✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 505,626 Views

  • 8,270 Comments

  • 13,395 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,251

    Overall
    505,626

ตอนที่ 11 : ชนเผ่านางแอ่น (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 552 ครั้ง
    27 ก.ค. 60









บทที่ 10

ชนเผ่านางแอ่น (2)



 

            จะ...จิน!!” เสี่ยวผานร้องเรียกเสียงดัง มือกระตุกเสื้อคนตรงหน้าไม่หยุด หลับตาสนิทแนบแน่นยิ่ง หากเด็กชายสามารถหาอะไรมาปิดตาได้คงทำไปแล้ว

            เกิดมาจนเข้าวัยกลางคนแล้วเพิ่งจะเคยเจออะไรลี้ลับเช่นนี้!

            เงียบก่อน

            เสี่ยวผานเม้มปาก เด็กชายอยากจะหันหลังวิ่งหนี แต่ทว่าจินกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย นอกจากนี้เสี่ยวผานยังมิกล้าลืมตาดูอีกด้วย จู่ๆศพที่แห้งกรังดูท่าจะตายมาเป็นเวลานานแล้วกลับลืมตาขึ้นมา เรื่องเช่นนี้เป็นไปได้อย่างไร? อีกทั้งยังน่ากลัวยิ่ง พอนึกถึงดวงตาที่จ้องมองมาอย่างดุร้ายเสี่ยวผานก็ตัวสั่นขึ้นไปอีก

            วิญญาณร้าย! นี่ต้องเป็นภูติผีมาหลอกหลอนโดยแน่...เด็กชายครุ่นคิด

            จินลองสังเกตศพตรงหน้า ถึงแม้นัยน์ตาจะเบิกค้างแต่ทว่าม่านตาไม่ขยับแล้ว แสดงว่าต้องเป็นกลไกใดซักอย่างทำให้ดวงตาเปิดขึ้น ในโลกที่เขาจากมาก็มีคนมักแกล้งเช่นนี้ตามสุสานในวันฮาโลวีน... นอกจากนี้สายตาถึงแม้จะมองตรงมาตรงนี้พอดี...แต่หากมองให้ดีแล้วจะพบว่าสายตาที่ปูดโปนคู่นั้นคล้ายจะมองเลยไปอีกยังด้านหลัง...

            “เสี่ยวผานศพนี้ตายแล้ว ที่ลืมตาคงเป็นเพราะไปถูกกลไกอะไรเข้า จินพูดอย่างจริงจัง แต่ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดตอบสนองจากผู้ที่สนทนาด้วย

            เจ้าเด็กนี่ยังไม่ยอมลืมตาไม่พอ ยังไม่ยอมปล่อยแขนเสื้ออีก!

          เสี่ยวผานลืมตา ปล่อยแขนเสื้อข้าได้แล้ว จินเอ่ยด้วยเสียงที่ดุขึ้น

            คนหวาดกลัวค่อยๆลืมตาช้าๆ รีบกลับตัวหันหน้าไปทางด้านหลังทันที เมื่อเสี่ยวผานปล่อยแขนเสื้อแล้ว จินจึงเดินไปสำรวจจุดที่ดวงตาของศพมองตรงไป เสี่ยวผานนั้นไม่กล้ายืนคนเดียวเด็กชายจึงรีบเดินตามมาติดๆ ไม่กล้าหันไปมองด้านหลัง

            แปลกยิ่ง...ศพนั่นมองมา เป็นกำแพงว่างเปล่าธรรมดา?

          ครุ่นคิดได้ซักพักจินจึงเริ่มยกมือขึ้นลูบกำแพง ความเย็นจากหินซึมซับเข้าสู่ผิว มือเล็กเคาะเบาๆไปทั่วอย่างละเอียด ไม่ปล่อยให้พื้นที่ใดหลุดรอด...จนกระทั่งสุดขอบ

            นี่น่าแปลกยิ่ง...? หรือที่เขาคาดคิดจะผิดกัน คลำจนทั่วยังไม่เจอพวกกลไกซักแห่ง...หรือว่าการซ่อนที่กำแพงจะง่ายดายจนเกินไป? จิ้งจอกครุ่นคิดเท้าเดินวนไปมาเป็นวงกลม ฉับพลันหูที่ไวต่อเสียงก็สัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาด จินก้มตัวลง...เคาะเบาๆเข้ากับพื้นที่เหยียบอยู่

          บิงโก! มาแอบไว้ในที่เช่นนี้เอง

          จินยิ้มมุมปากอย่างดีใจ เขาดึงกระบี่จากข้างเอวออกมา สอดเข้ากับร่องหินเผยบริเวณที่ถูกปกปิดอยู่...ในร่องหินสีเหลี่ยมมีบันทึกสีแดงเข้มเล่มหนึ่งถูกเก็บไว้อย่างดี จากสภาพของมันคล้ายถูกเก็บรักษาด้วยไอเย็นของหินมากว่าหลายร้อยปี จิ้งจอกหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านให้เสี่ยวผานดูด้วย

            นกแอ่นคืนรัง...ก่อนอื่นต้องทักทายด้วยคำประจำชนเผ่า ข้ามีนามว่าโกทันบี เป็นหนึ่งในผู้ยอดเยี่ยมแห่งยุทธมีฉายาว่าจ้าวจิตวิญญาณเป็นหัวหน้าชนเผ่า ผู้อาวุโสคนสุดท้ายของชนเผ่านางแอ่นเรา... ชนเผ่านางแอ่นนั้นเป็นหนึ่งในชนเผ่าที่ร่วมก่อสร้างแคว้นไตรนภาขึ้น กาลเวลาผ่านมานับพันปีทำใหชนเผ่าอื่นๆต่างสูญหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงชนเผ่านางแอ่นของเราเท่านั้นที่ช่วยกันรักษาถ้ำลับนี้ไว้ตลอด

ถ้ำแห่งนี้มีชื่อว่าถ้ำครรภ์นางแอ่นบรรดาเหล่าศิษย์ยอดฝีมือแต่ปีจะได้รับสิทธิการเปิดเข้ามายังถ้ำแห่งนี้... จนกระทั่งกุญแจผลัดมาถึงมือของข้า ตัวข้านั้นอาศัยถ้ำนี้ฝึกวิชาสำเร็จเป็นที่โด่งดังมากมาย คาดไม่ถึงกลับมีศัตรูจองล้างจองผลาญจึงจำเป็นต้องอาศัยหลบอยู่ในถ้ำ กุญแจดอกนี้จึงได้ฝากผู้มีพระคุณผู้หนึ่งเอาไว้ ขอให้เขารักษาจนกว่าลูกชายของข้าจะไปรับ ถ้าหากไม่มีผู้ใดไปรับแล้วข้าขอให้เขามอบให้คนที่เหมาะสมแทน

เมื่อลูกหลานถัดมาพบบันทึกนี้คาดว่าข้าคงมิมีชีวิตอยู่แล้ว นอกจากนี้ข้ายังวางกลไกไว้ที่กระถางธูปเผื่อผู้มีจิตชั่วร้ายถือโอกาสได้ไป หากผู้ใดเข้ามาแล้วไม่จุดธูปไว้ซากศพข้า จะได้รับจุมพิษละลายจนตกตายไปร่วมกัน... ลูกหลานที่พบบันทึกนี้ข้าผู้อาวุโสอดีตหัวหน้าเผ่านางแอ่น ขอมอบถ้ำแห่งนี้พร้อมนามของเรา ขอร้องเจ้าช่วยสืบทอดไม่ให้ชนเผ่านางแอ่นสาปสูญไปด้วย...

จินนี่มันคล้ายสมบัติลับเลยไม่ใช่หรือ!?เสี่ยวผานถามด้วยความตื่นเต้น สายตามีแววเป็นประกายแบบเด็กๆ ต้องการผจญภัย เห็นแบบนี้แล้วจินจึงแอบเหนบในใจ

เมื่อกี้เด็กคนไหนมันหลับตาจับแขนเสื้อเขาจนแน่นกัน?

ถ้ำนี้อาจจะมีแต่กลไกอะไรอันตรายก็ได้ เจ้าอย่าได้ขยับมั่วซั่ว

คนผู้หนึ่งต้องฟันฝ่าอันตรายจากการตามล่าไม่พอ ยังมิยอมให้ถ้ำแห่งนี้ตายไปพร้อมกับความลับ อีกทั้งการเข้ามายังต้องเสี่ยงมากกับการสูญหายไปในป่ามนตรา...ถ้ำแห่งนี้มีความลับอะไรซุกซ่อนอยู่กันแน่?

บันทึกในมือจิ้งจอกยังมีเขียนอธิบายต่ออีก เฒ่าอาวุโสผู้นี้เขียนวิธีการใช้ถ้ำไว้อย่างละเอียด แต่ทว่าแต่ละหน้ากลับเปิดไม่ได้ดั่งใจคล้ายมีกลไกประหลาดซ่อนอยู่ จินจึงอ่านข้อความเล็กๆที่อ่านได้แทน

เจ้ามิต้องแปลกใจที่บันทึกนี้เปิดไม่ได้ ในเมื่อข้าไม่มีโอกาสชี้แนะคนในชนเผ่ารุ่นต่อไป จึงถือโอกาสชี้แนะผ่านบันทึกนี้ตามวิถีชนเผ่านางแอ่น... บันทึกนั้นจะสามารถอ่านหน้าถัดไปได้ก็ต่อเมื่อพลังฝีมือของเจ้าถึงขั้นก่อนหรือผ่านจุดพลังกลไกที่ข้าวางไว้เท่านั้น หากเจ้าเป็นผู้ไม่ใฝ่ความก้าวหน้า ต้องการความสงบก็ขอให้วางบันทึกนี้ลงเสียและต้องขออภัยที่เจ้าต้องตกตายเพื่อรักษาความลับอยู่ในถ้ำแห่งนี้ไปด้วย

อ่านจบบรรทัดนี้ใบหน้าชองจิ้งจอกก็ทะมึนทันทีราวกับมีเมฆฝนคำรามอยู่บนหัว สีหน้าดูคล้ายต้องการฝังเขี้ยวลงบนคอผู้คนอย่างยิ่ง

แบบก็คล้ายบีบบังคับให้สืบทอดชนเผ่านางแอ่นอย่างหน้าหนาเลยมิใช่หรือ? ตาแก่บ้าเอ้ย!

จะมีผู้ใดอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยินยอมตกตายบ้าง...? เสี่ยวผานก็อ่านอยู่เช่นกัน เด็กชายหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ เขามิได้กลัวคำที่ผู้อาวุโสเขียนในบันทึก แต่กลัวสีหน้าของจิ้งจอกข้างๆต่างหาก ยามนี้หากเผลอไปเหยียบหางเข้าคงมิพ้นถูกข่วนกัดจนยับเยินเป็นแน่

ในเมื่อไม่สามารถทำสิ่งใดอีกได้ จินจึงได้แต่กัดฟันกรอดอย่างขุ่นเคืองอ่านบันทึกต่อ

ลูกหลานนางแอ่น เจ้าคงเห็นประตูสามบานแล้ว...คราแรกนี้เจ้าจะเปิดได้หนึ่งบานโดยไม่ต้องเปลืองแรง อีกสองบานนั้นเจ้าจะเปิดได้ก็ต่อเมื่อเปิดบันทึกเล่มนี้ได้ระยะหนึ่ง... กำแพงศิลาด้านนอกนั้นยามปิดลงก็จะถูกกลไกสอดแทรกด้านในไม่สามารถทำลายได้ตามใจ ศิษย์ชนเผ่าเราที่เข้ามานั้นต่างอาศัยอยู่ในถ้ำหลายปีจนกระทั่งสามารถทำลายกำแพงศิลาออกมาได้จึงถือว่าสำเร็จยอดวิชา

ดังนั้นเจ้าจงอย่าคิดหวังว่าจะสามารถออกไปได้ จงเปิดประตูบานแรกอย่างภาคภูมิใจเสียเถิด

“……..ระหว่างเด็กทั้งสองไม่มีใครเอ่ยปากพูดสิ่งใด

เนื่องจากมีข้อความที่อ่านได้ถึงแค่นี้ จินจึงปิดบันทึกลงเก็บมันไว้ในสาบเสื้อด้านใน กระชับกระบี่ก่อนเดินตรงไปทางประตูบ้านที่ถูกสลักอักษรอย่างสวยงามไว้ว่า'หนึ่ง

จินรอข้าด้วย!” เสี่ยวผานไม่รอช้ารีบวิ่งตามมาจับชายเสื้อน้องชายไว้แน่น

จินลูบขอบประตูที่ถูกสลักเป็นลายเถาวัลย์พันเลื้อยไปรอบๆบรรจบกันทั้งสี่มุม ตรงกลางมีนกนางแอ่นสองตัวกำลังบินหยอกล้อ รูปสลักที่พริ้วไหวคล้ายเป็นตัวจริงแสดงถึงผู้สลักมีฝีมือสูงส่งยิ่ง

มือเพียงแตะเบาๆบานประตูก็เปิดออก...

เสี่ยวผานมองรอบทางด้วยความหวาดระแวง ทางเดินเดี่ยวถูกประดับไปด้วยก้อนหินเรืองแสง กำแพงรอบข้างสลักเรื่องราวต่างๆ สวยงาม...ดึงดูดผู้พบเห็นให้ต้องมนต์ในเรื่องราวมหัศจรรย์เหล่านั้น เด็กทั้งสองต่างพากันเดินเข้าไปลึกเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งพื้นหินที่เท้าเปลี่ยนไปคล้ายยืนอยู่บนพื้นกระจก กลุ่มควันที่โอบล้อมโดยไม่ทราบความเคลื่อนไหวว่าปรากฎมาตั้งแต่เมื่อใด

...ละสายตาไปสำรวจโดยรอบก็ชวนให้ตกตะลึงยิ่ง

ที่นี่กลับมีรูปปั้นทองเหลืองตั้งอยู่เป็นร้อยๆ!

มองขึ้นไปด้านบนเป็นเพดานสูง ผนังถ้ำถูกเจาะเป็นช่องเอาไว้ให้แสงจันทร์ส่องลงมา บรรดารูปสลักต่างๆคล้ายเคลื่อนไหวกันอย่างอิสระ มองไปจนสุดน่าแปลกที่ไม่เห็นแม้แต่เงาผนังถ้ำ ยังคงเป็นรูปปั้นทองเหลือง...พื้นกระจก...และควันสีขาวปรากฎอยู่แทน

จิ๊บ...จิ๊บ

จินดูนั่น!” จินมองไปตามนิ้วของเสี่ยวผาน เขาเห็นนกนางแอ่นสองตัวบินวนเคียงคู่กัน พวกมันต่างใช้ดวงตาคู่เล็กจับจ้องมาอย่างสนใจ ท่ามกลางรูปปั้นนกนางแอ่นคล้ายอยู่ผิดที่ผิดทางจริงๆ

นกนางแอ่นเข้ามาในถ้ำนี้ได้อย่างไร...? ถึงจินจะสงสัยมาก แต่ยามนี้มีเรื่องที่เขาไม่สามารถอธิบายได้อยู่เต็มไปหมด จิ้งจอกจึงเลิกสงสัย...ดูท่าเดินสำรวจจะมีประโยชน์มากกว่า

ต้องถูกบีบให้มาอยู่ถ้ำแคบๆโดยไม่มีทางออกเช่นนี้ทำให้เขาหงุดหงิดจริงๆ

คิ้วของจิ้งจอกขมวดกันจนยุ่ง เสี่ยวผานมองก็สามารถทราบได้ว่าอีกฝ่ายอารมณ์ไม่ดี ดังนั้นจึงทำเพียงเดินตามหลังอย่างเงียบเชียบ สำรวจถ้ำทุกส่วนอย่างไม่ให้คาดสายตา

...แต่ทว่านี่คล้ายกำลังถูกเล่นตลกยิ่ง

จินกับเสี่ยวผานต่อให้ไม่มีนาฬิกา แต่ก็สามารถรับรู้ได้ว่าผ่านมาหลายชั่วยามแล้ว... ดังนั้นเรื่องตลกเช่นที่ว่าต่อให้เดินเท่าไหร่ก็พบแต่เพียงรูปปั้น ยังไม่พบจุดสิ้นสุดแม้แต่น้อยนี่จะอธิบายอย่างไร?

นี่มันอะไรกัน...

จินพิงรูปปั้นทองเหลือง จิ้งจอกอดบ่นออกมาไม่ได้ ชีวิตที่เกิดมาก็อยู่ภายใต้ตรรกะของวิทยาศาสตร์มาตลอด...ต้องมาพบเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายได้เช่นนี้ ต่อให้เขาสามารถแยกได้อีกสามร่างก็จนมุมเช่นกัน เสี่ยวผานยิ่งแล้วใหญ่ เด็กชายหวาดกลัวมากถึงภายนอกจะพยายามทำตัวเป็นพี่ใหญ่ที่ดี หวนนึกถึงเรื่องเล่าของผู้ที่คล้ายติดอยู่ในค่ายกลจนตาย ก็มีสภาพมิต่างไปจากเด็กชายยามนี้ไม่ใช่หรือ...?

จิ๊บบ...จิ๊บ

นกนางแอ่นสองตัวต่างพากันบินพุ่งตรงเข้ามา พวกมันใช้จงอยปากรุมจิกอย่างไม่หยุดบริเวณตัวของจิน จนจิ้งจอกอดแยกเขี้ยวอย่างหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ แต่กระนั้นเรื่องนี้กลับทำให้นึกบางอย่างออกขึ้นมา

...ดูแล้วนกนางแอ่นสองตัวนี้คงต้องการสื่อถึงของสิ่งนี้

จินล้วงเอาบันทึกของผู้อาวุโสออกมา มือเปิดดูก็พบว่ามีหน้าที่ยังไม่เคยอ่านเพิ่มขึ้นด้วย จึงเปิดกางบันทึกให้เสี่ยวผานสามารถอ่านได้เช่นกัน ดวงตาเรียวของจิ้งจอกมีไฟแห่งโทสะครุกกรุ่น

มิต้องตกใจไป เจ้ากำลังอยู่ในค่ายกลดวงดาวพรั่งแสงของชนเผ่านางแอ่น เรื่องนี้มิใช่เรื่องที่จะสามารถบอกเจ้าโดยละเอียดได้ บอกได้แต่เพียงว่าจงฝึกตามสิ่งนี้ นี่เป็นสิ่งสืบทอดมาจากผู้อาวุโสเก่าแก่ถือเป็นสิ่งล้ำค่า ผู้คนทั่วแดนต่างตามล่ามัน จงอดทน...จากนั้นก็จงมองสิ่งต่างๆให้ดี

บริเวณหน้าถัดไปมิมีบันทึก แต่ทว่ามีกระดาษแผ่นบางๆสอดไว้อยู่ จินหยิบแผ่นกระดาษออกมาพลางสาปส่งผู้อาวุโสที่เขียนบันทึกที่ทำให้ชีวิตผู้คนวุ่นวายเช่นนี้

ตาแก่นี่ตายไปแล้วยังเก็บงำความลับอีก!

เสี่ยวผานช่วยเขากางกระดาษออกมา กระดาษบางแผ่นนี้คล้ายบางแต่กลับกางได้ยาวจนน่าแปลกใจยิ่ง อีกทั้งยังทนทานจนไม่สามารถฉีกขาด มีตัวอักษรเขียนไว้ตลอดแนวเรืองแสงท่ามกลางแสงจันทร์...ลายมือของผู้เขียนดูมั่งคงหนักแน่น เห็นได้ถึงอุปนิสัยที่แข็งแกร่ง ลายมือนี้แตกต่างไปจากลายมือในบันทึก

บันทึกโดย...คามีหัวหน้าของชนเผ่านางแอ่น หนึ่งในสามผู้อาวุโสของแผ่นดินยุทธ์

นี่เป็นสุดยอดคัมภีร์วิชา ลมปราณนางแอ่นไร้พ่าย...แม้ชื่อจะดูเหิมเกริมเช่นนี้แต่ไม่ได้ถือเป็นเรื่องเกินเลย นกนางแอ่นบอกบาง...แต่ทว่าพริ้วไหว ไม่แข็งแกร่งแต่ทว่าก็มิได้อ่อนแอ พวกมันโอนอ่อนไปตามกระแสลม...และสถานการณ์ นี่เป็นวิชาที่ข้าพเจ้าคิดค้นด้วยตนเอง จนกระทั่งฝึกแล้วก็ยังไม่สามารถสำเร็จได้ถึงขั้นสูงสุด ผู้ที่สามารถฝึกวิชานี้ได้อย่างราบรื่นต้องกลืนตนเอง เหมือนไร้วิญญาณ...ไร้ร่างกาย

สรุปแล้วนี่นับเป็นยอดวิชาลมปราณ ผลักดันให้ข้าพเจ้าขึ้นสูงสุดเป็นสามเสาหลักของแผ่นดินผู้ฝึกผีมือ ผู้ฝึกผีมือตามคัมภีร์นี้ไม่จำเป็นต้องมีคู่หูเป็นนกนางแอ่น แต่ทว่าสำหรับชนเผ่านางแอ่นแล้วการมีสัตว์วิเศษอย่างอื่นก็คล้ายมิใช่เรา...

ลมปราณนางแอ่นไร้พ่ายแบ่งออกเป็น 8 ขั้น แต่ละขั้นล้วนปีนป่ายยากยิ่ง เมื่อขึ้นถึงระดับสูงสุดสามารถไปมาโดยไร้ร่องรอย หลบหลีกเคลื่อนไหวราวกับภูติผี... ศิษย์ของชนเผ่าเราจงอดทน

บริเวณต่อจากนี้ก็เป็นรายละเอียด ขั้นตอน แผนภายร่างกายของมนุษย์โดยละเอียดมีตัวอักษรกำกับอยู่ข้างๆ ไล่มาจนถึงระดับสูงสุด แต่ทว่ากลับเขียนเพียงคำว่าระดับ 8 มีลายมือตวัดกำกับไว้ด้านล่างว่า

หากยังไม่ละทิ้งความเป็นมนุษย์ย่อมไม่อาจไต่ถึง

นี่คล้ายกับพวกคำสอนของศาสนาประเภททิ้งกิเลส ตัดความโลภ... จิ้งจอกอดเปรียบเทียบไม่ได้ จินมองไปรอบข้างก็ยังคงไม่เห็นทางออกจากเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ อีกทั้งนกนางแอ่นสองตัวนั้นก็ไม่ได้ทำสิ่งใดอีกนอกจากเกาอยู่บนรูปปั้นทองเหลืองใกล้ๆพลางจ้องมอง

เดินไปไหนก็ไม่ได้ ต่อให้เดินก็มีแต่รูปปั้น โว้ย!

จินสบถอย่างหัวเสีย...เขาหงุดหงิดจริงๆ คล้ายตนเองเต้นรำอยู่บนฝ่ามือของผู้อื่น อีกทั้งฝ่ามือนี้ยังมิมีทางเลือกที่สองหรือสาม มีเพียงทางสายตรงให้เลือกเท่านั้น เรื่องเช่นนี้ผู้ใดจะชมชอบบ้าง...?

อีกทางเดียวที่เหลือคงไม่พ้นเป็น...ความตาย

แต่การตกตายอยู่ที่นี่ก็มิใช่สิ่งที่จินหรือเสี่ยวผานอยากประสบ เมื่อจ้องมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของเด็กชายที่มองมาทำให้จินรู้สึกว่าตนเองคล้ายถูกบีบให้ตัดสินใจ

เขายังจะมีสิ่งใดให้ตัดสินใจอีกเล่า!

บีบบังคับ...เรื่องเช่นนี้เป็นการบีบบังคับกันชัดๆ!

จินพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด อย่างไรก็มิมีทางเลือกอื่นอีก...ก็ฝึกตามคัมภีร์บ้านี่ไปแล้วกัน

จากนั้นเด็กชายสองคนต่างก็ช่วยกันแกะข้อความ ถกเถียงถึงเรื่องที่ไม่เข้าใจ

หลังจากถกเถียงกันจนเสร็จ เสี่ยวผานก็หยิบกระดาษจากย่ามส่งให้จิน จิ้งจอกบันทึกอย่างเข้าใจง่ายๆอีกรอบหนึ่ง(ในโลกเดิมเรียกกว่าการย่อทำสรุป)... บันทึกเก่าแก่ของผู้อาวุโสถูกวางไว้แน่นิ่งบนพื้น ให้แน่ใจว่าหากมีข้อความปรากฎขึ้นอีกสายตาของเด็กทั้งสองจะสามารถมองเห็นได้ชัด

เริ่มจากการเดินลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ จินส่งพลังสำรวจจุดต่างๆในร่างกายของตนเอง จุดที่เป็นแก่นหลักนั้นจะอยู่บริเวณกึ่งกลางท้องน้อย... แต่ทว่าลมปราณนางแอ่นไร้พ่ายกลับแปลกประหลาด มันไม่มีแก่นกลาง จุดที่ไหลวนก็มากกว่าลมปราณขั้นพื้นฐานตามที่ร่ำเรียนมา ลมปราณเช่นนี้ดูจากการอธิบายแล้วคล้ายต้องการดึงพลังออกมาจากรูขุมขน ต้องการให้ทุกส่วนของร่างกายไหลวนด้วยพลังที่เท่ากัน การทำเช่นนี้นับว่าแปลกประหลาดอย่างยิ่งสำหรับเสี่ยวผานที่อ่านคัมภีร์ลมปราณต่างๆผ่านตามาพอสมควร นอกจากนี้การผลักลมปราณเข้าสู่รูขุมขุนเช่นนี้ก็นับว่าเป็นการกระทำที่ยากเข็นจนมิมีผู้ทดลองเล่น

จินสามารถรู้ได้หลังจากที่เขาทดลองไปแล้ว ปกติแล้วการโคจรลมปราณตามสำนักเทียนหรือตามวิถีจิ้งจอกยังไม่ยากเย็นเช่นนี้ ความรู้สึกคล้ายว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรที่ยาวไม่รู้จบยิ่ง...ผลักดันลมปราณที่หมุนเวียนคล้ายสาบสูญแต่ก็สัมผัสได้ ราวกับกำลังผลักมันลงสู่หลุ่มที่ไร้ก้นบึ้งแต่ท่านสามารถมองเห็นประกาย

มาถึงขั้นที่สองของระดับแรก คือการเตรียมร่างกาย จินต้องทะลวงจุดเพิ่มขึ้นในขั้นแรกสี่จุดคือ กลางกระหม่อม...ช่วงอก...เท้าทั้งสองข้าง ในคัมภีร์จดรายละเอียดถึงขนาดมีเส้นประสาทว่าต้องระมัดระวังและทำให้ถูกตำแหน่งยิ่ง หากผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียวลมปราณที่ลำบากเข็นขึ้นมาก็ต้องไหลย้อนกลับหายสาบสูญกลับไปที่ท้องน้อยแล้ว ที่ทำมาแต่แรกก็นับเป็นสูญเปล่า

เสี่ยวผานรู้ละเอียดลึกซึ้งในเรื่องนี้ยิ่งกว่าจินดังนั้นเด็กชายจึงแนะนำอย่างละเอียด น่าเสียดายที่เสี่ยวผานไม่ได้ถือว่าเป็นผู้อาวุโสกล้าแข็งผู้หนึ่ง มิเช่นนั้นการทะลวงจุดเช่นนี้ก็สามารถใช้พลังช่วยได้อย่างง่ายดาย นึกถึงอย่างเสียดายเด็กชายจึงตั้งใจมากขึ้นไปอีก คล้ายต้องการทำหน้าที่ของพี่ใหญ่ให้ดียิ่ง

...จินพยายามแล้ว

เขาพบว่าเรื่องนี้ยากกว่าการควบคุมเครื่องบินที่มีปุ่มมากมายเป็นร้อย...ยากกว่าการจับเรียนรู้ปืนทุกส่วน...ยากกว่าการเดินผ่าเข้าป่าฝนที่มีแต่ทุ่นระเบิดร่วมรบในสงครามเสียอีก! เพียงนั่งเฉยๆก็มีเหงื่อออกมากมายเช่นนี้ เรี่ยวแรงถูกสูบหายไปหมดอย่างไร้ร่องรอย นอกจากนี้ผ่านมาหลายชั่วยามเขายังคงง่วนอยู่แค่การเปิดที่กลางกระหม่อมจนชวนให้หดหู่ไม่น้อย

แต่ดูท่าการพยายามก็ยังคงเป็นเป็นบ่อเกิดแห่งความสำเร็จ

ผ่านมาเพียงชั่วครู่เขาก็พบชัยชนะ การทะลวงในแต่ละรอบนั้นต้องทำทีเดียวกันเสร็จทั้งหมดไม่สามารถพักหรือทำไปทีละจุดได้ ลมปราณนางแอ่นไร้พ่ายถือว่าฝึกยากเย็นยิ่ง เทียบกับลมปราณที่จินรู้จักแล้วนี่นับเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องที่เขาคิดว่ายากเลยทีเดียว

จินกับเสี่ยวผานหลับตาทั้งคู่ ดังนั้นจึงมองไม่เห็นอีกฝ่ายว่าต่างฝ่ายต่างเป็นอย่างไรบ้าง แต่สามารถสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิรอบข้างที่พุ่งสูงขึ้น ยามนี้จิ้งจอกคิดว่าหากอยู่ในร่างจิ้งจอกสีดำขนอันสวยงามคงเปียกปอนไปหมดเพราะหยาดเหงื่อ ดูอดสูและไม่หล่อเหลา(จินมักจะคิดว่าเจ้าหมาปอมที่บ้านของเขานั้นหล่อมาก)

เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกเรื่อยๆ

คล้ายผ่านไปหลายชั่วยาม...แต่เพียงแค่ชั่วยามจริงๆหรือ?

หรือผ่านไปจนขึ้นวันใหม่แล้ว...? ความคิดวอกแวกเช่นนี้เกิดขึ้นกับเด็กชายทั้งคู่อยู่ตลอดเวลา

ร่างกายราวกับเวียนว่ายอยู่ในมหาสมุทรน้ำลึกอยู่แรมปี แต่ทว่าครานี้กลับคล้ายเห็นฝั่งแล้ว จินทะลวงจุดจนมาถึงจุดสุดท้าย พอทำจุดแรกได้ก็ทำได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น คล้ายมีพลังส่วนอื่นมาเกื้อหนุน

จนกระทั่งทะลวงเปิดได้ทั้งหมดแล้วในขั้นต้น ร่างกายก็คล้ายลอยหวิว สัมผัสได้ถึงพลังลมปราณที่ไหลเวียนอย่างเชื่องช้า แต่ทว่ากลับไม่ต้องคอยควบคุม พวกมันไหลเวียนอย่างเป็นธรรมชาติราวกับอากาศที่ไหลผ่านรูขุมขนเข้าสู่ร่างกาย

เช่นนี้ลมปราณนางแอ่นขั้นสูงสุดที่ต้องเปิดรูขุมขนทั่วร่างกายก็นับว่าร้ายกาจยิ่งแล้ว

รอจนถึงตอนนี้จินถึงได้เพิ่งตระหนักในความร้ายกาจของสุดยอดวิชา จิ้งจอกลืมตาที่เรียวแม้ยามอยู่ในร่างมนุษย์ขึ้นมา เบื้องหน้ายังคงเป็นเสี่ยวผานที่หลับตาลึก ร่างกายมีหยาดเหงื่อชุ่ม...ผิวหนังแดงจากอุณหภูมิสูง

เมื่อสำเร็จขั้นต้นแล้วเรี่ยวแรงดูจะฟื้นกลับมานิดหน่อย แต่ถึงกระนั้นจิ้งจอกก็ล้มตัวลงนอนอยู่ดี จินกลับร่างเป็นจิ้งจอกสีดำนอนอยู่ข้างๆเด็กชาย ตั้งใจจะงีบจนกว่าเสี่ยวผานจะสำเร็จ

แสงแดดอ่อนๆที่ส่องลงมาจากเพดานถ้ำบ่งบอกว่านี่เป็นยามเช้าแล้ว...เพียงแต่ว่านี่เป็นเช้าของวันไหนกันเล่า? วันที่สองหรือวันใดก็มิอาจทราบได้เลย

นี่เราหลงมาอยู่ในโลกไหนกันแน่...

...จิ้งจอกสีดำยามหลับก็ครุ่นคิดถึงโชคชะตาตนเองในความฝัน เรื่องประหลาดหลายอย่างราวกับหนังฮอลลีวู้ดซักเรื่องทำให้แม้แต่คนอย่างจินก็อดเก็บเอาไปฝันไม่ได้

กาลเวลาไหลผ่านไปอีกเท่าใดไม่อาจทราบได้...

จิน...จิน...

ดวงตาของสัตว์สีแอมเบอร์ค่อยๆปรือขึ้นมา เป็นเสี่ยวผานที่ดูอ่อนแรงเขย่าตัวเรียก... จินกลับร่างเป็นร่างมนุษย์ รับสมุนไพรฟื้นฟูกำลังจากเสี่ยวผานที่กำลังค้นย่ามกลืนลงคอ รอจนเสี่ยวผานก็ฟื้นฟูกำลังเล็กน้อยจากสมุนไพรแล้วเช่นกัน สายตาจึงเริ่มสอดส่องมองหานกนางแอ่นคู่นั้น

เฮ้ย!!”

คำอุทานประจำยุคของชายชาตรีหลุดออกมาจากเด็กชายตัวเล็ก จินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆเรียบเรียงคำพูดกับเสี่ยวผานที่หันหลังให้สถานการณ์ตรงหน้า

เสี่ยวผานรีบลุกเร็ว!”

เด็กทั้งสองต่างตกตะลึงจนตาค้าง แต่ทว่าร่างกายกลับตอบสนองได้รวดเร็วกว่าเดิม จิ้งจอกรีบถอยหลัง...ก้าวทีก็สามารถไปได้ไกลอีกทั้งยังคล้ายให้เรี่ยวแรงหมดน้อยกว่าปกติ

แต่ทว่ายามฉุกเฉินเช่นนี้นี้มิมีผู้ใดดีใจ... ในเมื่อตรงหน้ามีจินและเสี่ยวผานยืนถือกระบี่อยู่ หน้าตาเหมือนจินและเสี่ยวผานอีกด้านหนึ่งมิมีผิดเพี้ยน!

เคร้ง!

กระบี่สองเล่มปะทะกัน เมื่อเจ้าจิ้งจอกตัวปลอมพุ่งเข้าหาตัวจริงพร้อมอาวุธในมือที่ดูจะทรงพลัง(ตามพละกำลังอันมากมายของเจ้าตัว) แม้แต่การใช้กระบี่...การเคลื่อนไหว...ประสาทสัมผัส...กระบวนการคิด...สัญชาตญาณ จินรู้สึกเหมือนกำลังสู้กับตนเองอีกคนอย่างไม่มีผิดยิ่ง

บันทึกเล่มเก่าที่วางอยู่ห่างไกลเปลี่ยนหน้า ยามนี่ท่ามกลางบรรยากาศที่มีแต่หุ่นทองเหลือง การเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กก็ยังตกเป็นที่สนใจ บนกระดาษมีข้อความใหม่ปรากฎออกมาจนทำให้จิ้งจอกอยากจะเจอตาแก่ต้นเรื่องแล้วเรียกเลือดออกมาให้สาสม!

ระวังด้วย...หลังจากค่ายกลสามารถสัมผัสได้ว่าผู้ฝึกสำเร็จขั้นแรก การฝึกขั้นสองก็จะโผล่มาทันที...ค่ายกลนี้เจ้าต้องรับมือกับตนเอง ขอให้สำเร็จกับการฝึกลำดับถัดไปของถ้ำครรภ์นางแอ่น…’

จะบอกช้าไปแล้วโว้ย!


จิ้งจอกผู้แสนเอาได้แต่ใจได้แต่สาบส่งไปยังบรรพบุรุษของชนเผ่าแห่งนี้อย่างขุ่นเคือง...






#TALK with LLwuda


          สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน ตอนใหม่มาแล้วร้อนๆเลย เจ้าจิ้งจอกจินตอนนี้ถูกทำให้ขนลุกหลายรอบ ฮา แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นนิยายสยองขวัญนะคะ 

   

          กว่าจะเจอพ่อพระเอกคงอีกนานเลย อยู่กับจินและเสี่ยวผานกันต่อไปนะคะ

          เจอกันตอนหน้าค่ะ ขอให้อ่านกันอย่างสนุกสนาน <3 สามารถใช้ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 552 ครั้ง

61 ความคิดเห็น

  1. #8231 Sei-chan (@sofeeyanee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 22:08
    เผ่านี้ดูกวนตีนแปลกๆ.....
    #8231
    0
  2. #8200 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 09:59
    มันน่าฆ่าจริงๆนะ บรรพบุรุษแบบนี้ไม่อยากจะสืบให้หรอกโว้ยย
    #8200
    0
  3. #8052 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 09:49

    โกทันบี ชื่อโซโคเรียมากค่ะ ชนเผ่านี้มาจากเกาหลีสินะ 5555 เท่าที่อ่านมาจินดูเป็นคนหัวร้อนกว่าที่คิดนะ 555555

    #8052
    0
  4. #8011 นัทมิมิ (@nutpeeraya) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 09:18
    สู้ๆนะะ แล้วน้องๆไม่หิวกันเลยหรอนี่สงสัย หรือพอฝึกแล้วไม่ต้องกินก็ได้?5555555
    #8011
    0
  5. #8001 SeowooPark (@the01yunosama) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 00:42
    แหม่สมกับที่เคยเป็นผู้ใหญ่ ขี้บ่นจริงๆเลยน้าาา
    #8001
    0
  6. #7969 FAIRY3247 (@FAIRY3247) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 12:13
    ชอบเวลาจินด่ามากเลย555555 สู้ ๆ นะทั้งสองคน
    #7969
    0
  7. #7918 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 23:03
    สู้ๆนะน้องงง
    #7918
    0
  8. #7902 Xiao Lan (@real_nes) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 15:46
    สนุกมากกกกกก.จนหยุดอ่านไม่ได้เลย ลุ้นไปกับจินและเสี่ยวผานมาก
    #7902
    0
  9. #7833 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 15:45
    สู้ๆนะจิน เสี่ยวผาน!!!
    #7833
    0
  10. #7785 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 01:13
    เหมือนเล่นเกมแล้วต้องทำมิชชั่นเลย 555
    #7785
    0
  11. #7724 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 20:28
    เผ่านี้นี่มันยังไงแน่ กวนๆยังไงก็ไม่รู้55555555
    #7724
    0
  12. #7629 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 22:48
    ตอนนี้เริ่มสนุกแล้วครับ ฟีลเหมือนนารูโตะฝึกจักระเลย
    #7629
    0
  13. #7592 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 01:12

    วงวาร5555

    #7592
    0
  14. #7532 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 16:35

    สงสาร แต่ทนต่อไปนะเพื่อความเทพ5555555

    #7532
    0
  15. #7515 chompoo--- (@chompoo---) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 18:39
    555555
    #7515
    0
  16. #7070 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 22:28
    สงสารแต่เพื่อความเก่งความเทพแล้ว อดทนไว้ 555
    #7070
    0
  17. #7034 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 11:35
    น่าสงสาร55555 แต่เพื่อความเทพต้องทนนะ5555555555555
    #7034
    0
  18. #6937 YuRIIW (@phingpin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 16:45
    สู้ต่อไป55
    #6937
    0
  19. #6691 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 07:33
    เป็นผู้นำชนเผ่าที่ค่อนข้างเอาแต่ใจและน่าปวดหัวไม่น้อยนะ ไม่รู้จะเห็นใจรึขำทั้งสองคนดี
    #6691
    0
  20. #5670 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 07:37
    เอาแล่วววว เพิ่งฝึกขั้นแรกเสร็จ ก็ต้องสู้ต่อเลย เกิดเป็นเสี่ยวผานกับจินมันไม่ง่ายเลย 55555555
    #5670
    0
  21. #5445 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 22:00
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5445
    0
  22. #5299 Kimiko Saruwatari (@kimiko-39) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 04:46
    ตอนนี้ให้ความรู้สึกผจญภัยแบบหนังจีนเบย หนุกมากคับแต่แอบหลอนแฮะ 555
    #5299
    0
  23. #4590 Last' Au (@WorldofWish) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 13:32
    เป็นบรรพบุรุษที่น่ารักจริงๆ เอาใจช่วยจินกับเสี่ยวผานนะคะ เสี่ยวผานต้องได้อะไรแน่นเลย เพราะตอนก่อนหน้านี้บอก่าอยากได้สัตว์คู่กายเป็นประเภทนก
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #4590
    0
  24. #4296 MaMa_Meaw (@nattiya-hoysang) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:44
    555555 จินอารมเย็นๆหน่อย
    #4296
    0
  25. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:16
    บรรยากาศเหมือนกำลังเล่น uncharted อยู่เลย สนุกอ่ะ ว่าแต่...นี่เราอ่านนิยายวายอยู่แน่หรอ???55555555
    #3971
    0