เมื่อคีตาแห่งเทพสวรรค์เริ่มบรรเลง◆BL,YAOI (END)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 36,523 Views

  • 424 Comments

  • 2,884 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    133

    Overall
    36,523

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 สิ่งที่ไม่ควรรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    21 มี.ค. 58






บทที่
5

สิ่งที่ไม่ควรรู้

 

 

 

          เบื้องหน้าเป็นสีดำสนิท ตัวข้านั้นราวกับถูกความมืดกลืนกิน... ข้าเดินหาหนทางจากที่แห่งใดไปยังที่แห่งใดก็ไม่มีใครทราบ จนกระทั่งข้าเห็นตัวข้าเอง...

            ข้าร้องไห้ทำไม...?

            ไม่... นั่นไม่ใช่ ข้าต่างหากที่ยืนมองอยู่

            เจ้าร้องไห้ทำไมข้าถามคนที่ร้องไห้เบื้องหน้า

            แต่มีเพียงความเงียบเท่านั้นเป็นคำตอบ...

            ภาพเบื้องหน้าค่อยๆจางหายไปในความมืดเช่นดังเดิม... ข้ามองไปยังแสงสีขาวแห่งเดียวในที่นี้ ขนนกสีขาวกระจัดกระจายเต็มท้องฟ้า...

            ข้ารู้จักผู้คนเหล่านั้น... พวกเขาต่างกางปีกบินแล้วยิ้มให้... ยิ้มให้จนปากของพวกเขานั้นกว้างไปสุดใบหน้า ปีกถูกกระพืออีกครั้ง เหล่ากลุ่มก้อนสีขาวพุ่งตรงมายังเบื้องหน้า!

          นาเรม.....ต...

          เลือดสีแดงพุ่งออกจากร่างกายแบบไม่รู้ทิศทาง... ข้าล้มลง พื้นที่เย็นเฉียบชวนให้หัวใจขาดเขลา

 

            นาเรม!!!”

          สิ่งแรกที่รู้ได้คือแสงสว่างจนแสบตาเบื้องหน้า พอมองซักพักถึงค่อยแยกออกระหว่างแสงกับไรเซล ข้ายกมือขึ้นมาเสยผมที่เต็มไปด้วยเหงื่อจนเปียกชุ่ม

            ที่แท้เมื่อกี้ข้ากลับฝันไป...

            ข้าไม่เป็นไร ท่านมีอะไรหรือเปล่าไรเซล

            หลังจากถามออกไปแล้วกลับไม่ได้รับคำตอบ ข้าถึงค่อยรับรู้ถึงความผิดปกติของตัวเอง

            นี่ข้า... ข้ายกมือขึ้นมาสำรวจ นอกจากนี้เสียงก็เปลี่ยนไปด้วย... มิน่าเล่าไรเซลถึงได้มองข้าอย่างตกใจอย่างนั้น คาดว่าพอเขาตื่นมาคงเจอข้าในสภาพนี้แล้วถึงรีบร้อนปลุก

            ข้าไม่ควรอยู่ในท่านี้…” ไรเซลลุกขึ้นจากตัวข้า เขาดูรีบร้อนลงไปยืนตรงปลายเตียง เจ้าเตรียมตัวไปสถานศึกษาเถอะ

            ข้าพยักหน้าตอบ ขอเวลาข้าซักพัก

            หลังจากไรเซลเดินออกไปแล้วข้าถึงค่อยพาตัวเองขึ้นมาจากเตียง เมื่อตอนยังตื่นนอนใหม่ๆยังไม่รู้ตัวว่ากลายสภาพอีกครั้งแล้วแท้ๆแต่ตอนนี้กลับแค่นึกถึงเรื่องเมื่อวานก็รู้สึกห่างไกลเต็มที

            อาภรณ์สวรรค์ที่แท้ก็มีประโยชน์จริงๆรู้จักโตขึ้นตามผู้สวมใส่ด้วย

            ข้าเดินออกมาตามทางเดินเพื่อไปหาไรเซลกับคุลอาล ข้ายิ้มน้อยๆให้เหล่าเทพผู้รับใช้เหมือนเคย พวกเขาต่างตกใจและแปลกใจในขณะเดียวกัน ข้าส่องกระจกในห้องดูแล้วคาดว่ารูปร่างตอนนี้คงอยู่ที่อายุประมาณ19-20ปี ผมสีน้ำตาลยาวขึ้นนิดหน่อย... หน้าตาก็พอใช้ได้ถ้าไม่ไปเปรียบเทียบกับเทพอีกสององค์ในตำหนัก

 

            ก็อก ก็อก

          เสียงเคาะประตูสองครั้งดังขึ้นก่อนคนที่เคาะจะก้าวเข้าไป ข้าสบกับดวงตาสองคู่ที่มองมาอย่างงุนงง

            ที่แท้กลายสภาพเปลี่ยนได้ถึงเพียงนี้... เจ้ากลับรู้จักเคาะประตูแล้ว

            “นอกจากนี้ท่านยังสวมอาภรณ์ได้เรียบร้อยอีกด้วย

            ข้าถลึงตาใส่พวกเขาก่อนถามสิ่งที่อยากรู้ ไรเซลท่านตื่นมาข้าก็เป็นแบบนี้เลย?

            ไรเซลยกมือขึ้นมาคล้ายจะเรียกข้าไปกอดเหมือนที่เคยทำแต่เขากลับลดมือลง กล่าวด้วยท่าทางดูขัดเขินเล็กน้อย ข้าก็เอ่อ...ตื่นมาก็เจอเจ้าเป็นแบบนี้

            ท่านกลับรู้จักมียางอายบางแล้วคุลอาลที่ยืนอยู่ข้างๆกล่าวขึ้นมาอย่างจงใจ

            คุลอาลเจ้าไม่มีปีศาจน้อยแล้วยังคิดแกล้งข้าได้อีกหรือ

            ข้าจะไปสถานศึกษาแล้วข้ารีบกล่าวห้ามทัพ คุลอาลโค้งศรีษะให้เป็นการบอกลา ข้ามองไปทางไรเซล ดูเขาค่อนข้างสับสนปนกลัวเล็กน้อยว่าจะปฎิบัติกับข้าเหมือนเดิมดีหรือไม่

            เห็นเขาเหลือบมองข้าทำท่าจะเดินมาแต่กลับไม่เดินมาทำเอาข้าอดยิ้มไม่ได้

            ไรเซลตกลงท่านจะมาลาข้าหรือไม่ พอข้าพูดจบสายตาเขาก็ดูทอประกายแสงแห่งความหวังขึ้นมา

            ข้าทำเหมือนเดิมกับเจ้าได้งั้นเหรอ…”

            แน่นอนว่าไม่

            ข้าตัดบทไรเซล ทำเอาเขาดูเศร้าลงไปทันตาเหมือนมีก้อนเมฆทะมึนอยู่บนศรีษะ ยังมีคุลอาลที่มองเขาด้วยสายตาที่เอ่อ... ข้ามคำอธิบายดูท่าจะดีกว่า...

            ข้าถอนหายใจตัดสินใจเมินไรเซลที่หดหู่ แล้วข้าจะรีบกลับมา พูดจบข้าก็เดินหันหลังจะกลับออกไปแต่ข้อมือกลับถูกฉวยไว้ก่อน ไรเซลเข้ามากระซิบที่ข้างหูข้า

            นาเรมเจ้ายังจำที่ข้าบอกเมื่อวานได้หรือไม่

            “ข้าจำได้ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง

            ข้าสบตากับสายตาที่มองมาอย่างห่วงใย ค่อยๆดึงมือตัวเองออกจากมือใหญ่ที่อบอุ่นแล้วเดินหันหลังจากมา... ทิ้งให้เทพสวรรค์ในห้องสององค์สนทนากันต่อ

            ........คุลอาลตามนาเรมไป

            “รับทราบองค์เทพไรเซล

 

            ข้ากลับกลายเป็นคนแรกที่กลายสภาพ ภาพรวมของห้องเรียนวันนี้จึงมีเด็กอายุยี่สิบหนึ่งคนท่ามกลางเด็กตัวเล็กๆอีกยี่สิบเก้าคน เด็กเทพคนอื่นๆต่างมองมาทางข้าด้วยความสนใจ

            ท่านอาจารย์กล่าวว่าช่างน่าเหลือเชื่อที่ข้าเป็นคนแรกที่กลายสภาพ ข้าจึงถามเขาว่าทำไม

            เพราะว่าเรื่องบังเอิญก็จะมีเพิ่มขึ้นอีกเรื่องนึงแล้วน่ะสิ

            แต่พอข้าถามท่านอาจารย์ต่อ เขากลับยิ้มแล้วไม่พูดอะไรอีก...

            การเรียนที่สถานศึกษาในวันนี้พูดถึงเรื่องภพมนุษย์ ดูเหมือนว่าเหล่ามนุษย์ส่วนมากนั้นจะไม่รับรู้การมีตัวตนของภพอื่นๆ มีเพียงไม่กีคนบนภพมนุษย์เท่านั้นที่จะมีโอกาสได้พบเจอ 

            ถ้าพวกเขาเหล่านั้นโชคดีก็จะได้พบเทพสวรรค์อย่างเหล่า แต่หากพวกเขาได้พบปีศาจหรืออสรูคาดว่าพวกเขาคงได้พบคนจากภพวิญญาณต่อทันทีชายชรากล่าวอย่างมีอารมณ์ขัน

            ภพมนุษย์จะไม่เป็นหนึ่งเดียวเหมือนพบอื่นๆพวกเขามีการแบ่งประเทศ แบ่งภาษา ต่างพฤติกรรมและวัฒนธรรม พวกเขาอ่อนแอแต่เป็นภพที่เราควรปกป้อง

            เทพสวรรค์จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับภพมนุษย์มากนัก ถ้ามีปีศาจหรืออสูรไปวุ่นวาย นอกเสียจากว่าจะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างอย่างมากเราถึงจะสอดมือเข้าไปยุ่ง

            ข้าครุ่นคิดตามเด็กเทพจากภพมนุษย์ที่ยกมือถามท่านอาจารย์ว่า แม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ที่ลงไปสังหารผู้นำปีศาจในภพมนุษย์นั้นทำอย่างไร... เขาบินไปกลับระหว่างภพสวรรค์ทุกวันหรือ

            พอนึกถึงตรงนี้ข้าก็จำได้ว่ามันไม่สามารถบินไปได้ดั่งใจ

            ในอดีตแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ได้ปลอมตัวลงไปเป็นมนุษย์สืบหาข่าวคราวของผู้นำปีศาจ พอเข้าใกล้แล้วจึงกรีฑาทัพใหญ่สวรรค์ลงมาสังหาร ส่วนการจะย้ายไปยังภพอื่นนั้นเทพสวรรค์สามารถเคลื่อนย้ายได้ทุกองค์ แต่พวกเรานั้นต้องได้รับพระบัญชาจากองค์เทพสูงสุดเท่านั้น

            ข้าคิดภาพตามเรื่องที่อาจารย์เล่า หากแต่พอนึกถึงภาพที่เหล่าเทพสวรรค์กรีฑาทัพใหญ่ขนนกสีขาวกระจัดกระจาย... กลุ่มก้อนสีขาวของเหล่าเทพสวรรค์บินเคลื่อนที่มาด้วยความเร็วสูง

            พลันนึกถึงความฝันเมื่อเช้าก็รู้สึกเย็นเฉียบเข้าไปถึงขั้วหัวใจ...

            เสียงปรบมือของชายชราเรียกทุกคนให้กลับมาสนใจ ท่านอาจารย์กระแอมแล้วพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้น ไปที่ด้านนอกสถานศึกษา ถึงเวลาที่พวกเจ้าต้องเรียกอาวุธเทพแล้วหากใครเรียกได้แล้วถึงกลับได้... ตราบใดที่ยังเรียกไม่ได้ก็ห้ามเดินออกจากสถานศึกษานี้แม้แต่ก้าวเดียว!”

            หลังจากกลายสภาพแล้วความกังวลของข้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย ข้าเดินตามเด็กเทพคนอื่นออกไปด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ข้าหลับตานึกถึงเรื่องที่ไรเซลพูดเมื่อวาน

รับปากข้าเรื่องนึง หากวันพรุ่งนี้เจ้าเกิดเรียกอาวุธเทพได้เป็นทวนให้รีบเก็บทันทีเข้าใจหรือไม่ นอกจากอาจารย์แล้วก่อนกลับมาที่ตำหนักห้ามเรียกออกมาอีก

            ท่านอาจารย์กลับทำให้ข้าลำบากมากกว่าเดิมเมื่อเขาให้พวกเราทั้งหมดต่อคิวกันเรียกอาวุธเทพทีละคน ข้าดันมายืนอยู่กลางแถวพอดีจะหันหลังกลับตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว

            ไรเซลให้ข้ารับปากทั้งๆที่ข้าจะเรียกได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ ถ้าเกิดข้าเรียกไม่ได้แล้วไม่ได้กลับบ้านจริงๆข้าจะปล่อยให้เขานอนคนเดียวไปอีกสามคืนเลย ถึงแม้คนอายุยี่สิบไม่สมควรจะนอนด้วยกันแล้วแต่ในเมื่อไรเซลเป็นคนเลี้ยงข้ามา ส่วนข้าเป็นผู้อาศัย ถ้าเขาไม่เอ่ยปากข้าก็ไม่คิดจะไป

 

           

            ข้ามองดูแถวที่เริ่มสั้นลงเรื่อยๆ ละอองสีขาวฟุ้งลอยเต็มไปรอบบริเวณหลังสถานศึกษา... เด็กเทพที่มีพลังเทพเยอะมากถึงกับมีลมพัดเบาๆด้วยซ้ำ

เสียงอุทานดังขึ้นเป็นระยะๆทุกคนต่างตั้งใจดูว่าคนก่อนหน้าอาวุธเทพเป็นสิ่งใด ยิ่งแถวสั้นลงอีก หัวใจข้าดังรัวๆราวกับจะหลุดออกมา ข้าสูดอากาศทิพย์หายใจเข้าไป มือเสยผมที่เริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อเพราะความเครียด

เด็กคนด้านหน้าของข้าเดินออกไปยืน เขาประกบมือกันหลับตาแล้วแยกออกมาขนาน มีแสงจ้าสว่างวาบออกมาใจกลางฝ่ามือนั้น ละอองสีขาวพุ่งกระจัดกระจายออกมา... จนกระทั่งในมือของเด็กเทพคนนั้นมีมีดสั้นเล่มนึงปรากฎ เจ้าของอาวุธเทพยิ้มด้วยความดีใจ... ท่านอาจารย์ก้มลงจดอะไรบางอย่างแล้วกวักมือเรียกข้าที่เป็นคนถัดไป

ข้าถอนหายใจเดินออกไป ขนตายาวค่อยๆปิดลง... มือประกบขนานกันในแนวนอนด้วยความตั้งใจ พยายามสัมผัสถึงพลังในร่างที่ว่างเปล่า

ถ้าเป็นพลังของข้าก็เลิกเล่นแล้วออกมาเถอะ!

.....เจ้าออกไปก่อน

จวบจนกระทั่งท่านอาจารย์เอ่ยปากไล่ข้า ข้ารู้สึกจุกจนพูดไม่ออกได้แต่พยักหน้าให้อาจารย์แล้วเดินเลี่ยงออกมา... หลบสายตาจากเด็กเทพคนอื่นที่มอง

 ข้าเอามือทาบตรงตำแหน่งหัวใจ.... ความรู้แย่จนดำดิ่งที่พุ่งออกมานี้คือสิ่งใดกันแน่...

น่าขันที่ในเวลาแบบนี้ถึงแม้ข้าจะอายุยี่สิบแล้วกลับนึกถึงเทพสวรรค์สีทององค์นั้นขึ้นมาเสมอ ข้ากลับอยากได้ยินเสียงของไรเซล อยากได้ดวงตาคู่นั้นมาปลอบโยนเหลือเกิน...

ข้าสลัดความรู้สึกทิ้งไปแล้วลองเรียกอาวุธเทพต่อไปซ้ำๆอย่างไม่มีจุดหมาย... จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานพอสมควร เด็กเทพสามสิบคนก็เบาบางลงเหลือไม่ถึงสิบคน

เจ้ามาตรงนี้เด็กเอ๋ย…”

ชายชรากวักมือเรียก ข้าเดินเข้าไปหาท่านอาจารย์ เด็กเทพส่วนใหญ่ที่เหลืออยู่ต่างติดคุยกับเพื่อนบ้างหรือว่ายังทดลองอาวุธเทพอยู่บ้าง

ข้าเป็นคนเดียวที่เรียกอาวุธเทพไม่ได้!

น่าแปลกมากข้าจะเล่าเรื่องนึงให้เจ้าฟัง

ท่านอาจารย์บอกให้ข้านั่งลงฝั่งตรงข้าม เด็กเทพที่เหลือหันมาสนใจเราเป็นพักๆ

เด็กเทพที่กลายสภาพก่อนคนอื่นนั่นหมายถึงพวกเขามีพลังเทพมากกว่าคนอื่นเสมอ... ซึ่งการที่เจ้ากลายสภาพก่อนคนอื่นสองคราแต่กระดาษของสวรรค์วัดพลังเจ้าไม่ได้ อาวุธเทพกลับไม่ตอบรับเจ้า... เด็กเอ๋ยคิดว่าเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องบังเอิญเกินไปหรือไม่... ท่านอาจารย์ลูบเคราตัวเองช้าๆอย่างครุ่นคิด มองข้าด้วยสายตาที่ยากคาดคะเน

อยู่เฉยๆจู่ๆมือใหญ่ที่เหี่ยวย่นของอาจารย์ก็จับมาที่แขนของข้า ข้ารู้สึกได้ถึงความร้อนที่เพิ่มขึ้นจนผิวหนังกลายเป็นสีแดงบริเวณที่อาจารย์จับ แววตาของชายชราตรงข้ามข้าบอกว่าเขาประหลาดใจ

ท่านอาจารย์ปล่อยปล่อยแขนข้าในที่สุดก่อนกล่าวว่า มีคนทำบางอย่างกับเจ้า... แต่นี่ไม่ใช่ธุระที่ข้าจะกล่าวอะไรออกมา ธุระของข้าคือทำให้เจ้าเรียกอาวุธเทพได้เท่านั้นเพราะฉะนั้น...

สิ้นคำชายชราโบกมือวูบ เสียงเหมือนสิ่งใดแตกออกดังขึ้น... พลังความร้อนบางอย่างเหมือนพวยพุ่งออกมาจากตัวข้า ทั่วร่างกายรู้สึกร้อนวูบซักพักก่อนจะค่อยๆเย็นลง

            ข้ายกมือขึ้นมามอง... ภายนอกกลับไม่มีสิ่งใดแตกต่างแต่ข้ากลับรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม

            ไม่ต้องรอให้เทพสวรรค์องค์ใดเอ่ยคำ  ข้าลุกขึ้นยืนประสานมือเข้าด้วยกัน วางมือแนวแล้วนอน... ขนตายาวกระพริบก่อนจนปิดลง...

ความอบอุ่นที่ทำให้หัวใจสงบแผ่พุ่งออกไปรอบๆเหมือนมีตัวข้าเป็นศูนย์กลาง... ข้าปราถนาพลังที่อบอุ่นนี้...

อยากได้มันอีก... ปราถนาดำดิ่งลงไปลึกขึ้นไปสู่ใจกลาง

            เด็กเอ๋ย!!!”

            เสียงท่านอาจารย์ดังขึ้นเรียกข้ากลับมาจากความคิด ข้าลืมตาขึ้นเบื้องหน้าชายชราทำหน้าตาเคร่งขรึมมองมาแสงสว่างแสบตาจะแทบจะมองไม่เห็น ชายเสื้อท่านอาจารย์พัดอย่างรุนแรง เด็กเทพที่เหลือมองอย่างตกตะลึง เสียงต้นไม้รอบตำหนักต่างพากันร่ำร้อง... ละอองสีขาวฟุ้งกระจายรอบมือข้า

            ดวงตาของข้าทอประกายเมื่อเห็นอะไรบางอย่าง ข้าจับสิ่งของในมือมั่นแล้วเหวี่ยงมันออกไปข้างตัว...

            ความเงียบปกคลุมทั่วไปบริเวณ... สายตาของอาจารย์ทวีความตกใจจากปกติ

            ข้าไล่สายตาไปยังอาวุธเทพของข้า...

            “…ทวน...สามแฉก...

เสียงแหบแห้งของชายชราดังขึ้น ท่านอาจารย์ตะโกนบอกให้เด็กเทพที่เหลือกลับไป เขารีบก้าวเท้าเดินมาทางข้าด้วยความร้อนรน

เจ้าผ่าน เก็บอาวุธเทพแล้วกลับไปที่ตำหนักของเจ้าเดี๋ยวนี้

ข้าพยักหน้าแล้วเก็บอาวุธเทพด้วยความงุนงง ท่านอาจารย์ดันหลังข้าให้เดินไปหน้าตำหนักแล้วไม่พูดอะไรอีกเขากล่าวเพียงแค่ให้ข้ารีบกลับเท่านั้น

ข้าบินกลับตำหนักด้วยความงุนงงพลางนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา... เรื่องที่ท่านอาจารย์พูด

ข้ากลายสภาพเร็วแสดงถึงพลังเทพที่เยอะภายในตัวข้า แต่ข้ากลับเรียกอาวุธเทพไม่ได้จนกระทั่งอาจารย์ทำบางอย่าง คำที่อาจารย์กล่าวไว้ดังขึ้นมาในหัว

มีคนทำบางอย่างกับเจ้า....

            เหตุใดข้าจึงจำอะไรในอดีตไม่ได้... เหตุใดข้าถึงมีพลังเยอะแต่กลับเรียกอาวุธเทพไม่ได้... เหตุใดกระดาษวัดพลังเทพของข้าถึงไม่เผาไหม้... เหตุใดอาจารย์จึงตกใจเมื่อเห็นอาวุธเทพของข้า

            ข้าไม่สามารถรู้ถึงคำตอบ แต่มีคนที่ต้องรู้แน่ๆ คนที่บอกข้าตั้งแต่เมื่อคืน... ไรเซล!

            หลบ!” ข้ารีบเดินจากหน้าตำหนักเข้าไปตามทางเดิน

            ท่านนาเรมค่อยๆเดิน

            คุลอาลเจ้ารู้... เจ้ารู้ใช่หรือไม่ข้าเหล่มองคุลอาลที่เดินตามมา กัดฟันถามเขาด้วยความเจ็บใจ

 คุลอาลกลับหลบเลี่ยงสายตาไม่ตอบคำถามข้า...

 

            ก็อก ก็อก ก็อก ก็อก ก็อก ก็อก ก็อก ก็อก

            เข้าม.....

            “ไรเซล!” ข้าพุ่งตัวเข้าไปทันทีที่รู้ว่าในห้องมีคนอยู่

            นาเรมเจ้าร้อนรนสิ่งใดขนาดนั้นกัน?

            “ข้าเรียกอาวุธเทพได้แล้ว

            ฉับพลันสีหน้าของไรเซลก็เปลี่ยนไปเคร่งเครียดทันที เขาเดินตรงมาที่ข้า มือใหญ่จับไหล่ข้าไว้สองข้าง

            เจ้าเรียกอะไรออกมานาเรม

            ..............ข้าเงียบไม่ตอบคำเขา

            “นาเรมเสียงทุ้มดุออกมา

            ทวนสามแฉก

            แววตาของไรเซลกลัดกลุ้มเขากล่าวเสียงเครียดออกมา สุดท้ายเจ้าก็....

            ท่านรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรืออย่างไร! ทั้งท่าน ทั้งคุลอาล!” ข้าเผลอเสียงดังใส่เขาด้วยความลืมตัว ข้ารีบมองหน้าไรเซลอย่างรู้สึกผิด ไรเซลกลับหลบสายตาข้า

            ข้าบอกเจ้าเมื่อวานแล้วว่าเมื่อเจ้าโตข้าจะบอก

            ข้าจะโตได้เมื่อใดเมื่อท่านไม่บอกอะไรแก่ข้า... ข้าจำอดีตไม่ได้ ท่านอาจารย์ก็บอกว่ามีคนทำบางอย่างกับข้า พอข้ากังวลเรื่องพลังท่านกลับปลอบโยนข้าอย่างใจเย็นเหมือนไม่มีสิ่งใด...ข้ามองหน้าไรเซล ดวงตาสะท้อนความเสียใจ พอได้พูดออกมาข้าก็ไม่สามารถหยุดได้อีก ท่านที่แท้รู้ทุกอย่างอยู่แล้วใช่หรือไม่ พวกท่านกลับไม่มีใครบอกข้า หรือแท้จริงแล้วท่านคือคนที่ทำทุกอย่างตั้งแต่เริ่มแรกไรเซล!”

            ไรเซลบีบไหล่ข้าแน่น เจ้าคิดเยอะเกินไปแล้วนาเรม ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดให้เจ้าควรรู้

            “สิ่งที่ข้าไม่ควรรู้มันแย่ขนาดไหนกัน จะดีจะร้ายปล่อยให้ข้ารู้ข้าตัดสินใจเองได้ ไม่ต้องรบกวนท่านมาตัดสินใจให้ข้า!” ข้าสะบัดมือของไรเซลออกจากตัว หันหลังจะเดินหนี

            ข้าไม่อยากคุยกับไรเซลตอนนี้ การไม่รู้อะไรเลยทำให้ข้ารู้สึกแย่มากราวกับมีสิ่งของหนักเท่าภูเขามาถ่วงความรู้สึก... หัวใจข้าให้ดิ่งลง...

            “ไม่เป็นไร ข้าจะไม่ถามสิ่งใดจากท่านอีกแล้ว

            ข้าไม่โกรธไรเซลหรือคุลอาล ข้าจะโกรธคนที่เลี้ยงข้ามา หวังดีต่อข้าได้อย่างไร... ข้าแค่โกรธตัวข้าเองเท่านั้น พวกเขาไม่ไว้ใจข้า ปกป้องมากจนเกินไป

            นาเรมเดี๋ยว!” ไรเซลคว้ามือข้าไว้ เขาเสียงดังอย่างที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน... ดวงตาที่ปกติจะอ่อนโยนคู่นั้นทอประกายเจ็บปวดจนข้าอ่อนใจ

            อ้อมแขนแกร่งโอบกอดข้า... ลมร้อนเป่าอยู่ที่ข้างหู พอส่วนสูงเราใกล้เคียงกันข้าก็สัมผัสได้ถึงความร้อนมากกว่าที่เคย... รวมทั้งความอบอุ่นที่ได้รับจากเขาตลอดมา

            ท่านรู้ไหมว่าข้าอายุยี่สิบแล้ว

            นาเรมอย่าไป อย่าเดินหนีข้า... ข้าจะบอกเจ้าซักวันแน่นอน เสียงของไรเซลดังขึ้นข้างๆหู... เว้าวอนขอร้องจนเหตุผลทุกอย่างของข้าแตกกระจาย เพราะฉะนั้นข้าขอร้อง... อย่าบีบบังคับข้าอีกเลย อย่าเดินหนีข้า

            ข้าไม่โกรธท่าน ข้าแค่เสียใจเท่านั้น…”

            ไรเซลกอดข้าแน่นกว่าเดิม ข้าขอโทษ เราอย่าคุยเรื่องนี้กันอีกเลย... ให้ข้าเสียใจคนเดียวก็พอ เจ้าอย่าเสียใจนาเรมยิ้มให้ข้าเหมือนทุกวัน

            “ท่านมันเป็นเทพสวรรค์ที่เอาเปรียบที่สุด ไม่บอกอะไรข้าแถมยังหวังให้ข้ายิ้มให้ท่านอีก หากท่านไม่ใช่เทพสวรรค์ที่เลี้ยงข้ามา... หากไม่ใช่เพราะว่าข้าชอบพวกท่านมากถึงเพียงนี้

            ขอบใจนะนาเรม

            จนกระทั่งสุดท้ายไรเซลก็ยังกอดข้าอยู่อย่างนั้น... ปากพร่ำกล่าวแต่คำขอบคุณ คุลอาลที่ยืนข้างประตูก็ไม่ส่งเสียงใดๆราวกับเขาไม่ได้อยู่ที่นั้นมีเพียงเสียงถอนหายใจอย่างโล่งใจดังออกมาครั้งนึงเท่านั้น

            เสียงเว้าวอนขอร้องของไรเซลยังวนเวียนอยู่ในหัว... ข้าหลับตาลงทิ้งตัวเองให้พักทุกอย่างอยู่ในอ้อมกอดของไรเซลอย่างสบายใจ ทำให้ข้าอดคิดไม่ได้ว่าบางทีข้าไม่รู้ทุกอย่างก็ไม่เป็นไร

            ขอเพียงคนทั้งหมดในตำหนักของไรเซลยังอยู่กับข้าก็พอแล้ว...

 

 

 

 

 

 

 

บันทึกวันที่xx เดือนxx ปีxxxx

        ตอนตื่นมาเห็นนาเรมตอนอายุยี่สิบอยู่ในอ้อมแขน หัวใจข้าแทบจะหลุดออกมาแล้ว

        ขอบใจเจ้ามากจริงๆนาเรม

 

◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆

TALK

นาเรม – Zzzzzzz (หลับไปแล้ว)

ไรเซล - /อุ้มไปวางที่เตียง ...คุลอาลถ้านาเรมหลับแล้วก็แปลว่าข้ากอดเขานอนเหมือนเคย ตื่นมาก่อนเขา

           เขาก็จะไม่ทราบใช่หรือไม่ /พูดพลางเอามือเขี่ยผมคนหลับไปพลาง

คุลอาล – นอนกอดเด็กเล็กผู้อื่นยังพอคิดว่าท่านเอ็นดู นอนกอดผู้ชายวัยยี่สิบปีท่านคิดว่าเป็นอย่างไรกัน?

ไรเซล – /ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ข้านอนกอดนาเรมก็ไม่เห็นมีสิ่งใดผิดนี่?

คุลอาล – งั้นลองคิดว่าท่านนอนกอดข้า...

ไรเซล – ข้าเข้าใจแล้ว! เจ้าหยุดพูดเดี๋ยวนี้ข้าไม่มีทางกอดปีศาจอย่างเจ้า ห้ามเอานาเรมของข้าไปกอดด้วย

           เหมือนกัน!

คุลอาล – /ทะมึน ….....พรุ่งนี้ข้าจะบอกท่านนาเรม

ไรเซล – เอ๊ะ? เหตุใดเจ้าจึงจะฟ้องล่ะ ข้าทำสิ่งใดผิดกัน!?

         

-        ช่วงนี้เราวุ่นวายมากค่ะ แต่กลัวทิ้งช่วงนานเกินเลยเอามาลงให้ก่อน ยังไม่ได้อ่านอีกรอบแก้ไขหรือตรวจคำผิดเลยตอนนี้อาจจะแปลกๆหน่อยนะคะ UvU (สองวันนี้มันอาจจะเด้งคือเราแก้นะคะไม่มีอะไรอัพ)

-        ทุกคนอาจจะคิดว่าไรเซลที่มันอะไรกับนาเรมมากนัก เดี๋ยวก็เฉลยค่ะ แก้ปมกันไปนะคะ แต่อาจจะโดนหักหลังก็ได้ ฮา

-        เราไม่ชอบเรื่องดราม่าเท่าไหร่ จะพยายามเขียนไม่ให้ดราม่านะ

-        รักเหล่าเทพสวรรค์ที่ผ่านมาอ่านทุกคนค่ะ <3




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #367 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 19:05
    คนปิดก็เพราะปกป้อง คนไม่รู้ก็สับสน
    #367
    0
  2. #332 Kanyaphat5979 (@Kanyaphat5979) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 20:22
    น่ารัก ความจริงเริ่มเปืดเผยแล้ว ปมยังไม่หายไป
    #332
    0
  3. #331 Kanyaphat5979 (@Kanyaphat5979) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 18:49
    He cry and sad .
    #331
    0
  4. #309 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:17
    สงสาร การที่เราไม่รู้อะไรเลยมันทรมานนะคะ ฮรืออออิออ
    #309
    0
  5. #290 แกงส้ม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 21:25
    สงสารทั้งคู่เลย
    #290
    0
  6. #251 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 22:40
    ตอนแรกนี่ลุ้นมาก ตอนที่รู้ว่านาเรมเติมโตขึ้นอีกมันก็อดคิดไม่ได้อ่านะว่าใบหน้าของนาเรมตอนนี้จะเหมือนกับชาติที่แล้วหรือเปล่า
    ส่วนเรื่องความฝันนี้มันก็ยังอดคิดไม่ได้อยู่ดีว่ามันจะเกี่ยวกับภาพความฝันก่อนที่นาเรมจะออกจากไข่หรือไม่

    ส่วนที่ลุ้นมากๆเลยก็คือตอนที่นาเรมเรียกอาวุธ สุดท้ายก็ออกมาเป็นทวนจริงๆด้วย (ตอนนี้รู้แล้วว่าทวนคืออะไร) แล้วเหมือนอาจารย์จะรู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับนาเรมเพียงแต่คาดไม่ถึง

    ไรเซลเองก็เหมือนจะมั่นใจแล้วว่านาเรมคือคนๆนั้นจริงๆ
    #251
    0
  7. #116 Undergrond (@blove237) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 20:59
    เศร้าจัง
    #116
    0
  8. #91 A.Iliad (@minerva_18) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 15:51
    เราคิดว่านะภาพที่นาเรมเห็นก่อนจะออกจากไข่คือนาเรมเอง
    #91
    0
  9. #76 น้ำเขียว B1 (@---ww-ai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 00:22
    รู้สึกว่าเริ่มจะเดาเรื่องของนาเรมออกแล้วซิเรา
    #76
    0
  10. #27 ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 14:06
    ที่ไรเซลไม่อยากบอก นี่อยากยืดเวลาหรืออยากปกป้องไว้เฉยๆ คะ
    แบบบางทีก็มากเกินไป อย่างน้อยถ้ารู้ตั้งแต่ต้นๆ เรื่อง ก็อาจจะแก้ไขได้เร็วขึ้นก็ได้

    #27
    0
  11. #22 Meemza (@mydreem) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 22:32
    นาเรมอาจจะเปนเทพที่โดนลงทัณฑ์ใช่ไหมเอ่ย สนุกมาเลยคะ
    อัพเร็วๆน้า
    #22
    0
  12. #21 Jessica-a >< (@lovekarin2543) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 17:14
    อยากอ่านต่อออ ชอบบบ
    #21
    0
  13. #20 Jessica-a >< (@lovekarin2543) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 17:14
    นาเรมเทพมาก-///-
    #20
    0
  14. วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 11:02
    น่าสนุกมากๆ ติดตามด้วยคนค่ะ
    #19
    0
  15. #18 ₣lõЯά (@111223) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 07:37
    อยากรู้ว่านาเรมเคยเป็นอะไรมา แล้วเคยเกิดอะไรขึ้นกับอดีตของหนูน้อย
    ตอนนี้นาเรมคงน่าสงสารดูเลย จะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ สู้ๆ
    #18
    0
  16. #17 Sireethorn Thapang (@plosive) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 01:32
    ชอบนาเรมอ่ะน่ารักกกกกกก
    นาเรมจะต้องไม่ถูกทำอันใดให้ต้องเจ็บปวดน่ะไรท์>.<
    เพราะไม่งั้นเราคงน้ำตาไหล//อินจัด

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 มีนาคม 2558 / 01:34
    #17
    0
  17. #16 Sireethorn Thapang (@plosive) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 01:29
    อร๊ายยยยยมันอะไรกันเนี่ย~
    มันจะสนุกมากไปแล้ว มันมีปมอะไรกันเนี่ย~
    มาต่อด่วนเลยไรท์อย่างให้ค้างนาน>.<

    #16
    0