เมื่อคีตาแห่งเทพสวรรค์เริ่มบรรเลง◆BL,YAOI (END)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 36,507 Views

  • 424 Comments

  • 2,882 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    117

    Overall
    36,507

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 พบหน้า... ดั่งมี... ชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    25 มี.ค. 58



(เอาเพลงนี้ไปฟังประกอบตอนกันค่ะ เราชอบมาก)



บทที่ 7

พบหน้า... ดั่งมี... ชีวิต

 

 

 

ข้าแพ้แล้ว

            “ขอบใจ

ข้าส่งมือให้กับเทพสวรรค์ที่นั่งอยู่ที่พื้น ฉุดลากให้เขาลุกขึ้นมา... นี่เป็นผลมาจากสถานศึกษาในวันนี้ปล่อยให้เทพสวรรค์ต่อสู้กันเองและนี่ก็เป็นชัยชนะครั้งที่สามของข้า

ยอดเลยชนะสามครั้งติดต่อกันแล้ว

อาวุธดูภายนอกธรรมดาที่แท้กลับร้ายกาจ

ข้ากวาดตามองไปรอบๆเทพสวรรค์ที่เหลือยืนลังเลกันว่าจะเข้ามาต่อกับข้าต่อดีหรือไม่ พลางพูดคุยวิจารณ์อาวุธเทพของข้า

มีใครจะสู้กับข้าต่อไหม

ข้าเอง

เทพสวรรค์องค์นึงก้าวออกมาข้างหน้า ในมือถือกระดิ่ง... เขาคือเทพสวรรค์หนึ่งในสี่คนที่สามารถเรียกอาวุธเทพได้ตั้งแต่ครั้งแรก เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมรอจนท่านอาจารย์ปรบมือให้สัญญาณว่าเริ่ม

กริ๊ง กริ๊ง

เสียงกระดิ่งดังขึ้นปรากฎเส้นแสงสองแสงพุ่งตรงมา ข้ากางปีกบินหลบแต่กลับต้องตกใจเมื่อพบว่าแสงสองเส้นนั้นติดตามมา ข้าหมุนตัวบนอากาศพุ่งลงมาอย่างสวยงาม

เคร้ง!

เสียงปะทะของอาวุธดังขึ้น แสงสองเส้นที่ตามข้ามาหายไปรวมกลายเป็นเกราะคุ้มกายของอีกฝ่าย ทุกคนต่างประหลาดใจที่มันกลายเป็นเกราะได้ด้วย น่าเสียดายทีทวนสามแฉกของข้าไม่ใช่สิ่งที่จะกันได้ง่ายดายนัก

หลบให้ดี

ข้ากล่าวจริงจังกับอีกฝ่ายท่ามกลางความงุนงง ทวนสามแฉกเปล่งแสงสว่างวาบ แสงสีทองอันอบอุ่นเคลื่อนที่ไปรอบๆทวน ข้าหมุนทวนขึ้นด้านบนก่อนจะใช้แรงทั้งหมดฟาดฟันลงมายังเกราะสีทอง

เคร้ง

กระดิ่งคู่ร่ำร้องเกราะสีทองแตกร้าว อีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนไร้ฝีมือ... แสงสว่างสองเส้นตรงมาอีกครั้ง เจ้าของกางปีกตั้งท่าจะทิ้งระยะห่าง เสียดายที่ข้าไม่ปล่อยให้ทำอย่างนั้น ข้าจับทวนปัดแสงสีทองให้เบี่ยงเบน ย่ำเท้าส่งแรงพุ่งไปด้านหน้า ทวนสามแฉกพลันยืดออกทาบบนลำคออีกฝ่าย

ข้าแพ้แล้ว

ขอบใจ

คนอื่นๆต่างถอดถอนหายใจ ดูท่าการเอาชนะข้าจะไม่มีความหวังแล้ว เหตุที่ทวนสามแฉกของข้านั้นสามารถทะลุเกราะอีกฝ่ายทั้งๆที่เป็นอาวุธเทพเหมือนกันได้เนื่องมาจากสิ่งที่เรียกว่า พลัง

อาวุธเทพจะขึ้นอยู่กับพลังของเทพสวรรค์ เทพสวรรค์ที่ใช้ชีวิตมาหลายร้อยปีอาวุธเทพย่อมมีพลังสูงกว่ากว่าเทพสวรรค์เกิดใหม่ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับวาสนา การฝึกฝน พลังเทพภายในตัวอีกด้วย

แม้กระทั่งท่านอาจารย์ยังยอมรับว่าทวนสามแฉกของข้าทรงพลังมากจริงๆ

 
 

การประลองยังดำเนินต่อไปซักพักจนกระทั่งข้าเหนื่อยล้า เทพสวรรค์ที่เหลือจึงเริ่มต่อสู้กันเอง ท่านอาจารย์ดูการต่อสู้ทั้งหมดพลางจดใส่กระดาษ ข้านั่งเงียบๆพลางดูคนอื่นๆต่อสู้กัน... ตามที่ข้านับมาสถิติดีที่สุดได้รับชนะติดต่อกันกลับเป็นข้าเอง อันดับสองเป็นเทพสวรรค์องค์ที่ใช้กระดิ่ง

เทพสวรรค์ที่อันดับไม่ค่อยดีนักฝีมือกลับไม่ได้ย่ำแย่ ต่างพลาดพลั้งกันเพียงนิดเดียว จากการต่อสู้หลายๆวันติดต่อกันเข้า เทพสวรรค์ในสถานศึกษาพัฒนาฝีมือกันอย่างรวดเร็วจนแทบจะเรียกได้ว่าก้าวกระโดด

ท่านอาจารย์ถึงกับกล่าวว่า พวกเจ้านับเป็นเพชรน้ำเอก ฝีมือพวกเจ้าในตอนนี้ย่อมเทียบเท่าเทพสวรรค์ที่มีอายุมากว่าห้าสิบปีแล้ว

ข้ามองดูคู่สุดท้ายของวันนี้ พวกเขาต่อสู้กันอย่างสูสีจนกระทั่งปรากฎผลแพ้ชนะ ท่านอาจารย์ผุดลุกขึ้นส่งเสียงปรบมืออย่างที่เคยทำ

มาพวกเจ้ามารวมกัน เราจะกลับเข้าห้องเรียนแล้ว

เทพสวรรค์สามสิบองค์เดินตามอาจารย์กลับเข้าห้องเรียนกันอย่างเหนื่อยล้า พอถึงพวกเขาต่างรีบก้าวไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้รวมถึงข้าด้วย

พวกเจ้าสำรวมนั่งให้สง่างาม วันนี้มีแขกมาเยี่ยมสถานศึกษาเราชายชราส่งสายตาตำหนิ ก่อนหันไปโบกมือให้เทพรับใช้พาคนผู้นึงเดินเข้ามา

นี่คือองค์ชายสาม องค์เทพฟาเอล วันนี้จะมาสอนเรื่องของตำหนักสูงสุดของสวรรค์

เทพสวรรค์แสนสง่างามองค์นึงยืนยิ้มให้พวกเราอยู่หน้าห้อง ผมสีทองยาวถึงกลางหลัง ดวงตาคู่สวยกวาดมองสำรวจไปรอบๆสบตากับข้าเล็กน้อย

ท่านอาจารย์ทิ้งองค์ชายสามให้อยู่กับเทพสวรรค์อีกสามสิบคน  องค์เทพฟาเอลเดินมายืนที่กลางห้อง ข้ามองเขาด้วยความประทับใจ... ไม่ว่าจะท่วงท่าที่ยืน ท่าทางการพูดการจาล้วนแสดงถึงความเป็นองค์ชายผู้สูงศักดิ์สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน

มาเถิดพวกเจ้าอยากถามสิ่งใดก็ถามก่อนที่เราจะเริ่มบทเรียนกัน

สิ้นเสียงขององค์ชายสามเสียงจอแจในห้องก็ดังขึ้น คนอื่นๆต่างพูดคุยกันถึงคำถามที่พวกเขาสงสัยมานานหรือใคร่ครวญว่าคำถามนี้หากถามไปแล้วจะเสียมารยาทหรือไม่ จนกระทั่งมีเทพสวรรค์องค์นึงยกมือ

องค์ชายเช่นท่านมีสี่ปีกจริงหรือไม่ แสดงให้พวกเราดูหน่อยได้ไหม

องค์เทพฟาเอลยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก

พรึ่บ!

ว้าว

โอ้

เสียงอุทานดังขึ้นรอบๆ ข้าจ้องปีกสีขาวด้วยความตะลึง... ปีกสองคู่... ปีกสองคู่ที่แสนสวยงามพอประดับอยู่ด้านหลังของเขาแล้วกลายเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวราวกับภาพวาด...

หากพวกเจ้าหมดคำถามแล้วเรามาเริ่มเรียนกันดีหรือไม่

องค์ชายสามพูดจบก็เก็บปีสี่คู่ที่เป็นจุดสนใจกลับไป เขายืนอยู่ซักพักก็ไม่มีผู้ใดยกมือถามอีก จึงหลับตาแล้วเริ่มอธิบายเกี่ยวกับบทเรียน

ทุกๆครั้งที่มีการเปิดสถานศึกษาจะมีการเชิญองค์ชายเช่นข้ามาสอน อย่างไรให้คนในสอนเรื่องเกี่ยวกับพวกเขานั้นย่อมดีกว่าด้วยเหตุนี้เป็นข้าที่ว่างพอดีจึงได้มาสอนพวกเจ้า

ตำหนักสูงสุดของสวรรค์นั้นตั้งอยู่บนเมฆที่สูงที่สุดของภพสวรรค์... หรือที่พวกเราเรียกขานกันว่าตำหนักหมื่นห้อง องค์เทพสูงสุดเป็นเจ้าของตำหนัก การเข้าเฝ้ากราบทูลของเหล่าเทพระดับสูงต่างกระทำที่ตำหนักหมื่นห้อง

อย่างที่พวกเจ้าทราบเทพสวรรค์มีทั้งหมดเจ็ดระดับด้วยกัน ข้าจะยกตัวอย่างให้ฟัง ระดับที่หนึ่งเช่นเทพพี่เลี้ยง เทพรับใช้ ระดับที่สองเช่น เทพทั่วไป เทพปกครองที่เลี้ยงพวกเจ้ามา ระดับที่สามเช่น เทพที่เฝ้าดูแลสถานที่ต่างๆรวมถึงในภพอื่นด้วย

ระดับที่สี่จึงจะเป็นเหล่าทหารทัพเทพสวรรค์ยศต่างๆ ระดับที่ห้าเป็นยศระดับหัวหน้า ระดับที่หกเป็นแม่ทัพแห่งสวรรค์ที่เก่งกล้าสามารถ ระดับที่เจ็ดจึงเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์…”

พอเอ่ยจบประโยคองค์ชายสามก็เงียบลงเหมือนเว้นช่วงให้ถามสิ่งที่สงสัย เทพสวรรค์องค์นึงในห้องจึงยกมือถามขึ้น

องค์ชายอย่างท่านถือว่าเป็นระดับอะไรหรือ

พวกเราเหล่าองค์ชาย องค์หญิงถือเป็นเทพระดับห้า พวกเจ้าย่อมต้องคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ยุติธรรมเกินไปหรือไม่องค์ชายสามกวาดตามองรอบห้อง ดวงตาของเขาทอประกายแข็งกร้าว นี่เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล พวกเราเหล่าองค์ชาย องค์หญิงล้วนมีฝีมือเทียบเท่าแม่ทัพที่เก่งกล้า ภพสวรรค์มีกฏตราแต่ในเมื่อไม่มีผู้ฟ้องร้องย่อมไร้ประโยชน์ หากพวกเจ้าคนใดคิดว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมสามารถมาท้าทายได้ทุกเมื่อ

องค์เทพฟาเอลยิ้มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไม่มีใครคัดค้าน

เวลาที่เหลือในสถานศึกษาวันนี้องค์ชายสามยังสอนเกี่ยวกับตำแหน่งต่างๆที่มีสิทธิ์เข้าเฝ้าองค์เทพสูงสุดโดยตรง ตำหนักหมื่นห้องที่แท้กลับไม่ได้เป็นห้องนอนไปเสียหมด ส่วนใหญ่เป็นห้องที่มีไว้เกี่ยวกับงานบนภพสวรรค์เช่นว่า ลานลงทัณฑ์ ห้องโถงพิจารณา กิจกรรมสำคัญต่างๆบนภพสวรรค์จัดที่ตำหนักหมื่นห้องทั้งหมด เป็นกฏที่ตราไว้กันมานาน

 “หากอยู่บนภพสวรรค์นานเพียงพอพวกเจ้าจะพบว่าตำหนักหมื่นห้องไม่ใช่ที่ให้เด็กไปวิ่งเล่น พวกเจ้าวาดหวังจะเป็นทัพสวรรค์สมควรเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้ ต่อให้เป็นเทพสวรรค์จากตำหนักครรภ์ การอยู่ในตำหนักหมื่นห้องก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก

องค์ชายสามยังกล่าวอีกว่ายามตำหนักหมื่นห้องก่อตั้งขึ้น องค์เทพสูงสุดองค์แรกแห่งภพสวรรค์ได้ตราบทกวีแก่ตำหนักหมื่นห้องไว้ ณ.ตอนนี้บทกวีเหล่านั้นก็ได้ถูกจารึกไว้บนกระดาษสวรรค์แขวนไว้ที่ห้องโถงใหญ่... เหนือบัลลังก์ขององค์เทพสูงสุด

รื่นเริง สังสรรค์ ขอเชิญ

ท้าทาย อาจหาญ รอท่าน

ดับชีพ ประกาศ ชีวัน

หมื่นห้อง รอคอย มาเยือน...

 
 

พวกเราร่ำลาองค์เทพฟาเอล ชื่นชมปีกสองคู่และความงดงามของเขาเป็นครั้งสุดท้าย เหล่าเทพสวรรค์องค์อื่นๆย่อมแปลกใจกันเป็นธรรมดาเมื่อพวกเขาเห็นเทพสวรรค์ที่งดงามเพียงนี้ แต่ข้าที่เจอไรเซลอยู่ทุกวันกลับเป็นเรื่องที่ชินชา

บางครั้งที่ข้าส่องกระจกยังคิดเลยว่าภพสวรรค์ลำเอียงให้หน้าตาเขาเกินไปหรือไม่

ข้าบินกลับมาที่ตำหนักเจอคุลอาลที่มายืนรอข้าพอดี คุลอาลยังเป็นปีศาจที่ลึกลับอยู่เช่นเดิม นี่เป็นหนที่เท่าไหร่แล้วไม่สามารถทราบได้ที่เขามายืนรอข้าพอดีราวกับรู้ว่าข้าจะกลับมาตอนไหน

คุลอาลเจ้าอย่าบอกข้าว่าบังเอิญอีกแล้วนะ

บังเอิญจริงๆท่านนาเรม

ข้าไม่เชื่อเจ้า

ข้าบอกความจริงแล้ว ท่านไม่เชื่อก็แล้วแต่ท่านคุลอาลมองข้าอย่างชั่งใจ ข้าสบตากับเขาหยั่งเชิงดู พอพบว่าคุลอาลไม่เปลี่ยนสีหน้าใดๆข้าก็เลิกมอง หยุดสายตาไปสนใจหินสีดำที่ประดับอยู่ตรงข้อมือของเขาแทน ข้ามองสิ่งที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแปลกใจก่อนถอนสายตาออกมา

ไปเถอะ

ข้าเดินทอดน่องอย่างไม่รีบร้อน คุลอาลที่เดินตามข้ามาก็ไม่เอ่ยมาเร่งเช่นกัน แน่นอนว่าจุดหมายปลายทางของเรานั้นย่อมเป็นห้องทำงานของไรเซล

ข้าหยุดอยู่ที่หน้าประตู ฟังในห้องเงียบสนิทไร้ซุ่มเสียงใดๆ คุลอาลมองข้าอย่างตำหนิพอเห็นว่าข้าแอบแง้มประตูเล็กน้อยให้พอมองลอดเข้าไปได้

ไรเซลนั่งอยู่ที่โต้ะวาดภาพของข้า ในมือถือพู่กันทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้า ตัวเก่าสำหรับเด็กที่เคยวางตัวนั้นพอข้าโตคุลอาลก็ยกตัวใหม่มาเปลี่ยนให้ข้าเรียบร้อย โต้ะถูกข้านำไปตั้งไว้อยู่หน้าภาพวาดที่ข้าชอบที่สุด ภาพวาดที่ใหญ่ที่สุดในห้อง

ไรเซลมองภาพด้วยสายตาลึกซึ้ง ยากเกินกว่าที่ข้าจะเข้าใจ....

ไรเซล

ข้าเอ่ยเรียกพลางเดินมาข้างหลังของเขา ไรเซลหันกลับมายิ้มให้ข้า

ท่านยังมองภาพวาดห้องท่านไม่เบื่ออีกเหรอ

ไรเซลยิ้มบางๆ ดึงตัวข้าให้เข้าไปใกล้ๆ เจ้าดูคราวนี้ข้ามีภาพใหม่

นี่มันภาพที่ข้าวาดท่านเมื่อคราวก่อน

ภาพวาดที่ข้าต้องพูดนับเกือบห้าสิบรอบเพื่อบอกให้ท่านอยู่นิ่งๆ!

เจ้าเคยบอกข้าว่าเมื่อไหร่เจ้าจะวาดภาพได้อย่างภาพนี้ พอนำมาแขวนข้างๆกันแล้วเจ้ารู้รึยังว่าตอนนี้ฝีมือของเจ้าทัดเทียมกับคนวาดภาพนี้แล้ว

เสียดายที่เป็นภาพวาดท่าน ข้าน่าจะวาดภาพอื่นคราวหน้าข้าส่งยิ้มให้ไรเซล

ไรเซลทำหน้าเหมือนถูกขัดใจเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นกล่าวว่า วาดภาพข้าไม่ดีตรงไหน เจ้าถูกปีศาจคุลอาลซื้อตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

พูดถึงคุลอาลแล้วข้าไม่ยักเห็นคุลอาลที่เดินตามข้ามา แต่สำหรับคุลอาลแล้วนี่ไม่น่าแปลกใจ เขามักจะโผล่มาหรือหายไปโดยที่ข้าไม่ล่วงรู้เสมอ

ถ้าเจ้าหาคุลอาลข้าให้เขาไปรอที่สวนแล้ว

วันนี้ท่านจะไม่อยู่ที่ห้องนี้แล้ว?

ไรเซลพยักหน้าดึงข้าให้เดินตามเขาออกไปเป็นคำตอบ งานข้าเสร็จแล้ว

งานท่านเสร็จแล้วหรือว่าท่านไม่ทำต่อแล้วข้ายิ้มรู้ทันให้ไรเซล สาวเท้ามาเดินข้างๆเขาก่อนจะนึกได้ว่าข้าอยากนำกระดาษวาดภาพไปด้วย  

ตั้งแต่คุลอาลรู้ว่าข้าวาดภาพให้ไรเซล ดูเหมือนนั่นเป็นจุดเริ่มของการที่เขามายืนรอข้าหน้าตำหนักทุกครั้งที่กลับมา ที่แท้คุลอาลอาจอยากให้ข้าวาดภาพเขาบ้างนั่นเอง

ข้าจะกลับไปหยิบของท่านรอตรงนี้แปปนึง

พูดจบข้าก็หันกายรีบเดินกลับไปทางเดิม ข้าเปิดประตูบานเดิมเข้ามาไปยืนหยุดอยู่ตรงโต้ะ มือหยิบอุปกรณ์วาดภาพที่ข้าต้องการขึ้นมา พอมายืนตรงโต้ะนี้ข้าก็เห็นภาพวาดสองภาพที่ถูกแขวนไว้ข้างกันชัดเจน ภาพนึงเป็นภาพไรเซลที่ข้าเพิ่งวาด อีกภาพเป็นภาพวาดที่ใหญ่ที่สุดในห้อง

ภาพที่แสนเศร้า... ข้าเดินเข้าไปหาภาพวาดนั้น ไล้ปลายนิ้วไปยังส่วนต่างๆ... คนในภาพยังคงเป็นเช่นเดิม... มองออกมาเบื้องนอกเหมือนสิ่งใดๆที่ประกอบในภาพล้วนไม่มีความหมาย พลันสายตาข้าเหลือบไปเห็นตัวอักษรที่เขียนไว้ด้านล่าง อักษรที่ข้าเคยเห็นเมื่อก่อนแต่ไม่สามารถอ่านได้

ปลายพู่กันสะบัดบอกเล่าถึงความสับสน อารมณ์อันรุนแรง... ข้าไล้มือไปตามตัวอักษร...

พบหน้า... ดั่งมี... ชีวิต

สองเท้า... เหยียบย่ำ... โลหิต

จตุ... พาเรา... แนบชิด

ไม่อาจ... รับซึ่ง... สิ่งใด

หากแม้น... วังวน... เรียกขาน

หลับตา... หลบหน้า... ไม่ใกล้

ตัวเรา... นำพา... กว่าใคร

คร่ำครวญ... ไม่พบ... คงดี

พออ่านได้แล้วกลับพบว่านี่เป็นบทกวีที่น่าเศร้าเพียงใด...

ข้าถอนหายใจหันหลังเดินจากมาเพื่อไม่ให้ไรเซลรอนาน ระหว่างเดินหัวสมองครุ่นคิดถึงความหมายของบทกวีที่เพิ่งอ่าน บางทีคนที่ข้าชื่นชมอาจไม่ได้มีชีวิตที่ดีนัก...

ไรเซล

ไรเซลหันมามอง รอข้าจนเดินเข้าไปใกล้ๆเขาถึงเดินต่อ ดูท่าคุลอาลจะเป็นคนที่รอนานที่สุดเสมอ วันนี้ข้าค่อยวาดภาพไถ่โทษให้เขา

ข้ากับไรเซลเดินเข้าไปในศาลา คุลอาลวางอาหารรออยู่ก่อนแล้ว เขาเห็นข้าหยิบอุปกรณ์วาดภาพมาก็มองด้วยความสนใจ เห็นดังนั้นข้าจึงรีบพูดขึ้นมา

คุลอาลเดี๋ยววันนี้ข้าจะวาดภาพให้เจ้า

คุลอาลยิ้มมุมปากขึ้นมานิดๆ “’งั้นข้าจะไปยืนด้านนอกท่านจะได้วาดดอกไม้ด้วย

คุลอาลพูดจบก็เดินออกไปยืนยังมุมที่เขาคิดว่าสวยที่สุด... การที่พอข้าเอ่ยถึงเรื่องวาดภาพเขากลับไปซักถามอะไร ข้าเดาถูกนี่แสดงว่าคุลอาลอยากได้ภาพวาดจริงๆ

ข้ายกเครื่องดื่มบนโต้ะมาชิมนิดหน่อย ความหวานกระจายไปทั่วปากก่อนวางแก้ว มือจัดแจงวางอุปกรณ์ในที่ที่ยังว่างอยู่จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย ข้าเหลือบมองไปยังไรเซลที่มองมาอย่างเอ็นดู

เจ้ายังไม่เล่าเรื่องวันนี้ให้ข้าฟังเลย

พอไรเซลพูดถึงข้าก็นึกขึ้นได้ วันนี้ยังไม่ได้เล่าเรื่องที่สถานศึกษาให้เขาฟังจริงๆ

ข้าเป็นเจ้าของสถิติชนะติดต่อกันสูงสุดข้าอวดเขาอย่างภูมิใจพลางวาดภาพคุลอาลไปด้วย

ทวนสามแฉกของเจ้าทรงพลังมาก ไม่ใช่เรื่องแปลกไรเซลกล่าวเป็นปกติพลางยกแก้วขึ้นจิบ

นอกจากนี้องค์ชายสามยังมาสอนข้าด้วย

ไรเซลเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนถามข้าต่อว่า เขาสอนดีไหม

องค์ชายสามสอนดีมากข้าหยุดเทสีใหม่ซักพักจึงกล่าวต่อ ข้าไม่เคยพบเหล่าองค์ชายมาก่อน คนอื่นๆในห้องไม่ว่าผู้ใดต่างประหลาดใจกันหมด

 เจ้าด้วยเหรอ ไรเซลขมวดคิ้วส่งสายตาสงสัยมองข้าที่กำลังปาดสีอยู่

ข้าแปลกใจนิดหน่อยเนื่องเพราะไม่เคยเจอ ที่แท้องค์ชายสามก็งดงามมาก เรื่องใดๆที่เขาทำแม้เล็กน้อยแต่กลับสง่างามไปหมด ข้ารับรู้ได้เลยว่าคนที่ข้าเห็นเป็นองค์ชายจริงๆ

ที่ข้าแปลกใจนิดเดียวเหตุเพราะกิริยาต่างๆขององค์ชายสามข้ากลับคุ้นเคย... ไรเซลเป็นเทพสวรรค์สีทองที่สง่างาม... ทุกอย่างที่เขาทำดูสว่างไสวไปหมด คล้ายองค์ชายสามไม่มีผิด

พอนึกได้ถึงตรงนี้ข้าก็อ้าปากจะถามเขา แต่ไรเซลกลับชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

ฟาเอลนับเป็นอะไร ข้าสง่างามกว่าเขาไม่รู้กี่เท่า

ข้าวางพู่กันส่งสายตาจับผิดไปให้ไรเซล พอสบสายตาข้าเขาก็เหมือนเพิ่งนึกสิ่งใดได้จึงขยับมาใกล้ๆ มือใหญ่ยื่นมายังหน้าข้า นิ้วเรียวค่อยๆไล้อย่างอ่อนโยนไปตามหน้าผาก... เลยไปถึงแก้ม...

ไรเซลยิ้มอย่างเจื่อนๆทำสีหน้าจนใจอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย ข้าเคยบอกเจ้าหรือยังว่าข้าคือองค์ชายสี่แห่งภพสวรรค์ มีนามว่าองค์เทพไรเซล

พอฟังเขาประกาศนามตัวเองเต็มยศข้าก็แทบอยากจะไปดึงภาพวาดเขาลงมาคืน

องค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองเจ้าก็เคยเจอแล้วด้วย เจ้าจำคนที่มาเยี่ยมตอนยังสามขวบได้หรือไม่นาเรม

ถ้าท่านยังมีเรื่องใดอยากบอกข้าอีกก็บอกในทีเดียว” ข้ามองเขาอย่างเคืองๆ

ข้าลืมไปจริงๆ ปกติคนทั้งสวรรค์รู้กันอยู่แล้ว ข้าไม่ได้กล่าวคำว่า ข้าคือองค์ชายสี่มานานเกือบห้าสิบปี พอมาตอนนี้ถึงเพิ่งนึกออกว่ายังไม่ได้บอกเจ้าไรเซลจับปอยผมที่ยาวของข้าไปทัดหู สบตาข้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ...แล้วเป็นอย่างไร?

ท่านหมายถึงอะไร ข้าจะวาดภาพต่อแล้ว ข้าเบือนสายตามองไปทางคุลอาล

ข้าหมายถึงข้ากับฟาเอล เจ้าชมเขาว่าสมกับเป็นองค์ชายแล้วข้าล่ะเจ้าว่าอย่างไร?

ข้าครุ่นคิดเล็กน้อย ลังเลไม่ยอมเอ่ยไป ไรเซลสง่างามกว่ามาก... ภาพของไรเซลในหัวของข้ายังคงสว่างกว่าสิ่งใดๆทั้งหมด แต่พูดไปไม่รู้ว่าเขาจะได้ใจหรือไม่

แต่ยังไงไรเซลก็เป็นคนเลี้ยงข้ามา ชมเขาซักหน่อยคงจะไม่เสียหาย...

ท่านดีกว่ามาก

ข้าพูดจบไรเซลก็เบิ่งตากว้างขึ้นเล็กน้อย ดวงตาทอประกายแปลกใจก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นพอใจ... ริมฝีปากที่สวยงามนั่นยกยิ้มขึ้นบางๆ... ดวงหน้าที่งดงามขยับเข้ามาใกล้ขึ้น

เจ้าพูดอีกที

ข้ามองดวงตาที่สะท้อนความดีใจแล้วอดตามใจไม่ได้พูดออกมาอีกครา ไรเซลในสายตาข้าท่านดีกว่ามาก…”

เสียงข้าค่อยๆเงียบลงไปมองใบหน้าที่งดงามนั้นอยู่ใกล้แค่คืบ... ข้าได้แต่นิ่งงันมองไรเซลค่อยๆประทับริมฝีปากลงมาบนแก้มข้า... อีกครั้ง... และอีกครั้ง...

ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องที่เขาทำมาหลายครั้ง แต่สายตาสีทองคู่นั้นกลับสะท้อนสิ่งที่ไม่เหมือนเคย...

ข้าจะวาดภาพต่อแล้ว

ข้ารีบหันหนีเขามาปรับลมหายใจที่ผิดจังหวะให้กลับคืน หยิบพู่กันวาดภาพต่อกลบเกลื่อนอารมณ์ของตัวเอง... ไรเซลไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแต่มองข้าอย่างเงียบงันเท่านั้น

มือข้าบีบพู่กันแน่น

ในอกร้อนผ่าว... หัวใจเต้นรัวผิดจังหวะราวกับจะหลุดออกมา...

 

 








 

 

บันทึกวันที่xx เดือนxx ปีxxxx

          ความสุขเช่นนี้จะอยู่กับข้าได้อีกนานแค่ไหนกัน...

 

◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆

TALK

คุลอาล – มองภาพในศาลาแล้วหันหนีไปมองดอกไม้ด้วยสีหน้าแดงก่ำเช่นเคย นี่จะไม่ให้ข้ารู้จักหายตัวไป

             อย่างเงียบงันเก่งได้ยังไง

ไรเซล – เอาไว้ข้าจะให้เจ้าลาพักไปหาปีศาจของเจ้...

คุลอาล – องค์เทพไรเซล!!!”

 

-        มาถึงตอนนี้คงเดากันได้แล้วเยอะแยะเลยค่ะว่าอะไรเป็นอะไร

-        กลอนผิดเพี้ยนยังไงขอโทษค่ะ เราไม่เก่งเรื่องแต่งกลอนเท่าไหร่

-        จริงๆไรเซลก็มองนาเรมด้วยสายตาเหมือนเดิมตลอดนั่นละ เพียงแต่นาเรมพอแล้วเพิ่งจะสังเกตเห็นอะไรหลายๆอย่าง

-        ตัวไรเซลเองเขาไม่ใช่คนดีอะไรนัก สายตาอ่อนโยนของเขาไว้ให้นาเรมคนเดียวจริงๆค่ะ ส่วนคนอื่น..... (ติดตามชมตอนต่อไป)

-        อาจมีเรื่องหลายอย่างที่รู้สึกขัดใจว่าทำไมนาเรมไม่ถาม แต่ตัวนาเรมเองก็คิดว่าถามไปไม่ได้คำตอบจะถามทำไม

-        รักคนอ่านทุกคนนะคะ<3 กัดไรเซลได้เหมือนเคยค่ะถ้ารู้สึกว่าใจร้ายเกินไป(..)



          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #414 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 00:34
    อุ้ย สำลัก แค่กๆๆ คุกๆๆๆ โอเลี้ยงไหมไรเซล555555
    ก็ว่าแล้ว ว่าไรเซลน่าจะเป็นองค์ชายสักองค์นึง ที่เดาไว้คือ ไรเซลลงไปสจัดดารเรื่องอสูตร พบรักกับน้อง แต่ไรเซลมีสนม และเกิดอุปสรรค ทำให้อยู่กันไม่ได้

    จนต้องสู้จริงๆ ไรเซลน่าจะสู้จนเจ็บหนัก แล้วน้องน่าจะโดนลอบฆ่าโดยมีพระสนมอยู่เบื้องหลังหรือมีส่วนเกี่ยวด้วย แล้วไรเซลน่าจะแหกกดสวรรค์ โดยการดึงน้องให้ไปเกิดที่ภพเทพ เลยโดนลงโทษเด็ดปีก //เดาล้วนๆ 555555555555555
    #414
    0
  2. #387 Buzz614 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 10:01

    ท่านไรเซลตือโชตะตัวพ่อเลยจ้ะ!

    #387
    0
  3. #369 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 19:42
    เสี่ย เอ้ย เทพเลี้ยงเป็นถึงองค์ชายสี่เลยอ่า น่าอิจฉาเบาๆ ท่านเทพกอดๆ หอมๆ นี่มีเจตนาอะไรรึเปล่าคะ // ปีศาจอะไรเอ่ยคุลอานๆ
    #369
    0
  4. #335 kwang-p2 (@Kwang-P) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 09:41
    เรื่องของคุลอาลน่าสนๆ
    #335
    0
  5. #311 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:54
    ก็ว่าอยู่ทำไมตอนนั้นเทพพี่เลี้ยงถึงตกใจ โอ้ยยยยยยยยยยน่ารัก
    #311
    0
  6. #301 TBam_9397 (@ttlovesu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 08:43
    คุลอาลน่ารักจังง 555555
    #301
    0
  7. #281 อันฝ้าย (@unfaii) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 19:53
    เราว่าทวนเป็นของไรเซลรึป่าว
    #281
    0
  8. #253 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 11:49
    กะแล้วเชียวว่าไรเซลต้องไม่ใช่เทพสวรรค์ระดับธรรมดา

    ชอบเวลาไรเซลแกล้งคุลอาลอ่ะ อยากเห็นคู่ของคุลอาลจังเลย คนแบบไหนกันนะที่จะสามารถเอาคุลอาลอยู่

    รูปใหญ่ในห้องคือรูปนาเรมใช่ไหม แล้วถ้าอย่างนั้นคนที่วาดก็ไม่น่าจะใช่นาเรมเอง ต้องเป็นไรเซล
    แต่กลอนนั่นเหมือนความในใจของนาเรมเลย
    #253
    0
  9. #183 natsuyuki (@natsuyuki) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 16:24
    ไรท์เตอร์คะ ทวนสามง่ามนี่ น่าจะหมายถึงตรีศูลหรือเปล่า? ถ้าใช่ก็เรียกตรีศูลน่าจะดีกว่า
    #183
    1
    • #183-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 8)
      22 พฤศจิกายน 2558 / 18:11
      เป็นทวนค่ะ ทวนสามง่ามเป็นอาวุธของเทพเอ้อหลางแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ตามตำนานของจีน
      (เราแอบใบสถานะของไรเซลตั้งแต่ตรงนี้ไม่รู้จะมีคนคิดออกหรือเปล่า55)

      ตรีศูลกับทวนสามง่ามรูปร่างมันจะต่างกันนะคะ

      #183-1
  10. #93 A.Iliad (@minerva_18) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 23:12
    นาเรมชมองค์ชายสามสง่างามงู้นงี้งั้น แต่ท่านไรเซลก็ดูดีสง่างามสว่างไสวเหมือนกันแต่นาเรมไม่คิด ไม่เอะใจอะไรเลยว่าท่านไรเซลจะเป็นองค์ชาย อาจจะหมายถึงว่าท่านไรเซลดูไม่เหมือนองค์ชายก็เป็นได้ สีหน้าแดงก่ำของคุลอาลเวลาอยู่กับท่านไรเซลนาเรมนี้คือเขินใช่มั้ยเพราะท่านไรเซลจะสวีทหวานกับนาเรมโดยไม่สนใจคนรอบข้างทำให้คุลอาลกลายเป็นอากาศธาตุอยู่บ่อยๆ อย่างนี้ต้องให้วันหยุดคุลอาลเยอะๆคุลอาลจะได้ไปสวีทกับปีศาจของเข้าบ้าง
    #93
    0
  11. #33 ลี ฮายอน (@mejik) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 02:29
    น่ารักจริงๆเลยคู่นี้
    อย่าให้มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นเลยน้า
    บรรยากาศละมุนแบบนี้กำลังฟินเลย
    ปล.ปีศาจของคุลอาลนี่นาจะเป็นพวกแสบๆนะ
    #33
    0
  12. #32 Benzy_Benza (@23151benz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 20:50
    ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L)  เห็นด้วยๆๆมากค่ะ 5555+++

    แต่เราก็ชอบตัวเอกแบบนี้นะคะ เห็นโลกนี้อยู่กันแค่ 2 คน หวาน น่ารัก กับแค่นางเอก(?)คนเดียว >////<q
    #32
    0
  13. #31 Jessica-a >< (@lovekarin2543) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 07:30
    นาเรมน่ารักมากกก คุลอาลน่ารัก
    #31
    1
    • #31-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 8)
      26 มีนาคม 2558 / 16:21
      ไรเซลหายไปไหนคะ55555 (พอจะเดาได้)
      ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ<3
      #31-1
  14. #30 ทิกเกอร์แอล (@TiGGeR-L) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 02:33
    เห็นด้วยกับคุลอาลค่ะ คือแบบไรเซลเหมือนจะลืมคนอื่นไปเลย ตอนอยู่กับนาเรมสองคน
    แล้วนายแบบที่ยืนหัวโด่อยู่ข้างนอกนี่กลายเป็นธาตุอากาศ ยังดีที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ฮ่าาาาา
    ไม่อย่างนั้นยิ่งกว่าธาตุอากาศแน่เลยยยยยยยย
    #30
    1
    • #30-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 8)
      26 มีนาคม 2558 / 16:20
      ไม่รู้ว่าระหว่างวิชากลายเป็นธาตุอากาศของคุลอาล กับวิชาหน้าหนาของไรเซลแล้วอันไหนร้ายกาจกว่ากันแน่ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ!
      #30-1