยักหน้า

            ข้าต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามเมื่อคืนท่านปลอดภัยหรือเปล่า?

            เสียงไรเซลหัวเราะในลำคอดังขึ้นมา ข้ามองคุลอาลอย่างงุนงง

            ข้าย่อมปลอดภัยสิ

            คุลอาลหลีกเลี่ยงสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของข้า เขาก้มหน้าลงจัดอาภรณ์สวรรค์ข้าให้เข้าที่เรียบร้อยหากกล่าวว่าไรเซลเป็นเทพสวรรค์สีทองแล้ว คุลอาลคงเหมาะจะเรียกว่าเทพสวรรค์สีดำ

            ไรเซลที่สว่างมากอยู่แล้วเขายังเลือกสวมอาภรณ์สีขาวเพิ่มความงดงามให้ตัวเองเข้าไปอีก ส่วนคุลอาลที่มีเส้นผมสีดำมักจะเกล้าเก็บอย่างเรียบร้อยทุกวันก็เลือกสวมแต่อาภรณ์สีดำให้ตัวเองดูมืดมิดลง

            ในตำหนักแห่งนี้ข้าเลยกลายเป็นผู้เดียวที่สวมอาภรณ์หลากสีสันอยู่ทุกวัน เทพสวรรค์สององค์นี้ทั้งที่ตัวพวกเขาสวมอาภรณ์อยู่แค่สองสีแท้ๆกลับเลือกอาภรณ์หลากสีมาให้ข้ามากมายเกินกว่าจะใส่หมด

            ลองนึกดูแล้วเส้นทางการเป็นเทพสวรรค์ของข้านับว่าโชคดีแท้ ตำหนักที่อาศัยก็กว้างใหญ่กว่าสถานศึกษาถึงสองกลุ่มเมฆ แถมยังได้เทพระดับห้าถึงสององค์เป็นเทพปกครองให้อีกต่างหาก

            แต่ไรเซลกล่าวว่าเขาเป็นคนพาข้ามางั้นทั้งหมดนี่ก็ไม่ใช่ข้าโชคดีแล้วสิ

ที่แท้ทั้งหมดเป็นแผนการที่เขาวางไว้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายไรเซลก็ไม่ได้ให้คำตอบที่เหลือแก่ข้าเขายอมบอกแค่ไม่ให้ข้าเข้าใจผิดเรื่องตัวแทนเท่านั้น ข้าก็ได้แต่โทษความใจอ่อนของตัวเองอีกครั้ง

ไรเซลกล่าวประโยคสุดท้าย ก่อนข้าจำเป็นต้องยอมนอนแต่โดยดีไว้ว่า

นาเรมเจ้าในตอนนี้ก็คือตัวเจ้า ไม่ได้เป็นตัวแทนผู้ใด ตัวเจ้าบนภพมนุษย์ก็ถือเป็นอีกคน ตอนนี้ก็เป็นอีกคนไม่ต้องถามถึงอดีตแล้ว

จากนั้นข้าก็สำนึกได้ถึงคำเตือนของคุลอาลที่ว่า ต่อให้ข้าสะสมอายุเทพสวรรค์ของตัวเองเพิ่มอีกสามร้อยปีก็ยังทะเลาะกับไรเซลไม่ชนะอยู่ดี

คุลอาลให้คำนิยามเกี่ยวกับไรเซลมากมาย จนข้าอดคิดไม่ได้ว่าถ้ารวบรวมมาเป็นหนังสือคงหนาพอสมควรเลยทีเดียว คุลอาลมักจะเหน็บไรเซลอยู่เป็นประจำที่มีโอกาสเสมอและจบด้วยความพ่ายแพ้ของเขา จากนั้นคุลอาลก็จะแต่งคำนิยามให้ไรเซลได้เพิ่มอีกหนึ่งบท

คุลอาลเคยกล่าวคำนิยามไรเซลไว้กับข้าประโยคนึงว่า

เทพสวรรค์ที่ข้าเชื่อถือที่สุดบนภพสววรค์ก็คือองค์เทพไรเซล และเทพสวรรค์ที่ข้าไม่เชื่อถือที่สุดบนภพสวรรค์ก็คือองค์เทพไรเซลเช่นกันความขัดแย้งในตัวเองมากขนาดนี้ ท่านคิดว่ายังมีผู้ใดชนะเขาได้อีกบ้าง

ประโยคนี้ไม่ได้ทำให้เข้าใจไรเซลเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด กลับกันแล้วข้าเข้าใจความคับแค้นใจของคุลอาลจากประโยคนี้มากขึ้นมากกว่า

นาเรม วันนี้ไม่ต้องไปสถานศึกษาแล้ว

ไรเซลมองมาจากในกองของวิเศษประหลาดจากภพต่างๆ ดูเหมือนนอกจากงานเอกสารที่คุลอาลมักจะหอบมาให้กองใหญ่แล้ว เขายังมีเวลาสะสมของพวกนี้อีกด้วย ไรเซลวางมือจากบรรดาของวิเศษแล้วลุกขึ้นเดินมา หยุดนิ่งพิจารณาใบหน้าของข้าจากนั้นริมฝีปากที่ยังไม่ลืมเลือนจากเมื่อคืนก็ประทับลงมาอย่างรวดเร็วแล้วก็ผละไปเหมือนต้องการลิ้มรสแค่ชิมเท่านั้น

ท่าน!” ข้าถลึงตาใส่คนก่อเหตุแล้วถอยหลังมาให้ห่างจากไรเซล น่าเจ็บใจที่แม้กระทั่งส่วนสูงที่อุตส่าห์โตแล้วของข้ายังสูงเพียงไหล่ของไรเซลเท่านั้นพอดีมุมอย่างเหลือเชื่อจริงๆ

พวกท่าน……” คุลอาลหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าข้าเสียอีกดูอัดอั้นเหลือเกินที่จะไม่ตะโกนว่าเขายังอยู่ในห้องนี้ด้วย แต่คุลอาลคงเข้าใจตรงกันกับข้า ระบบความคิดของไรเซลคงเป็นประมาณว่า เจ้าอยู่แล้วอย่างไร?

ผู้ก่อเรื่องและตกเป็นเป้าสายตายังคงยกยิ้มบางๆเหมือนไม่ได้ทำสิ่งใด มือใหญ่ยังถือวิสาสะดึงข้าเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้างๆเป็นเพื่อนเขาอีก ก่อนจะกล่าวต่อจากประโยคแรก

วันนี้สายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าจะมา

คุลอาลเห็นสีหน้าข้าก็อธิบายเพิ่มเติมว่า สายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าคือ อัสนีหรือสายฟ้าเลื่อนระดับ จะผ่าลงมายังเทพสวรรค์ที่มีคุณสมบัติพอเพียงแล้วขึ้นระดับแรกผ่าหนึ่งสาย ระดับความรุนแรงเทียบเท่าพลังเทพที่มีอยู่ในตัวเพิ่มเข้าไปอีกเท่าตัว

ระหว่างที่พูดถึงความรุนแรงมุมปากของคุลอาลตกลงเล็กน้อย ไรเซลมองมาที่ข้าด้วยสายตาห่วงใย

โชคดีที่สำหรับสายทัณฑ์ระดับหนึ่งถูกกำหนดไว้ว่าต้องไปรับยังขุนเขาเทียบฟ้าเท่านั้นหลังจากนี้สำหรับสายทัณฑ์ระดับอื่นๆมักจะโผล่มาโดยไม่มีสัญญาณ จะรู้ก็ตอนมีเสียงฟ้าร้องอยู่บนศรีษะท่านเท่านั้น มีเทพสวรรค์ต้องไปเยือนภพวิญญาณเพราะสายทัณฑ์ทุกวัน

ข้ามองสีหน้าของไรเซลกับคุลอาลที่ดูเป็นห่วงอย่างมากแล้วก็เริ่มกังวล ดูเหมือนสายทัณฑ์ที่ว่าจะรุนแรงกว่าที่คาดคิด ขนาดพวกเขารู้ว่าข้ามีพลังเทพสูงมากก็ยังทำสีหน้าแบบนี้

แต่ปัญหาที่หนักใจกว่านั้นคือ

ข้าไม่รู้จักขุนเขาเทียบฟ้า

ไรเซลยกยิ้มอย่างขบขัน เจ้าคิดอะไร ข้ากับคุลอาลไปกับเจ้าด้วยอยู่แล้ว

การที่ไรเซลเอ่ยว่าจะไปด้วยช่วยให้ความกังวลของข้าลดลงไปมาก ในห้องของไรเซลยังคงล้อมรอบไปด้วยภาพวาดที่ข้าชื่นชอบและอิจฉาตั้งแต่ยังคงเป็นเด็กน้อยนาเรม ถึงตอนนี้จะรู้ว่าภาพวาดพวกนี้เป็นตัวเองในอดีตวาดขึ้นมาก็อดชื่นชมไม่ได้อยู่ดี ตัวข้าในอดีตมีความคิดที่ลึกซึ้งจริงๆ

นาเรม ยิ่งพลังเยอะสายทัณฑ์ที่ผ่าลงมายิ่งแข็งแกร่งแต่เจ้าจะไม่เป็นไร

ข้าตั้งใจจะตอบเขาอย่างขบขันว่า ท่านหมายความว่าข้าพลังน้อยใช่หรือไม่ แต่พอสบกับสายตาที่มองมาอย่างจริงจังแล้วก็ได้แต่กล่าวยิ้มน้อยๆตอบไป ก่อนโซฟาจะยุบตัวลงมีการเคลื่อนตัวไรเซลที่ทำท่าจะดึงข้าเข้าไปกอดทำสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย เหตุเพราะข้าผลักเขาออกไปก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ทำให้คุลอาลหน้าเปลี่ยนสีอีกครั้ง

ไรเซลละสายตาจากข้าด้วยสีหน้าบูดบึ้งแล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปยังอีกคนในห้องแทน

คุลอาลเจ้าไปจัดการเอกสารต่อที

คุลอาลมองไรเซลอย่างแค้นเคืองที่ดูเหมือนจะโดนพาล จากที่ตั้งใจจะช่วยเขาไม่ให้หน้าแดงกลายเป็นทำให้คุลอาลต้องไปจัดการเอกสารเพราะไรเซลอารมณ์ไม่ดีแทน เนื่องจากเทพสวรรค์สีทองที่นั่งข้างๆข้าเป็นเจ้านายและฝ่ายที่ถูกโยนงานเป็นองค์รักษ์ จึงจำเป็นต้องเดินไปทำแต่โดยดี ถึงแม้จะเหมือนมีบรรยากาศทะมึนรอบๆตัวเขาก็ตามข้าแอบขอโทษคุลอาลในใจเบาๆ

หลังจากพาลไปลงกับคุลอาล ไรเซลที่อารมณ์ดีขึ้นแล้วก็หันหน้ากลับมา

นาเรมอยากจะดูของของเจ้าหน่อยไหม

ของข้า?

ไรเซลไม่ตอบคำ เขาเดินไปหยิบกล่องข้างๆโต้ะแล้วเดินผ่านคุลอาลกลับมา เมินเหมือนงานที่องค์รักษ์คู่กายทำอยู่ไม่ใช่ของเขา กล่องที่ถูกนำมาวางตรงหน้าข้าเต็มไปด้วยภาพวาด ของจุกจิกต่างๆ มากมาย รวมถึงเครื่องประดับอย่างหยกด้วย

ข้าหยิบภาพถ่ายเล็กๆที่ใส่กรอปไม้ธรรมดาขึ้นมา หันไปมองภาพที่ใหญ่ที่สุดในห้องนี้อีกครั้งก็พบว่า ที่แท้คนที่อยู่ในภาพวาด ทอดสายตามานอกภาพตลอดเวลากับคนในรูปถ่ายนี้คือคนเดียวกัน

ถ้ากล่องนี้คือของในภพมนุษย์ของข้าก็แสดงว่า

ข้าก็คือเขาที่อยู่ในรูปนั้นใช่หรือไม่? ข้าเอ่ยถามไรเซล

ไรเซลฉวยกรอปรูปจากมือข้าไปดู สายตาเขาสะท้อนความคิดถึงออกมา ใช่แล้ว

นี่แปลกทำไมข้าถึงวาดรูปตัวเอง ข้าครุ่นคิด ตัวข้าในตอนนี้ยังไม่เคยมีความคิดจะวาดรูปตัวเองมาก่อนเลย ถ้านิสัยของเทพสวรรค์จากตำหนักครรภ์ไม่เปลี่ยนจากภพอดีตมากนัก ข้าชื่นชอบการวาดภาพธรรมชาติ สิ่งของต่างๆมากกว่า

เพราะข้าขอไรเซลหัวเราะเบาๆ จับมือข้าไปกางแล้ววางกรอปรูปลง รูปนั้นข้าเป็นคนถ่าย ข้าแอบหยิบกล้องของเจ้ามาลองถ่ายภาพครั้งแรก จากนั้นก็ไปรบเร้าให้เจ้าวาดภาพตัวเอง

อย่างนั้นของในกล่องนี้ก็เป็นท่านหยิบมาหลังข้าตายด้วย?

ผิดแล้ว ของในกล่องนี้เป็นข้าแอบหยิบจากบ้านเจ้ามาทีละอย่างต่างหากพูดจบไรเซลก็หัวเราะเบาๆอย่างพอใจดูจะไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย พอพูดถึงเรื่องในภพมนุษย์แล้วดูเขาจะยิ้มอย่างเป็นสุขจริงๆ

ความรู้สึกน้อยใจให้กับตัวเองในอดีตนี่เป็นเรื่องน่าขบขันหรือไม่กัน?

พอผ่านครั้งนี้ไปไม่รู้ไรเซลจะเอ่ยถึงเรื่องในอดีตข้าขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ ข้าได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ปล่อยให้เขาเล่าเรื่องราวต่างๆต่อไป แสร้งมองไม่เห็นรอยยิ้มกว้างที่ไม่อยากเห็น

จริงสิ เจ้ารู้ไหมว่าพวกเราสามารถอ่านใจมนุษย์ได้ถ้าต้องการ

คำพูดนี้เรียกให้ข้าหันไปมอง แล้วท่านใช้มันกับข้าหรือไม่

แน่นอน ทำสิไรเซลตอบอย่างไม่ลังเลซักนิด ข้าขอให้ในภพอดีตตัวเองด่าเขาในใจไปบ้างเผื่อเทพสวรรค์สีทององค์นี้จะได้ยิน เจ้ารู้ไหมเมื่อก่อนเจ้าชอบไล่ข้ากลับสวรรค์เสียเหลือเกิน ข้าสงสัยเลยต้องใช้พลังพูดถึงตรงนี้ไรเซลก็มองข้าแถมยังยกยิ้มมุมปากที่ชวนให้ดูแล้วรู้สึกร้ายกาจ

ปากเจ้าก็เอ่ยไล่ข้ากลับสวรรค์ แต่ใจกลับภาวนาให้ข้าไม่กลับเจ้าน่ารักขนาดไหนคิดดูสิ

ไรเซล!” ข้าหันหน้าหนีเขา ต่อให้จำไม่ได้แต่เรื่องนี้ก็ชวนให้อับอายอยู่ดี

เจ้าตอนเด็กๆก็เป็นอย่างนี้จำได้ไหม ครั้งนึงบอกข้าว่าไม่ต้องมานอนด้วยกันแล้วแต่กลับนอนเว้นที่เอาไว้….”

พอแล้วข้าไม่อยากรู้แล้วข้ารีบตัดบทเขาอย่างร้อนรนก่อนที่หน้าจะร้อนผ่าวไปมากกว่านี้ ที่จริงฝ่ายที่ควรจะละอายเพราะหยิบของมาโดยไม่ได้รับคำอนุญาตคือไรเซลโดยแท้ เหตุใดทิศทางของบทสนทนาถึงกลายเป็นข้าแทนไปได้ และดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมให้มันจบตามที่หวัง

หลังจากข้าสารภาพรักไปแล้ว เจ้ายังไม่เอ่ยอะไรถึงเรื่องนี้เลย…” เสียงโซฟาเสียดสีกับผ้าดังขึ้น คนที่นั่งข้างๆขยับเข้ามาชิด ตอนนี้ข้าอยากอ่านใจได้หรือไม่ก็อยากให้เจ้าอ่านง่ายเหมือนเมื่อก่อนขึ้นมาแล้ว…”

มากระซิบข้างหูข้าด้วยน้ำเสียงแบบนี้ ยังเป็นไรเซลที่ร้ายกาจมากจริงๆ

ข้าสบกับนัยน์ตาสีทองที่มองมาด้วยความรู้สึกลึกซึ้งมากมาย 

แกร้ง!

เสียงปากกาขนนกหล่นกระแทกพื้นดังขึ้น

หลุดมือ” คุลอาลพูดขึ้นสั้นๆราบเรียบจากโต้ะทำงาน ก่อนก้มลงเก็บปากกา

คุลอาล!” ไรเซลเรียกชื่อแบบคำรามเบาๆในลำคอ ได้ช่องทางเอาตัวรอดข้าก็ไม่รีรอขยับตัวเองหนีออกมาจากเทพสวรรค์คนที่ข้าเคยคิดว่าเขาไม่มีอันตราย

เห็นได้ชัดว่าตอนยามเป็นเด็ก ข้าคาดคิดผิดไปจริงๆ

ข้าคิดว่าถึงเวลาต้องเดินทางไปเขาเทียบฟ้าแล้วองค์เทพไรเซล

 

 

เกี้ยวที่ดูหรูหรามีเทพรับใช้แบกสี่องค์ มีเทพองค์รักษ์ผู้เก่งกล้าอีกหนึ่ง ภายในบรรจุด้วยเทพสวรรค์ไร้ระดับและเทพสวรรค์สีทองผู้ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว ดูเหมือนว่าข้าจะพบข้อดีอีกอย่างของการเป็นร่างมนุษย์อายุยี่สิบปีแล้วไรเซลไม่สามารถคว้าตัวข้าไปกอดได้ง่ายดายอีกต่อไป

บรรยากาศหวานซึ้งในห้องเมื่อครู่ถูกทำลายไปด้วยการทำปากกาขนนกตกอย่างไม่ได้ตั้งใจของคุลอาล ถึงแม้ไรเซลบอกข้าว่าเขาตั้งใจทำตกก็ตาม พอขึ้นเกี้ยวมาใบหน้าข้าก็ถูกเทพสวรรค์สีทองพยายามจะรื้อฟื้นความร้อนผ่าวอีกครั้ง แน่นอนว่าข้าจะไม่ยอมให้ไรเซลหลงระเริงได้ใจไปมากกว่านี้

หลังจากโดนข้าว่าตักเตือนเล็กน้อย และลงไม้ลงมือสองสามทีเขาก็ละเลิกความพยายาม การเดินทางครานี้ในอีกระยะทางที่เหลือข้าจึงนั่งอีกฝั่งนึงของเกี้ยวอย่างปลอดภัย

ไรเซลเล่าเรื่องเขาเทียบฟ้าในระหว่างทางให้ฟังคร่าวๆว่า เขาเทียบฟ้านั้นเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในพิภพสวรรค์ นอกจากมันจะเป็นที่รับสายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าครั้งแรกของเทพสวรรค์แล้วยังเป็นที่ตั้งของ หอจารึกกาลที่อาศัยของเหล่าเทพลิขิตอีกด้วย

เทพลิขิตที่ว่านี้คือผู้ลิขิตชะตาของสรรพชีวิตต่างๆ เมื่อยมฑูตแห่งภพวิญญาณนำวิญญาณเข้าสู่วังวนเวียนว่ายแล้ว ชะตากรรมต่อจากนี้เป็นเรื่องที่เทพลิขิตชะตาจะขีดเขียนขึ้นมาพวกเขาอาจเขียนบทให้ชีวิตนึงพบเจอแต่เรื่องโศกศัลย์หรือเปี่ยมไปด้วยบุญวาสนา

หอจารึกกาลนอกจากจะเป็นที่อาศัย ภายในยังรวบรวมชะตาชีวิตของสรรพชีวิตทั้งหมดทำให้หอจารึกกาลแห่งนี้ต้องมีความปลอดภัยจากผู้ประสงค์ร้ายทั้งหลายอย่างสูงภายใต้มนต์บังตา ว่ากันว่าหอแห่งนี้ยังเคลื่อนย้ายที่ทุกๆดวงดาวกระพริบแสงการบุกรุกจึงแทบเป็นไปไม่ได้

นั่งเกี้ยวเฉยๆเนิ่นนานเกินไปจนข้ารู้สึกง่วง การจ้องมองภาพปีกสีขาวไม่ตื่นตาตื่นใจสำหรับข้าอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อตอนนี้ข้าก็มีมันอยู่คู่นึง ข้าตัดสินใจชวนไรเซลพูดคุยเพื่อลดความง่วงนอนในตัวและเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่ข้าจะเผชิญบนเขาเทียบฟ้า

ไรเซลสายทัณฑ์แห่งท้องฟ้ารุนแรงมากหรือไม่

รุนแรง ทรงพลัง สายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าไม่ใช่สิ่งที่เทพสวรรค์องค์ใดอยากจะโชคดีผ่านก็ใช่สามารถผ่านได้ พวกมันไม่เคยปราณีแก่ผู้ไม่เตรียมพร้อม และเป้าหมายก็ไม่สามารถหนีพ้น

ตอนท่านเป็นอย่างไร?

ไรเซลขยับตัวเล็กน้อย ทอดสายตามองไปด้านนอกเกี้ยว ตอนข้าอายุน้อยค่อนข้างเสเพล โชคดีที่ได้อาจารย์ดีช่วยเหลือหลังจากนั้นพอแข็งแกร่งขึ้นแล้วสายทัณฑ์ไม่นับว่าเป็นอย่างไร

มองสีหน้าที่ไม่สะทกสะท้านราวกับสายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าเป็นหยดน้ำหยดเล็กกระทบฝั่งของเขาแล้ว ทำเอาตัวข้าที่กังวลและเตรียมใจมาพร้อมถึงความกลัวเกิดพูดจาไม่ออกขึ้นมา

คุลอาลเคยกล่าวว่า อย่านำสิ่งที่เทพสวรรค์ส่วนใหญ่บันทึกไว้ในหนังสือไปตัดสินไรเซลดูท่าจะเป็นเรื่องจริง ก่อนออกจากตำหนักข้าลองถามคุลอาลถึงคราวที่เขารับสายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าดู คุลอาลเล่าว่าตัวเขาตอนรับสายทัณฑ์ห้าสายถึงกับสลบไสลไปสองอาทิตย์ อาการสาหัสนัก พ่อแม่ที่อาศัยในตำหนักต้องไปร้องขอลูกกลอนพลังเทพจากเทพสวรรค์ระดับสูงยื้อชีวิตกลับมา

เจ้านอนเถอะนาเรม

พอรอบเกี้ยวไร้ซึ่งซุ่มเสียง ข้าก็กลับมาง่วงนอนอีกครา ดูเหมือนไรเซลจะพบเห็นดวงตาที่ใกล้ปิดเต็มที่ของข้าเข้า พอถูกบอกให้นอนด้วยน้ำเสียงนุ่มและดวงตาที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นคู่นั้นสติก็พร่าเลือนทันที

ข้าจึงพิงตัวเองเข้ากับเกี้ยวแล้วหลับตา

 

ข้าฝัน

ในโลกที่มืดสนิทแห่งนี้ข้าเคยมาเหยียบหนนึงแล้วหลังจากนั้นตื่นมาพบว่าเป็นความฝัน ดังนั้นตอนนี้ข้าหนีไม่พ้นว่ากำลังฝันอยู่อีกแน่ เพียงแต่คราวนี้ไม่มีกองทัพปีกสีขาวอีกเหมือนเคยมีเพียงเสียงที่ดังขึ้นมาเท่านั้น

นั่นท่านคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไร

ถ่ายรูปเจ้ายังไงเล่า

ท่านแอบหยิบกล้องข้ามาใช้ไม่พอ ยังมาถ่ายแอบรูปข้าอีก ท่านกำลังทำมาตรฐานเทพสวรรค์ต่อมนุษย์คนนึงเสียหายมากนะ

เจ้าบอกว่ามักนำกล้องไปถ่ายสิ่งสวยงามรอบตัว ข้าถ่ายรูปเจ้าก็ยังไม่เห็นผิดต่อเจ้าตรงไหน

ผิดอย่างแรก เทพสวรรค์อย่างท่านควรเก็บคำว่างดงาม สวยงามจากการชมมนุษย์เพศชายออกไปก่อนสิ่งใดเลย….”

 

            ข้าลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าในเกี้ยวเพิ่มคุลอาลเข้ามาด้วยอีกหนึ่งแล้ว ไรเซลยิ้มเอ็นดูก่อนมือใหญ่จะจัดการดึงข้าลงจากเกี้ยวและจัดผมสีน้ำตาลให้เรียบร้อยจากการนอน

            นี่ละหุบเขาเทียบฟ้า

            ตอนนี้ข้ายืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย บรรยากาศรอบๆมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากกลุ่มไอน้ำสีขาว บริเวณยอดเขาเทียบฟ้ามีแท่นประทับสีเงินวางอยู่แท่นนึง ข้างๆมีท่านอาจารย์ที่คุ้นเคยพร้อมกับเทพสวรรค์ร่วมสถานศึกษากับข้าอีกสี่องค์

            คุลอาลเดินนำไปบริเวณแท่นก่อน ท่านอาจารย์โค้งศรีษะให้ไรเซลทีนึงแล้วหันมามองข้า เหล่าเทพสวรรค์สถานศึกษาอีกสี่องค์ก็กล่าวทักทาย สีหน้าพวกเขาดูกังวล ดูท่าจะรับฟังมาจากอาจารย์ไม่มากก็น้อย ผิดกับข้าที่ความกังวลถูกไรเซลปัดหายไปเรียบร้อยยามนั่งอยู่ในเกี้ยว   

            เทพสวรรค์ผู้สูงวัยสามองค์มองหน้ากันแล้วไม่พูดอะไร ส่วนข้ากำลังฟังเพื่อนทั้งสี่พูดคุยกันพวกเขาถามข้าว่าอันดับหนึ่งในสถานศึกษาอย่างข้ากังวลบ้างหรือไม่

            ข้าสมควรจะบอกกับพวกเขาว่าอย่างไร? ไรเซลเทพปกครองของข้ากล่าวว่าสายทัณฑ์ไม่นับว่าเป็นอย่างไรได้แบบนี้หรือ? นี่ไม่ใช่ว่าข้ากำลังทำให้พวกเขารู้สึกดี พอมาค้นพบทีหลังว่าสายทัณฑ์ที่ว่านั้นสุดท้ายแล้วก็นับเป็นอย่างไรขึ้นมา คนที่พวกเขาสาปแช่งคงไม่ใช่ไรเซลแต่คงเป็นข้า

            เทพสวรรค์ที่ใช้กระดิ่งเป็นอันดับสอง เขาดูพยายามที่จะก้าวเหนือข้าให้ได้แม้คราวสุดท้ายด้วยการขอขึ้นไปรับสายทัณฑ์ก่อนข้า

            ใครบอกพวกเขากันว่าอันดับหนึ่งควรจะขึ้นไปก่อน? ข้าไม่ใช่คนกำหนด ไรเซลกับคุลอาลก็ไม่ได้พูดอะไรถึงเรื่องนี้ ข้าจึงปล่อยให้เขามีความสุขกับการนำหน้าข้าบ้างคงไม่เลวนัก

            ครืนนนนน ครืนนน

          เสียงเมฆร้องคำรามบนท้องฟ้าเรียกให้สายตาทุกคู่หันไปมอง ไรเซลขยับมายืนใกล้ๆข้า ท่านอาจารย์สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดโดยฉับพลัน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก

            ถึงเวลาแล้ว

            เพื่อนเทพสวรรค์ของข้าที่รบเร้าจะรับสายทัณฑ์ก่อนต่างมองหน้ากัน เทพสวรรค์อันดับแห่งสถานศึกษาพยักหน้าให้ท่านอาจารย์ใช้สายตาที่มุ่งมั่นมองมายังข้าก่อนจะเดินขึ้นแท่นประทับสีเงินไป

            ครืนนนน ครืนนนนนน!

          กลุ่มเมฆสีดำด้านบนเริ่มร้องคำรามเสียงดังขึ้นไปทุกที ไม่ต้องพูดถึงว่าในบริเวณยอดหุบเขานี้แล้วยิ่งดังก้องน่ากลัวกว่าเดิม สายลมก็พัดกระโชกรุนแรงสร้างเสริมให้เทพสวรรค์ที่เพิ่งพบเจอสายทัณฑ์ครั้งแรกรู้สึกกังวลขึ้นไปอีก แสงสีขาวกระพริบถี่ๆในกลุ่มเมฆอย่างเห็นได้ชัด

          เปรี้ยงง!!!

ข้าที่ยืนลุ้นถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ บทจะผ่าก็ลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัวจริงๆ อีกทั้งในความคิดของข้าเห็นเหล่าเทพสวรรค์สูงอายุต่างใช้คำว่าผ่ามาอธิบายให้ข้าฟัง ข้าเลยหลงนึกไปว่าคงจะผ่าเปรี้ยงแบบหนเดียว แต่ภาพตรงหน้าที่อัสนีทรงพลังแสนเกรี้ยวกราดนั้นค้าง สายฟ้าเส้นที่ผ่าลงมายังคงค้างอยู่แบบนั้น พลังรุนแรงจนสามารถสัมผัสได้ ร่างบนแท่นประทับมีเลือดไหลออกมาจากมุมปาก

เทพสวรรค์อันดับสองกัดปากแน่นจนเลือดไหลด้วยสีหน้าที่อยากจะร้องเสียงดังก็ร้องไม่ออกด้วยกลัวตัวเองจะไม่สามารถทนยืนหยัดได้ไหวราวกับตอกย้ำความคิดจากนั้นขาสองข้างของร่างตรงหน้าก็ล้มลงคุกเข่าบนแท่นประทับ

ผ่านไปเนิ่นนานจนแสงสว่างค่อยๆดับลง สายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าถอยร่นกลับไปทิ้งไว้เพียงร่างที่ล้มลงทันที เหลือแต่เพียงลมหายใจรวยรินที่บ่งบอกว่ายังมีชีวิตรอด ท่านอาจารย์รีบขึ้นไปนำร่างเทพสวรรค์องค์นั้นลงมา ยัดลูกกลอนที่สีขุ่นเล็กน้อยใส่ปากของร่างที่สลบ

ข้าที่เดินไปมุงดูเพื่อนร่วมสถานศึกษาด้วยถึงกับเลือดในกายเย็นเฉียบ พลังเทพของเพื่อนตรงหน้าแห้งสนิทราวกับไม่เคยมีอยู่ เทพสวรรค์ที่รอคอยบททดสอบต่อไปเริ่มรู้สึกถึงความกลัวต่อพลังอันรุนแรงต้องการจะกดใครก็ตามให้ยิ่งกว่าจมหายไป

ครืนนนนน ครืนนน

สายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าไม่เคยปราณี ไม่ยอมให้ข้าเตรียมใจนานเท่าไหร่นักข้ามองเหล่าเพื่อนร่วมชะตากรรม พวกเขามองข้าที่เป็นอันดับหนึ่งด้วยสายตาเชื่อมั่น เทพสวรรค์องค์นึงที่มีเคราปกคลุมใบหน้า ร่างกายใหญ่โตจนข้าลืมไปแล้วว่าครั้งยังเด็กเขามีรูปลักษณ์เป็นอย่างไร ตบบ่าข้าให้กำลังใจ

เห็นดังนั้นข้าก็เดินไปที่หน้าแท่นประทับ ไรเซลกับคุลอาลเดินมายืนข้างๆ

เจ้าจะไม่เป็นไร

ไรเซลยิ้ม น้ำเสียงอ่อนโยนชะล้างบรรยากาศที่หวาดกลัวโดยรอบไปสิ้น คุลอาลยกยิ้มมุมปากน้อยๆมองข้าด้วยสายตาที่บอกว่าเขาเชื่อในตัวข้า

ข้ากระโดดขึ้นแท่นประทับไป ทิ้งมือสองข้างไว้ข้างลำตัว

เปรี้ยงงงง!!!!

โดยไม่รีรอ ไม่ปลดปล่อยแม้กระทั่งช่วงเวลานึงให้ข้าเตรียมใจ แรงกดดันราวกับเป็นโลกทั้งใบที่ข้ากำลังแบก ร่างกายร้อนลุกไหม้ราวกับร่างกายจะแย่งเป็นเสี่ยง ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวหูของข้าไม่ได้ยินเสียงใดอีกนอกจากเสียงคำรามของอัสนี

ผ่านไปชั่วครูราวกับเนิ่นนานความเจ็บปวดลงลึกไปถึงกระดูก พลังเทพในตัวพลุ่งพล่านระเบิดอยู่ภายใน เคลื่อนตัวไปทั่วร่างกายผ่านจุดไหนก็ทำให้สั่นสะท้าน

ความเจ็บปวดที่ยั่วยวนชวนให้ปิดตาลงเพื่อหลีกหนีมันไปข้าไม่รับรู้ถึงสิ่งใดรอบตัวอีก ประสาทสัมผัสทั้งหมดถูกบังคับให้สนใจแต่เพียงร่างกายที่ใกล้จะแตกสลายแยกส่วน

ข้าไม่อยากล้มลง

ความคิดส่งเดียวที่อยู่ในหัวดึงให้ตัวยังคงยืนหยัดอยู่แบบนี้ ถึงแม้ว่าสติสัมปชัญญะของข้าจะมีเหลือเพียงน้อยนิดแล้วก็ตาม

ฉับพลันเหมือนทุกสิ่งรอบตัวหยุดนิ่ง

ทุกสิ่งทุกอย่างหายไปเหมือนร่างกายถูกหยุดไว้ร่างกายขยับไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ทันทีที่เท้าของข้าขยับร่างกายก็สั่นสะท้านความรู้สึกเจ็บฝังลึกทั้งหมดย้อนคืนกลับมาเล่นใหม่อีกครั้ง พลังเทพที่แผดเผาดับลงทิ้งไว้เพียงบาดแผลภายในตัว น่าแปลกที่บรรยากาศรอบๆคล้ายรู้ว่าเอียงลง

ความอบอุ่นแผ่แทรกเข้ามารอบกาย ข้าปรือตามองใบหน้าเจ้าของอ้อมกอดที่รับข้าเอาไว้ มือที่ลูบบนใบหน้าสั่นเล็กน้อยราวกับตอกย้ำว่าเขารู้สึกอย่างไร ข้ายิ้มน้อยๆให้ไรเซล

อย่างน้อยข้าก็ยังไม่ได้สลบ….”

ครืนนนนน ครืนนนนนนน

เสียงคำรามดังลั่นจากเมฆเบื้องบนหยุดประโยคที่ยังเอ่ยไม่จบของข้าไว้ ดวงตาเหม่อมองไปข้างบนอย่างนิ่งสงบ แต่กลับกันร่างกายข้าสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

สายทัณฑ์สายที่สอง!”

เสียงเหมือนเพื่อนคนอื่นกำลังตกใจดังไปทั่ว มันยังมีอีก เขายังต้องรับอีก!”

ท่านนาเรม!” คุลอาลร้องเรียกอย่างร้อนรน

ข้ารู้ดีว่ายามนี้ก็ฝืนเต็มทีแล้วเหตุใดข้าถึงได้สายทัณฑ์สองสายหรือมันยังเห็นว่าตัวข้านั้นบอบช้ำไม่พอ หากรับสายทัณฑ์อีกทีนึงเกรงว่าข้าอาจแตกสลายหายไปเยือนภพวิญญาณตามที่ท่านอาจารย์เคยกล่าวถึงบ่อยๆแน่

ความรู้สึกที่มีคนลูบหัวอย่างอ่อนโยนดึงสายตาข้าลงมาจากกลุ่มเมฆดำที่ร้องคำราม ไรเซลยิ้มบางๆดันตัวข้าให้หลบไปในอ้อมกอดของเขามากกว่าเดิม

เปรี้ยงงงงงงง!!!!

แสงสว่างจ้าบาดตาครอบคลุมเบื้องหน้าของข้าทั้งหมด ภาพสายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าที่ต้องการบดขยี้ซ้ำผ่าลงอย่างไม่ต้องการให้สิ่งใดเหลือรอด พลังอันทรงพลังที่สัมผัสได้กดดันให้สติของข้าพร่าเลือนเต็มที

เทพสวรรค์สีทองกำลังเลือนหายไป ไรเซลผลักข้าออกไป ในช่วงเวลาคืบสุดท้ายก่อนสายทัณฑ์แห่งท้องฟ้าจะถึงตัว

ข้าบอกแล้วว่าเจ้าจะไม่เป็นไร

นั่นคือเสียงกระซิบสุดท้ายที่ข้าได้ยิน

 

 

ท่านท่านไม่ควรทำ!!”

ข้าในตอนนี้ที่ฟื้นสติขึ้นมาแล้วตะโกนใส่ไรเซลอย่างโกรธเกรี้ยวด้วยเสียงและแรงที่ยังพอมีเหลือ คุลอาลดึงตัวข้าไว้ไม่ให้กระโจนเข้าใส่คนตรงหน้า ไรเซลที่รับสายทัณฑ์แทนข้ายิ้มอย่างสบายใจพิงขอบด้านนึงของเกี้ยวอย่างไม่ทุกข์ร้อน

ข้าไม่ควรทำแต่เจ้าก็ไม่ควรรับมันเหมือนกัน

แต่ท่าน…” ข้าถอนหายใจ คิดแล้วว่าโกรธเขาต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อันใดในเมื่อคนถูกโกรธไม่ได้รู้สึกรู้สา จึงเปลี่ยนไปถามอย่างเป็นห่วงแทน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง

ท่านวางใจ ที่องค์เทพไรเซลยิ้มได้แบบนี้เป็นเพราะตอนที่ท่านสลบอยู่เขาทานลูกกลอนพลังเทพระดับสูงไปแล้วเป็นคุลอาลที่ตอบแทนด้วยสีหน้าเอือมระอา

ปีศาจคุลอาลเจ้าทำแผนการของข้าเสียหายหมด

คุลอาลมองหน้าไรเซล ใช้ดวงตาทิ่มแทงเขา แผนการที่ว่าคงไม่ใช่ว่าท่านจะแกล้งอ่อนแอ เรียกร้องความสนใจจากท่านนาเรมหรอกนะ

ไรเซลไม่ตอบคำเบือนหน้าหนีเหมือนถูกจับได้ ถ้าเป็นเจ้ารับเองต่อให้กลืนลูกกลอนระดับสูงลงคอไปก็ยากจะรักษาชีวิตอยู่ดี เมื่อไม่พร้อมก็ไม่พร้อมไม่ใช่เรื่องที่ข้าจะยินยอมให้เจ้าฝืนรับหรอกนะ

ข้าเอ่ยสิ่งใดไม่ออกจุกอยู่ในลำคอได้แต่มองสำรวจไรเซลว่าเขาไม่เป็นไรจริงๆ

เกี้ยวหยุดนิ่งลง คุลอาลเดินไปแหวกม่านลงไปก่อนเผยให้เห็นตำหนักที่คุ้นเคย เห็นไรเซลเดินเหินลงไปเหมือนปกติ ข้าที่เดินตามค่อยรู้สึกวางใจขึ้นมาบ้าง พอจะเดินเองตอนนี้ก็ค่อนข้างจะโซเซ ปีกสีขาวจึงถูกกางออกมาช่วยพยุงร่างข้าอีกแรง

ตำหนักกว้างใหญ่พอไม่มีข้าอยู่ยิ่งเงียบเหงาเข้าไปใหญ่ เหล่าเทพพี่เลี้ยงเคยซุบซิบกันถึงความเงียบเหงาของที่แห่งนี้ ไรเซลเอาแต่ทำงานของเขาส่วนคุลอาลก็ยืนนิ่งหน้าประตูราวกับรูปปั้นบ้าง บางทีก็ออกไปทำงานที่อื่นบ้างเหล่าผู้คนในตำหนักล้วนขอบคุณข้า พอมีข้าเข้ามาเหมือนตำหนักแห่งนี้จะมีคำพูดออกจากปากเทพสวรรค์รูปงามสององค์นี้มากขึ้น

คุลอาลเปิดประตูห้องทำงานของไรเซลออกแล้วชะงัก กล่าวด้วยเสียงเคร่งเครียดขึ้นมา

องค์เทพไรเซลมีคนบุกรุก

ข้าเดินไปหยุดอยู่ข้างๆในไรเซลที่หน้าประตู ข้างในห้องของกระจัดกระจาย บรรดาของวิเศษต่างๆอยู่คนละทิศละทาง ข้าวของถูกรื้อค้นออกมาจนหมดไรเซลมองสภาพภายในห้องอย่างนิ่งเงียบ สายตาเหลือบมองข้าเล็กน้อย

คุลอาลเจ้าไปเช็คที่ห้องอื่นๆในตำหนักด้วย พรุ่งนี้ข้าต้องได้คำตอบว่าสิ่งใดหายไปพูดจบไรเซลก็หันหลังเดินกลับ มือดึงข้าให้เดินตามเขาไปด้วย ข้ามองตามคุลอาลที่โค้งอยู่อย่างนั้นหน้าห้อง

ผู้ใดที่มาบุกรุก เป็นพวกเดียวกับที่ทำร้ายข้าหรือเปล่า

นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตรวจสอบมาอย่างดี ฉวยโอกาสอันหายากที่ในตำหนักไรเซลกับคุลอาลไม่อยู่พร้อมกันบุกรุกเข้ามา นึกแล้วสาเหตุก็มาจากตัวข้าอีก

ไรเซลเปิดประตูห้องนอน กดข้าลงบนเตียงจากนั้นก็ทิ้งร่างกายของตัวเองทับลงมา ดวงตาสีทองคู่สวยปิดลงอย่างเหนื่อยล้า ยิ่งไม่ต้องถึงพูดถึงร่างกายข้าที่พอสัมผัสความนุ่มของเตียงก็ดับการเคลื่อนไหวของตัวเองทันทีแม้แต่กระดิกนิ้วก็ยังยกไม่ขึ้น

พักผ่อน

คำพูดที่เหมือนคำสั่งแต่สัมผัสได้ถึงความห่วงใยในน้ำเสียงทำให้ผู้ฟังยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย อีกครั้งที่คำพูดของไรเซลมีผลราวกับมนต์สะกดเรื่องทุกสิ่งในวันนี้ทำให้ข้าเหนื่อยล้าเต็มที

ความอบอุ่นรอบกายทำให้รู้ว่าตัวเองตกอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย

ข้าหลับตาปล่อยความรู้สึกสุดท้ายให้จูบอันอ่อนละมุนจากอีกฝ่ายประทับลงอย่างว่าง่าย

 
 

เด็กดีอยู่กับข้าเจ้าจะไม่เป็นไร…”

 

 













 

บันทึกวันที่xx เดือนxx ปีxxxx

          สายทัณฑ์แห่งท้องฟ้านับเป็นอย่างไร? ปากกาขนนกของปีศาจคุลอาลยังร้ายกาจยิ่งกว่าอีก

 

◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆

 

-                                คุลอาลมีบทพูดมากมายแล้วค่ะ! /จุดพลุ แถมคราวนี้ยังได้แก้แค้นอีกด้วย (ถึงหน้าตาจะไม่แสดงออกแต่ภายในใจเขารู้สึกสะใจมาก)

-                                 ช่วงนี้เราอยู่ในช่วงสอบค่ะ ลากยาวไปจนถึงวันที่29 คิดว่าบางทีอาจจะไม่ว่างเข้ามาอัพเท่าไหร่ แต่ก็จะพยายามมาอัพถ้าทำได้นะคะ SEE YOU NEXT CHAPTER <3 รักนะคะ - LLwuda

-                   PS.1  ไหนมาเดากันซิ...นาเรมสลบช่วงสายทัณฑ์ที่สองเลยเข้าใจว่าตัวเองได้สอง ที่แท้อาจจะมากกว่านี้หรือเปล่านะ? (ปกติแล้วเทพไร้ระดับมีโอกาสได้อัสนีมากกว่าสายนึงเหมือนกันค่ะ ถ้าหากว่าเทพองค์นั้นมีพลังเทพแข็งแกร่งมาก)


 PS.2 อยากอ่านตอนของคุลอาลกันหรือเปล่าคะ #จะได้มีบทมากซักที

 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #418 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 10:54
    พี่คุลคงสะใจน่าดู
    #418
    0
  2. #390 fyugbam (@lovelylaxy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 14:38
    ได้อ่านบันทึกแล้วยิ้มไม่หยุดอ่ะแกรรร กรี๊ด
    #390
    0
  3. #373 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 01:43
    ทำไมโดนสายฟ้าตั้งสองสายอ่า ถ้าไรเซลไม่รับแทนนี่แย่เลย ทำขนาดนี้ยอมๆ ให้กอดไปเถ๊อะ สงสารตั้งแต่โดนปากกาขัดจังหวะละ 555
    #373
    0
  4. #315 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 01:43
    ยังแค้นเรื่องปากกาไม่หายอีกหรอ 5555555555555555 (แอบสะใจเบาๆ)
    #315
    0
  5. #272 marklmsg7 (@marklmsg7) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 19:24
    บันทึกนั่นช่าง..... 5555555555
    #272
    0
  6. #256 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 15:31
    ลืมนึกถึงกล้องถ่ายรูปไปได้ไง? โอเค ไขข้อข้องใจ รูปนั้นนาเรมวาดเอง

    แต่คือแบบ คุลอาลสะใจเรานี่ยิ่งขำ ชอบจริงๆนะเวลาคุลอาลแกล้งไรเซลอ่ะ เหมือนได้เอาคืน

    แล้วก็นะ อย่างที่ว่าเลย แท้ที่จริงแล้วนาเรมควรจะได้รับไปกี่ครั้ง อาจจะสาม สี่ หรือห้า แต่ไหนไรเซลบอกว่าหลังจากสายแรกแล้วหลังจากนั้นก็ไม่เป็นไร แล้วที่ยัดลูกกลอนเข้าไปในครั้งนี้นี่เพราะครั้งก่อนๆก็ทำแบบนี้ด้วยหรือเปล่า
    ไรเซลเจ้าเล่ห์
    #256
    0
  7. #120 Undergrond (@blove237) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 16:35
    คุลอาลจอมขัด5555
    #120
    0
  8. #99 A.Iliad (@minerva_18) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 05:32
    ปากกาขนนกของคุลอาลชั่งหลุดมือได้ถูกเวลามาก สะใจใช่มั้ยละคุลอาล แอบสมน้ำหน้าท่านไรเซลนิดหน่อย 555
    น่าคิดนะนาเรมอาจจะได้สายทัณฑ์มากกว่าสองแต่ที่มารับแทนเป็นท่านไรเซล ถ้าท่านไรเซลรับแทนแค่สายเดียวน่าจะรับได้สบายๆกว่านี้คง ไม่ถึงต้องกินยาลูกกลอนนั้นหรอก
    #99
    0
  9. #65 bpins (@princebpins) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 11:24
    รอนะคะ
    #65
    0
  10. #64 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 00:30
    ไม่ได้หรือเปล่า?? เพราะไรเซลมารับแทน
    #64
    0
  11. #63 ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 23:07
    คุลอาลปล่อยหมัดฮุกไรเซลไปได้หนึ่ง แต่อาจจะโดนสวนกลับเป็นสิบก็เป็นได้ XDXD 
    ความจริงแล้วไรเซลอาจจะหื่น เอ๊ย แสดงออกไม่เลือกสถานที่ แต่ก็แค่เพราะเป็นห่วงนาเรมมากๆ น้า (หรืออาจจะแค่หน้าดะ อ้าน) ฮ่าาาาาาาา

    เราคิดว่านาเรมต้องเปลืองตัวอีกเยอะค่ะ กว่าจะรู้ความจริงทั้งหมด อาจจะต้องเอาเข้าแรก เพื่อคนอ่าน ที่จะได้รู้ความจริงไปพร้อมๆ กับนาเรม ฮี่ๆๆๆๆๆๆ 

    ป.ล. ในที่สุดคุลอาลก็ทำลายสถิติ 3 วิ!!!!! 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 เมษายน 2558 / 23:09
    #63
    0
  12. #62 จอมโจรปริศนา (@Red_kill) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 23:01
    สนใจซิค้าาา น่าจะทำสตอรี่แยกของคุลอาลไม่ก็ตอนพิเศษไปเลย อิอิ ชอบบบบ คุลเคะ >///<



    ส่วนไรเซลนายนี่น้าา ยิ่งเคะโตยิ่งลวนลาม เก็บกดมาจากตอนเด็กชิมิ? จะว่าไปแผนนายนี่ไม่ได้เรียก"ล่อลวง" แต่เรียก"เลี้ยงต้อย"ซินะ หึหึหึ 
    #62
    0
  13. #60 Michel (@lantias) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 01:34
    ไรเซลคงอัดอั้นมานาน 

    ตอนเด็กเขาลวนลามอย่างเปิดเผยไม่ได้ //ได้ข่าวลัทธิพี่หมีกวักมือเรียกเขาอยู่

    พอโตมาเลยตอนแรกก็พยายามอดกลั้น พอนานๆเขานิสัยออก ฟฟฟ

    ปล.นาเรมคงรับไป3 ? สลบตอนสายที่2 พอสายต่อมาไรเซลเลยออกไปรับลมรับสายฟ้าแทนเพื่อความซาบซ่าน--
    #60
    0
  14. #59 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 21:15
    พอจะรุก ก็รุกใหญ่เลย -........-
    #59
    0
  15. #58 SnoWhite' YuGi (@parties-pkw) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 14:23
    คุลอาลน่ารักกก -////- เป็นบุคคลที่โดนเมินบ่อยที่สุดแล้ว ตอนพิเศษ? เอาค่ะๆ เอาแน่นอน แฟนคลับคุลอาลนี่พูดเลย ฮา ท่านไรเซลนี่ขี้แกล้งจริมๆ แกล้งได้ทุกคนตั้งแต่คุลอาลยันนาเรม แต่ชอบที่คุลอาลทำปากกาหล่นขัดจังหวะมากเลย นี่สินะวิธีเรียกร้องความสนใจแบบใหม่ของคุลอ---- //โดนอาวุธเทพสังหาร
    #58
    0
  16. #57 Bloody Lily (@yaibua-narak) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 10:29
    อ๊าย ฟิน เค้ารออยู่นะคะ
    #57
    0