เมื่อคีตาแห่งเทพสวรรค์เริ่มบรรเลง◆BL,YAOI (END)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 36,505 Views

  • 424 Comments

  • 2,882 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    115

    Overall
    36,505

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 อาวุธเทพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4584
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    15 มี.ค. 58






บทที่
4

อาวุธเทพ

 

 

            เสียงชายชราผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำสถานศึกษากำลังบรรยายสิ่งต่างๆอยู่หน้าห้อง เหล่านักเรียนที่แม้จะมีท่าทางเบื่อหน่ายบ้างแต่พวกเขากลับจำได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ชายชราพูด นั่นทำให้ในแต่ละวันผู้เป็นอาจารย์สามารถสอนได้มากกว่าที่วางไว้ เพียงไม่นานสถานศึกษาแห่งนี้คงปิดตัวได้เร็วกว่าที่ใครคาดคิด

            วันนี้เป็นวันที่สองแล้วที่ข้ามาเรียนสถานศึกษาแห่งนี้  พอคิดถึงเรื่องเมื่อวานที่ข้าไปหลับอยู่ในห้องทำงานของไรเซลเหมือนตอนเก่อนกลายสภาพแล้วก็พาลให้อับอายขึ้นมา เกิดเขายิ่งได้ใจก็แย่พอดี... ต่อไปจะยอมให้ไรเซลปฎิบัติต่อข้าเหมือนเป็นเด็กอย่างเคยไม่ได้ เหล่าคนที่ตำหนักตามใจข้าเกินไปแล้ว

พาลนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า ข้าก็รู้สึกผิดขึ้นมา...

            ไรเซล... พอได้แล้ว นี่เลิกหอมแก้มข้า! ข้าไม่ใช่เด็กสามขวบแล้วนะ!!!’

          ‘.....ข้า...ข้าขอโทษที่เสียงดังใส่ท่าน อยู่ๆร่างกายข้าก็เป็นไปเอง...

            ยังมีความสับสนหลายๆอย่างทั้งอย่างเช่นเรื่องที่ข้าไม่ค่อยมีพลังเทพหรือว่าเรื่องที่ข้าจำอดีตไม่ได้ล้วนแต่ทำให้สับสนนัก... ตัวข้านั้นไม่ว่าการพูดจาตอบสนองต่อสิ่งต่างๆมักจะเป็นไปเองตามธรรมชาติโดยที่ข้าไม่ได้คิดไตร่ตรองด้วยซ้ำเรื่องนี้น่าจะมีผลมาจากนิสัยในอดีตของข้า

            ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน ความที่ร่างกายรู้แต่สมองกลับไม่รู้นี่ชวนให้ปวดหัวจริงๆ

            องค์เทพสูงสุดนั้นมีภรรยาและอนุภรรยาอีกมากมาย แต่ในทั้งหมดนี้ให้กำเนิดองค์ชายเพียงแค่หกพระองค์ พระโอรสองค์โตนั้นถูกตั้งให้เป็นรัชทายาทรับสืบทอดอำนาจเป็นองค์เทพสูงสุด องค์ชายต่างๆอีกห้าพระองค์ล้วนเป็นเทพสวรรค์ที่มีความสามารถ เคยเป็นทั้งแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์หรือแม่ทัพคุมกองทหารต่างๆเสียงท่านอาจารย์ดังขึ้นเนิบๆบรรยายความรู้สวรรค์อย่างต่อเนื่อง

            ในอดีตพิภพปีศาจเคยกำแหงไม่พอใจที่เหล่าเทพสวรรค์ยื่นมือเข้าไปยุ่งกับพิภพมนุษย์ที่ถูกเหล่าปีศาจรุกรานทำให้เกิดเป็นสงครามครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างภพ แม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์กรีฑาทัพใหญ่กระโจนเข้าสู่สงครามในภพมนุษย์ใช้ระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีกลับสังหารผู้นำปีศาจ อีกทั้งภพมนุษย์ไม่ได้รับความเสียหายร้ายแรงสร้างความยำเกรงต่อเหล่าปีศาจไม่กล้าเหิมเกริมอีกต่อไป…”

            ชายชราหลับตานิ่งไปซักพักก่อนลืมตาเอ่ยต่อว่า พวกเจ้าพอเลื่อนระดับได้ฝีมือย่อมสูงส่งตามปกติของเด็กตำหนักครรภ์ให้ไปสอบเป็นกองทหารเทพสวรรค์เพื่อรับใช้สวรรค์ด้วยความสามารถของพวกเจ้าเพื่อเป็นเกียรติที่ได้เกิดมาใหม่บนภพนี้ซะ

            เหล่านักเรียนในห้องรับคำอาจารย์อย่างภาคภูมิ

            เอาละบทเรียนต่อไปนี้จะไปหลังสถานศึกษา พวกเจ้าลุกตามข้ามา

            เด็กเทพค่อยๆทยอยลุกเป็นแถวๆเดินตามท่านอาจารย์กันไป ระหว่างเดินไม่มีเสียงใครคุยแม้แต่น้อยทุกคนต่างครุ่นคิดเรื่องที่อาจารย์พูดก่อนหน้าหรือคาดเดาบทเรียนด้านหลังสถานศึกษา

            ข้ารู้สึกหนักอึ้งในใจ ถ้าเกิดอาจารย์มีบทสดสอบพลังอีก...

            เสียงปรบมือเรียกทุกคนให้หันไป ชายชรากวาดตามองเด็กเทพทั้งสามสิบคนแล้วจึงกระแอมไอสองทีก่อนกล่าวว่า ต่อไปข้าจะสอนสิ่งที่เรียกว่าอาวุธเทพ... สิ่งมีชิวิตในพิภพต่างๆเมื่อดับสูญแล้วจะถูกนำดวงวิญญาณเข้าสู่วัฏจักรเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง หากแต่มีอาวุธอยู่เพียงชนิดเดียวที่สามารถทำลายดวงวิญญาณให้ดับสลายสิ้นไม่สามารถเข้าสู่วัฏจักรได้อีก......

ชายชรากวาดตามองนักเรียนทั้งหมด นั่นคือ อาวุธเทพ

            “อาวุธเทพนั้นคืออาวุธประจำตัวของพวกเราเหล่าเทพสวรรค์... โดยปกติแล้วพวกเราใช้อาวุธเทพต่อสู่ สังหารศัตรูแต่จะไม่ทำลายดวงวิญญาณหากไม่จำเป็น

            “สิ่งที่ร้ายกาจที่สุดของเราคืออาวุธเทพ เมื่ออยู่ในมือเทพสวรรค์มันยิ่งเปล่งแสนยานุภาพสูงสุด พวกเราจะไร้กำลังหากขาดมันไป อาวุธเทพจะแข็งแกร่งขึ้นอยู่กับพลังเทพสวรรค์ในตัวเจ้า อาวุธเทพสามารถเก็บกลับไปในตัวหรือเรียกมาเมื่อใดก็ได้เพราะมันคือพลังของเรา

            “ข้าจะลองให้พวกเจ้าเรียกอาวุธเทพในวันนี้ ไม่ต้องกังวลหากมันไม่ปรากฎโดยส่วนใหญ่แล้วหากไม่ใช่เทพสวรรค์ที่พลังกล้าแข็งจริงๆหนแรกที่พวกเจ้าหัดเรียกย่อมไม่ได้กัน สิ้นเสียงของอาจารย์เหล่านักเรียนก็มีสีหน้าตกตะลึงปนดีใจกันหรือคนที่หน้าตาซีดเซียวก็มี... เช่นข้า

            ประกบฝ่ามือเข้าหากันในแนวนอน ทาบไว้ที่หน้าอก พยายามสัมผัสถึงพลังเทพในตัวเจ้า ดึงมันออกมาจากร่างกาย... ห้ามสนใจสิ่งอื่นตั้งสมาธิ หากเรียกครั้งแรกได้แล้วคราถัดไปจะง่ายดาย

            หลังจากสลัดความกลัดกลุ้ม ข้าเดินแยกไปที่เงียบๆแล้วทำตามวิธีที่อาจารย์บอก...

            อาวุธเทพของข้าไม่ปรากฎ

ยังโชคดีที่เด็กเทพส่วนใหญ่ต่างเรียกไม่ได้กันทั้งนั้น ในเด็กสามสิบคนมีเพียงสี่คนเท่านั้นที่สามารถเรียกอาวุธเทพออกมาได้ อาวุธเทพของพวกเขานั้นแตกต่างกันคนนึงเป็นง้าว อีกสามคนเป็นพัด กระดิ่งและคทา บริเวณรอบๆของเด็กที่เรียกอาวุธเทพได้สว่างจ้า มีละอองสีขาวฟุ้งกระจาย

ปล่อยให้เหล่านักเรียนทดลองเรียกกันอีกซักพัก ชายชราก็ยกมือขึ้นมา

            เสียงปรบมืออีกครั้งเป็นการยุติบทเรียน เอาละ พอเรื่องเรียกอาวุธเทพไว้แค่นี้ พรุ่งนี้ข้าจะให้พวกเจ้าลองเรียกอีกครา... ต่อไปพวกเจ้าต้องหัดบินแล้ว ใครที่บินได้แล้วให้ไปหัดเรียกอาวุธเทพต่อได้

            ข้าเดินแยกออกมา... ถอนหายใจ ทดลองเรียกอาวุธเทพซ้ำๆแต่มันไม่มีผลอะไรเปลี่ยนไป

 มีเด็กเทพที่บินได้แล้วสามคนต่างเดินมาทางข้า พวกเขามาเพื่อชวนคุย ทั้งสามคนเป็นเด็กเทพก่อนหน้าที่สามารถเรียกอาวุธเทพออกมาได้ ไม่น่าแปลกใจที่หัดบินได้เร็วนัก

ข้ายืนฟังพวกเขาที่พูดคุยกันอย่างถูกชะตา

ในอดีตข้าเป็นเซียน ข้าเป็นหนึ่งในสามสุดยอดของยุทธจักร บั้นปลายลี้ทางโลกเข้าสู่การบำเพ็ญเพียร จนกระทั่งได้พบเทพสวรรค์มาหาข้า เด็กคนนึงชวนคุย

ข้าเป็นกุนซือแห่งแคว้น พอแคว้นข้าสู้รบจนได้ชัยชนะรวมสี่แคว้นให้เป็นปึกแผ่นข้าก็พบเทพสวรรค์

ข้ามาจากภพวิญญาณ เคยเป็นนายทวารคุมประตูสู่โลกวิญญาณแต่เพราะมีวิญญาณหายไป ข้าจึงต้องไปรวบรวมเก็บกลับมา ดูท่าวาสนาจะถึงจากเรื่องที่ว่าจะทำให้เทพสวรรค์มาหา

ข้านั่งฟังพวกเขาเล่าสิ่งต่างๆที่พบเจอในอดีต ประสบการณ์ด้านภพวิญญาณจะดูน่าสนใจที่สุด เด็กเทพอีกสองคนต่างรุมถามคำถามใส่เรื่องภพวิญญาณจนกระทั่งหมดคำถามถึงได้หันมาถามข้าบ้าง

ข้าลังเลแต่ก็ตอบพวกเขาไป...

ข้ามาจากพิภพมนุษย์ ข้าจำไม่ได้ว่าในอดีตเคยเป็นอย่างไรรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนกลายสถาพครั้งแรกแล้ว ผู้อื่นพอได้ฟังก็ทำหน้าแปลกใจกัน พวกเขาต่างถามถึงเหตุผลว่าทำไม

หากข้ารู้ว่าทำไมข้าจะยังปวดหัวอยู่แบบนี้ไหมเล่า

เห็นพวกเขาสามคนคุยกันต่ออย่างถูกอกถูกคอ ข้าจึงเดินเลี่ยงหนีพวกเขาออกมา พอหาที่พิงได้ ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายไม่ทันไรก็มีคนมาหยุดอยู่ตรงหน้า

เด็กเอ๋ย เจ้ามีเรื่องหนักหนามากหรือข้าไล่สายตามองผู้มาเยือนจากเท้าขึ้นไปจนถึงใบหน้า

ท่านอาจารย์... ข้าเพียงแต่มีเรื่องให้ขบคิดเล็กน้อย

เจ้ามีเรื่องอันใดหนักใจ หากคิดว่าอาจารย์เจ้าช่วยได้จงเล่าออกมา

“……ข้า...ข้าจำอดีตไม่ได้ท่านอาจารย์ ข้าฟังผู้อื่นคุยกันก็ดูเหมือนจะมีแต่ข้าที่จำไม่ได้

ชายชรามองข้าอย่างแปลกใจ ข้าเคยพบเด็กอย่างเจ้ามาก่อน... น่าจะมีผู้ใดเล่นตลกกับดวงวิญญาณของเจ้าหรือไม่อาจเพราะเทพสวรรค์ที่นำเจ้ามานั้นทำความทรงจำของเจ้าตกหล่นเสียงทุ้มทรงอำนาจเงียบไปซักพักเอ่ยต่อว่ามีสิ่งของอยู่สองอย่าง อย่างแรกกระจกวิเศษส่องอดีตของเทพนักษัตรที่จะเรียกความทรงจำในอดีตของผู้ที่ส่องขึ้นมา อีกหนึ่งคือบันทึกดวงวิญญาณของเหล่าผู้คุมวัฏจักร แต่สิ่งของทั้งสองอย่างกลับสูญหายไปเมื่อสองปีก่อน

ในแง่ดีบางทีกลายสภาพอีกครั้งอาจทำให้เจ้าจำอดีตได้สีหน้าอาจารย์ดูกำลังขบคิดบางอย่าง

            ขอบคุณท่านอาจารย์ ข้าเอ่ยอย่างกังวล

            “เจ้ากังวลเรื่องเมื่อวานหรือไม่ดวงตาที่หยั่งลึกของอาจารย์จ้องมองข้า

            ข้านึกถึงบทสนทนากับไรเซลเมื่อวานแล้วส่ายหน้า ข้าไม่กังวลแล้ว

            ดี แต่ตอนนี้ดูเหมือนเพื่อนของเจ้าจะเก่งกล้ากันทุกคน

            ท่านอาจารย์ยิ้มให้ข้าก่อนจะเรียกให้ข้าเดินตามไป เสียงกระพือปีกค่อยๆดังขึ้นจนกระทั่งเป็นเสียงกลุ่มขนาดใหญ่ ชายชราปรบมือ

            พวกเจ้าสามารถบินได้ครบสามสิบแล้ว วันนี้สิ้นสุดแค่นี้ ข้าให้ตัวแทนไปแจ้งเทพผู้ปกครองของพวกเจ้าว่าวันนี้พวกเจ้าทั้งหมดจะบินกลับไปเอง

 

            ข้าออกมายืนอยู่หน้าสถานศึกษา เด็กเทพหลายคนลังเลอยู่เช่นกัน พวกเราไม่มีปัญหาเรื่องเส้นทางสมองของเรานั้นสามารถจดจำสิ่งผ่านตาได้แม่นยำ เด็กส่วนใหญ่บินวนอยู่แถวสถานศึกษาฝึกซ้อมกันซักพักก็ค่อยทยอยบินกลับกันไป

            หลังจากยืนมองเหล่าเพื่อนร่วมสถานศึกษาค่อยๆจำนวนบางตาลง ปีกสีขาวก็ออกมาจากหลังข้า ข้ากระพือปีกค่อยๆลอยตัวขึ้นจากพื้น... บินกลับตำหนักตามทางที่คุลอาลพามา

โดยไม่ได้สังเกตเลยว่า... อากัปกิริยาทั้งหมดอยู่ภายใต้สายตาของคนบางคนในสถานศึกษา...

            เด็กเอ๋ย... ทุกอย่างช่างเป็นเรื่องบังเอิญเกินไปจริงๆราวกับมีผู้ใดจงใจ…” ชายชราเอ่ยมาได้ครึ่งนึง ดวงตาก็มีประกายวาบผ่าน เอ่ยสั่งเทพรับใช้ด้วยความรีบร้อน เจ้าไปหยิบบันทึกเจริญเติบโตของเด็กเทพมาให้ข้าที่ห้อง

            กลุ่มไอน้ำมากมายพัดผ่าน... อากาศบางเบาทำให้เหล่าเทพสวรรค์ที่บินนั้นต่างรู้สึกดี ข้าบินมาใกล้ตำหนักแล้วเหล่าเทพรับใช้ต่างเห็นข้า ข้าส่งสัญญาณให้พวกเขาอย่างส่งเสียงดังก่อนร่อนลงไปเหยียบเมฆ

            ทั่วตำหนักเทพสวรรค์ไรเซลถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ มีเพียงเสียงลมพัดเบาๆเป็นครั้งครา ข้าเดินเบาๆไปตามทางเดิน ตรงไปทางห้องทำงานของไรเซลอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง แง้มประตูเบาๆแอบสังเกตข้างใน ไรเซลนั่งอยู่ที่โต้ะทำงาน ของแปลกจากพิภพต่างๆวางระเกะระกะ

            ท่านนาเรมการหลบซ่อนตัวที่ดีท่านยังต้องมองด้านหลังด้วยเสียงกระซิบเบาๆดังขึ้นข้างๆหู

            “!!! คะ...คุ....มือของคุลอาลปิดปากข้าไว้อย่างรวดเร็ว เขามองข้าด้วยสายตาตำหนิ ก่อนจะลุกขึ้นยืนดันตัวข้าให้ไปหลบอยู่ด้านหลัง... เสียงเคาะประตูสองทีก็ดังขึ้น

            องค์เทพไรเซล

            “เข้ามาเลยคุลอาล

            คุลอาลหันมาพยักหน้าให้ข้าก่อนก้าวเข้าไปในห้อง ข้าเดินหลบตามหลังเขาไป

            ข้าไปดูมาแล้วท่านนาเรมยังไม่กลับมา ไรเซลขมวดคิ้วกับคำตอบของคุลอาล

            แปลก...ไรเซลเงียบไปซักพักสีหน้าเขาดูกังวลอย่างมากเมื่อเช้าเด็กคนนั้นก็เสียงดังใส่ข้าด้วย

            “องค์เทพไรเซล... เมื่อก่อนท่านโดนทั้งกัด ทั้งไล่ รวมถึงเสียงดังใส่อีกนับไม่ถ้วน....

            “………...

            “ตอนนาเรมสามขวบเขายังไม่ค่อยโตนี่นา! ข้าหมายถึงตอนนี้สิ ช่างเหมือนจริงๆเจ้ารู้ไหมว่า....

            ไรเซลยังพูดไม่ทันจบคุลอาลก็ดันข้าออกไปข้างหน้า ข้ามองหน้าคุลอาลที่เหมือนจะขี้เกียจฟังบทพูดยาวๆของไรเซลอย่างงุนงง

            นาเรมเป็นเจ้าหรือคุลอาลที่คิดเรื่องนี้กันไรเซลหรี่ตามองข้า

            เป็นข้าเอง ข้าย่องเข้ามาแต่เจอคุลอาลที่หน้าประตูพอดี

            “งั้นแปลว่าพวกเจ้าทั้งสองรวมหัวกัน กลายเป็นปีศาจกับปีศาจน้อยแล้ว ไรเซลหัวเราะเบาๆเขากวักมือเรียกให้เข้าไปหา มือใหญ่ลูบหัวข้าอย่างแผ่วเบาเดี๋ยวข้าจะให้คุลอาลไปหาของหวานมาข้อหาคิดกลั่นแกล้งข้าส่วนเจ้าต้องโดนลงโทษเล่าเรื่องของวันนี้ให้ข้าฟังเข้าใจหรือไม่

            ข้าส่งสายตาเห็นใจไปให้คุลอาล... แต่ดูเหมือนของหวานที่คุลอาลนำมาปลายทางคงจะเป็นท้องข้า

            ข้าจะเล่าให้ท่านฟังไรเซลยิ้มถูกใจกับคำตอบ โบกมือให้คุลอาลออกไป

            ดูเหมือนไรเซลจะสะเทือนใจกับเรื่องเมื่อเช้าพอสมควร เขาให้ข้านั่งข้างๆแทนที่จะอุ้มข้าขึ้นไปนั่งตักตามปกติ ถึงข้าจะรู้สึกผิดแต่ลดความได้ใจของเขาลงบ้างถือเป็นเรื่องดี

            ข้าเล่าทุกอย่างในวันนี้ให้ไรเซลฟัง เรื่องที่ข้าเรียนตอนเช้ารวมถึงเรื่องที่อาจารย์มาพูดคุยกับข้าด้วย พอเล่าจบเหลือบมองไรเซลกำลังทำสีหน้าครุ่นคิดแต่พอเขารู้ตัวว่าข้ามองก็กลับมายิ้มให้แทน

            ท่านรู้เรื่องที่ท่านอาจารย์เล่าหรือเปล่า

            ไรเซลพยักหน้า นั่นเป็นเรื่องจริง เมื่อสองปีที่แล้วของทั้งสองอย่างต่างหายไปวันเดียวกัน

            “ข้าว่าจะขอยืมมาซักหน่อย...

            เจ้าอย่าเศร้าไปนาเรม บางทีที่เจ้าลืมอดีตอาจเป็นเพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจำก็ได้

ข้ามองรอยยิ้มอ่อนโยนของไรเซลอดรู้สึกอบอุ่นไม่ได้...

            จริงสิ อาวุธเทพของท่านกับคุลอาลเป็นแบบไหน เรียกให้ข้าดูหน่อยนะ

            อาวุธเทพของข้าถูกอิลยืมไป ส่วนของคุลอาลเอาไว้เจ้าขอตอนเขากลับมาเถอะ

            ข้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนถอนหายใจออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องที่ข้าต้องเรียกอาวุธเทพวันพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ถ้าเกิดข้าเรียกอาวุธเทพไม่ได้...

            นิ้วชี้ของไรเซลเอื้อมมาปิดปากข้าไว้...

            “ถึงทำไม่ได้ก็ยังมีคราอื่น เรียกได้ทีหลังไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอกนะนาเรม... พวกเราเทพสวรรค์ไม่เคยเยาะเย้ยกันเรื่องนี้ ไรเซลพูดพลางยิ้มให้ข้ากล่าวต่อว่า ข้าเล่าเรื่องอื่นให้เจ้าฟังดีไหม เจ้าอยากจะถามอะไรอีก

            บทสนทนาเงียบไปซักพัก ไรเซลก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเหมือนรอให้ข้าถามเขา ข้าสลัดความกลุ้มใจในวันพรุ่งนี้ทิ้งไปพลางค้นหาคำถามมาถามแทน

....ถ้าข้ากลายสถาพอีกทีนิสัยข้าจะเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ไหม

เปลี่ยน เด็กจากตำหนักครรภ์ถึงแม้จะจำอดีตได้แต่นิสัยกลับได้รับผลกระทบจากด้านอายุทางร่างกายพอสมควร พอกลายสภาพอีกทีเจ้าก็จะเปลี่ยนไป... คราวนี้อาจจะไม่นอนกับข้าแล้วก็ได้

ถ้าข้ากลายเป็นคนอายุยี่สิบขึ้นมาให้นอนห้องเดียวกับท่านก็ถือว่าแปลกแล้วข้าถลึงตาใส่

ตอนสามขวบเจ้ายังเคยร้องไห้เพราะข้าไม่ไปนอนด้วยเลย ถ้าเจ้ายี่สิบจริงๆข้าจะเอาคืนลากเจ้าไปนอนด้วยด้วยเหมือนสิ่งที่เจ้าเคยทำนั่นละ

ท่านมัน...

ก็อก ก็อก

เสียเคาะประตูดังขึ้นในจังหวะที่ข้าจะอ้าปากต่อว่าเขาพอดี พอไรเซลอนุญาตคุลอาลก็ปรากฎตัวขึ้นพร้อมผลสีแดงน่าตาประหลาดที่ข้าเคยเห็นแต่ในหนังสือ

นี่มันที่เรียกว่าผลต้นเลือดนก... ข้าถูกไหม มือหยิบผลไม้นั่นมามองใกล้ๆ

ท่านตอบถูกแล้วคุลอาลตอบข้า

ข้าเดินนำผลต้นเลือกนกไปให้ไรเซลหนึ่งลูกก่อนตามมารยาท ไม่ต้องรอให้เขาเอ่ยชักชวน ข้าจัดการกินเจ้าผลไม้แสนอร่อยทันที ถึงข้าจะจำไม่ได้แต่ความรู้สึกมันฟ้องว่าผลต้นเลือดนกนี้อร่อยกว่าอาหารในโลกมนุษย์เป็นอย่างมาก

นาเรมเจ้าไม่ต้องกลัวคนแย่งหรอกสายตาไรเซลทอประกายขบขัน

พวกท่านคงกินมาตั้งกี่หลายร้อยปีแล้ว

ข้าเอ่ยประชดเขาเล็กน้อย ปากกัดชิมผลต้นเลือกนกไม่หยุด สายตามองไปรอบๆดูรอบในห้องไรเซลเช่นเคย... ข้าไล่ไปตามรูปทีละรูปมันถูกทำความสะอาดอย่างดีทุกวัน แสดงถึงความรักจากเจ้าของห้อง

ไรเซล ท่านบอกข้าได้หรือไม่ภาพวาดเหล่านี้ผู้ใดเป็นคนวาด

ข้าสบตากับไรเซลรอคอยคำตอบ เป็นคนจากพิภพมนุษย์... ข้าได้มาอย่างบังเอิญเพราะภาพวาดเหล่านี้คนวาดไม่สามารถอยู่ดูได้แล้วข้าจึงถือวิสาสะนำมา

ถือวิสาสะที่ว่านี่คงไม่ใช่ว่าไปพบเจอบ้านร้างเห็นภาพวาดแขวนอยู่จึงหยิบมาหรอกนะ

ภาพวาดเหล่านี้ถึงจะสวยงามแต่ข้ารู้สึกได้ถึงความเศร้าจากผู้วาด…”

เด็กน้อย เจ้าหัดรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นซะแล้ว

ข้าส่งสายตาโกรธเคืองให้เขาท่านพูดอย่างกับว่าปกติแล้วข้าไม่เห็นใจผู้อื่น แต่ไรเซลกลับไม่รู้สึกอะไรเขาหัวเราะเบาๆให้กับสายตาของข้าก่อนเปลี่ยนเรื่องพูด

เจ้าจะขอให้คุลอาลทำสิ่งใด ลืมแล้วหรือ

ใช่แล้ว คุลอาลเรียกอาวุธเทพของเจ้าให้ข้าดูทีคุลอาลมองมาอย่างสงสัยเล็กน้อยแต่เขาก็ยอมเรียกออกมา คุลอาลแบมือมาข้างหน้าข้าแสงสว่างจางๆห่อหุ้มอยู่รอบมือ ฉับพลันกระบี่สีฟ้าอ่อนใสก็ปรากฎออกมา ข้าอดเอ่ยชมอย่างตกใจไม่ได้

อาวุธเทพเจ้าสวยมากเลย

ขอบคุณท่านคุลอาลยิ้มมุมปากน้อยๆกับคำชมก่อนจะเก็บอาวุธเทพไป

ข้าอยากรู้แล้วว่าอาวุธเทพข้าจะเป็นอะไรกันข้ากัดผลไม้ลูกสุดท้ายพลางนึกถึงความเป็นไปได้

ข้าเห็นเด็กเทพที่ได้กระดิ่งวันนี้ เมื่อวานเขาเขียนความถนัดไปว่าดนตรี

คงไม่เป็นพู่กันหรอกนะ...

หรือว่าจานสีข้าก็ไม่เอาเหมือนกัน

ระหว่างที่ข้ากำลังนึก ไรเซลกับคุลอาลก็พูดคุยกันแบบที่ข้าไม่ได้ยินเช่นเคย ดูท่าจะเป็นวิธีอะไรซักอย่างเอาไว้ป้องกันศัตรูหรือคนนอกมาได้ยิน การที่คุลอาลไม่สอนข้าในตอนนี้แปลว่าในตอนนี้ต่อให้สอนแล้วก็ยังทำไม่ได้ ไม่เช่นนั้นปีศาจอย่างเขาคงสอนไปแล้ว

ซักพักคุลอาลก็โค้งตัวจากไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไรเซลก็ดูหนักใจไม่แพ้กัน

ไรเซลท่านเป็นอะไรหรือไม่

ไรเซลหันมามองข้า เขายิ้มบางๆ ข้ารู้สึกหนักใจ ถ้าเจ้ายอมให้ข้าหอมแก้มชดเชยเมื่อตอนเช้าละก็คงจะรู้สึกดีขึ้น

เทพสวรรค์ที่ไหนจะติดเด็กที่เลี้ยงเท่าท่านบ้างข้ามองอย่างไม่สบอารมณ์ เลิกสนใจเขาแล้วมองภาพวาดต่อดูจะมีประโยชน์กว่า

ข้าเพิ่งเห็นว่าข้างๆภาพวาดนั้นมีตัวอักษรบางอย่าง ปลายพู่กันตวัดอย่างสวยงามแสดงถึงจิตใจของผู้เขียนประโยคนี้ลงไป ข้าเพ่งมองกลับพบว่าเป็นภาษาที่ข้าไม่รู้จัก

พอหันหน้าไปจะถามไรเซลกลับทำให้ข้าชะงัก เขามองมาทางข้าด้วยสีหน้าจริงจัง... จริงจังกว่าที่ข้าเคยเห็นมาทุกครั้ง

ข้าอยากจะถามเขาว่ามีอะไรหรือไม่ แต่พอสบสายตานั่นแล้วกลับพูดไม่ออก...

นาเรม...ไรเซลลุกมายืนตรงหน้า... เขาก้มลงศรีษะอยู่ระดับเดียวกับข้าพอดี มือสองข้างจับแขนข้าไว้แน่น... แววตาของเขาจริงจังไม่มีความอ่อนโยนเหมือนเคย

รับปากข้าเรื่องนึง หากวันพรุ่งนี้เจ้าเกิดเรียกอาวุธเทพได้เป็นทวนให้รีบเก็บทันทีเข้าใจหรือไม่ นอกจากอาจารย์แล้วก่อนกลับมาที่ตำหนักห้ามเรียกออกมาอีก

ทำไมต้องเป็นทวน...มือที่บีบแขนข้าเริ่มแน่นขึ้นจนรู้สึกเจ็บ

เจ้ารับปากข้าก่อนแม้แต่น้ำเสียงของไรเซลก็จริงจังจนข้าไม่กล้าพูดอะไรอีก

ข้ารับปากท่าน ปล่อยแขนข้าได้แล้วไรเซลพยักหน้าอย่างพอใจในคำตอบของข้า เขารีบปล่อยแขนข้าให้เป็นอิสระ สายตาก็กลับไปอ่อนโยนเหมือนเดิมพลางลูบแขนข้า

ข้าขอโทษ เจ้าเจ็บมากหรือไม่

ข้าส่ายหัว ข้าไม่เป็นอะไร หากข้าถามถึงเหตุผลท่านจะบอกไหม

ไรเซลมองดูข้าด้วยสายตาอ่อนโยนอีกครั้ง...

“!!!!”

ฉับพลันร่างกายข้ากลับถูกดึงเข้าไปกอด ไรเซลฝังหน้าลงที่บ่าของข้า

 ไว้เจ้าโตมากกว่านี้แล้วข้าจะบอก

เสียงทุ้มนุ่มกระซิบดังที่ข้างหู...

พวกท่านมีหลายเรื่องที่ปิดบังข้า เป็นเพราะข้ายังไม่โตใช่ไหม

มือใหญ่ลูบหัวข้าเบาๆอย่างปลอบโยน...

นั่นเพราะข้ากับคุลอาลรักเจ้ามากต่างหาก…”

ท่านสัญญา ถ้าข้ากลายสภาพแล้วจะบอก

วงแขนที่โอบกอดข้าพลันแน่นขึ้นราวกับกลัวข้าจะหายไป...

ข้าจะบอกต่อเมื่อเจ้าโตพอต่างหาก

โตพอของท่านข้าต้องรอไปถึงร้อยปีหรือไม่ ข้าจะรอก็ได้ท่านสัญญากับข้า

ข้าสัญญา

           











บันทึกวันที่xx เดือนxx ปีxxxx

ข้าก็ปราถนาให้ถึงร้อยปี ให้ยาวนานเท่าที่จะทำได้...
 

 

◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆

TALK

ณ.สมัยที่นาเรมยังเพิ่งออกจากไข่

ไรเซล – คุลอาลเมื่อคืนนาเรมร้องไห้ด้วย เขาบอกว่าหากข้าไม่ไปนอนด้วยเขาจะไม่ยอมนอนเด็ดขาด

คุลอาล /มองด้วยสายตาที่แอบเหยียดหยาม นั่นเป็นเพราะเมื่อตอนกลางวันท่านนาเรมอ่านหนังสือเรื่องเกี่ยวกับปีศาจไปต่างหาก อีกทั้งข้าไม่อยู่เขาถึงเรียกหาท่าน

ไรเซล – “………….”

คุลอาล - /ตอกย้ำต่ออย่างไร้เยื่อไย เมื่อวันก่อนท่านนาเรมเพิ่งกล่าวกับข้าว่าไม่อยากนอนกับท่านแล้ว ท่านตัวหนักชอบทับ แถมยังชอบกอดจนอึดอัด ขอมานอนกับข้าแทน

ไรเซล – “จะ...เจ้า เจ้ามันปีศาจ!”

 

-        วันก่อนเพื่อนเราถามเราว่าตกลงใครเป็นตัวเอก ใครเป็นพระเอก เดี๋ยวนะ ที่อ่านกันมานี่ทุกคนรู้กันไหมคะว่าใครเป็นตัวเอกหรือพระเอก555 (หรือเราเขียนไม่ชัดเจน)

-        แถมเพื่อนยังถามอีกว่าคุลอาลเนี่ยจะเข้าฮาเร็มไหม เดี๋ยวก่อนเราแอบบอกไว้ว่าคุลอาลเนี่ยเขามีคู่ของเขานะคะ ทุกคนอิมเมจว่าคุลอาลเป็นแบบไหนกันเนี่ย555

-        แอบกังวลเล็กน้อยค่ะว่าเนื้อเรื่องเดินเร็วเกินไปไหม ทั้งๆที่ตอนแรกเราวางไว้16ตอน เขียนไปเขียนมาดูจะเกิน16ตอนไปไกลเลย แต่พออ่านก็แอบคิดว่าเดินเรื่องเร็วไปอยู่ดี

-        ปมในเรื่องเริ่มเผยออกมาอย่างต่อเนื่องแล้วนะคะ มีใครจับอะไรได้บ้างไหม <3

-        ขอบคุณที่อ่านนะคะ เจอกันตอนถัดไปค่ะ (เขินจังTALKยาวมากตอนนี้ /ไม่มีคนอ่าน)

PS. ติก็ได้นะคะเราชอบ(..) จะพยายามตอบคอมเม้นท์น้า 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #413 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 20:18
    สำหรับเรา การเดินเรื่องกำลังดีนะ ไม่รวบรัดเกินไปจนวิ่งเรื่อง ไม่ช้าเกินไปจนคลานเรื่อง 55555 เราชอบแบบนี้นะ
    #413
    0
  2. #398 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 20:00
    นี้เริ่มแน่ใจแล้วแน่ๆอะว่านาเรมต้องเป็นคนที่ไรเซลเรียกตอนต้นเรื่องแน่เลย ไม่งั้นเทพระดับสูงคงไม่มารับน้องไปเลี้ยงแค่เพราะเหงาหรอก หรือจริงๆแล้วน้องจะเป็นเจ้าชายจากภพมาร
    #398
    0
  3. #366 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 16:08
    ง่า มีความหลังแอบแฝง นาเรมชาติก่อนตายเพราะคมหอกคมดาบแหง ไซเรลถึงพยายามห้ามขนาดนี้
    #366
    0
  4. #330 Kanyaphat5979 (@Kanyaphat5979) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 18:30
    ง่าา ความเศร้านี่มันอะไรกันน TOT
    #330
    0
  5. #308 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 22:56
    ตอนนี้มั่นใจอ่ะ ว่านาเรมเป็นคนวาดภาพ
    เราคิดว่าไรเซลกับคุลอาลรู้อยู่แล้วว่าอดีตของนาเรมเป็นมายังไง แล้วต้องเกี่ยวกับความฝันตอนเกิดใหม่แน่ๆ(ที่บอกว่าทำผิดกฎ//รึเปล่า?)
    แต่ว่านะ ทำไมต้องเป็นทวน จะเกี่ยวอะไรกับชาติก่อนมั้ยนะ!?
    #308
    0
  6. #289 แกงส้ม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 21:18
    ต้องติดตามต่อไป
    #289
    0
  7. #250 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 22:10
    อ่า เหมือนว่านาเรมจะมาจากโลกมนุษย์ แค่มันก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดีกว่าก่อนที่จะเป็นโลกมนุษย์นั้นมันเป็นโลกอื่นมาก่อนหรือเปล่า

    แล้วก็ นาเรมคือคนที่วาดภาพพวกนั้นใช่หรือเปล่า

    แล้วทำไมอาวุตเทพต้องเป็นทวน ที่สำคัญ...ทวนคืออะไร 555

    เอาตามจริงก็รู้นะส่าใครคือตัวเอก แค่ไม่แน่ใจว่าใครคือพระเอก 555 ใช่ไรเซลรึเปล่า?
    #250
    0
  8. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:18
    เราเข้าใจนะ ว่าใครนายเอกใครพระเอก ใครตัวชง หุหุ
    #224
    0
  9. #193 nstthiya Buranachaitawee (@nattiyabu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 07:31
    สนุกมากค่าาาาาาา ขอบคุณนะคะไรท์
    #193
    0
  10. #90 A.Iliad (@minerva_18) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 15:14
    ภาพวาดพวกนั้นคนที่วาดคือนาเรมในชาติก่อนสินะ อาจารย์พอจะรู้แล้วล่ะสิว่าอดีตของนาเรมคือใคร ท่านไรเซลก็คงรู้อยู่แล้วสินะ
    ท่านไรเซลกับคุลอาลเหมือนเกทับกันว่านาเรมรักใครมากกว่าสุดท้ายท่านไรเซลก็พ่ายแพ้อีกตามเคย เราคิดว่าถ้าคุลอาลมีคู่คุลอาลน่าจะเคะนะ
    #90
    0
  11. #75 น้ำเขียว B1 (@---ww-ai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 23:53
    นาเรม เจ้าเป็นใครกันนแน่ แล้วใครกันแน่ที่จะ/ด้คู่กับเจ้า ข้าไม่รู้ว่าที่ข้าคิดจะถูกหรือไม่ แต่ข้าจะอ่านเจ้าต้อไปนะนาเรม
    #75
    0
  12. #15 Khaosan P. (@liming) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 21:54
    สนุกดีค่ะ  ชอบภาษาที่เขียนจัง
    #15
    0
  13. #14 ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 20:50
    เราว่าเนื้อเรื่องหลักๆ ดำเนินเร็วค่ะ เราชอบ 5555555 แต่ว่ายังมีบางพาร์ทที่แบบดูเป็นพาร์ทรอง เหมือนคนเขียนใส่มาให้เป็นความรู้ประดับไว้เฉยๆ อะ ตรงนั้นมันดูเอื่อยๆ นิดนึงค่ะ แต่ว่าก็แค่ 2-3 พารากราฟเอง ไม่เยอะ ก็คืออ่านได้เรื่อยๆ นะคะ

    ยอมรับว่าตอนแรกเราก็ไม่แน่ใจว่าคู่ไหน แต่พออ่านๆ ไปแล้ว ปิศาจกับปิศาจน้อยอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก ส่งปิศาจน้อยไปปราบไรเซล ฮ่าาาา ไรเซลดูจะติดนาเรมดีแท้ ขี้เหงาหรือว่าอะไรก็ไม่รู้
    ส่วนคุลอาลนี่ต้องหาคนมาปราบแทน ฮี่ๆๆๆๆ ดูจากกระทำที่กระทำไรเซลแล้ว เราว่าไรเซลก็คงอยากให้มีคนมาปราบและมาอยู่ข้างเดียวกันแน่ๆ ฮ่าาาาาาาา

    ตอนแรกก็แอบคิดว่านี่จะเป็นรักสามเศร้ามั้ย ไรเซล คุลอาล นาเรม แบบที่คุลอาลยอมดูแลไรเซลอยู่ก็เพราะรักไรงี้ 555555555 มโนได้อีก แล้วนาเรมก็เข้ามา สรุปว่าคุลอาลกับนาเรมได้กันแทน ก๊ากกกกกกกกก



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 มีนาคม 2558 / 21:25
    #14
    0
  14. #10 Sireethorn Thapang (@plosive) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 23:20
    ถ้ามันจะสนุกชวนลุ่มหลงให้ติดตามขนาดนี้ ~
    ไรท์ต้องรีบมาต่อเร็วไร่ะมันรู้สึกค้างๆอ่ะ สนุกมากกกกค่ะ
    #10
    0
  15. #9 vwe_vwa (@vwe_vwa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 22:33
    ทำไมต้องเป็นทวนกันนะะะ//สงสัยตาม
    #9
    0