เมื่อคีตาแห่งเทพสวรรค์เริ่มบรรเลง◆BL,YAOI (END)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 36,602 Views

  • 425 Comments

  • 2,886 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    212

    Overall
    36,602

ตอนที่ 20 : บทที่ 18 ของขวัญจากเทพแห่งโชคชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    17 ก.ย. 58



ความเดิมตอนที่แล้ว

อีกฝ่ายรั้งเอวของข้าเข้าไปกอด...ใบหน้าหล่อเหลาฝังลงตรงบ่า

ความอ่อนโยนที่แผ่ออกมาชวนให้หัวใจอบอุ่น...

            “มาถึงตอนนี้ต่อให้เจ้าจะโกรธหรือเกลียดข้าก็ช่างเถิด...แค่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ก็เพียงพอแล้ว...

 

 

            “ข้าจะเล่าเมื่อเราพบกันครั้งแรกให้ฟัง เรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อราวแปดร้อยปีก่อน...






 

 

 


บทที่ 18

ของขวัญจากเทพแห่งโชคชะตา

 


 

ภพสวรรค์เมื่อแปดร้อยปีก่อน...


แม่ทัพใหญ่สวรรค์ยามเกิด ท้องฟ้าทั่วสวรรค์เป็นสีทองสว่าง... สายฟ้าแห่งสวรรค์ผ่าลงมาหกสิบสาย...เหล่าม้ามังกรสวรรค์ร้องกันระงม ใช้เวลาแค่หนึ่งพันปี ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์และเทพสวรรค์แห่งศิลปการ

ดวงตาสีฟ้าที่ชวนให้ผู้คนลุ่มหลง... เทพสวรรค์องค์นี้ให้ความรู้สึกเหมือนสายน้ำเย็นผู้คนที่เห็นรู้สึกสบายตา ผมสีน้ำตาลอ่อนลู่ไปตามลมดูนิ่มนวลน่าสัมผัสยิ่งนัก

เด็กน้อยผมสีทองสว่างจ้องมองเทพสวรรค์อีกองค์ที่เดินมาขัดจังหวะการวิ่งเล่น

ท่านคงจะเป็นองค์ชายลำดับที่สี่ไรเซลกระมั้ง...?

ใช่

เด็กน้อยคู่สนทนาตอบด้วยใบหน้านิ่งเฉย บรรยากาศรอบตัวสูงส่ง...น่าเกรงขาม แม้ว่าเจ้าตัวจะมีส่วนสูงเพียงแค่ระดับเอวของผู้ใหญ่เท่านั้น

นับจากนี้ข้าจะมาเป็นอาจารย์ของท่านยินดีที่ได้พบกันนะ

ท่านพ่อบอกข้าแล้ว ท่านคือแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์นาเรเอล

ถูกต้องแล้วแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ยิ้มเอ็นดู เด็กน้อยที่อายุไม่ถึงร้อยปีผู้นี้ กลับถูกผู้คนตั้งความหวังมากมาย สองบ่าเล็กๆนั่นไม่ทราบว่าสู้แบกทุกอย่างอยู่เพียงผู้เดียวได้อย่างไร...?

เด็กผู้นี้ไม่ใช่ว่าน่าสงสารมากหรอกหรือ...

เอาล่ะ... ท่านตามข้ามา องค์ชายสี่จะต้องทำตามพิธีก่อนจึงได้ฝากฝังตัวเป็นศิษย์

องค์ชายลำดับที่สี่ไรเซลไม่แม้แต่จะหันหน้าไปมองเพื่อนวิ่งเล่นอย่างอาลัยอาวรณ์เหมือนเด็กคนอื่น เด็กผู้นี้ทำเพียงแค่พยักหน้าแล้วเดินตามไปเท่านั้น

เพียงเท่านี้ก็บอกได้แล้วไม่ใช่หรือว่าเด็กผู้นี้ถูกปลูกฝังมาอย่างไร...?

นาเรเอลมองลูกศิษย์ตัวน้อยที่เดินมาด้วยสายตาสะทกสะท้อนถึงบางอย่าง เขาสาบานกับตัวเองนับตั้งแต่วินาทีที่เห็นแววตาของเด็กนี้ ในเมื่อมีวาสนาได้มาเป็นศิษย์อาจารย์กันแล้ว...จะให้เด็กน้อยผู้นึงเติบโตมาเป็นหุ่นฟางสังหารมิได้เด็ดขาด!

เขาพาอีกฝ่ายมายังตำหนักส่วนตัว ระหว่างทางได้แอบทดสอบด้วยการบินเล็กๆน้อยๆ ว่าที่ศิษย์เพียงคนเดียวกลับฝ่าฝันมาได้ทุกอุปสรรคโดยมิมีท่าทีอ่อนแรงเลยซักนิด

นับจากนี้องค์ชายสี่ต้องพักที่ตำหนักของข้า ยามเช้าร่ำเรียนวิชาการ ยามบ่ายฝึกซ้อมฝีมือ... ร่ำเรียนเช่นนี้สามวันจึงพักหนึ่งวันเปลี่ยนไปเรียนด้านศิลปการแทน

เข้าใจแล้ว

ส่วนพิธีรับศิษย์นั้น...นาเรเอลหยุดคิดซักพัก องค์ชายสี่เพียงให้สัญญากับข้าพอแล้ว

สัญญา...?องค์ชายสี่ขมวดคิ้วมองรอยยิ้มของอีกฝ่าย

ท่านจะเติบโตมาเป็นแม่ทัพสวรรค์ที่ดี ปกป้องภพที่ข้ารักแห่งนี้ให้ปลอดภัย

หึ... ที่แท้อาจารย์คนใหม่ของเขาก็มิได้ต่างไปจากพวกขุนนางที่ตั้งความหวังเลยไม่ใช่หรือ?

ผู้องค์ชายอดคิดเปรียบเทียบมิได้ ถึงกระนั้นใบหน้าก็ยังไม่แสดงออกถึงสิ่งใด ได้ข้าให้สัญญา

สำหรับข้าผู้เป็นอาจารย์...เขามองใบหน้าเล็กๆนั่นอย่างเอ็นดูท่านปกป้องภพสวรรค์ส่วนข้าจะปกป้องท่าน สัญญาเพียงเท่านี้

องค์ชายสี่ผงะไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำสัญญา ดวงตาบนใบหน้าเล็กสะท้อนความแปลกใจ... ถึงกระนั้นเพียงครู่เดียวก็กลับมาทำสีหน้าดังเดิม

...อาจารย์ท่านเป็นอย่างที่ผู้คนเลื่องลือจริงๆ

 

 

ถัดจากนั้นไปเพียงสองวันให้หลัง ข่าวที่แม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์นาเรเอลรับลูกศิษย์คนแรกก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งภพ เหล่าเทพสวรรค์ต่างเข้าใจตรงกัน...ดูท่าแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์องค์ถัดไป คงไม่พ้นเป็นองค์ชายลำดับที่สี่ไรเซลเป็นแน่แท้

ทางด้านอาจารย์คนใหม่ ได้รับศิษย์เพียงคนเดียวก็กลับได้ถึงเพชรล้ำค่า ต่อให้ไม่เจียระไนอะไรมากมาย เพชรเม็ดนี้ก็เปล่งประกายคมกล้าอยู่แล้ว

ทางด้านวิชาการศิษย์ของเขาก็ซึบซับได้รวดเร็ว สิ่งใดที่ผ่านตา...เพียงคราแรกก็จดจำได้หมดทุกตัวอักษร ด้านดนตรี หมาก กลศึก ศิลปการ ยิ่งมิต้องพูดถึง... ที่โดดเด่นยิ่งกว่าสิ่งใดเห็นจะเป็นวิชาการต่อสู้ เนื่องจากศิษย์ของเขาอายุยังน้อยเกินไปสำหรับอาวุธเทพ จึงถ่ายทอดอาวุธทุกอย่างให้

เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว พัฒนาการขององค์ชายสี่เป็นที่พอใจขององค์เทพสูงสุดนัก  สำหรับนาเรเอลนี่เป็นเรื่องยินดีเช่นเดียวกัน เขากับลูกศิษย์ตัวน้อยที่บัดนี้ได้เติบโตมาเป็นเด็กหนุ่มมีความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่นยิ่ง

เมื่อนึกยามเยาว์วัยที่ศิษย์ของเขาค่อยข้างจะเย็นชาแล้ว... สิ่งดีทำให้น่ายินดียิ่งกว่าอันใด

องค์ชายสี่เรียกอาวุธเทพได้ตั้งแต่อายุห้าสิบปีแรก อาวุธเทพที่เรียกออกมากลับชวนให้ผู้เป็นอาจารย์ตกตะลึงยิ่ง...เมื่อนึกถึงหวนนึกถึงบทสนทนาในวันนั้นคราใด

องค์ชายอาวุธเทพของท่านเหตุใดถึง...

สีหน้าอีกฝ่ายกลับดูไม่แปลกใจเท่าใดนัก เรื่องนี้ข้าคาดคิดไว้แล้ว

ทวนสามแฉกนั่น...

ใช่ เหมือนของท่าน ข้าชื่นชอบยามที่ท่านกวัดแกว่งมันสู่สนามรบยิ่ง เหตุนี้มันจึงกลายมาเป็นอาวุธเทพของข้ากระมั้งองค์ชายหนุ่มตอบปัดเหตุผลที่แท้จริงด้วยใบหน้าเรียบเฉย

เป็นที่ทราบกันว่าแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์นั้นมีอาวุธเทพคือหนังสือสามภพ หนังสือที่บรรจุภาพวาดถึงสามอย่าง  อย่างแรกเป็นทวนมังกรสามแฉก ศาสตราวุธที่มีกำลังเหลือล้น... อย่างที่สองเป็นพู่กันจรดฟ้า พู่กันที่ผลักดันให้เจ้าตัวก้าวมาสู่เทพแห่งศิลปการ... เหลือเพียงแต่อย่างสุดท้ายที่มิมีผู้ใดทราบ

นาเรเอลได้แต่ขบคิดอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดลูกศิษย์ของเขา ถึงเรียกอาวุธเทพออกมาได้เหมือนทวนมังกรสามแฉกของเขามิมีผิดเพี้ยน...

 

 

นาเรเอล

ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกใบหน้างามก็ขมวดคิ้วทันที

ข้าพร่ำบอกท่านกี่หนแล้วว่าให้เรียกอาจารย์...

ท่านดูสิ่งนี้

ผู้เป็นอาจารย์ส่ายหัวให้กับลูกศิษย์ มือเรียวรับของอีกฝ่ายส่งมาพินิจช้าๆ

ผลึกความมืด?

องค์ชายสี่พยักหน้า ทหารด้านนอกของท่านพบมันระหว่างตรวจดูภพทั้งเก้าชั้น

เรื่องนี้ควรรีบตรวจสอบอย่างยิ่ง เหตุใดมันจึงมาอยู่ที่นี่พูดจบก็ลุกขึ้นทันที เพียงแต่ขาที่กำลังก้าวเดินกับชะงัก แววตาสีฟ้าตวัดมองผู้ที่มายืนขวางทาง...ร่างที่เคยเห็นในวัยเยาว์บัดนี้เติบโตสูงใหญ่ ยิ่งกว่าผู้เป็นอาจารย์เสียแล้ว

ข้าลงไปตรวจสอบมาแล้ว ต้นตอมาจากชั้นที่สอง ช่วงเขตแดนหุบเขานาหลัน

มือเรียวยื่นไปดีดหน้าผากลูกศิษย์ดังเพียะทันที ข้าบอกท่านกี่หนแล้ว! มันอันตรายเพียงใดเหตุใด... เหตุใดท่านถึงไม่คิดบ้าง นี่ท่านคิดว่าตัวเองเก่งกล้าแล้วหรือ...

องค์ชายสี่มองหน้าผู้เป็นอาจารย์ หน้าผากปรากฎรอยแดงจางๆขึ้นมา...

ทำราวกับเขาเป็นเด็กอีกแล้ว คนผู้นี้คิดจะกางปีกปกป้องไปถึงเมื่อไหร่กัน...?

คิดถึงเรื่องนี้โทสะก็เหมือนจะครุกกรุ่นขึ้นมาเล็กน้อย ข้าทราบ เพียงแต่ว่าข้าอยากลองทำงานอย่างทหารทั่วไปบ้าง... นาเรเอลท่านสั่งสอนข้าว่าแม่ทัพสวรรค์ที่ดีต้องเข้าใจแม้กระทั่งทหารระดับล่างมิใช่หรือ

ไม่ต้องกล่าวแล้ว วันนี้ท่านโดนลงโทษเถิดองค์ชาย!”

ใบหน้างามขมวดคิ้วแน่น บ่งบอกว่ามีความไม่พอใจ... ก่อนจะถอนหายใจออกมา ไม่บอกท่านคงไม่เข้าใจ... ข้าไม่ได้ติถึงความขยัน องค์ชายสี่เหตุใดท่านจึงไปเพียงผู้เดียว?

องค์ชายไรเซลแทบจะตอบในทันที ไม่จำเป็นต้องพาผู้อื่นไปด้วย

ดูเถิดองค์ชาย... มือเรียวของผู้เป็นอาจารย์ลูบอย่างแผ่วเบาบนหน้าผากที่ปรากฎรอยแดง ราวกับลูกศิษย์ของเขายังเป็นเด็กตัวน้อย ท่านเติบโตแล้ว... เติบโตจนมองข้ามสิ่งละเอียดอ่อนไป ท่านคงคิดเช่นว่าผู้อื่นไม่แข็งแกร่งเท่าท่านใช่หรือไม่?

ผู้คนยิ่งเยอะ ยิ่งวุ่นวายใช่หรือไม่...? ทำไมท่านถึงไม่คิดถึงความปลอดภัยบ้างเล่า

เหตุเร่งด่วนไยต้องคิดถึงความปลอดภัยกัน... นอกจากนี้ถ้าไม่ใช่ท่านต่อให้บาดเจ็บหนักข้าก็สามารถหนีรอดมาได้ ไม่ถึงกับไปเยี่ยมภพวิญญาณ

ท่านคิดถึงผู้คนด้านหลังท่านบ้าง หากท่านบาดเจ็บหนักจะเป็นอย่างไร? ผู้คนบนภพสวรรค์คงไม่พ้นแตกตื่น ด้านหลังของท่านยังมีภพสวรรค์ที่รอให้ท่านปกป้องอีกไม่ใช่หรือ

นาเรเอลสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคล้ายมีโทสะขึ้นมา

ท่าน...เสียงที่ปกติบัดนี้กลับทุ้มต่ำเล็กน้อย ท่านห่วงใยเพียงแต่ภพสววรค์เท่านั้นหรือ

ผู้เป็นอาจารย์ตกตะลึงซักพักจึงแย้มยิ้มออกมาอย่างขบขัน

ใครว่าท่านเติบโตแล้วกัน ยังน้อยใจข้าอยู่เป็นแน่ชัด

หงุดหงิดจริงๆ เขาหงุดหงิดที่ตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ได้นัก ถึงเอ่ยประโยคที่ไม่ควรยิ่งออกไป

องค์ชาย... ข้าไม่ใช่ผู้คนด้านหลังท่านเสียหน่อย ที่เดียวที่ข้าจะอยู่คือด้านหน้าของท่าน... ตราบใดที่ข้ายังอยู่มิมีทางที่ศิษย์ของข้าจะต้องบาดเจ็บแน่นอน

อีกแล้ว... คนผู้นี้ทำไมถึงได้ใจดีกับผู้อื่นโดยรอบถึงเพียงนี้...

ท่ามกลางความมืดมิดในใจเขา คนผู้นี้คือแสงสว่างเพียงจุดเดียว... น่าเสียดายที่แสงสว่างจุดนี้ไม่ใช่ของเขาคนเดียว นอกจากนี้เทพสวรรค์องค์นี้ยังเป็นแสงสว่างที่เขาจับต้องไม่ได้อีกด้วย

ครึ่งหนึ่งเขาดีใจยิ่งนักที่ได้นาเรเอลมาเป็นอาจารย์...แต่อีกครึ่งก็ได้แต่ตัดพ้อ สาปแช่งต่อโชคชะตาเช่นกัน...

 

 

วันนี้เป็นวันที่น่าตื่นตระหนกยิ่งนัก บริเวณห้องโถงใหญ่ของตำหนักหมื่นห้องติดประกาศราชโองการมากมายจากองค์เทพสูงสุด กระดาษสาแผ่นหนึ่งถูกติดลงไปไม่ถึงห้าชั่วยามก็เป็นที่โจษจันไปทั่วภพสวรรค์...

ประกาศข่าวที่ว่าแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ได้รับชายาพระราชทาน อีกฝ่ายเป็นถึงลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเทพสวรรค์ขุนนางฝ่ายตำหนักระดับหก... แม่ทัพใหญ่ผู้งดงามของพวกเขาเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ข่าวมงคลเช่นนี้มีผู้ใดไม่ยินดีเล่า...?

หลบไป!!”

องค์ชายสี่รีบบินอย่างรีบร้อน มุ่งตรงไปยังตำหนักของผู้เป็นอาจารย์

ทั้งๆที่เขาเตรียมใจไว้แล้วถึงบัลลังก์ที่ว่างเปล่า...ตำหนักที่ไรกระทั่งวิญญาณ...มองไปทั่วฟ้าไม่มีสิ่งใดให้แยแสหรือสำคัญ เขาเตรียมใจถึงชีวิตแบบนี้

คาดคิดว่าหากอาจารย์ยังอยู่ด้วยกัน ขอเพียงอีกฝ่ายไม่ทอดทิ้งเขาก็เพียงพอแล้ว

ช่างเป็นความคิดที่ตื้นเขินยิ่ง!

นาเรเอล!” องค์ชายไรเซลรีบพุ่งตรงไปหาเทพสวรรค์ที่ยืนดูภาพวาดอยู่ในห้อง

ท่านรีบร้อนอะไร...ฉับพลันข้อมือบางของอีกฝ่ายก็ถูกจับฉวยขึ้นมา แรงบีบทำให้ใบหน้างามถึงกับนิ่วหน้า

ท่านจะแต่งงาน?

นึกว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรเสียอีกพูดจบแม่ทัพใหญ่ก็ยิ้มบางๆ เจ้าปฎิเสธองค์เทพสูงสุดได้หรือ... ในเมื่อเรื่องเป็นไปแล้วก็ยินดีกับข้าเสียเถิด อีกหน่อยข้าคงมีลูกวิ่งเล่นเต็มตำหนัก อ้าปากร้องเรียกเจ้าว่าท่านพี่ไรเซลกระมั้ง

กล่าวจบแววตาสีฟ้าก็มองภาพวาด ไม่ได้สนใจคู่สนทนาที่ตอนนี้กำลังกำหมัดแน่นแต่อย่างใด

...ข้ายินดีกับท่านด้วย

เขาเอ่ยคำอวยพรทั้งๆที่ในใจกับปวดร้าวยิ่ง!

ลูกศิษย์ที่ยังไม่เคยชนะอีกฝ่ายซักครั้ง นับเป็นอย่างไร...? เขามีสิทธิอะไรไปขัดขวางแม่ทัพใหญ่ที่กำลังจะแต่งงานกับลูกสาวของขุนนางระดับหกกัน

ถึงกระนั้นหลังจากกลับจากตำหนักผู้เป็นอาจารย์ สิ่งที่องค์ชายสี่กระทำเป็นอย่างแรกคือการไปเข้าเฝ้าท่านพ่อของตัวเอง...

ใบหน้าที่สูงศักดิ์ต่างจ้องมองกัน เคร้าโครงเหมือนกันมิมีผิดเพี้ยน ผู้เป็นลูกสะบัดอาภรณ์ก่อนคุกเข่าลงบนพื้นที่เย็นเฉียบของตำหนักหมื่นห้อง

เจ้ามีเรื่องเดือดร้อนอะไรล่ะที่องค์เทพสูงสุดถามเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ในเมื่อลูกชายคนที่สี่ของเขาผู้ไม่เคยคิดจะมาเยี่ยมเยียนกันซักครั้ง ยามอื่นก็กระทบกระทั่งกันอยู่แต่เดิม กลับถ่อมาอย่างรีบร้อน

เหตุใดท่านถึงบีบบังคับให้อาจารย์ข้าแต่งงาน

ขุนนางทั้งห้องถึงกับหยุดหายใจกันไปชั่วขณะ ท่าทางการพูดเข้าเรื่องโดยตรงเช่นนี้...เห็นได้ชัดว่าเป็นพ่อลูกกันไม่ผิดเพี้ยนแน่ เพียงแต่โทสะของผู้เป็นพ่อย่อมมีคนรับเคราะห์มากกว่า เหล่าขุนนางถึงได้อกสั่นขวัญแขวนกัน

องค์เทพสูงสุดมองลูกชายนิ่งเงียบ เจ้าเดือดร้อนแทนผู้เป็นอาจารย์หรือ...?

ท่านพ่อรบกวนตอบลูกด้วยองค์ชายสี่มองอย่างแข็งกร้าว สบตากับเทพสวรรค์สูงสุดบนบัลลังก์อย่างไม่ยอมแพ้

ไรเซล...เจ้าเข้าใจถึงภาระในอนาคตของตัวเองหรือไม่?

ข้าเข้าใจดี

ดี... ข้าจะเล่าเรื่องตลกเรื่องหนึ่งตอบแทนความตั้งใจของเจ้าองค์เทพสูงสุดกวาดสายตามองขุนนางรอบห้อง...เป็นสัญญาณให้เหล่าขุนนางทยอยเดินออกไป ก่อนจะก้มลงมองลูกชายของตัวเองด้วยประกายตาเย็บเฉียบ!

เรื่องตลกนี้กล่าวไว้ว่าครั้งหนึ่งยังมีชายหนุ่มหน้าตางดงามผู้หนึ่ง ความสามารถรอบตัวเก่งกาจเป็นหนึ่งไม่เป็นสอง ได้เก็บลูกมังกรหลงทางได้ตัวหนึ่ง ชายหนุ่มผู้นั้นเก็บเอามันมาเลี้ยงดู...สั่งสอนมันจนเติบใหญ่เป็นอย่างดี... ลูกมังกรตัวนั้นรักเจ้าของมันมาก ถึงกับเอ่ยขอพรให้ตัวเองกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน นานเข้ามันก็หลงลืมแม้กระทั่งความเป็นมังกรของตัวเอง...ลืมเลือนถิ่นกำเนิด ลืมเลือนถึงสิ่งที่ทำตามครรลอง สิ่งที่มังกรตัวนั้นได้รับตอบแทนคือไม่มีสิ่งใด ทั้งตัวมันเองยังสูญซึ่งทุกสิ่ง... เจ้าเห็นว่ามังกรในเรื่องนี้เป็นอย่างไร?

แม้ว่าภายนอกจะดูนิ่งเฉย หากแต่ภายในหัวใจกลับเต้นถี่รัว

โง่เขลามากเลยใช่หรือไม่...? เปล่าเลย ถึงอย่างไรมังกรตัวนั้นก็บังคับจิตใจมันมิได้...สิ่งที่สามารถบังคับได้คือชายหนุ่มผู้นั่นต่างหาก

ผู้เป็นลูกที่คุกเข่าแทบเท้ากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำมังกรตัวนั้นอาจโง่เขลามาก แต่มันกลับไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทนจากชายหนุ่มผู้นั้น...สิ่งที่มันต้องการเพียงแค่เฝ้าดูเท่านั้น เพียงเฝ้าดูเท่านั้นท่านพ่อ นั่นไม่ได้ทำให้มันเสียตัวตนของมันไปอย่างที่ท่านคิด

องค์เทพสูงสุดเงียบไม่ตอบคำ ส่งผลให้ในห้องโถงที่กว้างใหญ่ถูกปลกคลุมไปด้วยความเงียบเนิ่นนาน สองพ่อลูกเทพสวรรค์ต่างมิมีใครเอ่ยอะไรออกมาก่อน

เจ้าออกไปเถอะ แล้วไปตรวจสอบเรื่องปีศาจที่พบวิญญาณให้ดี

ข้าขอลา

ไรเซลคำนับองค์เทพสูงสุดแล้วรีบเดินออกมาจากตำหนักหมื่นห้อง ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่กำลังเติบโตมองท้องฟ้า ดวงตาสีทองที่กลอกกลิ้งอยู่ไม่สะท้อนถึงสิ่งใดทั้งสิ้น...

องค์เทพสูงสุดกำลังขู่เขา...

 

 

ผ่านมาได้สามวันแล้วหลังจากที่ไรเซลไปเข้าพบองค์เทพสูงสุด ตอนนี้เทพสวรรค์สีทองกำลังทิ้งตัวลงบนเบาะหนานุ่มในห้องทำงานของอาจารย์ตัวเอง มือพลิกดูคำสั่งสูงสุดตรงหน้าด้วยความเคร่งเครียด

คำสั่งสูงสุดแก่แม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์... จากคำถวายการรายงานของฝ่ายต่างๆที่ร่วมมือกัน เป็นเหตุให้สามารถหาตัวหนอนบ่อนไส้ภายในได้ แต่ทว่ายังมีกองทัพเล็กๆนำโดยผู้นำปีศาจที่มีนัดพบกับทางไส้ศึกของเรา ขอให้แม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์นำกองทัพเล็กๆเพื่อไม่ให้ผู้คนในภพแตกตื่น เดินทางไปจัดการโดยไว

ปึก!!

โต๊ะถูกทุบเป็นที่ระบายโทสะอย่างแรง ฝ่ามือที่กำแน่นจนมีหยดเลือดไหลลงมาตามร่องนิ้ว องค์ชายลำดับที่สี่แทบจะฉีกใบคำสั่งสูงสุดให้เป็นผุยผง ดวงตาสีทองวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่อัดแน่นจวนจะระเบิด

นี่มันเป็นคำขู่ที่ส่งตรงมาถึงเขาอย่างชัดเจน!

องค์เทพสูงสุดกำลังขู่เขาด้วยชีวิตเล็กๆของแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ ซึ่งเป็นคนนอกสายเลือดราชวงศ์ 

เทพสวรรค์สีทองค่อยๆข่มอารมณ์ตัวเองลง เจ้าตัวตัดสินใจเก็บใบคำสั่งที่เพิ่งส่งตรงมาใส่สาบเสื้อ... แล้วก้าวเดินออกไปจากห้องด้วยการตัดสินใจแน่วแน่

จะให้นาเรเอลมาเดือดร้อนกับความผิดที่อีกฝ่ายไม่ได้ก่อได้อย่างไร...? เรื่องนี้ต้องโทษความรู้สึกของเขาเอง หากเป็นเพียงลูกศิษย์ที่ดีของอีกฝ่ายได้คงจะดีเพียงไหน...?

ครานี้องค์เทพสูงสุดพุ่งเขี้ยวเล็บลงไปที่อาจารย์ของเขาแล้ว

 

 

ตำหนักของแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ถูกสำรวจไปทุกหนทุกแห่งโดยเจ้าของมันมาทั้งวันเต็มๆแล้ว สองวันที่ผ่านมาลูกศิษย์เพียงคนเดียวของเขากลับหนีหน้า ผ่านมาอีกสองวันถึงกับไม่โผล่มาแม้แต่ข่าวคราว นาเรเอลได้แต่ครุ่นคิดว่าตัวเองทำสิ่งใดผิดไปหรือไม่

เขาเคร่งเครียดจนแม้กระทั่งว่าที่ชายาน้อยใจหนีกลับตำหนักตัวเองไปด้วยซ้ำ

เด็กคนนั้นหายไปไหนกันนะ...

ที่ผ่านมามีสิ่งใดไม่พอใจอีกฝ่ายก็จะบอกเขาตลอดแท้ๆ หรือจะเป็นเพราะเรื่องการแต่งงานนี้? คราก่อนที่มาไถ่ถามก็ดูไม่พอใจเสียด้วย หรือเด็กผู้นี้จะน้อยใจอีกแล้วกันนะ...คิดมาถึงตรงนี้ผู้เป็นอาจารย์ก็ได้แต่ถอนหายใจ

หากวันใดเขาไม่อยู่ขึ้นมาเล่า? ไรเซลจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรกันนะ... เดิมทีเด็กคนนั้นแต่ก่อนภายในก็เย็นชามากอยู่แล้ว หากเขาละมือออกไป ทุกฝ่ายจะต้องรุมไปที่ศิษย์รักของเป็นแน่

องค์เทพนาเรเอลเสียงเรียกดังขึ้นที่หน้าประตู

เข้ามาสิ

นายทหารเทพคนหนึ่งก้าวมาหยุดอยู่กลางห้อง ก่อนคุกเข่าลงถวายคำสั่งสูงสุดขึ้นเหนือศีรษะให้ผู้เป็นนาย... นาเรเอลหยิบเอาคำสั่งสูงสุดมาอ่านเงียบๆก่อนจะพับเก็บ

เจ้ากลับไปได้แล้ว

ทราบทหารเทพลุกขึ้นจะล่าถอยกลับไป

เดี๋ยวฉับพลันแม่ทัพใหญ่เหมือนฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ คำสั่งนี้ส่งมากี่ครั้งแล้ว

สองครั้ง คราแรกเป็นเพราะท่านไม่อยู่ ข้าจึงวาง...นายทหารยังพูดไม่ทันจบผู้เป็นนายก็หน้าตาซีดเผือด ดวงตาสีฟ้าทอประกายร้อนรนยิ่ง...

พรึ่บ!

นายทหารกระพริบตาอีกที ห้องที่ยืนอยู่กลับว่างเปล่าเสียแล้ว...

นาเรเอลกระพือปีกทั้งสองคู่อย่างเร่งรีบ เดิมทีเขามีปีกเพียงคู่เดียว พอได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพสวรรค์ถึงได้รับปีกอีกคู่จากองค์เทพสูงสุด...

บนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เขารีบบินตรงดิ่งไปยังประตูข้ามภพ

ในใจรุ่มร้อนเป็นอย่างยิ่ง...ข้ากลัวเหลือเกิน...

ข้ามีคำสั่งสูงสุดมา เปิดประตูไปภพวิญญาณเร็ว!”

นายทวารสะดุ้งด้วยความตกใจ พวกเขาต่างไม่เคยพบเจอแม่ทัพสวรรค์ผู้นิ่งสงบองค์นี้เสียงดังมาก่อน จึงไม่รีรอเปิดประตูสู่ภพวิญญาณให้ทันที

ขอบคุณ

นาเรเอลบินฝ่าประตูเข้าไป ปรากฎผืนแผ่นดินสุดลูกหูลูกตา ทันทีที่เหยียบย่างเข้ามาเขาสัมผัสได้ถึงพลังเทพและพลังปีศาจมหาศาล

หากแต่พลังเทพนั้นแผ่วจนน่าใจหายยิ่ง...

ไม่รอช้าของวิเศษที่พกสำแดงฤทธิ์ ร่างกายค่อยๆเลือนหายไปเหลือเพียงควันจางๆ... เพียงชั่วอึดใจ ควันสีขาวก็ปรากฎอยู่ในป่าสีเขียว ค่อยๆก่อตัวปรากฎเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

ดวงตาสีฟ้ากวาดมองสภาพโดยรอบ ลอยเลือดมากมายรวมถึงซากศพปีศาจกองพะเนิน... บาดแผลจากทวนมังกรสามแฉกที่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็มิมีทางจำผิด...

แม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์เดินอย่างเงียบเชียบไปยังเป้าหมาย ทันทีที่พ้นขอบชายป่าเข้าไปยังบ่อน้ำที่อยู่ส่วนลึก ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยประกายความเคียดแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

ภาพศิษย์รักที่ถูกหอกแทงทะลุไหล่ ร่างกายถูกห้อยแขวนไว้บนอากาศ... ทวนมังกรสามแฉกกลิ้งอยู่แทบเท้าของผู้นำปีศาจยุคปัจจุบัน ปีศาจโดยรอบต่างกู่ร้องสะใจ

พอแค่นั้นละลูเฟอร์ กับเด็กผู้หนึ่งต้องทำถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?

ผู้นำปีศาจดวงตาเป็นประกายวาบเมื่อเห็นผู้มาเยือน มันเหวี่ยงหอกส่งร่างที่ห้อยอยู่ใส่อีกฝ่าย บนร่างกายสีดำกำยำกับมีรู้อยู่สามรู เลือดสีดำขุ่นไหลออกมาเรื่อยๆ จากบาดแผลปลายเปิด

สั่งสอนลูกศิษย์ได้ดีนี่นาเรเอล

นาเรเอลไม่ตอบ เขารับร่างของศิษย์ตัวเองมากอดไว้ นั่งลงจับอีกฝ่ายลงนอนเพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น ดวงตาสีฟ้าคล้ายจะโกรธแต่ก็อ่อนใจ เต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย

นาเรเอลเจ้ามาได้อย่างไร…” เสียงที่ฟังก็สามารถทราบได้ว่าฝืนเต็มทีดังขึ้น

เด็กโง่ ข้าไม่เห็นจำได้ว่าสั่งสอนเจ้าให้โตมาเป็นเยี่ยงนี้ อย่างไรก็ห้ามตายเด็ดขาด...สัญญากับอาจารย์เจ้ามาเร็วเข้า

เทพสวรรค์หนุ่มผู้บาดเจ็บยิ้มบางๆอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ข้าทำท่านเดือดร้อนจนได้ อาจารย์ท่านรีบกลับไปเถิด ท่านติเตียนข้าแต่ตัวกลับมาโดยไม่มีกองทัพได้อย่างไร

เป็นเพราะว่าข้ารีบร้อนยังไงเล่า ต่อไปห้ามทำอะไรโง่เขลาเช่นนี้อีกเด็ดขาด อยากจะออกไปทำงานแบบข้าหรืออยากหาประสบการณ์ครั้งหน้าก็เอ่ยปากบอกข้าดีๆ

ท่านไม่เข้าใจหรอก...ช่างเถอะ อาจารย์ท่านรีบหนีไปได้แล้ว เรื่องนี้เดิมทีเป็นข้าก่อขึ้นไม่เกี่ยวกับท่านเลย

เด็กน้อยผู้นี้... ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของศิษย์รักจะกระจายไปไกลด้วยฉายา ว่าที่แม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ที่เก่งที่สุดเท่าที่ภพสวรรค์เคยมีมา

ต่อหน้าเขาแล้ว อีกฝ่ายก็เป็นเพียงเด็กน้อยอายุรอบยังเพิ่งร้อยปีไม่ใช่หรือ...?

เขาเข้าใจถึงการยืนบนจุดสูงสุดเป็นอย่างดี โลกสีเทาของเขาถูกเติมด้วยฝีมือศิษย์รักที่เฝ้าเลี้ยงดูตรงหน้านี้ ห่วงเพียงแต่ว่าเมื่อเขาจากไปแล้ว...อีกฝ่ายจะมีชีวิตที่ไร้ความหมายอย่างไรกันนะ

ดวงตาสีฟ้ากวาดตามองกองทัพปีศาจโดยรอบ ดูเหมือนเขาจะถูกล้อมไว้ตรงกลาง อย่างไรผู้นำปีศาจครานี้คงตั้งใจจะบุกสวรรค์เป็นแน่ นอกจากเขาแล้วคงมิมีผู้ใดต้านทานได้อีก

ดูท่านี้จะเป็นชะตาลิขิตแล้วกระมั้ง...?

องค์ชายไรเซลชั่วชีวิตข้าคนนี้การมีเจ้าอยู่ด้วยนั้นกลับเป็นเรื่องมีความหมายที่สุด...ถึงแม้ว่าข้าจะจากไปแล้วข้าอยากให้ท่านรักษาสัญญาของเราเอาไว้...

เดี๋ยวก่อนนาเรเอ...ริมฝีปากที่แห้งกรังไปด้วยคราบเลือดถูกนิ้วเรียวปิดไว้ ดวงหน้าหล่อเหล่าล้อมไปด้วยเส้นไหมสีทองนุ่มยับเยินจนแทบไม่เห็นสภาพเดิม

บนใบหน้ามีหยดน้ำมากมาย...หยดแล้วหยดเล่าหล่นใส่...

ชีวิตภายภาคหน้าของท่านนั้นอาจว่างเปล่าอยู่บ้าง ท่ามกลางโลกสีเทาของท่านนั้นซักวันท่านก็จะมีแสงสว่างของท่าน...น่าเสียดายจริงๆ...ผู้เป็นอาจารย์พยายามกลั้นเสียงสะอื้น ดวงตาสีฟ้าที่สงบนิ่งราวกับน้ำทะเลสั่นไหวอย่างรุนแรง

น่าเสียดายจริงๆ สัญญาของเราข้าคงได้กระทำเป็นครั้งสุดท้าย...น่าเสียดายจริงๆที่ไม่ทันได้เห็นแสงสว่างของท่าน...ไม่ทันได้เห็นศิษย์รักของข้าเติบโตองอาจกว่านี้...

ไรเซลเบิกตากว้างพยายามอ้อนวอนผู้เป็นอาจารย์แทนปากที่ขยับไม่ได้

นาเอลมองศิษย์รักเป็นครั้งสุดท้าย นิ้วเรียวรวบก่อนจะดีดลงหน้าผากอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา เขายิ้มอย่างขบขันในเวลาสุดท้าย... จึงหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับศัตรูในที่สุด

ลูเฟอร์ อย่างไรเจ้าก็เป็นเภทภัยใหญ่หลวงต่อภพสวรรค์ ข้าคงปล่อยให้เจ้าจากไปไม่ได้หรอก

หึ ร่ำลากันเสร็จแล้วหรอกหรือ หลังจากต่อสู้ผ่านสงครามประสาทมากมาย ในที่สุดเราก็ได้เจอกันจริงๆเสียทีนะ

น่าเสียดายที่สภาพเจ้าไม่สู้ดีนักแสงสว่างวาบออกมา หนังสือเล่มหนึ่งปรากฎอยู่ในมือเรียว ฉับพลันก็กลายเป็นพู่กันจรดฟ้า

ต่อให้สภาพนี้เจ้าคิดหรือว่าจะชนะข้าได้

นาเรเอลสายหัวพลางตวัดพู่กันขึ้นกลางอากาศ เจ้ากับข้าเราทำสัญญากัน ไม่ว่าเจ้าหรือข้าผู้ใดผู้หนึ่งจะแพ้หรือชนะ ต้องเลิกลากันแต่เพียงเท่านี้ ฝ่ายใดก็ห้ามแตะต้องกันในสถานที่แห่งนี้

ผู้นำปีศาจยิ้มเยาะ แม้กระทั่งแม่ทัพใหญ่ก็มีจุดอ่อนกับเขาแล้ว ได้ข้าตกลง!”

สิ้นคำว่าตกลง พู่กันสีขาวตวัดตัวหนังสือในอากาศ เกิดเป็นตัวอักษรสีทองสว่างวาบครอบคลุมทั่วบริเวณก่อนสลายไป...

มาเริ่มกันเลย!” ผู้นำปีศาจควงหอกในมือพุ่งเข้ามาอย่างดุร้าย

องค์ชายสี่ได้แต่มองแผ่นหลังของอาจารย์ ดวงตาสีทองมีน้ำตาไหลออกมาอย่างนิ่งงัน

อย่า...

เหตุใด... เทพแห่งโชคชะตามอบแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตเขามา ไม่นานกลับพรากมันออกไป... นี่เขาทำผิดต่อสิ่งใดตอนไหน ไม่ว่าจะท่านพ่อหรือเหล่าขุนนางที่คาดหวังเขาก็ตอบสนองทุกครา

ความสุขเขามีเพียงอาจารย์ที่เขาได้รับมาเท่านั้น...เหตุใดจึง...

เหตุใดทุกอย่างต้องเป็นเช่นนี้?

ดวงตาสีทองพยายามเพ่งมองแม้จะพร่าไปด้วยหยดเลือดและน้ำตา เขาพยายามประทับภาพอาจารย์เอาไว้เป็นครั้งสุดท้าย ยามอีกฝ่ายต่อสู้...ท่วงท่า...

จนกระทั่งหูได้ยินคำพูดประโยคถัดมา...จากนั้นหัวใจของเขาก็คล้ายเย็นเฉียบตลอดมา

ลูเฟอร์คนแก่แล้วอย่างเรามาแตกสลายไปด้วยกันเถิด บางทีนี่คงเป็นโชคชะตาของเรากระมั้ง จันทร์เสี้ยวผนึกวิญญาณ อาวุธเทพอย่างสุดท้ายของข้า

จากไปแล้ว...

เขารู้ดี แสงสว่างของเขาได้ดับไปแล้ว...

นาเรเอลไม่แม้แต่จะวัฎจักร...ดวงวิญญาณกลายเป็นแตกสลายไปหมดสิ้น

 

บางทีตามเนื้อเรื่อง ลูกมังกรตัวนั้นไม่ควรไปรักเจ้าของมันตั้งแต่คราแรกก็เป็นได้...

 

 

 

ภพมนตรา ณ กาลเวลาปัจจุบัน...

 

            กระจกที่เจ้าเคยส่องนั้นมันจะทำให้เห็นแต่ภพชาติที่แล้ว แต่สมุดของภพวิญญาณเล่มนี้จะทำให้เจ้าเห็นอดีตบรรพชาติของตัวเองด้วย สองสิ่งนี้เป็นข้าขโมยมาตั้งแต่สองปีก่อน... ไม่คาดคิดว่าจะถูกนาล์ฟเฟขโมยไปต่อเช่นกัน

            นิ้วของไรเซลซับหยาดน้ำตาที่ร่วงลงมาของข้า แล้วต่อจากนั้นเล่า? ข้ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร

            “ข้าใช้เวลาหลังจากนั้นอีกร้อยปีเลื่อนเป็นแม่ทัพใหญ่สวรรค์ รวบรวมดวงวิญญาณของเจ้าที่แตกกระจายไปตามที่ต่างๆกลับคืนมา แล้วส่งคืนวัฎจักรที่ภพวิญญาณ

            งั้นที่ท่านบาดเจ็บลงไปหาข้าที่ภพมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ…” ข้ามองใบหน้าหล่อเหล่าอย่างอ่อนใจ

            ไม่ ข้าคราแรกหลังจากเป็นต้นเหตุทำให้เจ้าต้องดวงวิญญาณแตกสลายไปก็ไม่กล้าสู้หน้าเจ้า สุดท้ายเพราะความอยากรู้ข้าจึงไปแอบดูว่าเจ้าเกิดใหม่ที่ไหน... ตั้งใจว่าขอแค่เห็นหน้าพักเดียวก็ยังดี กลายเป็นว่าข้าไม่สามารถกลับตัวออกมาได้อีกเลย

            ข้าพูดไม่ออก ได้แต่นิ่งฟังไรเซลเล่าเรื่องของเขาเรื่อยๆ

            ตอนที่เสียเจ้าไปอีกครั้งในภพมนุษย์ ข้าแทบจะบ้าคลั่ง...พูดไปแล้วเข้าใจยาก หัวใจที่บีบรัดนี่เจ็บปวดมากจริงๆ พอเจ้ากลับมาเกิดที่ตำหนักครรภ์ข้าตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตอย่างสงบไปชั่วชีวิต เสียดายที่นาล์ฟเฟดันไหวตัวทันขโมยทั้งกระจกทั้งสมุดจากตำหนักข้าไป ดูท่าเขาคงรู้อดีตกาลของเจ้าเพราะเหตุนี้

            แล้วคราล่าสุดเจ้ายังมาหายไปอีก ข้าไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกเช่นไรเลย... จากนี้เรามาสัญญากันใหม่ ข้าจะกระทำตามแบบเดิมเพียงแต่เจ้าไม่ต้องปกป้องข้าแล้ว เพียงแต่ห้ามหายไปไหนอีกเป็นอันพอ

            ข้าพยักหน้าตอบ สบตากับดวงตาสีทองที่สะท้อนความรู้สึกมากมาย คราแรกหลงคิดว่าชีวิตของข้ามีแต่ไรเซลอยู่ฝ่ายเดียว แท้จริงแล้วกลายเป็นเขาต่างหากที่ใช้ชีวิตไล่ตามข้าตลอดเวลา

            เท่ากับว่าเทพสวรรค์ผู้โง่เขลาผู้นี้ รอคอยข้าเรื่อยมาจนถึงเจ็ดร้อยปี...

            ในภพมนุษย์เจ้าได้ถามคำถามกับข้าข้อนึง จำได้หรือไม่...?”  

เสียงนุ่มกระซิบข้างหู ครุ่นคิดซักพักข้าจึงถามสิ่งที่เคยถาม

ท่านว่าคนผู้หนึ่งสามารถตกหลุมรักถึงสองครั้งสองคราได้หรือไม่?

 ไรเซลตอบข้าอย่างมั่นใจเช่นเคย ได้...มากกว่าสองครั้งสองคราก็เคยเช่นกัน

 

ฉับพลันแสงสีทองรอบข้างก็สว่างวาบที่สุดจนแสบตา...จากนั้นก็ค่อยๆดับลง

แล้วอดีตผู้นำปีศาจที่ข้าเป็นคนผนึกก็ปรากฎตัวออกมา...

 



◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆

 

-        ดึกอีกแล้วค่ะHAHAH ß แย่มาก เราเดินทางมาถึงจุดที่เฉลยทุกอย่างแล้วนะคะ มาถึงตรงนี้ใครยังไม่Getอันไหนก็ถามได้เลยนะคะ เดี๋ยวเราจะตอบให้

-        ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันนะคะ

-        เจอกันตอนหน้าค่า <3


PS. คุลอาลเดินทางมาถึงจุดที่บทหายทั้งตอนแล้วสินะ

PS2. เขียนฉากซึ้งๆนี่ยากจริงๆค่ะ รู้สึกว่าเราไม่ถนัดเอาเสียเลย U-U

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #381 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 00:52
    มันซับซ้อนมากๆ ค่ะ องค์ชายสี่มั่นคง อดทนรอ ทำทุกวิถีทางให้คนรักกลับมาเคียงข้าง โอ้ย ปริ่ม
    #381
    0
  2. #322 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 13:55
    สงสารรรรรร ไรเซลคงจะทรมานมากที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้คนที่รักต้องตายถึงสองครั้ง จะเป็นไงต่อเนี่ย จะตายกันมั้ย
    #322
    0
  3. #276 marklmsg7 (@marklmsg7) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 22:06
    ตายแล้ววววว ต้องมองดูคนรักตายต่อหน้าต่อตาถึง2ครา โอ้ย ใจบ่ดีเจ้าค่ะTOT
    #276
    0
  4. #264 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 15:10
    แท้ที่จริงแล้วคนที่เจ็บปวดที่สุดคือไรเซลสินะ ตลอดชีวิตของไรเซลมีเพียงแค่นาเรมเท่านั้น คนรักเพียงหนึ่งเดียว ที่ต้องมาตายเพราะตัวเองเป็นต้นเหตุถึงสองครั้งติด ต้องทนกับความทุกข์และความเดียวดายมาเป็นร้อยๆปี

    คุลอาลจ๋า ตอนที่แล้วคุลอาลโผล่มาแค่ชื่อกับรอยยิ้ม แต่ตอนนี้ไม่มีเลยแม้แต่ชื่อ ช่างน่าสงสารจริงๆ
    #264
    0
  5. #206 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 12:36
    ซึ้งอะ ไรเซลลลล เลิฟๆ
    #206
    0
  6. #191 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 23:08
    อื้อหือ เรื่องนี้ลึกซึ้งยิ่ง ข้าน้อยขอคารวะ
    #191
    0
  7. #155 ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 23:34
    กว่าไรเซลจะเป็นไรเซล(จอมกระล่อน)ได้ทุกวันนี้ก็ผ่านอะไรมาเยอะกว่าที่คิดนะคะเนี่ย อ่า โตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ แม้จะมีมุมเอาแต่ใจแบบเด็กๆ ก็เถอะ แต่ดูตอนเด็กๆ แล้วไม่น่าจะโตมาเป็นแบบนี้เลยจริงๆ 5555555555 เราสงสารคุลอาลเลย ไม่รู้อยู่กับไรเซลมากี่ปี โอยยยยยยยยยย ไม่ว่าจะกี่ภพกี่ชาติก็ตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าสิเนอะ ไม่ไช่แค่ไรเซลหรอก อาจจะเป็นนาเรมด้วยก็ได้
    #155
    0
  8. #146 ลี ฮายอน (@mejik) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 16:29
    ตะเตือนไตสุดๆT_T
    ไรเซล เจ้าเป็นเทพสวรรค์ผู้โง่เขลาจริงๆ
    #146
    0
  9. #144 ทาสเฮย์โจว (@narugaa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 14:11
    สะเทือนไตจริงๆ ;_______;
    #144
    0
  10. #143 ณที่รัก (@rawinnipar2008) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 13:15
    โอ้ยยยยยยย ค้างมากค่า ปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยอ่านวาย แต่เรื่องนี้ยอมเลย สนุกมาก อ่านรวดเดียวจบเลย >__< สู้ๆนะคะ
    #143
    0
  11. #142 MadCat (@rambo-nat) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 12:00
    มันลึกซึ้งง่อวววว 
    #142
    0
  12. #141 เรนเดล (@parnwonganu) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 09:43

    มาอัพแล้ววตอนหน้าบู๊กันมันส์หยดติ๋งแน่ๆ
    #141
    0