เมื่อคีตาแห่งเทพสวรรค์เริ่มบรรเลง◆BL,YAOI (END)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 36,935 Views

  • 425 Comments

  • 2,906 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    268

    Overall
    36,935

ตอนที่ 17 : บทที่ 15 รอยต่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    24 ส.ค. 58



ความเดิมตอนที่แล้ว

จนสุดท้ายท่านก็ไม่ได้อยู่กับคนรักเช่นเดิม…” ผู้ร้ายเพียงหนึ่งเดียวหันหน้ามา ส่งรอยยิ้มที่ดูประหลาดลึกลับให้ข้า มือของเขาถือขวดแก้วใบเล็ก ข้างในบรรจุด้วยของเหลวสีแดง

ควันประหลาดจะครอบคลุมตัวเขาเกือบทั้งหมด องค์ชายหกถือขวดแก้วนั้นยื่นเข้าไปในควันที่กำลังหมุนวนบิดเบี้ยว ริมฝีปากของเขาขยับครั้งสุดท้ายก่อนจะจมหายไปในควันสีดำ

ขอให้เจ้าโชคดี

ข้ารู้สึกถึงมือตัวเองที่หลุดออกจากไออุ่น สีหน้าของไรเซลดูตื่นตระหนก

ควันสีดำที่กลืนข้าเข้าไปจนมิด

 

 

 

 

 


บทที่ 15

รอยต่อ

 

 

 

            บาดแผลภายนอกของเจ้าดูดีขึ้นมากแล้ว ตอนนี้คงขยับตัวได้

            ขอบคุณท่านอาจารย์

            ข้าขยับตัวลุกนั่งพิงพนักเตียง ไล่สายตาดูรอยแผลตามร่างกายที่เริ่มจางลง

            หลังจากที่แยกกับไรเซล ลืมตาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนฟูก ร่างกายแค่เพียงขยับก็เจ็บปวดไปทั่วร่าง บนตัวถูกโปะไปด้วยพืชสมุนไพรนานาชนิด กลิ่นของยาคละคลุ้ง

            ดูเหมือนว่าข้าจะถูกส่งข้ามภพมายังภพอื่น

            เป็นอย่างไรบ้าง

            “ข้าพอจะเคลื่อนไหวได้บ้างแล้ว

            ข้าถูกช่วยเหลือมายังกระท่อมบนเขาโดย เทพเยียวยาหิมะหงส์ ตามที่ผู้คนในภพนี้เลื่องลือกัน บุคคลผู้นี้คือผู้ที่มีวิชารักษาเลิศล้ำที่สุด และหาตัวจับยากที่สุด

            ถูกเขาช่วยเหลือมาไม่พอ สามสี่วันมานี้ช่วยต้มยาหรือบดวัตถุดิบที่ไม่ใช้แรงมากนัก กลับได้รับการยอมรับเป็นลูกศิษย์โดยไม่คาดฝัน พลังเทพสวรรค์ในตัวข้าฟื้นคืนมาจนเหมือนเดิมแล้ว น่าแปลกที่อาวุธเทพของข้าก็ยังคงเป็นทวนสามแฉกเช่นเดิม ทั้งๆที่มันควรจะกลับไปหาไรเซล

            อาจารย์ท่านกำลังทำสิ่งใด? ข้าทักอาจารย์ที่กำลังหยิบหนังสือเล่มแปลกตาขึ้นมา

            สีหน้าของอาจารย์เคร่งเครียดขึ้น ข้ากำลังจะต้มยาระดับเก้า

            “ยาระดับสูงสุดหรือ

            “ยาระดับเก้าในแผ่นดินนี้หาคนปรุงมันได้ไม่ถึงยี่สิบคนช่วงนี้เหล่าทหารต่างป่าวประกาศทั่วไปหมด ถึงการล้มป่วยของผู้นำแคว้น ต่อให้ข้าไม่ชอบพวกขุนนางแค่ไหนก็หักห้ามความเป็นแพทย์ของตัวเองไม่ได้

            อาจารย์กางหนังสือวางลงข้างๆ สองมือหยิบจับพืชสมุนไพรวุ่นวายใส่หม้อต้มยา

            อาจารย์ท่านรู้จักผู้นำแคว้นหรือไม่

            “ผู้นำแคว้นป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ข้าเคยพบเขาตั้งแต่ยังเด็กตอนนั้นยังแข็งแรงสุขภาพดีแท้ๆ

            ดวงไฟสีฟ้าสั่นไหวไปตามการควบคุมพลังของอาจารย์  เทพเยียวยาหิมะหงส์มีชื่อเสียงนอกจากด้านการรักษาแล้ว ยังคงเป็นความสวยงามยามปรุงยาอีกด้วย ด้วยรูปร่างหน้าตาของเขา กับประกายไฟที่ปะทุออกมาล้อมรอบเวลาปรุงยาล้วนสะกดผู้คนให้จดจ้อง

            กึก กึก

          เสียงเคาะกระจกดังขึ้น อาจารย์พยักหน้าให้ข้าไปรับจดหมายแทนเขาข้าค่อยๆแกะปมเชือกออกจากขานกสีขาว คลี่จดหมายออกอย่างเบามือแล้ววางไว้บนโต๊ะข้างๆอาจารย์  เขายังคงไม่เปิดอ่าน การปรุงยาสำคัญที่สุดเสมอสำหรับเทพเยียวยาคนนี้ ข้าช่วยอาจารย์หยิบพืชสมุนไพรไปด้วย ฟังเขาสั่งสอนถึงเรื่องต่างๆ

            ข้ามองลายมือบนจดหมาย ถึงได้รู้ว่าที่นี่คือภพมนตราแคว้นที่ข้ายืนอยู่คือแคว้นไตรนภา ในภพมนตรานั้นผู้คนจะมีความเชื่อถึงโลกสามเบื้องคือ มนุษย์ เทพเซียน และสัตว์วิเศษ 

            ที่มาของนามหิมะหงส์ของอาจารย์ก็มาจากสัตว์วิเศษประจำตัวของเขา ตามที่คุลอาลได้สั่งสอนข้ามา ผู้คนบนภพมนตราล้วนมีสัตว์วิเศษคู่กายอย่างต่ำหนึ่งชนิด

            เฮ้อ ดูท่าข้าคงทำได้เพียงนี้ลูกกลอนสีน้ำเงินเข้มกลิ้งอยู่บนผ่ามือของผู้ปรุงยา อาจารย์มองมันอีกซักพักจึงเก็บใส่สาบเสื้อก่อนจะหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่านซักพักก็เก็บ

            นาเรมข้าคงจำเป็นต้องเข้าเมืองหลวง ในเมื่อเจ้าไม่มีที่ไปก็ไปกับข้าเถอะอาจารย์กล่าวด้วยสายตาจริงจัง เขาคงสังเกตได้ว่าหลังจากที่ข้าฟื้นมาก็ไม่ได้ติดต่อหาผู้ใดเลย

            นอกจากไรเซลแล้วข้าก็ไม่รู้จักผู้ใดอีก

            ในสายตาของเขา ข้าคงเหมือนนกบาดเจ็บที่ไร้ญาติขาดมิตร ข้าเคยสอบถามถึงเรื่องของวิเศษที่ทำให้ข้ามภพกับอาจารย์แล้ว กลับถูกมองด้วยสายตาแปลกประหลาด ราวกับว่าข้ากำลังถามสิ่งที่พิลึกพิลั่น

            “ได้ ข้าจะไปกับท่าน

            ดีงั้นเจ้ากลืนยาที่ข้าต้มแล้วออกเดินทางกันเลย

            ข้ารับลูกกลอนสีน้ำเงินเข้มมาจากอาจารย์แล้วกลืนมันลงคอไป เรี่ยวแรงต่างๆเริ่มฟื้นฟูขึ้นมาทันทีอาจารย์หยิบย่ามสำหรับเดินทาง ก่อนเดินออกไปด้านนอกกระท่อม

            หวีดดดดดด

            เสียงนกหวีดแหลมดังขึ้นตามด้วยเสียงกระพือปีกของสัตว์ขนาดมหึมา หงส์สีขาวตัวใหญ่ถึงขนาดคนขึ้นไปนั่งได้สี่คนบินลงมายังพื้น

            เทพเยียวยาหิมะหงส์มีสัตว์วิเศษคู่กายที่ใช้เป็นพาหนะเดินทางด้วยคือ หงส์สีขาววิสุทธิ์ สัตว์วิเศษระดับสูงที่หายาก ส่งผลให้ผู้ครอบครองมีอำนาจการรักษาเหนือมนุษย์

            ข้าช่วยอาจารย์ลำเลียงย่ามขึ้นไปบนหลังหงส์ขาววิสุทธิ์ เรี่ยวแรงฟื้นฟูกลับมาแล้วด้วยยาที่กลืนเข้าไป ลูกกลอนสีน้ำเงินนั้นให้ความรู้สึกคล้ายกับลูกกลอนของเทพสวรรค์ไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ลูกกลอนของไรเซลดีเยี่ยมกว่าหลายเท่านัก

            หงส์สีขาวตัวใหญ่บินผ่านเมืองเล็กๆตรงตีนเขา ผู้คนด้านล่างต่างชวนกันมองขึ้นฟ้า เป็นสัญญาณว่าเทพเยียวยาหิมะหงส์ของแคว้นนี้กำลังเดินทาง

            ตอนนี้ที่เมืองหลวงกำลังประกาศเรียกเหล่าผู้รักษาทั่วแคว้น มาแข่งขันปรุงยามอบแด่ผู้นำแคว้น ผู้ที่สามารถรักษาผู้นำแคว้นจนหายจะได้รับยศขุนนางระดับสูงสุดของแคว้น สืบถอดยศไปยังชั่วลูกชั่วหลาน

            อาจารย์ทอดสายตามองข้า ก่อนกล่าวต่อ ช่วงเวลาที่อยู่กับเจ้าระยะนึง ทำให้รู้จักเจ้าพอสมควร เจ้ากำลังทำสิ่งใด ตามหาสิ่งใดก็จงไปตามหาในวังหลวงของแคว้นเถอะ

            “ขอบคุณท่านมากข้ายิ้มบางๆตอบ ความห่วงใยที่ถ่ายทอดมาผ่านทางน้ำเสียง

 

 


            ไม่ถึงสองชั่วยามหงส์สีขาวก็มาส่งยังบริเวณลับตาผู้คนข้างๆทางเข้าเมืองหลวง... เทพเยียวยาลูบหัวสัตว์วิเศษคู่กายอย่างรักใคร่ซักพักนึงจึงบอกให้มันบินกลับไป

            ข้ากับอาจารย์เดินเท้ากันเข้าเมืองหลวง ดูเหมือนผู้คนจากสารทิศต่างๆก็สนใจเข้ามาดูใบหน้าของเหล่าผู้รักษาทั่วดินแดน บ้างก็มาเพื่อรอชมความสนุกสนาน บ้างก็มาเพื่อการค้าที่ครึกครื้นส่งผลให้มีผู้คนมากมายต่อคิวกันเป็นขบวนยาวรอเข้าเมืองหลั่งไหลเข้ามาจากทั่วแดน

            ข้าว่างานนี้อย่างไรเทพเยียวยาหิมะหงส์ก็ต้องมา

            “ได้ชมการปรุงยาระดับสูง แม้ไกลพันลี้ผู้คนก็ต่างดั้นด้นมากทั้งนั้น

            “พี่น้องข้าที่เมืองอื่นส่งจดหมายมาว่า พวกเขาเห็นหงส์ขาวของเทพเยียวยาบินผ่านไป มุงหน้ามายังเมืองหลวง

            อาจารย์ทอดสายตามองธรรมชาติอย่างไม่แยแส แม้ว่าชื่อของตัวเขาเองจะประกอบอยู่ในการสนทนาของผู้คนโดยรอบ จนกระทั่งเขาทำสีหน้าเบื่อหน่ายและเดินแยกออกจากแถว

            มาทางนี้นาเรม

            ข้าเดินตามอาจารย์ที่มุ่งตรงไปยังทหารตรวจคนเข้าเมือง ทหารสามนายที่ทำหน้าที่ต่างส่งสายตามุ่งร้ายมา ยืนด้วยท่าทางข่มขวัญ

            ไม่ทราบว่าท่านเป็นผู้ใดนายทหารผู้หนึ่งพยายามถามด้วยเสียงทุ้มเข้ม

            อาจารย์ล้วงเข้าไปในสาบเสื้อก่อนจะหยิบตราพระราชทานจากสำนักโอสถออกมา สำนักโอสถคือสถานที่ที่รวบรวมผู้รักษา พวกเขาจะออกตราที่มีเอกสิทธิหลายอย่าง อีกทั้งยังมีวัตถุดิบปรุงยายากมากให้เหล่าแพทย์ได้เลือกใช้ แลกกับการที่หากทางสำนักโอสถต้องการให้รักษาใคร...ผู้นั้นก็ต้องให้ความร่วมมือ

            รูปหงส์แกะสลักอย่างวิจิตรบนแผ่นป้ายที่ทำจากหยกชั้นดี เป็นตราประจำกายของคนผู้เดียว

            นายทหารรีบเปลี่ยนท่าที โค้งต่ำสุดเท่าที่สามารถทำได้ ท่านเชิญทางนี้

            อาจารย์พยักหน้าตอบทหาร ก่อนพาข้าเดินผ่านประตูเมืองเข้าไป ผู้คนที่หน้าประตูต่างชะเง้อมองและพากันคาดเดาว่าตรานั้นเป็นตราของแพทย์โอสถคนใด

            อาจารย์จากนี้ไปท่านจะเดินทางเข้าวังหรือ

            ทางวังหลวงเปิดให้แพทย์ร่วมการรักษาในวันรุ่งขึ้น ค่ำคืนนี้ดูท่าคงต้องหาที่พักก่อนเทพเยียวยาที่แม้จะอายุพอสมควรแล้วแต่หน้าตายังละอ่อนดูองอาจสง่างาม...ยิ่งพอก้าวเท้าเข้าไปในโรงเตี๊ยมด้วยแล้ว ผู้คนต่างสนใจใคร่รู้ที่มา

            อาจารย์เมินสายตาทั้งหมดโดยรอบ เขาเปิดห้องพักห้องหนึ่งและสั่งอาหาร เด็กน้อยที่รับหน้าที่จดรายการอาหารนั้นแทบจะก้มใบหน้าติดพื้นต่อให้ลำบากเพียงใดก็ไม่เงยหน้าขึ้นมา... พอสั่งอาหารจบอาจารย์ก็เดินขึ้นไปชั้นสองเลือกโต๊ะที่อยู่ด้านในสุด

            ข้านั่งลงด้านตรงข้ามอาจารย์ หยิบกล่องยาในย่ามออกมาเช็คดูว่ามีสิ่งใดเสียหายบ้างหรือไม่

            ช่างน่ารำคาญเสียจริง โต๊ะด้านข้างสะดุ้งเล็กน้อยก่อนย้ายสายตาหนีไปทางอื่น

            อาจารย์เป็นเพราะลักษณะภายนอกของท่านดึงดูดผู้คนข้ายิ้มเล็กน้อยก่อนถอดหมวกฟางลงมาวาง ทันใดนั้นบรรยากาศรอบข้างต่างชะงักกึก...เหล่าผู้คนในโรงเตี๊ยมต่างนิ่งค้างราวกับมีผู้ใดไปขวางกั้นกระแสเวลา

            ท่าทางเจ้าจะไม่เคยส่องกระจกดูตัวเองกระมั้ง เป็นเจ้าต่างหากที่ดึงดูดผู้คน...บรรยากาศ...รูปร่างหน้าตาของเจ้า...คนพูดหยุดเว้นช่วงเล็กน้อย อยู่เหนือที่มนุษย์จะจินตนาการถึง

            อาจารย์ท่านเป็นแพทย์หรือเป็นนักทำนายกันแน่

            อาหารมาแล้วเสี่ยวเอ้อคนเดิมรีบยกถาดอาหารมาวางอย่างทุลักทุเล เนื่องจากเขายังคงก้มหน้าห้มตาอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้จานชนกันเล็กน้อยเกิดเป็นเสียงจนกระทั่งอาหารถูกวางจนครบ

            เจ้าไม่มองด้านหน้าแล้วมองเห็นหรือ?ข้าเอ่ยปากถาม

            บะ...บ่าว ไม่อาจ...เด็กชายตัวน้อยตัวสั่นก้มหน้าลงต่ำมากกว่าเดิม  

            เจ้าไปเถอะอาจารย์โยนเงินลงบนโต๊ะให้เสี่ยวเอ้อ เด็กชายรีบเก็บแล้วรีบเดินกลับไปทันที เสี่ยวเอ้อพวกนี้ถูกสอนมาไม่ให้มองหน้าลูกค้า มองผู้คนจดจำผู้คนที่สัญจรไปมาได้ล้วนพบกับความตายไว้ขึ้นเท่านั้น

            “ข้าทำผิดต่อเด็กผู้นั้นแล้วข้ามองไล่ตามหลังตามที่เสี่ยวเอ้อเดินไป

            รีบรับประทานเถอะ ยังมีของที่ต้องเตรียมอีก

            ข้าพยักหน้าแล้วมองอาหารมากมายบนโต๊ะ... อาจารย์ยังมีเรื่องอีกมากมายที่ท่านไม่ทราบ เช่นที่ว่าเทพสวรรค์ทานอาหารที่ไม่มีไอทิพย์ลงท้องก็ไม่มีผลอะไร หรือเช่นว่า ข้าไม่จำเป็นต้องทานอาหารก็ได้

            ข้าแตะต้องอาหารหวานไปสองสามอย่างก่อนจะบอกอาจารย์ว่าอิ่มแล้ว ดูท่าเทพเยียวยาก็ไม่ได้มัธยัสถ์ตามที่ผู้คนเล่าลือ...อาจารย์สั่งอาหารทุกชนิด แต่เขากลับลิ้มลองเพียงเล็กน้อยให้ครบทุกอย่างเท่านั้น  เราลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินขึ้นชั้นสามไปตามทางที่เสี่ยวเอ้อบอกเพื่อไปยังห้องพัก... สัตว์วิเศษหลายชนิดวิ่งเล่นอยู่เต็มถนนเมื่อมองจากทางหน้าต่าง

            หยิบของข้าออกมา ดูท่าคงต้องลองปรุงยาระดับเก้าดูในวันพรุ่งนี้เสียแล้ว

 


 

            คืนที่โรงเตี๊ยมผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อคืนนอกจากเป็นลูกมือช่วยอาจารย์ปรุงยาแล้ว ตัวอาจารย์ก็เข้านอนทันที ตรงข้ามกับข้าที่นอนหลับไม่ลง ได้แต่คิดเรื่องต่างๆวนไปมา

            ตอนนี้บนภพสวรรค์จะเป็นเช่นไรบ้าง...?

            องค์เทพสูงสุด...องค์ชายหก...พระสนม...คุลอาล...พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง?

            ไรเซล... ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านตามหาข้าบ้างหรือไม่...

            ข้าอดถึงแสงสว่างนั่นไม่ได้ ความอบอุ่นที่คอยอยู่ข้างๆ ตลอดมา เทพสวรรค์ที่โง่เขลา... เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์แท้ๆ แต่กลับรอคอยคนผู้หนึ่งถึงสองร้อยปี...

พบหน้า... ดั่งมี... ชีวิต

สองเท้า... เหยียบย่ำ... โลหิต

จตุ... พาเรา... แนบชิด

ไม่อาจ... รับซึ่ง... สิ่งใด

หากแม้น... วังวน... เรียกขาน

หลับตา... หลบหน้า... ไม่ใกล้

ตัวเรา... นำพา... กว่าใคร

คร่ำครวญ... ไม่พบ... คงดี

 

            บทกลอนนี้ถูกเขียนลงบนภาพวาดของข้า เป็นภาพวาดที่แขวนไว้ตรงกลางห้องของไรเซล... ภาพวาดแสนเศร้า... ภาพวาดนี้ข้าวาดออกจากภาพถ่ายที่ไรเซลถ่ายไว้ คาดว่าไรเซลคงเป็นผู้เขียนกลอนนี้ลงไป...

มานึกดูครานี้บรรดาของมากมายยามที่ข้าอยู่ภพมนุษย์ สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในตำหนักไรเซล เมื่อยามเป็นเด็กข้ากลับนึกว่าเป็นของเล่นไร้สาระของเขา ความจริงกลับเป็นของตัวเองน่าขันจริงๆ

นาเรมถ้าเจ้ายังช้ากว่านี้เราจะสายเอาได้อาจารย์ของข้า เทพเยียวยาหิมะหงส์ บ่นเล็กน้อยเมื่อเห็นข้าหยุดยืนดูร้านขายภาพวาดอยู่เนิ่นนาน

ข้าขอโทษข้าขยับหมวกฟางปิดหน้าเล็กน้อย รีบเดินไปให้ทันอาจารย์ วังยังอยู่อีกไกลหรือไม่?

อีกไม่ไกลแล้ว ดูด้านหน้าของเจ้า

ด้านหน้านั้นมีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ บนกำแพงถูกวาดด้วยลาดลายวิจิตรเป็นเหล่าสรรพสัตว์สีทอง รวมภาพวาดเหล่าสัตว์วิเศษระดับสูง... มีโต๊ะของทางวังหลวงตั้งอยู่ด้านหน้า รวมถึงมีแถวของผู้คนธรรมดาที่สนใจจะเข้าไปชมด้วย

พวกเจ้าหากต้องการชมดูมาทางด้านนี้ข้าขยับถอยไปด้านข้างทันทีที่สัมผัสได้ว่ามีอะไรเข้ามาใกล้ คนที่ทักนิ่งค้างไปเล็กน้อยก่อนจะเก็บมือกลับ

พวกเจ้ามาจากไหนกัน ข้าชื่อเฟิ่งอิน เป็นคนของวังหลวงเฟิ่งอินยิ้มเล็กน้อย ท่าทางภายนอกของเขาเหมือนคุณชาย ด้านข้างเหน็บด้วยกระบี่งามเล่มนึง เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูเป็นผ้าชั้นดี

พวกเราไม่ได้มาชม ขอลาอาจารย์พูดตัดไมตรีอย่างรำคาญ ตั้งท่าจะเดินหนีไปอีกด้าน...เสียดายที่อีกฝ่ายกลับเดินมาดักทางราวกับรู้ทัน

ให้ข้าพาพวกเจ้าเข้าไปเถอะ! นอกจากจะง่ายดายแล้วพวกเจ้าก็ไม่มีสิ่งใดเสียหายนี่เฟิ่งอินยังคงพยายามพูดอย่างจริงใจ ถึงจะไม่ได้อ่านใจเขา...ข้าก็สามารถสัมผัสได้ว่าเขาเป็นคนดี

อาจารย์เห็นข้าไม่ได้คัดค้าน แถมเรายังดูจะได้ประโยชน์จึงพยักหน้าตกลง

ข้าคือหิมะหงส์ ส่วนนี่คือลูกศิษย์ข้านาเรมพูดจบเฟิ่งอินก็ตกตะลึงไปทันที

ข้าคาดเดาว่าพวกท่านคงไม่ใช่ชนชั้นธรรมดา คาดไม่ถึงชาตินี้ข้าเฟิ่งอินได้พบกับเทพเยียวยาหิมะหงส์เขาเอ่ยอย่างดีใจ ก่อนจะกำหมัดยืนตัวตรงราวกับนักรบที่องอาจ ข้าปักษาพยัคฆ์เฟิ่งอิน แม่ทัพประจำวังหลวงขั้นสี่ ยินดีที่ได้พบท่าน

อาจารย์พยักหน้ารับคารวะจากเขา ใกล้เวลาแล้ว ดูท่าว่าข้าคงมาถึงเป็นคนสุดท้าย

เรารีบไปกันเถิด

เป็นดั่งคำที่เฟิ่งอินพูดไว้จริงๆ พอได้เขานำทางเราก็ผ่านประตูกันมาอย่างง่ายดาย เดินเข้าวังหลวงผ่านทางลัดต่างๆ จนมาถึงสนามปรุงยาที่ลานหน้าวังได้อย่างรวดเร็ว

ท่านนาเรม ท่านติดตามท่านเทพเยียวยามากี่ปีแล้วหรือ?” ระหว่างที่รอจักรพรรดิออกมายังที่นั่ง เฟิ่งอินก็ชวนข้ากับอาจารย์พูดคุยด้วยความอัธยาศัยดีของเขา... ตรงลานหน้าวังนั้นเฟิ่งอินเล่าว่าปกติจะเอาไว้ฝึกทหาร แต่ยามนี้ถูกเปลี่ยนเป็นโต๊ะมากมาย ให้เหล่าแพทย์ที่มาในวันนี้ปรุงยา

เอ่อ... คาดว่าประมาณอาทิตย์หนึ่งได้

เฟิ่งอินดูตกใจ ท่านเพิ่งเป็นศิษย์หรอกหรือ ท่านพบท่านเทพเยียวยาได้อย่างไร... ข้าได้ยินมาว่าท่านหาตัวจับยากมาก หากใครต้องการรักษาต้องมีความมานะที่แท้จริง

แท้จริงแล้วเทพเยียวยาหิมะหงส์ จะเป็นฝ่ายเดินทางไปรักษาด้วยตัวเอง เนื่องจากไม่เคยมีใครพบเห็นหน้าตาเท่าไหร่นัก เทพเยียวยาที่พวกเขาต่างตามหา แท้จริงแล้วกลับเดินสวนกันตามถนนอยู่ทุกวี่ทุกวัน

ตอนนั้นข้าบาดเจ็บ รู้สึกตัวอีกทีก็พบตัวเองถูกช่วยเหลือโดยอาจารย์แล้ว

จักพรรดิเสด็จแล้ว คุกเข่า!!!!” เหล่าทหารตะโกนกู่ก้องเป็นเสียงเดียวกัน ชาวบ้านที่มาล้อมดูมีบ้างที่เป็นลมไปเพราะทนพลังที่แผ่พุ่งออกมาไม่ไหว

แต่เมื่อเทียบกับกองทหารของภพสวรรค์แล้วดูยังห่างไกลนัก

ผ่านมาไม่ทันไรข้าก็หวนนึกถึงไรเซลอีกแล้ว...

เหล่าแพทย์ทุกท่าน ขอบคุณมากที่มาร่วมงานในครั้งนี้ อย่างที่เราเคยประกาศไปแล้ว...หากผู้ใดทำให้เราหายจากโรคนี้ได้ จะขอสิ่งใดกับเราก็ได้ทั้งนั้น ใบหน้าที่ถูกปิดบังจึงทำให้มองไม่เห็นใบหน้าของจักพรรดิ แต่ว่ามือที่พ้นชายเสื้อออกมานั้นกลับเป็นสีม่วงเข้ม

ตึง ตึง ตึง ตึงงง!!!

เสียงลั่นกลอนอันเป็นสัญญาณให้เริ่มได้ดังขึ้น ทันทีกับเสียงนั้นไฟสีต่างๆ ก็แข่งกันอวดโฉม บ้างก็หมุนวนไปรอบหม้อยา บ้างก็พวยพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า

ดูนั่นสิ

ว้าวว! พี่ชายท่านดูตรงนั้น

ไฟสีฟ้าสดใสสั่นไหวเป็นระลอกๆ ราวกับหยอกล้อ กลุ่มไฟหมุนวนไปรอบๆ ผู้ปรุงยาและพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นระยะ นิ้วที่เรียวยาวหยิบจับสมุนไพรส่งลงในหม้อ บุคลิคลักษณะยามที่ปรุงยาราวกับจิตรกรที่กำลังเสกสรรผลงาน คงเป็นผู้ใดไม่ได้อีกนอกจาก...

ท่านเทพเยียวยา!”

เทพเยียวยาหิมะหงส์กำลังปรุงยา!”

เสียงเซ่งแซ่ของผู้คนดังขึ้นโดยรอบ ข้ามองการปรุงยาของอาจารย์ดูที่เก้าอี้ด้านหลังกับเฟิ่งอิน เมื่อคืนอาจารย์กล่าวว่าเตรียมสมุนไพรที่ดีที่สุดของเขาแล้ว หากจักรพรรดิยังไม่หายอีกก็คงไม่มีหวังเป็นอื่น นอกเสียจากเซียนวิเศษท่านใดจะลงมา

เทพสวรรค์คงไม่นับว่าเป็นเซียนวิเศษกระมั้ง...?

เวลาผ่านไปได้พักใหญ่ เริ่มมีแพทย์บางส่วนทยอยนำยาให้จักรพรรดิทานแล้ว แต่ผลที่ได้กลับยังไม่มีผู้ใดทำสำเร็จ... จนกระทั่ง

เทพเยียวยากำลังเดินไปหาจักรพรรดิแล้ว!” เสียงชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนทำให้เกิดเสียงดังเป็นระลอกคลื่น

นาเรมถ้าพลาดเข้าวังหลวงครานี้ สิ่งที่เจ้าตามหาอาจจะหลุดลอยไปอาจารย์หันมากล่าวกับข้า ในมือกำลูกกลอนสีน้ำเงินที่มีไอเย็นแผ่กระจาย

ที่แท้ท่านนอกจากแพทย์แล้วยังเป็นนักทำนายด้วยข้ายิ้มบางๆ ให้อาจารย์ แต่กลับไม่มีเสียงตอบจากเขา... อาจารย์หรือที่แท้ท่านเป็นนักทำนายจริงด้วย  

อาจารย์เดินห่างไกลออกไปยังที่จักพรรดิ เฟิ่งอินก็ชวนข้าคุยอย่างกระตือรือร้อน ท่านว่าท่านเทพเยียวยาจะสามารถรักษาได้หรือไม่? สำหรับข้าแล้วเขาย่อมรักษาได้แน่นอน!”

ข้าทำเพียงแค่ยิ้มตอบเฟิ่งอิน สายตาจับจ้องไปที่อาจารย์กำลังมอบลูกกลอนให้จักรพรรดิ จากนั้นเขาก็หยิบยากลืนลงคอไป... ในลานหน้าวังหลวงกลายเป็นเงียบกริบในพริบตา ทุกคนต่างรอฟังผลกันอย่างตื่นเต้น

ไม่สำเร็จอาจารย์กล่าวสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับมา

เหล่าผู้คนต่างอยู่ในอาการตกตะลึง เทพเยียวยาที่พวกเขาเชื่อมั่นว่ารักษาได้ทุกโรคกลับรักษาโรคที่น่ากลัวไม่ได้ พวกเขาต่างจินตการไปถึงหากถึงคราวตัวเองเล่า...? หากมันเป็นโรคระบาดเล่า...?

แม้กระทั่งจักพรรดิและเหล่าทหารก็ตกอยู่ในความสิ้นหวัง เทพเยียวยาหิมะหงส์นับเป็นฟางเส้นสุดท้ายของพวกเขาแล้วจริงๆ

มีผู้ใดจะส่งยาอีกหรือไม่แม้ในใจคาดเดาว่าล้มเหลวเพียงใดแต่นายทหารก็ยังคงถามไถ่ต่อไป

บอกข้ามา ร่างกายที่กระดูกแตกทั่วร่างเพราะตกลงมาจากเขาสูงชัน เลือดไหลจนแทบหมดตัว ดวงตาที่สมควรมืดบอดไป... เจ้ามีชีวิตรอดมาซ้ำยังหายดีภายในเวลาห้าวัน เจ้าทำได้อย่างไร เทพเยียวยาที่ผิดหวังจากการรักษาจักรพรรดิพุ่งลงมาหาลูกศิษย์ที่ข้างสนาม

อาจารย์ข้าไม่ทราบข้าพยายามสบตาอาจารย์ที่มองมาด้วยความสงสัย ที่แท้อาจารย์คาดหวังว่าตัวข้าจะมียาวิเศษที่ทำให้รอดตายมาได้ราวปฎิหาริย์

ยาวิเศษที่ว่าก็เพราะตัวข้าเป็นเทพสวรรค์ เรื่องพรรณนี้จะสามารถอธิบายได้อย่างไรกัน...?

ข้าอดถอนหายใจไม่ได้ ผู้ใดให้อาจารย์ที่ช่วยเหลือจดจ้องราวกับต้องการให้ทะลุถึงเพียงนี้เล่า อาจารย์ข้าบอกท่านไม่ได้ แต่ข้าจะลองดู

กลับไปได้คงต้องไปขอบคุณคุลอาลซักหน่อย ที่เคี่ยวเข็ญให้ข้ารอบรู้ทุกอย่างทุกภพทุกโลกไปเสียหมด ถึงแม้ว่าจะยังไม่เคยลองทำลูกกลอนมาก่อนก็ตาม... ข้าหลับตาลง สัมผัสถึงพลังเทพข้างในตัว...ดึงพลังเทพออกมา...บีบอัดรวมกัน

ผ่านไปซักพักพอสัมผัสถึงวัตถุได้ข้าก็แบมือดู ปรากฎเป็นลูกกลอนสีใสกลิ้งอยู่ เหมือนลูกกลอนที่ไรเซลเคยทำมิมีผิดเพี้ยน... ในเมื่อพลังเทพนี้เป็นเขาที่มอบให้ ลูกกลอนจะกลายเป็นอีกอย่างได้อย่างไร

ข้าส่งมันใส่มืออาจารย์ การที่ให้ข้าถอยหมวกฟางเผยโฉมหน้าที่ถูกกล่าวว่าเหนือมนุษย์อีก นับว่าเป็นทางเลือกที่ตกลงไปสู่ความวุ่นวายโดยแท้

หลงตัวเองแล้ว กลับกันข้าหรือเปล่าที่ควรคำนับเจ้าเป็นอาจารย์อาจารย์พูดทั้งรอยยิ้ม ดวงตาของเขาเป็นประกายระยิบเมื่อยกลูกกลอนก้มมองใกล้ๆ  ก่อนจะตะโกนออกมา เดี๋ยวก่อน! ข้าขอลองอีกหนกล่าวจบเขาก็เดินขึ้นไปหาจักพรรดิอย่างองอาจ ทุกย่างก้าวตกเป็นเป้าสายตา... ก่อนจะก้มลงถวายลูกกลอนขึ้น

ขุนนางชั้นสูงรับลูกกลอนต่อไปอีกทอด ก่อนส่งให้จักรพรรดิ... ราวกับปลาที่ติดอวนพวกเขาต่างจดจ้องค้นหากับฟางเส้นสุดท้าย หลังจากที่ลูกกลอนถูกกลืนลงไปเสียงอุทานก็ดังขึ้นจากขุนนางรอบๆ

หายไปแล้ว! พิษสีม่วงมันหายไปแล้ว!”

ยานั่นมันได้ผล เทพเยียวยาหิมะหงส์ทำสำเร็จ!”

ลูกกลอนพลังเทพจากเทพสวรรค์เชียวนะ พิษนั้นนับเป็นอย่างไรได้

จักรพรรดิลุกขึ้นยืนกระทันหัน ฉีกผ้าที่ปกปิดใบหน้าออกก่อนประกาศก้อง เทพเยียวยาหิมะหงส์รับราชโองการ!”

อาจารย์กวักมือ เห็นดังนั้นข้ากับเฟิ่งอินจึงรีบขึ้นไป คนข้างบนก็เหมือนจะหยุดรอเรา จนกระทั่งข้านั่งลงคุกเข่าข้างๆ อาจารย์

แต่งตั้งยศขุนนางระดับสี่ให้แก่เทพเยียวยาหิมะหงส์ประจำการเป็นแพทย์ใหญ่ประจำวังหลวง มีที่ดินในวังหลวงแห่งนี้ ไม่ว่าเงินหรือสัตว์วิเศษต่างเรียกหาได้ รวมถึงลูกศิษย์ก็จะได้รับยศขุนนางระดับสี่เช่นกันสิ้นคำจักพรรดิ ขุนนางที่เป็นโฆษกก็ประกาศอีกรอบ

หิมะหงส์รับราชโองการ อาจารย์ส่งสายตามาทางข้า

นาเรมรับราชโองการ

 

ดี ตั้งแต่พรุ่งนี้พวกเจ้าก็เข้าวังหลวงเลย” 






◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆

 

-        ขอโทษจริงๆ ค่ะ ที่เราหายไปนานมากเลย ล่าสุดที่เราบอกคือเราสอบติดสาขาที่เราอยากเรียนแล้ว ไม่คาดคิดจริงๆค่ะว่า สาขาที่อยากเรียนจะเรียนได้โหดจนไม่มีเวลาเขียนนิยายขนาดนี้  แต่โชคดีจริงๆที่มีวันหยุด(เราก็รีบปั่นเลย)

-        ตอนนี้เริ่มเข้าช่วงฝึกปฎิบัติแล้วค่ะ คิดว่าเราคงมีเวลาอู้มากขึ้น55 ยังไงก็จะพยายามมาอัพให้ไวนะคะ! <3 ไม่กี่ตอนก็จบแล้วค่ะ อย่าเพิ่งทิ้งกันน้า

-        ซียูวเน็กซ์แช้ปเตอร์จ้า 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #405 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 18:52
    อันนี้เป็นช่วงเดียวกับจิ้งจอกเซเลปกับสามีน้อยของเขาหรือป่าวคะ แต่นี้ว่าน่าจะไม่ใช่แหละ รอไรเซลมาตามหาน้องอยู่น้าาาา
    #405
    0
  2. #378 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 23:54
    ง่าา อยากกลับไปอ่านจินกับเสี่ยวผาน
    #378
    0
  3. #350 ตีฟอง (@Puttinat_) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 17:28
    ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าแต่ตอนนี้เขียนดีมาก สำนวนการเขียนดีกว่าๆตอนก่อนๆ
    #350
    0
  4. #344 HygeiaCruz (@NukNikNyx) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 13:32
    ว้าว คิดถึงจังเลย
    #344
    0
  5. #342 Paperheart96 (@Paperheart96) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 15:58
    หูย เทพเยียว ไม่คิดว่าจะได้พบกันอีกครั้งนะเจ้าคะ
    #342
    1
    • #342-1 Paperheart96 (@Paperheart96) (จากตอนที่ 17)
      2 มิถุนายน 2560 / 15:59
      เทพเยียวยาสิ ฮื้อออ TT
      #342-1
  6. #261 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 08:26
    ภพนี้คือภพที่จินอยู่ใช่มั้ยคะ
    และท่านเทพที่ว่านี่ก็เป็รเทพที่เสี่ยวผานอยากจะเป็นศิษย์ งั้นศิษย์เพียงคนเดียวที่เขากล่าวถึงก็คือนาเรมสินะคะ

    แต่ดีจังที่นาเรมไม่เป็นอะไร แม้ว่าในภพนี้จะค่อนข้างหาทางกลับยากก็เหอะ

    แล้วก็ดีที่สองตอนมานี้ไม่ใช่ไรเซลที่เป็นคนบรรยาย ไม่อย่างนั้นคงต้องเศร้ามากแน่ๆ
    #261
    0
  7. #236 iiวมlwรน้oe (@vampirebaby) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 11:35
    อ่านตอนนี้แล้วคิดถึงจินเลยอ่ะ ;-; 
    #236
    0
  8. #235 iiวมlwรน้oe (@vampirebaby) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 11:35
    อ่านตอนนี้แล้วคิดถึงจินเลยอ่ะ ;-; 
    #235
    0
  9. #220 GMB (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:07
    อ๊ากกกกกก คิดถึงจิน อุ้ย ผิดเรื่องโทษๆก็บรรยากาศชวรคิดถึง 555

    #220
    0
  10. #126 โยชิโนะ (@hellzen) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 20:56
    มาอัพเร็วๆน่ะครับตอนนี้ผมเมือจะขาดใจถ้าไม่ได้อ่นเรื่องนี้TwT///นี้จากใจใจผมจริง
    #126
    0
  11. #125 Undergrond (@blove237) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 19:31
    เฮ้ๆ ทำไมเห็นลางวุ่นวายนะ
    #125
    0
  12. #113 ลี ฮายอน (@mejik) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 23:32
    ดีนะที่ยังไม่ตายT[]T
    #113
    0
  13. #112 A.Iliad (@minerva_18) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 18:43
    ดีใจที่นาเรมไม่ได้หายไปกลับองค์ชายหก นาเรมปลอดภัยดี 
    ดีใจด้วยนะคะไรท์ที่สอบติด
    #112
    0
  14. วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 15:14
    เย้ มาแล้ว
    #111
    0
  15. #110 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 14:10

    เราจะไม่ทิ้งเธอได้โปรดมาอัพต่อเถิด

    #110
    0
  16. #108 MadCat (@rambo-nat) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 11:25
    ชอบตอนนี้อะ! สู้ๆ ค่า
    #108
    0
  17. #106 fFfFrailty_zZ (@-christin-) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 03:53
    แล้วเจอกันค่ะ. ตามอ่านมาครั้งแรก ไม่ได้เม้นเลย. ขอเปิดเผยตัวครั้งนี้ล่ะค่ะ. 
    ขอบคุณที่แต่งนิยายให้อ่านค่ะ
    #106
    0