เมื่อคีตาแห่งเทพสวรรค์เริ่มบรรเลง◆BL,YAOI (END)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 36,486 Views

  • 424 Comments

  • 2,880 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    96

    Overall
    36,486

ตอนที่ 13 : บทที่ 11 หากแม้น... วังวน... เรียกขาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    17 พ.ค. 58














บทที่ 11

หากแม้นวังวนเรียกขาน

 



 

 

            หนัก

            ที่แท้เหล่าเทพสวรรค์ยามนอนก็ยังนอนกันแน่นิ่ง ไม่กระดิกตัวแม้แต่น้อย

            เมื่อคืนข้าหลับอยู่ในอ้อมกอดของไรเซลอย่างไร ยามตื่นมาก็ยังคงเป็นเช่นนั้น จำได้ว่าครั้งยังเป็นเด็กไรเซลก็ชอบกอดข้านอนแบบนี้พอกลายสภาพเขาก็เลิกกระทำอาจเพราะความเกรงใจหรือสิ่งใดซักอย่าง แต่ดูเหมือนไม่นานมานี้เขาจะกลับมาทำเหมือนเคยอีกแล้ว

            ข้าจะดันตัวลุกขึ้นก็ยากเต็มที แขนสองข้างที่รวบกอดอยู่ราวกับถูกติดไว้ด้วยกาว

            หลังจากความพยายามลุกหลายๆครั้ง มือที่คอยดึงไม่ให้ลุกก็กลับกลายมาเป็นดึงข้าลงไปนอนข้างใต้แทน ไรเซลที่ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบก็หมุนตัวขึ้นมาด้านบน

            ดวงตาสีทองคู่สวยที่มองลงมาทอประกายระยิบระยับ

            ท่านตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่

            ก่อนเจ้าซักพักแล้ว

            ข้าต่อยไปที่แผงอกกำยำอย่างขุ่นเคือง ท่านแกล้งหลับ?

            “ข้ารอดูว่าจะได้จุมพิตยามเช้าจากเจ้าหรือไม่

            มีเทพองค์ไหนรอคอยเรื่องแบบนี้จากเทพที่ตัวเองเลี้ยงอย่างท่านบ้าง

            ไรเซลยกยิ้มบางๆ ใบหน้าแสนงดงามโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

            “ข้าเององค์เทพไรเซลองค์ชายสี่แห่งภพสวรรค์

            ฟังน้ำเสียงที่ดูมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ของเขาแล้ว ข้าเริ่มเห็นด้วยกับคุลอาลเรื่องเทพสวรรค์ที่ไร้ยางอายที่สุดในภพพอเผลอสบตาตอนนี้ข้ากลับต้องรีบเบือนออกมา นอกจากมันจะทอประกายบางอย่างที่ไม่น่าไว้วางใจแล้วมันยังดึงดูดให้หลงใหลยิ่งกว่าหลุมพรางใดๆ

            ร่างกายท่านไม่เป็นไรใช่ไหมข้าขยับตัวให้ออกห่าง พลางเปลี่ยนเรื่องคุย

            ข้าสบายดีไรเซลเลิกคิ้วเล็กน้อย สีหน้าราวกับว่าสายทัณฑ์เป็นเพียงลมพัดผ่านธรรมดา ไม่ได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนใดๆแก่เขา

            ข้าหลงลืมไปท่านคือเจ้าของวลี สายทัณฑ์แห่งท้องฟ้านับเป็นอย่างไร

            ไรเซลหัวเราะเบาๆให้กับคำล้อเลียน นิ้วเรียวจับลูบผมข้าเล่นอย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มที่รวมกับหน้าตาของเทพสวรรค์ผู้สูงศักดิ์เปล่งรัศมีสีทองออกมา จนรู้สึกตาพล่ามัวเล็กน้อย

            ไม่นับสายที่สองเจ้าถือว่าเก่งแล้ว ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ามีความสามารถ

            ท่านดูจะรู้เรื่องข้าทุกอย่าง…”

            กลับกันแล้วเป็นข้าที่ไม่รู้เรื่องราวของไรเซลเท่าไหร่นัก

            แต่เรื่องที่เจ้าของเรื่องไม่เล่าเองนั้น ก็คงไม่นับว่าข้าไม่ใส่ใจเขาหรอกนะ          

            ไม่หรอก…”

            มุมปากที่เคยสัมผัสยิ้มบางๆอย่างอ่อนโยนประกายตาที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมสะท้อนภาพของข้า มือที่เคยลูบผมเล่นก็ค่อยๆเลื่อนมาอย่างแผ่วเบาเนิ่บนาบอ้อยอิ่งราวกับจะตอกย้ำทุกสัมผัส ผ่านยังใบหูลงมาที่ข้างแก้ม เลยลงมายังลำคอบริเวณที่ผิวกระทบกันร้อนวูบวาบขึ้นมา

            จวบจนมือข้างนั้นหยุดอยู่ตรงตำแหน่งอกด้านซ้าย เรื่องนี้ของเจ้าข้าไม่รู้…”

            ข้าหลับตาลง ด้วยไม่อาจทนประสานสายตาจากหลุมพรางที่ทอประกายลึกซึ้งตรงหน้า ดวงตาสีทองคู่นี้นั้นดึงดูด หากแต่เป็นข้าที่กระโดดลงหลุมไปเองเนิ่นนานแล้วดิ่งสู่ความหลุ่มหลงโดยไม่รู้ตัว

            ข้าไม่บอกท่าอื้อ…”

            ภาพตรงหน้าถูกย้อมเป็นสีทอง ริมฝีปากไรเซลจู่โจมเข้ามากระทันหันบดขยี้อย่างโหยหา ปลายลิ้นสอดเข้ารุกล้ำ ริมฝีปากถูกกดจนแนบสนิทจากการเบี่ยงหามุมเข้าพัวพันได้ถนัด น้ำที่เชื่อมต่อกันพรั่งพรูแต่ผู้รุกรานกลับตักตวงดื่มด่ำอย่างไม่รู้จักพอ รสจูบที่ลึกล้ำปลุกให้ร่างกายร้อนไหม้

            มืออีกฝ่ายจับยึดคางอย่างถือวิสาสะ มอบรสชาติจูบครั้งแล้วครั้งเล่า

            นาเรม…”

            เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นที่ข้างหู ไรเซลจูบไล่ไปทั่วใบหน้า สันจมูกเปลือกตาปลายคางแก้ม ไล้เลื่อนลงไปตามลำคอ ปลายลิ้นร้อนไล้ไปตามกระดูก

          ก็อก ก็อก!

          อืมไรเซลหยุดได้แล้ว…”

            ได้โปรดเถอะคุลอาลไม่ใช่เวลานี้!” ไรเซลคำราม เสียงที่แหบพร่าดังขึ้นอย่างไม่พอใจ  

            ก็อก! ก็อก! ก็อก! ก็อก! ก็อก!

          คนเคาะประตูดูร้อนรนเต็มที ข้าแกะมือที่ลูบวนไปตามร่างกาย ใช้ศอกดันไรเซลให้หลบไป ก่อนจะพลิกตัวหนีออกมาจากที่เดิม รีบฉวยโอกาสเรียกคุลอาลเข้ามา

            คุลอาลเข้ามาได้แล้ว!”

            สิ้นคำคุลอาลก็ผลักประตูก้าวเข้ามาในห้อง กวาดตามองสภาพไรเซลที่ไม่สบอารมณ์อย่างไม่แยแสหรือรู้สึกผิดแต่อย่างใด

            ขออภัยองค์เทพไรเซล เทพของตำหนักหมื่นห้องมารออยู่

            “…….ไรเซลมองคุลอาลด้วยสายตาเดิม ราวกับต้องการคำอธิบาย

            เขามาด้วยเรื่องของท่านนาเรม


 

             บรรยากาศในห้องทำงานถูกปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆแห่งความอึมครึม คุลอาลยืนประจำตำแหน่งใกล้ประตูของเขา ในขณะที่ไรเซลทำสีหน้าเรียบเฉยอยู่บนโซฟา มีเทพแห่งตำหนักหมื่นห้องผู้เป็นแขกคุกเข่าเหงื่อตกอยู่ใกล้ๆ

            ข้าหลงลืมไปว่าแม้กระทั่งสายทัณฑ์ท้องฟ้าเขายังไม่แยแส กับเทพตำหนักหมื่นห้องก็ถูกเมินได้เช่นกัน

            รีบบอกธุระมา

            ทั้งที่แขกผู้มาเยือนมาด้วยเรื่องของข้าแท้ๆ แต่ข้ากลับต้องมายืนตัวลีบอยู่ด้านข้างคุลอาล ส่วนม้วนสารก็ถูกเปิดอ่านให้ไรเซลฟังแทน

            สรุปพวกเขามาด้วยเรื่องของข้าหรือไรเซลกันแน่

            หมายสารจากตำหนักหมื่นห้อง มีคำสั่งเรียกตัวเทพสวรรค์นาเรม เทพสวรรค์ลำดับหนึ่งจากสถานศึกษามาเข้ารับการบรรจุเป็นกองทหารแห่งภพสวรรค์ รับตำแหน่งเป็นเทพสวรรค์ระดับสี่ทันที

            เสียงที่ถ่ายทอดข้อความในม้วนสารดังก้องไปทั่วห้อง ข้าแสดงความดีใจออกมาทางสีหน้าอย่างปิดไม่มิด ได้เลื่อนเป็นเทพสวรรค์ระดับสี่ทันทีแถมยังได้เข้ากองทหารแห่งภพสวรรค์ ผู้ใดจะปฎิเสธเรื่องน่าดีใจเหล่านี้ได้ลงกัน       

            ขอปฎิเสธเก็บม้วนสารเจ้ากลับไป

            “!!?

            ข้ายืนมองไรเซลอย่างงุนงง จนกระทั่งเทพแห่งตำหนักหมื่นห้องพับม้วนสารใส่อกเสื้อดังเดิม ตั้งท่าจะบินจากไป ถึงได้รีบตะโกนอย่างร้อนรน

            ไม่ ข้าจะไปเข้ากองทหาร

            “เอ…” เทพผู้ส่งสารส่งเสียงออกมาอย่างลำบากใจหันมองหน้าข้าสลับกับไรเซล

            ไรเซลหันมาจ้องหน้าข้าคำรามเสียงต่ำออกมาจากลำคอ ไม่ไป นำม้วนสารไสหัวกลับไปได้แล้ว!”

            นี่เป็นสารที่แจ้งถึงข้า ข้าย่อมเป็นคนตัดสินใจ

            “อะองค์เทพไรเซล เทพผู้ส่งสารร้องคร่ำครวญเสียงอ่อย

            นาเรมเจ้าห้า…”

            “ท่านมีสิทธิ์อันใดไม่ให้ข้าไปข้าพูดแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนไรเซลจะเอ่ยปากที่ไหลลื่นชวนให้ผู้อื่นเปลี่ยนความตั้งใจ ข้ามีความสามารถทางด้านนี้ ท่านไม่ให้ข้าเป็นทหารแล้วจะให้ข้าทำสิ่งใด อยู่ในตำหนักของท่านเฉยๆหรือ

            สีหน้าของไรเซลอ่อนลง เจ้าช่วยข้าทำงานในตำหนักได้

             “ถ้าท่านไม่ให้ข้าไปตอนนี้ ข้าจะแอบหนีไปแล้วไม่กลับมาอีก

            ข้ากางปีกออกแสดงให้เขาเห็นว่าข้าจริงจัง เทพสวรรค์สีทององค์นี้จะเอาแต่ใจเกินไปแล้ว นิสัยเสียประเภท ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของข้าหากไม่มีผู้ใดคอยสั่งสอน ดูท่าแม้แต่องค์เทพสูงสุดก็คงไม่สามารถบังคับได้

            ในเมื่อไรเซลมีหน้ากากหลายใบ และใบที่เขาใช้กับข้าเป็นด้านที่ดีที่สุดที่เขามี

            องค์เทพสูงสุดนี่ไม่ใช่หมายความว่าลูกของท่านข้าต้องเป็นคนสั่งสอนหรอกนะ?

            งั้นขอเชิญองค์เทพไรเซลไปพร้อมกันเลยจะดีไหม…” ตัวแทนของตำหนักหมื่นห้อง พูดด้วยเสียงค่อยๆขึ้นมา สีหน้าดูรีบร้อนราวกับเสียเวลามามากเกินพอ

            ไรเซลมองหน้าข้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเบือนไปทางคุลอาล ข้าจะไปด้วย

            คุลอาลพยักหน้าก่อนจะเดินออกไป เพียงแค่ชั่วระยะเวลาเดียว ข้าที่เดินหลีกหนีไรเซลออกมาก่อนก็เห็นเกี้ยวถูกตั้งเตรียมไว้หน้าตำหนักเรียบร้อยแล้ว

เราเสียเวลาอีกเล็กน้อยเมื่อข้าต้องการจะบินไปแทนที่จะนั่งเกี้ยวไปกับไรเซล จนสุดท้ายข้าก็เป็นฝ่ายชนะเทพสวรรค์สีทององค์นี้ได้บ้าง แน่นอนว่าความโกรธทั้งหมดของไรเซลไม่มีทางมาลงที่ข้าถือว่าเป็นเคราะห์ร้ายของเทพของตำหนักหมื่นห้องที่ถูกคิดว่าเป็นสาเหตุไปแทน

ตำหนักไรเซลอยู่สวรรค์ชั้นที่เก้าตำหนักหมื่นห้องก็อยู่ชั้นที่เก้าเช่นกัน เพียงครู่เดียวก็เห็นกำแพงสีทองอันยิ่งใหญ่อลังการ สิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่บนก้อนเมฆถึงห้ากลุ่ม

เลยเข้าไปในกำแพงมีบ้านเรือน ต้นไม้ สวน แม่น้ำและสิ่งปลูกสร้างอยู่ล้อมรอบตำหนักสีทองขนาดมหึมาคุลอาลอธิบายว่าสิ่งปลูกสร้างรอบๆนั้นเป็นสถานที่สำคัญของภพสวรรค์ เช่น บ่อน้ำไอทิพย์จันทราหมื่นปี หรือเป็นบ้านเรือนของขุนนางที่ทำงานในตำหนักหมื่นห้อง

ขบวนเกี้ยวของไรเซลจอดลงตรงหน้าตำหนักหมื่นห้อง มีทหารรีบเดินออกมาต้อนรับเป็นอย่างดี จากเป้าหมายการมารับตำแหน่งทหารจากฝ่ายขวาธรรมดา โดยเพียงแค่ได้รับการประทับตราถือว่าจบเรื่องราว…. ตอนนี้กลับกลายเป็นเหล่าทหารทุกคนแทบจะนำพรมชั้นดีมาปูเป็นทางเดินให้ไรเซลเข้าเฝ้าองค์เทพสูงสุด

ไรเซลมองสภาพวุ่นวายแล้วถอนหายใจ กวักมือเรียกทหารกับเทพของตำหนักหมื่นห้องมา

 นำทางไปประทับตราทหารให้เรียบร้อย สีหน้าเอือมระอาของเขาเปลี่ยนเป็นอีกความหมายเมื่อเหลือบมองมาที่ข้า นาเรมข้ากับคุลอาลจำเป็นต้องเข้าเฝ้าองค์เทพสูงสุดก่อนเมื่อมาถึงที่นี่ รอจนประทับตราเสร็จแล้ว ไปรอข้าที่ข้างในเกี้ยวเข้าใจไหม?

ข้าพยักหน้าตอบรับเป็นอันเข้าใจแล้วจึงเดินตามทหารผู้โดนกวักมือเรียกไป ส่วนไรเซลกับคุลอาลพร้อมทหารและเหล่าขุนนางของตำหนักหมื่นอีกเป็นพรวนพากันเดินเข้าด้านในสุดของตำหนัก

ทหารเทพพาข้าเดินมาทางด้านขวาของตำหนัก มีเหล่าเทพสวรรค์มากมายที่กำลังฝึกร่างกายหรือต่อสู้อยู่ที่ลานฝึก จนเดินมาหยุดที่ประตูบานสูงข้างในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ด้านในมีโต้ะหนึ่งตัวและเทพสวรรค์ที่มองดูคุ้นตานั่งอยู่ ด้านข้างมีเหล่าทหารยืนอารักขาอย่างเป็นระเบียบ

ตัวแทนเทพแห่งตำหนักหมื่นห้องนำม้วนสารไปยื่นให้เทพสวรรค์ที่ดูคุ้นตาองค์นั้น

นาเรมมาแล้วหรือ

องค์ชายรอง

ข้าเดินเข้าไปใกล้ องค์ชายรองยิ้มให้ข้าก่อนเอ่ยปาก อย่าเสียเวลาเลย ประทับตราทหารระดับสี่ก่อนเถอะ พาตัวเจ้ามานานน้องข้าคงจะร้อนใจแย่

องค์ชายรองยกมือขึ้นมา ปรากฎลำแสงพุ่งเข้าใส่ร่างกายข้าและจมหายไปอย่างรวดเร็ว

เรียบร้อยแล้ว อืมส่งเจ้าไปเป็นรองแม่ทัพในกองที่ว่างอยู่ดีไหมนะ หรือจะบรรจุเข้ากองทหารรักษาตำหนักดี... เจ้าอยากเป็นแม่ทัพหรือเปล่า?

นี่หรือเปล่าที่ผู้คนเรียกกันว่าระบบเส้นสาย

องค์ชายรองยังเปิดหน้ากระดาษสำรวจรายชื่อต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งหมดเล่ม ใบหน้างดงามทำสีหน้าหนักใจ ข้าเลือกไม่ได้ เช่นนี้ให้ไรเซลเลือกให้เจ้าก็แล้วกัน

แบบนั้นข้าก็ไม่พ้นเป็นทหารรักษาตำหนักไรเซล…”

 ข้าเผลอเถียงออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ องค์ชายรองยิ้มอ่อนเป็นเชิงว่าเขาเข้าใจแต่ทำสิ่งใดไม่ได้จริงๆ

             เช่นนี้เมื่อไม่มีธุระต่ออีกข้าจึงขอตัวออกมา ทหารนำทางยังคงทำหน้าที่ได้ดีแม้ว่าข้าจะหยุดเดินสำรวจลานฝึกของตำหนักฝ่ายขวาเป็นระยะๆก็ตาม

ทหารนำทางทำความเคารพข้าเมื่อเขานำมาถึงหน้าตำหนักที่เดิมที่แยกกับไรเซล ดูเหมือนเหล่าขุนนางก็ยังวิ่งกันวุ่นวายอยู่มาก เสียงพูดคุยกันดังไปตามทางเดิน

องค์ชายสี่มา รีบถือโอกาสเข้าไปห้องโถงให้เร็วเข้า

เมื่อเช้าองค์ชายรองถึงกับออกม้วนสารเรียกทหารด้วยตัวเองไม่พอ ครานี้องค์ชายสี่ถึงกับมาเข้าเฝ้าองค์เทพสูงสุด

ก่อนหน้านี้ซักพักข้าเห็นองค์ชายหกเพิ่งไปเข้าเฝ้าไม่นานนัก

จะว่าไปองค์ชายใหญ่ถึงกับลงมาช่วยงานศาลเช่นกัน

วันนี้ตำหนักหมื่นห้องช่างครึกครื้นนัก

พวกเขาพูดคุยกันเสียงดังเอง จะโทษว่าข้าแอบฟังไม่ได้เด็ดขาด ข้าเดินออกจากตำหนักหมื่นห้องมายังทางจอดเกี้ยวไม่มีทหารหรือเทพองค์ไหนหยุดมองข้าแม้แต่นิดเดียว พวกเขาต่างรีบร้อนวิ่งเข้าตำหนัก

ไรเซลนี่ท่านเป็นลูกที่หนีออกจากบ้านไปหรือเปล่า เหตุใดกลับมาเยี่ยมพ่อผู้คนถึงได้วุ่นวายถึงเพียงนี้

ข้าเลิกผ้าม่านขึ้นอย่างครุ่นคิด เตรียมจะก้าวเท้าเข้าไปรอในเกี้ยวตามที่ไรเซลสั่งไว้

เจ้าหยุดก่อน

เหตุการณ์ที่คุ้นเคยและเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังข้าปล่อยม่านลง ค่อยๆหมุนตัวกลับไปมองอีกฝ่าย

ท่านอีกแล้ว

จำข้าได้ด้วยหรือญาติซักคนในวงศ์ตระกูลของไรเซลยิ้มให้ข้า เพียงแต่รอยยิ้มของเขาตรงข้ามกับไรเซลอย่างสิ้นเชิงมันทำให้ข้าขนลุก

หากท่านไม่มีธุระข้าขอตัวก่อน

ข้ารีบหาทางบ่ายเบี่ยง ดูท่าต้องเดินกลับเข้าตำหนักไปก่อนแล้วจึงค่อยเดินวนกลับมาที่เกี้ยวอีกที

ไรเซลไม่ได้บอกให้เจ้ารอที่เกี้ยวหรอกหรือคำพูดของอีกฝ่ายทำให้ข้าชะงักกึก หรี่ตามองเขาอย่างไม่ไว้วางใจ รอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจนั่นฉีกกว้างมากกว่าเคย ข้าบังเอิญอยู่ในห้องนั้นเช่นกัน

เช่นนั้นแปลว่าท่านจงใจมาหาข้าข้าก้าวถอยหลังไปอย่างไม่รู้ตัว

ถูกแล้ว

ท่านเป็นใคร หากมีธุระไปหาข้าทีหลังที่ตำหนักไรเซล

ข้าคือองค์ชายหก องค์เทพนาล์ฟเฟพัดสีดำในมืออีกฝ่ายถูกสะบัดเบาๆเพื่อเพิ่มความเย็น เจ้าของมันก้าวเท้าเข้ามาใกล้ข้ามากขึ้น

องค์ชายหกอย่างท่านไม่น่ามีธุระกับข้าข้าเหลือบมองทางหนีทีไล่เตรียมพร้อม บางอย่างในร่างกายกรีดร้องว่าให้รีบหนี คนตรงหน้านี้ไม่น่าไว้ใจเป็นอย่างยิ่ง

เจ้าจะรู้ได้อย่างไร ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอกเพียงแต่มาถามปริศนาเท่านั้น

อีกฝ่ายแย้มยิ้มขึ้นอย่างร้ายกาจ พัดสีดำในมือโบกวูบ

ข้าไม่สามารถขยับตัวได้

องค์ชายหกเดินวนรอบๆตัวข้าที่ยืนนิ่ง ขยับได้เพียงแต่สายตาเท่านั้น พัดสีดำถูกโบกน้อยเพื่อเรียกความเย็นเช่นเดิม ดวงตาสีทองของเขาลุกวาวไปด้วยความสุขใจ รอยยิ้มที่ยิ้มขึ้นอย่างสมหวังในบางสิ่งบางอย่าง

อย่างที่บอก ข้ามาเล่นปริศนากับเจ้าเช่นเรื่องที่ว่าแท้จริงแล้วเจ้าเป็นใครเป็นอย่างไร?

ข้ามองเขาด้วยความโกรธ ในขณะที่องค์ชายหกมองตอบข้าอย่างสนุก ราวกับได้เจอของเล่นที่ถูกใจ

โอ๊ะให้ข้าเดานะ ไรเซลบอกเจ้าว่าอย่างไร อย่างมากก็ลักพาตัวเจ้ามาเกิดใหม่ในภพสวรรค์อย่างน้อยก็ไม่บอกสิ่งใดเลย

“...........”

ดูจากสายตาข้าคงเดาอย่างมากถูกสินะคิ้วเรียวสีทองยกสูงขึ้น เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ เขารักเจ้าในภพมนุษย์แล้วอย่างไรต่อ รอจนเจ้าหมดอายุนำพาดวงวิญญาณมาเท่านี้นะหรือ

กล่าวจบองค์ชายหกที่สง่างามก็แสดงสีหน้าที่บิดเบี้ยวพลางหัวเราะดัง

เจ้าคิดว่าเทพสวรรค์รักมนุษย์ลงไปอยู่ร่วมกันในภพมนุษย์ หมดอายุก็นำขึ้นภพสวรรค์ เรื่องราวต่างๆสามารถง่ายดายถึงเพียงนั้น?

“……….” ข้าถลึงตาใส่อย่างโกรธเกรี้ยวเพื่อกลบเกลื่อนใจที่กำลังสั่นคลอน

“…หากข้าบอกว่าแท้จริงแล้วเจ้าไม่ได้ตายเพราะอายุขัยล่ะองค์ชายหกแย้มยิ้มอย่างถูกใจ เมื่อเขาเห็นดวงตาที่สับสนของข้าเข้า

            “แม้แต่ความทรงจำของเจ้า เทพสวรรค์ผู้แสนดีที่เลี้ยงเจ้ามา เทพสวรรค์ที่หลงรักเจ้าองค์นั้นเขาเป็นคนลบมันออกจากดวงวิญญาณด้วยมือของเขาเอง

พัดสีดำถูกนำมาปิดบริเวณปากที่เปล่งเสียงหัวเราะอย่างถูกใจอีกครั้ง

แล้วเรื่องของเทพสวรรค์ของเจ้าเล่า เจ้ารู้จักเขาจริงๆหรือ? ให้ข้าเดานะ เจ้ารู้เป็นคนสุดท้ายเสมอแม้กระทั่งเรื่องที่ว่าเขาทำงานเช่นใด เจ้าทราบหรือเปล่า

“…………..” ดวงตาของข้าคงสั่นระริกไม่หยุดจนไม่สามารถปิดบังได้อีกต่อไป

ทุกอย่างที่เทพสวรรค์ตรงหน้าพูดมาราวกับศรปักลึกลงไปในใจ สร้างรอยแผลอย่างร้ายกาจเจ็บปวดแปล๊บขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความรู้สึกเหมือนถูกดึงวูบลงสู่หลุมลึกที่ไร้ทางออก

หากแต่สิ่งที่ทำร้ายข้าไม่ใช่ศร ไม่ใช่คมมีดที่คมกริบ แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า ความจริง

ต่อให้ไรเซลไม่เอ่ยปากบอก แต่ข้าก็ไม่ใช่คนโง่เขลา ยกเว้นเพียงแต่ว่าข้านำความสงสัยและความจริงที่ว่าหลบซ่อนอยู่ภายใต้ความเชื่อมาตลอด ความเชื่อที่ว่า ไรเซลไม่มีทางทำร้ายข้าเห็นได้ชัดว่าข้าคิดผิดพลาดมาตลอดเช่นกัน

ไรเซลไม่มีทางทำร้ายข้าเป็นเรื่องที่ไม่ผิด หากแต่การหลีกหนีความจริงต่างหากที่ผิดพลาด เมื่อมันวกกลับมาทำร้ายในวันที่ข้าไม่ทันได้เตรียมพร้อมกลับทำร้ายได้หลายเท่าและมากกว่าที่ควร

ตึง ตึง ตึง!

เสียงโหวกเหวกจากตำหนักหมื่นห้องดึงข้าออกมาจากห้วงความคิด เหล่าทหารจำนวนและเหล่าขุนนางวิ่งออกมาจากตำหนัก บางส่วนวิ่งวุ่นวายรวมถึงบินไปทั่ว จนสามารถมองเห็นได้ชัดจากภายนอก

ข้าเพ่งตามองเหล่ากองทัพทหารที่บินวิ่งตรงมาทางนี้ในที่สุดไรเซลก็มาแล้ว?

ความดีใจของข้ามีอยู่เพียงไม่นาน ดวงตาเหลือบไปเห็นรอยยิ้มภายใต้พัดที่กำบังของเทพสวรรค์อีกองค์ที่ยืนอยู่ด้วยดวงตาสีทองที่ลุกวาวจนเหมือนไหม้ทอประกายความสุขสม

             ใบหน้าสง่างามค่อยๆหันมามองข้า ริมฝีปากขยับเอื้อนเอ่ย... 

“...ปริศนาข้อสุดท้ายเจ้าว่าวันนี้ข้ามาตำหนักหมื่นห้องทำไมกันนะ?

องค์ชายหกก้าวมาประชิดตัวข้า ปีกสีขาวสามคู่ถูกกางออกมาตัวข้าลอยขึ้นสูงจากพื้นอย่างรวดเร็ว เหล่ากองทัพทหารรีบตีกรอปล้อมรอบเข้ามาราวกับมาจับนักโทษกลับที่คุมขัง

             ทหารที่ดูท่าทางเป็นแม่ทัพก้าวออกมาด้วยความโกรธ ดาบในมือถูกชี้ตรงมายังเบื้องหน้าข้า

ทหาร! องค์ชายใหญ่ออกคำสั่ง จับกุมองค์ชายหก!กบฏแห่งภพสวรรค์ลอบสังหารองค์เทพสูงสุด จะอย่างไรก็ต้องจับกุมมารับโทษทัณฑ์ให้ได้!!!!”

            เสียงทหารโห่ร้องตอบรับดังก้องไปด้วยความฮึกเหิม...ความเคียดแค้น...ความโกรธเกรี้ยว...

เทพสวรรค์ที่หอบหิ้วข้าทำเพียงแค่ยิ้มเยาะ เอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงระดับธรรมดา แต่เหล่าผู้อื่นโดยรอบกลับยื่นนิ่งหยุดฟังราวกับเสียงดังไปทั่วบริเวณ

ลาก่อนเจ้าพวกเทพทหารโง่เขลา

ฉับพลันก็มีกลุ่มคลื่นสีดำวงใหญ่ปรากฏออกมา องค์ชายหกดึงข้าเข้าไปด้วยมือเดียว ตัวข้าก็ลอยตามเขาเข้าไปในกลุ่มคลื่นสีดำอย่างง่ายดาย

ในกลุ่มคลื่นสีดำที่หมุนเวียนอย่างบิดเบี้ยวสะท้อนภาพตำหนักเล็กๆในภูเขาที่ดูร้างผู้คนออกมา

ตำหนักสีดำสนิท ประตูห้องขัง

 
 

            โซ่สีดำ รอยยิ้มที่ชวนขนลุกและพัดสีดำที่โบกวูบเป็นสิ่งสุดท้ายที่ข้าเห็น

จากนั้นภาพเบื้องหน้าก็มืดมิดลง

 

 

 

 

 












 

บันทึกวันที่xx เดือนxx ปีxxxx

นาล์ฟเฟที่แท้เป็นเจ้า!

 

◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆

 

-                              ช่วงนี้พ่อเราป่วยค่ะ เลยหายไปนานเลย + พวกด้วยอีกไม่ถึงเดือนจะสอบเลือกสาขาแล้ว ชีวิตช่วงนี้หลังคุณพ่อเราป่วยเลยรวนมากๆ ต้องเคลียร์หลายๆอย่างวุ่นไปหมดเลย แต่ยังไงก็จะพยายามรีบมาเขียน มาอัพนะคะ

-                               คาดว่าอีกสามตอนน่าจะจบภาคแรกถ้าไม่เผลอแต่งเติมจนยาวเกิน(อ่าว) ที่ต้องตัดเป็นภาคแรกเป็นเพราะชื่อตอนมันครบกลอนค่ะ55 ภาคสองคงมีแค่ไม่กี่ตอน

-                               เอาใจช่วยนาเรมกันด้วยนะคะ (รวมถึงคุลอาลที่ตอนนี้แทบไม่มีบทพูดด้วย)

-                              รักทุกคนนะคะ ตบตีไรเซลได้ ซียูวเน็กซ์แช้ปเตอร์ <3

            PS. ตกลงนาเรมได้กำไรอะไรจากตาแก่ไรเซลแล้วบ้าง(อ่านย้อนดูแล้วรู้สึกรันทดจริง)
            






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #419 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 11:21
    เดี๋ยวๆ ขอตั้งสติแปบ.... เอางี้เลยหรอ ตั้งตัวไม่ทัน 555555555 จะเป็นยังไงต่อไปหล่ะเนี่ย
    #419
    0
  2. #374 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 15:55
    เอ้า เทพสูงสุดตาย?! อยู่ๆ เป็นกบฏแถมพานาเรมไปอีก เอาของหวงคนอื่นไประวังไม่ตายดีนะคะ
    #374
    0
  3. #341 supamas1845 (@supamas1845) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 14:22
    อะไรน่ะ พ่อโดนฆ่าแล้วเหรอเนี่ย !! T_T ยังไม่ได้เห็นหน้าว่าที่ลูกสะใภ้เลยย
    #341
    0
  4. #317 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 10:42
    โอ้วววว
    #317
    0
  5. #273 marklmsg7 (@marklmsg7) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 19:37
    องค์ชายหกเคยบินอยู่บนฟ้าดีๆแล้วตกลงมาตายที่พื้นพิภพไหมค่ะ ?
    #273
    0
  6. #257 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 15:58
    ลูกชายฆ่าพ่อตังเองเลยหรือนี่ ช่างน่าตายจริงๆ

    สรุปคือเรื่องทั้งเรื่องนาเรมรันทดที่สุด การที่มีไรเซลทำให้ชีวิตของนาเรมดีที่สุดและแย่ที่สุดได้เพียวเพราะคนๆเดียว ไีเซลนี่สมกับที่คุลอาลนิยามเอาไว้จริงๆ

    ส่วนเรื่องนั้น ทายไม่ผิดจริงๆด้วย เป็นฝีมือของเขาจริงๆ แค่ปัญหาคือเขาจับราเรมไปทำไม
    และไรเซลจะช่วยนาเรมออกมาอย่างไรนี่สิ
    #257
    0
  7. #203 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 11:38
    ง่ะ โดนลักพาตัว
    #203
    0
  8. #121 Undergrond (@blove237) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 17:17
    ไม่นะ!
    #121
    0
  9. #100 A.Iliad (@minerva_18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 05:44
    เทพที่มาส่งสารมาผิดจังหวะสุดๆเลย  องค์ชายหกคือคนที่ส่งคนมาทำร้ายนาเรมสินะ
    #100
    0
  10. #71 koryu_jay (@koryu_jay) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 08:32
    ไรท์เตอร์สู้ๆนะคะ รีดเดอร์ตัวน้อยๆเอาใจช่วย

    แอบเป็นเงามานมนาน พึ่งโผล่มาเม้นตอนนี้คงไม่ว่ากันนะคะ แฮ่ๆ

    สงสารนาเรมเบาๆ ดูท่าบทต่อไปดราม่าแน่ๆเลย  เห่อๆ
    #71
    0
  11. #70 ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 05:17
    ขอให้คุณพ่อหายเร็วๆ นะคะ แล้วก็ต้องเริ่มอ่านหนังสือสอบตุนแล้วใช่ม่าาาา
    เรื่องฟิคก็เรื่อยๆ รีๆ ก็ได้ค่ะ รอได้ ถ้าจำไม่ได้ก็กลับไปอ่านใหม่ ง่ายกว่าเขียนเยอะ ฮ่าาาา
    พาร์ทนี้อ่านแล้วเครียดเบาๆ แต่เปิดฉากมาหวานเจี๊ยบบบบบ 
    อันที่จริงเราว่าไรเซลควรจะเอ็นดูคุลอาลให้มากๆ นะ เพราะว่าถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นตอนที่ไรเซลกำลังเต๊าะนาเรมอยู่ คุลอาลคงช่วยยืดเวลาได้ ไรเซลมีแต่ได้กับได้หรอก ฮ่าาาาาาา
    เพราะองค์เทพสูงสุดมีลูกเยอะ เลยทำให้ความสัมพันธ์พ่อลูกเลยดูไม่ค่อยโอเค
    แล้วองค์ชายหกเป็นคนที่เคยส่งคนมาจับนาเรมหรือเปล่าคะ
    ฮือออออ นี่ยังไม่เฉลยอีกเยอะเลยนะเนี่ย 
    เดาว่าต้องความแค้นกับไรเซลแน่เลยยยยยยยๆ

    ป.ล. ดูท่าไรเซลอาจจะไม่ใช่ลูกรักของคนเขียน เห็นสนับสนุนให้ตบตีทุกพาร์ท 55555555555 นี่เป็นอารมณ์ส่วนตัวหรือเปล่าคะ หรือว่าเอ็นดูมากๆ เลยแบบชอบรังแก XDXD
    #70
    0
  12. #69 ลี ฮายอน (@mejik) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 02:37
    อะไรฟะ ไรท์รีบกลับมาอธิบายให้เค้าฟังเร็วๆน้าาา
    #69
    0
  13. #68 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 09:11
    อยากอ่านต่อง่าา สนุกมากเลย
    #68
    0
  14. #67 Mirror Maze curse (@tokibara) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 23:28
    รู้สึกสะใจแทนคุลอาลที่เข้ามาขัดจังหวะได้พอดี😂😂😂 จริงๆนะไม่ได้รู้สึกหมั่นไส้เลยท่านไรเชลล์
    #67
    0