เมื่อคีตาแห่งเทพสวรรค์เริ่มบรรเลง◆BL,YAOI (END)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 36,486 Views

  • 424 Comments

  • 2,880 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    96

    Overall
    36,486

ตอนที่ 18 : บทที่ 16 เสียงบรรเลงที่ดังจากอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    8 ก.ย. 58



ความเดิมตอนที่แล้ว

จักรพรรดิลุกขึ้นยืนกระทันหัน ฉีกผ้าที่ปกปิดใบหน้าออกก่อนประกาศก้อง “เทพเยียวยาหิมะหงส์รับราชโองการ!”

แต่งตั้งยศขุนนางระดับสี่ให้แก่เทพเยียวยาหิมะหงส์ประจำการเป็นแพทย์ใหญ่ประจำวังหลวง มีที่ดินในวังหลวงแห่งนี้ ไม่ว่าเงินหรือสัตว์วิเศษต่างเรียกหาได้ รวมถึงลูกศิษย์ก็จะได้รับยศขุนนางระดับสี่เช่นกัน” สิ้นคำจักพรรดิ ขุนนางที่เป็นโฆษกก็ประกาศอีกรอบ

หิมะหงส์รับราชโองการ” อาจารย์ส่งสายตามาทางข้า

นาเรมรับราชโองการ

 

ดี ตั้งแต่พรุ่งนี้พวกเจ้าก็เข้าวังหลวงเลย” 

 







 


บทที่ 16

เสียงบรรเลงที่ดังจากอดีต

 


            ท่านนาเรม!” เสียงตะโกนจากเฟิ่งอินแม่ทัพวังหลวงขั้นที่สี่ ซึ่งกลายมาเป็นสหายสนิทของข้าในภพนี้  เราสบตากันราวกับนัดแนะ จากนั้นข้าจึงกระโจนหลบบางอย่างไปด้านข้าง

            ปักษาพยัคฆ์จงมา! กระบวนท่าล้อเมฆาแม่ทัพผู้ห้าวหาญตะโกน ยกกระบี่ขึ้นตั้งรับกรงเล็บของนกขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง... บนศรีษะของเขามีปักษาที่ส่วนหัวดุดันคล้ายพยัคฆ์ กำลังจู่โจมลงมาจากเบื้องบน

            นกน้ำสีรุ้งกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เลือดสีฟ้าไหลชโลมกายจนทั่ว... เฟิ่งอินแตะเท้าเข้าใกล้ตัวสัตว์วิเศษยักษ์ด้วยความรวดเร็ว

            กรรรรรรรรรรรรร!!

          เหมือนเหยื่อผู้ถูกกระทำไม่ยินยอมโดนง่าย มันสะบัดตัวหลุดจากปักษาพยัคฆ์ พ่นละอองพิษสีเขียวจู่โจมทำให้เฟิ่งอินต้องเว้นระยะห่างออกมา... จากนั้นมันจึงฉวยโอกาสหนีออกจากวงล้อม

            เจ้ารับสิ่งนี้แล้วไปจัดการเถิดอาจารย์ของข้าผู้ถูกขนานนามว่า เทพเยียวยาหิมะหงส์กล่าว ก่อนจะส่งบรรจุภัณฑ์ที่มีสีใสราวกับขวดแก้วมา

            ข้าเองเฟิ่งอินข้าสะกิดปลายเท้าลงกับพื้น ร่างกายพุ่งไปด้านหน้าราวกับไร้น้ำหนัก...เพียงชั่วพริบตากลับปรากฎกลายอยู่ด้านนกน้ำสีรุ้ง

            ทวนสีดำสนิทที่หยิบยืมมาจากเฟิ่งอินสะท้อนอยู่ในมือ ทวนเล่มนี้เดิมทีเป็นของสำคัญประจำแคว้นไตรนภา ถึงกับมีเรื่องราวเป็นของมันเอง...เฟิ่งอินเล่าให้ข้าฟังว่า เดิมทีทวนเล่มนี้ในตำนานไม่ใช่สีดำ จนกระทั่งเจ้าของคนเก่าที่มันรักใคร่ได้จากไป...จากนั้นตัวมันจึงผนึกตัวเองกลายเป็นสีดำเช่นนี้

            ถึงกระนั้นทวนเล่มนี้ยังคงคงไว้ซึ่งความคมกริบของเหล็กชั้นดี

            ข้าขออภัยด้วยกล่าวกับสัตว์วิเศษตรงหน้าจบข้าก็สะบั้นทวนในมือเข้าใส่ ด้านคมตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงดังลั่น เชือดเฉือนผ่านหนังหนาตัดผ่านเรียบตรงอย่างบรรจง

            นกน้ำสีรุ้งร้องเป็นครั้งท้ายก่อนล้มลง ร่างกายตัดผ่านเป็นสองซีกอย่างสวยงาม!

            แปะ แปะ แปะ แปะๆๆ

          ยอดไปเลย! ข้าเกิดมาจนบัดนี้ไม่เคยพบเจอผู้ใดมีฝีมือเท่าท่านมาก่อนเฟิ่งอินปรบมือ เขามองข้าด้วยประกายตาความโลภ

            แท้จริงแล้วที่มาของการที่เฟิ่งอินเริ่มเรียกข้าว่า ท่านก็มาจากเรื่องนี้

            หลังจากข้ากับอาจารย์ได้รับราชโองการเข้าวังแล้ว เราก็เก็บข้าวของย้ายเข้าตำหนักอันใหญ่โตของแพทย์ประจำวังหลวงหนึ่งเดียวทันที วันๆ หนึ่งนอกจากการปรุงยาแล้วก็ไม่ได้ทำสิ่งใดอีก จนกระทั่งเฟิ่งอินแวะเวียนมาสนทนาด้วยบ่อยครั้ง...ข้าจึงมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมการฝึกทหารของเขา

            เฟิ่งอินชักชวนให้ข้าลองฝึกอาวุธ ข้าบอกปัดเขาว่าตัวข้าพอจะต่อสู้เป็นอยู่แล้ว... กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายคะยั้นคะยอให้ข้าลองประมือกับเหล่าทหารดู หลังจากโดนเขารบเร้ามากๆ เข้า ข้าก็ตกลงตั้งใจว่าจะสู้เพียงคนเดียวพอ

            คาดไม่ถึงเพียงแค่สะบัดมือกระบี่เดี่ยว ทหารที่ต่อสู้ด้วยกลับกระเด็นไปไกลหลายวา

            เหล่าผู้ฝึกวิชาบู๊ต่างกระหายการต่อสู้กับคนเก่ง จนสุดท้ายพวกเขาก็ล้อมรอบข้าเอ่ยปากขอสู้ด้วยไม่หยุด... วันนั้นทั้งวันข้าจึงหมดไปกับค่ายฝึกทหาร...

            อาจารย์ที่เสร็จกิจจากการปรุงยาเดินผ่านมาทันเห็นเหตุการณ์พอดี จึงเป็นที่มาของการเดินทางล่าวัตถุดิบชั้นเยี่ยมแบบสดๆ ในครานี้

            ท่านนาเรมมีเรื่องบางประการที่ข้าอยากจะถามท่าน

            “เจ้าว่ามาข้าเหลือบสายตามองเฟิ่งอินที่เดินเข้ามาใกล้เล็กน้อย มือยังคงถือขวดแก้วใสจากอาจารย์รองเลือดสีฟ้าจากสัตว์วิเศษตรงหน้า

            ข้าไม่เคยพบเห็นสัตว์วิเศษคู่กายท่าน…” เฟิ่งอินกล่าวอย่างลังเล น้ำเสียงเขาดูเกรงใจ หากไม่ละลาบละล้วงจนเกินไป...

            ยามคนเราพบเจอผู้เก่งกล้าสามารถ ย่อมอยากรู้ถึงสัตว์วิเศษประจำกายเช่นกัน เรื่องนี้จะโทษเขาก็ไม่ถูก มนุษย์ย่อมมีความอยากรู้อยากเห็น ในหัวของเฟิ่งอิงคงคาดเดาถึงสัตว์วิเศษหายากระดับสูงไปต่างๆนาๆ

            สัตว์วิเศษข้าเป็นนกธรรมดา ตอนนี้ส่งมันไปทำธุระที่อื่นข้าส่งยิ้มให้เฟิ่งอิง สีหน้าเขาดูผิดหวังอย่างรุนแรง... อาจารย์ที่เดินมาสมทบแววตาเขาก็มีความเคลือบแคลงสงสัยเช่นกัน

            ข้าเป็นเทพสวรรค์จะไปมีสัตว์วิเศษได้เยี่ยงไร...  

            เห็นสีหน้าผิดหวังของของเฟิ่งอิงแล้ว คราหลังกลับภพสวรรค์ได้เมื่อไหร่ข้าจะจับสัตว์ของภพสวรรค์ลงมาแอบอ้างให้เขาตื่นเต้นไป... แต่ทว่าอยู่วังหลวงได้หลายสัปดาห์แล้วกลับไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับของวิเศษแปลกประหลาดแต่อย่างใด

            เทพลิขิต... ตัวข้าไปทำสิ่งใดขัดใจท่านกันแน่ข้ามองฟ้า อดตัดพ้อต่อโชคชะตาที่ถูกลิขิตไว้มิได้

            ท่านพูดกับใครหรือเฟิ่งอินที่รับขวดใสจากข้าไปเก็บเอ่ยถามอย่างสงสัย

            ข้ายิ้มเจื่อนๆ ไม่มี ข้าเพียงแค่บ่นกับตัวเองเท่านั้น

            “พวกท่านสองคนศิษย์ อาจารย์ นับว่าต่างแปลกประหลาดกันโดยแท้...

            “หากเจ้ายังอยากมาเหยียบตำหนักแพทย์อีก สงบคำของเจ้าแล้วขึ้นหลังสัตว์วิเศษเจ้าไปซะ ข้ายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกในวันนี้อาจารย์ตัดคำพูดของเฟิ่งอินอย่างรำคาญ อีกฝ่ายที่โดนตัดรอนอย่างเจ็บช้ำน้ำใจก็ได้ยิ้มแห้งๆ ก่อนช่วยขนของขึ้นไปยังปักษาพยัคฆ์ของเขา

            เพื่อให้ไม่สะดุดตามากนัก การโดยสารมาด้วยปักษาพยัคฆ์ที่บินเข้าออกจากวังหลวงเป็นประจำดูจะง่ายดายกว่า... หลังจากผู้โดยสารพร้อมกันแล้ว นกยักษ์ที่หน้าตาดุร้ายก็กระพือปีกขนาดใหญ่ ส่งตัวเองลอยขึ้นฟ้าด้วยความรวดเร็ว

            ข้าหลับตาลง ตั้งใจว่าจะงีบในอากาศที่เย็นสบายเล็กน้อย...

 


             

            ไม่ถึงชั่วยามปักษายักษ์ก็ร่อนลงยังด้านหน้าวังหลวง ดูเหมือนจักรพรรดิจะฝากเฟิ่งอินมาเรียกอาจารย์ตั้งแต่ยามเช้า รอจนใกล้พลบค่ำแล้วเขากับเพิ่งบอกกล่าวออกมา คาดเดาได้เลยว่าจักรพรรดิต้องการที่จะพบเป็นการส่วนตัว...และไม่ต้องการให้ผู้ใดล่วงรู้

            อาจารย์กับเฟิ่งอินเดินแยกไปอีกทาง ตัวข้าที่ทั้งไม่อยากเข้าเฝ้าจักรพรรดิ...อีกทั้งยังไม่อยากกลับตำหนัก จึงเดินเล่นเรื่อยเปื่อยไปหยุดลงในสวนดอกไม้แปลกประหลาด...บรรดาดอกไม้ต่างเรืองแสงอวดโฉมความงดงามของตัวเอง

            คู่กับดอกไม้ย่อมมีหญิงงาม หญิงสาวหน้าตาสละสลวยหลายคนเดินทอดน่องอยู่ในสวนแห่งนี้ เฟิ่งอินเคยกล่าวไว้ว่าจักรพรรดิเป็นบุคคลที่โชคดีมาก เขาถึงได้มีหญิงงามจากอีกสามแคว้นไว้ในครอบครอง

            ข้าขยับหมวกฟางปกปิดใบหน้าให้มิดชิดยิ่งขึ้น หญิงสาวคนหนึ่งในสวนดอกไม้ทักทายข้าอย่างกระตือรือร้น ดูเหมือนนางจะสนใจศาสตร์แห่งการแพทย์ยิ่ง... ข้าจึงเล่าสิ่งที่ข้าพอรู้เกี่ยวกับการแพทย์ในภพนี้กับนาง ถึงอย่างไหร่ดูเหมือนความรู้เท่าละอองหญ้าของข้ายังนับเป็นความรู้ของแพทย์ชั้นสูงอยู่ดี

            จนกระทั่งเวลาพลบค่ำ รอจนสวนดอกไม้ไร้ผู้คนต่างฝ่ายต่างเพิ่งรู้ตัว ข้าเอ่ยปากบอกลานาง หากช้ากว่านี้เกรงว่าอาจารย์จะเป็นห่วงข้าแล้ว อีกอย่างหากนางสนมคนอื่นนำไปฟ้องจักรพรรดินางจะไม่แย่เอาหรือ?

ข้าได้แต่ภาวนาให้นาง ก้มลงเด็ดดอกไม้ที่เป็นวัตถุดิบเตรียมกลับไปเป็นสิ่งของไถ่โทษอาจารย์

พั่บบ พั่บบบ   

ทันใดนั้นเท้าของข้าที่ก้าวเดินพลันชะงักวูบ เลือดในกายเย็บเฉียบ...ดวงตาเบิกกว้าง...

เหตุใด... เหตุใดจึงมีเสียงกระพือปีกของเทพสวรรค์อยู่ในที่แห่งนี้!?

โดยไม่รอช้าข้ารีบวิ่งตามทิศของเสียงไปทันที จุดสีขาวบนท้องฟ้านั้นมุ่งตรงไปยังวังหลวง ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายคงไม่คาดคิดว่าจะมีเทพสวรรค์อยู่ในภพนี้เช่นกัน จึงกระพือปีกอย่างสำราญ... เทพสวรรค์แท้จริงแล้วสามารถบินโดยไม่ให้เกิดเสียงได้ เพียงแต่พลังเทพต้องสูงถึงระดับที่แผ่รางๆ ออกมาภายนอกได้

เทพสวรรค์อีกฝ่ายไปหยุดยังตำหนักอันโออ่าแห่งหนึ่ง...บินตรงเข้าไปทางหน้าต่างหลบเลี่ยงเวรยามและประตูหน้าอย่างจงใจ ข้าหลบเวรยามรอบๆ สะกิดปลายเท้าส่งตัวเองขึ้นไปยืนบนกระเบื้องหลังคาที่ยื่นออกมาจากชั้นหนึ่ง

ซึ่งตรงกับตำแหน่งห้องที่อีกฝ่ายเข้าไปพอดี

....พบแล้วเสียงเล็ดลอดออกมาทางหน้าต่างอย่างแผ่วเบา ข้าขยับตัวหูแนบชิดติดกำแพงมากขึ้น นับว่ายังเคาระห์ดีที่การสร้างบ้านเรือนของผู้คนในภพนี้ต่างเน้นความสวยงาม

คนที่ข้าส่งไปนับพันคน เหลือรอดกลับมาแค่ร้อยแต่พวกเขาก็ทำสำเร็จ เบิกทางเข้าสู่ป่ามนตราได้เรียบร้อย

จักรพรรดิ! นี่เป็นเสียงจักรพรรดิอย่างไม่ผิดเพี้ยน เช่นนั้นตำหนักอันโออ่านี้คงเป็นตำหนักของจักรพรรดิไม่ผิดแล้ว เพียงแต่อีกฝ่ายกลับรู้จักเทพสวรรค์ได้อย่างไร

เช่นนั้นก็ดีแล้ว... ครานี้ข้านำยาที่เจ้าร้องขอมาด้วยเสียงตบพัดเป็นจังหวะเข้ากับมือดังขึ้น

ขอบคุณท่านเซียนมาก เพียงแต่เทพเยียวยาหิมะหงส์ของแคว้นเราได้แสดงยอดวิชารักษาข้าจนหายดีแล้วน้ำเสียงของจักพรรดิแสดงถึงความภูมิใจไม่น้อย

งั้นหรือว่าแต่คนของเจ้ารายงานมาว่าอย่างไรบ้าง

พวกเขาบอกว่าพบคนผู้หนึ่ง คล้ายไม่มีชีวิตแต่กลับมีชีวิต หลับใหลอยู่ในก้นสระน้ำที่ใสจนมองไปถึงด้านล่าง... คนผู้นั้นมีผมสีดำสนิท หูยาวเรียวราวกับเหล่าสัตว์ภูติ เพียงแต่สระน้ำนั้นเมื่อเอื้อมมือลงไปกลับมีสิ่งที่มองไม่เห็นขวางกั้น

มีเสียงบุคคลภายในห้องหัวเราะเบาๆ อย่างชั่วร้าย ยอดเยี่ยม! นั่นละคือ ลูเฟอร์ เอ ราล์ฟาซาตที่หก ผู้นำปีศาจที่เก่งที่สุดของภพปีศาจ!”

จักรพรรดิตอบกลับอย่างขาดเขลา “…คนผู้นี้จะช่วยให้แคว้นข้าครอบครองแคว้นทั้งหมดได้จริงหรือ

เสียบสบถดังขึ้นอย่างไม่พอใจ ผู้นำปีศาจผู้นี้เก่งกล้ามาก... มากเสียจนผู้ใดก็สังหารเขาไม่ได้ เมื่อราวแปดร้อยอีกก่อน ศัตรูของเขาก็ทำได้เพียงผนึกไว้ใต้สระน้ำ

หากศัตรูคนนั้นที่ท่านว่าทราบข่าวอีกเล่า

เจ้าวางใจเถอะ อย่าได้ถามมากความนักน้ำเสียงคู่สนทนาเริ่มบ่งบอกถึงความไม่พอใจ

ขะ...ข้าเข้าใจแล้ว แล้วเราจะช่วยผู้นำปีศาจที่ว่านี่อย่างไรเล่า...

หึ... ยามเมื่อจันทราถูกบดบังอีกครา และอีกหนึ่งสิ่งบัดนี้ข้าได้...จู่ๆ เสียงสนทนาก็หยุดเงียบไปอย่างผิดปกติ

ข้าเฉลียวใจบางอย่าง จึงสะกิดเท้ารีบส่งตัวเองลงจากหลังคา กลืนหายลึกลับไปกับสวนดอกไม้ต้นไม้รอบๆ ตำหนัก สายตามองไปยังหน้าตาด้านบน...ปรากฎคนผู้หนึ่งโผล่หน้าออกมา

ข้าเบิกตากว้าง หัวใจเต้นถี่รัว เหงื่อที่ฝ่ามือชุ่มชื้นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว... ใบหน้านั่น...ใบหน้าที่ข้าไม่เคยลืม บุคคลผู้นั้นกวาดตามองออกมารอบๆ จากทางหน้าต่าง มือขยับพัดสีดำโบกไปมาอย่างใช้ความคิด...จนกระทั่งหันตัวกลับหลังไป... ปีกสีขาวบริสุทธิ์ของเทพสวรรค์ อีกทั้งยังมีถึงสองคู่!

ข้าจะลืมได้อย่างไร กบฏผู้ชั่วร้าย...องค์ชายหกนาล์ฟเฟ!!

เขามาทำสิ่งใดในห้องของจักรพรรดิแห่งภพมนตรากัน?

อย่างไรคงไม่นับว่าเป็นเรื่องดีงาม... หรือพวกเขาคิดจะคืนชีพอดีตผู้นำปีศาจจริงๆ

ดูเหมือนครุ่นคิดไปก็เปล่าประโยชน์ องค์ชายหกทำสิ่งทั้งหลายนี้ด้วยเหตุใดข้าขบคิดก็ยังไม่ทราบ ดูท่าว่าการแอบฟังในคืนนี้คงได้แค่นี้แล้ว อีกฝ่ายระมัดระวังตัวมากกว่าเดิม องค์ชายหกยังไม่ทราบถึงตัวตนข้า...ไม่ช้านานคงได้มีโอกาสอีก

ข้าค่อยๆ ถอยหลังออกมาจากตำหนักอย่างเงียบกริบ จนกระทั่งทิ้งระยะห่างได้พอสมควรจึงกางปีก บินยามวิกาลที่ไม่มีผู้คนพบเห็นกลับไปยังตำหนักแพทย์

เปิดหน้าต่างห้องตัวเองเข้าไป คาดไม่ถึงเท้ายังไม่ทันแตะพื้นห้อง โคมไฟกลับสว่างขึ้นมา

ข้าคาดคิดไม่ผิดว่าเจ้าต้องไม่ใช่มนุษย์อาจารย์เดินออกมาจากมุมอับสายตาของห้อง

ท่านสมควรเปลี่ยนอาชีพเป็นนักทำนายจริงๆ” 

ข้าส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เก็บปีกสีขาวที่กระพืออยู่ด้านหลัง ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญอาจารย์นั่งลง

เจ้าเป็นสัตว์วิเศษระดับสูงชนิดใดแปลงกายมา ข้าถึงกับนิ่งค้างไปชั่วครู่กับคำถาม

อาจารย์ข้าไม่ใช่สัตว์วิเศษใดๆทั้งนั้น ข้ามาจากภพอื่น...เกิดเหตุไม่คาดคิดนิดหน่อยจึงทำให้มาติดอยู่ที่นี่ข้าอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้

งั้นเจ้าเรียกว่าสิ่งใด

ข้าเป็นเทพสวรรค์ มาจากภพสวรรค์หรือที่ในภพพวกท่านเล่ากันว่าเป็นที่ละสังขารของเซียน

อาจารย์ครุ่นคิดก่อนเอ่ยว่า คราแรกที่พบเจ้าข้าเห็นมีขนนกสีขาวตกอยู่ทั่วก็พลันคิดแล้วว่าคงพบเจออะไรที่คาดไม่ถึงเข้า เพียงแต่เมื่อเห็นเจ้าพูดถึงเทพสวรรค์แล้วดูเหมือนวันนี้จักรพรรดิ...อาจารย์หลับตาลง หวนนึกถึงเรื่องที่พบเจอ จักรพรรดิกำลังคุยกับข้า แต่ยังไม่ทันจบเรื่องราวกลับรีบร้อนไล่ข้าออกมา ได้ยินมาว่าท่านเซียนจะมาพบ

ข้านิ่งอึ้งไปซักพัก ก่อนจะถาม ท่านคงไม่ได้ออกมาจากตำหนักโออ่าที่สุดกระมั้ง...?

อาจารย์ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง แท้จริงแล้วข้าเพิ่งกลับออกมาจากตำหนักนั้นจริงๆ

อาจารย์เซียนผู้นั้นที่ว่าไม่นับเป็นตัวดีอย่างไร แต่เป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าบาดเจ็บสาหัสเยี่ยงนั้นในยามที่ท่านพบเจอเราสบตากัน ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ข้ายังได้ยินจักรพรรดิสั่งคนรับใช้ให้ไปรับใช้ท่านเซียนที่ว่า ยังตำหนักร้างด้านหลังตำหนักแพทย์เราด้วยอาจารย์ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถามข้าแม้แต่น้อย สายตาที่เขามองมาบ่งบอกว่าเขาเชื่อข้าอยู่แล้ว

อาจารย์ข้ามีธุระ...

อีกฝ่ายตัดบทขึ้นมา ข้ารู้จักนิสัยเจ้าดี ถึงแม้จะรู้จักกันเพียงสั้นๆก็ตาม ข้าจะกลับไปนอนแล้ว...เจ้าจะไปแอบฟังยังที่ใดก็ไปเถิด

ขอบคุณท่านข้ายิ้มบางๆให้กับคำล้อเลียนของเขา

หลังจากส่งอาจารย์ออกจากห้องไป ข้าก็กางปีกสีขาวขึ้นมาอีกครั้ง ลอดตัวออกทางหน้าต่าง...แล้วกลืนไปกับความมืดในยามวิกาล...  

ความบังเอิญที่ว่าศัตรูของท่านมาอยู่ใกล้ท่านถึงเพียงนี้ ไม่คาดคิดว่าข้าจะได้พบเจอกับตัวเอง โดนองค์ชายหกที่ว่านั่นเกี่ยวพันถึงสาเหตุการตายในภพที่แล้วไม่พอ เขายังโหดเหี้ยมลอบทำร้ายข้าหลายครั้งหลายคราในภพนี้อีก

ก่อนหน้านี้ข้าเคยโดนลอบทำร้ายระหว่างกลับจากสถานศึกษาคงเป็นเขาไม่ผิดแน่ องค์ชายหกคงทำเพื่อความแน่ใจเช่นที่ว่า ข้าที่หน้ายังคล้ายตอนมนุษย์มากถึงแปดในสิบส่วน คือเทพสวรรค์ที่ไรเซลพามาเลี้ยงจริงๆ พอคุลอาลมาช่วยข้าเขาถึงรามือกลับไปเพราะได้คำตอบแล้ว

ข้าแอบเข้ามาในตำหนักร้างเก่าที่ตอนนี้กลับบูรณะสวยงาม กวาดสายตามองไปรอบๆห้องที่มีแต่โต๊ะ มีโต๊ะตัวใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง

จนกระทั่งมีเสียงคนเดินใกล้เข้ามา กวาดสายตามองไปรอบห้อง...คงได้ซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะเท่านั้น

องค์ชายหก มนุษย์ผู้นั้นมีประโยชน์อันใดอีก น่าจะรีบสังหารทิ้งเสีย

มนุษย์นั่นยังมีประโยชน์อยู่องค์ชายหกนาล์ฟเฟเดินเข้ามาในห้อง ด้านหลังติดตามมาด้วยคนชุดดำอีกสามคน พัดสีดำในมือโบกสไว แล้วกองทหารเป็นอย่างไรบ้าง

ยามนี้ทหารของแคว้นไตรนภาครึ่งนึงเป็นของท่าน นอกจากนี้ยังมีหน่วยพิเศษเข้ามาเพิ่มเติมอีกคนชุดดำกล่าวอย่างเสียงดังฟังชัด

เราเจอลูเฟอร์ อดีตผู้นำปีศาจแล้ว...สถานที่ก็ถูกคนของภพมนตราแก้อาคม จัดการพวกสัตว์วิเศษให้แล้ว... อีกทั้งอีกสองวัน วันที่แสงจันทร์ถูกบดบังก็ใกล้เข้ามาองค์ชายหกยิ้มอย่างวิปลาส โชคชะตาหรือจะสู้ข้าลิขิต

“…แล้วพวกภพสวรรค์

ลูเฟอร์คือปีศาจที่แม้แต่เทพสวรรค์แห่งศิลปกาล แม่ทัพสวรรค์เมื่อแปดร้อยปีก่อนทำได้เพียงแค่สะกดเอาไว้... เมื่อไหร่ที่ผนึกคลายออกภพสวรรค์มันต้องย่อยยับ” 

เสียงโครมของสิ่งของถูกสะบัดขาดดังขึ้น คาดว่าองค์ชายหกคงอดรนไม่ไหวขยับพัดทำลายโต๊ะในห้องทิ้งซักตัว

แล้ววิธีคลายผนึก ท่านต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่

ไม่มีแล้ว... สิ่งของที่คลายผนึกนี้ได้มีเพียงสิ่งเดียว...

ข้าขยับตัว แหวกแนวผ้าที่ปกคลุมโต๊ะเล็กน้อยให้ได้ยินชัดเจนขึ้น...

 


นั่นคือ... เลือดจากหัวใจของผู้ร่ายผนึก

 

 

◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆

 

-        มาอัพซะดึกเลย ขอโทษค่า U-U ความจริงอาทิตย์นี้เราสอบภาคปฏิบัติอยู่ด้วย(ส่วนทฤษฎีสอบทุกศุกร์อยู่แล้ว ฮือ) วันนี้กลับบ้านมาก็รีบมาพิมพ์แล้วนะคะ แต่ก็ยังช้าอยู่ดี

-        ระ... เราก็จะพยายามมารีบอัพให้ไวๆนะคะ! ใกล้จบแล้วอยากรีบอัพให้จบมากเลยที่จริง

-        ยังไงก็อย่าเพิ่งทิ้งนาเรมไว้กลางทางนะคะ55 ซียูว์ตอนถัดไปค่า<3

PS. เราว่าทุกคนคงเดาเนื้อเรื่องออกแล้วล่ะสิตอนนี้ อิvอิ ดูชื่อตอนสิ!




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #406 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 19:01
    เลือดใครอี๊กกกกกกกกกกก ไม่เอาน้องไม่เอาไรเซลแล่วหนาาาา
    #406
    0
  2. #379 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 00:10
    ไรเซลล มาเร็วๆ หน่อย ภพนี้จะแย่แล้ว
    #379
    0
  3. #360 angle-wing (@angle-wing) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 02:19
    สรุปคือนาเรม??
    #360
    0
  4. #345 HygeiaCruz (@NukNikNyx) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 13:38
    เลือดนาเรมแน่ๆเลย
    #345
    0
  5. #321 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 12:31
    เลือดนาเรมหรือวะ!? ยังไง งง
    #321
    0
  6. #275 marklmsg7 (@marklmsg7) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 21:37
    . . . . เลือดใคร !? เอาเลือดเอ็งมาล้างเท้าข้าก่อนได้ไหมองค์ชายหก !!!!
    #275
    0
  7. #262 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 12:58
    เลือดจากหัวใจ? คงไม่ใช่เลือดของนาเรมหรอกใช่ไหม หรือเลือดของไรเซล เพราะหากนาเรมมาจากภพมนุษย์ในสภาพนั่นจริงๆ นาเรมก็ไม่น่าจะเป็นคนผนึกได้ แต่เลือดที่นาร์ฟเฟเอาไปครั้งก่อนนั้นเพื่ออะไรกันเน่ถ้าไม่ใช่เพราะสิ่งนี้
    #262
    0
  8. #233 HALFRoilz (@aiyarina) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 17:33
    อย่าบอกนะว่านาเรมน่ะโดนฆ่าโดนทำร้ายหลายรอบขนาดนี้
    #233
    0
  9. #200 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 15:52
    สนุกตังงงงงง
    #200
    0
  10. #131 A.Iliad (@minerva_18) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 12:40
    ผู้ผนึกคือใคร ไรเซลเหรอแต่เขายังไม่ตายหนิ(ก็คิดว่าคนที่โดนเอาเลือดจากหัวไปก็ต้องตาย) ถ้าปีศาจถูกปลุกขึ้นนาเรมจะจัดการปีศาจได้ใช่มั้ย
    #131
    1
    • #131-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 18)
      12 กันยายน 2558 / 22:00
      เทพสวรรค์ร่างกายของพวกเขาทนทานค่ะ โดนสะกิดเลือดออกจากหัวใจหน่อยก็คงยังไม่ตาย
      (ยังมีของวิเศษที่อาจจะช่วยเอาเลือดได้ง่ายขึ้นด้วยนะคะ<3)

      มีชัดเจนอยู่ไม่กี่คนหรอกค่ะที่เจอองค์ชายหกแล้วเสียเลือด #มีไม่กี่คนเพราะตัวละครน้อย(..)
      #131-1
  11. #130 killer of wind (@clom-dokurou) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 15:06
    ง่าาาาาาา คู่นี้ครองคู่กันยากโคตร เหอๆๆๆ
    #130
    1
    • #130-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 18)
      12 กันยายน 2558 / 21:54
      คีตาของเทพสวรรค์ที่ว่านี่ดูเริ่มจะไม่คล้ายความรื่นเริงขึ้นไปทุกที เริ่มจะคล้ายวิบากกรรมค่ะ5555
      #130-1
  12. #129 ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 23:41
    สารภาพว่าจำไม่ค่อยได้ค่ะ นี่ย้อนกลับไปอ่านใหม่หมดเลย
    ตอนนี้อยากเจอไรเซลมากกกกกกกกก อยากเห็นความโฉด ฮ่าาาาาา
    แต่แบบองค์ชายหกนี่ก็เจ้าคิดเจ้าแค้นเนอะ ภาวนาให้อย่าเพิ่งรู้ตัวนาเรมเลย ไม่งั้นนาเรมจะไม่ปลอดภัยอย่างแรง แต่พอมาอยู่โลกมนุษย์แล้ว ก็เหมือนอีกโลกเลยนะคะ แบบพลิกสุดๆ กับพิภพสวรรค์ล่ะ 
    #129
    1
    • #129-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 18)
      12 กันยายน 2558 / 21:52
      ถึงกับย้อนอ่านเลย ขอบคุณมากค่า<3
      #129-1
  13. #128 Parn Wonganudroj (@parnwonganu) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 08:33
    หายไปไหนมา!
    #128
    0