✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 505,119 Views

  • 8,264 Comments

  • 13,374 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,744

    Overall
    505,119

ตอนที่ 10 : ชนเผ่านางแอ่น (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 554 ครั้ง
    27 ก.ค. 60









บทที่ 9

ชนเผ่านางแอ่น (1)

 



 

            ใครทำ...? แต่พลาดหรือ...

บุรุษหนุ่มครุ่นคิดพลางจ้องมองน้องชายร่วมบิดาที่นอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จางหลี่หรี่ตา ดวงตาที่คมกริบมีไฟแห่งโทสะครุกกรุ่น ไม่ใช่ว่าชายหนุ่มจะชอบพออะไรน้องชายคนนี้มากนัก เพียงแต่เขาไม่ชอบใจกับคำว่าพลาด จางฮุ่ยเฟิงโดนคนอื่นทำร้ายก็อีกเรื่องหนึ่ง...หากโดนคนของตระกูลจางทำร้ายก็เป็นเรื่องสำคัญแล้ว

...ตระกูลจางก็เป็นเช่นนี้

คนของตระกูลจางไม่มีบทลงโทษสำหรับการทำร้ายครอบครัวเดียวกัน เพราะนั่นหมายถึงการต่อสู้...แต่ทว่ากลับมีกฏสำหรับการกัดอย่างน่าสมเพชอยู่ หากสังหารแล้วผู้ถูกสังหารสามารถรอดมาได้ เช่นนั้นก็หมายถึงความอับอายแล้ว จางหลี่มองดวงตาสีเทาที่จ้องมองมาเช่นกันอย่างไม่สบอารมณ์

รู้ตัวการหรือไม่?

ไม่

บทสนทนาระหว่างเขากับน้องชายก็มีแค่นี้ ชัดเจน...และไม่จำเป็นต้องมีมากกว่านั้น

สำหรับจางหลี่แล้ว น้องชายคนที่ห้าก็เปรียบเสมือนกับพลทหารธรรมดาซักคนหนึ่งที่ตอนนี้ยังไม่มีคุณค่าใดๆ ออกจะไร้ประโยชน์เสียด้วยซ้ำ เขารู้ดีเรื่องที่พี่น้องคนอื่นและบรรดาญาติต่างพากันกลั่นแกล้ง

แต่ทว่าท่านเคยยื่นมือช่วยหนูยามที่มันโดนแมวกัดหรือ...?

แน่นอนว่าไม่... สิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้นในตระกูลจาง เรื่องของตนเองก็ต้องแก้ด้วยตนเอง

เกี้ยวของตระกูลเราต้องรั้งท้ายเพราะเจ้าร่างสูงใหญ่เดินไปจากไป พร้อมเอ่ยบทลงโทษทิ้งท้าย กลับไปแล้วเจ้าต้องอดข้าวเย็นเป็นเวลาสามวัน จางหลี่รู้ว่านี้เป็นบทลงโทษที่รุนแรงนัก...

จางฮุ่ยเฟิงมองส่งบุตรชายคนโตของบ้านจนลับตาไป ถิงถิงที่อ้าปากขึ้นมาคล้ายจะโวยวายแต่ดูเหมือนนางจะเกรงกระทบกระเทือนบาดแผลของคนเจ็บ เด็กสาวจึงได้แต่บ่นอุบอิบออกมา

ใจร้ายเกินไปแล้ว เรื่องนี้อย่างไรก็ไม่ใช่ความผิดคุณชายเสียหน่อย!”

ถิงถิง... เด็กชายส่ายหัว ไม่ต้องการให้นางพูดต่อ

โธ่! ข้าอดเจ็บใจไม่ได้นี่…”

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจความรู้สึกถิงถิง เพียงแต่มีคำกล่าวที่ว่าท่านอยู่ในเมืองเช่นนี้  ท่านก็ต้องทำตาม... เรื่องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ความอ่อนแอของตนเองในตระกูลจางนั้น คล้ายโยนหินลงบ่อโคลน นอกจากผู้อื่นจะเมินเฉยแล้ว ยังถือโอกาสโยนหินซ้ำเติมด้วย

ใช่...ตระกูลจางก็มิต่างไปจากรังของเหล่าสัตว์ร้าย

จางฮุ่ยเฟิงต้องอดทน เด็กชายที่เกิดจากมารดาต่างชาติย่อมเป็นตกเป็นเป้าหมายมากกว่าผู้อื่น มารดาของเขาเดิมที่มาจากชนเผ่านอกแคว้นแต่งเข้ามาเป็นอนุตระกูลจาง ภายหลังกลับตายอย่างลึกลับ....นึกถึงตรงนี้ดวงตาสีเทาก็เย็นชาขึ้นมา ปกติแล้วยามอยู่ในตระกูล จางฮุ่ยเฟิงมักจะแสร้งทำเป็นอ่อนแอ หากแข็งแกร่งก็ยิ่งจะเป็นที่จับตามอง ส่วนคนอ่อนแอ...ตระกูลจางจะไม่เหลือบแลให้เสียเวลา

คงเป็นเพราะดวงตาสีเทาที่แบ่งแยกเชื้อชาติเช่นนี้ ถึงแม้ตนเองจะมิได้ไปขัดขาผู้ใด แต่ก็มีคนไม่พอใจอยู่มาก ด้วยเหตุนั้นทำให้เด็กชายมีชื่อเลื่องลือไปยังภายนอกที่ว่า...บุตรชายคนที่ห้าของตระกูลจางเป็นคนไร้ประโยชน์

แต่เรื่องเช่นว่าไร้ประโยชน์จริงหรือไม่ มีเพียงจางฮุ่ยเฟิงที่สามารถตอบได้...

เด็กสองคนนั้นองอาจจริงๆ ถ้าไม่ติดที่ว่าข้าอายุเยอะกว่าคงทอดสะพานให้แล้วถิงถิงกล่าวล้อเล่น นางพยายามหาเรื่องคุยไม่ให้คุณชายของนางคิดมาก

เจ้าหมายถึงเสี่ยวผานหรอกหรือ? ดูแล้วอายุคงมากกว่าข้าอยู่ปีหนึ่ง

ข้าหมายถึงจินต่างหากล่ะคุณชายคะ ภายภาคหน้าเด็กคนนั้นต้องหน้าตาดีมากแน่ๆกล่าวจบแล้วถิงถิงก็เหมือนนึกอะไรออก แต่คุณชายเฟิงย่อมหน้าตาดีกว่าอยู่แล้วค่ะ!”

จางฮุ่ยเฟิงได้ยินก็อดยิ้มบางๆ ไม่ได้ เจ้าเปลี่ยนใจจะไปชมชอบเด็กสาวแล้วหรือ?

เอ๊ะ...ท่านหมายถึงสิ่งใดคะ?ถิงถิงมองด้วยความงุนงง สีหน้าไม่เสแสร้งแม้แต่น้อย จินเป็นเด็กผู้ชายนะคะคุณชาย

ยามนี้บุตรชายคนที่ห้าของตระกูลจางคล้ายพบความผิดพลาดครั้งใหญ่

สายตาพร่าเลือนถึงเพียงนี้...? จางฮุ่ยเฟิงอดรู้สึกเสียใจมิได้ เขาอุตส่าชมชอบอีกฝ่ายมากแท้ๆ จากเด็กสาวกลับกลายเป็นเด็กชายไปเสียได้ พิษไข้จะทำให้คนเราเลอะเลือนมากไปแล้ว

คุณชายท่านเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ให้ข้ายกอ่างมาเช็ดตัวให้ท่านอีกรอบไหม?ถิงถิงเห็นเจ้านายสีหน้าไม่ดี ก็เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

 “ข้าไม่เป็นไร…”

จางฮุ่ยเฟิงมองลอดออกไปนอกหน้าต่าง จิตใจคล้ายครุ่นคิดถึงอะไรอยู่...

 

 

นับจากวันที่ขบวนล่าสัตว์อสูรของจักพรรดิกลับเมืองก็ผ่านไปร่วมสองเดือนกว่าแล้ว บทสรุปในครั้งนั้นปรากฎว่าทั้งองค์ชายโตและองค์ชายรอง ต่างล่าได้สัตว์วิเศษระดับเดียวกันทั้งคู่ ดังนั้นบรรดาห้าตระกูลใหญ่จึงมิมีท่าทีจะเลือกข้างใดเช่นเดิม ทางจักพรรดิก็พอใจมากประทานรางวัลแก่เจ้าเมืองมากมาย

จินกับเสี่ยวผานยังคงมีชีวิตอย่างเรียบง่าย เสี่ยวผานนั้นทำงานในโรงหมออย่างถาวร เด็กชายได้เงินมานิดหน่อยต่อให้ไม่มากแต่ก็มิถือว่าน้อย หลังจากเลิกงานเสี่ยวผานก็จะแวะซื้ออาหารถูกๆ ยืมหนังสือจากหอสมุดตระกูลเฟิ่ง จากนั้นก็เดินกลับบ้านบนภูเขา

จินยังคงหาสมุนไพรทุกวัน เนื่องเพราะการฝึกลมปราณของจิ้งจอกต้องการใช้สมุนไพรควบคู่ไปด้วย ดูเหมือนทุกอย่างที่เขาได้กลิ่นหอมและกลืนมันลงท้องไป จะมาจากสัญชาตญาณล้วนๆ นอกจากนี้จิ้งจอกยังไปเข้าร่วมสำนักเทียน สำนักที่ฝึกสอนวิชากระบี่ให้แก่เด็กผู้สนใจ เขาเรียนร่วมกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันอีกหลายๆ บ้าน

แต่ไม่ว่าทางฝีมือและพละกำลังจะเพิ่มพูนแค่ไหน มีสิ่งหนึ่งที่จินมักหลีกเลี่ยงการเรียนคือ...ลมปราณ อาจารย์ประจำสำนักเทียนต่างก็งุนงงเมื่อศิษย์ยอดฝีมือกลับมิยินยอมพร้อมใจเรียนวิชาทางด้านปราณ แต่ครั้นจะให้บีบคั้นก็คงทำไม่ได้ พวกเขาจึงปล่อยให้เด็กชายฝึกแต่กระบี่ที่สำนักต่อไป

หลังจากลองเดินลมปราณปกติแล้วนั้นจินค้นพบอะไรบางอย่าง เขาเดินลมปราณขั้นพื้นฐานของสำนักเทียนไม่ได้แต่ลมปราณของเขามิได้ถดถอย มันกลับพัฒนาขึ้นเมื่อใช้วิชาปราณจิ้งจอก ดูท่าร่างกายที่เป็นจิ้งจอกเช่นนี้ก็คงได้แต่ต้องเดินลมปราณตามวิชาจิ้งจอกเท่านั้นเสียแล้ว

เสี่ยวผานกลับมายังบ้าน เด็กชายเจอจินที่กำลังฝึกร่างกายตนเองเช่นเดิม เขาเคยถามจินเกี่ยวกับการลุกขึ้นมาฝึกร่างกายแบบพิสดาร แต่อีกฝ่ายไม่ตอบคำถาม ชักชวนให้ไปฝึกร่วมกันเท่านั้น

หลังจากปลดย่ามนำไปเก็บเรียบร้อยแล้ว เสี่ยวผานก็นำอาหารที่ซื้อมาใส่จานง่ายๆ นอกจากนี้ยังเดินไปต้มน้ำใส่อ่างยกมาเตรียมพร้อมอีกด้วย ในมือเด็กชายถือหนังสือที่ยืมมาพลางจ้องมองจิ้งจอกในร่างมนุษย์กำลังใช้แขนดันร่างกายตนเองขึ้นลงกับพื้น

เจ้าทำเท่าไหร่ร่างกายก็ไม่ใหญ่ขึ้นหรอกนะเสี่ยวผานเอ่ย หยิบผลไม้ทานพลางอ่านหนังสือไปพลาง หลบสายตาเจ้าจิ้งจอกที่มองค้อนมา

รู้แล้วน่า... ต่อให้ทำแล้วแขนมันไม่มีกล้ามเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ เขาก็ไม่ชอบไขมันเหลวอยู่ดี

สรีระของเจ้าเป็นเช่นนั้น จิ้งจอกมีขาที่เล็กมันมีกล้ามเนื้อเพียงพอที่จะพยุงร่างกายและเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ข้าคิดว่าร่างแปลงของเจ้าก็คงเป็นเช่นนั้นคุณหมอรักษาคนที่ยามนี้มีอาชีพเสริมเป็นสัตว์แพทย์ประจำตัวจิ้งจอกกล่าวอย่างวิเคราะห์

ในเล่มนี้มีเรื่องเล่าว่า...จิ้งจอกมักแปลงกายล่อลวงผู้คน เป็นทั้งชายหนุ่มรูปงาม...เป็นทั้งหญิงสาวโฉมสะคราญ มีสเน่ห์เย้ายวนยิ่งกว่ามนต์สะกด...เรียกภาพมายา หากหลงแล้วย่อมถอยหลังไม่ได้อีก

ข้ามีร่างเดียว แปลงกายอีกไม่ได้จินรีบปฎิเสธสิ่งที่เสี่ยวผานคิด

ที่แท้หน้าตาเจ้าก็ยังคงเป็นความสามารถของจิ้งจอกคุณหมอหยิบกระดาษออกมาบันทึก คัดลอกข้อความบางส่วนออกมาจากหนังสืออย่างตั้งใจ

เจ้ายืมหนังสืออะไรมาจินเลิกฝึกร่างกายแล้ว เดินมานั่งร่วมทานอาหาร

ตำราแพทย์เกี่ยวกับสัตว์วิเศษ เล่มนี้ดูท่าจะเป็นทางตระกูลเฟิ่งเขียนขึ้นเสี่ยวผานปิดหนังสือ เด็กชายทานอื่มแล้วจึงหันไปสนใจการต้มน้ำต่อ พลางชวนคุย จิ้งจอกเงินนั่นเล่า เจ้าไล่ไปแล้วหรือ?

สีหน้าของจินบึ้งตึงขึ้นมาทันที ข้าโยนไปไว้ที่อื่นแล้ว

หมายความอย่างไร...โยนน่ะ? เสี่ยวผานลอบกลืนน้ำลาย เด็กชายภาวนาให้จิ้งจอกสีเงินเบาๆ คาดว่าเจ้าตัวเล็กนั่นคงไม่โดนไล่ไปอย่างโหดร้ายนัก เขาหวังว่าจินคงไม่กัดจนเจ้าจิ้งจอกเงินจนพาพวกมาล้างแค้นนะ

เมื่อไม่กี่วันก่อนจินบังเอิญพบจิ้งจอกสีเงินในป่า ดวงตาของมันเป็นประกายเมื่อเห็นจิ้งจอกสีดำที่ออกมาหาสมุนไพร มันจดจำได้ทันที จิ้งจอกสีดำคือคู่หูสุดแกร่งของมันมิใช่หรือ? เจ้าจิ้งจอกเงินไม่รีรอรีบวิ่งมาเบียดชิด ทำความสนิทสนนแบบจิ้งจอกทันที

น่าเสียดาย...น่าเสียดายยิ่งที่ข้างในจิ้งจอกสีดำนั้นคือชายที่ขี้รำคาญเป็นอย่างมาก อุ้งเท้าสีดำตะปบอีกฝ่ายให้ออกห่างอย่างไม่รอช้า(ต่อยปลิวได้คงต่อยปลิวไปแล้ว) จินสังเกตเห็นว่าจิ้งจอกสีเงินนั้นมีหางถึงสามหางแล้ว ดูท่าคงได้รับการสั่งสอนที่ถูกต้อง จากนั้นก็เลิกสนใจ เขาขุดหาสมุนไพรเตรียมจะกลับบ้านตามปกติ

ทว่าเจ้าจิ้งจอกสีเงินนั้นกลับวุ่นวายไม่เลิก มันตามตอแยพยายามสายห่างที่แปลได้ว่ากลับไปฝูงด้วยกันเถอะนะ!’ แน่นอนว่าจากนั้นไม่นานจินก็อาศัยทีเผลอ หิ้วเจ้าจิ้งจอกเงินที่กำลังหลับเดินไปทิ้งไว้ในป่ามนตราไกลๆ ทันที ท่ามกลางเสียงคัดค้านของเสี่ยวผาน

ตอนนี้อาบน้ำได้แล้วเสี่ยวผานเรียกจิ้งจอกที่กำลังแปลงร่างกลับเป็นจิ้งจอกสีดำ ร่างกายจากที่เคยตัวเล็กบัดนี้มีขนาดเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยแล้ว...ถึงกระนั้นขนาดตัวก็ยังวางลงในอ่างอาบได้อยู่ดี... เด็กชายแอบนินทา มือจัดการแปรงขนที่หนานุ่ม บรรจงเช็ดจนมันแห้ง

หลังจากนั้นพออาบน้ำเสร็จหนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกก็เข้านอน

นี่นับเป็นชีวิตประจำวันที่เรียบง่ายและมีสุขอย่างแท้จริง...

จินคิดเช่นนั้นจนกระทั่งเช้าวันถัดมา... จิ้งจอกที่เพิ่งกลับจากสำนักเทียน มือถือกระบี่ฝึกหัดร่ายรำอยู่หน้าบ้าน สัมผัสได้ว่าเสี่ยวผานเดินกลับมาแล้ว วันนี้เด็กชายคล้ายจะมาสายกว่าทุกวัน

จินข้าเจอคนผู้หนึ่งต้องการความช่วยเหลือ...ดังนั้นข้าจึง....

เดี๋ยวนะ บทแบบนี้มันคุ้นเคยชอบกล...คล้ายจะเคยได้ยินมาก่อน?

จากนั้นจินก็พบว่าเขาคาดคิดมิมีผิด เสี่ยวผานกึ่งแบกกึ่งลากชายผู้หนึ่งดูอายุราวๆน่าจะสามสิบกว่าแล้ว บริเวณร่างกายไม่มีร่องรอยอาการบาดเจ็บ เพียงแต่สีหน้าซีดขาว ปากเป็นสีม่วงคล้ำ

จินคนผู้นี้ถูกพิษ!”

จิ้งจอกถอนหายใจ เดินไปแบกชายแปลกหน้าขึ้นบ้านแทนคุณหมอผู้ใจอ่อน เสี่ยวผานยิ้มอย่างยินดี จากนั้นเด็กชายก็รีบเปิดตำราค้นหาชนิดของพิษ...ทว่าหน้าตากลับค่อยๆหมองคล้ำขึ้นเรื่อยๆ

นี่มันพิษละอองซากศพ ผู้โดนพิษจะตายภายในหนึ่งชั่วยาม ปัจจุบันผู้ที่รักษาได้มีเพียงเทพเยียวยาหิมะหงส์เท่านั้น…” เสียงเสี่ยวผานที่อ่านดูเศร้าสร้อยยิ่ง ส่งสายตามองชายที่ทุกข์ทรมาณด้วยความสงสาร

เขาใกล้จะตายแล้ว...กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงยิ่ง

จิ้งจอกลุกขึ้นอย่างทนไม่ไหว จินจะได้กลิ่นความตาย ไม่รู้ว่านี่เป็นผลจากการที่จิ้งจอกจมูกดีเกินไปหรือไม่ เพียงแต่คนที่ใกล้ตายเขามักจะได้กลิ่นเหม็นเน่า... นี่มิได้หมายความว่าหากมีคนบาดเจ็บสาหัสแล้วเขาไม่ได้กลิ่นมันผู้นั้นจะไม่ตาย เพียงแต่จมูกจะได้กลิ่นยามใกล้ตายจริงๆ เท่านั้น

นี่นับเป็นความสามารถอย่างหนึ่งของจิ้งจอกอนธการที่จินไม่รู้...ไม่มีผู้ใดล่วงรู้

ชายวัยกลางคนกระอักเลือด ขยับร่างกายลุกขึ้นอย่างกระเสือกกระสน แต่ทว่าพอทำไม่ได้ก็ส่งสายตาอ้อนวอนแทน มือที่สั่นพยายามคว้าคอเสื้อเด็กชายทั้งสอง ปากก็ขยับราวกับต้องการเอ่ยสิ่งใดออกมา สายตาเช่นนี้จินเข้าใจความหมายดี

ท่านลุงมีสิ่งใดจะสั่งเสียหรือไม่

ชายคนดังกล่าวได้ยินเช่นนั้นจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย กุญแจ...แผนที่...อยู่ในรองเท้าข้า....ที่หมู่บ้านข้าเป็น...แค่ก! คน...สุดท้ายแล้วปากที่ม่วงจนเข้มสั่นระริก ...จะให้....นางแอ่นสาปสูญ...มิได้...

เมื่อผู้พูดเงียบลง รอบข้างจึงตกอยู่ในความเงียบสนิท...

เสี่ยวผานเสียใจมาก เด็กชายมีจรรรยาบรรณของแพทย์อยู่เต็มเปี่ยม อีกทั้งยังเป็นคนดีแต่เดิม ชายที่ถูกพิษตายแล้ว...ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้อีกต่อไป ดวงตาที่เบิกค้างราวกับมีความปรารถณาที่จะมีชีวิตอย่างรุนแรง...เสี่ยวผานเอื้อมมือไปปิดมันลง

จินถอดรองเท้า จิ้งจอกตวัดมีดตรงตำแหน่งส้นมีกุญแจสีทองดอกหนึ่ง...กับแผนที่หยาบๆ ตกลงมา

เด็กชายทั้งสองแบกร่างของชายวัยกลางคนออกไปด้านนอก ต่างช่วยกันขุดหลุมฝัง จินนั้นกำลังครุ่นคิดถึงแผนที่กับข้อความสั่งเสีย เขาคาดเดาว่าชายคนนี้อาจโดนพิษเพราะสิ่งนี้ เช่นนั้นแล้วแปลว่าเขากับเสี่ยวผานอาจโดนโจมตีได้ทุกเมื่อ

นางแอ่นน่าจะหมายถึง ชนเผ่านางแอ่น...ชนเผ่าดั้งเดิมก่อนจะก่อตั้งแคว้นไตรนภา ความจริงสมควรสาปสูญไปแล้ว คาดไม่ถึงจริงๆว่ายังคงเหลือรอดอยู่เวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เสี่ยวผานอ่านหนังสือจากหอสมุดตระกูลเฟิ่งจนกลายเป็นแหล่งข้อมูลเคลื่อนที่ไปแล้ว

เด็กชายกลบดินครั้งสุดท้าย มองจิ้งจอกอย่างลังเล เราจะไปตามแผนที่นั้นหรือ...

ไม่ คนผู้นี้ไม่แน่ว่าอาจโดนทำร้ายเพราะสิ่งนี้ หากเราโดนตามล่าด้วยผู้ที่ใช้พิษนี้เช่นกัน คงมิมีชีวิตรอดแล้วจินมองไปรอบตัวอย่างหวาดระแวง เสี่ยวผานเชื่อในตัวเพื่อน...เขารู้ว่าจินเก่งเสมอ

ผู้ถามถอนหายใจโล่งอก ดีแล้ว...เอาของเช่นนั้นไปโยนทิ้งน้ำก็ถือว่าไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว

ไม่...ไม่ที่ว่านี่คือเจ้าไม่ต้องไป ข้าไปคนเดียวจินตัดบทเอ่ยเสียงเข้ม

งั้นข้าจะไปด้วย!” เสียงทัดท้านดังขึ้นมาแทบจะในทันที

จิ้งจอกส่งสายตาดุที่แววโรจน์ สีแอมเบอร์สว่างจนแทบจะลุกไหม้แม้ยามอยู่ในร่างคน แต่เสี่ยวผานตัดสินใจแล้ว เด็กชายจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายไปเพียงคนเดียวเด็ดขาด ตนถือว่าตนเองเป็นพี่ใหญ่ จะปล่อยให้คนเป็นน้องไปเผชิญหน้ากับอันตรายลำพังได้อย่างไร?

เด็กรับใช้ผู้นี้ดื้อดึงอีกแล้ว!

เมื่อเห็นจินยังคงมองมา เสี่ยวผานก็รีบพูด ข้าเป็นหมอข้ารักษาได้หากเจ้ามีอันตราย ข้าดูแลตนเองได้ หลายเดือนมานี้ก็ซ้อมวรยุทธ์กับเจ้า ต่อให้สู้ไม่ไหวก็หลบหนีได้ อีกอย่างเจ้าอาจต้องการความรู้ของข้าด้วย

เสี่ยวผานลังเลแต่ก็เอ่ยประโยคต่อมา จินหากเจ้าหนีไปผู้เดียวข้าจะไม่แปรงขนอาบน้ำให้อีกแล้ว…”

ก็ได้จิ้งจอกแสนเอาแต่ใจอนุญาตในทันที ไม่รู้เป็นเพราะว่าเชื่อถือเหตุผลข้างต้น...หรือว่ากลัวไม่ได้แปรงขนอย่างสำราญกันแน่ เจ้าไปเก็บของตอนนี้เลย หากมีคนลอบทำร้ายคนผู้นี้จริง ทิ้งไว้นานอีกฝ่ายจะติดตามมาทันถึงที่นี่เปล่าๆ

เสี่ยวผานยิ้มอย่างยินดี เพียงไม่นานเด็กชายก็สะพายย่ามยาของตนเองออกมา ข้างกายมีกระบี่ราคาถูกเล่มหนึ่งเสียบอยู่ บ่งบอกว่าพร้อมออกเดินทาง... ทางด้านจินนั้นเขาไม่ได้พกสิ่งใดไปเลยนอกจากอาวุธเท่านั้น เขาพกกระบี่ราคาถูกเช่นกัน มีดสั้นพับอยู่ในสาปเสื้อบริเวณข้อมือ จินหยิบแผนที่และกุญแจเจ้าปัญหาเก็บไว้ในตัวเสื้อด้านในสุด

แผนที่นั่นไปที่ไหนหรือ...?

ด้านในของป่ามนตรา

จากนั้นจิ้งจอกในร่างคนก็ออกเดิน พวกเขาต่างมิมีใครส่งเสียง บริเวณด้านในป่ามนตรายังไม่มืดนัก แสงสีส้มสาดอ่อนๆจากดวงอาทิตย์ยามเย็น ระหว่างทางพบสัตว์วิเศษบ้างแต่จินก็ไล่พวกมันไปได้ทุกครั้ง เขารู้จักอาณาเขตดี ตราบใดที่ไม่ล่วงล้ำเข้าไปเกินเส้น สัตว์วิเศษก็จะไม่จู่โจม

เมื่อมีผู้เชี่ยวชาญนำทาง การเดินทางจึงไม่พบปัญหาใด... เด็กชายทั้งสองเดินกันต่อไปเรื่อยๆ แวะพักดื่มน้ำบ้าง ชมสมุนไพรแปลกๆบ้าง เดินต่อเนื่องกันมาหลายชั่วยามแล้ว

หากเป็นเมื่อก่อนเสี่ยวผานหรือจินต้องรู้สึกเหน็ดเหนื่อยบ้าง แต่ยามนี้เด็กทั้งสองร่างกายแข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังมีพลังลมปราณเหนือกว่าเด็กทั่วไป ต่อให้เดินในป่ารกชันมาหลายชั่วยามแล้วก็ยังคงมีเพียงเหงื่อไม่กี่หยด

เสี่ยวผานพบว่าจินนั้นเป็นนักนำทางที่ดียิ่ง อีกฝ่ายคล้ายคุ้นเคยกับการเดินป่าเป็นอย่างดี กระบี่ถูกใช้ทำสัญลักษณ์ ทั้งฟาดฟันโพรงหญ้า กิ่งไม้...รู้ช่วงเวลาที่ต้องหลบซ่อนยามสัตว์วิเศษระดับสูงเดินผ่านอย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีท่าทางมั่นใจไม่กลัวหลงทิศหลงทางแม้แต่น้อย

นี่นับเป็นเรื่องที่เท่าไหร่ไม่อาจทราบได้ที่เสี่ยวผานพบความประหลาดใจในตัวจิ้งจอก คราแรกสามารถแปลงกายเป็นคนเด็กชายก็ตกใจมากแล้ว ยามนี้ต่อให้จินทำสิ่งใดผิดมนุษย์ทั่วไปเขาก็ไม่แปลกใจอีกต่อไป ราวกับชินชาที่อีกฝ่ายจะเผยอะไรน่าเหลือเชื่อออกมาอีก

หลังจากเดินมาอีกหลายชั่วยาม ในที่สุดผู้นำทางก็หยุดเดิน ถึงแล้ว

เสี่ยวผานมองด้านหน้า พบแต่เพียงต้นไม้ขนาดใหญ่มากมาย มีสัตว์วิเศษยามค่ำคืนคอยมองดูอย่างหวาดระแวง ผีเสื้อปีกอิงฟ้าบินล้อกับแสงจันทร์ผ่านหน้าเด็กชายทั้งคู่...ใบหญ้าพริ้วไหวลู่ไปตามจังหวะลม

ทั้งให้กุญแจ...ทั้งมีแผนที่ ตั้งโจ่งแจ้งเช่นนี้มิเห็นจะเป็นเรื่องแอบซ่อนตรงไหนจินขมวดคิ้ว เขาอดบ่นอย่างหงุดหงิดมิได้ คราแรกคาดว่าแผนที่นี้อาจมีอะไรน่าเหลือเชื่อแอบซ่อนอยู่ ไม่คาดพอมาถึงแล้วกลับปรากฎกำแพงศิลาที่มีรูกุญแจตั้งอยู่อย่างโจ่งแจ้ง คล้ายมิได้เป็นความลับเลยซักนิด

ฉับพลันจินหันไปมองหน้าเสี่ยวผานที่ทำหน้าตางุนงง คล้ายไม่เข้าใจประโยชน์ที่จิ้งจอกเอ่ยเมื่อกี้ ประกายในดวงตาสว่างวาบราวกับนึกเรื่องใดออก

เสี่ยวผานเจ้าเห็นสิ่งใด

เสี่ยวผานมองไปรอบๆ แล้วส่ายหัว มีแต่ป่า

ไม่ผิดแน่...นี่คือมนต์ลวงตา

จิ้งจอกดึงมือเสี่ยวผานให้ตามมา มือล้วงเอากุญแจเสียบเข้าไปในกำแพงศิลาแล้วออกแรงบิด

เสี่ยวผานนั้นเห็นกุญแจลอยค้างอยู่กลางอากาศก็แปลกใจ แต่เด็กชายเรียนรู้ว่าต่อให้ถามคนข้างๆออกไปก็ไม่ได้รับคำตอบ เวลาเช่นนี้ทำตามจิ้งจอกไปอย่างว่าง่ายย่อมมีประโยชน์กว่า

ครืนนน ครืนนนนนนนนนนนนนน

เสียงสั่นสะเทือนลั่นป่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝุ่นบริเวณกำแพงศิลาคละคลุ้งขึ้นมา จินเห็นกำแพงศิลานั้นค่อยๆขยับ กำแพงที่หนักมากเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า...ค่อยๆเลื่อนขึ้นด้านบนจนหยุด

.......เด็กชายทั้งสองมองหน้ากัน ยามนี้แม้แต่เสี่ยวผานก็มองเห็นกำแพงศิลาแล้ว

โดยมิไดนัดหมาย ทั้งจินและเสี่ยวผานต่างพากันเดินเข้าไปยังกำแพงศิลา พอพ้นกำแพงมาก็พบกับถ้ำขนาดใหญ่ มีทางเล็กๆให้เดินต่ออย่างไม่ทราบปลายทางสายหนึ่ง

จินข้าว่า...

ตึงงงงงงงงงง!!

เสี่ยวผานสะดุ้ง ลมมากมายพัดจนผมยุ่งเหยิง หันไปดูด้านหลังก็พบว่ากำแพงศิลานั้นปิดลงมาเช่นเดิมแล้ว บริเวณกำแพงคล้ายมีไอเย็นแผ่ออกมาตลอดเวลา เด็กชายเดินไปลูบคลำหวังว่าบนกำแพงจะมีกลไกอะไรซ่อนอยู่บ้าง

ดูท่าเราจะถูกขัง

จินเผลอพูดตรง เขาพึ่งคิดได้ตอนเสี่ยวผานหน้าซีดว่าควรบ่ายเบี่ยง แต่ก็นั่นละ...ไม่ทันแล้ว

เดินต่อเถอะ

จิ้งจอกบอกเด็กชายที่กำลังใจเสีย เสี่ยวผานเดินตามอย่างว่าง่าย ระหว่างทางไม่ส่งเสียงใดๆทั้งสิ้น มือจับชายเสื้อเขาไว้อย่างแน่นราวกับเผลอแวบเดียวจิ้งจอกจะหายตัวไป

จินเดินมาตามทางที่คดเคี้ยว เขาต้องเดินนำเพราะในถ้ำมืดมาก มนุษย์ปกติมิมีทางมองเห็นรอบข้างได้เลย ยังดีที่ทางเดินเป็นทางเดียวทอดยาว ไม่มีทางแยกให้ชวนปวดหัวแต่อย่างใด

จนกระทั่งมาหยุดอยู่ด้านหน้าประตูสามบาน เขามาถึงทางตันแล้ว กำแพงรอบข้างมีภาพวาดขีดเขียน เสี่ยวผานมองดูใกล้ก็พบว่าพวกมันเล่าถึงประวัติศาสตร์ของชนเผ่านางแอ่นจริงๆ ที่ด้านหน้าของประตูสามบานปรากฎซากศพที่แห้งเหี่ยวของคนผู้หนึ่ง ร่างกายนั้นไม่ส่งกลิ้นเหม็น ไม่เน่าเปื่อย ใบหน้าดูผ่องใสราวกับมีชีวิต ร่างที่ผอมแห่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนหินก้อนหนึ่ง

...ตรงด้านหน้าก้อนหินมีกระถางธูป

เนื่องจากเสี่ยวผานคล้ายหวาดกลัววิญญาณจะมาหลอกหลอนยิ่ง ดังนั้นเด็กชายเห็นกระถางธูปและอุปกรณ์วางไว้ก็ก้มลงจุดธูปเพื่อกราบไหว้ทันที อีกฝ่ายส่งธูปในมือมาให้เขา เห็นดังนั้นจินจึงนั่งลงสังเกตใบหน้าของมัมมี่อย่างละเอียด

ซากศพนี้กลับไม่แห้งเหี่ยว ร่างกายเช่นนี้จะพบแต่ผู้มีวรยุทธ์สูงส่งเท่านั้น นี่เป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วแคว้นต่างรู้ เสี่ยวผานจึงมองซากศพที่ว่าด้วยสายตาชื่นชม...จินก็มองด้วยสายตาชื่นชมเช่นกัน(แต่คนละอย่าง)

นี่รักษาศพได้ดีกว่าทำมัมมี่เสียอีก...

กริ๊ก

ท่ามกลางความเงียบกลับมีเสียงคล้ายกลไกทำงานดังขึ้น เสี่ยวผานที่กำลังถือธูปค้างปักอยู่กับกระถางธูปเงยหน้ามองตาตื่นทันที จินตื่นตระหนกในใจ แต่เขาก็มีสติพอจะกวาดตาดูรอบๆว่ามีสิ่งใดเคลื่อนไหว

เสี่ยวผานลุกมานี่

ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำสอง เสี่ยวผานรีบลุกมายืนข้างๆทันที คว้ามือของจิ้งจอกมาจับไว้แน่น ถึงแม้ว่าจะโดนสายตาดุแต่เด็กชายก็สั่นหัวไม่ยอมปล่อย

พวกเขามองรอบข้างอย่างหวาดระแวง ทั้งถ้ำเงียบสนิทมีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาเท่านั้น

...บรรยากาศเช่นนี้สามารถกดดันผู้คนที่หวาดกลัวได้ดียิ่ง

ครึก!

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เสียงเสี่ยวผานร้องลั่นไม่เป็นภาษาดังลั่นจนคล้ายฝุ่นบนผนังจะตกลงมา ทางด้านจินก็ไม่ได้ดีไปมากกว่ากันนั้น ม่านตาของจิ้งจอกขยายราวกับตกใจเหลือประมาณ ปากอ้าค้างคล้ายจะร้องแต่ไม่มีเสียง หัวใจของเด็กชายทั้งคู่เต้นระรัวราวกับมีใครมาเขย่า

นั่นเพราะซากศพที่ทั้งคู่เพิ่งจะจุดธูปไว้ไปนั้น กำลังจ้องมามาด้วยดวงตาที่ปูดโปน!





#TALK with แพนด้ารองเท้า

          สวัสดียามสามทุ่มกว่าค่ะ มีชี้แจ้งอยู่สองเรื่องคือ 

     1)รูปที่เราแปะนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องนะคะ เราติดนิสัยชอบนักวาดจึงแบ่งปันค่ะ 


          ตอนนี้พอเห็นชีวิตของพ่อพระเอกเราเล็กน้อยแล้วใช่ไหมคะ เราไม่นิยมฮาเร็มค่ะ ดังนั้นต่อให้ยุแค่ไหนก็ถามเฟิงเฟิงก่อนนะคะ55 ความดีของเสี่ยวผานในที่สุดก็พาเรื่องมา(อีกแล้ว) รอลุ้นกันต่อไป 


          ขอให้อ่านอย่างมีความสุข พบกันตอนหน้าค่ะ <3



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 554 ครั้ง

83 ความคิดเห็น

  1. #8262 nanhtay (@nanhtay) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:44
    นี่ตกใจมากก
    #8262
    0
  2. #8230 Sei-chan (@sofeeyanee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 21:56
    ไม่น่าอ่านตอนกลางคืนเลย
    #8230
    0
  3. #8229 Sei-chan (@sofeeyanee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 21:55
    กรี๊ดดดดดดดดด
    #8229
    0
  4. #8125 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 12:06
    ระทึกใจมาก
    #8125
    0
  5. #8051 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 22:24

    จินเป็นคนไทย ไม่กลัวผีได้ไง 555555555

    #8051
    0
  6. #7968 FAIRY3247 (@FAIRY3247) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 11:46
    สนุกมากเลยยยยย ฮืออออ ลุ้นมาก ๆ
    #7968
    0
  7. #7914 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:40
    เสี่ยวผานคือจังหวะชาวบ้านมาก ชอบน้องอะ5555
    #7914
    0
  8. #7784 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 01:02
    น่ากลัววววว เสี่ยผานคือเด็กน้อยมาก 5555
    #7784
    0
  9. #7756 zxcnonnam12345 (@zxcnonnam12345) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:07

    สนุกมากอะ แต่งงๆว่าใครเป็นพระเอก5555
    #7756
    0
  10. #7723 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 20:12
    มีเรื่องเข้ามาอีกแล้ว เสี่ยวผานที่ช่างหาเรื่องมาให้ตลอด5555555
    #7723
    0
  11. #7670 KanyarttaThir (@KanyarttaThir) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 23:44
    กริ๊ดดดดด อ่านตอนกลางคืนยิ่งหลอน5555
    #7670
    0
  12. #7591 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 00:52

    โอ้ยสู้ๆนะลู้กกด

    #7591
    0
  13. #7531 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 04:26
    เก่งยังไงก็กลัวผีสินะ5555555
    #7531
    0
  14. #7514 chompoo--- (@chompoo---) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 18:06
    สู้ๆค้าา
    #7514
    0
  15. #7444 Mushmellow (@sokibum) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 00:27
    บรรยายเก่งมากเลย ทั้งเห็นภาพทั้งรู้สึกเหมือนอยู่กับจินกับเสี่ยวผาน
    #7444
    0
  16. #7412 NTWwkn (@NTWwkn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 14:09
    ขำ เก่งแค่ไหนก็กลัวผี55555
    #7412
    0
  17. #7334 NatladaKhunphoem (@NatladaKhunphoem) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:52
    น่ากลัววว 555+
    #7334
    0
  18. #7332 bire0032 (@0820992901) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:29
    เราไม่ค่อยชอบเสี่ยวผานเลย เกะกะ55 แต่ตอนโตนี้พระเอกป่าวต้องดูๆไปก่อน555
    #7332
    0
  19. #7033 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 03:03
    ใครเป็นพี่ใหญ่กันแน่คะเนี่ย5555
    #7033
    0
  20. #6997 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 21:59
    หลอนเลยย 5555
    #6997
    0
  21. #6936 YuRIIW (@phingpin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 15:17
    หลอนเลย
    #6936
    0
  22. #6916 OverOzone (@namwanny42) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 09:53
    รักษาศพได้ดีจนอดชื่นชมไม่ได้สินะ 555555
    #6916
    0
  23. #6809 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 23:32
    โอ้ยย สนุกมาก พี่ใหญ่ตามน้องเล็กแจเลยนะพี่ 5555 

    ผจญภัยดีมากเลยอ่า สนุกมากค่ะ
    #6809
    0
  24. #6733 นคร อินทร์ (@cookit) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 20:25
    เริ่มมีความสยอง ...#ไม่น่าอ่านตอนกลางคืนเลย
    #6733
    0
  25. #6690 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 07:16
    คงไม่ใช่ชนเผ่าเดียวกับแม่พระเอกหรอกใช่มั้ย ถ้าใช่นี่คือพระเอกจะเป็นทายาทคนเดียวของชนเผ่าเลยนะ
    #6690
    0